Masukวันที่นัดลองชุดแต่งงานกับจี้เฉินยวน เจ้าพ่อมาเฟียที่คบหากันมาเจ็ดปี ฉันถือผลตรวจครรภ์วิ่งเข้าไปในร้านชุดแต่งงานด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก แต่บังเอิญได้ยินบทสนทนาของเขากับลูกน้องคนสนิท “เมื่อวานจดทะเบียนสมรสกับเฉียวหนิง เป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พี่ชายฉันตายเพราะการต่อสู้ระหว่างแก๊ง เธออุ้มท้องทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลจี้ ถ้าเธอไม่มีสถานะ เธอกับลูกไม่มีทางใช้ชีวิตในตระกูลจี้ได้” “ทุกคนจะกลั่นแกล้งรังแกพวกเธอ” ปลายนิ้วเขาคีบซิการ์อยู่ เสียงเย็นชามาก ทว่ามีความจำใจแฝงอยู่เล็กน้อย “นอกจากสถานะที่ฉันให้จืออวี่ไม่ได้ อย่างอื่นฉันให้เธอได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือเงินของฉัน อย่าให้เธอรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” ฉันกำผลตรวจครรภ์แน่น เหมือนจิตใจตายด้านไปแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าจี้เฉินยวนจะไม่สามารถหาฉันเจออีก ฉันจึงให้เพื่อนสนิทช่วยสร้างข้อมูลตัวตนใหม่ หลังจากนั้นฉันก็หายไปจากโลกของเขา ในเมื่อเขามอบครอบครัวที่สมบูรณ์ให้ฉันกับลูกไม่ได้ งั้นก็จบความสัมพันธ์ที่แฝงด้วยหน้าที่และคำโกหกไว้เพียงเท่านี้ดีกว่า
Lihat lebih banyakสุดท้ายความยึดติดของจี้เฉินยวน เป็นเหมือนเปลวไฟแผดเผาตัวเอง ทำให้ตัวเขาเต็มไปด้วยบาดแผลเกิดการต่อต้านภายในแก๊ง ลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจที่สุด เอาหลักฐานที่เขาสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งศัตรูออกมา ลากเขาลงมาจากตำแหน่งหัวหน้าแก๊งจี้เฉินยวนสูญเสียอำนาจทันทีเงินทองทั้งหมดถูกโอนไปอย่างลับๆหัวหน้าแก๊งคนปัจจุบันปลอมประวัติอาชญากรรมของเขาขึ้นมา แล้วส่งให้ตำรวจสากลใบประกาศจับของตำรวจสากลติดทั่วทุกตรอกซอกซอย เขากลายเป็นหมาข้างถนนทันทีครั้งสุดท้ายที่เจอเขา คือเย็นวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใสฉันกับกู้เยี่ยนเฉินพาเนี่ยนเนี่ยนมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะ กู้เยี่ยนเฉินกำลังป้อนไอติมให้เนี่ยนเนี่ยนอย่างน่าเอ็นดู เด็กน้อยกินจนไอติมเลอะเต็มหน้า ฉันหัวเราะอยู่ข้างๆ แล้วจัดปกเสื้อให้เธอจี้เฉินยวนยืนอยู่ใต้ต้นเมเปิลที่อยู่ไม่ไกล สูทยับยู่ยี่ ผมก็ไม่ได้จัดให้เข้าทรงมานานแล้ว ใบหน้ามีหนวดเครา ดูโทรมเป็นอย่างมากเขามองพวกเรา แววตาหลากหลายอารมณ์ เหมือนสีในจานสีที่หกรวมกัน มีทั้งความเจ็บใจ เสียใจ แล้วก็มีความโล่งใจที่ฉันไม่อาจเข้าใจได้เขาไม่ได้เดินเข้ามา ไม่ได้พูด ทำเพียงแค่ยืนนิ่งๆ อยู่นานมาก จากนั้นหันหลังเดิ
ตอนได้ยินข่าวที่จี้เฉินยวนได้ประกันตัวออกมาแล้ว ฉันกำลังขยับโบว์ติดผมของเนี่ยนเนี่ยนให้ตรงทันใดนั้นกระจกหน้าต่างโดนของแข็งกระแทกจนแตก เศษกระจกร่วงลงมาที่ขอบหน้าต่างกู้เยี่ยนเฉินรวบตัวฉันเข้าไปกอดทันที เสียงร้องไห้ของเนี่ยนเนี่ยนปะปนกับเสียงสัญญาณเตือนภัย“เขาบ้าไปแล้ว” เสียงกู้เยี่ยนเฉินมีความตึงเครียด เขาจับข้อมือฉันเอาไว้แน่น “ฉันติดต่อเครื่องบินส่วนตัวแล้ว เราไปคืนนี้เลย”ฉันส่ายหน้าไปมา ใช้ปลายนิ้วลูบรอยคล้ำใต้ตาเขา “ช่วงนี้ราคาหุ้นของกู้ซื่อร่วงลงอย่างหนัก นายไม่ได้นอนมาสามวันแล้ว”จู่ๆ เขาหัวเราะเบาๆ ลมหายใจอุ่นผ่านใบหูฉันไปอย่างแผ่วเบา “ดังนั้นยิ่งต้องพาพวกเธอไปที่ที่ปลอดภัย”เสียงปืนทำลายบรรยากาศยามเย็นจี้เฉินยวนกลิ้งออกมาจากเงาไม้ สูทเปื้อนไปด้วยโคลนเขากำพวงกุญแจสีซีดอยู่ในมือ ตรงขอบโลหะยังมีคำว่า “ซ่งจืออวี่” ที่ฉันสลักไว้แบบบูดๆ เบี้ยวๆ ในตอนนั้น“จืออวี่ เธอดูสิ!” เขาใช้เข่าคลานเข้ามาใกล้ พวงกุญแจกระทบกับฝ่ามือเขาจนเกิดเสียงเบาๆ“ฉันหาช่างทั่วสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อซ่อมแซมมัน ก็เหมือนกับซ่อมแซมความ...”“ซ่อมแซมเหรอ?” ฉันถอยไปชนกับหน้าอกของกู้เยี่ยนเฉิน ความอบอุ่
จี้เฉินยวนเห็นว่าการใช้กำลังไม่ได้ผล จึงใช้อิทธิพลของมาเฟีย พยายามทำลายหน้าที่การงานของฉันวันนั้นจู่ๆ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเรียกฉันไปที่ห้องทำงาน พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่ามีคนรายงานว่าฉันบกพร่องต่อหน้าที่ ต้องการให้ไล่ฉันออกฉันรู้ว่านี่ต้องเป็นฝีมือของจี้เฉินยวนแน่ๆตอนฉันไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร กู้เยี่ยนเฉินก็ปรากฏตัวเขายืนด้านหน้าฉัน พูดกับผู้อำนวยการอย่างสุภาพ “ฉันเป็นคนรับรองการทำงานของเชี่ยนเชี่ยน ฉันรับรองความสามารถทางวิชาชีพและมาตรฐานการทำงานของเธอได้ ถ้าโรงพยาบาลจะไล่เธอออก ฉันจะใช้กำลังทั้งหมดสืบหาความจริง เพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้เธอ”กู้เยี่ยนเฉินเป็นคนรับรองให้ ผู้อำนวยการก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม จึงระงับเรื่องนี้ไว้ชั่วคราวต่อมาฉันเพิ่งรู้ว่านอกจากกู้เยี่ยนเฉินเป็นคนรับรองให้ฉันแล้ว ยังแอบใช้กำลังของตระกูล ขัดขวางพรรคพวกของจี้เฉินยวนที่แทรกซึมอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์เขากอดฉันอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงอ่อนโยนและหนักแน่น “มีฉันอยู่ ไม่มีใครทำร้ายเธอกับเนี่ยนเนี่ยนได้”แต่จี้เฉินยวนไม่ยอมตัดใจ อาศัยจังหวะช่วงที่ฉันทำงาน ให้ลูกน้องปลอมตัวเป็นพนักงานส่งพัสดุ เพื่อฉวยโอกาสเข้า
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ฉันได้ทำความรู้จักกับกู้เยี่ยนเฉินมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันมีอยู่ครั้งหนึ่งตอนคุยกัน ฉันลองถามเรื่องครอบครัวเขาเล่นๆ เขาเงียบแป๊บหนึ่ง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม“จริงๆ ครอบครัวฉันก็แค่ครอบครัวธรรมดาทั่วไปในสวิตเซอร์แลนด์”แต่ความดูดีมีชาติตระกูลที่เผยออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้ฉันแอบรู้สึกว่าไม่ใช่แบบนั้นต่อมามีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันบังเอิญได้รู้จากปากเพื่อนร่วมงาน เขาเป็นถึงทายาทเพียงคนเดียวของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์!ฉันช็อกมาก ถึงกับไปหาเขาเพื่อยืนยันความจริง เขาเกาหัวแกรกๆ พูดอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย“ฉันไม่อยากพึ่งพาตระกูล แค่อยากเป็นหมออย่างที่ตัวเองชอบ”ช่วงที่ทำความรู้จักกัน เหมือนเขาสังเกตเห็นความเจ็บปวดในอดีตที่ฉันจงใจซ่อนไว้ แต่เขาไม่เคยถามเลยตอนฉันทำโอที เขาแอบส่งอาหารที่ปรุงสดใหม่มาให้ ตอนเนี่ยนเนี่ยนป่วย เขาติดต่อผู้เชี่ยวชาญตลอดทั้งคืนได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษจากเขา หัวใจที่ด้านชาของฉัน เริ่มมีความรู้สึกอีกครั้งคืนนั้นฝนตกทั้งคืน ลมพายุมาพร้อมกับเม็ดฝนขนาดใหญ่ สาดลงบนหน้าต่างอย่างบ้าคลั่งฉันเพิ่งกลับมาถึงบ้านหลังจากพาเนี่ยนเนี่ยนไปตรว