LOGINตอนที่ 2 ฟอลไปต้องฟอลกลับ
พอกระต่ายเห็นว่าใครเป็นเจ้าของการแจ้งเตือน หญิงสาวที่คิดว่าวันนี้เธอจะได้อ่านทวนเนื้อหาอย่างสบายใจเฉิบเสียอีก ก็แสดงท่าทีกลัดกลุ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัด เธอจ้องการแจ้งเตือนที่ว่านั้นจนหน้าจอดับไป หลังเธอกำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าเธอควรทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี
ทำไมจู่ ๆ พี่โจฮันถึงได้มาสนใจคนอย่างเธอกัน และเขาไปได้แอคเคานต์เธอมาจากไหน ใครเป็นคนให้? ทันทีที่กระต่ายฉุกคิดได้เช่นนั้น หญิงสาวก็รีบคลิกเข้าไปในแอปที่เธอมักจะใช้คุยกับเพื่อนของเธออย่างไม่รีรอ ก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นเธอจะส่งเสียงอ้อเบา ๆ ในลำคอ เมื่อดูเหมือนตอนนี้เธอจะได้คำตอบแล้ว
‘กระต่าย ฉันให้ไอจีแกกับพี่โจฮันไปนะ พอดีฉันออกมาเที่ยว แล้วจู่ ๆ เขาก็เดินมาขออะ’ นั่นคือข้อความที่มิน เพื่อนในกลุ่มเธอส่งทิ้งไว้
โดยในนาทีที่กระต่ายรู้ว่าต้นสายปลายเหตุมันมาจากใคร เวลานั้นหญิงสาวก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้น… เธอก็คงโทษเพื่อนของเธอไม่ได้ เพราะตอนนั้นเธอไม่ยอมให้มันแก่เขาเอง อีกทั้งเธอเองก็ไม่ยอมเล่าเรื่องของเขาให้เพื่อนเธอฟังด้วย
หากจะมีคนผิด เห็นที… มันก็คงเป็นเธอนี่แหละ
เมื่อกระต่ายคิดได้แบบนั้น หญิงสาวก็ตัดสินใจวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม เธอไม่คิดที่จะกดตอบรับคำขอจากเขาแต่อย่างใด เมื่อเธอคิดจะใช้มุกว่าเธอไม่ได้เล่นแอคเคานต์นี้นานแล้ว หลังตอนนั้นเธอบอกเขาไปแบบนั้น
เช้าวันต่อมา
ตอนสายของวันที่วันนี้กระต่ายมาถึงมหาวิทยาลัยก่อนถึงเวลาเข้าเรียนเกือบชั่วโมง ขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านสรุปอยู่ที่ชั้นล่างของคณะเพียงลำพัง เมื่อเหล่าเพื่อนของเธอกำลังเดินทางมา ระหว่างที่กระต่ายกำลังนั่งอ่านสรุปอย่างเงียบ ๆ ไม่คิดเงยหน้าขึ้นไปมองใครอยู่นั้น
“อ๊ะ! อย่า…”
ทันใดนั้นหญิงสาวก็ต้องส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ เมื่อมีคนดึงแว่นที่เธอสวมใส่อยู่ออกไป โดยตอนแรกเธอก็คิดว่าคนที่แกล้งเธออาจจะเป็นเพื่อนผู้ชายในคณะที่ชอบกวนประสาทกันเป็นประจำอยู่แล้ว
แต่กระต่ายกลับคิดผิด เพราะคนที่ก่อกวนเธอตั้งแต่เช้าตรู่ มันคือโจฮันที่เขาน่าจะมีเรียนเช้าเหมือนกันต่างหาก
“พี่โจฮัน” เพียงแค่กระต่ายมองเห็นอีกฝ่าย หญิงสาวที่ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เจออีกคนตั้งแต่เช้าแบบนี้ ก็เรียกชื่อชายตรงหน้าออกมาเสียงเบา ช่วงเวลาเดียวกันพี่โจฮันที่เห็นว่าเธอกำลังทำหน้าตกใจราวกับคนเห็นผี ก็จ้องเธอกลับมาด้วยสายตาชอบใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของเขาจะดังขึ้น
“ทำไมถึงไม่รับฟอลพี่” เขาถามกัน ทำเอากระต่ายในนาทีนั้นที่เธอกำลังตกใจเรื่องที่จู่ ๆ เขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเกิดอาการทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่
“ฟอลอะไรเหรอคะ?” เธอที่ตั้งสติได้แล้วถามกลับไปเสียงเบา เมื่อหญิงสาวตั้งใจจะทำตามแผนการที่เธอคิดไว้ ช่วงเวลาเดียวกันกระต่ายก็รู้สึกว่าลำคอของเธอมันเริ่มแห้งผากอย่างไม่มีเหตุผล
“สาบานสิว่าเราไม่รู้จริง ๆ ” โจฮันเอ่ยกลับมา ทำเอาเธอที่ได้ยินเช่นนั้นมีอาการชะงักไปเล็กน้อย ทว่าไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นเสียงของโจฮันก็ดังขึ้นอีกหน พร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา คล้ายเจ้าตัวไม่อยากให้บรรยากาศระหว่างทั้งคู่มันตึงเครียดเกินไป
แม้ว่าตอนนี้มันอาจไม่ทันแล้วก็ตาม
“ฮ่า ๆ พี่ก็แค่ล้อเล่นครับ นี่กระต่ายเป็นอะไรไปครับ พี่บอกแล้วไงว่าพี่ก็แค่อยากทำความรู้จักเราเท่านั้น” โจฮันกล่าวเพิ่มเติม พร้อมจ้องมองกระต่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ซึ่งพอกระต่ายถูกถามเช่นนั้น หญิงสาวก็เงียบไปครู่หนึ่ง เธอเกิดความลังเลในใจ เมื่อเธอกำลังพิจารณาว่าเธอควรบอกเหตุผลกับเขาไปตรง ๆ ดีหรือไม่
“ก็พี่โจฮัน …ดูน่ากลัว” หลังจากที่กระต่ายตบตีกับความคิดของตัวเองอยู่นานสองนาน ในที่สุดเธอกก็กลั้นใจพูดมันออกไปเสียที โดยหลังจากที่เธอพูดออกไปเช่นนั้น คิ้วเข้มของเขาก็ย่นเข้าหากันโดยพลัน
“น่ากลัว?” ร่างสูงทวนคำพูดของกระต่ายซ้ำอีกครั้ง คล้ายเขาไม่คิดว่าตัวเองจะได้ยินคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากเธอ ซึ่งพอกระต่ายพยักหน้าเบา ๆ กลับไปให้อีกฝ่ายแล้ว นาทีนั้นโจฮันก็ไม่ลังเลที่จะซักไซ้เธอเพิ่มเติม
“ตรงไหนกันที่น่ากลัว?”
“ก็จู่ ๆ พี่ก็เข้าหากระต่าย ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันไม่มีเหตุการณ์ไหนที่ทำให้พี่ต้องมาสนใจกันเลย แล้วแบบนี้มันไม่แปลกเหรอคะ?”
“…”
“นี่พี่ต้องการอะไรกันแน่” กระต่ายถามอีกฝ่ายเสียงจริงจัง เมื่อเธอไม่คิดว่าโจฮันจะเข้าหาเธอด้วยความบริสุทธิ์ใจ และหลังจากที่กระต่ายถามออกไปเช่นนั้น ความเงียบก็ปกคลุมระหว่างทั้งสองอีกครั้ง โจฮันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ ก่อนที่เสียงของเขาจะดังขึ้นอีกรอบ
“พี่บอกแล้วไงว่าพี่อยากทำความรู้จักเรา แล้วทำไมกระต่ายถึงไม่เชื่อพี่สักที” ร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอยังคงยืนกรานกลับมาเช่นเดิม จากนั้นอีกฝ่ายก็คะยั้นคะยอขอให้เธอกดตอบรับคำขอของเขาต่อ เมื่อนี่น่าจะเป็นจุดประสงค์หลักที่ทำให้จู่ ๆ เจ้าตัวก็เดินเข้ามาหาเธอแบบนี้
“พี่ไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับเราจริง ๆ ยังไงกระต่ายก็ช่วยรับฟอลพี่หน่อยนะ นี่ถ้ากระต่ายไม่รับ พี่ไม่ไปจริง ๆ ด้วย” โจฮันบอกกระต่ายเสียงอ้อน แต่ฟังดูแล้วเหมือนเจ้าตัวกำลังขู่เธออยู่ในที
“แต่ว่าแอคนั้น มันแทบเป็นแอคร้างแล้วนะคะ ทุกวันนี้กระต่ายแทบไม่ลงอะไรด้วยซ้ำ”
“ไม่เป็นไรครับ ถึงกระต่ายไม่ลงอะไร พี่ก็ยังอยากฟอลอยู่ดี” โจฮันยืนยันกลับมาอย่างคนหัวรั้น ทำเอากระต่ายที่บ่ายเบี่ยงจนเธอไม่รู้จะบ่ายเบี่ยงยังไงแล้วต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนที่จากนั้นหญิงสาวจะหยิบเครื่องมือสื่อสารของตัวเองออกมา ตั้งใจจะกดตอบรับคำขอจากพี่โจฮันให้จบ ๆ เพื่อที่เขาจะได้เลิกมาวุ่นวายกับเธอเสียที
“ตอนนี้กระต่ายรับฟอลพี่แล้ว พอใจยังคะ” เธอไม่พูดเปล่า แต่หญิงสาวยังหันหน้าจอโทรศัพท์ไปให้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันดูด้วย ซึ่งพอเขาเห็นหลักฐานแล้ว เวลานั้นรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขาโดยพลัน
“พอใจมากครับ” โจฮันตอบเธอ ช่วงเวลาเดียวกันร่างสูงก็หันไปตามเสียง เมื่อเพื่อนของเขาตะโกนเรียกกัน
“ไอ้โจฮัน! อาจารย์มาถึงแล้วนะ” เสียงของธามเรียกโจฮันให้เข้าเรียน
“เออ เดี๋ยวกูไป” เขาตะโกนตอบกลับไป ก่อนที่จากนั้นโจฮันจะหันหน้ากลับมาหากระต่ายอีกรอบ พร้อมพูดกับเธอ
“ตอนนี้พี่ต้องไปเรียนแล้ว งั้นไว้ว่าง ๆ เราไปกินข้าวด้วยกันนะ”
“…”
“อ้อ! พี่คืนแว่นให้นะครับ”
หลังโจฮันวางแว่นตาที่เขาดึงออกไปจากเธอในตอนแรกลงบนโต๊ะแล้ว คนตัวสูงก็เดินจากไปทันที นั่นจึงทำให้ชีวิตของกระต่ายกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก เสียงการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้น เมื่อโจฮันได้มากดไลก์รูปเก่า ๆ ของเธอ ซึ่งบางรูปมันก็เป็นรูปที่เธอเคยลงไว้เมื่อตอนสองปีก่อนด้วยซ้ำ
กระต่ายที่เห็นการกระทำของรุ่นพี่ปีสี่ที่เขาไม่น่าจะมาสนใจคนอย่างเธอ ได้แต่พึมพำเสียงเบา พลางถอนหายใจแรงอีก
“เฮ้อ แล้วจะไม่ให้เรากลัวเขาได้ยังไง นี่ฉันรนหาที่หรือเปล่านะ”
ตอนพิเศษ 4แปดเดือนผ่านไป หลังจากวันที่ชีวิตค่อย ๆ เข้าที่เข้าทาง งานแต่งของโจฮันและกระต่ายก็ถูกจัดขึ้นที่กรุงเทพ ทุกอย่างภายในงานถูกแต่งแต้มด้วยบรรยากาศพิเศษ โรงแรมหรูใจกลางเมืองถูกเลือกให้กลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานที่อบอุ่น เรียบหรูแต่ไม่โอ่อ่าจนเกินไป ดอกไม้สีขาวครีมประดับเรียงราย แซมด้วยใบสีเขียวอ่อนให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายในห้องแต่งตัวเจ้าสาว กระต่ายนั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบขับให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานกว่าที่เคยเป็น ดวงตาคู่เดิมที่เคยเต็มไปด้วยความกลัว วันนี้กลับนิ่งและมั่นคง“แก… สวยจริง สวยแบบคนที่ผ่านอะไรมาเยอะแล้วรอดมาได้” คะนิ้งพูดเสียงสั่น พร้อมกับเดินมาใกล้ ๆ กระต่าย“ฉันภูมิใจในตัวแกมากนะกระต่าย” มินพยักหน้า น้ำตาคลอ“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีวันนี้” กระต่ายยิ้มตอบรับเพื่อนเสียงอ่อนไม่ต่างกัน“พวกแกไม่ได้ต้องให้ซองนะ ฉันยังติดค้างพวกแกคนละแสน จะโอนให้เลย ”“ยัยเจ้าสาว อย่ามาทำแบบนี้ ฉันรับขวัญหลานชาย” มินย้ำความตั้งใจของเธอ“ฉันก็ด้วย ห้ามโอนกลับมานะ” คะนิ้งเสริมมินเข้าไปอีกคน“ขอบใจพวกแกนะ รักพวกแกที่สุด ถ้าพวกแกแต่งงาน ฉันจะจัดให้หนักๆเลย” กร
ตอนพิเศษ 3สามวันผ่านไปคำปรึกษาของหมอถือว่าช่วยให้โจฮันผ่อนคลายลงไม่น้อย แม้ว่าเขาจะไม่ใช่หมอแต่ก็พอรู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง ความต้องการของเขามันไม่ได้ระบายเลยสักครั้ง ตั้งแต่กระต่ายท้องจนกระต่ายคลอดลูกออกมานั่นแหละโจฮันอดทนมาโดยตลอด เขาไม่เคยเร่งเร้าหรือรบเร้าเธอเลยสักครั้ง เพราะรู้ดีว่าการคลอดลูกมันทั้งเจ็บและเหนื่อยไม่น้อยเลย แต่หลังจากที่ปรึกษากับหมอมาแล้ว กระต่ายเองก็พอจะเดาได้เหมือนกัน เธอเองก็สบายใจไม่ต่างจากโจฮันเท่าไร ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เสียที่ไหนว่าอีกฝ่ายต้องการเรื่องแบบนั้นไม่ต่างจากเธอนักหรอกหลังจากที่กลับจากโรงพยาบาลวันนั้น วันนี้กระต่ายและโจฮันก็ฝากลูกไว้กับแม่ครู แม่ครูเองก็เข้าใจว่าทั้งสองคนไม่ได้พักกันเลยสักวัน ตั้งแต่ช่วยกันเลี้ยงลูกมาโดยตลอด ไหนเลยจะเรื่องงานจึงเอาหลานไปนอนด้วยทั้งแต่ฟ้ายังไม่ค่ำ“พี่โจฮัน หนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เสียงหวานบอกกับอีกฝ่าย ขณะที่เธอจัดข้าวของที่ไปซื้อมาเมื่อเช้าให้เข้าที่เข้าทางโจฮันที่ดูสรุปงานของบริษัทเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่ออย่างเร่งรีบ ระยะหลังนี้เขาเอาแต่เลี้ยงลูกและดูแลกระต่ายมากกว่าการทำงานเสียอีก
ตอนพิเศษ 2หลังจากทุกอย่างค่อย ๆ คลี่คลาย พ่อกับแม่ของโจฮันก็จัดการเคลียร์งานทั้งหมด ก่อนจะเดินทางมาที่บ้านแม่ครูด้วยตัวเอง การมาเยือนครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงของฝากหรือความเป็นห่วง แต่มีหัวใจของผู้ใหญ่ที่ตั้งใจมารับผิดชอบอย่างแท้จริงบ้านไม้หลังเล็กอบอวลไปด้วยบรรยากาศเรียบง่าย พ่อแม่โจฮันยกมือไหว้แม่ครูด้วยความนอบน้อม ก่อนจะหันมามองกระต่ายที่อุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขน สายตาที่เคยมองผ่านเพียงในภาพถ่าย วันนี้กลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูและอ่อนโยน“ขอบคุณที่ดูแลลูกสะใภ้กับหลานของเราอย่างดีนะครับ” พ่อของโจฮันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจคำว่าลูกสะใภ้ทำให้กระต่ายชะงัก ดวงตาแดงเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว โจฮันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือมาจับมือเธอไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝันการพูดคุยเป็นไปอย่างเปิดใจ ไม่มีการกล่าวโทษ ไม่มีการตัดสินพ่อแม่โจฮันยอมรับความผิดพลาดของลูกชาย และขอบคุณกระต่ายที่เข้มแข็งอดทนและให้กำเนิดหลานที่น่ารักเช่นนี้“เรื่องแต่งงาน เราไม่อยากเร่งอะไรทั้งนั้น” แม่ของโจฮันพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “ขอแค่กระต่ายพร้อมเมื่อไร เราจะเป็นผู้ใหญ่มาสู่ขออย่างถูกต้อง แม่ครูคิดเห
ตอนพิเศษ 1คำสั่งของประธานบริษัทถือว่าเป็นเด็ดขาด กระต่ายถูกเรียกให้เข้ามาในห้องทำงานของเขาตั้งแต่เริ่มงาน เธออยากท้วงอยู่เหมือนกัน เมื่ออีกฝ่ายบอกให้เข้ามาช่วยงาน แต่ดูเหมือนว่าภายในห้องทำงานจะจัดปาร์ตี้เสียมากกว่าอาหารเครื่องดื่มและขนมถูกจัดเตรียมเอาไว้เยอะแยะ ราวกับว่ากำลังจะเลี้ยงคนทั้งแผนก ทั้ง ๆ ที่ภายในห้องมีเธอและเขาอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น ส่วนเรื่องทำงานอย่าพูดถึง เธอถามตั้งแต่เข้าห้องมาในตอนเช้าแล้ว ว่ามีอะไรให้เธอทำหรือเปล่า แต่เธอกลับได้ทำเพียงแค่งานเอกสารเล็กน้อยเท่านั้น“จะให้ฉันเข้ามานั่งเฉย ๆ เหรอคะ” กระต่ายทนไม่ไหวจนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถามกลับไปแทนนี่จะเข้าช่วงเที่ยงอยู่แล้ว เธอได้แต่นั่ง ๆ จับ ๆ เอกสารที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด อีกไม่กี่วันเธอก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว เลยอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่โจฮันกำลังทำอยู่ตอนนี้คือ… กำลังกลั่นแกล้งเธอหรือเปล่าร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เอกสารที่ให้จัดเสร็จแล้วเหรอ”“มันไม่มีอะไรเลยนะคะ เอกสารพวกนี้ไม่ใช่เอกสารสำคัญด้วยซ้ำ” กระต่ายยกเอกสารในมือขึ้นมาให้เขาดู ใบหน้าของเ
ตอนที่ 37 ปรับความเข้าใจ (ตอนจบ)แสงไฟสีขาวนวลในห้องพักฟื้นสาดลงมาบนใบหน้าที่อ่อนล้าของกระต่าย เธอนอนเอนศีรษะอยู่บนหมอน มือหนึ่งวางทาบอกอีกมือแตะเปลเด็กที่ตั้งอยู่ข้างเตียง เด็กชายตัวเล็กในนั้นหลับสนิท หายใจสม่ำเสมอราวกับไม่รู้เลยว่าโลกใบนี้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสับสนและความหวั่นไหวเพียงใดโจฮันนั่งอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำ เขาแทบไม่ขยับไปไหน นอกจากลุกไปอุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือหยิบน้ำอุ่นมาให้กระต่ายจิบเป็นระยะ ดวงตาที่เคยนิ่งเฉยกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวังและอ่อนโยน ทุกการกระทำเหมือนผ่านการคิดมาแล้วอย่างดี ราวกับกลัวว่าเพียงพลาดนิดเดียวทุกอย่างจะพังลงอีกครั้งคืนแล้วคืนเล่าโจฮันยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น แม้หมอจะบอกว่ากระต่ายเริ่มแข็งแรงขึ้นแล้วสามารถกลับบ้านได้แต่โจฮันก็อยากให้กระต่ายได้พักผ่อนและอยู่จนครบ 1 สัปดาห์เพื่อตรวจแผลฝีเย็บให้หายสนิทก่อนกลับบ้าน แม้พยาบาลจะบอกว่าเขากลับไปพักผ่อนได้ แต่เขาก็แค่ยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า บอกว่าไม่เป็นไรเขาอยู่ได้กระต่ายมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ ในใจมีทั้งความอุ่นและความสับสนปนกันไปหมด เธอไม่ใช่คนไม่รู้สึก เธอเห็นทุกอย่างเห็นวิธีที่เขาอุ้มลูกอย่างท
ตอนที่ 36 ดูแลสามสัปดาห์ต่อมาหลังจากวันนั้น โจฮันก็ไม่หายไปไหน ทุกเช้าเขาจะขับรถมาจอดหน้าบ้านไม้ของแม่ครูอย่างเงียบ ๆ ไม่เคยส่งเสียงดัง ไม่เคยก้าวก่ายเขาเพียงยืนรออยู่หน้ารั้วพร้อมถุงเต็มไปด้วยของในมือ บางวันเป็นผลไม้บางวันเป็นอาหารที่กระต่ายชอบ บางวันก็เป็นแค่นมสำหรับคนท้องกับวิตามินที่เขาศึกษาข้อมูลมาอย่างดีเขาแค่ ‘อยู่ตรงนั้น’ ต้องขอบคุณแม่ครูที่เป็นคนกลางคอยช่วยเหลือเขา ขอบคุณที่ไม่ไล่เขาออกไปและยังให้กำลังใจเขาด้วยแต่ทุกอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกระต่ายเท่านั้นกระต่ายมองภาพเหล่านั้นจากในบ้านอย่างเงียบ ๆ หัวใจของเธอไม่ได้แข็งแรงอย่างที่พยายามแสดงออก เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงของโจฮันชัดเจน จากผู้ชายที่เคยพูดทุกอย่างตามใจและไม่สนใจใครเลย กลายเป็นคนที่ระวังคำพูดทุกคำ ราวกับกลัวว่าเพียงประโยคเดียวอาจทำให้เธอถอยห่างไปไกลกว่าเดิมเขาไม่ถามเรื่องอดีต ไม่พูดถึงอนาคต และไม่เอ่ยถึงคำว่า ‘คืนดี’ กลับแค่ถามว่า“วันนี้ปวดหลังไหม”“กินข้าวหรือยัง”“อยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า”แม่ครูเองมองทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะโจฮันยกถุงของเข้าไปวางในครัว เขาหันมาหาแม่ครูอย่างสุภาพ“ผ







