โซ่รัก พันธะลวง

โซ่รัก พันธะลวง

last updateLast Updated : 2026-03-23
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
70Chapters
440views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

สี่ปีก่อน ‘โม่เฉวียน’ ซุป’ตาร์หนุ่มฉายาของดีเมืองกว่างโจว ฝากฝังความเจ็บปวดแสนสาหัสไว้ให้ ‘หยางหลิน’ ปีนี้เธอกลับมาพร้อมลูกน้อยที่เป็นดังชีวิตและจิตใจ ลูกน้อยที่เขาไม่เคยรับรู้ว่ามีตัวตน เด็กแฝดที่เป็นดังโซ่ทองคล้องใจ นำพาให้เขาและเธอกลับมาพานพบกันอีกครั้ง ครั้งนั้นจากไปเพราะไม่ต้องการผูกมัดเขา เพราะรู้ทั้งรู้ว่าเขามีใครอีกคนในใจ ครั้งนี้เล่าเธอจะหนีรอดจากพันธนาการของโม่เฉวียนได้หรือไม่ เพราะทันทีที่เขารับรู้ว่าตัวเขาเป็นคุณพ่อของเด็กแฝด เขากลับพาตัวเข้ามาพัวพันไม่ยอมออกห่าง ใจหนึ่งกลับหวั่นไหวให้เขาไปแล้วโดยไม่ตั้งใจ แต่ใจหนึ่งกลับลังเลและหวาดกลัวความไม่มั่นคง หยางหลิน หนอ หยางหลิน ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะจากมา เพราะอะไรวันนี้กลับยังคงโหยหาเขา แค่นี้ชีวิตยังวุ่นวายไม่พออีกหรือ!!!

View More

Chapter 1

บทที่ 1.1

“เสี่ยวเหยียนเหยียนอย่าวิ่งสิลูกเดี๋ยวหกล้ม”

เสียงอุทานพร้อมกับร่างรีบคว้าเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น ทำเอาหยางหลินยิ้มพร้อมกับรุนรถเข็นสัมภาระออกมาจากช่องผู้โดยสารขาเข้า

บรรยากาศท่ามกลางผู้คนที่ท่าอากาศยานนานาชาติกว่างโจวไป๋อวิ๋น ยังคงวุ่นวายและคึกคัก เหมือนกับวันนั้น...วันที่หยางหลินเพิ่งมาเยือนครั้งแรก

“พี่เสี่ยวเหยียนอย่าวิ่งสิคะ”

เด็กสาวที่หน้าตาเหมือนกันกับเด็กชายคนแรกกล่าวตามผู้เป็นแม่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งสองคนเป็นฝาแฝดกันอย่างไม่ต้องสงสัย

“เร็วๆ สิฮะแม่ เร็วเข้าเสี่ยวเซวียนเซวียน คุณป้าอยู่ตรงหน้านั่นแล้ว” เหยียนเหยียนตะโกนพร้อมกลับหันมามองด้านหลังอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าเหลียนเซียนยืนรออยู่ไม่ไกล

“คุณป้าครับ!” เหยียนเหยียนตะโกนเรียกพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาเป้าหมาย

“คุณป้า!” ตอนนี้แม้แต่เซวียนเซวียนเองก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเหลียนเซียน เพื่อนรักของผู้เป็นแม่ซึ่งเคยเดินทางไปเยี่ยมที่อเมริกา

สี่ปีแล้วที่หยางหลินตัดสินใจเดินทางไปหาพี่ชายที่อเมริกา ทั้งนี้ก็ไปให้พ้นบางสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวด ใครบางคน ทว่าท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น ก็ยังมีสองชีวิตน้อยๆ ที่ช่วยทำให้เธอผ่านพ้นมาได้

เหยียนเหยียน เซวียนเซวียน ฝาแฝดผู้น่ารักน่าชัง ลูกน้อยของเธอ

 ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อและแม่ ทำให้เธอเลี้ยงลูกน้อยทั้งสองมาได้อย่างราบรื่น กระทั่งเมื่อต้นปีเธอได้รับข้อเสนอจากทางบริษัทที่เธอทำงานอยู่ ให้เดินทางมาประจำที่สาขากว่างโจวสองปี

ระยะเวลาที่เธอเลี้ยงลูกทั้งสอง หยางหลินพร่ำสอนให้เด็กทั้งสองเป็นเด็กที่เข้าใจง่าย ไม่สร้างปัญหาให้คนอื่น ทั้งคู่ก็ไม่เคยทำให้เธอผิดหวัง

แน่นอนว่าเด็กทั้งคู่รู้ว่าพ่อคือใคร เพียงแต่ไม่ทราบว่าทำไมพ่อจะต้องอยู่ที่จีนและแม่อยู่ที่อเมริกา ทั้งนี้หยางหลินบอกเพียงว่าพ่อต้องทำงาน

“แม่ฮะทำไมพ่อไม่มาอยู่กับเราละฮะ” เหยียนเหยียนเคยถามทั้งน้ำตา เมื่อถูกเด็กคนอื่นล้อว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อ

“ทำไมพ่อจะต้องไปทำงานที่จีนด้วยละคะ ที่นั่นไกลมากมั้ย” เซวียนเซวียนพลอยอยากรู้ไปด้วย

“ผมเกลียดพ่อที่ทิ้งเราไปแบบนั้น”

“เหยียนเหยียน เซวียนเซวียน ฟังแม่นะทั้งคู่เลย อย่าเกลียดพ่อเขาเลย ทั้งแม่และพ่อต่างก็มีเหตุผล และเหตุผลนั้นแม่จะบอกลูกเมื่อถึงเวลา ลูกเชื่อแม่สักครั้งไม่ได้เหรอจ้ะ”

เด็กทั้งสองเงียบไปเมื่อได้ยินแม่พูดแบบนั้น

“ก็ได้เราจะเชื่อแม่”

“ขอบใจจ้ะ” หยางหลินกอดลูกน้อยทั้งน้ำตา

โม่เหยียน โม่เซวียน ชื่อแซ่ของเด็กแฝดที่พ่อของพวกเขาไม่รู้ว่ามีตัวตน แซ่โม่ของผู้เป็นพ่อที่เขาอุตส่าห์เซ็นรับรองบุตร ทั้งที่ไม่อ่านว่ามันคืออะไร

...แต่นั่นมันก็เป็นข้อดี เพราะท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขามอบให้ ในความเจ็บปวดนั้นก็ยังมีชีวิตอันบริสุทธิ์ถึงสองชีวิตมาช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าให้หยางหลินผ่านมันมาได้

หยางหลินเดินสำรวจบ้านเช่าที่มีสามห้องนอนอย่างใจเย็น บ้าน ห้องชุด รวมไปถึงอพาร์ทเม้นที่เธอไปดูมา ทั้งหมดนั้นเธอเลือกหลังที่อยู่ในที่ใกล้กับที่ทำงาน และยังมองหาโรงเรียนเตรียมอนุบาลในแถบใกล้ๆ เพื่อให้เหยียนเหยียนกับเซวียนเซวียนได้เข้าเรียนด้วย

สองพี่น้องวิ่งไปมาจากห้องโน้นไปห้องนี้อย่างตื่นเต้น เมื่อรู้ว่านี่อาจจะเป็นบ้านใหม่

“ลูกสองคนคิดยังไงจ้ะ ชอบไหม”

“ก็ดีนะครับ หน้าบ้านมีสนามหญ้าแบบที่อเมริกาเลย”

“นั่นสิคะแม่ ตอนอากาศดีๆ เราจะได้ออกมานั่งปิกนิกที่สนามหญ้าหน้าบ้านได้ยังไงละคะ”

“งั้นก็ได้จ้ะ เราไปดูกันหลายที่แล้ว ที่นี่เหมือนว่าจะดูดีที่สุด” หยางหลินยิ้มมองไปยังนายหน้าหาบ้าน

ไม่ว่าจะทำอะไรเธอจะถามความเห็นลูกๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ ทำให้การตัดสินใจทั้งหมดเป็นของทั้งสามคนรวมกัน ไม่ใช่เฉพาะใครคนใดคนหนึ่ง และในที่สุดทั้งสามก็ได้บ้านที่น่าอยู่โดยการช่วยกันเลือก

หยางหลินเริ่มเข้าทำงานทันทีที่จัดการเรื่องต่างๆ ลงตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน หรือเรื่องโรงเรียนของเด็กแฝด และวันแรกของการทำงาน ก็เป็นวันแรกของสองฝาแฝดที่จะต้องไปโรงเรียนเช่นกัน

ทั้งสามนั่งอยู่บนรถและต่างก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเลย “แม่ดูโอเคสำหรับการทำงานวันแรกใช่ไหมจ้ะ”

“คุณแม่สวยที่สุดอยู่แล้วค่ะ”

“ครับคุณแม่สวยสุดๆ ไปเลยครับ”

หยางหลินหอมแก้มของลูกน้อยฟอดใหญ่ “ขอบใจจ้ะ ตั้งใจเรียนแล้วก็เชื่อฟังคุณครูนะจ้ะ”

“แม่ครับ เราไม่เป็นไรหรอก”

“หนูว่าคุณแม่เองนั่นแหละที่ดูไม่โอเคเลย คุณแม่อยู่ได้โดยที่ไม่มีพวกเราแน่นะคะ”

หยางหลินหัวเราะ ยอมรับว่าลูกสาวตัวน้อยพูดแทงใจดำจริงๆ “นั่นสิจ้ะ แม่ตื่นเต้นจังเลย”

“ทุกอย่างจะต้องโอเคค่ะแม่” เซวียนเซวียนปลอบผู้เป็นแม่

“จ้ะแล้วแม่จะมารับหลังเลิกเรียนนะจ้ะ” หยางหลินมองลูกน้อยทั้งสองเดินเข้าไปด้านในโรงเรียนกับคุณครูอย่างเป็นห่วง ทว่าตัวเธอเองก็มีงานที่ต้องรับมือ ดังนั้นจึงไม่มีเวลามาโอ้เอ้ ร่างระหงจัดชุดสูทสีดำให้เข้าที่พร้อมกับเดินกลับไปขึ้นรถ

ระยะเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่าน สามคนแม่ลูกเริ่มที่จะปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ ได้พอสมควร สองฝาแฝดเองก็เริ่มที่จะมีเพื่อน อีกทั้งเริ่มกินอาหารจีนได้โดยไม่ต้องกังวล

เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง หยางหลินจึงเริ่มติดต่อไปหาเพื่อนเก่า เพราะตั้งแต่กลับมาคราวนี้เว้นเพียงเหลียนเซียน เพื่อนคนอื่นๆ เธอยังไม่มีโอกาสได้พบ

เฉียวอิงและซวงซวงดูเหมือนจะตกหลุมรักสองฝาแฝดตั้งแต่แรกเห็น และด้วยความน่ารักสดใสบวกกับนิสัยเข้ากับคนได้ง่ายของเหยียนเหยียนกับเซวียนเซวียน ทำให้สนิทกับคุณป้าทั้งสองคนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
70 Chapters
บทที่ 1.1
“เสี่ยวเหยียนเหยียนอย่าวิ่งสิลูกเดี๋ยวหกล้ม”เสียงอุทานพร้อมกับร่างรีบคว้าเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น ทำเอาหยางหลินยิ้มพร้อมกับรุนรถเข็นสัมภาระออกมาจากช่องผู้โดยสารขาเข้าบรรยากาศท่ามกลางผู้คนที่ท่าอากาศยานนานาชาติกว่างโจวไป๋อวิ๋น ยังคงวุ่นวายและคึกคัก เหมือนกับวันนั้น...วันที่หยางหลินเพิ่งมาเยือนครั้งแรก“พี่เสี่ยวเหยียนอย่าวิ่งสิคะ”เด็กสาวที่หน้าตาเหมือนกันกับเด็กชายคนแรกกล่าวตามผู้เป็นแม่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งสองคนเป็นฝาแฝดกันอย่างไม่ต้องสงสัย“เร็วๆ สิฮะแม่ เร็วเข้าเสี่ยวเซวียนเซวียน คุณป้าอยู่ตรงหน้านั่นแล้ว” เหยียนเหยียนตะโกนพร้อมกลับหันมามองด้านหลังอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าเหลียนเซียนยืนรออยู่ไม่ไกล“คุณป้าครับ!” เหยียนเหยียนตะโกนเรียกพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาเป้าหมาย“คุณป้า!” ตอนนี้แม้แต่เซวียนเซวียนเองก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเหลียนเซียน เพื่อนรักของผู้เป็นแม่ซึ่งเคยเดินทางไปเยี่ยมที่อเมริกาสี่ปีแล้วที่หยางหลินตัดสินใจเดินทางไปหาพี่ชายที่อเมริกา ทั้งนี้ก็ไปให้พ้นบางสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวด ใครบางคน ทว่าท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น ก็ยังมีสองชีวิตน้อยๆ ที่ช่วยทำให้เธอผ่
Read more
บทที่ 1.2
“เราจะทำอะไรกินกันดีคะคุณป้า” เซวียนเซวียนเอ่ยถามเฉียวอิงที่เดินตามมา เมื่อทั้งหมดเดินเข้ามาในซุปเปอร์มาเก็ตไม่ไกลจากบ้านนัก“อันนี้คงจะต้องถามคุณแม่ครัวสองคนข้างหน้าโน้นนะจ้ะเพราะป้าน่ะแค่ลูกมือ” เฉียวอิงหัวเราะ“ว่าง่ายๆ ว่าทำอาหารไม่เป็นว่างั้นเถอะ” ซวงซวงแขวะ“แล้วเธอทำเป็นหรือไง” เฉียวอิงมองเพื่อนรักตาขวาง“จะแต่งงานอยู่แล้วยังทำอาหารไม่เป็น สงสารเจ้าบ่าวแล้วสิ”“ก็ฉันจะแต่งงานกับคนที่ทำอาหารเก่งนี่นา ฉะนั้นฉันก็ไม่ต้องทำอาหาไง” เฉียวอิงหัวเราะ ตอนนี้แม้แต่หยางหลินเองก็พลอยขำไปด้วย“เอาละเรามาแบ่งเป็นสองฝั่งละกัน จะได้ซื้อของเสร็จเร็วๆ” หยางหลินแบ่งลิสต์ที่จะต้องซื้อออกมาเป็นสองแผ่น“ได้ งั้นฉันกับเสี่ยวเหยียนจะไปซื้อของสด” เฉียวอิงเสนอตัว“เอางั้นก็ได้ งั้นเราสามคนไปซื้อของอื่นๆ ใครเสร็จก่อนก็มารอกันด้านหน้า” หยางหลินจูงมือเซวียนเซวียน ส่วนซวงซวงรับหน้าที่เลือกของลงรถเข็น“พี่เสี่ยวเหยียน คุณป้า อย่าลืมแตงโมของเซวียนเซวียนนะคะ” เซวียนเซวียนเรียกตามผู้เป็นพี่“ได้เลย” เหยียนเหยียนชะโงกหน้าตอบกลับมา“เอาละเสี่ยวเซวียนเราจะต้องชนะพวกนั้นนะจ้ะ เราไปกันเลย” ซวงซวงหัวเราะและหยอกล้อไปก
Read more
บทที่ 1.3
“เราไปแล้วนะคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนกับเหยียนเหยียนหันไปบอกกรอบรูปใบเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มันเป็นรูปแต่งงานของหยางหลินกับโม่เฉวียนนั่นเองก่อนหน้านี้เมื่อเธอค้นรูปนี้ออกมา เด็กทั้งสองแย่งกันจนถึงกับทะเลาะกันหลายครั้ง ดังนั้นเธอจึงเอาไปใส่กรอบวางไว้ให้ในห้องนอนของทั้งสองคนละอัน แต่วันนี้น่าจะเป็นเหยียนเหยียนที่ถือออกมาวางเอาไว้ที่ห้องรับแขกที่ร้านทำผมในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เซวียนเซวียนกำลังถูกจับแต่งหน้าอ่อนๆ เพื่อให้เหมาะกับชุดนางฟ้าตัวน้อยส่วนเหยียนเหยียนนั้นหล่อเหลาอยู่ในชุดสูท พร้อมที่จะถ่ายรูปแล้วหยางหลินรับโทรศัพท์ก่อนเดินออกไปคุยข้างนอกร้าน เธอไม่รู้เลยว่าเหยียนเหยียนมองเห็นใครบางคนเดินผ่านหน้าร้านทำผมไป ก่อนจะได้คิดอะไรเด็กน้อยก็วิ่งตามออกไปโดยที่ไม่มีใครเห็น“พ่อฮะ”เหยียนเหยียนวิ่งเข้าไปกอดใครบางคนจากด้านหลังโม่เฉวียน... อดีตนักแสดงนำชายดีเด่นหลายปีซ้อนซึ่งตอนนี้ผันตัวไปทำงานเบื้องหลังชายหนุ่มหันกลับมามองพร้อมกับก้มลงมองเด็กน้อยที่ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขางงๆ“เด็กที่ไหนกัน” แอนจี้อุทานเมื่อได้ยินว่าเด็กชายตรงหน้าเรียกโม่เฉวียนว่าพ่อ ทั้งยังกอดขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย“ตามหา
Read more
บทที่ 1.4
“คุณแม่คะ” เซวียนเซวียนกับเหยียนเหยียนเงยหน้ามองหยางหลินกับโม่เฉวียนสลับกัน“แล้วคุณพ่อละครับ” เหยียนเหยียนเอาแต่มองโม่เฉวียน“เสี่ยวเหยียนเด็กดี ตามคุณป้ากับคุณลุงไปก่อนนะจ้ะ”หยางหลินยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน“แล้วเราสองคนจะได้เจอคุณพ่ออีกใช่ไหมครับ” เหยียนเหยียนยังคงดื้อดึง“จ้ะ”“คุณแม่สัญญานะฮะ”“จ้ะ แม่สัญญา”“คุณพ่อฮะแล้วเจอกันนะฮะ” เหยียนเหยียนยิ้มและหันมาเอ่ยกับโม่เฉวียน“งั้นก็เอ่ยลาผู้ใหญ่ก่อนเร็วเข้า เซวียนเซวียน” หวังฮ่าวหันหน้ามามองโม่เฉวียน“คุณพ่อ เราไปก่อนนะคะ”“คุณน้า ลาก่อนครับ” เด็กสองคนโค้งคำนับให้แม้กระทั่งแอนจี้“เดี๋ยว...” โม่เฉวียนจะเดินตามไปทว่าหยางหลินกลับเข้ามาขวางทางเขาเอาไว้“โม่เฉวียนคะ เราสายแล้วนะคะ” แอนจี้ยืนขมวดคิ้วไม่พอใจ “ทำไมพี่ไม่ไปซะละคะ” หยางหลินพูดจบก็หมุนตัวจะเดินหนี แต่ติดที่โม่เฉวียนเดินเข้ามาคว้าข้อมือเธอเอาไว้“เสี่ยวหลิน อธิบายมาก่อน ทำไมเด็กสองคนนั้นถึงบอกว่าพี่เป็นพ่อ พวกเขา...เด็กสองคนนั้น...” โม่เฉวียนคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ “หรือว่าตอนนั้นเธอไม่ได้...แท้ง”โม่เฉวียนเสียงแผ่วลงเรื่อยๆ เริ่มเข้าใจในที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงอย่างนั้นยังไม่ทั
Read more
บทที่ 1.5
แต่งตัวแบบนี้ท่ามกลางคนในสนามบิน แถมแฟนคลับบางคนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ชัดเลย!!! ดาราตัวเป็นๆ เธอต้องรีบเผ่นก่อนจะโดนเหยียบจนแบนติดพื้น“ขอบคุณค่ะ” หยางหลินรีบรับกระดาษในมือของเขามาแล้วเร่งฝีเท้าออกไปให้ห่างชายร่างสูงมากที่สุด ขืนอยู่มีหวังได้ซวยขึ้นมาแน่ๆหญิงสาวรักความสงบอย่างเธอ ไม่มีทางรับมือกับแฟนคลับสาวๆ ของดารานักแสดงได้แน่ๆ เห็นอยู่ทุกวันในทีวี เธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อความเข้าใจผิดอย่างแน่นอน“เสี่ยวเฉวียน นายมาทำอะไรตรงนี้” เสียงใครบางคนเรียกชื่อเขาด้วยความสนิทสนม“ครับพี่ ไปเดี๋ยวนี้”‘โม่เฉวียน’ ละสายตาจากแผ่นหลังลนลานไปมองเจ้าของเสียง แต่เมื่อหันกลับมาอีกครั้งคนก็หายตัวไปแล้ว “นั่นมัน...ที่อยู่กับเบอร์โทรบ้านของเราหรือเปล่า เอ หรือว่าจะดูผิด”เขาพึมพำกับตัวเองพร้อมก้าวเท้าออกเดิน ถึงอย่างนั้นเท้าข้างหนึ่งกลับเหยียบเข้ากับสร้อยข้อมือเชือกหนังสีแดงที่ถูกร้อยเอาไว้กับแหวนเงิน เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็มองเห็นข้อความสลักอยู่บนแหวน‘LITTLE LIN’“นั่นอะไร ว้าว สร้อยข้อมือสวยดีนี่ จากแฟนคลับเหรอ” เจียงรุ่ยนักแสดงรุ่นน้องต้นสังกัดเดียวกับเขาเดินตามมาโม่เฉวียนไม่ตอบแต่ยัดมันลงไปในกระเป๋าแล้
Read more
บทที่ 1.6
หยางหลินคล้ายดูออกว่าสวีลั่วมีแผนจับคู่ตนกับโม่อวิ๋น โม่อวิ๋นเองก็เหมือนจะเข้าใจดี เขายังเย้าแม่ตัวเองเล่นๆ ว่ากำลังทำตัวเป็นแม่สื่อ“พี่ว่าแม่คงอยากจับคู่เธอกับพี่ใหญ่มากกว่า แต่ดูตารางงานของเขาแล้ว...” โม่อวิ๋นส่ายหน้า“ฉันยังอย่างมีชีวิตที่สงบสุขนะคะ”โม่อวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา “นั่นสินะ แฟนคลับเขาน่ากลัวน้อยเสียเมื่อไหร่”หลังอาหารค่ำสวีลั่วย้ำแล้วย้ำอีกให้โม่อวิ๋นส่งหยางหลินกลับบ้านอย่างปลอดภัย กำชับว่าหากหญิงสาวว่างให้มาเยี่ยมเยียนที่บ้านให้ได้ อีกทั้งยังมอบของว่างกับของกินมากมายให้กลับมากินที่อพาร์ทเม้นคืนวันนั้นหยางหลินมากระจ่างก็เป็นตอนที่ผู้เป็นแม่โทรศัพท์มาหา“ลูกว่าโม่อวิ๋นเขาเป็นยังไงบ้างจ้ะ” เหมยเซียนถามอย่างมีนัย“ก็ดีนี่คะ พี่เขาก็ใจดี ทำไมเหรอคะ” หญิงสาวอมยิ้มเพราะรู้ดีว่าแม่ของตนกับคุณป้าโม่ต้องพูดคุยกันก่อนหน้านี้แน่นอน“เปล่าจ้ะ แม่แค่อยากรู้”“คุณนายหยางคะ” หญิงสาวถอนหายใจออกมาเสียงยาว “หนูรู้นะคะว่าแม่กับคุณป้ากำลังทำอะไรอยู่ เราเพิ่งจะเจอกันวันแรกเองนะคะ”“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่จ้ะ”“แม่เปิดสปีกเกอร์อยู่เหรอคะ”“ใช่จ้ะ”“พ่อคะ ดูคุณนายหยางสิคะ” ห
Read more
บทที่ 1.7
โม่อวิ๋นไม่เห็นว่าเป็นเรื่องเสียหาย อีกทั้งเขาเอ็นดูหยางหลินอยู่บ้าง แม้ไม่ใช่ในแบบที่แม่กับพ่อต้องการ แต่เขาก็รู้สึกสบายใจเหมือนพาน้องสาวออกมาเที่ยว เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีใครที่กว่างโจว“ฉันละไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพวกผู้ใหญ่คิดอะไรอยู่”“แม่พี่เอาแต่พูดเรื่องเธอไม่หยุด ตั้งแต่ปีนั้นที่ไปเที่ยวฉางซา แม่เอาแต่บอกว่าเธอน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ ยังบอกด้วยว่าถ้าพี่ใหญ่ไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียง แม่จะให้เธอกับพี่ใหญ่นัดบอดเจอกันซะเลย” โม่อวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“งั้นตอนนั้นฉันก็โชคดีน่ะสิคะที่พี่เขาเป็นนักร้อง”“คงจะอย่างนั้น” ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน“พี่ก็ชอบเธอนะแต่ชอบแบบน้องสาวเพราะพี่ไม่มีน้องสาว งั้นเธอมาเป็นน้องสาวพี่แล้วกัน ตกลงตามนี้นะ”“ตกลงตามนี้ค่ะ”“เรื่องผู้ใหญ่พี่จะจัดการเอง”เมื่อโม่อวิ๋นพูดอย่างนั้นหยางหลินก็พยักหน้าอย่างวางใจ “ความจริงแบบนี้ก็ดีค่ะ ที่นี่ฉันรู้จักคนไม่มากมีพี่คอยช่วยก็อุ่นใจดี อย่าลืมมารับฉันไปเที่ยวบ้างนะคะ ฉันยังไม่ค่อยคุ้นกับเมืองกว่างโจว”“แน่นอนอยู่แล้วความพยายามที่จะจับคู่ของคุณนายทั้งสองล้มเหลวในที่สุด เพราะทั้งเห็นชัดว่าโม่อวิ๋น และหยางหลินกล
Read more
บทที่ 1.8
ห้าเดือนแรกของการทำงานผ่านไปอย่างหนักหน่วง การปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ทำให้หยางหลินอดทึ่งตัวเองไม่ได้ ส่วนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองครอบครัวก็กำลังไปได้สวย ซึ่งนั่นทำให้เหมยเซียนวางใจ เพราะนัยหนึ่งในระหว่างที่ลูกสาวห่างจากอ้อมอก ถึงอย่างนั้นก็จะมีสวีลั่วคอยเป็นหูเป็นตาให้เหลียนเซียนกับเฉียวอิงเดินเข้ามาภายในห้องพักระหว่างเวลาพักเที่ยง ในมือมีของกินหลายอย่างมาด้วย เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่ง่วนอยู่กับงาน งาน งาน และงาน ก็ถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้า“ถามจริงนี่ถึงฤดูกาลประกาศพนักงานดีเด่นแล้วเหรอไง” เหลียนเซียนแดกดัน“ได้ก็ดีสิ” หยางหลินหัวเราะ“พวกเราจะไปเที่ยวกันช่วงวันหยุด เธอจะไปด้วยหรือเปล่า” เฉียวอิงวางถุงของกินแล้วหันมาถาม “ถ้าจะให้ดีพาสุดหล่อคนนั้นมาด้วยจะดีมาก”“ช่วงไหนนะ” ยังคงก้มหน้าอยู่เอกสาร“อาทิตย์หน้าน่ะ วันหยุดยาวสามวัน” เหลียนเซียนเดินไปดึงเอกสารออกมาจากมือหยางหลิน “อาทิตย์หน้าเหรอ” หยางหลินเงยมามองเหลียนเซียนและหันหน้าไปมองปฏิทินในที่สุด“ไม่ได้หรอก ช่วงวันหยุดอาทิตย์หน้าตรงกับวันเกิดพี่อวิ๋น”หยางหลินยิ้มเมื่อนึกถึงกล่องของขวัญที่เธอออกไปเดินเลือกซื้อ หลังจากวางแผนกับค
Read more
บทที่ 2.1
โม่เฉวียนขยับลงจากเตียงด้วยท่าทีเกียจคร้าน หลังจากการทำงานหนักตลอดสามเดือน ในที่สุดเขาก็ได้พักและได้นอนหลับเต็มอิ่มจากนี้ตารางงานของเขาจะไม่แน่นเท่าช่วงสามเดือนที่ผ่านเพราะซีรีส์เรื่องล่าสุดเพิ่งปิดกล้อง จะเหลือก็แค่เดินสายถ่ายรายการต่างๆ เพื่อโปรโมทนิดๆ หน่อยๆก่อนหน้านี้หลายเดือนเขาแจ้งกับผู้จัดการเอาไว้แล้วว่าอยากขอหยุด เขารับปากคุณนายโม่เอาไว้แล้วว่าจะกลับบ้านเพื่อร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของน้อยชายให้ได้ ดังนั้นสองวันนี้จึงนับเป็นวันหยุดของเขาหลังจากอาบน้ำและเดินออกมาดูข่าวสารทั้งทางทีวีและสื่อออนไลน์ เขากลับได้รับโทรศัพท์จากฮานน่า คนรักเก่าของเขาที่ต่างคนต่างก็ตกลงที่จะเลิกรากันไปด้วยดี เนื่องจากในยามที่คบกันนั้นหญิงสาวกำลังเป็นนักแสดงที่เริ่มโด่งดัง ส่วนเขาเป็นเพียงแค่นักร้องหน้าใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักโม่เฉวียนยอมรับว่าค่อนข้างลำบากใจที่จะออกไปพบคนรักเก่า เนื่องจากทั้งคู่เลิกรากันไปหลังจากที่ฮานน่านั้นยอมรับสภาพที่คบกันแบบเปิดเผยไม่ได้เธอเป็นฝ่ายบอกเลิกเขา ทั้งยังจากไปอย่างไม่ไยดี แม้ว่าเขาจะบอกว่าให้เธอคบกันโดยที่ไม่ต้องเปิดเผยก็ได้ฮานน่ากับเขาคบกันมาตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย
Read more
บทที่ 2.2
“เรื่องงานฮานน่า” เขาเตือนหญิงสาวกรอกเบียร์ลงไปทั้งขวด “ดื่มก่อนสิคะ ฉันแค่อดไม่ได้ อยากจะรู้ว่าคุณไม่คิดถึงฉัน อย่างที่ฉันคิดถึงคุณทุกวันบ้างเลยเหรอ”ท่าทีเจ็บปวดนั้นไม่ใช่การเสแสร้ง โม่เฉวียนรู้จักฮานน่าดี แต่จุดประสงค์ในการนัดพบกันก็ยังทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ “พอเถอะฮานน่า นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเตือนคุณ เรื่องงานเท่านั้นที่เรายังพอมีเรื่องให้พบและพูดคุย” เขาลุกขึ้นช้าๆ“โม่เฉวียน คุณจะใจร้ายกับฉันแบบนี้ให้ได้เลยหรือคะ ทั้งที่ฉันก็ยอมลงให้คุณขนาดนี้ ฉันง้อคุณนานจนเหนื่อยแล้วนะ ทำไมไม่ยอมให้อภัยฉันสักที คุณก็รู้ว่าวงการนี้เป็นยังไง”“ผมให้อภัยคุณนานแล้วฮานน่า แต่คนเราต้องก้าวต่อไป โม่เฉวียนในวันนั้นตายไปแล้ว ผมในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมที่คุณรู้จัก” เขาลงเสียงเข้ม เห็นท่าทีน่าสงสารของฮานน่าเขาได้แต่พยายามข่มกลั้นไม่ให้ตัวเองใจอ่อน“คุณรู้อะไรมั้ย ไม่ว่าวันนี้หรือวันนั้นอะไรที่ไม่เปลี่ยนไปเลย ...คุณ...ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะรั้งฉันเอาไว้” ฮานน่าเอ่ยเสียงสั่นโม่เฉวียนชะงักงันความจริงก็คือเขาไม่เคยรั้งอีกฝ่ายไว้จริงๆ อาจเพราะเขายังเด็กมาก หรืออาจเพราะรักมากจนไม่อาจเห็นอีกฝ่ายสูญเสีย ฮาน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status