FAZER LOGINปานดาวกำลังนั่งเหม่ออยู่ในสวนของโรงพยาบาล หลังจากที่พารรินดามาที่นี่แลรอฟังคุณหมอว่าพี่สาวของเธอเป็นอะไร และสามารถเข้ารักษาให้หายได้ไหม
“คนไข้เสพยาจนเกินขนาด ทำให้ระบบประสาทถูกทำลายไปส่วนหนึ่งครับ”
คำตอบของคุณหมอวัยกลางคนพูดอธิบาย ภาวิณีย์ที่ตามมาสมทบเพราะไม่อาจอยู่บ้านรอนั่งฟังอาการของลูกสาวคนโตของเธอได้เอามือทาบอก บาปกรรมอะไรกันที่ทำให้ลูกสาวคนโตเป็นเช่นนี้ เสียงร้องไห้ของคนเป็นแม่ดังลั่นปานขาดใจ ปานดาวเข้าไปสวมกอดปลอบผู้เป็นแม่ปลอบจนเธอทุเลา
“แล้วพี่รินจะหายไหมคะหมอ เราพอมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้พี่รินกลับมาปกติได้บ้างคะ”
ปานดาวรวบรวมสติถามคุณหมอกลับ
“ไม่หายขาดครับ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยก็เท่านั้นเอง”
คุณหมอเริ่มอธิบายถึงวิธีการดูแลคนไข้อย่างละเอียด ซึ่งปานดาวตั้งใจฟังทุกคำพูด และพร้อมจะเข้าใจอาการที่รรินดาเป็นอยู่ตอนนี้
“มาอยู่ที่นี่เอง พี่หาเราตั้งนาน”
พิรัฐพูดบอกหลังจากที่เขาไปส่งภาวิณีย์กลับบ้านก่อนก็กลับมาหาภรรยาที่ห้องของรรินดา แต่กลับไม่พบว่าหญิงสาวอยู่ที่นั่น เขาจึงเดินตามหาปานดาว และพบว่าเธอนั่งอยู่เงียบๆ เพียงลำพังตรงม้านั่งหินอ่อนในสวนหย่อมเล็กๆ
“แม่เป็นยังไงบ้างคะพี่มาร์ค”
ปานดาวเอ่ยถามสามีใบหน้าฉายแววกังวลอยู่ไม่น้อย
“เดี๋ยวก็ดีขึ้นครับ พี่สั่งให้ป้าพินคอยดูแลแม่แทนเราไปก่อนช่วงนี้”
พิรัฐพูดบอกให้ภรรยาตัวเล็กของเขาสบายใจ สองขาแกร่งเดินมานั่งข้างๆ ปานดาว ดวงตาของเธอบวมแดงเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก มือหนาจับมือเล็กมากุมอย่างให้กำลังใจ
“เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะคะหนูปาน”
เขาพูดบอกหญิงสาวว่าเขายังอยู่เคียงข้างเธอไม่หนีไปไหน หญิงสาวที่ได้ฟังก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่พิรัฐไม่ถือโทษโกรธเคืองพี่สาวของเธอแล้ว อีกทั้งยังให้อภัยที่หญิงสาวเคยทำผิดกับเขาอีกด้วย
“ขอบคุณนะคะพี่มาร์คที่อยู่เคียงข้างปาน ฮึก ปานขอบคุณแทนพี่รินด้วยนะคะ”
ปานดาวพูดบอกพร้อมกับพนมมือไหว้ขอบคุณ เธอเลือกคนไม่ผิดจริงๆ ที่มาเป็นคุ่ชีวิต ไม่ว่ายามสุขหรือยามทุกข์พิรัฐก็ยังอยู่กับเธอไม่จากไปไหน แม้นว่าครั้งหนึ่งเขาเคยร้ายใส่เธอแต่นั้นมันก็คือผลพวงจากอดีต เธอเข้าใจและพร้อมที่จะเริ่มใหม่กับคนๆ นี้
กลิ่นฉุนของผัดกะเพราทำให้คนที่อยู่ในครัวจามเสียงดัง กระทั่งพิรัฐที่เดินมาดูภรรยาตัวน้อยของเขาว่าวันนี้ทำอะไรให้ทานก็ยังไม่วายที่จะหันหลังจามจนแสบจมูก เมนูวันนี้ต้องเผ็ดจนปากเบิร์นแน่ๆ เลย แค่คิดชายหนุ่มก็เหงื่อก็ผุดออกมาแล้ว
“พี่มาร์คไปนั่งที่โต๊ะรอก่อนนะคะ ใกล้จะเสร็จแล้ว”
หญิงสาวพูดบอกพร้อมกับควงตะหลิวในมืออย่างคล่องแคล่วทั้งที่ยังไม่หันมามองสามีเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่ได้ยินเสียงจามของชายหนุ่มเธอก็รู้แล้วว่าเป็นใคร หญิงสาวตักผัดกะเพราหมูที่เสร็จแล้วใส่จานที่วางอยู่ด้านข้างพร้อมกับหันมาส่งยิ้มหวานให้สามี
“เมนูวันนี้น่าจะเผ็ดร้อนน่าดูนะคะเนี่ย”
“แค่พริกสามเม็ดเองค่ะ พี่มาร์คทานกับปานได้นะคะ แต่ปานรู้ว่าพี่มาร์คไม่ถนัดทานเผ็ด เลยทำต้มจืดสาหร่ายไว้ให้แล้ว”
พอได้ยินแบบนั้นพิรัฐก็รู้สึกโล่งอกเลยทีเดียว เพราะไม่ต้องทนความแสบร้อนจากอาหารเผ็ด ชายหนุ่มเดินเข้าไปกอดภรรยาอย่างหลวมๆ พร้อมกับหอมแก้มนิ่มไปหนึ่งที
“เมียพี่น่ารักที่สุดเลยค่ะ”
“พอเลยค่ะ ตอนนี้ปานตัวเหม็นอยู่นะ”
“ไม่เหม็นเลยค่ะ ตัวเรายังหอมอยู่เลยนะ”
พูดจบเขาก็กดหอมแก้มอีกข้างของหญิงสาวโดยไม่อายสายตาของคนใช้ในบ้าน ปานดาวหันมาตีแขนแกร่งไม่แรงนัก พร้อมกับส่งสายตาดุเชิงปรามให้ชายหนุ่มหยุดการกระทำ แต่ก็เหมือนอีกฝ่ายจะทำเป็นหูทวนลม ไม่สะทกสะท้านกลับฉีกยิ้มจนหน้าบาน
“แต่ปานเหม็นนิค่ะ หึ่ย พี่มาร์คใส่น้ำหอมอะไรคะเนี่ย ทำไมมันเหม็นอย่างนี้”
ไม่พูดเปล่าหญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าห้องน้ำโก่งคออ้วกลงบนชักโครกจนหมดไส้หมดพุง ระหว่างนั้นพิรัฐก็เดินมาลูบหลังของภรรยาไปด้วย น้ำหอมที่ใช้เขาก็ไม่เคยเปลี่ยน เขาใช้มันอยู่เป็นประจำ แล้วไหงวันนี้ภรรยาของเขาถึงแพ้ได้ล่ะเนี่ย
“พี่มาร์คออกไปก่อนได้ไหมคะ แหวะ ทำไมมันเหม็นอย่างนี้”
“พี่แคนเซิลงานวันนี้ พาเราไปหาหมอดีกว่านะคะ”
ชายหนุ่มพูดบอกภรรยา เพราะเห็นว่านอกจากมีอาการคลื่นไส้แล้วใบหน้าของหญิงสาวยังซีดราวกับกระดาษขาว ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าภรรยาจะเป็นอะไรมากเลยกำลังจะออกไปโทรศัพท์แจ้งเลขาคนใหม่ที่มาแทนที่ปานดาวที่ลาออกมาดูแลสามีว่าขอลางานหนึ่งวัน
“ปานไม่เป็นอะไรคะ พี่มาร์คไม่ต้องแคนเซิลการประชุมหรอกนะคะ”
ปานดาวหันมายิ้มกับสามี เธอรู้สึกดีขึ้นหลังจากอาเจียนไปเมื่อครู่ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนโดยมีพิรัฐคอยประคองร่างบางเอาไว้เพราะกลัวว่าเธอจะล้มหัวฟาดพื้น
“หนูจะรู้ดีกว่าหมอได้ไงคะ ไปให้คุณหมอตรวจหน่อยเถอะนะ”
“ปานไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ”
ปานดาวพูดบอกพร้อมกับล้วงกระเป๋าหยิบเอาแท่งตรวจครรภ์ยื่นให้พิรัฐดู ชายหนุ่มเมื่อเห็นสองขีดแดง ดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับอ้าปากค้าง
ปานดาวเธอไม่เป็นอะไรจริงๆ เธอสบายดี แต่อาการที่เธอเป็นก็คืออาการของคนที่กำลังตั้งครรภ์นั่นเอง
“นั่นน่ะเหรอ ภรรยาของคุณมาร์ค ไม่เห็นจะเหมาะเลย”เสียงหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบางกำลังพูดคุยอยู่กับหญิงร่างท้วมที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน“ก็แค่หวังจะสบายทางลัดนั่นแหละ ดูก็รู้อยู่แล้ว ว่าจงใจมาสมัครงานในตำแหน่งเลขาก็เพราะจะจับท่านประธานทำผัว”หญิงร่างท้วมตอบกลับ แม้นจะรู้อยู่ว่าปานดาวน่าจะได้ยินที่พวกเธอพูดก็ตาม ปานดาวนึกคิด ถึงจะดูรุ่นราวคร่าเดียวกับแม่ของเธอ ทว่าวุฒิภาวะกลับไม่ได้สูงขึ้นตามอายุเสียเลย หญิงสาวหันขวับไปมองทั้งสองคน และเดินเข้าไปในวงสนทนานั้น“ขอโทษนะคะ ถ้าจะนินทาก็ควรมีมารยาทหน่อยไหม นินทาไม่พอยังให้คนอื่นได้ยิน แบบนี้เขาเรียกว่าแก่กะโหลกกะลาหรือเปล่าคะ”ด้วยนิสัยไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้คนทั้งสองที่ถูกถามถึงกับนิ่งอึ้งและมองหน้ากันด้วยสีหน้าดูเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนแอจะกล้ามาว่าพวกเธอทั้งสองคนกลางงานเลี้ยงได้ ตอนนี้หลายคนเริ่มมองมาที่พวกเธอเป็นตาเดียว“ฉันไม่ได้พูดถึงคุณสักหน่อย อย่าร้อนตัวสิคะ ไหนล่ะหลักฐาน ถ้ามีก็เอามาให้ดูหน่อยว่าฉันว่าคุณตรงไหน”หญิงคนผอมทำใจดีสู้เสือ ถามปานดาวที่นิ่งไป พลางหันไปหาเพื่อนแล้วยกยิ้มที่มุมปาก“มีอะไรกันหรือเ
ภาวิณีย์กำลังมองลูกทั้งสองของเธอ พลางกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมา นานเท่าไหร่แล้วที่ครอบครัวของเธอจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ได้“ทานอีกนิดนะพี่ริน”ปานดาวเอ่ยพร้อมกับตักข้าวต้มที่เธอเป็นคนลงมือทำจ่อที่ปากของหญิงสาว รรินดาเริ่มเบะปากจะร้องไห้“ไม่กิน อยากเจอ มาร์ค”หญิงสาวพูดออกมาอย่างเหม่อลอยพร้อมกล่าวอยากเจออดีตคนรักอย่างพิรัฐ ร่างบางดูสูบผอมจนเห็นร่องรอยกระดูกสันหลัง ปานดาวมองพี่สาวของเธอพลางแย้มยิ้มออกมา“เดี๋ยวพี่มาร์คก็มาหาแล้วนะคะ พี่รินกินเถอะ จะได้แข็งแรงนะ แข็งแรงแล้วปานจะพาพี่รินกับแม่ไปเที่ยวทะเลนะ”หญิงสาวพูดกรอกหูคนเป็นพี่ ทำให้คนที่ได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลถึงกับตาโตเลยทีเดียว หญิงสาวตาลุกวาวพร้อมกับอ้าปากกินข้าว เคี้ยวตุ๋ยๆ จนแก้มป่อง ปานดาวที่เห็นว่าพี่สาวว่าง่ายเหมือนเด็กก็รู้สึกเอ็นดู แม้ว่าความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่เหมือนกัน ครอบครัวของเธอได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน และเธอหวังว่าสักวันหนึ่งพี่สาวของเธอจะกลับมาเป็นปกติแม้นว่าคุณหมอจะบอกว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาได้เพียงแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่มันก็คือความหวังของทุกคนในบ้าน“เราไปกินข้าวเถอะ
ปานดาวกำลังนั่งเหม่ออยู่ในสวนของโรงพยาบาล หลังจากที่พารรินดามาที่นี่แลรอฟังคุณหมอว่าพี่สาวของเธอเป็นอะไร และสามารถเข้ารักษาให้หายได้ไหม“คนไข้เสพยาจนเกินขนาด ทำให้ระบบประสาทถูกทำลายไปส่วนหนึ่งครับ”คำตอบของคุณหมอวัยกลางคนพูดอธิบาย ภาวิณีย์ที่ตามมาสมทบเพราะไม่อาจอยู่บ้านรอนั่งฟังอาการของลูกสาวคนโตของเธอได้เอามือทาบอก บาปกรรมอะไรกันที่ทำให้ลูกสาวคนโตเป็นเช่นนี้ เสียงร้องไห้ของคนเป็นแม่ดังลั่นปานขาดใจ ปานดาวเข้าไปสวมกอดปลอบผู้เป็นแม่ปลอบจนเธอทุเลา“แล้วพี่รินจะหายไหมคะหมอ เราพอมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้พี่รินกลับมาปกติได้บ้างคะ”ปานดาวรวบรวมสติถามคุณหมอกลับ“ไม่หายขาดครับ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยก็เท่านั้นเอง”คุณหมอเริ่มอธิบายถึงวิธีการดูแลคนไข้อย่างละเอียด ซึ่งปานดาวตั้งใจฟังทุกคำพูด และพร้อมจะเข้าใจอาการที่รรินดาเป็นอยู่ตอนนี้“มาอยู่ที่นี่เอง พี่หาเราตั้งนาน”พิรัฐพูดบอกหลังจากที่เขาไปส่งภาวิณีย์กลับบ้านก่อนก็กลับมาหาภรรยาที่ห้องของรรินดา แต่กลับไม่พบว่าหญิงสาวอยู่ที่นั่น เขาจึงเดินตามหาปานดาว และพบว่าเธอนั่งอยู่เงียบๆ เพียงลำพังตรงม้านั่งหินอ่อนในสวนหย่อมเล็กๆ“แม่
ภายในห้องของคอนโดหรู ร่างของหญิงสาวกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ตรงพื้นด้วยอาการหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่ปกติจะแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอาง บัดนี้กลับซีดเผือด ผมเผ้ารุงรัง ไม่หลงเหลือความงามในอดีตที่ครั้งหนึ่งมีคนเคยเปรียบว่าเธอสวยกว่าดาราบางช่องเสียอีกรรินดาโยกตัวไปมา ปากพึมพำอะไรอยู่คนเดียวอย่างคนเสียสติ บ้างก็หัวเราะ บ้างก็ร้องไห้ พร่ำเพ้อขอโทษถึงอดีตคนรักที่ไม่มีวันหวนกลับเสียงพังประตูทำให้หญิงสาวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เธอจะวิ่งไปหลบที่โต๊ะทานข้าวในห้องครัว ซึ่งมีข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ไม่ว่าจะเศษขวดเหล้าตกแตกหรือเศษอาหารที่เน่าจนหนอนขึ้น ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนคนที่เข้ามาต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกสองขาเรียวก้าวเข้ามาอย่างไม่นึกรังเกียจ ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่มากมีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขก และมีห้องครัว สายตากวาดมองรอบห้องที่ปิดมืดแต่ก็ยังมีแสงอาทิตย์จากด้านนอกลอดออกมาจากผ้าม่านให้เห็นอยู่ สะดุดกับเงาตะคุ่มๆ มีอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านใต้โต๊ะใจของปานดาวตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่คิดเลยว่าพี่ของเธอจะอยู่ในสถานที่แบบนี้ ทั้งสกปรกมีทั้งหนอน แมลงหวี่ แมลงวันเต็มไปหมด เธ
“หึหึ งั้นวันนี้คุณพยาบาลช่วยดูให้พี่หน่อยสิคะ ตรงนี้ของพี่มันบวม ไม่รู้เป็นอะไร”เขาพูดพร้อมกับงัดท่อนเอ็นที่กำลังปูดโปนเต็มที่ออกมาจากกางเกงนอนผ้าแพรสีกรม หญิงสาวมองมันอย่างไม่ชินเสียที ทั้งที่มันก็เข้าไปในตัวเธอแทบทุกคืน เธอกลืนน้ำลายดังอึก รู้หน้าที่ว่าเธอต้องทำอะไรปานดาวนั่งคุกเข่าอยู่ตรงวางขาของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะจับท่อนอุ่นรูดรั้งไปมาเบาๆ จนชายหนุ่มตาขวากระตุกด้วยความกระสันเสียว เธอค่อยๆ แลบลิ้นออกมาก่อนจะเริ่มวนที่ปลายหัวเห็ดสีชมพูและส่งมันเข้าไปในปากเล็กเข้าออกจนมันแข็งอย่างกับหินตากลมช้อนตามองสีหน้าของสามี พร้อมกับรูดรั้งท่อนเอ็นไปด้วย เธอรู้สึกสะใจทุกครั้งที่สามารถทำให้พิรัฐต้องร้องซีดออกมาจนชายหนุ่มต้องจับศีรษะเธอพร้อมกับส่งเอวหนาเข้าออกปากเล็กของหญิงสาว“แค่กๆๆ”เสียงไอดังขึ้นเมื่อท่อนแข็งเข้าไปลึกจนเกินไปจนเธอหายใจไม่ออก ชายหนุ่มที่เห็นภรรยาตัวเริ่มแดงก็รู้สึกพึงพอใจอยู่ไม่น้อย เขาจับร่างเล็กนอนหงายกับเตียงแล้วรั้งชั้นในเผยให้เห็นกลีบดอกบัวอันแสนฉ่ำหวาน พิรัฐไม่รีรอก่อนจะเอาลิ้นไปที่ตุ่มสวาททำให้หญิงสาวต้องบิดตัวไปมาด้วยความเสียววูบที่บริเวณท้องน้อย ความเสียวสร้างน้ำ
ข่าวการถูกจับของเสี่ยปราโมทย์เป็นข่าวใหญ่ของวัน ปานดาวที่ได้ข่าวตอนนี้หญิงสาวกับไม่สามารถที่จะอยู่เฉยได้อีกต่อไป เพราะเธอเป็นห่วงพี่สาวของเธอจะอยู่อย่างไร ตอนนี้เธอแต่งงานมาได้เกือบสามเดือน ตั้งแต่ที่ปานดาวเจอกับรรินดาที่ร้านตัดชุดเจ้าสาว เธอก็ไม่ได้เจอพี่สาวของเธออีกเลย เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน ที่พึ่งของเธอตอนนี้ก็คงเป็นสามีของเธอ เธอจะไปขอร้องเขายังไงดีให้ช่วยตามหารรินดา หญิงสาวลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน“ขอโทษนะคะที่รบกวน”ปานดาวเอ่ยขอโทษสามีที่เธอเข้ามาในห้องทำงานของเขาโดยพลการ ชายหนุ่มละสายตาจากคอมพิวเตอร์ก่อนที่เขาจะหันมามองภรรยาคนสวยที่ตอนนี้ผมของหญิงสาวเริ่มยาวประบ่า อีกทั้งผิวพรรณยังผุดผ่องกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่แต่งงานมา เขาเองก็มีความคิดที่เปลี่ยนไป จากคนที่เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับเย็นราวกับสายน้ำ เหมือนว่าปานดาวนั้นเป็นคนที่ทำให้เขาจิตใจสงบลง และรู้คำว่าครอบครัวที่แท้จริงเป็นเช่นไร“หนูยังไม่นอนอีกเหรอคะ”ชายหนุ่มเอ่ยถามภรรยาตัวเล็กพร้อมส่งยิ้มหล่อให้หญิงสาว เขาพอจะรู้สาเหตุที่ปานดาวยังไม่นอน ทั้งที่ปกติเวลานี้





![4P ฮาเร็มของเลวาริน [เรย์xคริสxดีแลนxแทนคุณ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

