Share

จูบจำเป็น

last update Last Updated: 2025-11-12 17:25:34

   ผ่านมาก็จะเป็นปีแล้วน้ำชาคิดว่าคงลืมความรักห่วยๆที่ผ่านมาของตัวเองได้ ทว่าพอเมาทีไรไม่รู้ทำไมต้องอยากจะร้องไห้ขึ้นมาทุกที เธอไม่ได้คิดถึง ไม่ได้อยากกลับไปหาเขา เพียงแค่ความปวดร้าวมันยังคงฝังอยู่ในใจลึกๆเท่านั้นเอง

     “เฮ่อ!” ริมฝีปากสวยพ่นลมหายใจออกมาพลางมองใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนในกระจกอีกครั้ง น้ำชาไม่ได้ใส่ใจผู้หญิงอีกหลายคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกเช่นกันเพราะไม่ได้รู้จัก

   กลัวก็อย่างเดียวคือเพื่อนเธอสองคนนั้นจะตามเข้ามาในเวลานี้ ขอบตาแดงแบบนี้เธอต้องโดนจับได้แน่ว่าแอบมาร้องไห้ แถมอาจจะต้องถูกดุอีกต่างหาก

   น้ำชาไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็นห่วง คิดได้ดังนั้นจึงคว้าแป้งพัฟจากกระเป๋าขึ้นมาตบเข้าที่หน้าทาลิปสติกอีกสักหน่อย ทุกอย่างดูดีเข้าที่แล้วจึงค่อยเดินออกจากห้องน้ำไป

   ร่างระหงในชุดกางยีนส์รัดรูปเอวต่ำคู่กับเสื้อครอปสีดำตัวจิ๋วกำลังเดินทอดน่องไปตามทางเดินที่มีแสงไฟสลัว ใบหน้าสะสวยบวกกับรูปร่างโดดเด่นของเธอเป็นที่เตะตาต้องใจของใครหลายคนที่เดินผ่าน หากแต่น้ำชาไม่คิดจะสนใจใคร ใครจะว่าเธอหยิ่งยังไงก็ช่างน้ำชาไม่สน…

   ทว่าอยู่ๆสองขาเรียวนั้นก็ต้องหยุดเดินอย่างกะทันหัน…

     “น้ำชา!

   เสียงเรียกชื่อและน้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นหูดังแว่วมาจากที่ไม่ไกลเท่าไรนักทำให้เธอต้องตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางเดินใหม่ด้วยจังหวะการก้าวเท้าที่เร่งรีบกว่าเดิม น้ำชาไม่คิดแม้แต่ที่จะหันไปมองตามเสียงเรียกนั้นเลยสักนิด คิดได้อย่างเดียวคือตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับใคร

     “จะหนีพี่ไปไหน น้ำชาหยุด!”

   ไม่มีการตอบกลับ ไม่มีการหยุดเดินตามคำสั่ง มีแค่เพียงการเร่งฝีเท้าก้าวไปเท่านั้น น้ำชาไม่อยากจะเสวนากับคนที่ไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้า ใครจะว่าเธอเจ้าคิดเจ้าแค้นก็ช่างปะไร เป็นใครจะไม่แค้นบ้างแฟนกับเพื่อนรักหักหลังกันหน้าด้านๆ ยังจะตามมาก่อกวนกันอีก จะทำให้เธอเจ็บปวดไปถึงไหนกัน

   แค่นี้เธอก็จำฝังใจจนลืมไม่ลงแล้ว…

   คนหนีก็เร่งที่จะเดินหนี ฝ่ายคนตามก็ไม่ย่อท้อที่จะเดินตาม น้ำชาชักเริ่มจะหงุดหงิดในผับนี้ดูจะคับแน่นเกินไปที่จะหลบหนี ไม่รู้ว่าเธอเดินลึกเข้ามาถึงทิศทางไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะหลบหนียังไงให้พ้นจากสายตาของคนที่ตามอยู่ ทว่าช่างโชคดีเหลือเกินที่สายตาเธอบังเอิญไปเห็นเข้ากับใครอีกคนที่กำลังเดินสวนเข้ามา

พรึบ!

   ไวกว่าความคิด ร่างสูงของคนที่ว่าถูกเธอกระชากให้เดินตามมายังมุมมืดอับสายตามุมหนึ่ง

     “เป็นอะไร?”

     “พี่โซ่!”

     “เธอเป็นอะไร?” ท่าทางลนลานของคนตัวเล็กกว่าทำให้เขาเกิดความสงสัย

     “คือ…”

     “?”

   น้ำชาไม่รู้จะบอกยังไงดีเพราะมันไม่ใช่เวลาจะมาอธิบาย ยิ่งเห็นคนที่กำลังเดินตามเธอมากวาดสายตามองหาก็ยิ่งต้องตัดสินใจให้เร็วที่สุด พลันคำพูดของสายฝนก็แว๊บเข้ามาในหัว

     “ถ้าแกมีคนใหม่ ไอ้ผู้ชายคนนั้นจะได้เลิกตามมาวุ่นวายกับแกสักทีไง”

   ‘เป็นไงเป็นกัน’ น้ำชาได้แต่คิดในใจ บางทีที่เธอยังลืมคนเก่าไม่ได้อาจจะเป็นเพราะว่าเขายังตามมาวนเวียนให้เธอได้เจออยู่แบบนี้ แต่ถ้าเขาเห็นว่าเธอมีใครใหม่แล้วอาจจะยอมถอยไปอย่างที่เพื่อนเธอบอกก็เป็นได้

     “จะ…จูบชาหน่อย”

     “ฮะ!?” คนได้ยินคำว่าจูบถึงกับทำหน้าตาตื่น หรืออาจจะเป็นเพราะถูกเพื่อนเก่าที่บังเอิญเจอกันยัดเหล้าให้ดื่มหลายแก้วเมื่อครู่นี้หรือเปล่าถึงทำให้เขาหูเพี้ยนไปได้ขนาดนี้ โซ่ไม่อยากเชื่อว่าอยู่ดีๆน้ำชาก็จะมาขอให้ตัวเองจูบ แต่เพื่อความแน่ใจเลยต้องลองเอ่ยถามดูอีกครั้ง

     “เธอว่าอะไรนะ?”

     “…” ไม่เหลือเวลาในการให้คำตอบ วินาทีเดียวกันกับที่โซ่ก้มหน้าลงมาถาม น้ำชาก็เขย่งปลายเท้าขึ้นไปใช้ริมฝีปากของตัวเองแตะเข้ากับริมฝีปากหนาได้รูปของเขาในทันที

จุ๊บ!

   โซ่ได้รับคำตอบจากเธอด้วยการกระทำ แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ได้รับสัมผัสจากคนซึ่งตัวเองสนใจอยู่ก่อนแล้วก็ถึงกลับไปไม่เป็น เขาไม่คิดว่าน้ำชาจะกล้าจูบ แม้ตอนนี้ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังแตะกันอยู่เขาก็ยังคิดว่าตัวเองอาจจะแค่เมาแล้วเกิดภาพหลอนขึ้นมาในหัวก็ได้

   และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองหลอนไปเองจริงหรือไม่ การบดเบียดและเคล้าคลึงริมฝีปากจึงได้เริ่มต้นขึ้น แขนแกร่งทำการโอบกระชับเอวกิ่วให้ประชิดติดกายเขาแนบแน่น ก่อนที่เสี่ยววินาทีต่อมาริมฝีปากรุ่มร้อนจะทำการส่งลิ้นร้ายเข้าไล่ต้อนกับลิ้นเล็กของอีกฝ่าย

‘ของจริงนี่หว่า เขาไม่ได้หลอน’

     “อื้อ!” น้ำชาเพิ่งตระหนักได้ตอนนี้เองว่าเธออาจจะตัดสินใจผิด

   จากตอนแรกแค่อยากจะแสดงละครฉากหนึ่งให้ใครได้เห็นกลายเป็นว่าผู้ร่วมแสดงกลับเล่นสมบทบาทจนเกินไป

ก็ดูจะเกินไปจนเธอเผลอเคลิบเคลิ้มและจูบเขากลับไปด้วยความลืมตัว…

     “ให้จูบอีกไหม?” เสียงพร่ากระซิบถามทั้งที่ยังไม่ละริมฝีปากออกมา ถึงไม่รู้เหตุผลในการขอจูบในครั้งนี้ของเธอ ทว่าสำหรับคนที่แอบมองเธอแล้วมันคือกำไรที่โคตรคุ้มค่า ถ้าเขาไม่คว้าไว้คงโง่เต็มที…

   และแม้ว่าเธอจะยังไม่ให้คำตอบกับสิ่งที่ถามแต่การไม่ขยับตัวหลีกหนีไปทางไหนก็ถือได้ว่าไม่ปฏิเสธ โซ่ช่วงชิงลมหายใจของเธออีกครั้งด้วยการตะโบมจูบอย่างเร่าร้อนในแบบของเขา จูบที่ทำเอาอีกคนแทบจะลืมหายใจ…

   จังหวะการขยับริมฝีปากดูดดึงของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ทว่าลมหายใจอุ่นๆที่ราดรดลงใส่กันกลับส่งสัญญาณถึงความหมายบางอย่าง

   โซ่ไม่อาจห้ามใจที่จะไม่ลูบไล้เนื้อนวลบริเวณเอวคอดได้ และก็ไม่อาจห้ามใจที่จะเคลื่อนมือหนาขึ้นมายังอกอวบที่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่ามันคือของแท้

   รู้ตัวอีกทีเขาก็ดันคนตัวเล็กกว่าให้เข้าไปชิดติดต้นเสาและทำการกดปลายจมูกลงซอกคอขาวสูดดมกลิ่นหอมจนสุดปอดอย่างชื่นใจ

ทว่าเหมือนช่วงเวลาในการตักตวงกำไรจะหมดลงเพียงเท่านั้น…

     “น้ำชา! เสียงเข้มบ่งบอกถึงอารมณ์ครุกรุ่นของใครบางคนจากทางด้านหลังทำให้ทั้งสองต้องผละออกจากกันแล้วหันไปมอง

     “ไอ้นี่มันเป็นใคร?” ไม่ถามเปล่าแต่ร่างสูงของคนที่ว่ากลับพุ่งตรงเข้าหาตัวโซ่ทันที หากแต่ยังดีหน่อยที่คนเป็นมวยหลบได้ทัน

     “มึง!”

     “หยุดบ้าสักทีพี่แซม” น้ำชามองหน้าอีกคนอย่างเหลืออด ร่างบางเอาตัวเองมาบังอีกคนไว้เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน

     “พี่ถามว่ามันเป็นใคร?”

     “เขาจะเป็นใครมันก็ไม่เกี่ยวกับพี่”

     “น้ำชา! อย่ามากวนประสาทพี่ อย่าให้พี่ต้องหมดความอดทน”

     “หยุดตะโกนใส่ผู้หญิงได้แล้ว” โซ่เกิดทนไม่ไหวที่เห็นเหมือนน้ำชาจะโดนข่มขู่ จากรูปการที่ดูคงเดาได้ไม่ยากว่าทั้งคู่นั้นอาจเป็นคนเคยมีสถานะต่อกัน

   โซ่ถึงบางอ้อในตอนนี้เองกับเหตุผลของการถูกขอจูบ ไม่บอกก็รู้ว่าตอนนี้คนด้านหน้าของเขากำลังต้องการความช่วยเหลือจากเขาแน่

     “แล้วมึงเสือกอะไรด้วย” แซมชี้หน้าถาม

     “เสือกดิ นี่เมียกู” คนอยากมีสถานะด้วยโมเมเอ่ยตอบ ฝ่ายน้ำชาถึงจะสะดุ้งตัวเล็กน้อยที่ได้ยินคำว่าเมียแต่ในสถานการณ์เช่นนี้เธอทำได้แค่เงียบเข้าไว้

     “จริงเหรอชา?”

     “…” น้ำชาไม่ตอบแต่หันไปคว้ามือโซ่ขึ้นมาประสานไว้แทน ทั้งการซบศีรษะเข้าหาไหล่กว้างก็ราวกับว่ามันเป็นคำตอบแทนคำพูดไปหมดแล้ว

     “พี่ไม่เชื่อ เราไม่ได้คบกับใครง่ายขนาดนี้”

     “พี่จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่พี่ แต่คนนี้เป็นแฟนใหม่ของชาจริงๆ” ประกอบคำเพื่อให้น่าเชื่อถือน้ำชาก็เปลี่ยนจากการประสานมือมาเป็นกอดเข้าที่แขนแกร่งแทน

      “ไปกันเถอะพี่โซ่”

   ทั้งสองพากันเดินห่างออกไปแล้วทิ้งให้คนแค้นใจยืนกำหมัดตัวเองแน่น แซมเป็นคนไม่ยอมคน อีกทั้งครอบครัวเขาจัดว่าเป็นผู้มีอิทธิพลเลยคิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

     “น้ำชาเป็นของกู” 

   สายตาเอาแต่ใจยืนจ้องเขม็ง น้ำชาเป็นของเขามาก่อนแม้จะไม่เคยครอบครองร่างกายแต่ยังไงหัวใจของเธอก็เคยเป็นของเขา

     “พี่ไม่ยอมง่ายๆแน่ ไม่ยอม”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่รักมัดใจยัยน้ำชา   เจรจาหมั้น

    สองสัปดาห์ต่อมา… บ้านไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ยังคงร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม บ้านที่เงียบสงบบรรยากาศผ่อนคลายยังทำให้น้ำรินยิ้มได้และมีความสุขไปในทุกๆวัน หากแต่วันนี้ดูจะบรรยากาศแปลกๆไปเสียหน่อยก็ตรงที่มีอีกคนมานั่งจ้องตอนเธอกำลังพูดคุยกับต้นไม้แสนรักของตัวเองนี่แหละ “คุณจะมองฉันอีกนานไหม?” ขณะที่ถามไปก็อยากจะเอาน้ำในกระบอกป๊อกกี้ฉีดใส่หน้าอีกคนไปด้วย ถ้าไม่ติดว่าเป็นพ่อของลูกเขยเธอละก็คงไล่ตะเพิดกลับไปนานแล้ว “มองคุณที่ไหน ผมมองต้นไม้ของคุณต่างหาก มันสวยดี” “ก็เห็นอยู่ว่ามองหน้าฉัน” “งั้นก็แสดงว่าหน้าคุณสวย” น้ำรินแทบจะสำลักโกโก้ที่หยิบขึ้นมาจิบ หลายปีมาแล้วที่ไม่เคยถูกใครมาพูดอะไรเลี่ยนๆให้ได้ยินแบบนี้ พอได้ยินแล้วก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาเชียว “ฉันไม่ใช่เด็กๆสาวๆที่จะหลงคารมเฒ่าหัวงูแบบคุณ ไม่ต้องมาหยอดเสียให้ยาก” “หึ!” เจ้าสัวซันได้ฟังแล้วก็ถึงกับขำ “ช่วยไม่ได้ คุณอยากตรงสเปคผมเอง” น้ำรินคงจะหมดความอดทนและได้ด่าคนอีกสักยกแน่ถ้าไม่มีรถยนต์คันหรูของโซ่ที่กลับมาจากโรงพยาบาลขับเข้ามาจอดภายในบ้านเสียก่อน เจ้าของดวงตาสวยหวานแม้จะเริ่มมีอาย

  • โซ่รักมัดใจยัยน้ำชา   น้ำรินปะทะเจ้าสัว

    สามวันต่อมา…ตึก!ตึก! เสียงฝีเท้าหนักของกลุ่มคนที่เดินเข้ามาภายในโรงพยาลประจำจังหวัดทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นพากันหันมองด้วยความสนใจ เจ้าสัวซันมีสีหน้าร้อนรนไม่ต่างกับใจเขาที่ตอนนี้มันร้อนรุ่มเพราะเป็นห่วงลูกชายเพียงคนเดียวใจแทบขาด “ลูกฉันอยู่ห้องไหน?” เสียงเข้มเอ่ยถามกับลูกน้องที่มายืนรอรับ ดวงตาคมตอนนี้บ่งบอกถึงความกรุ่นโกรธที่มีอยู่ในใจเป็นอย่างมาก “ทางนี้ครับท่าน” สิ้นเสียงขานตอบประตูห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลก็ถูกเปิดออกทันที “โซ่ แกเป็นยังไงบ้าง” เจ้าสัวซันเดินถลาเข้าหาลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความเป็นห่วง เขาไปทำธุระที่ต่างประเทศมาแค่ไม่กี่วันกลับมาอีกทีเกือบจะได้จัดงานศพให้ลูกเสียแล้ว ใจคนเป็นพ่อมันตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่ได้ฟังรายงานจากลูกน้อง ถ้าหายตัวมาเองได้เขาคงทำไปแล้ว ไม่รอนั่งเครื่องมาเป็นวันๆให้ใจมันร้อนเป็นเพลิงแบบนี้หรอก “ผมไม่เป็นอะไร ป๊าทำธุระของตัวเองเสร็จแล้วหรือไงถึงได้รีบมา” “ธุระอะไรมันจะไปสำคัญกว่าแกอีกว่ะ แล้วดูสภาพซิ ไหนคือไม่เป็นอะไรของแก” เจ้าสัวซันมองหน้าลูกชายแล้วส่ายศีรษะ “รักเมียมากจนลืมพ่อแกไปแล้วหรือไง ถ้าแกตายไ

  • โซ่รักมัดใจยัยน้ำชา   น้ำชาก็หึงเป็น

    ตั้งแต่เกิดมาโซ่ก็เพิ่งจะได้มาเดินเที่ยวอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงคนจะเยอะเบียดเสียดกันคล้ายกับในผับแต่ก็ให้อารมณ์ต่างกันอยู่ดี บรรยากาศก็ใช่ว่าจะแย่เท่าไหร่นักหรอก หากแต่ถ้าเป็นไปได้เขาก็ขอเลือกที่จะนอนสบายอยู่บ้านดีกว่า ทว่าจะไม่มาก็ไม่ได้ ใครจะปล่อยให้เมียตัวเองมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่นกันล่ะ ถึงจะไม่ได้มากันสองต่อสองก็เถอะ “นี่ ลองกินอันนี้ไหม อร่อยนะ” ไข่ปลาหมึกย่างราดด้วยน้ำจิ้มสีสันน่าทานถูกยื่นส่งมาให้โดยผู้หญิงที่มาด้วยกันอีกคน แต้วยิ้มหวานให้ชายหนุ่มก่อนจะพยักหน้าให้ลองชิมอีกครั้ง “ลองสิ อร่อยมาก” “ไม่ดีกว่าครับ ขอบคุณ” เจ้าของน้ำเสียงราบเรียบเอ่ยปฏิเสธทั้งที่สายตายังมองสองคนที่เดินนำหน้าไม่ละไปไหน ยิ่งเห็นต้นกล้าชวนน้ำชาพูดคุยไม่หยุดก็ยิ่งหัวเสีย ไม่ชอบเห็นเธอยิ้มเรี่ยราดให้ใครแบบนั้นเลยแต่ก็ไม่อยากโวยวายแสดงความเป็นเจ้าของให้เธอโกรธ “ตรงนั้นที่ว่างพอดี เรานั่งกินกันก่อนเหอะค่อยเดินต่อ เหมื่อยขาแล้วอ่า” แต้วกระปอดกระแปดเสียงบ่นก่อนจะเดินนำทุกคนมานั่งยังโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้คนที่มาเดินเที่ยวภายในงานได้นั่งพักหรือซื้ออาหารมานั่งทานกัน โดยทันทีที

  • โซ่รักมัดใจยัยน้ำชา   แอบพาเมียหวาม

    สองวันต่อมา… “เรียบร้อยนะครับเสี่ย” น้ำเสียงกวนประสาทของโซ่เอ่ยบอกกับเสี่ยศรในตอนนี้พวกเขาเดินออกมาจากสำนักงานที่ดินหลังจากโอนกรรมสิทธิ์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่เสี่ยศรเองก็ตวัดหางตามองเด็กเมื่อวานซืนในความคิดของเขาอย่างไม่ชอบใจนัก หากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เสี่ยศรสุดจะแค้นเคืองที่ถูกเด็กหนุ่มจากไหนก็ไม่รู้มาลูบคม จากที่จะได้เงินแปดล้านกำไรเหนาะๆกลับได้มาแค่สี่ล้านกว่าตามราคาประเมิน ไอ้ครั้นจะสู้รบด้วยก็ไม่ได้เพราะเพิ่งรู้ว่าพ่อของอีกฝ่ายนั้นมีอิทธิพลใช่ย่อย พอบอกจะไม่ขายแล้วก็ถูกข่มขู่เข้าอีก เสี่ยศรกลายเป็นตัวเล็กตัวน้อยไปเลยเมื่อสู่กับฝ่ายของโซ่ และมันก็เจ็บใจตรงที่ต้องมายืนมองอีกฝ่ายเดินถือโฉนดร่อนไปร่อนมาเหมือนจะเยาะเย้ยให้เห็นนี่แหละ ถ้ารู้อย่างนี้สู้เขาเก็บที่ไว้แล้วกินค่าเช่าแพงๆกับน้ำรินไปเรื่อยๆดีกว่า@ร้านขายต้นไม้ของน้ำริน “นี่ครับ” “ขอบคุณมากนะ” น้ำรินมองใบโฉนดที่ดินที่โซ่วางไว้ให้บนโต๊ะอย่างรู้สึกเกรงใจเหลือเกิน “คุณไม่น่าจะต้องมาเสียเงินเยอะขนาดนี้เลย” “ผมเต็มใจ อยากให้ของขวัญน้ำชาด้วย” ว่าพลางดวงตาคมก็มองไปยังร่างบางที่กำลังยืนดูคนงานเอาต

  • โซ่รักมัดใจยัยน้ำชา   ซื้อใจแม่ยาย

    วันต่อมา… เมื่อคืนกว่าน้ำชาจะข่มตาให้หลับได้ก็เป็นเวลาเกือบตีสาม แถมหลับไปได้แค่นิดเดียวก็ต้องตื่นมาแต่เช้าเพราะเมื่อวานรับปากกับแม่ไว้ว่าจะไปวัดด้วยกัน และเพราะจะต้องช่วยแม่เตรียมของไปทำบุญทำให้คนที่ยังมีความงัวเงียอยู่จำเป็นต้องลุกจากที่นอนเพื่อลงมาด้านล่าง ทว่าพอลงมาแล้วของทุกอย่างกลับถูกเตรียมไว้พร้อมหมดแล้วเสียอย่างนั้น “ชาตื่นช้าไปเหรอ ทำไมแม่ไม่ปลุกชาให้ตื่นมาช่วยล่ะ” “แม่มีลูกมือช่วยแล้ว” น้ำรินที่กำลังจัดแจงตัดกิ่งก้านดอกไม้ที่เก็บมาเพื่อจะไปถวายพระเงยหน้าขึ้นบอกกับลูกสาว ก่อนจะเอียงหน้าพยักพเยิดไปอีกทิศทางที่มีใครอีกคนกำลังจัดอาหารใส่ปิ่นโตอยู่ “มีพ่อครัวทำอาหารให้พอดีเลย สบายไป” “แม่ใช้งานเขาเกินไปหรือเปล่า” น้ำชาไม่ได้เป็นห่วงใคร แต่แค่เกรงว่าแม่เธอจะทำเกินไปเท่านั้น อีกอย่างตอนนี้เธอกับเขาก็ยังไม่ได้กลับมาดีกันจริงจังเสียหน่อย “ทำไม กลัวพี่เขาจะเหนื่อยเหรอ” น้ำรินเอียงคอมองลูกสาวอย่างรู้ทัน “เปล่าสักหน่อย ใครจะเหนื่อยก็เรื่องของเขาสิไม่เกี่ยวกับชา” “หึ จ้า” น้ำรินไม่ได้อยากจะแกล้งลูกแต่ก็แอบหมั่นไส้อยู่นิดหน่อย เมื่อคืนยังปล่อยให้เ

  • โซ่รักมัดใจยัยน้ำชา   เหตุเกิดจากความคิดถึง

    ช่วงเย็น… โซ่ดีใจเหลือเกินที่วันนี้จะได้นั่งร่วมวงทานข้าวกับสุดที่รักครั้งแรกในรอบหลายวันที่ผ่านมา อาหารหลายอย่างบนโต๊ะก็ล้วนแต่เป็นฝีมือเขาทำเพื่อจะเอาใจเธอทั้งนั้น แต่ตอนนี้เขากลับนั่งหน้านิ่งยิ้มแทบไม่ออกเลย อุตส่าห์มโนไว้ว่าจะได้นั่งทานกันไปคุยกันไปแบบคนในครอบครัวแต่ดันมีผู้ชายอีกตัวมานั่งหัวโด่ร่วมวงด้วยเสียอย่างนั้น แถมยังชวนเมียเขาคุยนั่นคุยนี่ไม่หยุดปาก มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่ากำลังจีบน้ำชาอยู่ “แต้วเพิ่งเอามาให้พี่ดู เต้นเก่งเหมือนกันนะเรา” “พี่ต้นชมแบบนี้ก็เขินแย่สิคะ” คนหน้าไม่สบอารมณ์ได้แต่กำมือแน่นซ่อนไว้ที่ใต้โต๊ะ น้ำชาเมินเขาได้ทั้งวันแต่กับไอ้เวรนี่ดันพูดคุยหัวเราะเสียงหวาน เขาแทบอยากจะล้มโต๊ะอาหารให้มันจบๆ ถ้าไม่เกรงใจแม่ยายวันนี้เห็นทีต้องมีคนเจ็บตัวไปแล้วแน่ “ไม่กินข้าวเหรอไง?” น้ำรินเอ่ยถามทั้งที่ในใจนั้นรู้ว่าโซ่คิดอะไรอยู่ มองหน้าชายหนุ่มแล้วบางทีก็นึกสงสาร แต่ก็นั่นแหละ เธอเป็นคนชวนต้นกล้ามาทานข้าวที่บ้านเอง “เอ่อ คนนี้คือ?” ต้นกล้าละจากการพูดคุยกับน้ำชาชั่วคราวเพื่อสอบถามสถานะของคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันเมื่อสิบนาทีก่อน เขาว่าจะถามอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status