LOGINหยางหลินคล้ายดูออกว่าสวีลั่วมีแผนจับคู่ตนกับโม่อวิ๋น โม่อวิ๋นเองก็เหมือนจะเข้าใจดี เขายังเย้าแม่ตัวเองเล่นๆ ว่ากำลังทำตัวเป็นแม่สื่อ
“พี่ว่าแม่คงอยากจับคู่เธอกับพี่ใหญ่มากกว่า แต่ดูตารางงานของเขาแล้ว...” โม่อวิ๋นส่ายหน้า
“ฉันยังอย่างมีชีวิตที่สงบสุขนะคะ”
โม่อวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา “นั่นสินะ แฟนคลับเขาน่ากลัวน้อยเสียเมื่อไหร่”
หลังอาหารค่ำสวีลั่วย้ำแล้วย้ำอีกให้โม่อวิ๋นส่งหยางหลินกลับบ้านอย่างปลอดภัย กำชับว่าหากหญิงสาวว่างให้มาเยี่ยมเยียนที่บ้านให้ได้ อีกทั้งยังมอบของว่างกับของกินมากมายให้กลับมากินที่อพาร์ทเม้น
คืนวันนั้นหยางหลินมากระจ่างก็เป็นตอนที่ผู้เป็นแม่โทรศัพท์มาหา
“ลูกว่าโม่อวิ๋นเขาเป็นยังไงบ้างจ้ะ” เหมยเซียนถามอย่างมีนัย
“ก็ดีนี่คะ พี่เขาก็ใจดี ทำไมเหรอคะ” หญิงสาวอมยิ้มเพราะรู้ดีว่าแม่ของตนกับคุณป้าโม่ต้องพูดคุยกันก่อนหน้านี้แน่นอน
“เปล่าจ้ะ แม่แค่อยากรู้”
“คุณนายหยางคะ” หญิงสาวถอนหายใจออกมาเสียงยาว “หนูรู้นะคะว่าแม่กับคุณป้ากำลังทำอะไรอยู่ เราเพิ่งจะเจอกันวันแรกเองนะคะ”
“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่จ้ะ”
“แม่เปิดสปีกเกอร์อยู่เหรอคะ”
“ใช่จ้ะ”
“พ่อคะ ดูคุณนายหยางสิคะ” หยางหลินรีบฟ้องเพราะรู้ว่าพ่อของเธอเองก็อยู่ข้างๆ
“พ่อก็ว่าเขาหล่อดีนะ” หยางเซิงกล่าวเสียงจริงจัง “พ่อเคยเจอเขานะ นิสัยดีไว้ใจได้”
“พ่อกับแม่อยากให้หนูมีแฟนขนาดนั้นเชียว”
“เจ้าเด็กคนนี้ เพื่อนลูกบางคนแต่งงานไปแล้วก็มีนะ”
“พ่อคะการที่หนูไม่มีแฟนมันแปลกขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“มันก็ไม่แปลกหรอกลูก แต่พ่อว่ามันน่าจะดีกว่าถ้าลูกจะทำอย่างอื่นไปด้วยนอกจากเรียนหนังสือกับทำงานน่ะ อย่างเช่นการออกไปเที่ยวอะไรทำนองนั้น”
พูดจบทุกคนก็เลยเงียบไปกระทั่งสามคนหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ไม่เวิร์คแฮะ” หยางเซิงเอ่ย
“มันใช้ไม่ได้ผลกับหนูพ่อกับแม่ก็รู้ หนูรับรองร้อยเปอร์เซ็นว่าตอนนี้หนูยังไม่มีแฟนค่ะ พ่อกับแม่วางใจได้เลย ถ้ามีแล้วหนูจะบอกพ่อกับแม่แน่นอน” หยางหลินหัวเราะหลังจับได้ว่ากำลังถูกล้วงความลับ “แต่หนูคิดว่าพี่อวิ๋นเขาก็นิสัยดีนะคะ เพียงแต่เราเพิ่งจะเจอกันเท่านั้นเอง”
หญิงสาวรู้ว่าผู้ใหญ่สองฝ่ายพยายามทำอะไร และแน่ใจว่าโม่อวิ๋นเองก็รู้ตัวดีพอๆ กับเธอว่าทั้งสองกำลังโดนจับคู่
หลายวันต่อมาหยางหลินได้รับโทรศัพท์จากโม่อวิ๋น เขาหัวเราะลั่นเมื่อถูกรู้ทันว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายให้เขาโทรหาหญิงสาว เขาเองก็ยอมรับว่าถูกรบเร้าดังนั้นจึงคิดว่าคล้อยตามไปก่อน
“ไหนๆ เราก็โดนมัดมือชกแล้ว พี่ว่าเราสองคนออกไปหาอะไรกินดีกว่า อยู่บ้านมีหวังโดนแม่บ่นไม่เลิกแน่”
“ก็มีแฟนซะสิคะ” หยางหลินเย้า
“ยังไม่เจอคนที่ใช่น่ะสิ อีกอย่างพี่ยังอยากอยู่คนเดียวอยู่เลย”
“ถามจริง?”
“ไม่ล้อเล่นแล้วพี่รอข้างล่างนะ”
“เอ๋” เมื่อเดินไปที่หน้าต่างมองเห็นรถสีขาวคันหรูที่มาจอดอยู่หน้าหอพัก โม่อวิ๋นเปิดประตูรถออกมาพร้อมโบกมือให้ “เร็วจัง”
“มาเถอะ พี่รู้จักร้านอร่อยแถวนี้”
“ขอสิบนาทีค่ะ”
“ได้จ้ะ”
สิบนาทีตรงเป๊ะที่หยางหลินวิ่งลงมาจนถึงชั้นล่าง หญิงสาวเดินตรงไปที่รถคันหรูพร้อมเบิกตามองด้วยความชื่นชม “นี่รถพี่เหรอคะ สวยจัง” ไม่รู้เรื่องรถหรอกรู้แต่ว่าสวยดี...
โม่อวิ๋นยักไหล่ “มีพี่ชายทั้งหล่อทั้งรวยนี่นะ”
“รถพี่เฉวียนเหรอคะ”
ได้ยินหญิงสาวเรียกพี่ใหญ่ของตัวเองอย่างสนิทสนม โม่อวิ๋นยิ้มเจ้าเลห์ “พี่ว่าเธอกับพี่ใหญ่น่าจะได้เจอกันสักครั้ง”
“ไม่ละคะ” หยางหลินยิ้มแหย
“เอาเถอะพี่ก็แค่เสียดาย เขาน่าจะได้เจอคนที่ดีกว่า... ช่างเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้พี่ยังจนอยู่ไม่มีปัญญาซื้อรถแพงขนาดนี้หรอก คืนนี้ต้องแวะไปรับพี่เขาที่สนามบิน เขาเอารถมาฝากไว้ชั่วคราว ขึ้นรถสิไหนๆ เราก็จะออกเดทแล้วนี่”
“พี่นี่จริงๆ เลยนะคะ รู้ทั้งรู้ว่าเป็นแผนของคุณป้ากับคุณแม่”
ด้วยนิสัยขี้เล่นของโม่อวิ๋น บวกกับนิสัยเข้ากับคนง่ายอย่างหยางหลิน ทำให้แม้ทั้งคู่จะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่ก็คุ้นเคยกันได้อย่างรวดเร็ว
สองหนุ่มสาวออกไปเดินเล่น จากนั้นก็ทานข้าวด้วยกัน นานเข้าจึงพบว่าทั้งคู่มีความชอบหลายอย่างคล้ายคลึงกัน
ถึงอย่างนั้นความชอบที่เหมือนกัน ก็ใช่ว่าจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ ให้เป็นไปอย่างที่บุพการีทั้งสองฝ่ายหมายมั่นปั้นมือ เพราะทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวต่างก็รู้ดีว่าไม่ได้รู้สึกต่อกันอย่างที่ผู้ใหญ่คาดหวังเอาไว้
“เราจะบอกพวกคุณป้ากับคุณแม่ว่ายังไงละคะ”
“บอกว่าเราเดทกันอย่างราบรื่นไงล่ะ” ชายหนุ่มกล่าวทีเล่นทีจริง “ดูท่าแม่พี่จะเป็นเอามาก เผลอๆ อาจจะมากกว่าคุณน้าเสียอีก” โม่อวิ๋นถอนหายใจ
“ไม่หรอกค่ะ คุณแม่ของฉันเองก็ดูท่าจะชอบพี่เอามากๆเลย”
“แล้วคุณพ่อของเธอละ”
“รายนั้นไม่ต้องพูดถึงหรอกค่ะ คุณแม่ว่ายังไงคุณพ่อก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะ”
“งั้นเหรอ งั้นก็บอกไปตามความจริงนี่แหละว่าเราเพิ่งจะรู้จักกัน คนที่เขาคบกันจริงจังยังต้องการเวลาเลย พวกท่านคงไม่เร่งรัดหรอก ปฏิเสธไปตอนนี้ก็เสียแรงเปล่า เอาเป็นตามนี้ละ”
หยางหลินลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเต็มๆ สวีลั่วนั่งนวดฝ่ามือเล็กๆ อยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย ดูแล้วเหมือนคนที่ยังไม่ได้นอนเมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น หยางหลินก็มองไปรอบๆ ห้อง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับดวงตาคมเข้มที่มองมายังเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้วโม่เฉวียน...เขาจ้องเธอตาไม่กระพริบ พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้“อย่าเข้ามานะ!!!” หยางหลินตวาดลั่นพร้อมกับลุกขึ้นกระถดตัวไปจนติดหัวเตียง ใบหน้าซีดขาวดูน่าสงสารจนตัวต้นเหตุใจหล่นวูบโม่เฉวียนเห็นดังนั้นจึงหยุดเดินสวีลั่วหันมามองลูกชายแล้วส่ายหน้า “ออกไปก่อนเถอะ”เขายอมเดินออกไปจากห้องโดยดี“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วแตะมือไปที่ไหล่หยางหลินเบาๆหญิงสาวยังคงมองไปที่ประตูสะดุ้ง “คุณป้าคะ” หยางหลินปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สองแขนกอดร่างของสวีลั่วเอาไว้แน่น“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร ระวังหน่อย ระวังสายน้ำเกลือด้วย หนูหลับไปทั้งคืนเพิ่งตื่นขึ้นมา ป้าตกใจแทบแย่ ยังดีที่อาหมอบอกว่าไม่เป็นไร” ร่างสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวและสับสน ทำเอาสวีลั่วใจหายวาบ สงสารจนอดร้องไห้ตามไม่ได้เสียงร้องไห้บวกกับเสียงสะอื้นของทั้งสองดังออกมาข้างนอก ก
แผ่นหลังงองุ้มที่กำลังก้มลงกอดตัวเอง ทำเอาโม่เฉวียนเผลอกลั้นหายใจ หญิงสาวยังคงไม่รู้ว่าเขาเดินเข้ามาในห้อง กระทั่งโม่เฉวียนกดสวิตช์เปิดไฟจนสว่างทั่วห้องหยางหลินสะดุ้งและหันหน้ากลับมามองเขา ดวงหน้าหวานที่นองน้ำตาเอาไว้ด้วยความตระหนก น้ำตาที่ยังคงคลออยู่ในดวงตาทั้งสองกลิ้งลงมาสองข้างแก้ม ผมยาวที่ถูกมัดรวบเอาไว้หลุดลุ่ยลงมาเคลียไหล่สองข้าง โม่เฉวียนลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง เขามองไปหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาซึ่งอยู่อีกฟากของเตียง สายตาหวาดกลัวมองไปที่ประตูซึ่งอยู่เบื้องหลังเขาเหมือนมองหาทางหนี“ผมโม่เฉวียน” เขากะละมังลงบนโต๊ะ ในใจหวังจะพูดคุยกับหญิงสาวให้หายตกใจก่อน ที่ไหนได้หญิงสาวกลับอาศัยจังหวะที่เขาเดินไปยังอีกฟากของเตียง เบี่ยงตัวหนีและวิ่งตรงไปที่ประตูโม่เฉวียนส่งเสียง โอ๊ะ จากนั้นรีบพุ่งตัวไปคว้าต้นแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ “ใจเย็นๆ พูดกันก่อน” เขาเข้าใจจึงพยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุด ใจเย็นอย่างที่เขาไม่เคยมาก่อน“ปล่อยฉันนะ!!!”หยางหลินร้องอาการปวดหัวรุนแรง พิษไข้กลับมาจู่โจมอีกครั้งพร้อมกับอาการหน้ามืด ร่างเล็กยืนซวนเซ อ่อนเพลียรุนแรงจนทำให้สติของเธอเลือนรางหยางหลินพยายามผลักเขาออกทว่าก
สวีลั่วถอนหายใจออกมาเสียงเบา “กะจะเซอรไพร์สลูกแต่ดันมาเจอเรื่องเซอร์ไพร์สซะเอง ว่าแต่ลูกเถอะมายังไง”“ผมขับรถพี่ใหญ่มาครับ ตอนเลิกงานพี่เขาโทรบอกให้ผมไปรับ”“เสี่ยวเฉวียน?”“ครับ เรากำลังจะถึงบ้านผมรู้เรื่องก็รีบมาหลังส่งพี่ใหญ่ที่บ้าน”“เอ๋จริงเหรอ เสี่ยวหลินเองก็อยู่ที่บ้านนะ”“เอ๋” โม่อวิ๋นเลิกคิ้ว “ป่านนี้ไม่เจอกันแล้วเหรอครับ ไม่ใช่ว่าถูกพี่ใหญ่จับกินแล้วหรอกนะ พี่ใหญ่ยิ่งไม่ชอบคนแปลกหน้าอยู่ รีบกลับกันเถอะครับ”“ไม่หรอกเสี่ยวหลินกำลังไม่สบายแม่เลยให้ใช้ห้องของเสี่ยวเฉวียน เธอน่าจะนอนหลับอยู่...” สวีลั่วชะงักเพราะคิดถึงความไม่เหมาะสม“แม่ว่าอะไรนะ!! เสี่ยวหลินไม่สบายนอนอยู่ในห้องพี่ใหญ่เหรอครับ!!” โม่อวิ๋นเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย ในใจของเขาสังหรณ์ว่าคงเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว“แกจะเสียงดังทำไม ตกอกตกใจหมด ใช่แล้วแม่ให้นอนในห้องเสี่ยวเฉวียน ก็เขาไม่เคยกลับมาใช้ห้องตัวเองนานแล้วนี่ แค่นี้ยังจะห่วงหรือไง”“รีบกลับบ้านกันเถอะครับ”“ทำไม มีอะไรหรือลูก” โม่จวงสังเกตเห็นความกังวลของลูกชายคนเล็กก็ขมวดคิ้ว“นั่นสิทำอย่างกับเสี่ยวเฉวียนจะเข้าไปทำอะไรเสี่ยวหลินอย่างงั้นแหละ พอเขาเห็นว่ามีคนคงถ
หยางหลินหอบหายใจเข้าเมื่อเขาถอนจูบ ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างที่เธอไม่เข้าใจเริ่มเข้าจู่โจม สติที่พยายามควบคุม รวมไปถึงเรี่ยวแรงที่คล้ายเริ่มหดหายมือทั้งสองข้างที่เพิ่งได้รับอิสระ พยายามดันอกแกร่งที่บดเบียดแนบชิด แต่ชั่วขณะนั้นเขากลับสอดมือดันตัวเสื้อขึ้น สัมผัสครอบครองยังอกอวบอิ่ม ส่งผลให้ร่างสาวแอ่นหยัด ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ปลายลิ้นร้อนที่ป่ายปัดดูดดึง ส่งผลให้ห้วงอารมณ์วาบหวามทะยานสูงหญิงสาวอ้าปากหายใจหอบ บางอย่างในกายคล้ายถูกปลุกเร้า สตินึกคิดถูกบิดเบือนไปจากเดิม สองมือที่ดันอกแกร่งเริ่มอ่อนแรงลง เป็นจังหวะให้เขาใช้สองมือดันกระโปรงพลีทสีหวานขึ้นจนเผยต้นขาเพรียว“ขะ...ขอร้องหยุดเถอะ...ได้โปรด” หยางหลินสะดุ้งเฮือกพยายามร้องขอให้เขาหยุด ทว่าเขาคล้ายไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น กระทั่งหยางหลินเริ่มดิ้นรนอีกครั้งเพราะรับรู้ว่าปราการส่วนล่างถูกเลื่อนลงไป กระโปรงพลีทยับยู่ยี่ถูกเหวี่ยงออกไปจนพ้นจากเตียง หญิงสาวเริ่มดิ้นรนขัดขืนด้วยแรงเฮือกสุดท้ายโม่เฉวียนสติหลุดจนไม่รับรู้ถึงการขัดขืน ร่างแกร่งที่ไม่รู้ว่าถอดกางเกงนอนออกไปจนพ้นทางตั้งแต่เมื่อไร ทาบทับกับร่างนุ่มกดตรึงห
“พ่อบอกว่าไม่เป็นไร แม่เองก็กำลังไปที่สถานีตำรวจ ผมออกไปดูหน่อยดีมั้ย มา...ผมเข้าไปส่งพี่ในห้องก่อน ขืนไปที่สถานีตำรวจสภาพพี่แบบนี้ ใครเห็นเดี๋ยวจะเป็นข่าวอีก ข่าวของดีกว่างโจวถูกวางยาคนคงสนใจน่าดู”“นี่ก็บ้านฉัน ฉันจำทางได้ นายรีบไปเถอะ” โม่เฉวียนรู้สึกมึนหัวและร้อนรุ่มไปหมดจนลิ้นชา เขาเกือบจะพูดไม่รู้เรื่องจึงเลือกที่จะไม่ด่าเจ้าน้องชายตัวดี “ฝากนายจัดการด้วยแล้วกัน เอากระเป๋าพี่ไปด้วยในนั้นมีเงินสดอยู่ นายจัดการไปตามที่เห็นสมควร” โม่เฉวียนพยายามรักษาสติ“พี่เดินไหวแน่นะ”“ไม่เป็นไรหรอกนายรีบไปเถอะ”หลังจากที่โม่อวิ๋นออกรถไป โม่เฉวียนก็รีบเดินเข้าบ้าน ตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ถอดเสื้อผ้าออกอย่างเร่งร้อนพร้อมกับปรับแอร์ให้อุณหภูมิต่ำสุด เพื่อให้ช่วยลดความร้อนในร่างกายร่างสูงก้าวเข้าไปในห้องน้ำให้น้ำเย็นช่วยลดอุณหภูมิเบื้องต้นที่กำลังทนทรมาน ยืนภายใต้ม่านน้ำเย็นเยียบทำให้ร่างกายเขาสงบลงเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มั่นใจว่าฤทธิ์ยานี้จะออกฤทธิ์นานเท่าไร ดังนั้นจึงได้แต่กลับไปที่เตียงนอน รอรับผลแห่งความทรมานจากความโง่ของตัวเองชายหนุ่มปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วมุดเขาไปในผ้าห่ม ในหัวมีความคิด
“ดื่มซะหน่อยนะจ๊ะ” กลิ่นเหล้าจัดเต็มจนหยางหลินคิ้วขมวด “แต่หนูคออ่อนมากเลยนะคะ ดื่มนิดเดียวแล้วหลับไม่รู้เรื่องเลย” หยางหลินกล่าวติดตลก “ก็ดีสิจ๊ะ หลับให้สนิทตื่นมาจะได้สดชื่น นอนสักพักถ้าไม่ดีขึ้นยังไงคุณลุงกลับมาเราจะได้ไปโรงพยาบาลกัน” สวีลั่วเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง มันบอกเวลาบ่ายสอง ในใจคิดจะโทรหาลูกชายคนเล็กก่อนเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน “ดูสิคะเลยงานกร่อยเลย ตั้งใจจะจัดงานวันเกิดเซอร์ไพร์สพี่อวิ๋นแท้ๆ กลับมาเซอไพร์สเพราะหนูมาไม่สบายซะงั้น” หยางหลินจิบยาเข้าไปแล้วตาโต “ว้าวอร่อยแฮะ ไม่ยักกะมีกลิ่นเหล้าเลย หวานหอมเหมือนน้ำผลไม้” หยางหลินยิ้มออกมา“เห็นไหมป้าบอกแล้วว่ากินง่าย งั้นดื่มให้หมดถ้วยแล้วนอนเสีย ข้างนอกป้าจะจัดการเองเหลือไม่มากแล้ว” สวีลั่วช่วยหญิงสาวเอนตัวลงนอนบนโซฟา ตอนนั้นเองที่เสียงมือถือดังขึ้น“อะไรนะคะ!!!”เสียงร้อนรนของสวีลั่วทำเอาหยางหลินผุดตัวขึ้นนั่ง แต่เพราะฤทธิ์เหล้าหมักตระกูลโม่กำลังออกฤทธิ์ หญิงสาวจึงรีบเอนพิงพนักโซฟา“ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะรีบไป” สวีลั่ววางสายด้วยท่าทีพะว้าพะวง“เกิดอะไรขึ้นคะคุณป้า” หยางหลินเองก็พลอยตกใจไปด้วยเมื่







