Share

บทที่ 3

Author: จือหนานอี
แก้มของฉันแสบร้อนระบมไปหมด

ในชาติก่อน หลังฉันแต่งงานกับกู้เซิน เซี่ยโม่ก็กรีดข้อมือฆ่าตัวตายในคืนวันแต่งงานนั้นเอง ตอนนั้นกู้เซินหาเลือดกรุ๊ปที่เข้ากันให้เธอไม่ได้ จึงทำได้เพียงมองดูเซี่ยโม่จากไปต่อหน้าต่อตา

เพราะเรื่องนี้ กู้เซินจึงเกลียดฉัน แม้กระทั่งก่อนที่เขาจะตาย เขายังปรารถนาว่าขออย่าได้เจอฉันอีกเลย

แต่ในตอนนี้ฉันกับกู้เซินยังไม่ได้แต่งงานกันเลย ทำไมเซี่ยโม่ถึงชิงฆ่าตัวตายก่อนเวลาล่ะ?

แต่ก็ดีเหมือนกัน เดิมทีฉันก็ตั้งใจจะชดเชยสิ่งที่กู้เซินเสียใจอยู่แล้ว ในเมื่อโอกาสมาถึงที่ก็เอาเลย

ฉันมองกู้เซินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบ "กรุ๊ปเลือดของฉันกับเซี่ยโม่เข้ากันได้ พี่คงอยากให้ฉันไปบริจาคเลือดให้เธอใช่ไหมคะ?"

กู้เซินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเข้ม “ในเมื่อเรื่องนี้เธอเป็นคนก่อ การที่เธอช่วยด้วยการบริจาคเลือด ก็ถือว่าเป็นการชดใช้ความผิด แล้วเธอยังจะรู้สึกน้อยใจหรือคิดว่าตัวเองโดนเอาเปรียบอีกเหรอ?”

ฉันยิ้มบางๆ ไม่พูดอะไร

กู้เซินพาฉันไปที่บ้านของเซี่ยโม่

เซี่ยโม่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าเล็กๆ ของเธอดูซีดเผือด ไร้สีเลือด และอ่อนเพลียถึงขีดสุด

กู้เซินผลักฉันไปหาหมอ หมอคนนั้นไม่ได้ลังเลเลยสักนิด เขาแทงเข็มลงบนแขนของฉันทันที

ไม่นานเครื่องก็แสดงผล หมอประกาศด้วยความดีใจ "เข้ากันได้!"

"เพียงแต่คุณเซี่ยโม่เสียเลือดมากเกินไป อาจจะต้องให้คุณแอนนี่บริจาคเลือดในปริมาณมหาศาล หลังจากบริจาคเลือด ร่างกายคุณแอนนี่อาจจะอ่อนแอจนรับไม่ไหว และอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้นะครับ"

ฉันมองไปที่กู้เซิน แต่กลับเห็นว่าดวงตาของเขามีเพียงเซี่ยโม่เท่านั้น ฉันจึงยิ้มอย่างขมขื่น "ไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่ช่วยคุณเซี่ยโม่ได้ก็พอ"

กู้เซินหันกลับมามองฉันพร้อมกับขมวดคิ้ว

ไม่นานเขาก็หันหน้าหนี "ถือเสียว่าพี่ติดค้างหนี้บุญคุณเธอครั้งหนึ่ง"

เข็มถูกแทงเข้าที่แขนของฉันอีกครั้ง ฉันมองดูเลือดของตัวเองที่ถูกสูบออกไปอย่างต่อเนื่อง

จู่ๆ ฉันก็นึกถึงเรื่องในอดีต

ในตอนนั้นพ่อแม่ของฉันเพิ่งจากไป พวกลูกคนรวยคนอื่นๆ ในโรงเรียนต่างหาโอกาสรังแกฉัน มีเพียงกู้เซินที่ยอมยื่นมือเข้ามาปกป้อง

ในตอนนั้นเขาจะกอดฉันไว้แล้วบอกว่า "มีพี่อยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะปกป้องเธอตลอดไป"

กู้เซินพูดจริงทำจริง ต่อให้เขาจะเกลียดฉัน แต่เขาก็ยังปกป้องฉันสุดชีวิต

กู้เซินที่เป็นแบบนี้ ฉันจะห้ามใจไม่ให้รักเขาได้อย่างไร

แต่ฉันก็รู้ดีว่าครั้งนี้ ฉันรักเขาไม่ได้ ฉันต้องตัดวาสนาระหว่างเราให้ขาดด้วยมือตัวเอง

เลือดถูกสูบออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ จนฉันหมดสติไปในที่สุด

ท่ามกลางสติที่พร่าเลือน ฉันนึกถึงคำพูดนั้นของกู้เซิน "แอนนี่ ถ้าพี่ไม่เคยเจอเธอเลยคงจะดีกว่านี้"

น้ำตาไหลออกจากหางตาของฉัน

พี่กู้เซิน ฉันสัญญา

ครั้งนี้ ฉันจะคืนอิสระให้พี่เอง

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดวงอาทิตย์ก็ลอยสูงแล้ว ฉันนอนอยู่บนเตียงคนไข้

ความอ่อนเพลียอย่างรุนแรงทำให้ฉันไม่สามารถลุกขึ้นได้

แต่ตอนนี้สิบเอ็ดโมงแล้ว ฉันควรจะต้องไปแล้ว

มีเสียงพยาบาลซุบซิบกันดังมาจากนอกห้อง "พวกเธอไปที่โบสถ์กันมาหรือยัง? ได้ยินว่าศักดิ์สิทธิ์จริงๆ นะ"

"ไปมาแล้ว เมื่อก่อนพ่อกับแม่ฉันก็เคยไป จนถึงตอนนี้ท่านยังรักกันดีอยู่เลย ฉันว่ามันได้ผลจริงๆ นะ"

เมื่อได้ยินพวกเธอพูด ฉันก็ได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น

เพราะสุดท้ายก็ไม่ได้ไปอยู่ดี

กู้เซินยกมื้อเที่ยงมาให้ฉัน ล้วนแต่เป็นของที่ฉันชอบ

ไม่นึกเลยว่าเขาจะยังจำได้

กู้เซินยืนมองฉันอยู่ที่ข้างเตียงนานสองนาน ด้วยสีหน้าไม่เคร่งเครียดเท่าเมื่อวาน "ยังมีตรงไหนที่ไม่สบายอยู่อีกไหม?"

ฉันส่ายหน้า

"เซี่ยโม่พ้นขีดอันตรายแล้ว ขอบใจเธอมาก"

ฉันพยักหน้า

กู้เซินมองฉัน เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดว่า "เมื่อวานพี่ทำไม่ถูกเองที่พูดแรงไปหน่อย แต่หลังจากนี้เธออย่าได้คิดแผนร้ายอะไรกับเซี่ยโม่เลยนะ เซี่ยโม่ไม่ได้ทำอะไรผิด"

คำพูดของกู้เซินทำให้หัวใจของฉันรู้สึกจุกขึ้นมา

ฉันพยักหน้า "ค่ะ"

กู้เซินถอนหายใจ "เมื่อคืนไม่ได้ไปอธิษฐานเป็นเพื่อนเธอ หลังจากแต่งงานไป พี่จะชดเชยให้แล้วกัน เธอชอบลอนดอนไม่ใช่เหรอ งั้นเราไปฮันนีมูนที่ลอนดอนก็แล้วกัน"

ฉันส่ายหน้า "ไม่ต้องหรอกค่ะ"

"การตัดสินใจนี้ฉันเป็นคนเลือกเอง พี่ไม่จำเป็นต้องมาชดเชยแบบนี้"

กู้เซินหันหลังกลับ พูดเสียงแข็งเล็กน้อย "พี่ให้ผู้ช่วยไปจัดการแล้ว รอให้เธอพักฟื้นอีกสักพัก เราค่อยไปกัน"

ฉันก้มหน้าก้มตายิ้มอย่างขมขื่นโดยไม่พูดอะไร

ฉันเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นจากกระสุนปืนบนแขนของกู้เซิน

อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบมันเบาๆ "เมื่อก่อนพี่เจ็บหนักขนาดนี้เพื่อช่วยฉัน พี่เคยเสียใจภายหลังบ้างไหมคะ?"

กู้เซินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "อย่าคิดไปไกลเลย ถ้าเป็นคนอื่นพี่ก็ช่วยเหมือนกัน"

ฉันพยักหน้า ในใจขมขื่นยิ่งกว่าเดิม

ฉันถามต่อ "แล้วตอนที่ฉันไข้สูงไม่ยอมลด พี่ยังจะอธิษฐานให้ฉันด้วยหรือเปล่า?"

กู้เซินตอบอย่างรวดเร็ว "ก็คงทำ"

ฉันนิ่งไป แล้วพยักหน้า

ที่แท้เมื่อก่อนฉันคิดไปเองจริง ๆ

ฉันฝืนยิ้มออกมา "พี่กู้เซิน ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันนะคะ"

"ฉันเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก เลยอยากจะมีครอบครัวเป็นของตัวเองมาก ฉันรู้ตัวแล้วว่าความเอาแต่ใจของฉันมันทำให้พี่ลำบากใจ หวังว่าพี่จะไม่โกรธนะคะ ฉันขอโทษ"

ตั้งแต่นี้ต่อไป มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

กู้เซินจะได้ใช้ชีวิตคู่กับเซี่ยโม่ ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานกับฉันถึงห้าปี และไม่ต้องมาตายตอนอายุยี่สิบหกเพียงเพราะช่วยฉัน

ครั้งนี้ ฉันจะเป็นคนดูแลให้เขาปลอดภัยเอง

กู้เซินได้ยินแบบนั้นก็ดูสับสนเล็กน้อย ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง หมอก็เดินเข้ามาบอกว่า "คุณกู้เซินครับ คุณเซี่ยโม่ฟื้นแล้ว และอยากพบคุณครับ"

พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของกู้เซินก็ดูมีความหวังขึ้นมาทันที เขาเตรียมจะก้าวเดินไปหาเธอ

พอนึกขึ้นได้ว่าฉันยังอยู่ที่นี่ เขาก็หยุดตรงประตูแล้วพูดว่า "รอพี่นะ"

ฉันเรียกเขาไว้ "พี่กู้เซินคะ"

กู้เซินหันกลับมา

ฉันยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่สดใสและเจิดจ้าที่สุด "ขอให้พี่มีชีวิตที่สงบสุขตลอดไป คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนานะคะ"

กู้เซินไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ฉันถึงพูดแบบนั้น เขาขมวดคิ้วดุ "พี่แค่ไปดูเซี่ยโม่แป๊บเดียว ไม่ได้ทิ้งเธอเสียหน่อย เชื่อฟังหมอนะ แล้วเดี๋ยวพี่จะกลับมาหา"

พูดจบเขาก็จากไป

หลังจากเขาไปได้ไม่นาน ฉันก็พยายามตะเกียกตะกายลุกออกจากเตียง

คุณหมอเห็นเข้าจึงรีบเข้ามาขัดขวาง

ฉันยิ้มให้ "ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะดูแลตัวเองอย่างดี รบกวนคุณหมอช่วยฝากบอกคุณกู้เซินด้วยนะคะว่าฉันไปลอนดอนแล้ว ขอให้เขาโชคดีกับทุกเรื่องค่ะ"

หลังจากกู้เซินไปเยี่ยมเซี่ยโม่เสร็จ เขาก็รีบกลับมาที่ห้องผู้ป่วยของฉัน แต่กลับไม่เห็นฉันอยู่ในห้องนั้นแล้ว

เขาคว้าแขนพยาบาลไว้ "คุณแอนนี่ล่ะ? ร่างกายเธออ่อนแอขนาดนั้น เธอหายไปไหน?"

พยาบาลส่ายหัว ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไม

ลูกน้องคนหนึ่งรีบวิ่งหน้าตาตื่นมาหากู้เซิน "บอสครับ แย่แล้ว! เมื่อกี้มีเหตุยิงกันตรงหัวมุมถนน ได้ยินว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่รูปร่างหน้าตาคล้ายคุณแอนนี่ ถูกยิงเสียชีวิตแล้วครับ!"
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 7

    ตั้งแต่นั้นมา กู้เซินก็ไม่ได้มาหาฉันอีกเลย เพียงแต่ที่หน้าประตูร้านของฉันมักจะมีอาหารที่ฉันเคยชอบปรากฏอยู่บ่อยๆกู้เซินดูเหมือนอยากจะใช้วิธีนี้เพื่อชดเชยให้กับฉัน ไม่ว่าจะเป็นขนมที่ฉันชอบหรือผลไม้ที่ฉันชอบฉันไม่เคยคิดเลยว่า ที่แท้กู้เซินจะจำทุกอย่างได้ทั้งหมดวันนี้ มีพวกแก๊งมาเฟียยิงกันแถวๆ นี้ ฉันจึงรีบพาเด็กในละแวกนั้นสองสามคนไปหลบภัยที่ซ่อนนั้นเล็กมาก หลังจากที่เด็กๆ เข้าไปแล้ว ฉันก็ไม่มีที่หลบอีก ฉันทำได้เพียงวิ่งหลบซ่อนอยู่คนเดียว จู่ๆ กระสุนลูกหลงนัดหนึ่งก็พุ่งตรงมาที่ฉัน ฉันหลับตาลง คิดว่าวันนี้คงต้องตายที่นี่แน่ๆแต่ไม่คิดเลยว่า วินาทีต่อมา จะมีแรงหนึ่งผลักฉันออกไป เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็เห็นเพียงกู้เซินที่ยืนรับเคราะห์แทนอยู่ตรงหน้าฉันกู้เซินที่ปกป้องฉันมาตั้งแต่เด็ก ได้ใช้ชีวิตของเขาเพื่อรับกระสุนแทนฉันอีกครั้งกระสุนทะลุหน้าท้องของเขา เลือดไหลออกมานอง ฉันกอดเขาไว้แน่น น้ำตาไหลออกมาไม่ยอมหยุดเขากลับเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ฉัน แล้วพูดช้าๆ ว่า "เกือบไปแล้ว พี่เกือบคิดว่าจะต้องเสียเธอไปแล้วจริงๆ"ฉันร้องไห้จนสะอึกสะอื้นพูดไม่ออก“มันคุ้มเหรอคะ? พี่เอาช

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 6

    หลังจากที่ฉันจากมา ฉันไม่ได้ย้ายไปอยู่ที่ลอนดอนทันที แต่กลับเลือกทางสายกลางด้วยการกลับมายังบ้านเกิดที่นี่คือบ้านหลังเก่าของฉัน มันไม่มีความหรูหราแบบเมืองหลวง และไม่ได้มีเอกลักษณ์เหมือนลอนดอน แต่บรรยากาศของชนบทก็ให้ความรู้สึกที่พิเศษไปอีกแบบคนขับรถที่มารับฉันยิ้มแล้วพูดว่า"ดูจากชุดที่ประณีตของคุณหนูแล้ว ไม่น่าใช่คนแถวนี้เลยนะครับ"ฉันยิ้มตอบบางๆ โดยไม่ได้พูดอะไรมากพ่อกับแม่ของฉันต่อสู้ดิ้นรนอยู่ที่นี่มาตลอดทั้งชีวิต การได้กลับมาในตอนนี้จึงทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกฉันใช้เงินเก็บที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้มาเปิดร้านดอกไม้เล็กๆ ที่นี่ และยังแบ่งเงินส่วนหนึ่งบริจาคให้กับคริสตจักรเพื่อให้พวกเขาเปิดโรงเรียนเพื่อให้คนที่ไม่มีเงินเรียนหนังสือในอดีตได้มีการศึกษาและมีความรู้ผิดชอบชั่วดีการศึกษาจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อแข็งแกร่งแล้ว ก็จะไม่ถูกใครรังแกง่าย ๆ อีก กิจการร้านดอกไม้ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่ก็ยุ่งวุ่นวาย วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า รู้ตัวอีกทีฉันก็มาอยู่ที่นี่ได้ครบหนึ่งปีแล้วช่วงนี้ประจวบเหมาะกับฤดูฝนพอดี ฉันยกกระถางดอกไม้ที่วางอยู่ด้านนอกเข้ามาข้างใน เพื่อ

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 5

    พอกู้เซินได้ได้ยินแบบนั้น เดิมทีในใจเขาก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ในวินาทีนี้เขากลับเกิดความรู้สึกอยากต่อต้านขึ้นมา“เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะแอนนี่ไปฟ้องพวกพ่อแม่ก่อน ให้พวกพ่อแม่ออกโรงแทนเธอจนบีบให้เซี่ยโม่ต้องฆ่าตัวตาย ถ้าเธอไม่ทำแบบนั้น เซี่ยโม่ก็คงไม่ต้องฆ่าตัวตาย และเธอก็ไม่ต้องบริจาคเลือดให้เซี่ยโม่ สรุปแล้ว ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแอนนี่”“อีกอย่าง ผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ พวกพ่อแม่เข้มงวดกับผมมากมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่คนที่ผมชอบก็ยังไม่ยอมให้เข้าบ้าน หรือแม้แต่เรื่องแต่งงานก็ยังจะมาบงการ ผมล่ะเบื่อชีวิตแบบนี้เต็มทีแล้ว!”หลังจากกู้เซินพูดจบ คุณพ่อกับคุณแม่ก็อึ้งไปครู่หนึ่งแม่ถามขึ้นว่า “เซินเซิน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกไม่เคยหวั่นไหวกับแอนนี่เลยแม้แต่นิดเลยเหรอ?”“ลูกยอมสละชีวิตเพื่อช่วยนีนี่ตั้งหลายครั้ง แบบนี้ยังไม่เรียกว่ารักอีกเหรอ?”สีหน้าของกู้เซินหม่นลง เขาไม่ได้พูดอะไรเขารักเธอ รักจนร่างกายมีปฏิกิริยาตอบโต้เร็วกว่าปากของเขาเสียอีกเพียงแต่เขาไม่อยากยอมอ่อนข้อให้ความต้องการของพ่อแม่ เขาอยากเป็นคนลิขิตชีวิตของตัวเองความรู้สึกต่อต้านเช่นนั้นค่อย ๆ ครอบงำจนทำให้เขา

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 4

    กู้เซินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงสติกลับมาได้ สีหน้าของเขาค่อย ๆ หม่นลง “คงเป็นแค่ใครบางคนที่หน้าตาคล้ายแอนนี่เท่านั้นแหละ เรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว เธอจะไปทำตัวไม่ระวังแบบนั้นได้อย่างไร”พูดยังไม่ทันจบ คุณหมอก็เดินเข้ามา “คุณกู้เซินครับ เมื่อกี้คุณแอนนี่จากไปแล้วครับ เธอฝากผมมาบอกคุณว่า เธอจะไปลอนดอนแล้ว และขอให้คุณโชคดีในทุกๆ เรื่อง”คำพูดของคุณหมอนั้นราบเรียบมาก แต่กลับทำให้กู้เซินเสียขวัญไปเขาถึงกับเกือบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่ ชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมเยือกเย็นเสมอมา กลับแสดงท่าทีเสียกิริยาต่อหน้าคนนอกเป็นครั้งแรกที่แท้คำพูดของแอนนี่ที่ว่า “ขอให้พี่มีชีวิตที่สงบสุขตลอดไป คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา” นั้นคือการบอกลาเขานั่นเองขอบตาของกู้เซินเริ่มแดงก่ำ เมื่อเขาก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้“เป็นไปได้ยังไง?”เขาไม่เชื่อ ไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียวความปรารถนาของแอนนี่คือการได้แต่งงานกับเขา ในเมื่อตอนนี้กำลังจะได้แต่งงานกันแล้วจริงๆ เธอจะตัดใจทิ้งเขาไปได้อย่างไรลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “พวกเราเห็นคุณแอนนี่มุ่งหน้าไปทางทิศที่เกิดเหตุจร

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 3

    แก้มของฉันแสบร้อนระบมไปหมด ในชาติก่อน หลังฉันแต่งงานกับกู้เซิน เซี่ยโม่ก็กรีดข้อมือฆ่าตัวตายในคืนวันแต่งงานนั้นเอง ตอนนั้นกู้เซินหาเลือดกรุ๊ปที่เข้ากันให้เธอไม่ได้ จึงทำได้เพียงมองดูเซี่ยโม่จากไปต่อหน้าต่อตาเพราะเรื่องนี้ กู้เซินจึงเกลียดฉัน แม้กระทั่งก่อนที่เขาจะตาย เขายังปรารถนาว่าขออย่าได้เจอฉันอีกเลยแต่ในตอนนี้ฉันกับกู้เซินยังไม่ได้แต่งงานกันเลย ทำไมเซี่ยโม่ถึงชิงฆ่าตัวตายก่อนเวลาล่ะ?แต่ก็ดีเหมือนกัน เดิมทีฉันก็ตั้งใจจะชดเชยสิ่งที่กู้เซินเสียใจอยู่แล้ว ในเมื่อโอกาสมาถึงที่ก็เอาเลยฉันมองกู้เซินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบ "กรุ๊ปเลือดของฉันกับเซี่ยโม่เข้ากันได้ พี่คงอยากให้ฉันไปบริจาคเลือดให้เธอใช่ไหมคะ?"กู้เซินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเข้ม “ในเมื่อเรื่องนี้เธอเป็นคนก่อ การที่เธอช่วยด้วยการบริจาคเลือด ก็ถือว่าเป็นการชดใช้ความผิด แล้วเธอยังจะรู้สึกน้อยใจหรือคิดว่าตัวเองโดนเอาเปรียบอีกเหรอ?” ฉันยิ้มบางๆ ไม่พูดอะไรกู้เซินพาฉันไปที่บ้านของเซี่ยโม่เซี่ยโม่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าเล็กๆ ของเธอดูซีดเผือด ไร้สีเลือด และอ่อนเพลียถึงขีดสุดกู้เซินผลักฉันไปหาหมอ หมอคนนั้นไม่ได้ลัง

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 2

    ระหว่างที่รถขับไปได้ครึ่งทาง โทรศัพท์ของกู้เซินก็ดังขึ้นไม่หยุดเป็นเซี่ยโม่นั่นเอง น้ำเสียงของเธอในโทรศัพท์ดูอ่อนแรงมาก "กู้เซิน... ฉันปวดท้อง..."เซี่ยโม่ยังพูดไม่ทันจบ กู้เซินก็สั่งให้คนขับรถหยุดรถทันที ก่อนจะหันมาบอกฉันว่า "เซี่ยโม่ป่วย ตอนนี้เซี่ยโม่ต้องการพี่มาก พี่ต้องไปดูหน่อย""ไม่ต้องห่วงนะ ตอนเย็นพี่จะพาไปที่โบสถ์ตรงเวลา"ฉันหลุบตาลงแล้วพยักหน้ากู้เซินคงไม่คิดว่าฉันจะมีท่าทีแบบนี้ เขาจึงถามว่า "เมื่อก่อนเธอเกลียดที่สุดไม่ใช่เหรอที่พี่ทิ้งเธอไว้กลางทางแบบนี้เพื่อไปหาเซี่ยโม่?"ฉันยิ้มบางๆ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก กู้เซินก็พูดขึ้นอีกว่า "พี่ไม่สนว่าเธอกำลังเล่นลูกไม้อะไร แต่ในเมื่อเราตกลงจะแต่งงานกันแล้ว เซี่ยโม่ก็ไม่มีทางเป็นคนที่เธอต้องกลัวตลอดไป เธออย่าได้คิดแผนชั่วร้ายอะไรเชียว"พูดจบกู้เซินก็ให้ฉันลงจากรถฉันยืนอยู่ที่เดิม มองรถที่ลับสายตาไป ในใจมีเพียงความขมขื่นที่ไร้สิ้นสุดความจริงแล้ว ฉันไม่เคยคิดจะทำเรื่องไม่ดีกับเซี่ยโม่เลยสักครั้งที่เขามีภาพจำแบบนี้กับฉัน ก็เป็นเพราะเมื่อก่อนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันบังเอิญไปเห็นเซี่ยโม่กำลังจูบกับหัวหน้าแก๊งมาเฟียกลุ่มอื่นตรงบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status