LOGINมุกดาจอดมอเตอร์ไซค์ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะใกล้บ้าน นั่งกอดเข่าสับสนมึนงงไปหมดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
ภาพที่เธอตื่นมาในตอนเช้าคือร่างเปลือยเปล่าของตัวเองที่นอนเคียงข้างอยู่กับร่างเปลือยเปล่าของเจ้านายหนุ่มภูวดล บนเตียงนุ่มในห้องนอนของเขา ถึงแม้สติที่มีอยู่จะไม่ถึงร้อยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่เธอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
เธอเคยดื่มบ้างกับเพื่อน ๆ แต่อาการแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอเลยสักครั้ง และเมื่อคืนก็ไม่ได้ดื่มของมึนเมาอะไรเข้าไปทั้งนั้น
มีเพียงกาแฟแก้วนั้น…ของยวนใจ
ที่ชงมาให้เธอและบอกว่าเจ้านายขอแล้วไม่ดื่ม หากจะทิ้งก็เสียดายของ บวกกับเธอต้องขึ้นไปจัดกระเป๋าให้เจ้านายก็เลยดื่มไปจนหมดแก้ว ลำดับเหตุการณ์พร้อมตั้งคำถามและคำตอบให้ตัวเองในหัว
ต้องมีอะไรอยู่ในกาแฟแก้วนั้น
เธอต้องโดนวางยาเป็นแน่! จากอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายก็พอจะเข้าใจได้
ใครกันที่เป็นคนทำ?
ยวนใจหรือเปล่านะ? เพราะกาแฟแก้วนั้นหล่อนก็เป็นคนถือมาให้
แต่หล่อนจะทำไปทำไม?...ทำเพราะอะไร?
คุณดลรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?...หรือเขาเป็นคนสั่ง?
ทบทวนดูแล้วแต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะเขามีคนรักอยู่แล้ว สายตาที่เขามองเธอมันไม่ใช่แบบนั้น ไม่มีแววพิศวาสเลยแม้แต่น้อย แววหื่นก็ไม่มี แทบจะไม่สนใจเลยก็ว่าได้
แต่ก็ไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนให้ตัวเอง กดโทรศัพท์มองเวลาที่หน้าจอมือถือ จากที่บอกขนุนไว้ว่าออกมาซื้อยาและจะรีบกลับ พร้อมซุ่มดูอยู่ว่ารถหรูจากบ้านอัครเทพจะเคลื่อนออกนอกประตูเมื่อไหร่ และตอนนั้นเธอจะกลับเข้าไปเคลียร์กับยวนใจทันทีให้รู้แดงรู้ดำกันไปในวันนี้
ขนุนซักผ้าอยู่หลังบ้าน ยวนใจที่กำลังเก็บกวาดห้องนั่งเล่น แก้วกาแฟเปล่าในมือชะงักไปชั่วขณะกับร่างของมุกดาที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า สายตาที่จ้องมองมาที่ยวนใจหลากหลายอารมณ์ผสมปนเปกันไปหมดจนสุดจะหาคำมาบรรยาย
เธอจะต้องเปิดก่อน หากไม่ใช่อย่างที่คิดคนอย่างยวนใจไม่มีปล่อยผ่านแน่หากมีใครมาใส่ร้ายนาง ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา
“ป้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง?”
เธอถามพร้อมดวงตาที่จ้องเขม็งไปที่คนตรงหน้า ยวนใจนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะเก็บจานขนมของแอนเดรียใส่ถาดต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฉันไปทำอะไรให้แก? ยวนใจตีหน้าซื่อ
“ป้าเอาอะไรใส่ในกาแฟให้ฉันกิน แล้วหลอกให้ฉันขึ้นไปห้องคุณดล”
เธอหยุดพูดและประเมินท่าทีของหญิงท้วมที่อยู่ตรงหน้า ไม่ละสายตาจากใบหน้าอมทุกข์ของอีกฝ่าย
“แกอย่ามาพูดมั่วๆ นะ”
“ป้าอย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่อยเลย” คิ้วย่นเข้าหากันหรี่ตามองอีกฝ่าย
“ฉันอยากจะถามคำเดียวว่าป้าทำไปทำไม?” ข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้พุ่ง
“ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”
ยวนใจสวนกลับทันที เก็บกวาดต่อพร้อมกับหันหลังให้คู่สนทนา
“งั้นก็อธิบายมาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ฉันหายไปทั้งคืนป้าไม่รู้เหรอ…ไหนบอกคุณดลจะเดินทางให้เก็บกระเป๋าไง”
ยวนใจยังคงเฉยเมยกวาดบ้านต่อเหมือนไม่ได้ยินเสียงที่เธอพูด แค่นี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าสิ่งที่เธอประมวลผลไว้มันเป็นจริงแน่นอน
“มีสิทธิ์อะไรมาทำกับชีวิตคนอื่นแบบนี้…ฉันไปสร้างความเจ็บแค้นให้ป้าเหรอ...ก็ไม่”
เธอป้อนคำถามเป็นฉากๆ จากความอัดอั้นข้างในกับการกระทำที่ไร้จิตสำนึกของหญิงตรงหน้า
ยวนใจที่จิตตกอยู่แล้วจากหลายเรื่องราวทั้งเรื่องคดีของวันชัย เรื่องวิ่งเต้นหาหยิบยืมเงิน แล้วยังมาผิดหวังกับแผนที่วางไว้อีก ทำให้อารมณ์ที่ถูกกดไว้จนอัดอั้นพุ่งขึ้นมาทันที
“แกต่างหากที่เสนอตัวไปให้เขาอย่ามาโยนความผิดให้ฉัน” เถียงข้างๆ คู ๆ เพราะสมองสั่งการได้แค่นั้น ณ เวลานี้
“หึ”
มุกดาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นจริงดังเธอคาด เหลือเชื่อในความด้านของผู้หญิงคนนี้
“ยัดเยียดฉันให้คุณท่านไม่สำเร็จเลยเล่นแผนสองเหรอ?
ในเมื่อไม่ยอมรับ ไม่รู้สึกผิด ไม่มีคำขอโทษ ก็เจาะตรงประเด็นไปเลยก็แล้วกัน
“แกพูดอะไร?”
“ป้านึกว่าฉันโง่จนดูไม่ออกเลยหรือไง?” ยกมุมปากขึ้นและแค่นหัวเราะ
“ฉันแค่ไม่ถือสา แต่ไม่คิดว่าป้าจะใจหมาได้ขนาดนี้ ที่ผ่านมาฉันแค่เห็นแก่ย่าและลุงหรอกนะถึงไม่อยากจะอะไรให้มันมากความ”
“อีมุก”
“บุญมึงแค่ไหนแล้วที่ได้มาอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่เพราะกูหรอกเหรอที่ขอคุณท่านให้”
“แล้วไม่ใช่เพราะไอ้วันชัยลูกของป้าหรือไงที่ทำให้ฉันต้องระหกระเหเร่ร่อนไม่มีที่อยู่แบบนี้…บ้านหลังนั้นก็บ้านฉัน ฉันไม่แจ้งจับลูกป้าเข้าตารางก็บุญแล้ว”
เธอสวนกลับทันควันระดับเสียงสูงขึ้นทันทีพอๆ กับเลือดในกายที่เริ่มจะเดือด ยวนใจอึกอักไปไม่เป็นแต่ยังใจดีสู้เสือหาคำมาเถียงถู ๆ ไถ ๆ ไป
“แกควรขอบคุณฉันมากกว่า”
ยวนใจควบคุมน้ำเสียงให้นิ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายแรงขึ้นและดูหญิงอ่อนวัยตรงหน้าจะไม่เกรงกลัวหล่อนแม้แต่น้อย แต่จะให้ยอมเลยคงไม่ใช่ยวนใจ
“น้ำหน้าอย่างแกได้เป็นเมียเก็บคุณท่านก็ถือว่าชาตินี้เกิดมาคุ้มแล้ว”
“หรือเป็นนางบำเรอคุณดลที่แกจะสบายไปทั้งชาติยังถือว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ”
“นั่นมันความคิดโง่ ๆ ของป้าไง”
“ฉันรักและเคารพคุณท่านไม่มีทางคิดสกปรกแบบป้าไปได้หรอก”
“กับคุณดลก็เหมือนกันเขาเป็นเจ้านายและมีคนรักอยู่แล้ว ฉันไม่สิ้นคิดไปเป็นมือที่สามให้เขามีปัญหากันแน่”
“และขอเตือนไว้ก่อน”
“อย่าคิดว่าจะใช้ชื่อฉันเพื่อเรียกค่าเสียหายกับคุณท่านหรือคุณดลตามแผนสกปรกของป้าก็แล้วกัน”
“เพราะ…ฉัน…ไม่…ยอม” จ้องหน้าคู่สนทนาแววตาเด็ดเดี่ยว เดินไปเผชิญหน้ากับยวนใจ
“ถ้ายังยุ่งกับชีวิตฉันอีกละก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน เพราะป้ากับไอ้วันชัยคงได้ไปนอนในตารางฉ่ำทั้งแม่ทั้งลูกแน่”
“งั้นแกก็ออกจากบ้านหลังนี้ไปสิเก่งนักก็ไปหาที่อยู่เอง” ยวนใจที่สะอึกกับคำขู่สวนกลับทันที
“ไม่ไป”
“คนที่จะไล่ฉันได้คือเจ้าของบ้านเท่านั้น” น้ำเสียงหนักแน่นของมุกดา
“ได้…หลังจากคุณท่านกลับมาฉันจะบอกให้คุณท่านไล่แกออกจากบ้านหลังนี้”
“ดี…จะได้รู้กันไปว่าคุณท่านจะเชื่อคนตอแหลอย่างป้า”
“หรือจะเชื่อคนจริงใจอย่างฉัน…มาวัดกัน”
จ้องหน้าหญิงสูงวัยไม่ลดละ ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ขอน้ำเย็นให้ฉันแก้วนึง”
เสียงภูวนาถดังขึ้นที่ประตู ทำให้สงครามน้ำลายยุติลงทันที
“คุณท่าน”
ยวนใจพึมพำเบาๆ พร้อมกุลีกุจอออกไปรับหน้า
“ทำไมคุณท่านกลับมาเร็วคะ?”
“ปวดหัวและเหมือนจะท้องเสีย เอายามาให้ฉันที่ห้องทำงานด้วย”
“ค่ะคุณท่าน”
มุกดาเดินกลับเข้าห้องผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ ควบคุมอารมณ์ให้คงที่อยู่ในห้องตามลำพัง
ขนุนที่แอบอยู่ข้างประตูมองเหตุการณ์อยู่ จับต้นชนปลายหาสาเหตุไม่ได้เนื่องจากมาไม่ทันตอนเปิด เกาหัวแกรก ๆ อย่างงง ๆ
“เกิดอะไรขึ้นวะ?”
และเดินกลับไปซักผ้าต่อแบบมึน ๆ
ภูวดลนั่งทบทวนเหตุการณ์หลังจากกลับจากสนามบิน เช็คเรื่องราวจากลลิตาแบบเนียน ๆ จนได้ข้อสรุปว่าไม่ใช่เธอแน่นอน
กล้องวงจรปิด เขาบอกตัวเองในใจ และเริ่มเช็คภาพผ่านจอมือถือหาคำตอบให้กับตัวเอง
ภาพหญิงสาวในบ้านที่ยกกะละมังใส่น้ำและเดินหายเข้าไปในห้องนอนของเขา ก่อนที่สำเริงและยวนใจจะช่วยกันพยุงปีกร่างเขาตามเข้าไปในไม่ช้า
และหญิงสาวคนเดิมออกจากห้องนอนของเขาในเช้ามืดของอีกวัน
ชายหนุ่มแค่หัวเราะในลำคอความรู้สึกสมเพชหญิงสาวในภาพเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ต้องมีความกล้าเบอร์ไหนถึงคิดจะจับเจ้านาย เห็นเงียบ ๆ บ้าน ๆ หัวสูงไม่ใช่เล่น
“คิดว่าง่ายขนาดนั้นหรือ?”
“คิดจะข่มขู่แบลคเมล์เรียกเงิน?”
“หรือแค่ต้องการแสงในชีวิต?”
“หรือหล่อนต้องการมากกว่านั้น?”
ภูวดลหรี่ตามองภาพจากหน้าจอมือถือเหยียดยิ้มมุมปาก เพื่อความแน่ใจกดโทรศัพท์หาสำเริง
“ไม่มีอะไรผิดปกตินะครับคุณดล”
“แต่เห็นมุกดาแอบหลับอยู่ในห้องคุณดลที่พื้นแต่ยวนใจบอกจะจัดการเอง”
สำเริงทำท่าครุ่นคิดและตาเบิกโพลงกับการคาดเดาในหัว
“ขโมยของมีค่าในห้องคุณดลเหรอวะ?” แต่ไม่กล้าถามออกไป
ภูวดลที่เอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลายใบหน้ายังคงเรียบเฉย ภาพเหตุการณ์บนเตียงเมื่อคืนหวนเข้ามาในหัวอีกครั้ง คงต้องสั่งสอนให้หล่อนได้ฉุกคิดเสียบ้าง
การไม่ใฝ่ต่ำเป็นเรื่องที่ดี…แต่อย่าใฝ่สูงจนเกินตัว
ประเมินดูก็คงไม่ยากหากจะหาคำตอบ เขาจะยอมลดตัวมาทำเรื่องไร้สาระมาหาคำตอบดูสักหน่อยว่าพวกหล่อนเล่นอะไรกัน
สำหรับแม่บ้านยวนใจที่รู้จักกันมานาน ทำงานที่บ้านมาหลายปีถึงแม้เขาจะไม่ค่อยได้กลับไปค้างบ้านสักเท่าไหร่ แต่ช่วงหลังมานี้เห็นสำเริงบอกหล่อนลากลับต่างจังหวัดบ่อยครั้ง และผู้ช่วยของภูวนาถที่รายงานเรื่องค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ เรื่องการเบิกเงินล่วงหน้าของยวนใจที่ยังติดลบอยู่ ถึงจะเป็นยอดที่ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งของอัครเทพล่วง แต่ก็เป็นสัญญาณว่าหล่อนคงมีปัญหา หรืออาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า
ไม่ว่าพวกหล่อนจะต้องการอะไร และทำไปทำไมก็คงเลี้ยงไว้ในบ้านไม่ได้เสียแล้วกับการกระทำที่สิ้นคิดและน่ารังเกียจนี้ หากปล่อยไว้ในวันข้างหน้าอาจนำความหงุดหงิดมาให้ในภายหลังก็เป็นได้ ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ชายที่ไม่ได้สึกหรออะไร แต่ไม่ใช่ว่าจะอะไรก็ได้
แต่จะรอดูว่าพวกหล่อนจะทำยังไงกันต่อไปกับเรื่องนี้
นับจากเหตุการณ์ในวันนั้นภูวดลไม่กลับไปค้างที่บ้านอีกเลย และรับรู้จากคำบอกเล่าของสำเริงว่ายวนใจลากลับต่างจังหวัดอีกแล้ว
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านมาสองสัปดาห์แล้วที่มุกดาคอยหลบหน้าเจ้านายหนุ่มอยู่ตลอด ดีหน่อยที่เขาไม่ได้กลับมาค้างที่บ้าน ส่วนที่ทำงานก็ไม่ค่อยเป็นปัญหาเพราะไม่ได้มีหน้าที่หลักที่ต้องเจอเขา เพราะเธอยังอยู่ในช่วงฝึกงานเท่านั้น ครั้นจะลาออกก็ยังไม่มีที่ไป ปัญหาสำคัญอีกอย่างคือเธอยังไม่มีเงินเก็บแม้แต่น้อยสำหรับหาบ้านเช่าใหม่ ไหนจะค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ อีก
ยวนใจที่กลับต่างจังหวัดหลังจากญาติโทรแจ้งว่าวันชัยที่หล่อนเพิ่งพาไปฝากไว้ที่แคมป์ก่อสร้างได้หนีกลับออกไปหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน และถูกมือมืดรุมกระทืบบาดเจ็บสาหัสจนต้องหามส่งโรงพยาบาลและอาการยังน่าเป็นห่วงอยู่
ถึงแม้มุกดาจะยังไม่คลายความโกรธจากการกระทำของนาง แต่การซ้ำเติมก็ไม่ควรเกิดขึ้นเธอบอกตัวเอง กรรมใดใครก่อก็ต้องรับไป ได้แต่ถอนหายใจเมื่อรู้ข่าวจากคำบอกเล่าของขนุน
มุมพักเบรกของสำนักงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟ บวกกับเสียงพูดคุยหัวเราะของหนุ่มสาวออฟฟิศ ในช่วงพักสมองที่สุดวิเศษถึงแม้จะแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
มุกดาที่เดินพูดคุยอย่างอารมณ์ดีมากับเพื่อนร่วมงานตรงไปที่จุดพัก เป้าหมายคือกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเชิญชวน เช่นเดียวกับหลายๆ คน พลันรอยยิ้มบนใบหน้าก็หุบลงทันทีกับภาพที่เห็นด้านหน้า
ภูวดลที่กำลังเดินตรงมาและจะสวนทางกับเธอในอีกไม่กี่เมตร เหลียวซ้ายแลขวาก่อนที่เขาจะมองเห็นเธอ ทางให้เลี้ยวให้หลบก็ไม่มีเสียด้วย
“พี่นุช มุกปวดท้องกะทันหัน”
“ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
แกล้งมือลูบท้องหันหลังกลับทันทีเดินกึ่งวิ่งเพื่อให้พ้นสายตาคนที่ยังไม่อยากเผชิญหน้า
ภูวดลขมวดคิ้วมองพนักงานตัวเล็กที่หันหลังกลับออกไป สร้างความแปลกใจให้เขาไม่ใช่น้อย หล่อนจงใจหลบหน้าเขามาหลายครั้งแล้วหลังจากวันนั้นมันสวนทางกับสิ่งที่เขาคิดไว้
“คะ…มุกเหรอคะ?”
เธอถามซ้ำเพื่อความแน่ใจเมื่อหัวหน้าแจ้งแก่เธอว่า
“คุณภูวดลเรียกไปพบที่ห้อง”
เอาละสิมุกดา จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอนับจากนี้ตั้งสติให้ดี เธอบอกตัวเอง หลังตั้งคำถามไว้มากมายในหัว ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดและเดินเข้าห้องเจ้านายภายใต้เสียงหัวใจที่เต้นตุบ ๆ ตับ ๆ และรู้สึกร้อนวูบวาบอยู่ในที
รถสปอร์ตคันหรูโลดแล่นตามถนนด้วยความเร็วเป้าหมายปลายทางคือรับลูกและเมียกลับบ้าน มือบังคับพวงมาลัยด้วยใจที่จดจ่อ สระบุรีใช้เวลาไม่นานก็จะได้เจอหน้าคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันมานี้ และซ้อมคำพูดที่เตรียมไว้ในหัวมากมายไปด้วยขณะขับรถ“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอร้องไห้”ไม่เอา ไม่เอา มันดูเหมือนตั้งใจให้มันเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เดี๋ยวเธอขึ้นอีกทำไง“คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”อันนี้ก็เหมือนตั้งใจแกล้งเธออยู่ดี“ฉันคิดถึงเธอกับภูมากกลับบ้านเรานะ”แล้วถ้าเธอไม่ยอมกลับล่ะ?โอ๊ย…ช่างมันเถอะขอให้เจอหน้าเธอกับลูกก่อนก็แล้วกันอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที ถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอกมุกดาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมพร้อมพาเจ้าตัวเล็กกลับไปหาพ่อ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ดื่มจนดึกดื่น แต่ก็สมน้ำหน้าชอบแกล้งคนอื่นดีนัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดบล็อกเบอร์เขา อมยิ้มน้อย ๆ จะรอดูว่าหลังจากเธอกลับไปเขาจะโวยวายวีนเธอยังไง“เราจะกลับกันแล้วใช่ไหมครับแม่มุก?”“ใช่จ้ะ”“แต่พ่อดลบอกว่ากำลังมารับเรานะครับ”“หือ…ว่าไงนะ?”“ตอนเช้าพี่ก็อตโทรมา ภูได้คุยกับพ่อดลแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะมารับภูกับแม
“ขนุน” ตะโกนเรียกเสียงดังขณะที่เดินลงบันไดมาจากชั้นบน“ขนุน” ตะเบ็งเรียกอีกครั้งเต็มเสียงพร้อมกับร่างของขนุนที่วิ่งออกมาจากในครัวทันที“คะคุณดล”“คุณมุกออกไปตอนกี่โมง?”“ก่อนคุณภูจะเลิกเรียนไม่นานค่ะ”“ไปกับใคร?”“ขนุนเห็นไปคนเดียวนะคะ”“มีกระเป๋าด้วยหรือเปล่า?”“มีค่ะสองใบ”“แล้วทำไมไม่บอก” มือเท้าสะโพกคิ้วย่นอย่างหัวเสีย“ก็…คุณดล…ไม่ได้ถามนี่คะ” พูดเสียงเบาหวิวหลบตาทันที“แล้วคุณมุกไม่บอกเหรอว่าจะไปไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ”“โธ่เอ้ย…แล้วทำไมไม่ถามล่ะอยู่บ้านยังไงถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง”ตะคอกเสียงดัง ขนุนสะดุ้งโหยง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้“ขนุนถามแล้วค่ะแต่คุณมุกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาแล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นรถไปเลยค่ะ”มือประสานกันก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้านาย หลับตาปี๋สลับกับกะพริบถี่ ๆ“ร้องไห้?”“ใช่ค่ะ”“ร้องจนตาบวมเป่งไปหมดเลยค่ะ ขนุนคิดว่า…ทะเลาะกับคุณดล…ก็เลยไม่กล้าถามเยอะค่ะ”“เฮ้ย…”“โยธา” ยืนอยู่กับที่แต่เสียงทรงพลังอย่างเหลือเฟือสิ้นเสียงเจ้าของชื่อก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ายืนมือประสานกันข้าง ๆ ขนุน เตรียมรับลูกระเบิดด้วยความพร้อมเพราะได้ยินเสียงโวยวายก่อนหน้าแล้ว“ครั
“วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะคุณมุกถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้?”ขนุนถามด้วยความสงสัยเมื่อนายหญิงลงมือปรุงอาหารเมนูโปรดของสองพ่อลูกเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากไปรับเด็กนักเรียนกลับมาถึงบ้านและปล่อยให้เล่นเตะฟุตบอลกับโยธาอยู่สนามหญ้ารอพ่อกลับมา“ช่วงนี้คุณดลเขางานยุ่งน่ะเห็นบ่น ๆ ว่ากับข้าวที่ทำงานไม่ค่อยถูกปาก”ไม่นานบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้รอสองพ่อลูกจนเต็มโต๊ะที่มีแต่เมนูโปรดของสองหนุ่มทั้งนั้นหลังจากเล่านิทานส่งลูกเข้านอนแล้วพ่อกับแม่ก็กลับห้อง ประตูห้องถูกปิดลงเพียงไม่นานภูวภัสก็ลุกมาเล่นหุ่นยนต์คนเดียว มุกดาและภูวดลที่เปิดดูพฤติกรรมของลูกจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือถึงส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวแสบ และเป็นอยู่อย่างนี้บ่อยครั้ง นี่แหละคือสาเหตุของการอยากนอนคนเดียวของเขา“คุณเหนื่อยไหมคะเทวาบอกว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งมาก” วางคางลงบนบนไหล่เขาที่นึ่งกึ่งนอนอยูบนเตียงใช้หมอนรองด้านหลังไว้ โอบกอดร่างเขาไว้หลวม ๆ“ให้มุกนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งงานอ่อยเบา ๆภูวดลวางมือลงกลางศีรษะของเธอลูบเรือนผมก่อนจะโยกเขย่าเบา ๆ“ไม่เป็นงานอย่าทำเป็นมาอ่อย”“แล้วอ่อยขึ้นไหมล่ะค
“ไม่ดีกว่าค่ะ” มุกดาพูดแทรกขึ้นยืนยันคำเดิมแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่“มุกอยากไปกับคุณดลแค่สองคนค่ะ มุกไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่สนิทค่ะมันอึดอัด” มือสอดประสานเข้าไปในมือหนาวางทับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือและส่งยิ้มให้“คุณอยากไปกับมุกสองคนหรืออยากให้คุณวินนี่ไปด้วยคะ?”“แล้วแต่เธอ” ภูวดลยักไหล่“แต่วินนี่มากับดลนะคะ”“เดี๋ยวมุกให้เด็ก ๆ เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พูดพลางยกมือเรียกพนักงานในร้านให้เดินมาหา”“เรียกแท็กซี่ให้คุณวินนี่ด้วยจ้ะ”“ค่ะคุณมุก”“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณวินนี่กลับเอง”“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปส่งพอดีลูกค้าเพิ่งแจ้งมาเมื่อครู่ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”เมื่อหล่อนตั้งใจมาเพื่อจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเขาทำไมยังต้องสนใจความรู้สึกของหล่อนด้วย การประสานงานก็ผ่านทางโรงพยาบาลอยู่แล้วไม่มีผลกระทบใด ๆ กับเขาเลยสักนิดที่จะไม่แคร์หล่อนวนิดาหน้าตาเหลอหลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหล่อนจริงหรือ หล่อนกำลังโดนผู้ชายเท ทั้งที่ออกตัวแรงจนล้อฟรีขนาดนั้น และนิ่งไปสักพักสมองพลางตื้อไปด้วยมุกดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับภูวดลมือยังไม่ปล่อยจากกัน“ขอบคุณคุณวินนี่
ทีมงานเว็บเพจของแบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ เริ่มปล่อยโปรโมทผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะพรีออเดอร์ในลอตแรกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาพิเศษ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วภูวดลพามุกดาเดินสำรวจร้านอาหารเก่าที่ปิดกิจการไปหลังจากที่เพื่อนเก่าของภูวนาถขอให้ช่วยซื้อไว้ในครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากประสบกับวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถประคับประคองไว้ได้“ตกแต่งหน้าร้านใหม่นิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้”เขาพูดขณะที่พาเดินตรวจทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงร่มรื่นเพราะเป็นสวนอาหารที่ยังคงมีต้นไม้ใหญ่หลงเหลือในกลางกรุง ลานจอดสะดวกสบาย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ภาพร้านในจินตนาการจากไอเดียของเธอผุดขึ้นในหัวมากมาย ส่วนโซนเครื่องดื่มเธอจะยังคงเก็บไว้สำหรับบริการลูกค้าอีกหนึ่งโซนที่จะเพิ่มเติมในอนาคตคือมุมสปาเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้รักสุขภาพและดูแลผิวหลังจากผ่านการอนุมัติจากรูปหล่อสายเปย์ การต่อเติมตกแต่งร้านก็เริ่มดำเนินการทันที และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการแล้ว“เปิดเป็นทางการเดือนหน้าแล้วเหรอคะดีใจด้วยนะคะ”แอนนาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อรับรู้
มุมนั่งต่อจิ๊กซอว์ของภูวภัสในห้องทำงานของพ่อกลายเป็นมุมทำงานของมุกดาชั่วคราวระหว่างที่รอห้องทำงานใหม่เสร็จสิ้น จากการเริ่มโครงงานเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ ซึ่งมีที่มาจากอักษรย่อของเขาและเธอ โดยจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือจ้างผลิตซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเตรียมสต๊อก และการจองขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นโดยมีที่ปรึกษาจากการแนะนำของแอนนาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์จนกระบวนการสุดท้าย ส่วนงานดูแลลูกค้านั้นมุกดาได้เซททีมงานไว้เรียบร้อยแล้วเธอทุ่มเทอย่างหนักในช่วงเวลาที่ภูวดลไปดูงานที่ญี่ปุ่น และตั้งใจจะเตรียมการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันเขากลับมา ต่างคนต่างยุ่งมีเพียงข้อความที่ส่งหากันเท่านั้นพร้อมกับรูปถ่ายคู่กับลูกที่ส่งไปให้เขาทุกวันมุกดายกข้อมือมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาและกดสายหาคนขับรถทันที หลังจากที่เธอออกมาดูโรงผลิตและงานออกแบบที่นัดประชุมกับผู้ผลิตไว้กับ ณวัฒน์ ที่ปรึกษามากประสบการณ์ที่เป็นธุระจัดการให้แทบทุกเรื่องอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนการประชุมจะยังไม่จบง่าย ๆ“ฮัลโหล…โยธาไปรับภูกลับบ้านได้เลยนะฉันคงกลับไม่ทัน”(“ครับคุณมุก”)และไม่ลืมที







