Share

บทที่ 2

Author: จือหนานอี
ระหว่างที่รถขับไปได้ครึ่งทาง โทรศัพท์ของกู้เซินก็ดังขึ้นไม่หยุด

เป็นเซี่ยโม่นั่นเอง น้ำเสียงของเธอในโทรศัพท์ดูอ่อนแรงมาก "กู้เซิน... ฉันปวดท้อง..."

เซี่ยโม่ยังพูดไม่ทันจบ กู้เซินก็สั่งให้คนขับรถหยุดรถทันที ก่อนจะหันมาบอกฉันว่า "เซี่ยโม่ป่วย ตอนนี้เซี่ยโม่ต้องการพี่มาก พี่ต้องไปดูหน่อย"

"ไม่ต้องห่วงนะ ตอนเย็นพี่จะพาไปที่โบสถ์ตรงเวลา"

ฉันหลุบตาลงแล้วพยักหน้า

กู้เซินคงไม่คิดว่าฉันจะมีท่าทีแบบนี้ เขาจึงถามว่า "เมื่อก่อนเธอเกลียดที่สุดไม่ใช่เหรอที่พี่ทิ้งเธอไว้กลางทางแบบนี้เพื่อไปหาเซี่ยโม่?"

ฉันยิ้มบางๆ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก กู้เซินก็พูดขึ้นอีกว่า "พี่ไม่สนว่าเธอกำลังเล่นลูกไม้อะไร แต่ในเมื่อเราตกลงจะแต่งงานกันแล้ว เซี่ยโม่ก็ไม่มีทางเป็นคนที่เธอต้องกลัวตลอดไป เธออย่าได้คิดแผนชั่วร้ายอะไรเชียว"

พูดจบกู้เซินก็ให้ฉันลงจากรถ

ฉันยืนอยู่ที่เดิม มองรถที่ลับสายตาไป ในใจมีเพียงความขมขื่นที่ไร้สิ้นสุด

ความจริงแล้ว ฉันไม่เคยคิดจะทำเรื่องไม่ดีกับเซี่ยโม่เลยสักครั้ง

ที่เขามีภาพจำแบบนี้กับฉัน ก็เป็นเพราะเมื่อก่อนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันบังเอิญไปเห็นเซี่ยโม่กำลังจูบกับหัวหน้าแก๊งมาเฟียกลุ่มอื่นตรงบันไดอย่างไม่แคร์สายตาใคร

พอเห็นแบบนั้นฉันก็เลยไปบอกกู้เซิน แถมยังเคยขัดขวางไม่ให้เขาคบกับเซี่ยโม่ด้วย

แต่กู้เซินไม่เชื่อคำพูดของฉันเลย แถมยังคิดว่าฉันใส่ร้ายเซี่ยโม่อีก

หลังจากที่เซี่ยโม่ตาย เขาก็จมดิ่งอยู่กับความทุกข์ตลอดทั้งวัน

หากเรื่องนี้เกิดขึ้นในตอนนี้ ฉันคิดว่าฉันจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น แล้วปล่อยให้เขาอยู่กับเซี่ยโม่ไปเสีย ยังดีกว่าที่เขาต้องมาเจ็บปวดขนาดนี้

หลังจากลงจากรถ ฉันก็ไปที่สถานทูตเพื่อทำวีซ่าด้วยตัวเอง

เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ อาหารก็ถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว พอฉันเดินเข้าไปดูก็พบว่าเป็นของโปรดของฉันทั้งนั้น

แม่ของกู้เซินเห็นฉันก็เรียก "แอนนี่กลับมาแล้วเหรอลูก มาสิ มาทานข้าวกัน"

พ่อของกู้เซินเดินลงมา เมื่อเห็นว่าไม่มีกู้เซินตามหลังฉันมาด้วยก็แค่นเสียงขึ้น "ไอ้ลูกชายตัวแสบนี่ ไม่รู้หายหัวไปไหนอีก คนกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาแท้ๆ ยังทำตัวไม่รู้จักโต"

ความห่วงใยของพวกเขาทำให้ในอกของฉันรู้สึกจุก

หลังจากที่พ่อแม่ของฉันเสียชีวิตลง ฉันก็เหลือตัวคนเดียว เป็นพ่อแม่ของกู้เซินที่คอยดูแลและให้ความเมตตา มอบความรักความห่วงใยประหนึ่งเป็นพ่อแม่แท้ๆ ของฉัน

เมื่อก่อนฉันกตัญญูมาก พวกท่านว่าอย่างไรฉันก็ว่าตามนั้น แต่ครั้งนี้ฉันกลับอยากจะขัดใจดูสักครั้ง

"คุณพ่อคะ หนูไม่อยากแต่งงานกับพี่กู้เซินแล้วค่ะ"

“พรุ่งนี้หนูจะไปลอนดอน หนูทำวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ต่อไปคงไม่ได้อยู่ดูแลพวกพ่อแม่ หวังว่าพวกพ่อแม่จะดูแลสุขภาพดี ๆ นะคะ”

แม่ของกู้เซินนิ่งไป "ลูกคนนี้ พูดจาเหลวไหลอะไรกัน? พ่อกับแม่เห็นหนูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ที่นี่ก็คือบ้านของหนูนะ แล้วหนูจะไปอยู่ที่ไหน?"

"กู้เซินรังแกหนูอีกใช่ไหม? บอกแม่มานะ เดี๋ยวแม่จะจัดการให้เอง"

"แอนนี่ลูก เชื่อพวกเราเถอะ แม่รู้ใจลูกชายแม่ดี กู้เซินเขาต้องรักหนูแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาไม่ช่วยชีวิตหนูซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรอก อีกอย่าง ทุกๆ วันเกิดของหนู เขาก็ใส่ใจเป็นพิเศษ ทั้งจัดเตรียมสถานที่และเซอร์ไพรส์ให้หนูตลอด อดทนรออีกนิดนะลูก พอแต่งงานกันแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"

เมื่อก่อน พวกท่านก็พูดกับฉันแบบนี้ และเชื่อแบบนี้จริงๆ

แต่สุดท้าย ผลลัพธ์กลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย

ฉันยื่นมือไปกอดแม่แล้วปลอบว่า "คุณแม่คะ ช่างมันเถอะค่ะ หนูอยากเคารพการตัดสินใจของพี่กู้เซิน คนที่เขาชอบไม่ใช่หนู ถ้าฝืนแต่งงานกันไป เราทั้งคู่ก็คงไม่มีความสุข"

"อีกอย่าง เมื่อวานหนูไปหาหมอดูไพ่ทาโรต์มาค่ะ เขาบอกหนูว่าถ้าเราฝืนแต่งงานกัน มันจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่พังพินาศกันทั้งสองฝ่าย และหลังจากนั้น พี่กู้เซินอาจจะต้องตายตอนอายุยี่สิบหกเพียงเพราะช่วยชีวิตหนู"

พอพูดถึงตรงนี้ หัวใจของฉันก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด

แม่ของกู้เซินอึ้งไป "นี่ นี่หมอดูต้องพูดมั่วแน่ๆ เรื่องแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นกับพวกลูกหรอก"

ฉันยิ้ม "ไพ่ทาโรต์แค่เตือนว่าเราไม่ควรฝืนอยู่ด้วยกัน บางทีนี่อาจจะเป็นคำชี้แนะจากพระเจ้า เพื่อให้เราทั้งคู่ได้หลุดพ้นและมีความสุขก็ได้นะคะ"

"แล้วพี่กู้เซินเขาก็มีความคิดเป็นของตัวเอง เรื่องใหญ่อย่างการแต่งงาน ควรให้เขาเป็นคนตัดสินใจเองจะดีกว่าค่ะ"

พูดจบ ฉันก็หยิบวีซ่าออกมา "คุณแม่คะ หนูขอโทษที่ไม่อาจทดแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูหนูมาได้ในตอนนี้ แต่หนูมีที่ที่อยากไปจริงๆ หวังว่าคุณแม่จะเห็นใจและยินยอมให้นะคะ บุญคุณที่พวกท่านเลี้ยงดูมา หนูจะหาทางตอบแทนอย่างสุดกำลังในภายภาคหน้าแน่นอนค่ะ"

พ่อของกู้เซินนิ่งเงียบไป หลังจากถอนหายใจอยู่หลายครั้ง ในที่สุดเขาก็พยักหน้าตกลง

แม่ของกู้เซินเห็นดังนั้นจึงสั่งให้คนไปเตรียมเงินมาให้ฉันจำนวนหนึ่ง "แม่เคารพการตัดสินใจของหนูนะลูก แต่จำไว้ว่า ถ้าเหนื่อยหรือเจออุปสรรคอะไร ที่นี่คือบ้านของหนูเสมอ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น น้ำตาของฉันก็ไหลพรากอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ ฉันโผเข้ากอดแม่ของกู้เซินแล้วร้องไห้จนพูดไม่ออก

ขอเพียงแค่ฉันกับกู้เซินไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกันอีก โศกนาฏกรรมในอดีตก็คงจะไม่เกิดขึ้นซ้ำสอง

กู้เซินเป็นคนใจดี เขาจะต้องมีอายุยืนยาวแน่นอน

ครั้งนี้ ทุกคนจะต้องมีความสุข

ความเสียใจที่ติดค้างของกู้เซิน ถือว่าฉันได้ชดเชยให้แล้ว

ยังเหลืออีกเรื่องหนึ่ง หวังว่ามันจะราบรื่นแบบนี้เช่นกัน

คืนนั้น ณ โบสถ์

เมื่อมองดูคู่รักหลายคู่ที่กำลังกล่าวคำสาบานรักชั่วนิรันดร์ต่อหน้าพระเจ้า ฉันก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก

"แอนนี่"

เสียงของกู้เซินดังขึ้น ฉันจึงหันไปมอง

แต่ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ได้รับคือฝ่ามือที่ฟาดลงบนใบหน้าอย่างแรง

"แอนนี่! พี่ก็นึกว่าเธอจะกลับตัวเป็นคนดีได้แล้ว ที่ไหนได้ เธอก็แค่เปลี่ยนแผนใหม่ ทำไมเธอต้องไปพูดให้พ่อแม่พี่ฟังว่าเซี่ยโม่ไปทำตัวรุ่มร่ามกับผู้ชายคนอื่นด้วย ตอนนี้เป็นไงล่ะ เซี่ยโม่กรีดข้อมือฆ่าตัวตายไปแล้ว!"
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 7

    ตั้งแต่นั้นมา กู้เซินก็ไม่ได้มาหาฉันอีกเลย เพียงแต่ที่หน้าประตูร้านของฉันมักจะมีอาหารที่ฉันเคยชอบปรากฏอยู่บ่อยๆกู้เซินดูเหมือนอยากจะใช้วิธีนี้เพื่อชดเชยให้กับฉัน ไม่ว่าจะเป็นขนมที่ฉันชอบหรือผลไม้ที่ฉันชอบฉันไม่เคยคิดเลยว่า ที่แท้กู้เซินจะจำทุกอย่างได้ทั้งหมดวันนี้ มีพวกแก๊งมาเฟียยิงกันแถวๆ นี้ ฉันจึงรีบพาเด็กในละแวกนั้นสองสามคนไปหลบภัยที่ซ่อนนั้นเล็กมาก หลังจากที่เด็กๆ เข้าไปแล้ว ฉันก็ไม่มีที่หลบอีก ฉันทำได้เพียงวิ่งหลบซ่อนอยู่คนเดียว จู่ๆ กระสุนลูกหลงนัดหนึ่งก็พุ่งตรงมาที่ฉัน ฉันหลับตาลง คิดว่าวันนี้คงต้องตายที่นี่แน่ๆแต่ไม่คิดเลยว่า วินาทีต่อมา จะมีแรงหนึ่งผลักฉันออกไป เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็เห็นเพียงกู้เซินที่ยืนรับเคราะห์แทนอยู่ตรงหน้าฉันกู้เซินที่ปกป้องฉันมาตั้งแต่เด็ก ได้ใช้ชีวิตของเขาเพื่อรับกระสุนแทนฉันอีกครั้งกระสุนทะลุหน้าท้องของเขา เลือดไหลออกมานอง ฉันกอดเขาไว้แน่น น้ำตาไหลออกมาไม่ยอมหยุดเขากลับเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ฉัน แล้วพูดช้าๆ ว่า "เกือบไปแล้ว พี่เกือบคิดว่าจะต้องเสียเธอไปแล้วจริงๆ"ฉันร้องไห้จนสะอึกสะอื้นพูดไม่ออก“มันคุ้มเหรอคะ? พี่เอาช

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 6

    หลังจากที่ฉันจากมา ฉันไม่ได้ย้ายไปอยู่ที่ลอนดอนทันที แต่กลับเลือกทางสายกลางด้วยการกลับมายังบ้านเกิดที่นี่คือบ้านหลังเก่าของฉัน มันไม่มีความหรูหราแบบเมืองหลวง และไม่ได้มีเอกลักษณ์เหมือนลอนดอน แต่บรรยากาศของชนบทก็ให้ความรู้สึกที่พิเศษไปอีกแบบคนขับรถที่มารับฉันยิ้มแล้วพูดว่า"ดูจากชุดที่ประณีตของคุณหนูแล้ว ไม่น่าใช่คนแถวนี้เลยนะครับ"ฉันยิ้มตอบบางๆ โดยไม่ได้พูดอะไรมากพ่อกับแม่ของฉันต่อสู้ดิ้นรนอยู่ที่นี่มาตลอดทั้งชีวิต การได้กลับมาในตอนนี้จึงทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกฉันใช้เงินเก็บที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้มาเปิดร้านดอกไม้เล็กๆ ที่นี่ และยังแบ่งเงินส่วนหนึ่งบริจาคให้กับคริสตจักรเพื่อให้พวกเขาเปิดโรงเรียนเพื่อให้คนที่ไม่มีเงินเรียนหนังสือในอดีตได้มีการศึกษาและมีความรู้ผิดชอบชั่วดีการศึกษาจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อแข็งแกร่งแล้ว ก็จะไม่ถูกใครรังแกง่าย ๆ อีก กิจการร้านดอกไม้ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่ก็ยุ่งวุ่นวาย วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า รู้ตัวอีกทีฉันก็มาอยู่ที่นี่ได้ครบหนึ่งปีแล้วช่วงนี้ประจวบเหมาะกับฤดูฝนพอดี ฉันยกกระถางดอกไม้ที่วางอยู่ด้านนอกเข้ามาข้างใน เพื่อ

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 5

    พอกู้เซินได้ได้ยินแบบนั้น เดิมทีในใจเขาก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ในวินาทีนี้เขากลับเกิดความรู้สึกอยากต่อต้านขึ้นมา“เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะแอนนี่ไปฟ้องพวกพ่อแม่ก่อน ให้พวกพ่อแม่ออกโรงแทนเธอจนบีบให้เซี่ยโม่ต้องฆ่าตัวตาย ถ้าเธอไม่ทำแบบนั้น เซี่ยโม่ก็คงไม่ต้องฆ่าตัวตาย และเธอก็ไม่ต้องบริจาคเลือดให้เซี่ยโม่ สรุปแล้ว ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแอนนี่”“อีกอย่าง ผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ พวกพ่อแม่เข้มงวดกับผมมากมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่คนที่ผมชอบก็ยังไม่ยอมให้เข้าบ้าน หรือแม้แต่เรื่องแต่งงานก็ยังจะมาบงการ ผมล่ะเบื่อชีวิตแบบนี้เต็มทีแล้ว!”หลังจากกู้เซินพูดจบ คุณพ่อกับคุณแม่ก็อึ้งไปครู่หนึ่งแม่ถามขึ้นว่า “เซินเซิน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกไม่เคยหวั่นไหวกับแอนนี่เลยแม้แต่นิดเลยเหรอ?”“ลูกยอมสละชีวิตเพื่อช่วยนีนี่ตั้งหลายครั้ง แบบนี้ยังไม่เรียกว่ารักอีกเหรอ?”สีหน้าของกู้เซินหม่นลง เขาไม่ได้พูดอะไรเขารักเธอ รักจนร่างกายมีปฏิกิริยาตอบโต้เร็วกว่าปากของเขาเสียอีกเพียงแต่เขาไม่อยากยอมอ่อนข้อให้ความต้องการของพ่อแม่ เขาอยากเป็นคนลิขิตชีวิตของตัวเองความรู้สึกต่อต้านเช่นนั้นค่อย ๆ ครอบงำจนทำให้เขา

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 4

    กู้เซินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงสติกลับมาได้ สีหน้าของเขาค่อย ๆ หม่นลง “คงเป็นแค่ใครบางคนที่หน้าตาคล้ายแอนนี่เท่านั้นแหละ เรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว เธอจะไปทำตัวไม่ระวังแบบนั้นได้อย่างไร”พูดยังไม่ทันจบ คุณหมอก็เดินเข้ามา “คุณกู้เซินครับ เมื่อกี้คุณแอนนี่จากไปแล้วครับ เธอฝากผมมาบอกคุณว่า เธอจะไปลอนดอนแล้ว และขอให้คุณโชคดีในทุกๆ เรื่อง”คำพูดของคุณหมอนั้นราบเรียบมาก แต่กลับทำให้กู้เซินเสียขวัญไปเขาถึงกับเกือบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่ ชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมเยือกเย็นเสมอมา กลับแสดงท่าทีเสียกิริยาต่อหน้าคนนอกเป็นครั้งแรกที่แท้คำพูดของแอนนี่ที่ว่า “ขอให้พี่มีชีวิตที่สงบสุขตลอดไป คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา” นั้นคือการบอกลาเขานั่นเองขอบตาของกู้เซินเริ่มแดงก่ำ เมื่อเขาก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้“เป็นไปได้ยังไง?”เขาไม่เชื่อ ไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียวความปรารถนาของแอนนี่คือการได้แต่งงานกับเขา ในเมื่อตอนนี้กำลังจะได้แต่งงานกันแล้วจริงๆ เธอจะตัดใจทิ้งเขาไปได้อย่างไรลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “พวกเราเห็นคุณแอนนี่มุ่งหน้าไปทางทิศที่เกิดเหตุจร

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 3

    แก้มของฉันแสบร้อนระบมไปหมด ในชาติก่อน หลังฉันแต่งงานกับกู้เซิน เซี่ยโม่ก็กรีดข้อมือฆ่าตัวตายในคืนวันแต่งงานนั้นเอง ตอนนั้นกู้เซินหาเลือดกรุ๊ปที่เข้ากันให้เธอไม่ได้ จึงทำได้เพียงมองดูเซี่ยโม่จากไปต่อหน้าต่อตาเพราะเรื่องนี้ กู้เซินจึงเกลียดฉัน แม้กระทั่งก่อนที่เขาจะตาย เขายังปรารถนาว่าขออย่าได้เจอฉันอีกเลยแต่ในตอนนี้ฉันกับกู้เซินยังไม่ได้แต่งงานกันเลย ทำไมเซี่ยโม่ถึงชิงฆ่าตัวตายก่อนเวลาล่ะ?แต่ก็ดีเหมือนกัน เดิมทีฉันก็ตั้งใจจะชดเชยสิ่งที่กู้เซินเสียใจอยู่แล้ว ในเมื่อโอกาสมาถึงที่ก็เอาเลยฉันมองกู้เซินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบ "กรุ๊ปเลือดของฉันกับเซี่ยโม่เข้ากันได้ พี่คงอยากให้ฉันไปบริจาคเลือดให้เธอใช่ไหมคะ?"กู้เซินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเข้ม “ในเมื่อเรื่องนี้เธอเป็นคนก่อ การที่เธอช่วยด้วยการบริจาคเลือด ก็ถือว่าเป็นการชดใช้ความผิด แล้วเธอยังจะรู้สึกน้อยใจหรือคิดว่าตัวเองโดนเอาเปรียบอีกเหรอ?” ฉันยิ้มบางๆ ไม่พูดอะไรกู้เซินพาฉันไปที่บ้านของเซี่ยโม่เซี่ยโม่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าเล็กๆ ของเธอดูซีดเผือด ไร้สีเลือด และอ่อนเพลียถึงขีดสุดกู้เซินผลักฉันไปหาหมอ หมอคนนั้นไม่ได้ลัง

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 2

    ระหว่างที่รถขับไปได้ครึ่งทาง โทรศัพท์ของกู้เซินก็ดังขึ้นไม่หยุดเป็นเซี่ยโม่นั่นเอง น้ำเสียงของเธอในโทรศัพท์ดูอ่อนแรงมาก "กู้เซิน... ฉันปวดท้อง..."เซี่ยโม่ยังพูดไม่ทันจบ กู้เซินก็สั่งให้คนขับรถหยุดรถทันที ก่อนจะหันมาบอกฉันว่า "เซี่ยโม่ป่วย ตอนนี้เซี่ยโม่ต้องการพี่มาก พี่ต้องไปดูหน่อย""ไม่ต้องห่วงนะ ตอนเย็นพี่จะพาไปที่โบสถ์ตรงเวลา"ฉันหลุบตาลงแล้วพยักหน้ากู้เซินคงไม่คิดว่าฉันจะมีท่าทีแบบนี้ เขาจึงถามว่า "เมื่อก่อนเธอเกลียดที่สุดไม่ใช่เหรอที่พี่ทิ้งเธอไว้กลางทางแบบนี้เพื่อไปหาเซี่ยโม่?"ฉันยิ้มบางๆ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก กู้เซินก็พูดขึ้นอีกว่า "พี่ไม่สนว่าเธอกำลังเล่นลูกไม้อะไร แต่ในเมื่อเราตกลงจะแต่งงานกันแล้ว เซี่ยโม่ก็ไม่มีทางเป็นคนที่เธอต้องกลัวตลอดไป เธออย่าได้คิดแผนชั่วร้ายอะไรเชียว"พูดจบกู้เซินก็ให้ฉันลงจากรถฉันยืนอยู่ที่เดิม มองรถที่ลับสายตาไป ในใจมีเพียงความขมขื่นที่ไร้สิ้นสุดความจริงแล้ว ฉันไม่เคยคิดจะทำเรื่องไม่ดีกับเซี่ยโม่เลยสักครั้งที่เขามีภาพจำแบบนี้กับฉัน ก็เป็นเพราะเมื่อก่อนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันบังเอิญไปเห็นเซี่ยโม่กำลังจูบกับหัวหน้าแก๊งมาเฟียกลุ่มอื่นตรงบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status