แชร์

บทที่ 1.7

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-16 11:11:46

โม่อวิ๋นไม่เห็นว่าเป็นเรื่องเสียหาย อีกทั้งเขาเอ็นดูหยางหลินอยู่บ้าง แม้ไม่ใช่ในแบบที่แม่กับพ่อต้องการ แต่เขาก็รู้สึกสบายใจเหมือนพาน้องสาวออกมาเที่ยว เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีใครที่กว่างโจว

“ฉันละไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพวกผู้ใหญ่คิดอะไรอยู่”

“แม่พี่เอาแต่พูดเรื่องเธอไม่หยุด ตั้งแต่ปีนั้นที่ไปเที่ยวฉางซา แม่เอาแต่บอกว่าเธอน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ ยังบอกด้วยว่าถ้าพี่ใหญ่ไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียง แม่จะให้เธอกับพี่ใหญ่นัดบอดเจอกันซะเลย” โม่อวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“งั้นตอนนั้นฉันก็โชคดีน่ะสิคะที่พี่เขาเป็นนักร้อง”

“คงจะอย่างนั้น” ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

“พี่ก็ชอบเธอนะแต่ชอบแบบน้องสาวเพราะพี่ไม่มีน้องสาว งั้นเธอมาเป็นน้องสาวพี่แล้วกัน ตกลงตามนี้นะ”

“ตกลงตามนี้ค่ะ”

“เรื่องผู้ใหญ่พี่จะจัดการเอง”

เมื่อโม่อวิ๋นพูดอย่างนั้นหยางหลินก็พยักหน้าอย่างวางใจ “ความจริงแบบนี้ก็ดีค่ะ ที่นี่ฉันรู้จักคนไม่มากมีพี่คอยช่วยก็อุ่นใจดี อย่าลืมมารับฉันไปเที่ยวบ้างนะคะ ฉันยังไม่ค่อยคุ้นกับเมืองกว่างโจว”

“แน่นอนอยู่แล้ว

ความพยายามที่จะจับคู่ของคุณนายทั้งสองล้มเหลวในที่สุด เพราะทั้งเห็นชัดว่าโม่อวิ๋น และหยางหลินกลายมาเป็นคู่หูพี่น้องที่เข้าขากันได้เป็นอย่างดี

แม้จะผิดหวังที่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่คุณนายทั้งสองก็รู้สึกดีที่ลูกๆ เข้ากันได้ดี แถมยังสนิทกันเอามากด้วย

เรื่องงานที่พิพิธภัณฑ์เป็นไปอย่างราบรื่น หลายเดือนถัดมาหยางหลินเริ่มปรับตัวเข้ากับกว่างโจวได้แล้ว ทั้งยังแวะเวียนไปเยี่ยมครอบครัวตระกูลโม่อยู่เสมอ กระทั่งในช่วงเทศกาลสำคัญที่หญิงสาวไม่ได้กลับฉางซาเพราะเพิ่งเข้าทำงาน คุณนายโม่ก็ส่งโม่อวิ๋นมารับหยางหลินไปค้างที่บ้าน

ทุกครั้งที่ไปที่บ้านตระกูลโม่ หยางหลินยังคงไม่ได้พบกับโม่เฉวียน หลายครั้งได้แต่แอบคิดว่าเขาเองก็คงไม่อยากโดนจับคู่จึงไม่อยากจะพบเธอ ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับหญิงสาว

หยางหลินเดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์หลังเลิกงาน วันนี้เพื่อนที่ทำงานด้วยกันต่างก็ตกลงกันว่าจะไปกินมื้อค่ำใกล้ๆ แถวนี้ก่อนกลับบ้าน ดังนั้นจึงต่างคนก็ต่างมายืนรอกันด้านหน้าทางออก ถึงอย่างนั้นกลุ่มที่ออกมากันกลับยืนซุบซิบกันอย่างสนุกปาก

“มีหนุ่มหล่อมาพร้อมรถหรูยืนรอที่ทางเข้าไม่รู้แฟนใคร” เฉียวอิงรีบกระซิบบอกเสียงเบา

หยางหลินมองตามสายตาของเพื่อนร่วมงานกระทั่งเห็นร่างสูงที่ยืนพิงรถสีขาวอยู่ไกลๆ เขาโดดเด่นถึงขนาดนี้หญิงสาวจึงมั่นใจทันทีที่เห็น

“เขาหล่อมากเลยใครน่ะ” เหลียนเซียนทำท่าทางราวกำลังละลายแต่เมื่อสุดหล่อโบกมือมา ทุกคนต่างก็อ้าปากค้างตาโต

“เสี่ยวหลินทางนี้”

หยางหลินถอนหายใจออกมาเสียงเบา โม่อวิ๋นหล่อเหลาจนทำเอาเพื่อนร่วมงานเธอต่างก็มองจนตาค้างไปแล้ว “วันนี้คงไปด้วยไม่ได้แล้วนะ ไว้วันหลัง...”

“ใครน่ะหล่อจังมีแฟนแล้วงุบงิบไม่ให้เรารู้เหรอ” เฉียวอิงมองหยางหลินตาโต

“เปล่านะ”

“แล้วเขาเป็นใครน่ะ”

“เขาเป็น...ญาติ”

“งั้นฉันขอ” เหลียนเซียนลูบหน้าและยกมือขึ้นสางผม

“ข้ามศพฉันไปก่อน” เฉียวอิงหยิบแป้งตลับขึ้นมาซับใบหน้า หยางหลินได้แต่อดขำไม่ได้แต่เมื่อกำลังจะเดินเข้าไปหาโม่อวิ๋น อเล็กซ์ก็เดินเข้ามาสมทบอีกคน

“รุ่นพี่มาทำอะไรคะ ไม่ใช่บอกว่าไม่ว่างหรือไง” หยางหลินมองเขาด้วยท่าทางประหลาดใจ ปกติรุ่นพี่คนนี้มักจะอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ทำไมวันนี้ถึงออกมารวมกลุ่มกับทุกคนได้

“มารอเธอนั่นแหละ ไม่ใช่บอกว่าจะไปกินมื้อค่ำกับทุกคนหรอกเหรอ อีกอย่างฉันยังมีงานต้องปรึกษา อาทิตย์หน้าจะมีแจกันโบราณยุคราชวงศ์ฉินส่งมา เรา...”

“โถ่รุ่นพี่คะ” เฉียวอิงตัดบท “นี่มันหกโมงครึ่งแล้วนะคะ เลิกงานแล้วค่ะ เรื่องงานเอาไว้วันจันทร์ค่อยว่ากันอีกที” พูดจบก็ลากหยางหลินให้เดินตรงไปยังสุดหล่อที่ยืนรออยู่

“พี่อวิ๋น มาได้ไงคะ”

เหลียนเซียนมองเห็นท่าทางหงุดหงิดของอเล็กซ์ก็ได้แต่ถอนหายใจ “ก็พี่เอาแต่มอง หลายเดือนแล้วไม่ทำอะไร เสี่ยวหลินก็ของใสซื่อขนาดนี้ทำไงได้ละคะ”

อเล็กซ์มองเหลียนเซียนนิ่ง “ไม่เกี่ยวกับเธอ”

“ค่ะ” เหลียนเซียนแบมือสองข้างออกมาข้างหน้า “งั้นฉันขอตัวนะคะ มื้อเย็นวันนี้ขอบายเพราะดูเหมือนเสี่ยวหลินของเรามีราชรถมาเกยแล้ว เสี่ยวหลินไม่ไปฉันก็ไม่ไป กลับก่อนนะคะ บายค่ะทุกคน”

หยางหลินแนะนำเฉียวอิงให้โม่อวิ๋นรู้จักด้วยท่าทีอึดอัด หญิงสาวที่พยายามให้ท่าชายหนุ่มอย่าง ช่างทำให้คนอื่นรู้สึกตะขิดตะขวงใจดีแท้... ยังดีที่เสียงมือถือของโม่อวิ๋นดังขึ้น เขากดรับและพูดไม่กี่ประโยคก็ส่งมือถือให้หยางหลินแทนคำอธิบายทั้งหมด

“ครับแม่ รอเดี๋ยวนะครับเสี่ยวหลินอยู่ตรงหน้าผมแล้ว รับสายนี้สิแม่อยากคุยกับเธอ”

จบประโยคโม่อวิ๋นก็มองไปยังร่างสูงของชายหนุ่มอีกคนที่ยืนห่างออกไป ดูเหมือนแม้จะไกลขนาดนี้แต่เขาก็รับรู้ถึงความไม่เป็นมิตรของชายอีกคนในทันที ดังนั้นมันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่เขาจะหมั่นไส้กับท่าทีของอเล็กซ์ ทั้งที่เขาเองก็บริสุทธิ์ใจกับน้องสาวของเขาคนนี้

“คุณป้าคะ ไปค้างที่บ้านเหรอคะ? ดีเลยสุดสัปดาห์นี้ยังคิดเลยว่าจะไปเยี่ยมคุณป้าที่บ้าน แต่ต้องไปที่อพาร์ทเม้นก่อนนะคะ ยังไม่ได้เตรียมตัวเลย”

โม่อวิ๋นทำท่าโอเค ก่อนมองอเล็กซ์ที่ดูแปลกใจกับความสนิทสนมของทั้งสองคน

“งั้นเราไปกันเลยมั้ย พี่ขอกาแฟสักถ้วยตอนเธอเก็บกระเป๋าละกัน”

“ได้ค่ะ ทุกคนฉันมีธุระคงไม่ได้ไปกินมื้อค่ำกับทุกคนนะคะ”

มองดูหยางหลินขึ้นรถไปกับโม่อวิ๋น อเล็กซ์ได้แต่รู้สึกหงุดหงิด ตั้งแต่หญิงสาวเข้ามาทำงานในพิพิธภัณฑ์ เขาก็เป็นคนสอนงานทั้งยังดูแลอีกฝ่ายตั้งแต่ต้น รู้เรื่องของหญิงสาวเกือบทั้งสิ้นเพราะหยางหลินเก็บความรู้สึกไม่เก่ง เรื่องที่หญิงสาวมีแฟนเขาเองก็ไม่เคยได้ยิน หลายเดือนมานี้ก็ไม่เคยเห็นมารับมาส่ง ดังนั้นเขาจึงทึกทักไปเองว่าอีกฝ่ายไม่มีใคร

“หรือว่าฉันใจเย็นเกินไปอย่างที่เหลียนเซียนว่า ฉันควรเดินหน้าจีบ...แต่เขา...เป็นแฟนเสี่ยวหลินจริงๆเหรอ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.6 จบ

    “พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.5

    โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.4

    “เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.3

    “ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.2

    “ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดินไปได้ก้าวหนึ่ง อาการปวดศีรษะกลับทำให้หน้ามืดล้มลง“เสี่ยวหลิน...” โม่เฉวียนรีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน“คุณแม่....” “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนและเซวียนเซวียนตกใจจนร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโม่เฉวียนอุ้มหยางหลินขึ้นมาและพาไปนอนลงที่โซฟา“คุณแม่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดเท่านั้นเอง” โม่เฉวียนหันมาปลอบเด็กๆ“ปล่อยฉันนะ” หยางหลินยังเอ็ดเขาเสียงเขียว ทั้งที่ยังหลับตาและอ่อนเพลียเหยียนเหยียนวิ่งหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ “ดื่มน้ำหน่อยนะฮะคุณแม่” เหยียนเหยียนส่งแก้วน้ำให้ผู้เป็นแม่“ขอบใจจ๊ะ” หยางหลินส่งยิ้มให้ลูกชายตัวน้อย“ถึงเธอจะโกรธพี่อยู่ แต่ยังไงวันนี้ก็ให้พี่ช่วยดูแลเด็กๆเถอะนะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สบาย” โม่เฉวียนขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตากังวล“เราดูแลกันเองมาได้ขนาดนี้โดยที่ไม่เป็นอะไร

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.1

    จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำตัวเองแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้เสียใจทำไมกันจริงมั้ย” หยางหลินหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอว่าฉันบ้ามั้ย ทั้งอยากให้เขารู้ และไม่อยากให้เขารู้ไปพร้อมๆ กัน”“ไม่หรอก ฉันเข้าใจดี แต่ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เธอมีสิทธิ์เลือกทางเดินนี่ เขาไม่อ่านก็เป็นความผิดของเขา” เฉียวอิงปลอบโยนเพื่อนรัก “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”“ฉันรับปากแม่กับพ่อแล้วว่าจะไปอเมริกา ที่นั่นอากาศกำลังดี ไปพักผ่อนและลองทบทวนหลายๆ เรื่อง บางทีฉันอาจอยู่ทำงานที่นั่นเลย”เฉียวอิงพยักหน้า “ฉันไปเยี่ยมเธอบ้างได้มั้ย”“แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ฉันเกิดเรื่อง”“พูดอะไรโง่ๆ” เฉียวอิงกอดหยางหลินแน่น “เอาเถอะ การตัดสินใจเป็นของเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เดินหน้าไปเลย จะไม่ได้ต้องเสียใจทีหลัง”เธอ...จะไม่เสียใจในภายหลังจริง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 6.5

    “เสี่ยวหลิน” เป็นเจียงรุ่ยที่เดินออกมาเปิดประตู “มาหาพี่โม่เหรอ พี่โม่เราเพิ่งกลับมาเสี่ยวหลินก็มาเคาะประตูแหนะ!” เจียงรุ่ยหันไปตะโกนเรียกโม่เฉวียน ทว่าพอเขาหันกลับมาเห็นสภาพของหยางหลินเต็มตาก็ตกใจ“เสี่ยวหลินเกิดอะไรขึ้น เลือด เธอเลือดออกนี่” เจียงรุ่ยเสียงดังขึ้นเล็กน้อย มองหยางหลินที่ทั้งตัวเปรอ

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 6.4

    “เธอคออ่อน” โม่เฉวียนรินน้ำผลไม้ลงในแก้วให้หยางหลินแทนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์“หยางหลินเป็นเด็กดีน่ะ” โม่อวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย“แบบนี้ฉันที่ดื่มได้ก็เป็นคนไม่ดีน่ะสิ” ฟางฟางหันไปแหวโม่อวิ๋น“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นเสียหน่อย”“แล้วหมายความว่ายังไงละ”หลังจากนั้นคู่รักก็เริ่มเถียงกันขึ้นทำเอาทุกคนหัวเ

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 6.3

    เป็นอย่างที่เฉียวอิงบอก โม่เฉวียนมีเรื่องให้ประหลาดใจจริงๆ แต่ไม่เกี่ยวกับเขาและเธอ ปรากฏว่าเป็นโม่อวิ๋นต่างหาก คนที่บอกว่ายังไม่อยากมีใคร ตอนนี้กลับพาแฟนสาวมาแนะนำให้ทุกคนรู้จัก และหญิงสาวคนนั้นก็คือลูกพี่ลูกน้องของเจียงรุ่ย เรียกได้ว่าคนกันเองทั้งนั้นปาร์ตี้เล็กๆ จะจัดขึ้นที่ห้องชุดของเจียงรุ่ยซ

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 6.2

    “ใช่ฉันเคยบอกแบบนั้น” หยางหลินถอนหายใจแล้วเดินมาพยุงเพื่อนสาวขึ้นนั่งบนโซฟา“แล้วนี่มัน...”“ฉันอธิบายได้”“ใช่เธอต้องอธิบาย ใช่แล้ว พูดมาเลย ด่วนๆ”“พี่ไปแต่งตัวก่อนดีไหมคะ” หยางหลินไหล่ลู่ก่อนสบตากับโม่เฉวียนที่ยังคงยืนนิ่งคล้ายยังไม่เข้าใจสถานการณ์ หญิงสาวดันแผ่นหลังของโม่เฉวียนที่ยังไม่รู้ว่าจะ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status