เข้าสู่ระบบห้าเดือนแรกของการทำงานผ่านไปอย่างหนักหน่วง การปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ทำให้หยางหลินอดทึ่งตัวเองไม่ได้ ส่วนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองครอบครัวก็กำลังไปได้สวย ซึ่งนั่นทำให้เหมยเซียนวางใจ เพราะนัยหนึ่งในระหว่างที่ลูกสาวห่างจากอ้อมอก ถึงอย่างนั้นก็จะมีสวีลั่วคอยเป็นหูเป็นตาให้
เหลียนเซียนกับเฉียวอิงเดินเข้ามาภายในห้องพักระหว่างเวลาพักเที่ยง ในมือมีของกินหลายอย่างมาด้วย เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่ง่วนอยู่กับงาน งาน งาน และงาน ก็ถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้า
“ถามจริงนี่ถึงฤดูกาลประกาศพนักงานดีเด่นแล้วเหรอไง” เหลียนเซียนแดกดัน
“ได้ก็ดีสิ” หยางหลินหัวเราะ
“พวกเราจะไปเที่ยวกันช่วงวันหยุด เธอจะไปด้วยหรือเปล่า” เฉียวอิงวางถุงของกินแล้วหันมาถาม “ถ้าจะให้ดีพาสุดหล่อคนนั้นมาด้วยจะดีมาก”
“ช่วงไหนนะ” ยังคงก้มหน้าอยู่เอกสาร
“อาทิตย์หน้าน่ะ วันหยุดยาวสามวัน” เหลียนเซียนเดินไปดึงเอกสารออกมาจากมือหยางหลิน “อาทิตย์หน้าเหรอ” หยางหลินเงยมามองเหลียนเซียนและหันหน้าไปมองปฏิทินในที่สุด
“ไม่ได้หรอก ช่วงวันหยุดอาทิตย์หน้าตรงกับวันเกิดพี่อวิ๋น”
หยางหลินยิ้มเมื่อนึกถึงกล่องของขวัญที่เธอออกไปเดินเลือกซื้อ หลังจากวางแผนกับคุณนายโม่ว่าจะจัดงานวันเกิดเซอร์ไพร์สโม่อวิ๋น
“เธอนี่นะติดจังกับบ้านคุณนายโม่คนนี้น่ะ น่าจะแต่งงานกับบ้านนั้นซะเลย” เหลียนเซียนประชด
“อะไรใครจะแต่งงาน” ซวงซวงที่เดินออกมาจากห้องน้ำเอ่ยถาม เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่เหลียนเซียนประชดหยางหลิน
“เปล่าหรอก” หยางหลินยอมแพ้พร้อมกับวางเอกสารในมือ หลังจากถูกก่อกวนจนไม่มีทำงานต่อ สี่สาวพูดคุยกันถึงการออกไปเที่ยวในช่วงวันหยุดนี้ แต่หยางหลินกลับยังคงยืนยันว่าคงไปด้วยไม่ได้
“จริงสิเสี่ยวหลิน อเล็กซ์รออยู่ที่ห้องสาม เขาบอกว่าหลังพักเที่ยงให้ตามไป” ซวงซวงมีท่าทีเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้
“คราวนี้อะไรอีกละ” หยางหลินหน้านิ่วคิ้วขมวด “ไม่รู้ฉันคิดไปเองมั้ย พักหลังๆ มานี้รุ่นพี่เข้มงวดจนฉันนั่งไม่ติดแล้ว”
เหลียนเซียนยักไหล่ “แค่จ้องตาเขาแล้วทำตาปริบๆ พยายามใสซื่อเข้าไว้ รับรองเขาทำอะไรเธอไม่ลงแน่ๆ”
เฉียวอิงกลอกตา “พยายามใสซื่ออะไรกัน เสี่ยวหลินของเราต้องพยายามด้วยเหรอไง”
“ก็นั่นสินะ”
“ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ จะนินทาช่วยรอให้ฉันออกไปก่อนได้มั้ย” หยางหลินย่นหน้า
“เฮ้อ...” เหลียนเซียนถอนหายใจมองตามแผ่นหลังเพื่อนสาว
“อะไร” เฉียวอิงเลิกคิ้ว
“ก็เรื่องอเล็กซ์กับเสี่ยวหลินของเราไง คนหนึ่งก็ใสซื่อ อีกคนก็ท่ามากจนน่ารำคาญ”
“จะว่าไปก็น่าเห็นใจเขานะ ได้ยินมาว่าเขาเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เสี่ยวหลินเคารพนับถือเขาราวกับอาจารย์คนหนึ่ง เกรงใจยิ่งกว่าหัวหน้าเสียอีก จะให้คิดกับเขาแบบนั้นก็คงยากอยู่นะ” ซวงซวงกล่าวอย่างเข้าอกเข้าใจ
“เอาจริงๆ นะ ตอนแรกฉันก็คิดว่าเสี่ยวหลินของเราเหมาะสมกับอเล็กซ์อยู่หรอก แต่ตอนนี้ฉันเอนเอียงไปทางสุดหล่อแซ่โม่มากกว่า ฉันนึกออกแล้วว่าเขาหน้าเหมือนใคร” ซวงซวงทำท่าทีคล้ายฝันกลางวัน
“ใคร”
“โม่เฉวียน สุดหล่อของดีเมืองกว่างโจวของเราไง!!”
เฉียวอิงตาโตคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้เหมือนกัน “นั่นสิ ฉันก็ว่าเหมือนเคยเจอเขาที่ไหน ที่แท้คุ้นหน้าเพราะเขาหน้าเหมือนเสี่ยวเฉวียนเฉวียนของฉันนี่เอง เอ๋ แซ่โม่เหมือนกันด้วยนี่!!”
เมื่อหยางหลินเดินมาจนถึงห้องตัวอย่างที่สามก็เจอเข้ากับอเล็กซ์ที่ยืนรออยู่แล้ว เขายิ้มเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินเข้ามาหา
“มาแล้วเหรอ เข้ามาสิมาดูตัวอย่างที่เพิ่งถูกส่งมาจากทางเหนือ แจกันหลายใบเพิ่งตรวจสอบเสร็จ เอกสารอยู่ในนั้นดูว่ามีอะไรต้องแก้ไขมั้ย เราจะจัดแสดงอาทิตย์หน้า”
“ค่ะ”
หยางหลินเดินเข้าไปนั่งลงและเริ่มทำงานทันที หญิงสาวไม่ได้สังเกตเลยว่าอเล็กซ์เหมือนมีอะไรอยากจะพูด
“วันหยุดนี้มีแผนจะไปไหนแล้วหรือยัง ไปเที่ยวนอกเมืองกับเหลียนเซียนก็ดีนะ”
“ไม่ละค่ะ”
“ทำไมละ” อเล็กซ์เอ่ยถามด้วยย้ำเสียงแปลกๆ หยางหลินหันไปมองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “เอ่อ...พี่แค่เสียดายแทนครั้งนี้เพื่อนร่วมงานหลายคนเองก็ไป พี่เองก็คิดว่าจะไปด้วย”
“ฉันมีนัดแล้วน่ะสิคะ”
“นัดสำคัญหรือ”
“ก็สำคัญค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าโดยไม่สังเกตเห็นประกายความผิดหวังจากชายหนุ่ม
“ไว้โอกาสหน้าคงไม่สายไปมั้งคะ” พูดจบก็รื้อเอกสารออกมาตรวจเตรียมตัวทำงานเต็มที่
อเล็กซ์อ้าปากอยากจะพูดบางอย่างแต่เขาเรียบเรียงออกมาไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง และไม่รู้จะกล่าวในฐานะไหนดี มองดูหญิงสาวก้มหน้าก้มตาทำงานเขาได้แต่ยอมแพ้และถอนหายใจเสียงเบา
เช้าวันสุดสัปดาห์หยางหลินตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการครั่นเนื้อครั่นตัวและอาการปวดหัวอย่างแรง เมื่อลุกจากที่นอน พร้อมเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนัง ก็พบว่าตัวเองตื่นสายตะวันโด่งจนเกือบสิบโมง
มือถือที่มีสายเรียกเข้ากว่าสิบสาย ครึ่งหนึ่งเป็นของสวีลั่ว ส่วนอีกครึ่งเป็นของอเล็กซ์
ฝ่ายหลังไม่รู้ว่าจะอะไรกับเธอหนักหนา หลังๆ มานี้เขามักจะคอยโทรหาแต่กลับไม่ค่อยคุยอะไรมากนัก อาจเพราะเขาเป็นคนไม่ช่างคุยดังนั้นแม้จะโทรมาบ่อยแต่กลับนับประโยคสนทนาได้
“คุณป้าคะหนูตื่นสาย เดี๋ยวจะรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งรถไปเอง ค่ะ ไปถูกค่ะ ได้ค่ะ” หลังวางสายจากสวีลั่วหยางหลินตัดสินใจไม่โทรกลับกาอเล็กซ์แต่รีบอาบน้ำทันที
ตอนนี้รู้ถึงผลพวงของการอ่านหนังสือจนดึก และนอนไม่พอมาหลายวันแล้ว เนื่องจากร่างกายที่กำลังประท้วงออกมาอย่างเห็นได้ชัด เธอกำลังจะเป็นไข้…
หยางหลินกรอกกาแฟดำเข้าไปอย่างเร่งรีบ มันทำให้เธออาการดีขึ้นมาเล็กน้อย เพียงพอให้มีสติครบถ้วนตอนที่ขึ้นเมล์ไปลงใกล้ๆ ถนนแถวบ้านตระกูลโม่
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอนั่งรถไปเอง เพราะทุกครั้งโม่อวิ๋นจะเป็นคนขับรถมารับ แต่วันนี้เธอไม่อยากจะให้โม่อวิ๋นรู้ว่าเธอกับคุณนายโม่วางแผนให้เขาประหลาดใจกับปาร์ตี้วันเกิด
“พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่
โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง
“เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก
“ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู
“ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดินไปได้ก้าวหนึ่ง อาการปวดศีรษะกลับทำให้หน้ามืดล้มลง“เสี่ยวหลิน...” โม่เฉวียนรีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน“คุณแม่....” “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนและเซวียนเซวียนตกใจจนร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโม่เฉวียนอุ้มหยางหลินขึ้นมาและพาไปนอนลงที่โซฟา“คุณแม่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดเท่านั้นเอง” โม่เฉวียนหันมาปลอบเด็กๆ“ปล่อยฉันนะ” หยางหลินยังเอ็ดเขาเสียงเขียว ทั้งที่ยังหลับตาและอ่อนเพลียเหยียนเหยียนวิ่งหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ “ดื่มน้ำหน่อยนะฮะคุณแม่” เหยียนเหยียนส่งแก้วน้ำให้ผู้เป็นแม่“ขอบใจจ๊ะ” หยางหลินส่งยิ้มให้ลูกชายตัวน้อย“ถึงเธอจะโกรธพี่อยู่ แต่ยังไงวันนี้ก็ให้พี่ช่วยดูแลเด็กๆเถอะนะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สบาย” โม่เฉวียนขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตากังวล“เราดูแลกันเองมาได้ขนาดนี้โดยที่ไม่เป็นอะไร
จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำตัวเองแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้เสียใจทำไมกันจริงมั้ย” หยางหลินหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอว่าฉันบ้ามั้ย ทั้งอยากให้เขารู้ และไม่อยากให้เขารู้ไปพร้อมๆ กัน”“ไม่หรอก ฉันเข้าใจดี แต่ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เธอมีสิทธิ์เลือกทางเดินนี่ เขาไม่อ่านก็เป็นความผิดของเขา” เฉียวอิงปลอบโยนเพื่อนรัก “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”“ฉันรับปากแม่กับพ่อแล้วว่าจะไปอเมริกา ที่นั่นอากาศกำลังดี ไปพักผ่อนและลองทบทวนหลายๆ เรื่อง บางทีฉันอาจอยู่ทำงานที่นั่นเลย”เฉียวอิงพยักหน้า “ฉันไปเยี่ยมเธอบ้างได้มั้ย”“แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ฉันเกิดเรื่อง”“พูดอะไรโง่ๆ” เฉียวอิงกอดหยางหลินแน่น “เอาเถอะ การตัดสินใจเป็นของเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เดินหน้าไปเลย จะไม่ได้ต้องเสียใจทีหลัง”เธอ...จะไม่เสียใจในภายหลังจริง
“เธอคออ่อน” โม่เฉวียนรินน้ำผลไม้ลงในแก้วให้หยางหลินแทนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์“หยางหลินเป็นเด็กดีน่ะ” โม่อวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย“แบบนี้ฉันที่ดื่มได้ก็เป็นคนไม่ดีน่ะสิ” ฟางฟางหันไปแหวโม่อวิ๋น“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นเสียหน่อย”“แล้วหมายความว่ายังไงละ”หลังจากนั้นคู่รักก็เริ่มเถียงกันขึ้นทำเอาทุกคนหัวเ
เป็นอย่างที่เฉียวอิงบอก โม่เฉวียนมีเรื่องให้ประหลาดใจจริงๆ แต่ไม่เกี่ยวกับเขาและเธอ ปรากฏว่าเป็นโม่อวิ๋นต่างหาก คนที่บอกว่ายังไม่อยากมีใคร ตอนนี้กลับพาแฟนสาวมาแนะนำให้ทุกคนรู้จัก และหญิงสาวคนนั้นก็คือลูกพี่ลูกน้องของเจียงรุ่ย เรียกได้ว่าคนกันเองทั้งนั้นปาร์ตี้เล็กๆ จะจัดขึ้นที่ห้องชุดของเจียงรุ่ยซ
“ใช่ฉันเคยบอกแบบนั้น” หยางหลินถอนหายใจแล้วเดินมาพยุงเพื่อนสาวขึ้นนั่งบนโซฟา“แล้วนี่มัน...”“ฉันอธิบายได้”“ใช่เธอต้องอธิบาย ใช่แล้ว พูดมาเลย ด่วนๆ”“พี่ไปแต่งตัวก่อนดีไหมคะ” หยางหลินไหล่ลู่ก่อนสบตากับโม่เฉวียนที่ยังคงยืนนิ่งคล้ายยังไม่เข้าใจสถานการณ์ หญิงสาวดันแผ่นหลังของโม่เฉวียนที่ยังไม่รู้ว่าจะ
หยางหลินลืมตาตื่นมาในตอนเช้าตรู่ อย่างแรกที่เธอต้องตกตะลึงคือเป็นเธอเองที่กำลังกอดโม่เฉวียนเอาไว้ แถมยังนอนหนุนหน้าอกเขาอย่างสบายใจอีกต่างหากเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองเขา หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาเสียงเบา เขายังหลับอยู่...ร่างเล็กค่อยๆ ขยับและดึงมือตัวเองที่ยังพาดอยู่ที่ลำตัวเองออก ทว่าเสียงทุ้มกลับเอ่ยข




![เจ้าสาวใคร่ราคะ [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


