LOGINสี่ปีก่อน ‘โม่เฉวียน’ ซุป’ตาร์หนุ่มฉายาของดีเมืองกว่างโจว ฝากฝังความเจ็บปวดแสนสาหัสไว้ให้ ‘หยางหลิน’ ปีนี้เธอกลับมาพร้อมลูกน้อยที่เป็นดังชีวิตและจิตใจ ลูกน้อยที่เขาไม่เคยรับรู้ว่ามีตัวตน เด็กแฝดที่เป็นดังโซ่ทองคล้องใจ นำพาให้เขาและเธอกลับมาพานพบกันอีกครั้ง ครั้งนั้นจากไปเพราะไม่ต้องการผูกมัดเขา เพราะรู้ทั้งรู้ว่าเขามีใครอีกคนในใจ ครั้งนี้เล่าเธอจะหนีรอดจากพันธนาการของโม่เฉวียนได้หรือไม่ เพราะทันทีที่เขารับรู้ว่าตัวเขาเป็นคุณพ่อของเด็กแฝด เขากลับพาตัวเข้ามาพัวพันไม่ยอมออกห่าง ใจหนึ่งกลับหวั่นไหวให้เขาไปแล้วโดยไม่ตั้งใจ แต่ใจหนึ่งกลับลังเลและหวาดกลัวความไม่มั่นคง หยางหลิน หนอ หยางหลิน ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะจากมา เพราะอะไรวันนี้กลับยังคงโหยหาเขา แค่นี้ชีวิตยังวุ่นวายไม่พออีกหรือ!!!
View More“พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่
โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง
“เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก
“ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู
โม่เฉวียนเดินเข้ามาในห้องพิเศษซึ่งทางโรงพยาบาลจัดเอาไว้ให้ เห็นชัดว่าที่นี่สะดวกสบายอย่างที่จ้าวซั่วเฟิงเคยยืนยันกับเขามองดูคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ดูเหมือนหยางหลินจะผอมลง...ชายหนุ่มก้าวเดินไปหยุดลงข้างเตียง มองดูรอยยิ้มเซียวของคนที่หันมามองเขาช้าๆ หัวใจของโม่เฉวียนราวกับถูกบางอย่างบีบรัด เขามือส
“เกิดอะไรขึ้น เสี่ยวหลิน” โม่เฉวียนยื่นมือออกไปแต่กลับไม่อาจเข้าใกล้หยางหลินเฉียวอิงมองเลือดอย่างตกใจ “รุ่นพี่ เราต้องไปโรงพยาบาลมั้ย เสี่ยวหลินเป็นอะไร ทำไมเลือดไหลเยอะขนาดนี้”“ดูเหมือนเธอจะหกล้ม เราต้องพาเธอไปโรงพยาบาล” “ล้มเหรอ เธอจะล้มได้ยังไง ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองท้องก็ระวังตัวแจ...” เฉียวอิง
“ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดิ
จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำต





