Short
เจ้าพ่อยกเลิกงานแต่งสิบเจ็ดครั้งฉันกลายเป็นเจ้าแม่มาเฟีย

เจ้าพ่อยกเลิกงานแต่งสิบเจ็ดครั้งฉันกลายเป็นเจ้าแม่มาเฟีย

โดย:  บัวจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
8บท
4.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

คืนก่อนงานแต่งงานครั้งที่สิบเจ็ด สามีเจ้าพ่อมาเฟียของฉันให้คำมั่นว่าจะมอบพิธีวิวาห์ที่ไม่มีใครมารบกวนให้ฉันอย่างแน่นอน “คราวนี้ฉันสัญญานะ วิกกี้” เสียงของเขาจริงจังและหนักแน่น “ฉันได้บอกเคียร่าไว้แล้ว พรุ่งนี้ ต่อให้ฟ้าจะถล่มลงมา เธอก็ต้องรับมือเอง” ลูกในท้องตอนนี้ก็ห้าเดือนแล้ว ฉันคบกับลอเรนโซมาได้สามปี ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน แต่จัดงานแต่งงานไม่สำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะก่อนหน้านี้ เขาได้ยกเลิกมันไปแล้วถึงสิบหกครั้ง และทุกครั้ง ก็เป็นเพราะเคียร่าน้องสาวบุญธรรมของเขา ครั้งแรก เธอบอกว่าตัวเองเป็นไข้ ฉันยังไม่ทันได้เปลี่ยนชุดเจ้าสาวก็ต้องตามเขาไปเฝ้าเธอที่โรงพยาบาลทั้งคืน สุดท้ายกลับพบว่าเธอแค่เป็นหวัดเล็กน้อยเท่านั้น ครั้งที่สอง เธอบอกว่ารู้สึกเจ็บหน้าอก ลอเรนโซทิ้งฉันไว้กลางทางแล้วรีบไปหาเธอ แต่ที่จริงเธอกำลังจิบชาอยู่กับเพื่อน ครั้งที่สาม เธอบอกว่ากลัวฟ้าร้อง เขาทิ้งฉันกลางพิธี ตอนกำลังกล่าวคำปฏิญาณ ปล่อยให้ฉันยืนอยู่คนเดียวลำพังท่ามกลางแขกที่แน่นโบสถ์ แต่ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อสามวันก่อน มีจดหมายจากแคว้นทางเหนือของอิตาลีถูกส่งมาถึงฉัน พ่อของฉัน เจ้าพ่อรุ่นเก่าของตระกูลเดอลูก้า ได้ส่งคำเชิญให้ฉันกลับบ้านด้วยลายมือของท่านเอง ถ้าเขาทิ้งฉันอีกเป็นครั้งที่สิบเจ็ดเพราะเคียร่าอีกล่ะก็ ฉันจะหายไปจากชีวิตเขาตลอดกาล

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

Rain poured down in heavy sheets, bouncing off the rooftops and turning the streets of the city into a mirror of sparkling reflections. Amara Williams tugged her coat tighter around her shoulders, wishing she had chosen a sturdier umbrella. The one in her hand flipped inside out as the wind knocked it sideways, leaving her half soaked, half struggling.

“Of all nights… why tonight?” she muttered, trying to steady her umbrella and her nerves at the same time.

Her heels clicked against the wet pavement as she hurried along, eager to get home before she turned into a puddle herself. A car honked in the distance, and she jumped back, the strap of her bag slipping off her shoulder. She cursed under her breath, thinking she would never survive this storm alive.

And then—bam.

She collided with something solid, almost knocking her off balance entirely.

“Oh my gosh! I’m so sorry!” Amara gasped, looking up to see… him.

A man in a sharp black suit stood before her, his coat dark against the night, glistening slightly from the rain. His hair was damp, his expression unreadable, but his dark eyes cut straight through her like ice.

“Watch where you’re going,” he said, his voice calm, yet commanding. There was no anger in it—only that unshakable, dangerous control that made Amara’s heart skip.

“I—I didn’t see you! I mean… I was trying to get out of the rain…” She stumbled over her words, flustered by the sight of him. She noticed the expensive watch on his wrist, the crisp cut of his suit, the confident way he stood. Something about him screamed power—and maybe danger.

He raised an eyebrow, unamused. “You’re drenched. Are you going to be okay?”

Amara nodded quickly, trying to collect herself. “Y-Yes… thank you… I just… I’m clumsy sometimes.”

He said nothing, only tilted his head slightly as if analyzing her. Then, without another word, he walked past her, the storm parting around him as if it respected his presence.

Amara’s knees almost buckled. Who was that? And why did her chest feel like it was about to explode just from a few words?

The next morning, Amara couldn’t stop thinking about him. She had barely slept, tossing and turning as the memory of his eyes haunted her. Who was he? What did he do? And why did she feel an inexplicable pull toward him, even though they had only met for a few seconds?

Her phone buzzed with a message from her best friend, Tola.

“How was the storm last night? You alive?”

Amara typed back quickly, smiling at the thought of Tola’s usual teasing tone.

“Barely. Met a very scary… but handsome man.”

There was no response for a few minutes. Then, suddenly, a car honked outside her apartment window. Confused, she peered through the curtains—and froze.

He was standing there. The same man from last night. In the middle of her small, quiet street. Watching. Waiting.

Amara’s heart raced. Should she go down? Should she hide? But before she could think of an excuse, the doorbell rang.

Trembling, she opened it.

“Alexander Cole,” he said formally, without a hint of a smile.

“We need to talk.”

“W-what? About last night?” Amara stuttered.

“Yes,” he said. “That accident… it has implications. And I intend to make sure everything is resolved properly.”

Amara’s mind raced. Implications? Resolved? She didn’t even know this man’s name until just now!

“I—uh—I’m not sure I understand…” she mumbled.

Alexander’s expression softened just slightly, enough to make her pulse quicken. “You will. But not here. You need to come with me.”

Amara didn’t know why she agreed. Maybe it was curiosity. Maybe it was the strange pull she felt toward him. Or maybe it was the fact that the rain had drenched her completely and she had nowhere else to go.

Whatever the reason, she followed him into the sleek black car waiting outside. The city lights reflected off the wet streets as he drove silently, the kind of silence that felt loaded with meaning, almost like a test.

Finally, he stopped in front of a towering building she didn’t recognize. “We’re here,” he said, his voice low and commanding.

Amara took a deep breath. Whatever this was, she had a feeling her life was about to change forever.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

I'm 6339
I'm 6339
วิกตอเรียเริ่ดมาก ไอเลิ้บบบ
2025-11-22 12:45:45
0
0
8
บทที่ 1
นี่คือพิธีแต่งงานครั้งที่สิบเจ็ดของฉันกับคู่หมั้น สิบหกครั้งก่อนหน้านี้เขาทิ้งฉันไว้กลางงานแต่งงานเพราะน้องสาวบุญธรรมผู้เปราะบางของเขาเคียร่าฉันคล้องแขนลอเรนโซ เดินไปบนพรมแดง ในขณะที่ลูกในท้องเตะแรงขึ้นจนฉันสะดุ้ง“เจ้าตัวเล็กก็คงรอวันนี้อยู่เหมือนกันสินะ” เขายิ้มพร้อมจับมือฉันไว้เมื่อบาทหลวงเริ่มอ่านคำปฏิญาณ ทุกสายตาในโบสถ์ก็จับจ้องมาที่เราทั้งคู่แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นเคียร่าอีกแล้วสีหน้าของลอเรนโซแข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัด มือของเขากำโทรศัพท์แน่นโดยไม่รู้ตัว“ปิดมันซะ ลอเรนโซ” ฉันจ้องไปที่เขาความลังเลสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา นิ้วของเขาค้างอยู่ที่ปุ่มตัดสายจากนั้น โทรศัพท์ก็ตัดไปเองฉันเพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง“วิกกี้” เขากดเสียงให้เบาลง พยายามดึงมือออกจากฉัน “อาจมีเรื่องด่วนก็ได้ ปกติเธอไม่ค่อยโทรมาติดๆ แบบนี้”แต่ฉันไม่ยอมปล่อย “ลูกของเรากำลังรอให้พ่อพูดคำว่า ‘ผมยินดี’ อยู่นะ”รูม่านตาของเขาหดแคบลงทันที เขาสะบัดมือฉันออกเหมือนโดนไฟลวก “แต่เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณลุงมาร์ค!”ประโยคนี้อีกแล้ว มาร์ค รอสซี ที
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
คืนนั้นตอนที่ฉันกำลังจะเข้านอน ก็ได้ยินเสียงกลอนประตูดัง “แกร๊ก” เบาๆ ลอเรนโซกลับมาแล้วงั้นเหรอ?ฉันยืนอยู่ที่ประตูห้องนอน เงี่ยหูฟังเสียงเบาๆ ที่ดังมาจากในห้องครัวพักหลังมานี้เขามักจะเป็นแบบนี้ จู่ๆ ก็กลับมาที่บ้าน แอบเข้าไปทำอะไรในครัวอยู่สักพัก แล้วก็รีบออกไปพร้อมกับของที่ทำเสร็จมีครั้งหนึ่ง ฉันได้กลิ่นหอมลอยออกมาจากเตาอบ นึกว่าเขาเตรียมเซอร์ไพรส์ฉัน“ทำอะไรอยู่เหรอ?” ฉันเดินเข้าไปถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองฉันเลย แค่รีบแพ็คขนมทาร์ตเลมอนที่เพิ่งอบเสร็จใส่กล่อง “เคียร่าบอกว่าอยากกินอันนี้น่ะ”เขาห่อมันอย่างพิถีพิถัน ยังผูกโบว์ริบบิ้นอย่างสวยด้วย“ฉันหิว” ฉันมองทาร์ตสีทองนวลนั้น แล้วกลืนน้ำลายลงคอเบาๆมือของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าฉันเองก็ชอบทาร์ตเลมอนเหมือนกัน “ให้แอนนาทำอะไรให้เธอกินไหม? หรือสั่งอาหารเดลิเวอรี่มาดีล่ะ?”วันนั้น หลังจากเขาออกไปแล้ว แอนนาก็แค่ต้มบะหมี่ให้ฉันหนึ่งชาม เค็มจนขมในลำคอตอนนี้ฉันไม่อยากรู้แล้วว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ และไม่สนใจด้วยว่าจะทำให้ใครคอเริ่มแห้งเล็กน้อย ฉันลุกขึ้นเดินไปที่ครัว แค่อยากจะรินน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาในห้องครัว ฉันฮัมเพลงพื้นบ้านของอิตาลีตอนเหนือเบาๆ ค่อยๆ ทอดเบคอนกับไข่ดาวด้านเดียวอย่างไม่เร่งรีบนี่คือมื้ออำลาที่ฉันตั้งใจเตรียมไว้ให้ตัวเองฉันดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง ส้อมเพิ่งจะแตะของไข่แดงเยิ้มๆ“แกร๊ก”ประตูเปิดออกลอเรนโซเดินเข้ามา พร้อมกลิ่นน้ำหอมของเคียร่าที่ติดตัวมา เขายังถือช่อดอกไม้มาด้วยช่อดอกไม้ใหญ่เกินงาม เป็นดอกเบิร์ดออฟพาราไดซ์สีเหลืองทองปนส้ม ลำต้นตั้งแข็งตรงฉันเกลียดดอกไม้พวกนี้ พวกมันเหมือนฝูงไก่งวงที่ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องเกินเหตุ เทอะทะและไร้รสนิยมแต่เคียร่าชอบมาก เธอบอกว่าดอกไม้พวกนี้มีพลังชีวิตแข็งแกร่ง เป็นในแบบที่เธอนั้นคาดหวังที่จะเป็น“อรุณสวัสดิ์ วิกกี้” เสียงเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการอดนอน แต่ดูเหมือนจะอารมณ์ดี เขาวางช่อดอกไม้ที่เกะกะนั่นไว้ที่ปลายโต๊ะ แล้วนั่งลงตรงข้ามฉัน“เมื่อคืนเคียร่าก็เรื่องวุ่นวายอีกแล้ว” เขาพูดเหมือนบ่น แต่ก็เหมือนพยายามอธิบาย “บอกว่าเปลี่ยนยาแก้ปวดยี่ห้อใหม่ไม่ดีเหมือนยี่ห้อเก่า ร่างกายของเธอเนี่ยนะ… อะไรนิดอะไรหน่อยก็ทนไม่ไหวแล้ว”ระหว่างที่พูด เขาก็เอื้อมมือมาหยิบขนมปังของฉันด้วยความเคยชิน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
“แกว่าอะไรนะ? เธอไปทำอะไรที่นั่น?!”ความไม่สบายใจก่อตัวขึ้นในใจของลอเรนโซอย่างรุนแรง เขาแทบหายใจไม่ออกวินาทีต่อมา โทรศัพท์ของเขาก็สั่นอย่างบ้าคลั่งเขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างลนลาน ในใจยังคงแอบมีความหวังเล็กๆอาจจะเป็น... วิกตอเรีย?แต่กลับเป็นเคียร่าทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เวลาเห็นชื่อของเธอเขามักจะรู้สึกเหนื่อยใจและสงสาร แต่ตอนนี้กลับมีแต่ความหงุดหงิดและอ้างว้าง“พี่คะ…” น้ำเสียงของเคียร่าดูเหมือนจะดีใจอย่างมาก “ฉันได้ยินมาว่าเกิดปัญหาในงานแต่งงาน…”ขมับของลอเรนโซเต้นตุบๆ เขากวาดตามองไปรอบโบสถ์ เห็นแขกทุกคนทำสีหน้าอยากรู้อยากเห็น“เคียร่า ตอนนี้พี่ไม่ว่าง…”“ฉันช่วยได้นะ!” เคียร่าพูดแทรกด้วยความตื่นเต้น “ฉันอยู่ที่หน้าประตูโบสถ์แล้ว ตระกูลรุสโซต้องมีเรื่องอื้อฉาวแบบนี้ไม่ได้ ฉัน...”“แกร๊ก!”ลอเรนโซกดตัดสายไปเลยเขาเข้าใจทันทีว่าวิกตอเรียรู้สึกอย่างไรทุกครั้งที่เธอต้องยืนอยู่หน้าแท่นบูชาที่แท้นี่ก็คือรสชาติของคนที่ถูกทอดทิ้ง“อันโตนิโอ!” เขาตวาดจนคนสนิทสะดุ้งเฮือก “ยกเลิกงานแต่ง!”“อะไรนะครับ?” อันโตนิโอตกใจ “แต่ลูกพี่ แขกยัง...”“ฉันบอกให้ยกเลิก!” เขาตะคอกเสียงดังแล
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
มิลาน ห้องจัดเลี้ยงในคฤหาสน์เดอลูก้าสว่างไสวไปด้วยแสงไฟเหล่าผู้อาวุโสของมาเฟียอิตาลีตอนเหนือรวมตัวพร้อมหน้า เพื่อฉลองการกลับมาของฉัน“วิกตอเรีย” พ่อของฉันยกแก้วขึ้นก่อนใคร แล้วพูดอย่างทรงอำนาจว่า “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”ฉันยกแก้วคริสตัลขึ้น กวาดสายตาไปรอบห้อง บางคนคืออดีตลูกน้องคนสนิทของพ่อ บางคนเป็นเลือดใหม่ที่เพิ่งผงาดขึ้นมา และบางคนคือคนที่เคยดูถูกคุณหนูเดอลูก้าผู้ทรยศ “หนี” ไปอยู่กับมาเฟียอิตาลีตอนใต้“ขอบคุณทุกท่านค่ะ” ฉันยิ้ม เสียงเรียบสงบ “ตลอดหลายปีที่อยู่อิตาลีตอนใต้ ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย”“เช่นอะไร?” ชายคนหนึ่งถามขึ้นมาด้วยความสนใจ“เช่นว่า…” ฉันวางแก้วลงเบาๆ “ธุรกิจท่าเรือของพวกเขาอยู่ได้ด้วยการติดสินบนเจ้าหน้าที่ศุลกากร รายชื่อทั้งหมดอยู่ในมือฉันแล้ว”“ช่องทางค้าอาวุธของพวกเขา พึ่งคนกลางสามคน คนหนึ่งฉันดึงตัวมาแล้ว”“กระแสเงินสดจากบ่อนคาสิโนของพวกเขา สองในสามไม่เคยยื่นภาษีอย่างถูกต้อง หนังสือสอบสวนจากกรมสรรพากร จะถูกส่งถึงโต๊ะทำงานของตระกูลรุสโซในวันพรุ่งนี้”ทั่วทั้งห้องเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเป็นเสียงปรบมือและคำชื่นชมดังกึกก้อง“สมแล้วที่เป็นลูกสาวเดอลูก้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
เจ็ดปีต่อมา ศูนย์การเงินนานาชาติเมืองมิลานฉันคล้องแขนพ่อเดินเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยง ตอนนี้ฉันคือผู้นำสูงสุดของอิตาลีแดนเหนืออย่างไร้ข้อกังขา“นายหญิงเดอลูก้า” ตอนนี้พวกเขาเรียกฉันแบบนั้นมือขวาของฉันกุมมือเล็กๆ ของแองเจโล เขาใช้ปลายนิ้วจิ้มฝ่ามือฉันเบาๆ ฉันยิ้ม แล้วลูบศีรษะลูกชายอย่างอ่อนโยน “มีอะไรเหรอจ๊ะ เทวดาน้อยของแม่?”“แม่ครับ ผู้ชายคนนั้นมองแม่อยู่ตลอดเลย” แองเจโลพูดเสียงแผ่วเบา สายตาเฉียบแหลมมองไปยังมุมมืดของห้องจัดเลี้ยงลอเรนโซ รุสโซเขาดูโทรมมาก หมดสิ้นราศีและความองอาจในอดีต ส่วนเคียร่ายืนติดข้างกายเขา สายตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงแล้วมองมาที่ฉันฉันละสายตากลับมาไม่ได้สนใจ “ไม่ต้องสนใจ”แต่ลอเรนโซกลับเดินเข้ามาหา เขาผลักเคียร่าที่พยายามจะขวางออก เดินโซเซเข้ามา กลิ่นแอลกอฮอล์แรงฉุนตีขึ้นมาในอากาศทันที“วิกตอเรีย…” เสียงของเขาสั่นด้วยความตื่นเต้นและอดกลั้นมานาน “เจ็ดปีแล้ว…”ฉันมองเขาอย่างเย็นยะเยือก ไม่ได้พูดอะไร“กลับไปกับฉันเถอะ” เขาเอื้อมมือมาอย่างร้อนรนหมายจะคว้ามือฉัน “เราเริ่มต้นใหม่กันนะ! ครั้งนี้ ฉันจะไม่...”ฉันถอยหนึ่งก้าว เบี่ยงมือออกจากการสัมผัสนั้น สายตา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
เหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นดึงดูดสายตาของแขกทั่วทั้งงานสีหน้าของลอเรนโซซีดเผือด ปากสั่นเครือ ราวกับยังอยากแก้ตัวอะไรบางอย่าง แต่ในเวลานี้เอง...“พี่คะ!”เคียร่าโผเข้ามาทันที มือข้างหนึ่งที่ประคองท้องที่ใหญ่ยื่น ส่วนมืออีกข้างหนึ่งคว้าแขนของลอเรนโซไว้แน่น“ลอเรนโซ… เมื่อครู่นี้คุณพูดว่าจะกลับไปเริ่มต้นใหม่กับเธอเหรอ?” เสียงของเธอสั่นเครือ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “คุณจะรับลูกของเธอ? แล้วลูกของเราล่ะ?!”เสียงฮือฮาดังก้องไปทั่วทั้งงาน ฉันมองภาพเหตุการณ์วุ่นวายนั้นด้วยรอยยิ้มที่เย้ยหยัน มันเป็นภาพที่ตลกร้ายที่น่าสมเพชที่สุดในค่ำคืนนี้สีหน้าของลอเรนโซซีดสลับอึมครึม เขาพยายามสะบัดมือออก “เคียร่า! ปล่อย ฉันแค่...”“แค่ อะไร?!” น้ำตาของเคียร่าไหลพราก จนเครื่องสำอางเปื้อนเลอะ เผยให้เห็นใบหน้าซีดโทรม “ลูกในท้องฉันต่างหากที่เป็นลูกของคุณ เป็นทายาทผู้สืบทอดของตระกูลรุสโซ!”เธอกุมมือของลอเรนโซแปะลงบนหน้าท้องของตัวเองเธอเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความคับแค้นใจ “คุณเคยสัญญากับพ่อฉันว่าจะดูแลฉันตลอดชีวิต! คุณพูดเองว่าจะให้ฉันกับลูกมีครอบครัวที่อบอุ่น แล้วคุณกล้า... กล้าทำแบบนี้ต่อหน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
หลายปีต่อมา ในพิธีมอบรางวัลการแข่งขันนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเยาวชนระดับนานาชาติแองเจโลสวมสูทตัวเล็กยืนอยู่บนเวทีรับรางวัล เมื่อเขารับถ้วยรางวัลทองคำมา เสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มไปทั่ว“คุณเดอลูก้า” พิธีกรยิ้มแล้วยื่นไมโครโฟนให้ “ช่วยกล่าวความรู้สึกหลังได้รับรางวัลหน่อยได้ไหมคะ?”แองเจโลรับไมค์มา น้ำเสียงใสแต่หนักแน่น “ผมขอขอบคุณแม่ของผมครับ เธอคือแบบอย่างของผม”ฉันยิ้มพลางปรบมือให้ลูกชาย สายตาเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่การแจ้งเตือนข่าวเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของฉัน[ตระกูลรุสโซแห่งอิตาลีตอนใต้หนี้สินกองพะเนิน ธุรกิจหลักทยอยถูกขายทอดตลาด เจ้าพ่อลอเรนโซ รุสโซ มีข่าวลือว่าชีวิตคู่ร้าวฉาน มีปากเสียงกันไม่หยุด]รูปภาพประกอบคือภาพแอบถ่าย ลอเรนโซไว้หนวดเครารกรุงรัง ดวงตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและว่างเปล่า ส่วนเคียร่าก็อยู่ในชุดยาวเปรอะเปื้อนที่สกปรก ทรุดโทรม และกำลังตะโกนใส่เขาอย่างบ้าคลั่งฉันมองข่าวนั้นด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะปัดหน้าจอทิ้งอย่างไม่ใส่ใจหลังพิธีมอบรางวัลจบลง แองเจโลวิ่งมาหาฉันพร้อมถ้วยรางวัลในมือ “แม่ครับ! ผมชนะแล้ว!”“ลูกคือความภาคภูมิใจของแม่เสมอ”
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status