مشاركة

บทที่ 1.6

last update تاريخ النشر: 2026-03-16 11:11:42

หยางหลินคล้ายดูออกว่าสวีลั่วมีแผนจับคู่ตนกับโม่อวิ๋น โม่อวิ๋นเองก็เหมือนจะเข้าใจดี เขายังเย้าแม่ตัวเองเล่นๆ ว่ากำลังทำตัวเป็นแม่สื่อ

“พี่ว่าแม่คงอยากจับคู่เธอกับพี่ใหญ่มากกว่า แต่ดูตารางงานของเขาแล้ว...” โม่อวิ๋นส่ายหน้า

“ฉันยังอย่างมีชีวิตที่สงบสุขนะคะ”

โม่อวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา “นั่นสินะ แฟนคลับเขาน่ากลัวน้อยเสียเมื่อไหร่”

หลังอาหารค่ำสวีลั่วย้ำแล้วย้ำอีกให้โม่อวิ๋นส่งหยางหลินกลับบ้านอย่างปลอดภัย กำชับว่าหากหญิงสาวว่างให้มาเยี่ยมเยียนที่บ้านให้ได้ อีกทั้งยังมอบของว่างกับของกินมากมายให้กลับมากินที่อพาร์ทเม้น

คืนวันนั้นหยางหลินมากระจ่างก็เป็นตอนที่ผู้เป็นแม่โทรศัพท์มาหา

“ลูกว่าโม่อวิ๋นเขาเป็นยังไงบ้างจ้ะ” เหมยเซียนถามอย่างมีนัย

“ก็ดีนี่คะ พี่เขาก็ใจดี ทำไมเหรอคะ” หญิงสาวอมยิ้มเพราะรู้ดีว่าแม่ของตนกับคุณป้าโม่ต้องพูดคุยกันก่อนหน้านี้แน่นอน

“เปล่าจ้ะ แม่แค่อยากรู้”

“คุณนายหยางคะ” หญิงสาวถอนหายใจออกมาเสียงยาว “หนูรู้นะคะว่าแม่กับคุณป้ากำลังทำอะไรอยู่ เราเพิ่งจะเจอกันวันแรกเองนะคะ”

“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่จ้ะ”

“แม่เปิดสปีกเกอร์อยู่เหรอคะ”

“ใช่จ้ะ”

“พ่อคะ ดูคุณนายหยางสิคะ” หยางหลินรีบฟ้องเพราะรู้ว่าพ่อของเธอเองก็อยู่ข้างๆ

“พ่อก็ว่าเขาหล่อดีนะ” หยางเซิงกล่าวเสียงจริงจัง “พ่อเคยเจอเขานะ นิสัยดีไว้ใจได้”

“พ่อกับแม่อยากให้หนูมีแฟนขนาดนั้นเชียว”

“เจ้าเด็กคนนี้ เพื่อนลูกบางคนแต่งงานไปแล้วก็มีนะ”

“พ่อคะการที่หนูไม่มีแฟนมันแปลกขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“มันก็ไม่แปลกหรอกลูก แต่พ่อว่ามันน่าจะดีกว่าถ้าลูกจะทำอย่างอื่นไปด้วยนอกจากเรียนหนังสือกับทำงานน่ะ อย่างเช่นการออกไปเที่ยวอะไรทำนองนั้น”

พูดจบทุกคนก็เลยเงียบไปกระทั่งสามคนหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

“ไม่เวิร์คแฮะ” หยางเซิงเอ่ย

“มันใช้ไม่ได้ผลกับหนูพ่อกับแม่ก็รู้ หนูรับรองร้อยเปอร์เซ็นว่าตอนนี้หนูยังไม่มีแฟนค่ะ พ่อกับแม่วางใจได้เลย ถ้ามีแล้วหนูจะบอกพ่อกับแม่แน่นอน” หยางหลินหัวเราะหลังจับได้ว่ากำลังถูกล้วงความลับ “แต่หนูคิดว่าพี่อวิ๋นเขาก็นิสัยดีนะคะ เพียงแต่เราเพิ่งจะเจอกันเท่านั้นเอง”

หญิงสาวรู้ว่าผู้ใหญ่สองฝ่ายพยายามทำอะไร และแน่ใจว่าโม่อวิ๋นเองก็รู้ตัวดีพอๆ กับเธอว่าทั้งสองกำลังโดนจับคู่

หลายวันต่อมาหยางหลินได้รับโทรศัพท์จากโม่อวิ๋น เขาหัวเราะลั่นเมื่อถูกรู้ทันว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายให้เขาโทรหาหญิงสาว เขาเองก็ยอมรับว่าถูกรบเร้าดังนั้นจึงคิดว่าคล้อยตามไปก่อน

“ไหนๆ เราก็โดนมัดมือชกแล้ว พี่ว่าเราสองคนออกไปหาอะไรกินดีกว่า อยู่บ้านมีหวังโดนแม่บ่นไม่เลิกแน่”

“ก็มีแฟนซะสิคะ” หยางหลินเย้า

“ยังไม่เจอคนที่ใช่น่ะสิ อีกอย่างพี่ยังอยากอยู่คนเดียวอยู่เลย”

“ถามจริง?”

“ไม่ล้อเล่นแล้วพี่รอข้างล่างนะ”

“เอ๋” เมื่อเดินไปที่หน้าต่างมองเห็นรถสีขาวคันหรูที่มาจอดอยู่หน้าหอพัก โม่อวิ๋นเปิดประตูรถออกมาพร้อมโบกมือให้ “เร็วจัง”

“มาเถอะ พี่รู้จักร้านอร่อยแถวนี้”

“ขอสิบนาทีค่ะ”

“ได้จ้ะ”

สิบนาทีตรงเป๊ะที่หยางหลินวิ่งลงมาจนถึงชั้นล่าง หญิงสาวเดินตรงไปที่รถคันหรูพร้อมเบิกตามองด้วยความชื่นชม “นี่รถพี่เหรอคะ สวยจัง” ไม่รู้เรื่องรถหรอกรู้แต่ว่าสวยดี...

โม่อวิ๋นยักไหล่ “มีพี่ชายทั้งหล่อทั้งรวยนี่นะ”

“รถพี่เฉวียนเหรอคะ”

ได้ยินหญิงสาวเรียกพี่ใหญ่ของตัวเองอย่างสนิทสนม โม่อวิ๋นยิ้มเจ้าเลห์ “พี่ว่าเธอกับพี่ใหญ่น่าจะได้เจอกันสักครั้ง”

“ไม่ละคะ” หยางหลินยิ้มแหย

“เอาเถอะพี่ก็แค่เสียดาย เขาน่าจะได้เจอคนที่ดีกว่า... ช่างเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้พี่ยังจนอยู่ไม่มีปัญญาซื้อรถแพงขนาดนี้หรอก คืนนี้ต้องแวะไปรับพี่เขาที่สนามบิน เขาเอารถมาฝากไว้ชั่วคราว ขึ้นรถสิไหนๆ เราก็จะออกเดทแล้วนี่”

“พี่นี่จริงๆ เลยนะคะ รู้ทั้งรู้ว่าเป็นแผนของคุณป้ากับคุณแม่”

ด้วยนิสัยขี้เล่นของโม่อวิ๋น บวกกับนิสัยเข้ากับคนง่ายอย่างหยางหลิน ทำให้แม้ทั้งคู่จะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่ก็คุ้นเคยกันได้อย่างรวดเร็ว

สองหนุ่มสาวออกไปเดินเล่น จากนั้นก็ทานข้าวด้วยกัน นานเข้าจึงพบว่าทั้งคู่มีความชอบหลายอย่างคล้ายคลึงกัน

ถึงอย่างนั้นความชอบที่เหมือนกัน ก็ใช่ว่าจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ ให้เป็นไปอย่างที่บุพการีทั้งสองฝ่ายหมายมั่นปั้นมือ เพราะทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวต่างก็รู้ดีว่าไม่ได้รู้สึกต่อกันอย่างที่ผู้ใหญ่คาดหวังเอาไว้

“เราจะบอกพวกคุณป้ากับคุณแม่ว่ายังไงละคะ”

“บอกว่าเราเดทกันอย่างราบรื่นไงล่ะ” ชายหนุ่มกล่าวทีเล่นทีจริง “ดูท่าแม่พี่จะเป็นเอามาก เผลอๆ อาจจะมากกว่าคุณน้าเสียอีก” โม่อวิ๋นถอนหายใจ

“ไม่หรอกค่ะ คุณแม่ของฉันเองก็ดูท่าจะชอบพี่เอามากๆเลย”

“แล้วคุณพ่อของเธอละ”

“รายนั้นไม่ต้องพูดถึงหรอกค่ะ คุณแม่ว่ายังไงคุณพ่อก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะ”

“งั้นเหรอ งั้นก็บอกไปตามความจริงนี่แหละว่าเราเพิ่งจะรู้จักกัน คนที่เขาคบกันจริงจังยังต้องการเวลาเลย พวกท่านคงไม่เร่งรัดหรอก ปฏิเสธไปตอนนี้ก็เสียแรงเปล่า เอาเป็นตามนี้ละ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.6 จบ

    “พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.5

    โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.4

    “เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.3

    “ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.2

    “ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดินไปได้ก้าวหนึ่ง อาการปวดศีรษะกลับทำให้หน้ามืดล้มลง“เสี่ยวหลิน...” โม่เฉวียนรีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน“คุณแม่....” “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนและเซวียนเซวียนตกใจจนร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโม่เฉวียนอุ้มหยางหลินขึ้นมาและพาไปนอนลงที่โซฟา“คุณแม่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดเท่านั้นเอง” โม่เฉวียนหันมาปลอบเด็กๆ“ปล่อยฉันนะ” หยางหลินยังเอ็ดเขาเสียงเขียว ทั้งที่ยังหลับตาและอ่อนเพลียเหยียนเหยียนวิ่งหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ “ดื่มน้ำหน่อยนะฮะคุณแม่” เหยียนเหยียนส่งแก้วน้ำให้ผู้เป็นแม่“ขอบใจจ๊ะ” หยางหลินส่งยิ้มให้ลูกชายตัวน้อย“ถึงเธอจะโกรธพี่อยู่ แต่ยังไงวันนี้ก็ให้พี่ช่วยดูแลเด็กๆเถอะนะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สบาย” โม่เฉวียนขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตากังวล“เราดูแลกันเองมาได้ขนาดนี้โดยที่ไม่เป็นอะไร

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.1

    จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำตัวเองแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้เสียใจทำไมกันจริงมั้ย” หยางหลินหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอว่าฉันบ้ามั้ย ทั้งอยากให้เขารู้ และไม่อยากให้เขารู้ไปพร้อมๆ กัน”“ไม่หรอก ฉันเข้าใจดี แต่ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เธอมีสิทธิ์เลือกทางเดินนี่ เขาไม่อ่านก็เป็นความผิดของเขา” เฉียวอิงปลอบโยนเพื่อนรัก “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”“ฉันรับปากแม่กับพ่อแล้วว่าจะไปอเมริกา ที่นั่นอากาศกำลังดี ไปพักผ่อนและลองทบทวนหลายๆ เรื่อง บางทีฉันอาจอยู่ทำงานที่นั่นเลย”เฉียวอิงพยักหน้า “ฉันไปเยี่ยมเธอบ้างได้มั้ย”“แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ฉันเกิดเรื่อง”“พูดอะไรโง่ๆ” เฉียวอิงกอดหยางหลินแน่น “เอาเถอะ การตัดสินใจเป็นของเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เดินหน้าไปเลย จะไม่ได้ต้องเสียใจทีหลัง”เธอ...จะไม่เสียใจในภายหลังจริง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 5.6

    หยางหลินเดินกลับเข้ามาด้านในพร้อมกับเตรียมผ้าขนหนูเพื่อเช็ดตัวให้คนที่เมาหลับอยู่บนเตียง เสื้อตัวนอกทั้งหนาและหนักที่เขาสวม ดูแล้วจะน่าจะไม่สบายตัวเวลานอนหยางหลินถอนหายใจแล้ววางกะละมังน้ำกับผ้าขนหนูลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะพยายามช่วยชายหนุ่มถอดเสื้อตัวนอกของเขา แต่เธอต้องยอมแพ้เพราะไม่สามารถดึงมันอ

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 9.2

    หยางหลินค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง ในใจเริ่มสั่นคลอนอย่างบอกไม่ถูกค่ำคืนนั้นโม่เฉวียนกลับมาตอนสี่ทุ่ม เขาพบว่าหยางหลินยังคงนั่งรอ กับข้าวอุ่นแล้วอุ่นอีก และหญิงสาวยังคงส่งยิ้มกว้างให้เขา “เหนื่อยมั้ยคะ”หยางหลินยิ้มให้เขาด้วยท่าทางเป็นปกติ ถึงอย่างนั้นประโยคของเฟิงเยี่ยนยังคงก้องในใจ ‘ถึงข้างก

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 9.1

    นับจากค่ำคืนที่คู่แต่งงานได้เปิดใจพูดคุย รวมไปถึงความสัมพันธ์ที่เกินเลย ทำให้คนทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากความใกล้ชิด ก่อให้เกิดความผูกพันซึ่งถักทอขึ้นในใจหยางหลินยังคงทำงานและรักษาความลับของการแต่งงาน เพราะเข้าใจว่างานในวงการของโม่เฉวียน เรื่องราวความสัมพันธ์เป็นสิ่งต้องห้า

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 4.4

    “อะไรนะคะ” หยางหลินตาโตพร้อมกับหันมามองหน้าโม่เฉวียน เขาพยักหน้าแล้วหันกลับไปจ้องเจียงรุ่ยที่เผลอส่งเสียงตกใจออกมาเช่นกัน“ทำยังไงดี พี่ตกลงเถอะนะคะ” หยางหลินทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ประตูลิฟต์ก็เปิดออกเสียก่อน“พี่เฟิงครับ”“อือฉันจัดการเอง ฉันไปเองนายไม่ต้องห่วง” เฟิงเยี่ยนเข้าใจดี“กลับไปกับพี่เฟ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status