Mag-log inหยางหลินคล้ายดูออกว่าสวีลั่วมีแผนจับคู่ตนกับโม่อวิ๋น โม่อวิ๋นเองก็เหมือนจะเข้าใจดี เขายังเย้าแม่ตัวเองเล่นๆ ว่ากำลังทำตัวเป็นแม่สื่อ
“พี่ว่าแม่คงอยากจับคู่เธอกับพี่ใหญ่มากกว่า แต่ดูตารางงานของเขาแล้ว...” โม่อวิ๋นส่ายหน้า
“ฉันยังอย่างมีชีวิตที่สงบสุขนะคะ”
โม่อวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา “นั่นสินะ แฟนคลับเขาน่ากลัวน้อยเสียเมื่อไหร่”
หลังอาหารค่ำสวีลั่วย้ำแล้วย้ำอีกให้โม่อวิ๋นส่งหยางหลินกลับบ้านอย่างปลอดภัย กำชับว่าหากหญิงสาวว่างให้มาเยี่ยมเยียนที่บ้านให้ได้ อีกทั้งยังมอบของว่างกับของกินมากมายให้กลับมากินที่อพาร์ทเม้น
คืนวันนั้นหยางหลินมากระจ่างก็เป็นตอนที่ผู้เป็นแม่โทรศัพท์มาหา
“ลูกว่าโม่อวิ๋นเขาเป็นยังไงบ้างจ้ะ” เหมยเซียนถามอย่างมีนัย
“ก็ดีนี่คะ พี่เขาก็ใจดี ทำไมเหรอคะ” หญิงสาวอมยิ้มเพราะรู้ดีว่าแม่ของตนกับคุณป้าโม่ต้องพูดคุยกันก่อนหน้านี้แน่นอน
“เปล่าจ้ะ แม่แค่อยากรู้”
“คุณนายหยางคะ” หญิงสาวถอนหายใจออกมาเสียงยาว “หนูรู้นะคะว่าแม่กับคุณป้ากำลังทำอะไรอยู่ เราเพิ่งจะเจอกันวันแรกเองนะคะ”
“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่จ้ะ”
“แม่เปิดสปีกเกอร์อยู่เหรอคะ”
“ใช่จ้ะ”
“พ่อคะ ดูคุณนายหยางสิคะ” หยางหลินรีบฟ้องเพราะรู้ว่าพ่อของเธอเองก็อยู่ข้างๆ
“พ่อก็ว่าเขาหล่อดีนะ” หยางเซิงกล่าวเสียงจริงจัง “พ่อเคยเจอเขานะ นิสัยดีไว้ใจได้”
“พ่อกับแม่อยากให้หนูมีแฟนขนาดนั้นเชียว”
“เจ้าเด็กคนนี้ เพื่อนลูกบางคนแต่งงานไปแล้วก็มีนะ”
“พ่อคะการที่หนูไม่มีแฟนมันแปลกขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“มันก็ไม่แปลกหรอกลูก แต่พ่อว่ามันน่าจะดีกว่าถ้าลูกจะทำอย่างอื่นไปด้วยนอกจากเรียนหนังสือกับทำงานน่ะ อย่างเช่นการออกไปเที่ยวอะไรทำนองนั้น”
พูดจบทุกคนก็เลยเงียบไปกระทั่งสามคนหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ไม่เวิร์คแฮะ” หยางเซิงเอ่ย
“มันใช้ไม่ได้ผลกับหนูพ่อกับแม่ก็รู้ หนูรับรองร้อยเปอร์เซ็นว่าตอนนี้หนูยังไม่มีแฟนค่ะ พ่อกับแม่วางใจได้เลย ถ้ามีแล้วหนูจะบอกพ่อกับแม่แน่นอน” หยางหลินหัวเราะหลังจับได้ว่ากำลังถูกล้วงความลับ “แต่หนูคิดว่าพี่อวิ๋นเขาก็นิสัยดีนะคะ เพียงแต่เราเพิ่งจะเจอกันเท่านั้นเอง”
หญิงสาวรู้ว่าผู้ใหญ่สองฝ่ายพยายามทำอะไร และแน่ใจว่าโม่อวิ๋นเองก็รู้ตัวดีพอๆ กับเธอว่าทั้งสองกำลังโดนจับคู่
หลายวันต่อมาหยางหลินได้รับโทรศัพท์จากโม่อวิ๋น เขาหัวเราะลั่นเมื่อถูกรู้ทันว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายให้เขาโทรหาหญิงสาว เขาเองก็ยอมรับว่าถูกรบเร้าดังนั้นจึงคิดว่าคล้อยตามไปก่อน
“ไหนๆ เราก็โดนมัดมือชกแล้ว พี่ว่าเราสองคนออกไปหาอะไรกินดีกว่า อยู่บ้านมีหวังโดนแม่บ่นไม่เลิกแน่”
“ก็มีแฟนซะสิคะ” หยางหลินเย้า
“ยังไม่เจอคนที่ใช่น่ะสิ อีกอย่างพี่ยังอยากอยู่คนเดียวอยู่เลย”
“ถามจริง?”
“ไม่ล้อเล่นแล้วพี่รอข้างล่างนะ”
“เอ๋” เมื่อเดินไปที่หน้าต่างมองเห็นรถสีขาวคันหรูที่มาจอดอยู่หน้าหอพัก โม่อวิ๋นเปิดประตูรถออกมาพร้อมโบกมือให้ “เร็วจัง”
“มาเถอะ พี่รู้จักร้านอร่อยแถวนี้”
“ขอสิบนาทีค่ะ”
“ได้จ้ะ”
สิบนาทีตรงเป๊ะที่หยางหลินวิ่งลงมาจนถึงชั้นล่าง หญิงสาวเดินตรงไปที่รถคันหรูพร้อมเบิกตามองด้วยความชื่นชม “นี่รถพี่เหรอคะ สวยจัง” ไม่รู้เรื่องรถหรอกรู้แต่ว่าสวยดี...
โม่อวิ๋นยักไหล่ “มีพี่ชายทั้งหล่อทั้งรวยนี่นะ”
“รถพี่เฉวียนเหรอคะ”
ได้ยินหญิงสาวเรียกพี่ใหญ่ของตัวเองอย่างสนิทสนม โม่อวิ๋นยิ้มเจ้าเลห์ “พี่ว่าเธอกับพี่ใหญ่น่าจะได้เจอกันสักครั้ง”
“ไม่ละคะ” หยางหลินยิ้มแหย
“เอาเถอะพี่ก็แค่เสียดาย เขาน่าจะได้เจอคนที่ดีกว่า... ช่างเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้พี่ยังจนอยู่ไม่มีปัญญาซื้อรถแพงขนาดนี้หรอก คืนนี้ต้องแวะไปรับพี่เขาที่สนามบิน เขาเอารถมาฝากไว้ชั่วคราว ขึ้นรถสิไหนๆ เราก็จะออกเดทแล้วนี่”
“พี่นี่จริงๆ เลยนะคะ รู้ทั้งรู้ว่าเป็นแผนของคุณป้ากับคุณแม่”
ด้วยนิสัยขี้เล่นของโม่อวิ๋น บวกกับนิสัยเข้ากับคนง่ายอย่างหยางหลิน ทำให้แม้ทั้งคู่จะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่ก็คุ้นเคยกันได้อย่างรวดเร็ว
สองหนุ่มสาวออกไปเดินเล่น จากนั้นก็ทานข้าวด้วยกัน นานเข้าจึงพบว่าทั้งคู่มีความชอบหลายอย่างคล้ายคลึงกัน
ถึงอย่างนั้นความชอบที่เหมือนกัน ก็ใช่ว่าจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ ให้เป็นไปอย่างที่บุพการีทั้งสองฝ่ายหมายมั่นปั้นมือ เพราะทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวต่างก็รู้ดีว่าไม่ได้รู้สึกต่อกันอย่างที่ผู้ใหญ่คาดหวังเอาไว้
“เราจะบอกพวกคุณป้ากับคุณแม่ว่ายังไงละคะ”
“บอกว่าเราเดทกันอย่างราบรื่นไงล่ะ” ชายหนุ่มกล่าวทีเล่นทีจริง “ดูท่าแม่พี่จะเป็นเอามาก เผลอๆ อาจจะมากกว่าคุณน้าเสียอีก” โม่อวิ๋นถอนหายใจ
“ไม่หรอกค่ะ คุณแม่ของฉันเองก็ดูท่าจะชอบพี่เอามากๆเลย”
“แล้วคุณพ่อของเธอละ”
“รายนั้นไม่ต้องพูดถึงหรอกค่ะ คุณแม่ว่ายังไงคุณพ่อก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะ”
“งั้นเหรอ งั้นก็บอกไปตามความจริงนี่แหละว่าเราเพิ่งจะรู้จักกัน คนที่เขาคบกันจริงจังยังต้องการเวลาเลย พวกท่านคงไม่เร่งรัดหรอก ปฏิเสธไปตอนนี้ก็เสียแรงเปล่า เอาเป็นตามนี้ละ”
“พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่
โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง
“เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก
“ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู
“ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดินไปได้ก้าวหนึ่ง อาการปวดศีรษะกลับทำให้หน้ามืดล้มลง“เสี่ยวหลิน...” โม่เฉวียนรีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน“คุณแม่....” “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนและเซวียนเซวียนตกใจจนร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโม่เฉวียนอุ้มหยางหลินขึ้นมาและพาไปนอนลงที่โซฟา“คุณแม่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดเท่านั้นเอง” โม่เฉวียนหันมาปลอบเด็กๆ“ปล่อยฉันนะ” หยางหลินยังเอ็ดเขาเสียงเขียว ทั้งที่ยังหลับตาและอ่อนเพลียเหยียนเหยียนวิ่งหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ “ดื่มน้ำหน่อยนะฮะคุณแม่” เหยียนเหยียนส่งแก้วน้ำให้ผู้เป็นแม่“ขอบใจจ๊ะ” หยางหลินส่งยิ้มให้ลูกชายตัวน้อย“ถึงเธอจะโกรธพี่อยู่ แต่ยังไงวันนี้ก็ให้พี่ช่วยดูแลเด็กๆเถอะนะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สบาย” โม่เฉวียนขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตากังวล“เราดูแลกันเองมาได้ขนาดนี้โดยที่ไม่เป็นอะไร
จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำตัวเองแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้เสียใจทำไมกันจริงมั้ย” หยางหลินหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอว่าฉันบ้ามั้ย ทั้งอยากให้เขารู้ และไม่อยากให้เขารู้ไปพร้อมๆ กัน”“ไม่หรอก ฉันเข้าใจดี แต่ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เธอมีสิทธิ์เลือกทางเดินนี่ เขาไม่อ่านก็เป็นความผิดของเขา” เฉียวอิงปลอบโยนเพื่อนรัก “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”“ฉันรับปากแม่กับพ่อแล้วว่าจะไปอเมริกา ที่นั่นอากาศกำลังดี ไปพักผ่อนและลองทบทวนหลายๆ เรื่อง บางทีฉันอาจอยู่ทำงานที่นั่นเลย”เฉียวอิงพยักหน้า “ฉันไปเยี่ยมเธอบ้างได้มั้ย”“แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ฉันเกิดเรื่อง”“พูดอะไรโง่ๆ” เฉียวอิงกอดหยางหลินแน่น “เอาเถอะ การตัดสินใจเป็นของเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เดินหน้าไปเลย จะไม่ได้ต้องเสียใจทีหลัง”เธอ...จะไม่เสียใจในภายหลังจริง
มองดูแก้วคอกเทลที่ถูกเปลี่ยนกลับมา แม้ว่านี่จะเป็นเพียงแก้วที่สาม แต่สำหรับหยางหลินมันก็มากพอที่จะทำให้มึนนิดๆ“ถ้าเขาไม่อยากอยู่ก็อย่าไปบังคับ” โม่เฉวียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“เสี่ยวเฉวียน” เฟิงเยี่ยนมองรุ่นน้องด้วยท่าทางประหลาดใจ“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เฟิง ฉันว่าฉันกลับเลยดีกว่า” หยางหลินมองโม่เฉ
ถึงอย่างนั้นเมื่อมองเห็นเฉียวอิง เขากลับขบกรามแน่น ภายใต้เขามองเห็นหยางหลินที่หัวเราะและพูดคุยกับเพื่อน ทั้งยังทำท่าคล้ายปฏิเสธที่จะเดินไปยังฟลอร์เต้นรำโม่เฉวียนถึงกับถลึงตาและมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “บ้าจริงเสี่ยวหลิน”ฮานน่าที่นั่งห่างออกไปหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ มองโม่เฉวียนที่เอาแต่จดจ้องห
โม่เฉวียนบินกลับไปทำงานต่างเมือง ซึ่งครั้งนี้ระยะเวลาที่จะต้องอยู่ต่อจะนานกว่าที่คิดไว้ เขายุ่งจนหัวหมุน ไม่รู้เลยว่าวันเกิดของหยางหลินคือเดือนนี้หยางหลินรู้ดีเกี่ยวกับตารางงานที่เต็มเอี๊ยดของชายหนุ่ม ดังนั้นจึงไม่ได้บอกให้เขารู้ แต่ใครจะไปรู้ว่าเพื่อนสาวของเธอกลับฮึดฮัดขัดใจกับการตัดสินใจนั้นคืน
ในห้องชุดซึ่งเป็นเรือนหอของหยางหลินเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะมาครั้งก่อนหญิงสาวเก็บข้าวของทุกอย่างที่มีน้อยนิดของโม่เฉวียนไปซ่อนทันมาคราวนี้ไม่มีการปิดบังเพราะเฉียวอิงหลุดปากบอกความลับออกมาแล้ว หยางหลินจึงได้แต่ปวดศีรษะที่เห็นเพื่อนสาวกรี๊ดกร๊าดกับรูปแต่งงานและข้าวของของโม่เฉวียน“เขาจริงๆ







