Share

บทที่ 1.7

last update Tanggal publikasi: 2026-03-16 11:11:46

โม่อวิ๋นไม่เห็นว่าเป็นเรื่องเสียหาย อีกทั้งเขาเอ็นดูหยางหลินอยู่บ้าง แม้ไม่ใช่ในแบบที่แม่กับพ่อต้องการ แต่เขาก็รู้สึกสบายใจเหมือนพาน้องสาวออกมาเที่ยว เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีใครที่กว่างโจว

“ฉันละไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพวกผู้ใหญ่คิดอะไรอยู่”

“แม่พี่เอาแต่พูดเรื่องเธอไม่หยุด ตั้งแต่ปีนั้นที่ไปเที่ยวฉางซา แม่เอาแต่บอกว่าเธอน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ ยังบอกด้วยว่าถ้าพี่ใหญ่ไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียง แม่จะให้เธอกับพี่ใหญ่นัดบอดเจอกันซะเลย” โม่อวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“งั้นตอนนั้นฉันก็โชคดีน่ะสิคะที่พี่เขาเป็นนักร้อง”

“คงจะอย่างนั้น” ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

“พี่ก็ชอบเธอนะแต่ชอบแบบน้องสาวเพราะพี่ไม่มีน้องสาว งั้นเธอมาเป็นน้องสาวพี่แล้วกัน ตกลงตามนี้นะ”

“ตกลงตามนี้ค่ะ”

“เรื่องผู้ใหญ่พี่จะจัดการเอง”

เมื่อโม่อวิ๋นพูดอย่างนั้นหยางหลินก็พยักหน้าอย่างวางใจ “ความจริงแบบนี้ก็ดีค่ะ ที่นี่ฉันรู้จักคนไม่มากมีพี่คอยช่วยก็อุ่นใจดี อย่าลืมมารับฉันไปเที่ยวบ้างนะคะ ฉันยังไม่ค่อยคุ้นกับเมืองกว่างโจว”

“แน่นอนอยู่แล้ว

ความพยายามที่จะจับคู่ของคุณนายทั้งสองล้มเหลวในที่สุด เพราะทั้งเห็นชัดว่าโม่อวิ๋น และหยางหลินกลายมาเป็นคู่หูพี่น้องที่เข้าขากันได้เป็นอย่างดี

แม้จะผิดหวังที่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่คุณนายทั้งสองก็รู้สึกดีที่ลูกๆ เข้ากันได้ดี แถมยังสนิทกันเอามากด้วย

เรื่องงานที่พิพิธภัณฑ์เป็นไปอย่างราบรื่น หลายเดือนถัดมาหยางหลินเริ่มปรับตัวเข้ากับกว่างโจวได้แล้ว ทั้งยังแวะเวียนไปเยี่ยมครอบครัวตระกูลโม่อยู่เสมอ กระทั่งในช่วงเทศกาลสำคัญที่หญิงสาวไม่ได้กลับฉางซาเพราะเพิ่งเข้าทำงาน คุณนายโม่ก็ส่งโม่อวิ๋นมารับหยางหลินไปค้างที่บ้าน

ทุกครั้งที่ไปที่บ้านตระกูลโม่ หยางหลินยังคงไม่ได้พบกับโม่เฉวียน หลายครั้งได้แต่แอบคิดว่าเขาเองก็คงไม่อยากโดนจับคู่จึงไม่อยากจะพบเธอ ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับหญิงสาว

หยางหลินเดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์หลังเลิกงาน วันนี้เพื่อนที่ทำงานด้วยกันต่างก็ตกลงกันว่าจะไปกินมื้อค่ำใกล้ๆ แถวนี้ก่อนกลับบ้าน ดังนั้นจึงต่างคนก็ต่างมายืนรอกันด้านหน้าทางออก ถึงอย่างนั้นกลุ่มที่ออกมากันกลับยืนซุบซิบกันอย่างสนุกปาก

“มีหนุ่มหล่อมาพร้อมรถหรูยืนรอที่ทางเข้าไม่รู้แฟนใคร” เฉียวอิงรีบกระซิบบอกเสียงเบา

หยางหลินมองตามสายตาของเพื่อนร่วมงานกระทั่งเห็นร่างสูงที่ยืนพิงรถสีขาวอยู่ไกลๆ เขาโดดเด่นถึงขนาดนี้หญิงสาวจึงมั่นใจทันทีที่เห็น

“เขาหล่อมากเลยใครน่ะ” เหลียนเซียนทำท่าทางราวกำลังละลายแต่เมื่อสุดหล่อโบกมือมา ทุกคนต่างก็อ้าปากค้างตาโต

“เสี่ยวหลินทางนี้”

หยางหลินถอนหายใจออกมาเสียงเบา โม่อวิ๋นหล่อเหลาจนทำเอาเพื่อนร่วมงานเธอต่างก็มองจนตาค้างไปแล้ว “วันนี้คงไปด้วยไม่ได้แล้วนะ ไว้วันหลัง...”

“ใครน่ะหล่อจังมีแฟนแล้วงุบงิบไม่ให้เรารู้เหรอ” เฉียวอิงมองหยางหลินตาโต

“เปล่านะ”

“แล้วเขาเป็นใครน่ะ”

“เขาเป็น...ญาติ”

“งั้นฉันขอ” เหลียนเซียนลูบหน้าและยกมือขึ้นสางผม

“ข้ามศพฉันไปก่อน” เฉียวอิงหยิบแป้งตลับขึ้นมาซับใบหน้า หยางหลินได้แต่อดขำไม่ได้แต่เมื่อกำลังจะเดินเข้าไปหาโม่อวิ๋น อเล็กซ์ก็เดินเข้ามาสมทบอีกคน

“รุ่นพี่มาทำอะไรคะ ไม่ใช่บอกว่าไม่ว่างหรือไง” หยางหลินมองเขาด้วยท่าทางประหลาดใจ ปกติรุ่นพี่คนนี้มักจะอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ทำไมวันนี้ถึงออกมารวมกลุ่มกับทุกคนได้

“มารอเธอนั่นแหละ ไม่ใช่บอกว่าจะไปกินมื้อค่ำกับทุกคนหรอกเหรอ อีกอย่างฉันยังมีงานต้องปรึกษา อาทิตย์หน้าจะมีแจกันโบราณยุคราชวงศ์ฉินส่งมา เรา...”

“โถ่รุ่นพี่คะ” เฉียวอิงตัดบท “นี่มันหกโมงครึ่งแล้วนะคะ เลิกงานแล้วค่ะ เรื่องงานเอาไว้วันจันทร์ค่อยว่ากันอีกที” พูดจบก็ลากหยางหลินให้เดินตรงไปยังสุดหล่อที่ยืนรออยู่

“พี่อวิ๋น มาได้ไงคะ”

เหลียนเซียนมองเห็นท่าทางหงุดหงิดของอเล็กซ์ก็ได้แต่ถอนหายใจ “ก็พี่เอาแต่มอง หลายเดือนแล้วไม่ทำอะไร เสี่ยวหลินก็ของใสซื่อขนาดนี้ทำไงได้ละคะ”

อเล็กซ์มองเหลียนเซียนนิ่ง “ไม่เกี่ยวกับเธอ”

“ค่ะ” เหลียนเซียนแบมือสองข้างออกมาข้างหน้า “งั้นฉันขอตัวนะคะ มื้อเย็นวันนี้ขอบายเพราะดูเหมือนเสี่ยวหลินของเรามีราชรถมาเกยแล้ว เสี่ยวหลินไม่ไปฉันก็ไม่ไป กลับก่อนนะคะ บายค่ะทุกคน”

หยางหลินแนะนำเฉียวอิงให้โม่อวิ๋นรู้จักด้วยท่าทีอึดอัด หญิงสาวที่พยายามให้ท่าชายหนุ่มอย่าง ช่างทำให้คนอื่นรู้สึกตะขิดตะขวงใจดีแท้... ยังดีที่เสียงมือถือของโม่อวิ๋นดังขึ้น เขากดรับและพูดไม่กี่ประโยคก็ส่งมือถือให้หยางหลินแทนคำอธิบายทั้งหมด

“ครับแม่ รอเดี๋ยวนะครับเสี่ยวหลินอยู่ตรงหน้าผมแล้ว รับสายนี้สิแม่อยากคุยกับเธอ”

จบประโยคโม่อวิ๋นก็มองไปยังร่างสูงของชายหนุ่มอีกคนที่ยืนห่างออกไป ดูเหมือนแม้จะไกลขนาดนี้แต่เขาก็รับรู้ถึงความไม่เป็นมิตรของชายอีกคนในทันที ดังนั้นมันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่เขาจะหมั่นไส้กับท่าทีของอเล็กซ์ ทั้งที่เขาเองก็บริสุทธิ์ใจกับน้องสาวของเขาคนนี้

“คุณป้าคะ ไปค้างที่บ้านเหรอคะ? ดีเลยสุดสัปดาห์นี้ยังคิดเลยว่าจะไปเยี่ยมคุณป้าที่บ้าน แต่ต้องไปที่อพาร์ทเม้นก่อนนะคะ ยังไม่ได้เตรียมตัวเลย”

โม่อวิ๋นทำท่าโอเค ก่อนมองอเล็กซ์ที่ดูแปลกใจกับความสนิทสนมของทั้งสองคน

“งั้นเราไปกันเลยมั้ย พี่ขอกาแฟสักถ้วยตอนเธอเก็บกระเป๋าละกัน”

“ได้ค่ะ ทุกคนฉันมีธุระคงไม่ได้ไปกินมื้อค่ำกับทุกคนนะคะ”

มองดูหยางหลินขึ้นรถไปกับโม่อวิ๋น อเล็กซ์ได้แต่รู้สึกหงุดหงิด ตั้งแต่หญิงสาวเข้ามาทำงานในพิพิธภัณฑ์ เขาก็เป็นคนสอนงานทั้งยังดูแลอีกฝ่ายตั้งแต่ต้น รู้เรื่องของหญิงสาวเกือบทั้งสิ้นเพราะหยางหลินเก็บความรู้สึกไม่เก่ง เรื่องที่หญิงสาวมีแฟนเขาเองก็ไม่เคยได้ยิน หลายเดือนมานี้ก็ไม่เคยเห็นมารับมาส่ง ดังนั้นเขาจึงทึกทักไปเองว่าอีกฝ่ายไม่มีใคร

“หรือว่าฉันใจเย็นเกินไปอย่างที่เหลียนเซียนว่า ฉันควรเดินหน้าจีบ...แต่เขา...เป็นแฟนเสี่ยวหลินจริงๆเหรอ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.6 จบ

    “พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.5

    โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.4

    “เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.3

    “ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.2

    “ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดินไปได้ก้าวหนึ่ง อาการปวดศีรษะกลับทำให้หน้ามืดล้มลง“เสี่ยวหลิน...” โม่เฉวียนรีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน“คุณแม่....” “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนและเซวียนเซวียนตกใจจนร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโม่เฉวียนอุ้มหยางหลินขึ้นมาและพาไปนอนลงที่โซฟา“คุณแม่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดเท่านั้นเอง” โม่เฉวียนหันมาปลอบเด็กๆ“ปล่อยฉันนะ” หยางหลินยังเอ็ดเขาเสียงเขียว ทั้งที่ยังหลับตาและอ่อนเพลียเหยียนเหยียนวิ่งหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ “ดื่มน้ำหน่อยนะฮะคุณแม่” เหยียนเหยียนส่งแก้วน้ำให้ผู้เป็นแม่“ขอบใจจ๊ะ” หยางหลินส่งยิ้มให้ลูกชายตัวน้อย“ถึงเธอจะโกรธพี่อยู่ แต่ยังไงวันนี้ก็ให้พี่ช่วยดูแลเด็กๆเถอะนะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สบาย” โม่เฉวียนขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตากังวล“เราดูแลกันเองมาได้ขนาดนี้โดยที่ไม่เป็นอะไร

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.1

    จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำตัวเองแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้เสียใจทำไมกันจริงมั้ย” หยางหลินหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอว่าฉันบ้ามั้ย ทั้งอยากให้เขารู้ และไม่อยากให้เขารู้ไปพร้อมๆ กัน”“ไม่หรอก ฉันเข้าใจดี แต่ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เธอมีสิทธิ์เลือกทางเดินนี่ เขาไม่อ่านก็เป็นความผิดของเขา” เฉียวอิงปลอบโยนเพื่อนรัก “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”“ฉันรับปากแม่กับพ่อแล้วว่าจะไปอเมริกา ที่นั่นอากาศกำลังดี ไปพักผ่อนและลองทบทวนหลายๆ เรื่อง บางทีฉันอาจอยู่ทำงานที่นั่นเลย”เฉียวอิงพยักหน้า “ฉันไปเยี่ยมเธอบ้างได้มั้ย”“แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ฉันเกิดเรื่อง”“พูดอะไรโง่ๆ” เฉียวอิงกอดหยางหลินแน่น “เอาเถอะ การตัดสินใจเป็นของเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เดินหน้าไปเลย จะไม่ได้ต้องเสียใจทีหลัง”เธอ...จะไม่เสียใจในภายหลังจริง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 9.2

    หยางหลินค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง ในใจเริ่มสั่นคลอนอย่างบอกไม่ถูกค่ำคืนนั้นโม่เฉวียนกลับมาตอนสี่ทุ่ม เขาพบว่าหยางหลินยังคงนั่งรอ กับข้าวอุ่นแล้วอุ่นอีก และหญิงสาวยังคงส่งยิ้มกว้างให้เขา “เหนื่อยมั้ยคะ”หยางหลินยิ้มให้เขาด้วยท่าทางเป็นปกติ ถึงอย่างนั้นประโยคของเฟิงเยี่ยนยังคงก้องในใจ ‘ถึงข้างก

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 9.1

    นับจากค่ำคืนที่คู่แต่งงานได้เปิดใจพูดคุย รวมไปถึงความสัมพันธ์ที่เกินเลย ทำให้คนทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากความใกล้ชิด ก่อให้เกิดความผูกพันซึ่งถักทอขึ้นในใจหยางหลินยังคงทำงานและรักษาความลับของการแต่งงาน เพราะเข้าใจว่างานในวงการของโม่เฉวียน เรื่องราวความสัมพันธ์เป็นสิ่งต้องห้า

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 8.6

    จังหวะสุดท้ายของการกระทั้นเอวสอบลึกล้ำ เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามก็ดังขึ้น ทั้งคู่ระเบิดความสุขออกมาพร้อมๆ กัน และมันก็เป็นความงดงามที่เขาไม่อาจสรรหาคำใดมาเปรียบ เขาครอบครองหยางหลิน ไปพร้อมๆ กับยอมรับหัวใจของตัวเองเขาโม่เฉวียนหลงรักเมียของตัวเอง หยางหลิน...ผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วย รักตั้งแต่ตอนไหน

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 8.4

    โม่เฉวียนเลิกคิ้วมองเพราะไม่เคยเห็นด้านนี้ของหญิงสาวใบหน้าแดงก่ำเพราะแอลกอฮอล์ชิดลงมาหาเขา พร้อมกับทำในสิ่งที่โม่เฉวียนไม่คาดคิด หยางหลินกำลังก้มลงจูบเขามันไม่ใช่จูบแบบแตะแผ่วๆ แต่เป็นจูบจริงๆ ที่ใช้ปลายลิ้นเข้าจู่โจม โม่เฉวียนคำรามในลำคอเพราะแทบจะอดใจไม่อยู่ สัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มถูกหญิงสาวปลุก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status