LOGINห้าเดือนแรกของการทำงานผ่านไปอย่างหนักหน่วง การปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ทำให้หยางหลินอดทึ่งตัวเองไม่ได้ ส่วนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองครอบครัวก็กำลังไปได้สวย ซึ่งนั่นทำให้เหมยเซียนวางใจ เพราะนัยหนึ่งในระหว่างที่ลูกสาวห่างจากอ้อมอก ถึงอย่างนั้นก็จะมีสวีลั่วคอยเป็นหูเป็นตาให้
เหลียนเซียนกับเฉียวอิงเดินเข้ามาภายในห้องพักระหว่างเวลาพักเที่ยง ในมือมีของกินหลายอย่างมาด้วย เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่ง่วนอยู่กับงาน งาน งาน และงาน ก็ถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้า
“ถามจริงนี่ถึงฤดูกาลประกาศพนักงานดีเด่นแล้วเหรอไง” เหลียนเซียนแดกดัน
“ได้ก็ดีสิ” หยางหลินหัวเราะ
“พวกเราจะไปเที่ยวกันช่วงวันหยุด เธอจะไปด้วยหรือเปล่า” เฉียวอิงวางถุงของกินแล้วหันมาถาม “ถ้าจะให้ดีพาสุดหล่อคนนั้นมาด้วยจะดีมาก”
“ช่วงไหนนะ” ยังคงก้มหน้าอยู่เอกสาร
“อาทิตย์หน้าน่ะ วันหยุดยาวสามวัน” เหลียนเซียนเดินไปดึงเอกสารออกมาจากมือหยางหลิน “อาทิตย์หน้าเหรอ” หยางหลินเงยมามองเหลียนเซียนและหันหน้าไปมองปฏิทินในที่สุด
“ไม่ได้หรอก ช่วงวันหยุดอาทิตย์หน้าตรงกับวันเกิดพี่อวิ๋น”
หยางหลินยิ้มเมื่อนึกถึงกล่องของขวัญที่เธอออกไปเดินเลือกซื้อ หลังจากวางแผนกับคุณนายโม่ว่าจะจัดงานวันเกิดเซอร์ไพร์สโม่อวิ๋น
“เธอนี่นะติดจังกับบ้านคุณนายโม่คนนี้น่ะ น่าจะแต่งงานกับบ้านนั้นซะเลย” เหลียนเซียนประชด
“อะไรใครจะแต่งงาน” ซวงซวงที่เดินออกมาจากห้องน้ำเอ่ยถาม เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่เหลียนเซียนประชดหยางหลิน
“เปล่าหรอก” หยางหลินยอมแพ้พร้อมกับวางเอกสารในมือ หลังจากถูกก่อกวนจนไม่มีทำงานต่อ สี่สาวพูดคุยกันถึงการออกไปเที่ยวในช่วงวันหยุดนี้ แต่หยางหลินกลับยังคงยืนยันว่าคงไปด้วยไม่ได้
“จริงสิเสี่ยวหลิน อเล็กซ์รออยู่ที่ห้องสาม เขาบอกว่าหลังพักเที่ยงให้ตามไป” ซวงซวงมีท่าทีเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้
“คราวนี้อะไรอีกละ” หยางหลินหน้านิ่วคิ้วขมวด “ไม่รู้ฉันคิดไปเองมั้ย พักหลังๆ มานี้รุ่นพี่เข้มงวดจนฉันนั่งไม่ติดแล้ว”
เหลียนเซียนยักไหล่ “แค่จ้องตาเขาแล้วทำตาปริบๆ พยายามใสซื่อเข้าไว้ รับรองเขาทำอะไรเธอไม่ลงแน่ๆ”
เฉียวอิงกลอกตา “พยายามใสซื่ออะไรกัน เสี่ยวหลินของเราต้องพยายามด้วยเหรอไง”
“ก็นั่นสินะ”
“ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ จะนินทาช่วยรอให้ฉันออกไปก่อนได้มั้ย” หยางหลินย่นหน้า
“เฮ้อ...” เหลียนเซียนถอนหายใจมองตามแผ่นหลังเพื่อนสาว
“อะไร” เฉียวอิงเลิกคิ้ว
“ก็เรื่องอเล็กซ์กับเสี่ยวหลินของเราไง คนหนึ่งก็ใสซื่อ อีกคนก็ท่ามากจนน่ารำคาญ”
“จะว่าไปก็น่าเห็นใจเขานะ ได้ยินมาว่าเขาเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เสี่ยวหลินเคารพนับถือเขาราวกับอาจารย์คนหนึ่ง เกรงใจยิ่งกว่าหัวหน้าเสียอีก จะให้คิดกับเขาแบบนั้นก็คงยากอยู่นะ” ซวงซวงกล่าวอย่างเข้าอกเข้าใจ
“เอาจริงๆ นะ ตอนแรกฉันก็คิดว่าเสี่ยวหลินของเราเหมาะสมกับอเล็กซ์อยู่หรอก แต่ตอนนี้ฉันเอนเอียงไปทางสุดหล่อแซ่โม่มากกว่า ฉันนึกออกแล้วว่าเขาหน้าเหมือนใคร” ซวงซวงทำท่าทีคล้ายฝันกลางวัน
“ใคร”
“โม่เฉวียน สุดหล่อของดีเมืองกว่างโจวของเราไง!!”
เฉียวอิงตาโตคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้เหมือนกัน “นั่นสิ ฉันก็ว่าเหมือนเคยเจอเขาที่ไหน ที่แท้คุ้นหน้าเพราะเขาหน้าเหมือนเสี่ยวเฉวียนเฉวียนของฉันนี่เอง เอ๋ แซ่โม่เหมือนกันด้วยนี่!!”
เมื่อหยางหลินเดินมาจนถึงห้องตัวอย่างที่สามก็เจอเข้ากับอเล็กซ์ที่ยืนรออยู่แล้ว เขายิ้มเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินเข้ามาหา
“มาแล้วเหรอ เข้ามาสิมาดูตัวอย่างที่เพิ่งถูกส่งมาจากทางเหนือ แจกันหลายใบเพิ่งตรวจสอบเสร็จ เอกสารอยู่ในนั้นดูว่ามีอะไรต้องแก้ไขมั้ย เราจะจัดแสดงอาทิตย์หน้า”
“ค่ะ”
หยางหลินเดินเข้าไปนั่งลงและเริ่มทำงานทันที หญิงสาวไม่ได้สังเกตเลยว่าอเล็กซ์เหมือนมีอะไรอยากจะพูด
“วันหยุดนี้มีแผนจะไปไหนแล้วหรือยัง ไปเที่ยวนอกเมืองกับเหลียนเซียนก็ดีนะ”
“ไม่ละค่ะ”
“ทำไมละ” อเล็กซ์เอ่ยถามด้วยย้ำเสียงแปลกๆ หยางหลินหันไปมองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “เอ่อ...พี่แค่เสียดายแทนครั้งนี้เพื่อนร่วมงานหลายคนเองก็ไป พี่เองก็คิดว่าจะไปด้วย”
“ฉันมีนัดแล้วน่ะสิคะ”
“นัดสำคัญหรือ”
“ก็สำคัญค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าโดยไม่สังเกตเห็นประกายความผิดหวังจากชายหนุ่ม
“ไว้โอกาสหน้าคงไม่สายไปมั้งคะ” พูดจบก็รื้อเอกสารออกมาตรวจเตรียมตัวทำงานเต็มที่
อเล็กซ์อ้าปากอยากจะพูดบางอย่างแต่เขาเรียบเรียงออกมาไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง และไม่รู้จะกล่าวในฐานะไหนดี มองดูหญิงสาวก้มหน้าก้มตาทำงานเขาได้แต่ยอมแพ้และถอนหายใจเสียงเบา
เช้าวันสุดสัปดาห์หยางหลินตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการครั่นเนื้อครั่นตัวและอาการปวดหัวอย่างแรง เมื่อลุกจากที่นอน พร้อมเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนัง ก็พบว่าตัวเองตื่นสายตะวันโด่งจนเกือบสิบโมง
มือถือที่มีสายเรียกเข้ากว่าสิบสาย ครึ่งหนึ่งเป็นของสวีลั่ว ส่วนอีกครึ่งเป็นของอเล็กซ์
ฝ่ายหลังไม่รู้ว่าจะอะไรกับเธอหนักหนา หลังๆ มานี้เขามักจะคอยโทรหาแต่กลับไม่ค่อยคุยอะไรมากนัก อาจเพราะเขาเป็นคนไม่ช่างคุยดังนั้นแม้จะโทรมาบ่อยแต่กลับนับประโยคสนทนาได้
“คุณป้าคะหนูตื่นสาย เดี๋ยวจะรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งรถไปเอง ค่ะ ไปถูกค่ะ ได้ค่ะ” หลังวางสายจากสวีลั่วหยางหลินตัดสินใจไม่โทรกลับกาอเล็กซ์แต่รีบอาบน้ำทันที
ตอนนี้รู้ถึงผลพวงของการอ่านหนังสือจนดึก และนอนไม่พอมาหลายวันแล้ว เนื่องจากร่างกายที่กำลังประท้วงออกมาอย่างเห็นได้ชัด เธอกำลังจะเป็นไข้…
หยางหลินกรอกกาแฟดำเข้าไปอย่างเร่งรีบ มันทำให้เธออาการดีขึ้นมาเล็กน้อย เพียงพอให้มีสติครบถ้วนตอนที่ขึ้นเมล์ไปลงใกล้ๆ ถนนแถวบ้านตระกูลโม่
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอนั่งรถไปเอง เพราะทุกครั้งโม่อวิ๋นจะเป็นคนขับรถมารับ แต่วันนี้เธอไม่อยากจะให้โม่อวิ๋นรู้ว่าเธอกับคุณนายโม่วางแผนให้เขาประหลาดใจกับปาร์ตี้วันเกิด
หยางหลินลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเต็มๆ สวีลั่วนั่งนวดฝ่ามือเล็กๆ อยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย ดูแล้วเหมือนคนที่ยังไม่ได้นอนเมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น หยางหลินก็มองไปรอบๆ ห้อง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับดวงตาคมเข้มที่มองมายังเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้วโม่เฉวียน...เขาจ้องเธอตาไม่กระพริบ พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้“อย่าเข้ามานะ!!!” หยางหลินตวาดลั่นพร้อมกับลุกขึ้นกระถดตัวไปจนติดหัวเตียง ใบหน้าซีดขาวดูน่าสงสารจนตัวต้นเหตุใจหล่นวูบโม่เฉวียนเห็นดังนั้นจึงหยุดเดินสวีลั่วหันมามองลูกชายแล้วส่ายหน้า “ออกไปก่อนเถอะ”เขายอมเดินออกไปจากห้องโดยดี“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วแตะมือไปที่ไหล่หยางหลินเบาๆหญิงสาวยังคงมองไปที่ประตูสะดุ้ง “คุณป้าคะ” หยางหลินปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สองแขนกอดร่างของสวีลั่วเอาไว้แน่น“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร ระวังหน่อย ระวังสายน้ำเกลือด้วย หนูหลับไปทั้งคืนเพิ่งตื่นขึ้นมา ป้าตกใจแทบแย่ ยังดีที่อาหมอบอกว่าไม่เป็นไร” ร่างสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวและสับสน ทำเอาสวีลั่วใจหายวาบ สงสารจนอดร้องไห้ตามไม่ได้เสียงร้องไห้บวกกับเสียงสะอื้นของทั้งสองดังออกมาข้างนอก ก
แผ่นหลังงองุ้มที่กำลังก้มลงกอดตัวเอง ทำเอาโม่เฉวียนเผลอกลั้นหายใจ หญิงสาวยังคงไม่รู้ว่าเขาเดินเข้ามาในห้อง กระทั่งโม่เฉวียนกดสวิตช์เปิดไฟจนสว่างทั่วห้องหยางหลินสะดุ้งและหันหน้ากลับมามองเขา ดวงหน้าหวานที่นองน้ำตาเอาไว้ด้วยความตระหนก น้ำตาที่ยังคงคลออยู่ในดวงตาทั้งสองกลิ้งลงมาสองข้างแก้ม ผมยาวที่ถูกมัดรวบเอาไว้หลุดลุ่ยลงมาเคลียไหล่สองข้าง โม่เฉวียนลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง เขามองไปหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาซึ่งอยู่อีกฟากของเตียง สายตาหวาดกลัวมองไปที่ประตูซึ่งอยู่เบื้องหลังเขาเหมือนมองหาทางหนี“ผมโม่เฉวียน” เขากะละมังลงบนโต๊ะ ในใจหวังจะพูดคุยกับหญิงสาวให้หายตกใจก่อน ที่ไหนได้หญิงสาวกลับอาศัยจังหวะที่เขาเดินไปยังอีกฟากของเตียง เบี่ยงตัวหนีและวิ่งตรงไปที่ประตูโม่เฉวียนส่งเสียง โอ๊ะ จากนั้นรีบพุ่งตัวไปคว้าต้นแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ “ใจเย็นๆ พูดกันก่อน” เขาเข้าใจจึงพยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุด ใจเย็นอย่างที่เขาไม่เคยมาก่อน“ปล่อยฉันนะ!!!”หยางหลินร้องอาการปวดหัวรุนแรง พิษไข้กลับมาจู่โจมอีกครั้งพร้อมกับอาการหน้ามืด ร่างเล็กยืนซวนเซ อ่อนเพลียรุนแรงจนทำให้สติของเธอเลือนรางหยางหลินพยายามผลักเขาออกทว่าก
สวีลั่วถอนหายใจออกมาเสียงเบา “กะจะเซอรไพร์สลูกแต่ดันมาเจอเรื่องเซอร์ไพร์สซะเอง ว่าแต่ลูกเถอะมายังไง”“ผมขับรถพี่ใหญ่มาครับ ตอนเลิกงานพี่เขาโทรบอกให้ผมไปรับ”“เสี่ยวเฉวียน?”“ครับ เรากำลังจะถึงบ้านผมรู้เรื่องก็รีบมาหลังส่งพี่ใหญ่ที่บ้าน”“เอ๋จริงเหรอ เสี่ยวหลินเองก็อยู่ที่บ้านนะ”“เอ๋” โม่อวิ๋นเลิกคิ้ว “ป่านนี้ไม่เจอกันแล้วเหรอครับ ไม่ใช่ว่าถูกพี่ใหญ่จับกินแล้วหรอกนะ พี่ใหญ่ยิ่งไม่ชอบคนแปลกหน้าอยู่ รีบกลับกันเถอะครับ”“ไม่หรอกเสี่ยวหลินกำลังไม่สบายแม่เลยให้ใช้ห้องของเสี่ยวเฉวียน เธอน่าจะนอนหลับอยู่...” สวีลั่วชะงักเพราะคิดถึงความไม่เหมาะสม“แม่ว่าอะไรนะ!! เสี่ยวหลินไม่สบายนอนอยู่ในห้องพี่ใหญ่เหรอครับ!!” โม่อวิ๋นเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย ในใจของเขาสังหรณ์ว่าคงเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว“แกจะเสียงดังทำไม ตกอกตกใจหมด ใช่แล้วแม่ให้นอนในห้องเสี่ยวเฉวียน ก็เขาไม่เคยกลับมาใช้ห้องตัวเองนานแล้วนี่ แค่นี้ยังจะห่วงหรือไง”“รีบกลับบ้านกันเถอะครับ”“ทำไม มีอะไรหรือลูก” โม่จวงสังเกตเห็นความกังวลของลูกชายคนเล็กก็ขมวดคิ้ว“นั่นสิทำอย่างกับเสี่ยวเฉวียนจะเข้าไปทำอะไรเสี่ยวหลินอย่างงั้นแหละ พอเขาเห็นว่ามีคนคงถ
หยางหลินหอบหายใจเข้าเมื่อเขาถอนจูบ ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างที่เธอไม่เข้าใจเริ่มเข้าจู่โจม สติที่พยายามควบคุม รวมไปถึงเรี่ยวแรงที่คล้ายเริ่มหดหายมือทั้งสองข้างที่เพิ่งได้รับอิสระ พยายามดันอกแกร่งที่บดเบียดแนบชิด แต่ชั่วขณะนั้นเขากลับสอดมือดันตัวเสื้อขึ้น สัมผัสครอบครองยังอกอวบอิ่ม ส่งผลให้ร่างสาวแอ่นหยัด ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ปลายลิ้นร้อนที่ป่ายปัดดูดดึง ส่งผลให้ห้วงอารมณ์วาบหวามทะยานสูงหญิงสาวอ้าปากหายใจหอบ บางอย่างในกายคล้ายถูกปลุกเร้า สตินึกคิดถูกบิดเบือนไปจากเดิม สองมือที่ดันอกแกร่งเริ่มอ่อนแรงลง เป็นจังหวะให้เขาใช้สองมือดันกระโปรงพลีทสีหวานขึ้นจนเผยต้นขาเพรียว“ขะ...ขอร้องหยุดเถอะ...ได้โปรด” หยางหลินสะดุ้งเฮือกพยายามร้องขอให้เขาหยุด ทว่าเขาคล้ายไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น กระทั่งหยางหลินเริ่มดิ้นรนอีกครั้งเพราะรับรู้ว่าปราการส่วนล่างถูกเลื่อนลงไป กระโปรงพลีทยับยู่ยี่ถูกเหวี่ยงออกไปจนพ้นจากเตียง หญิงสาวเริ่มดิ้นรนขัดขืนด้วยแรงเฮือกสุดท้ายโม่เฉวียนสติหลุดจนไม่รับรู้ถึงการขัดขืน ร่างแกร่งที่ไม่รู้ว่าถอดกางเกงนอนออกไปจนพ้นทางตั้งแต่เมื่อไร ทาบทับกับร่างนุ่มกดตรึงห
“พ่อบอกว่าไม่เป็นไร แม่เองก็กำลังไปที่สถานีตำรวจ ผมออกไปดูหน่อยดีมั้ย มา...ผมเข้าไปส่งพี่ในห้องก่อน ขืนไปที่สถานีตำรวจสภาพพี่แบบนี้ ใครเห็นเดี๋ยวจะเป็นข่าวอีก ข่าวของดีกว่างโจวถูกวางยาคนคงสนใจน่าดู”“นี่ก็บ้านฉัน ฉันจำทางได้ นายรีบไปเถอะ” โม่เฉวียนรู้สึกมึนหัวและร้อนรุ่มไปหมดจนลิ้นชา เขาเกือบจะพูดไม่รู้เรื่องจึงเลือกที่จะไม่ด่าเจ้าน้องชายตัวดี “ฝากนายจัดการด้วยแล้วกัน เอากระเป๋าพี่ไปด้วยในนั้นมีเงินสดอยู่ นายจัดการไปตามที่เห็นสมควร” โม่เฉวียนพยายามรักษาสติ“พี่เดินไหวแน่นะ”“ไม่เป็นไรหรอกนายรีบไปเถอะ”หลังจากที่โม่อวิ๋นออกรถไป โม่เฉวียนก็รีบเดินเข้าบ้าน ตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ถอดเสื้อผ้าออกอย่างเร่งร้อนพร้อมกับปรับแอร์ให้อุณหภูมิต่ำสุด เพื่อให้ช่วยลดความร้อนในร่างกายร่างสูงก้าวเข้าไปในห้องน้ำให้น้ำเย็นช่วยลดอุณหภูมิเบื้องต้นที่กำลังทนทรมาน ยืนภายใต้ม่านน้ำเย็นเยียบทำให้ร่างกายเขาสงบลงเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มั่นใจว่าฤทธิ์ยานี้จะออกฤทธิ์นานเท่าไร ดังนั้นจึงได้แต่กลับไปที่เตียงนอน รอรับผลแห่งความทรมานจากความโง่ของตัวเองชายหนุ่มปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วมุดเขาไปในผ้าห่ม ในหัวมีความคิด
“ดื่มซะหน่อยนะจ๊ะ” กลิ่นเหล้าจัดเต็มจนหยางหลินคิ้วขมวด “แต่หนูคออ่อนมากเลยนะคะ ดื่มนิดเดียวแล้วหลับไม่รู้เรื่องเลย” หยางหลินกล่าวติดตลก “ก็ดีสิจ๊ะ หลับให้สนิทตื่นมาจะได้สดชื่น นอนสักพักถ้าไม่ดีขึ้นยังไงคุณลุงกลับมาเราจะได้ไปโรงพยาบาลกัน” สวีลั่วเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง มันบอกเวลาบ่ายสอง ในใจคิดจะโทรหาลูกชายคนเล็กก่อนเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน “ดูสิคะเลยงานกร่อยเลย ตั้งใจจะจัดงานวันเกิดเซอร์ไพร์สพี่อวิ๋นแท้ๆ กลับมาเซอไพร์สเพราะหนูมาไม่สบายซะงั้น” หยางหลินจิบยาเข้าไปแล้วตาโต “ว้าวอร่อยแฮะ ไม่ยักกะมีกลิ่นเหล้าเลย หวานหอมเหมือนน้ำผลไม้” หยางหลินยิ้มออกมา“เห็นไหมป้าบอกแล้วว่ากินง่าย งั้นดื่มให้หมดถ้วยแล้วนอนเสีย ข้างนอกป้าจะจัดการเองเหลือไม่มากแล้ว” สวีลั่วช่วยหญิงสาวเอนตัวลงนอนบนโซฟา ตอนนั้นเองที่เสียงมือถือดังขึ้น“อะไรนะคะ!!!”เสียงร้อนรนของสวีลั่วทำเอาหยางหลินผุดตัวขึ้นนั่ง แต่เพราะฤทธิ์เหล้าหมักตระกูลโม่กำลังออกฤทธิ์ หญิงสาวจึงรีบเอนพิงพนักโซฟา“ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะรีบไป” สวีลั่ววางสายด้วยท่าทีพะว้าพะวง“เกิดอะไรขึ้นคะคุณป้า” หยางหลินเองก็พลอยตกใจไปด้วยเมื่







