ログインผ่านมาก็จะเป็นปีแล้วน้ำชาคิดว่าคงลืมความรักห่วยๆที่ผ่านมาของตัวเองได้ ทว่าพอเมาทีไรไม่รู้ทำไมต้องอยากจะร้องไห้ขึ้นมาทุกที เธอไม่ได้คิดถึง ไม่ได้อยากกลับไปหาเขา เพียงแค่ความปวดร้าวมันยังคงฝังอยู่ในใจลึกๆเท่านั้นเอง
“เฮ่อ!” ริมฝีปากสวยพ่นลมหายใจออกมาพลางมองใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนในกระจกอีกครั้ง น้ำชาไม่ได้ใส่ใจผู้หญิงอีกหลายคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกเช่นกันเพราะไม่ได้รู้จัก
กลัวก็อย่างเดียวคือเพื่อนเธอสองคนนั้นจะตามเข้ามาในเวลานี้ ขอบตาแดงแบบนี้เธอต้องโดนจับได้แน่ว่าแอบมาร้องไห้ แถมอาจจะต้องถูกดุอีกต่างหาก
น้ำชาไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็นห่วง คิดได้ดังนั้นจึงคว้าแป้งพัฟจากกระเป๋าขึ้นมาตบเข้าที่หน้าทาลิปสติกอีกสักหน่อย ทุกอย่างดูดีเข้าที่แล้วจึงค่อยเดินออกจากห้องน้ำไป
ร่างระหงในชุดกางยีนส์รัดรูปเอวต่ำคู่กับเสื้อครอปสีดำตัวจิ๋วกำลังเดินทอดน่องไปตามทางเดินที่มีแสงไฟสลัว ใบหน้าสะสวยบวกกับรูปร่างโดดเด่นของเธอเป็นที่เตะตาต้องใจของใครหลายคนที่เดินผ่าน หากแต่น้ำชาไม่คิดจะสนใจใคร ใครจะว่าเธอหยิ่งยังไงก็ช่างน้ำชาไม่สน…
ทว่าอยู่ๆสองขาเรียวนั้นก็ต้องหยุดเดินอย่างกะทันหัน…
“น้ำชา!”
เสียงเรียกชื่อและน้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นหูดังแว่วมาจากที่ไม่ไกลเท่าไรนักทำให้เธอต้องตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางเดินใหม่ด้วยจังหวะการก้าวเท้าที่เร่งรีบกว่าเดิม น้ำชาไม่คิดแม้แต่ที่จะหันไปมองตามเสียงเรียกนั้นเลยสักนิด คิดได้อย่างเดียวคือตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับใคร
“จะหนีพี่ไปไหน น้ำชาหยุด!”
ไม่มีการตอบกลับ ไม่มีการหยุดเดินตามคำสั่ง มีแค่เพียงการเร่งฝีเท้าก้าวไปเท่านั้น น้ำชาไม่อยากจะเสวนากับคนที่ไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้า ใครจะว่าเธอเจ้าคิดเจ้าแค้นก็ช่างปะไร เป็นใครจะไม่แค้นบ้างแฟนกับเพื่อนรักหักหลังกันหน้าด้านๆ ยังจะตามมาก่อกวนกันอีก จะทำให้เธอเจ็บปวดไปถึงไหนกัน
แค่นี้เธอก็จำฝังใจจนลืมไม่ลงแล้ว…
คนหนีก็เร่งที่จะเดินหนี ฝ่ายคนตามก็ไม่ย่อท้อที่จะเดินตาม น้ำชาชักเริ่มจะหงุดหงิดในผับนี้ดูจะคับแน่นเกินไปที่จะหลบหนี ไม่รู้ว่าเธอเดินลึกเข้ามาถึงทิศทางไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะหลบหนียังไงให้พ้นจากสายตาของคนที่ตามอยู่ ทว่าช่างโชคดีเหลือเกินที่สายตาเธอบังเอิญไปเห็นเข้ากับใครอีกคนที่กำลังเดินสวนเข้ามา
พรึบ!
ไวกว่าความคิด ร่างสูงของคนที่ว่าถูกเธอกระชากให้เดินตามมายังมุมมืดอับสายตามุมหนึ่ง
“เป็นอะไร?”
“พี่โซ่!”
“เธอเป็นอะไร?” ท่าทางลนลานของคนตัวเล็กกว่าทำให้เขาเกิดความสงสัย
“คือ…”
“?”
น้ำชาไม่รู้จะบอกยังไงดีเพราะมันไม่ใช่เวลาจะมาอธิบาย ยิ่งเห็นคนที่กำลังเดินตามเธอมากวาดสายตามองหาก็ยิ่งต้องตัดสินใจให้เร็วที่สุด พลันคำพูดของสายฝนก็แว๊บเข้ามาในหัว
“ถ้าแกมีคนใหม่ ไอ้ผู้ชายคนนั้นจะได้เลิกตามมาวุ่นวายกับแกสักทีไง”
‘เป็นไงเป็นกัน’ น้ำชาได้แต่คิดในใจ บางทีที่เธอยังลืมคนเก่าไม่ได้อาจจะเป็นเพราะว่าเขายังตามมาวนเวียนให้เธอได้เจออยู่แบบนี้ แต่ถ้าเขาเห็นว่าเธอมีใครใหม่แล้วอาจจะยอมถอยไปอย่างที่เพื่อนเธอบอกก็เป็นได้
“จะ…จูบชาหน่อย”
“ฮะ!?” คนได้ยินคำว่าจูบถึงกับทำหน้าตาตื่น หรืออาจจะเป็นเพราะถูกเพื่อนเก่าที่บังเอิญเจอกันยัดเหล้าให้ดื่มหลายแก้วเมื่อครู่นี้หรือเปล่าถึงทำให้เขาหูเพี้ยนไปได้ขนาดนี้ โซ่ไม่อยากเชื่อว่าอยู่ดีๆน้ำชาก็จะมาขอให้ตัวเองจูบ แต่เพื่อความแน่ใจเลยต้องลองเอ่ยถามดูอีกครั้ง
“เธอว่าอะไรนะ?”
“…” ไม่เหลือเวลาในการให้คำตอบ วินาทีเดียวกันกับที่โซ่ก้มหน้าลงมาถาม น้ำชาก็เขย่งปลายเท้าขึ้นไปใช้ริมฝีปากของตัวเองแตะเข้ากับริมฝีปากหนาได้รูปของเขาในทันที
จุ๊บ!
โซ่ได้รับคำตอบจากเธอด้วยการกระทำ แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ได้รับสัมผัสจากคนซึ่งตัวเองสนใจอยู่ก่อนแล้วก็ถึงกลับไปไม่เป็น เขาไม่คิดว่าน้ำชาจะกล้าจูบ แม้ตอนนี้ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังแตะกันอยู่เขาก็ยังคิดว่าตัวเองอาจจะแค่เมาแล้วเกิดภาพหลอนขึ้นมาในหัวก็ได้
และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองหลอนไปเองจริงหรือไม่ การบดเบียดและเคล้าคลึงริมฝีปากจึงได้เริ่มต้นขึ้น แขนแกร่งทำการโอบกระชับเอวกิ่วให้ประชิดติดกายเขาแนบแน่น ก่อนที่เสี่ยววินาทีต่อมาริมฝีปากรุ่มร้อนจะทำการส่งลิ้นร้ายเข้าไล่ต้อนกับลิ้นเล็กของอีกฝ่าย
‘ของจริงนี่หว่า เขาไม่ได้หลอน’
“อื้อ!” น้ำชาเพิ่งตระหนักได้ตอนนี้เองว่าเธออาจจะตัดสินใจผิด
จากตอนแรกแค่อยากจะแสดงละครฉากหนึ่งให้ใครได้เห็นกลายเป็นว่าผู้ร่วมแสดงกลับเล่นสมบทบาทจนเกินไป
ก็ดูจะเกินไปจนเธอเผลอเคลิบเคลิ้มและจูบเขากลับไปด้วยความลืมตัว…
“ให้จูบอีกไหม?” เสียงพร่ากระซิบถามทั้งที่ยังไม่ละริมฝีปากออกมา ถึงไม่รู้เหตุผลในการขอจูบในครั้งนี้ของเธอ ทว่าสำหรับคนที่แอบมองเธอแล้วมันคือกำไรที่โคตรคุ้มค่า ถ้าเขาไม่คว้าไว้คงโง่เต็มที…
และแม้ว่าเธอจะยังไม่ให้คำตอบกับสิ่งที่ถามแต่การไม่ขยับตัวหลีกหนีไปทางไหนก็ถือได้ว่าไม่ปฏิเสธ โซ่ช่วงชิงลมหายใจของเธออีกครั้งด้วยการตะโบมจูบอย่างเร่าร้อนในแบบของเขา จูบที่ทำเอาอีกคนแทบจะลืมหายใจ…
จังหวะการขยับริมฝีปากดูดดึงของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ทว่าลมหายใจอุ่นๆที่ราดรดลงใส่กันกลับส่งสัญญาณถึงความหมายบางอย่าง
โซ่ไม่อาจห้ามใจที่จะไม่ลูบไล้เนื้อนวลบริเวณเอวคอดได้ และก็ไม่อาจห้ามใจที่จะเคลื่อนมือหนาขึ้นมายังอกอวบที่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่ามันคือของแท้
รู้ตัวอีกทีเขาก็ดันคนตัวเล็กกว่าให้เข้าไปชิดติดต้นเสาและทำการกดปลายจมูกลงซอกคอขาวสูดดมกลิ่นหอมจนสุดปอดอย่างชื่นใจ
ทว่าเหมือนช่วงเวลาในการตักตวงกำไรจะหมดลงเพียงเท่านั้น…
“น้ำชา! เสียงเข้มบ่งบอกถึงอารมณ์ครุกรุ่นของใครบางคนจากทางด้านหลังทำให้ทั้งสองต้องผละออกจากกันแล้วหันไปมอง
“ไอ้นี่มันเป็นใคร?” ไม่ถามเปล่าแต่ร่างสูงของคนที่ว่ากลับพุ่งตรงเข้าหาตัวโซ่ทันที หากแต่ยังดีหน่อยที่คนเป็นมวยหลบได้ทัน
“มึง!”
“หยุดบ้าสักทีพี่แซม” น้ำชามองหน้าอีกคนอย่างเหลืออด ร่างบางเอาตัวเองมาบังอีกคนไว้เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน
“พี่ถามว่ามันเป็นใคร?”
“เขาจะเป็นใครมันก็ไม่เกี่ยวกับพี่”
“น้ำชา! อย่ามากวนประสาทพี่ อย่าให้พี่ต้องหมดความอดทน”
“หยุดตะโกนใส่ผู้หญิงได้แล้ว” โซ่เกิดทนไม่ไหวที่เห็นเหมือนน้ำชาจะโดนข่มขู่ จากรูปการที่ดูคงเดาได้ไม่ยากว่าทั้งคู่นั้นอาจเป็นคนเคยมีสถานะต่อกัน
โซ่ถึงบางอ้อในตอนนี้เองกับเหตุผลของการถูกขอจูบ ไม่บอกก็รู้ว่าตอนนี้คนด้านหน้าของเขากำลังต้องการความช่วยเหลือจากเขาแน่
“แล้วมึงเสือกอะไรด้วย” แซมชี้หน้าถาม
“เสือกดิ นี่เมียกู” คนอยากมีสถานะด้วยโมเมเอ่ยตอบ ฝ่ายน้ำชาถึงจะสะดุ้งตัวเล็กน้อยที่ได้ยินคำว่าเมียแต่ในสถานการณ์เช่นนี้เธอทำได้แค่เงียบเข้าไว้
“จริงเหรอชา?”
“…” น้ำชาไม่ตอบแต่หันไปคว้ามือโซ่ขึ้นมาประสานไว้แทน ทั้งการซบศีรษะเข้าหาไหล่กว้างก็ราวกับว่ามันเป็นคำตอบแทนคำพูดไปหมดแล้ว
“พี่ไม่เชื่อ เราไม่ได้คบกับใครง่ายขนาดนี้”
“พี่จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่พี่ แต่คนนี้เป็นแฟนใหม่ของชาจริงๆ” ประกอบคำเพื่อให้น่าเชื่อถือน้ำชาก็เปลี่ยนจากการประสานมือมาเป็นกอดเข้าที่แขนแกร่งแทน
“ไปกันเถอะพี่โซ่”
ทั้งสองพากันเดินห่างออกไปแล้วทิ้งให้คนแค้นใจยืนกำหมัดตัวเองแน่น แซมเป็นคนไม่ยอมคน อีกทั้งครอบครัวเขาจัดว่าเป็นผู้มีอิทธิพลเลยคิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
“น้ำชาเป็นของกู”
สายตาเอาแต่ใจยืนจ้องเขม็ง น้ำชาเป็นของเขามาก่อนแม้จะไม่เคยครอบครองร่างกายแต่ยังไงหัวใจของเธอก็เคยเป็นของเขา
“พี่ไม่ยอมง่ายๆแน่ ไม่ยอม”
คฤหาสน์เจ้าสัวซัน… งานแต่งของโซ่และน้ำชาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในบ้านของเจ้าสัวซัน แต่นี่ก็เป็นแค่งานที่เชิญมาแต่คนสนิทและสำคัญเท่านั้น ส่วนการจัดงานใหญ่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หน้าบ้านที่กว้างขวางตอนนี้ถูกจัดแต่งให้กลายเป็นสวนดอกไม้นานาพันธ์ ที่ทั้งสองเลือกจะจัดงานที่นี่นั้นเพราะสะดวกกว่าและอีกอย่างคือน้ำรินนั้นก็อยากจะจัดดอกไม้สวยๆที่ตัวเองเป็นคนดูแลในงานแต่งของลูกสาวตัวเอง เสียงดนตรีจากนักร้องชื่อดังที่ถูกจัดจ้างมากำลังบรรเลงเพลงหวานซึ้งกังวานไปรอบพื้นที่ แขกเหรื่อที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะมีแต่คนสนิทกำลังตบเท้าพากันเข้ามาในงานกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างชื่นชมบรรยากาศในงานที่แสนอบอุ่นอย่างยินดีปรีดา “เมื่อยไหม?” เสียงอบอุ่นเอ่ยถามเจ้าสาวของตัวเองที่ยืนรับแขกมานานกว่าชั่วโมง แม้วันนี้อากาศจะไม่อบอ้าวเท่าไหร่นักแต่โซ่ก็รับหน้าที่หยิบกระดาษมาซับหน้าให้น้ำชาตลอด แถมยังเอาแต่ชมเธออยู่ไม่ขาดปาก “วันนี้เมียพี่โคตรสวย” ดวงตาคมหลุบมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่วันนี้ถูกแต่งให้หวานหยดย้อยแปลกตาไปจากทุกวันด้วยใจรักแล้วรักอีก มองต่ำลงไปอีกนิดเห็นทรวงอกขาวอวบที่โผล่พ้นเก
เช้าวันอาทิตย์…ตับ! ตับ! ตับ! เสียงเนื้อกระกันดังลั่นห้องนอนพร้อมกันกับเสียงครางอย่างมีความสุขของคู่รักที่ตื่นมาก็จัดหนักให้กันอย่างเต็มรัก โซ่จ้องมองเนื้อเต้าอวบของคนบนร่างที่มันกระเพื่อมไปตามแรงขยับ ทั้งมือหนาก็ฟอนเฟ้นมันอย่างเมามัน คนตัวเล็กขึ้นขย่มให้เขาได้ถึงอกถึงใจจนแทบจะแตกทุกครั้งที่เธอทิ้งสะโพกลงมา “ซี้ดด เมียพี่เอาโคตรมัน” “…” “ขย่มเก่งขนาดนี้พี่จะไปไหนรอด อ่าห์” น้ำชายิ้มรับในคำชมเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนมากัดริมฝีปากล่างอย่างเซ็กซี่ มือบางวางไว้ที่กล้ามหน้าท้องแกร่งแล้วออกแรงทิ้งสะโพกเข้าขย่มแท่งร้อนรุนแรงขึ้นอีกระดับ เพราะได้ครูดีอย่างโซ่ทุกวันนี้เธอถึงได้ปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองอย่างไม่ต้องเขินอาย มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่ไม่ยั้งแถมยังเร้าร้อนจนที่นอนแทบจะลุกเป็นไฟทุกครั้งที่ได้จัดกัน ในขณะที่คนด้านล่างก็ยกสะโพกเด้งสวนกลับในทุกจังหวะเช่นเดียวกัน โซ่กัดฟันข่มความเสียวซ่านเกินจะบรรยายก่อนจะจับร่างเล็กให้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าคลานเข่าและเขาเองกลับมาคุมเกมอยู่ด้านหลังโดยที่สองอวัยวะยังคงเชื่อมต่อกันไม่หลุดห่างออกแม้แต่วินาทีเดียว “อ๊ะ อ่า พี่โซ่ อืออ” “ซี้
สามปีต่อมา… “ผมขอกาแฟหน่อยสิพี่แจ็ค” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับคนสนิทของพ่อที่ตอนนี้เข้ามาดูแลเขาชั่วคราวเพื่อเป็นที่ปรึกษาในด้านการทำงานต่างๆให้ ตอนนี้โซ่เข้ามาบริหารธุรกิจต่างๆแทนเจ้าสัวซันแทบจะเต็มตัวแล้วเนื่องด้วยคนเป็นพ่อนั้นอยากจะวางมือและใช้ชีวิตของตัวเองบ้างหลังจากทำงานหนักมานาน แต่กระนั้นแล้วก็ยังไม่ใช่ว่าจะวางมือปล่อยให้ลูกชายจัดการทุกอย่างไปคนเดียว ก็ยังคงมีการคอยคุมอยู่เบื่องหลังบ้างเพราะโซ่ก็ยังมีประสบการณ์น้อยอยู่ก๊อกๆ “กาแฟค่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยบอก ก่อนจะเดินตรงเข้ามาวางถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานให้กับเจ้านาย “ขอบคุณครับ” เสียงเรียบกล่าวขอบคุณแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่นำกาแฟมาให้แต่อย่างใด เขาคิดว่าคงเป็นพนักงานคนไหนสักคนหนึ่งที่แจ็คอาจจะวานให้นำกาแฟเข้ามาให้แทนเลยไม่ได้ใส่ใจ ทว่าผ่านไปจนเกือบนาทีคนที่นำกาแฟเข้ามาให้ก็ไม่ออกไปจากห้องทำงานของเขาสักทีจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมองพร้อมตั้งคำถาม “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” “สะ…สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเนตรนะคะ ต่อจากนี้เนตรจะมาเป็นเลขาให้คุณโซ่ค่ะ” หญิงสาวหน้าสวยหยาดเยิ้มแนะนำตัวเองด้วยเสียงประหม่าเล็กน้อยเม
20.00น. “แค่ไปกินข้าวทำไมต้องให้แต่งตัวสวยขนาดนี้ด้วย” ดวงตาคมหันมองเจ้าของเสียงบ่นที่เข้ามานั่งในรถแล้วก็เอาแต่อมยิ้ม ตอนนี้ใบหน้าของน้ำชางอง้ำเพราะเริ่มจะโมโหหิวแต่กระนั้นแล้วก็สวยบาดใจคนเป็นแฟนที่ช่วงนี้คลั่งรักหนักมากอยู่ดี ตอนแรกน้ำชาคิดว่าเขาจะแค่พาเธอไปทานข้าวข้างนอกธรรมดาๆ ทว่าเขากลับให้เธอแต่งตัวสวยๆและเขาเองก็แต่งหล่อแบบจัดเต็ม กว่าจะได้ฤกษ์ออกจากห้องท้องของเธอก็ร้องแล้วร้องอีก จะไม่ให้เธอโมโหหิวได้อย่างไรนี่มันเลยเวลามื้อเย็นเธอมาแล้วด้วยซ้ำ “ไปไกลไหม ชาหิวมากนะ” “ไม่ไกลครับ รถไม่ติดแล้ว ไม่เกินสิบห้านาทีก็ถึง” โซ่บอกพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเคลื่อนรถออกเดินทางเพื่อพาคนรักไปดินเนอร์ในสถานที่ที่ตนเองตั้งใจไว้ ใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาทีตามที่เจ้าตัวบอกก็เดินทางมาถึงยังร้านอาหารเล็กๆริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง จะเรียกว่าร้านได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะร้านทั้งร้านน้ำชาเห็นมีแค่เพียงโต๊ะเดียวเท่านั้นที่ตั้งเด่นอยู่ บนโต๊ะมีอาหารหลายอย่างปิดฝาไว้อย่างดีวางเรียงกันอยู่ บรรยากาศรอบๆโต๊ะถูกจัดแต่งสวยงามมีความโรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รักพากันมาดินเนอร์ แต่บรรยากาศเงียบเชี
ขณะนี้เป็นเวลาตีห้าเกือบจะหกโมงเช้าแล้ว น้ำชารู้สึกว่าเธอเพิ่งจะหลับไปได้แค่นิดเดียวเองแต่กลับถูกคนหื่นปลุกขึ้นมาใหม่ด้วยการละเลงลิ้นลงเล่นกับจุกนมสีหวานของเธอ “พี่โซ่ ชาง่วง” เสียงแหบเอ่ยบอกด้วยความงัวเงียทั้งยังต้องคอยดันไหล่เขาเพื่อปรามให้หยุดดูดนมเธอเสียที “นอนไปสิ พี่กินนมเฉยๆ” ทว่าโซ่ก็คือโซ่ ความดื้อรั้นไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เมื่อคืนกว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้พักก็จัดหนักจัดเต็มกันไปหลายรอบ นี่ผ่านมาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะเล่นเธออีกแล้ว และร่างกายของเธอก็ช่างจะตอบสนองเข้าดีเสียด้วยสิ แม้เสียงในหัวจะบอกว่าง่วงนอน แต่ร่างของเธอกลับขยับแอ่นหน้าอกส่งนมเข้าป้อนยังปากหนาแบบอัตโนมัติ ซ้ำยังจับหัวเขากดลงมาหาแนบชิดเข้าไปอีก น้ำชาอยากจะบ้าตายกับตัวเองจริงๆ ไม่เคยควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลยเวลาอยู่กับเขา “เบาหน่อย ชาตัวลายเป็นตุ๊กแกหมดแล้ว” “หึ!” คนทิ้งลอยแดงจ้ำไปทั้งตัวให้เธอหัวเราะชอบใจอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย โซ่ยังคงนัวเนียอยู่กับยอดอกสีหวานของเธอไม่ยอมห่าง ริมฝีปากหนาทั้งดูด ทั้งดึง เดี๋ยวขบเดี๋ยวเม้มอยู่อย่างนั้นเหมือนว่าสนุกกับมันหนักหนา กระทั่งคลอเคลียเต้าน
ห้องพัก… “เหนื่อยไหมวันนี้?” เสียงอบอุ่นของโซ่เอ่ยถามขึ้นในขณะที่ทั้งสองกำลังแช่น้ำอุ่นในอ่างสุดหรูเพื่อผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าในวันนี้ ฝ่ามือหนาค่อยๆนวดที่ขมับให้คนรักอย่างเอาอกเอาใจ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือหวังผลบางอย่างจากเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสุดฮอตที่อยู่ใต้น้ำของแฟนสาวด้วยใจที่แสนร้อนรุ่ม “เหนื่อยนะ แต่ชามีความสุขดี” รอยยิ้มสวยปรากฎบนใบหน้าของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนโซ่ยังอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ วันนี้คนสวยของเขาดูมีความสุขจริงๆ แต่เขายังทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่านี้อีก “เห็นเธอมีความสุขพี่ก็ดีใจ แต่จะดีใจมากถ้าเรามีความสุขด้วยกัน”หมับ! น้ำชาเข้าคว้าที่มือหนาทันทีอย่างรู้ทันเมื่อมือนั้นเลื่อนมากอบกุมที่หน้าอกของเธอ ไม่กี่นาทีก่อนเขายังมองเธอด้วยสายตาอบอุ่นอยู่เลย เผลอแค่นิดเดียวตอนนี้กลับมองเธอเหมือนอยากจะกลืนกินกันทั้งตัวเสียอย่างนั้น น้ำชาเห็นแล้วก็ขนลุกขนพอง เขาไม่ได้กินเธอมาเป็นเดือนๆ ไม่อยากจะนึกถึงสภาพตัวเองเลยว่าคนหิวโซอย่างเขาจะกินเธอได้มูมมามแค่ไหน “ได้เวลาของเราแล้วนี่” “…” “ดูสิ มันแข็งรอตั้งนานแล้ว” มือนุ่มนิ่มถูกบังคับให้ลง
วันต่อมา… แสงแดดที่รอดผ่านม่านสีฟ้าในยามบ่ายของอีกวันไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้น้ำชาต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แต่อาการเจ็บร้าวตรงช่วงหว่างขาก็ทำให้น้ำชานอนหลับต่อไปไม่ได้อีกเช่นกัน เธอเจ็บระบมไปหมด แค่ขยับตัวนิดหน่อยก็เจ็บจนอยากจะร้อง ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสติกลับมาครบถ้วนหลังจากการตื่นน
แซมกวาดสายตามองน้ำชาอยู่นานจนเธอเริ่มรู้สึกอึดอัด หากเป็นเมื่อก่อนถ้าเขามองเธอแบบนี้เธอก็คงจะนั่งเขินม้วนใจสั่นไปข้ามวัน ทว่าตอนนี้มันคงไม่ใช่แล้ว เธอรู้สึกอึดอัดมากกว่ามานั่งเขินเป็นไหนๆ “เราเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าไหม?” เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาน้ำชาจึงตั้งท่าที่จะเข้าประเด็นหลัก แต่น้ำเสี
ในรถ… วันนี้โซ่ทำหน้าตึงใส่เธออีกแล้ว แต่คราวนี้เธอไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถามอะไรเขาให้มาก เพราะที่เขาแสดงออกต่อหน้าทุกคนมันก็ชัดเจนแล้วว่าไม่พอใจเรื่องอะไร แต่ถึงอย่างนั้นแล้วเธอก็คิดว่าเขาไม่สมควรทำแบบนั้นอยู่ดี เพราะจริงๆแล้วทั้งสองคนก็ยังไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ “พี่ไม่ควรทำแบบนี้นะ เร
หลายวันต่อมา… หลายวันมาแล้วที่น้ำชาเอาแต่คิดไม่ตกเรื่องของแซมว่าจะเอายังไง เธอรู้จักแซมดีเขาเป็นคนไม่ยอมอะไรง่ายๆ พ่อแม่ก็ตามใจมาตลอดเพราะเป็นลูกชายคนเดียว แน่นอนว่าถ้าเขาจะทำอะไรแม่ของเธอมันคงง่ายนิดเดียว อีกอย่างแม่เธอก็อยู่ไกลหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเธอคงจะช่วยทัน “เฮ้อ…!” เสียงถอนหายใจเป







