INICIAR SESIÓNหลังจากที่รักแรกของกู้เซินตายจากไป เขาก็เกลียดชังฉันมาตลอดห้าปีเต็ม ฉันพยายามเอาอกเอาใจเขาในทุกทาง แต่เขากลับพูดว่า "ถ้าเธออยากให้พี่มีความสุขขึ้นมาบ้าง งั้นเธอก็ไปตายซะ ไปตายตามเซี่ยโม่ไป" ในใจของฉันปวดร้าวไปหมด ฉันคิดว่าเขาจะเกลียดฉันแบบนี้ตลอดไป แต่ไม่คิดเลยว่า ในตอนที่พวกเราถูกลอบสังหาร กู้เซินจะเอาตัวเข้ามารับกระสุนแทนฉันอย่างไม่ลังเล ก่อนตายเขาล้มลงในอ้อมกอดของฉัน และใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพูดกับฉันว่า "แอนนี่ ถ้าชาติหน้ามีจริง พี่หวังว่าจะไม่ได้เจอเธออีก" ในงานศพ พ่อของกู้เซินเสียใจอย่างที่สุด "กู้เซิน พ่อผิดไปแล้ว ตอนนั้นพ่อไม่ควรบังคับให้ลูกแต่งงานกับแอนนี่เลย ถ้าตอนนั้นพ่อฟังลูก ปล่อยให้ลูกแต่งงานกับเซี่ยโม่ เรื่องมันคงไม่ลงเอยแบบนี้" แม่ของกู้เซินจ้องมองฉันทั้งน้ำตา "เป็นเพราะแกคนเดียว! ทุกครั้งกู้เซินต้องตกอยู่ในอันตรายก็เพราะแก นอกจากจะนำหายนะมาให้เขาแล้ว แกยังให้อะไรเขาได้อีก!" ฉันก้มหน้าลงเงียบๆ ไม่ใช่แค่พวกเขาที่เสียใจที่ให้กู้เซินแต่งงานกับฉัน แม้แต่ตัวฉันเองก็เสียใจที่ได้แต่งงานกับเขา ในคืนพระจันทร์เต็มดวง ฉันจึงกระโดดลงมาจากโบสถ์ และได้ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ครั้งนี้ ฉันจะไม่รักกู้เซินอย่างโง่งมอีกต่อไป
Ver másตั้งแต่นั้นมา กู้เซินก็ไม่ได้มาหาฉันอีกเลย เพียงแต่ที่หน้าประตูร้านของฉันมักจะมีอาหารที่ฉันเคยชอบปรากฏอยู่บ่อยๆกู้เซินดูเหมือนอยากจะใช้วิธีนี้เพื่อชดเชยให้กับฉัน ไม่ว่าจะเป็นขนมที่ฉันชอบหรือผลไม้ที่ฉันชอบฉันไม่เคยคิดเลยว่า ที่แท้กู้เซินจะจำทุกอย่างได้ทั้งหมดวันนี้ มีพวกแก๊งมาเฟียยิงกันแถวๆ นี้ ฉันจึงรีบพาเด็กในละแวกนั้นสองสามคนไปหลบภัยที่ซ่อนนั้นเล็กมาก หลังจากที่เด็กๆ เข้าไปแล้ว ฉันก็ไม่มีที่หลบอีก ฉันทำได้เพียงวิ่งหลบซ่อนอยู่คนเดียว จู่ๆ กระสุนลูกหลงนัดหนึ่งก็พุ่งตรงมาที่ฉัน ฉันหลับตาลง คิดว่าวันนี้คงต้องตายที่นี่แน่ๆแต่ไม่คิดเลยว่า วินาทีต่อมา จะมีแรงหนึ่งผลักฉันออกไป เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็เห็นเพียงกู้เซินที่ยืนรับเคราะห์แทนอยู่ตรงหน้าฉันกู้เซินที่ปกป้องฉันมาตั้งแต่เด็ก ได้ใช้ชีวิตของเขาเพื่อรับกระสุนแทนฉันอีกครั้งกระสุนทะลุหน้าท้องของเขา เลือดไหลออกมานอง ฉันกอดเขาไว้แน่น น้ำตาไหลออกมาไม่ยอมหยุดเขากลับเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ฉัน แล้วพูดช้าๆ ว่า "เกือบไปแล้ว พี่เกือบคิดว่าจะต้องเสียเธอไปแล้วจริงๆ"ฉันร้องไห้จนสะอึกสะอื้นพูดไม่ออก“มันคุ้มเหรอคะ? พี่เอาช
หลังจากที่ฉันจากมา ฉันไม่ได้ย้ายไปอยู่ที่ลอนดอนทันที แต่กลับเลือกทางสายกลางด้วยการกลับมายังบ้านเกิดที่นี่คือบ้านหลังเก่าของฉัน มันไม่มีความหรูหราแบบเมืองหลวง และไม่ได้มีเอกลักษณ์เหมือนลอนดอน แต่บรรยากาศของชนบทก็ให้ความรู้สึกที่พิเศษไปอีกแบบคนขับรถที่มารับฉันยิ้มแล้วพูดว่า"ดูจากชุดที่ประณีตของคุณหนูแล้ว ไม่น่าใช่คนแถวนี้เลยนะครับ"ฉันยิ้มตอบบางๆ โดยไม่ได้พูดอะไรมากพ่อกับแม่ของฉันต่อสู้ดิ้นรนอยู่ที่นี่มาตลอดทั้งชีวิต การได้กลับมาในตอนนี้จึงทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกฉันใช้เงินเก็บที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้มาเปิดร้านดอกไม้เล็กๆ ที่นี่ และยังแบ่งเงินส่วนหนึ่งบริจาคให้กับคริสตจักรเพื่อให้พวกเขาเปิดโรงเรียนเพื่อให้คนที่ไม่มีเงินเรียนหนังสือในอดีตได้มีการศึกษาและมีความรู้ผิดชอบชั่วดีการศึกษาจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อแข็งแกร่งแล้ว ก็จะไม่ถูกใครรังแกง่าย ๆ อีก กิจการร้านดอกไม้ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่ก็ยุ่งวุ่นวาย วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า รู้ตัวอีกทีฉันก็มาอยู่ที่นี่ได้ครบหนึ่งปีแล้วช่วงนี้ประจวบเหมาะกับฤดูฝนพอดี ฉันยกกระถางดอกไม้ที่วางอยู่ด้านนอกเข้ามาข้างใน เพื่อ
พอกู้เซินได้ได้ยินแบบนั้น เดิมทีในใจเขาก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ในวินาทีนี้เขากลับเกิดความรู้สึกอยากต่อต้านขึ้นมา“เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะแอนนี่ไปฟ้องพวกพ่อแม่ก่อน ให้พวกพ่อแม่ออกโรงแทนเธอจนบีบให้เซี่ยโม่ต้องฆ่าตัวตาย ถ้าเธอไม่ทำแบบนั้น เซี่ยโม่ก็คงไม่ต้องฆ่าตัวตาย และเธอก็ไม่ต้องบริจาคเลือดให้เซี่ยโม่ สรุปแล้ว ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแอนนี่”“อีกอย่าง ผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ พวกพ่อแม่เข้มงวดกับผมมากมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่คนที่ผมชอบก็ยังไม่ยอมให้เข้าบ้าน หรือแม้แต่เรื่องแต่งงานก็ยังจะมาบงการ ผมล่ะเบื่อชีวิตแบบนี้เต็มทีแล้ว!”หลังจากกู้เซินพูดจบ คุณพ่อกับคุณแม่ก็อึ้งไปครู่หนึ่งแม่ถามขึ้นว่า “เซินเซิน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกไม่เคยหวั่นไหวกับแอนนี่เลยแม้แต่นิดเลยเหรอ?”“ลูกยอมสละชีวิตเพื่อช่วยนีนี่ตั้งหลายครั้ง แบบนี้ยังไม่เรียกว่ารักอีกเหรอ?”สีหน้าของกู้เซินหม่นลง เขาไม่ได้พูดอะไรเขารักเธอ รักจนร่างกายมีปฏิกิริยาตอบโต้เร็วกว่าปากของเขาเสียอีกเพียงแต่เขาไม่อยากยอมอ่อนข้อให้ความต้องการของพ่อแม่ เขาอยากเป็นคนลิขิตชีวิตของตัวเองความรู้สึกต่อต้านเช่นนั้นค่อย ๆ ครอบงำจนทำให้เขา
กู้เซินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงสติกลับมาได้ สีหน้าของเขาค่อย ๆ หม่นลง “คงเป็นแค่ใครบางคนที่หน้าตาคล้ายแอนนี่เท่านั้นแหละ เรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว เธอจะไปทำตัวไม่ระวังแบบนั้นได้อย่างไร”พูดยังไม่ทันจบ คุณหมอก็เดินเข้ามา “คุณกู้เซินครับ เมื่อกี้คุณแอนนี่จากไปแล้วครับ เธอฝากผมมาบอกคุณว่า เธอจะไปลอนดอนแล้ว และขอให้คุณโชคดีในทุกๆ เรื่อง”คำพูดของคุณหมอนั้นราบเรียบมาก แต่กลับทำให้กู้เซินเสียขวัญไปเขาถึงกับเกือบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่ ชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมเยือกเย็นเสมอมา กลับแสดงท่าทีเสียกิริยาต่อหน้าคนนอกเป็นครั้งแรกที่แท้คำพูดของแอนนี่ที่ว่า “ขอให้พี่มีชีวิตที่สงบสุขตลอดไป คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา” นั้นคือการบอกลาเขานั่นเองขอบตาของกู้เซินเริ่มแดงก่ำ เมื่อเขาก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้“เป็นไปได้ยังไง?”เขาไม่เชื่อ ไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียวความปรารถนาของแอนนี่คือการได้แต่งงานกับเขา ในเมื่อตอนนี้กำลังจะได้แต่งงานกันแล้วจริงๆ เธอจะตัดใจทิ้งเขาไปได้อย่างไรลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “พวกเราเห็นคุณแอนนี่มุ่งหน้าไปทางทิศที่เกิดเหตุจร





