FAZER LOGIN“นั่นน่ะเหรอ ภรรยาของคุณมาร์ค ไม่เห็นจะเหมาะเลย”
เสียงหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบางกำลังพูดคุยอยู่กับหญิงร่างท้วมที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
“ก็แค่หวังจะสบายทางลัดนั่นแหละ ดูก็รู้อยู่แล้ว ว่าจงใจมาสมัครงานในตำแหน่งเลขาก็เพราะจะจับท่านประธานทำผัว”
หญิงร่างท้วมตอบกลับ แม้นจะรู้อยู่ว่าปานดาวน่าจะได้ยินที่พวกเธอพูดก็ตาม ปานดาวนึกคิด ถึงจะดูรุ่นราวคร่าเดียวกับแม่ของเธอ ทว่าวุฒิภาวะกลับไม่ได้สูงขึ้นตามอายุเสียเลย หญิงสาวหันขวับไปมองทั้งสองคน และเดินเข้าไปในวงสนทนานั้น
“ขอโทษนะคะ ถ้าจะนินทาก็ควรมีมารยาทหน่อยไหม นินทาไม่พอยังให้คนอื่นได้ยิน แบบนี้เขาเรียกว่าแก่กะโหลกกะลาหรือเปล่าคะ”
ด้วยนิสัยไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้คนทั้งสองที่ถูกถามถึงกับนิ่งอึ้งและมองหน้ากันด้วยสีหน้าดูเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนแอจะกล้ามาว่าพวกเธอทั้งสองคนกลางงานเลี้ยงได้ ตอนนี้หลายคนเริ่มมองมาที่พวกเธอเป็นตาเดียว
“ฉันไม่ได้พูดถึงคุณสักหน่อย อย่าร้อนตัวสิคะ ไหนล่ะหลักฐาน ถ้ามีก็เอามาให้ดูหน่อยว่าฉันว่าคุณตรงไหน”
หญิงคนผอมทำใจดีสู้เสือ ถามปานดาวที่นิ่งไป พลางหันไปหาเพื่อนแล้วยกยิ้มที่มุมปาก
“มีอะไรกันหรือเปล่าครับคุณละเมียดคุณธิวา”
ชายหนุ่มที่เห็นว่าพนักงานอาวุโสทั้งสองกำลังพูดคุยกับภรรยาของเขาด้วยทางทีแปลกๆ เลยเดินเข้ามาถามไถ่
“ก็คุณเขาสิคะ หาว่าฉันสองคนไปนินทาเธอ แล้วด่าพวกดิฉันว่าแก่กะโหลกกะลาด้วยค่ะ”
หญิงร่างท้วมฟ้องผู้เป็นนาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันหน้าไปมองภรรยาที่กลอกตาขึ้นบนเมื่อได้ยินคำตอแหลของทั้งสองป้า
“จริงหรือเปล่าค่ะปาน”
ชายหนุ่มเอ่ยถามภรรยาที่กำลังยืนกอดอกมองหญิงทั้งสองกำลังแสดงละครให้เธอดู เธอมางานนี้เธอไม่ได้อยากมีเรื่องหรือสร้างศัตรูกับใครเลย แต่ว่าในเมื่อสถานการณ์มันบีบบังคับให้เธอต้องร้ายหญิงเธอก็จะร้ายให้ดู
“คนพวกนี้บอกว่าที่ปานมาสมัครตำแหน่งเลขาก็เพราะปานอยากจะจับพี่”
หญิงสาวพูดบอกประโยคที่สองคนนั้นนินทาเธอให้พิรัฐฟัง ใบหน้าหวานหรี่ตามองหญิงวัยกลางสองอย่างไม่กลัวเกรง ในเมื่อเธอไม่ผิด เธอก็ไม่ยอมเหมือนกัน
“คุณอย่ามากล่าวหาพวกเราลอยๆ นะคะ พวกเราไปทำอะไรให้กับคุณ คุณถึงได้รังแกได้แม้กระทั่งคนแก่”
หญิงร่างผอมพูดบอกพร้อมกับเบะปากจะร้องไห้ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับว่าพูดไม่ดีใส่เธอก่อน ปานดาวก็ส่งมือถือพร้อมกับกดคลิปที่เธอแอบอัดเอาไว้เมื่อสักครู่ในคนทั้งสามฟัง ทันทีที่ฟังจบ หญิงวัยกลางคนหน้าซีดเผือดอย่างกับไก่ต้ม พลันยกมือไหว้ขอโทษหญิงสาวอายุอ่อนกว่าพวกเธอเป็นการใหญ่
“ในเมื่อมีหลักฐานชัดขนาดนี้แล้ว ผมควรจะพิจารณาว่าพวกคุณเหมาะสมสำหรับตำแหน่งที่พวกคุณอยู่หรือไม่นะครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาคมดุพูดเด็ดขาด จนคนฟังถึงกับน้ำตาคลอ พวกเธอทำงานที่บริษัทแห่งนี้มาตั้งแต่สมัยพ่อของชายหนุ่มได้นั่งเก้าอี้เป็นผู้บริหารใหม่ๆ ทว่าจะต้องกลับมาเสียก็เพราะนิสัยชอบนินทาของพวกเธอหรือนี่
“อย่าลงโทษพวกเขาด้วยเรื่องแค่นี้เลยนะคะพี่มาร์ค ปานว่าเราไปกันเถอะ”
หญิงสาวบอกสามีของเธอเพราะไม่อยากรู้สึกผิดบาปที่เป็นต้นเหตุให้คนแก่ตกงาน เพราะถ้าหากไปสมัครตอนนี้ก็คงไม่มีใครเขารับเข้าทำงานอย่างแน่นอน
“พวกเราต้องขอโทษคุณปานมากนะคะ ที่พูดไม่ดีไป”
“ปานไม่ถือให้มันหนักหรอกค่ะ พวกคุณสบายใจได้”
ปานดาวหันไปหาสามีก่อนจะเอ่ย
“พี่ไม่ต้องลงโทษพวกเขาด้วยเรื่องของปานหรอกนะคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ สลับกับมองลูกน้องคาดโทษหากพวกเขากระทำเช่นนี้อีกเขาคงไม่ปล่อยไว้แบบนี้อย่างแน่นอน
หญิงสาวคลี่ยิ้มก่อนจะเดินเกาะแขนสามีเดินออกไป ปล่อยให้คนทั้งสองยืนนิ่งสำนึกผิดอยู่แบบนั้น
“ไม่คิดเลยว่าเมียพี่ร้ายขนาดนี้”
พิรัฐกับปานดาวเดินออกมาสูดอากาศข้างนอก เพราะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มทำให้หญิงสาวกลัวว่าจะกระทบกับลูกในท้อง เธอจึงเลือกชวนสามีกลับบ้านแล้วปล่อยพนักงานได้สนุกสนานกัน
“หึ พี่มาร์คพึ่งรู้เหรอคะว่าปานร้ายขนาดไหน”
เธอเอ่ยถามพร้อมกับหย่นจมูกไปด้วย พิรัฐบีบจมูกเธอด้วยความมันเขี้ยวแต่ไม่แรงนัก ทุกวันนี้เด็กคนนี้ก็ยิ่งทำให้เขาหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ทั้งสวย ทั้งเก่ง และฉลาด สมแล้วที่เขาเลือกมาเป็นแม่ของลูก
“พี่รู้ว่าหนูปานร้าย แต่ไม่คิดว่าจะด่าใครแล้วรอบคอบขนาดนี้”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ใครจะโง่ไปด่าคนอื่นโดยไร้เหตุผลละค่ะ”
ทั้งสองหัวเราะกันเบาๆ ก่อนที่พิรัฐจะจับมือหญิงสาวแน่น ตอนนี้พวกเขาออกมาเดินอยู่ในสวนดอกไม้ของทางโรงแรม ตรงกลางมีน้ำพุและมีแสงไฟนีออนสีฟ้า สร้างบรรยากาศราวกับอยู่หนังโรแมนติกของต่างประเทศ
“ขอบคุณนะคะหนูปานที่เลือกมาเป็นเมียพี่”
ชายหนุ่มหันมองคนรัก ก่อนที่เธอจะมองหน้าเขาแล้วส่งยิ้มหวานละมุน
“ขอบคุณพี่มาร์คเช่นกันที่เลือกปานนะคะ”
เธอเอ่ยขอบคุณสามีกลับ ก่อนจะร่างสูงจะดึงเธอมาประทับจูบที่แสนดูดดื่มท่ามกลางเสียงน้ำพุ
แม้ว่าเรื่องทั้งสองจะเริ่มต้นช้าไปตั้งเจ็ดปี ทว่ามันกลับเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะให้หญิงชายได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งสองต่างมองหน้ากัน และเอ่ยคำมั่นว่าพวกเขาจะอยู่ดูแลกันตลอดไปชั่วชีวิต
จบบริบูรณ์
“นั่นน่ะเหรอ ภรรยาของคุณมาร์ค ไม่เห็นจะเหมาะเลย”เสียงหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบางกำลังพูดคุยอยู่กับหญิงร่างท้วมที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน“ก็แค่หวังจะสบายทางลัดนั่นแหละ ดูก็รู้อยู่แล้ว ว่าจงใจมาสมัครงานในตำแหน่งเลขาก็เพราะจะจับท่านประธานทำผัว”หญิงร่างท้วมตอบกลับ แม้นจะรู้อยู่ว่าปานดาวน่าจะได้ยินที่พวกเธอพูดก็ตาม ปานดาวนึกคิด ถึงจะดูรุ่นราวคร่าเดียวกับแม่ของเธอ ทว่าวุฒิภาวะกลับไม่ได้สูงขึ้นตามอายุเสียเลย หญิงสาวหันขวับไปมองทั้งสองคน และเดินเข้าไปในวงสนทนานั้น“ขอโทษนะคะ ถ้าจะนินทาก็ควรมีมารยาทหน่อยไหม นินทาไม่พอยังให้คนอื่นได้ยิน แบบนี้เขาเรียกว่าแก่กะโหลกกะลาหรือเปล่าคะ”ด้วยนิสัยไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้คนทั้งสองที่ถูกถามถึงกับนิ่งอึ้งและมองหน้ากันด้วยสีหน้าดูเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนแอจะกล้ามาว่าพวกเธอทั้งสองคนกลางงานเลี้ยงได้ ตอนนี้หลายคนเริ่มมองมาที่พวกเธอเป็นตาเดียว“ฉันไม่ได้พูดถึงคุณสักหน่อย อย่าร้อนตัวสิคะ ไหนล่ะหลักฐาน ถ้ามีก็เอามาให้ดูหน่อยว่าฉันว่าคุณตรงไหน”หญิงคนผอมทำใจดีสู้เสือ ถามปานดาวที่นิ่งไป พลางหันไปหาเพื่อนแล้วยกยิ้มที่มุมปาก“มีอะไรกันหรือเ
ภาวิณีย์กำลังมองลูกทั้งสองของเธอ พลางกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมา นานเท่าไหร่แล้วที่ครอบครัวของเธอจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ได้“ทานอีกนิดนะพี่ริน”ปานดาวเอ่ยพร้อมกับตักข้าวต้มที่เธอเป็นคนลงมือทำจ่อที่ปากของหญิงสาว รรินดาเริ่มเบะปากจะร้องไห้“ไม่กิน อยากเจอ มาร์ค”หญิงสาวพูดออกมาอย่างเหม่อลอยพร้อมกล่าวอยากเจออดีตคนรักอย่างพิรัฐ ร่างบางดูสูบผอมจนเห็นร่องรอยกระดูกสันหลัง ปานดาวมองพี่สาวของเธอพลางแย้มยิ้มออกมา“เดี๋ยวพี่มาร์คก็มาหาแล้วนะคะ พี่รินกินเถอะ จะได้แข็งแรงนะ แข็งแรงแล้วปานจะพาพี่รินกับแม่ไปเที่ยวทะเลนะ”หญิงสาวพูดกรอกหูคนเป็นพี่ ทำให้คนที่ได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลถึงกับตาโตเลยทีเดียว หญิงสาวตาลุกวาวพร้อมกับอ้าปากกินข้าว เคี้ยวตุ๋ยๆ จนแก้มป่อง ปานดาวที่เห็นว่าพี่สาวว่าง่ายเหมือนเด็กก็รู้สึกเอ็นดู แม้ว่าความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่เหมือนกัน ครอบครัวของเธอได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน และเธอหวังว่าสักวันหนึ่งพี่สาวของเธอจะกลับมาเป็นปกติแม้นว่าคุณหมอจะบอกว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาได้เพียงแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่มันก็คือความหวังของทุกคนในบ้าน“เราไปกินข้าวเถอะ
ปานดาวกำลังนั่งเหม่ออยู่ในสวนของโรงพยาบาล หลังจากที่พารรินดามาที่นี่แลรอฟังคุณหมอว่าพี่สาวของเธอเป็นอะไร และสามารถเข้ารักษาให้หายได้ไหม“คนไข้เสพยาจนเกินขนาด ทำให้ระบบประสาทถูกทำลายไปส่วนหนึ่งครับ”คำตอบของคุณหมอวัยกลางคนพูดอธิบาย ภาวิณีย์ที่ตามมาสมทบเพราะไม่อาจอยู่บ้านรอนั่งฟังอาการของลูกสาวคนโตของเธอได้เอามือทาบอก บาปกรรมอะไรกันที่ทำให้ลูกสาวคนโตเป็นเช่นนี้ เสียงร้องไห้ของคนเป็นแม่ดังลั่นปานขาดใจ ปานดาวเข้าไปสวมกอดปลอบผู้เป็นแม่ปลอบจนเธอทุเลา“แล้วพี่รินจะหายไหมคะหมอ เราพอมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้พี่รินกลับมาปกติได้บ้างคะ”ปานดาวรวบรวมสติถามคุณหมอกลับ“ไม่หายขาดครับ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยก็เท่านั้นเอง”คุณหมอเริ่มอธิบายถึงวิธีการดูแลคนไข้อย่างละเอียด ซึ่งปานดาวตั้งใจฟังทุกคำพูด และพร้อมจะเข้าใจอาการที่รรินดาเป็นอยู่ตอนนี้“มาอยู่ที่นี่เอง พี่หาเราตั้งนาน”พิรัฐพูดบอกหลังจากที่เขาไปส่งภาวิณีย์กลับบ้านก่อนก็กลับมาหาภรรยาที่ห้องของรรินดา แต่กลับไม่พบว่าหญิงสาวอยู่ที่นั่น เขาจึงเดินตามหาปานดาว และพบว่าเธอนั่งอยู่เงียบๆ เพียงลำพังตรงม้านั่งหินอ่อนในสวนหย่อมเล็กๆ“แม่
ภายในห้องของคอนโดหรู ร่างของหญิงสาวกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ตรงพื้นด้วยอาการหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่ปกติจะแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอาง บัดนี้กลับซีดเผือด ผมเผ้ารุงรัง ไม่หลงเหลือความงามในอดีตที่ครั้งหนึ่งมีคนเคยเปรียบว่าเธอสวยกว่าดาราบางช่องเสียอีกรรินดาโยกตัวไปมา ปากพึมพำอะไรอยู่คนเดียวอย่างคนเสียสติ บ้างก็หัวเราะ บ้างก็ร้องไห้ พร่ำเพ้อขอโทษถึงอดีตคนรักที่ไม่มีวันหวนกลับเสียงพังประตูทำให้หญิงสาวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เธอจะวิ่งไปหลบที่โต๊ะทานข้าวในห้องครัว ซึ่งมีข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ไม่ว่าจะเศษขวดเหล้าตกแตกหรือเศษอาหารที่เน่าจนหนอนขึ้น ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนคนที่เข้ามาต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกสองขาเรียวก้าวเข้ามาอย่างไม่นึกรังเกียจ ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่มากมีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขก และมีห้องครัว สายตากวาดมองรอบห้องที่ปิดมืดแต่ก็ยังมีแสงอาทิตย์จากด้านนอกลอดออกมาจากผ้าม่านให้เห็นอยู่ สะดุดกับเงาตะคุ่มๆ มีอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านใต้โต๊ะใจของปานดาวตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่คิดเลยว่าพี่ของเธอจะอยู่ในสถานที่แบบนี้ ทั้งสกปรกมีทั้งหนอน แมลงหวี่ แมลงวันเต็มไปหมด เธ
“หึหึ งั้นวันนี้คุณพยาบาลช่วยดูให้พี่หน่อยสิคะ ตรงนี้ของพี่มันบวม ไม่รู้เป็นอะไร”เขาพูดพร้อมกับงัดท่อนเอ็นที่กำลังปูดโปนเต็มที่ออกมาจากกางเกงนอนผ้าแพรสีกรม หญิงสาวมองมันอย่างไม่ชินเสียที ทั้งที่มันก็เข้าไปในตัวเธอแทบทุกคืน เธอกลืนน้ำลายดังอึก รู้หน้าที่ว่าเธอต้องทำอะไรปานดาวนั่งคุกเข่าอยู่ตรงวางขาของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะจับท่อนอุ่นรูดรั้งไปมาเบาๆ จนชายหนุ่มตาขวากระตุกด้วยความกระสันเสียว เธอค่อยๆ แลบลิ้นออกมาก่อนจะเริ่มวนที่ปลายหัวเห็ดสีชมพูและส่งมันเข้าไปในปากเล็กเข้าออกจนมันแข็งอย่างกับหินตากลมช้อนตามองสีหน้าของสามี พร้อมกับรูดรั้งท่อนเอ็นไปด้วย เธอรู้สึกสะใจทุกครั้งที่สามารถทำให้พิรัฐต้องร้องซีดออกมาจนชายหนุ่มต้องจับศีรษะเธอพร้อมกับส่งเอวหนาเข้าออกปากเล็กของหญิงสาว“แค่กๆๆ”เสียงไอดังขึ้นเมื่อท่อนแข็งเข้าไปลึกจนเกินไปจนเธอหายใจไม่ออก ชายหนุ่มที่เห็นภรรยาตัวเริ่มแดงก็รู้สึกพึงพอใจอยู่ไม่น้อย เขาจับร่างเล็กนอนหงายกับเตียงแล้วรั้งชั้นในเผยให้เห็นกลีบดอกบัวอันแสนฉ่ำหวาน พิรัฐไม่รีรอก่อนจะเอาลิ้นไปที่ตุ่มสวาททำให้หญิงสาวต้องบิดตัวไปมาด้วยความเสียววูบที่บริเวณท้องน้อย ความเสียวสร้างน้ำ
ข่าวการถูกจับของเสี่ยปราโมทย์เป็นข่าวใหญ่ของวัน ปานดาวที่ได้ข่าวตอนนี้หญิงสาวกับไม่สามารถที่จะอยู่เฉยได้อีกต่อไป เพราะเธอเป็นห่วงพี่สาวของเธอจะอยู่อย่างไร ตอนนี้เธอแต่งงานมาได้เกือบสามเดือน ตั้งแต่ที่ปานดาวเจอกับรรินดาที่ร้านตัดชุดเจ้าสาว เธอก็ไม่ได้เจอพี่สาวของเธออีกเลย เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน ที่พึ่งของเธอตอนนี้ก็คงเป็นสามีของเธอ เธอจะไปขอร้องเขายังไงดีให้ช่วยตามหารรินดา หญิงสาวลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน“ขอโทษนะคะที่รบกวน”ปานดาวเอ่ยขอโทษสามีที่เธอเข้ามาในห้องทำงานของเขาโดยพลการ ชายหนุ่มละสายตาจากคอมพิวเตอร์ก่อนที่เขาจะหันมามองภรรยาคนสวยที่ตอนนี้ผมของหญิงสาวเริ่มยาวประบ่า อีกทั้งผิวพรรณยังผุดผ่องกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่แต่งงานมา เขาเองก็มีความคิดที่เปลี่ยนไป จากคนที่เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับเย็นราวกับสายน้ำ เหมือนว่าปานดาวนั้นเป็นคนที่ทำให้เขาจิตใจสงบลง และรู้คำว่าครอบครัวที่แท้จริงเป็นเช่นไร“หนูยังไม่นอนอีกเหรอคะ”ชายหนุ่มเอ่ยถามภรรยาตัวเล็กพร้อมส่งยิ้มหล่อให้หญิงสาว เขาพอจะรู้สาเหตุที่ปานดาวยังไม่นอน ทั้งที่ปกติเวลานี้







