LOGIN
@The Rabbit club…
บรรยากาศในผับช่วงคืนวันเสาร์ถือได้ว่าครึกครื้นเป็นที่สุด เหล่านักท่องราตรีไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษาหรือแม้แต่กลุ่มคนวัยทำงานก็มักจะใช้ค่ำคืนนี้ในการปลดปล่อยตัวเองให้สุดแล้วค่อยไปหยุดนอนพักผ่อนเอาแรงในวันถัดไป
เธอเองก็เช่นกัน…
ร่างระหงของน้ำชาเดินตรงเข้ามายังโต๊ะที่เพื่อนๆนั่งอยู่ แต่พอมาถึงดวงตากลมเฉี่ยวก็กวาดมองจำนวนคนที่เกินกว่าที่นัดกันเอาไว้พลางขมวดคิ้วลงเล็กน้อย
น้ำชาจำได้ว่าที่เธอนัดเอาไว้มีเพียงเธอและเพื่อนสองคนที่เรียนอยู่คณะเดียวกันในมหาลัยเท่านั้น แต่ตอนนี้ดันมีชายหนุ่มหน้าตาดีอีกสี่คนโผล่มาด้วยเฉยเลย
“น้ำชา มานั่งตรงนี้” เสียงหวานของเพื่อนสาวคนหนึ่งเอยบอกพร้อมกวักมือเรียก ใบหน้าจิ้มลิ้มส่งยิ้มแห้งให้เธอเล็กน้อยเหมือนรู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด
“ทำไมคนเยอะ?”
“โทษที พี่ชายฉันตามมาคุมแฟนมัน” ประกอบคำสารภาพผิดสายฝนก็พยักพเยิดหน้าไปทางพิมเพื่อนอีกคนที่นั่งตัวชิดติดกันกับแฟนหนุ่ม
“เอาน่า มากันหลายคนจะได้สนุก”
“หึ!” น้ำชาคร้านที่จะเถียง เธอแค่อยากออกมานั่งดื่มตามประสาเพื่อนสาวเพื่อผ่อนคลายให้หายจากความขุ่นมัวทางอารมณ์เพราะเหตุบางอย่าง แต่ดูตอนนี้สิ เอาอะไรมาผ่อนคลายก่อน มีแต่คนนั่งมองเธอ
“เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว มีผู้ชายหล่อๆมานั่งด้วยไม่ดีหรือไง”
“ต้องการอะไร?” น้ำชากดเสียงเรียบเอ่ยถามตามตรง ถ้าเดาไม่ผิดพวกเพื่อนๆก็คงจะหาผู้ชายมาให้เธออีกแน่ เพราะมันเป็นอย่างนั้นมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่สองคนนี้รู้ว่าเธออกหัก
“ชอบคนไหนเลือกเลย นอกจากพี่หมอกแล้วนอกนั้นก็ยังไม่มีแฟน” เห็นไหมล่ะ น้ำชาเดาผิดเสียที่ไหน
“ถ้าแกมีคนใหม่ ไอ้ผู้ชายคนนั้นจะได้เลิกตามมาวุ่นวายกับแกสักทีไง”
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นสักหน่อย” ก็ถ้าง่ายขนาดนั้นเธอคงทำไปแล้ว
“ฉันรู้ว่าพวกแกห่วง แต่…” น้ำชาจำต้องชะงักปากค้างเอาไว้เมื่อสายตาชำเลืองไปเห็นใครบางคนที่มองเธออยู่ ในบรรดาผู้ชายสี่คนที่นั่งอยู่ทั้งหมดก็มีเขานี่แหละที่มองเธอแปลกๆตั้งแต่เดินเข้ามา
น้ำชามองสบตากับเขาอยู่เพียงชั่วครู่ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วยกแก้วขึ้นมาดื่มทั้งที่สายตาก็ยังคงมองเธออยู่อย่างนั้นไม่คิดจะหลบไปไหน
‘จะมองอะไรขนาดนั้นนะ’ น้ำชาได้แต่คิดในใจแล้วคว้าแก้วที่พนักงานเพิ่งจะวางลงให้ขึ้นมาจิบบ้าง
พวกผู้ชายสี่คนที่ว่าก็ไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าที่ไหน พวกเขาเป็นรุ่นพี่ต่างคณะของเธอ แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นทั้งพี่ชายและแฟนหนุ่มของเพื่อนสนิทเธออีก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งร่วมวงดื่มเหล้าด้วยกัน
น้ำชาพยายามไม่สนใจคนที่เอาแต่มองเธอแล้วหันไปคุยกับเพื่อนต่อ
“ขอบใจที่พวกแกห่วงฉัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริงๆ”
“ถ้ารู้ว่าพวกฉันห่วงงั้นก็เลิกเศร้าได้แล้ว สวยๆอย่างแกหาใหม่ได้สบาย”
“เฮ่อ!” เธอจะอธิบายกับเพื่อนยังไงดีว่ายังไม่พร้อมจะมีใครใหม่ เพราะดูเหมือนจะพูดอะไรไปก็ไม่เข้าหูเพื่อนเลยสักคน
“ดูท่าพี่โซ่จะสนใจแกนะ” พูดไม่ทันขาดคำสายฝนก็ชงผู้ชายให้เธออีกแล้ว เพื่อนคงไม่เข้าใจจริงๆแหละน้ำชาก็เบื่อที่จะอธิบาย
“ดูสิ มองแกตลอดเลย หล่อเหมาะสมที่จะเดินข้างแกอยู่น้า” พูดไปสายฝนก็ยกนิ้วชี้จิ้มแก้มน้ำชาไปด้วยพร้อมทำหน้าเขินแทน
“ถ้ายังไม่เลิกจิ้นฉันจะกลับแล้วนะ” น้ำชาเหลือบตามองเขาคนนั้นอีกครั้งก็ยังคงเห็นเขามองเธออยู่เหมือนเดิม รอยยิ้มมุมปากยังคงปรากฏให้เห็นเหมือนจะแกล้งเล่นให้เธอหงุดหงิด
“ถ้าจะมองเพื่อนฝนขนาดนี้จีบเลยปะพี่โซ่?” สายฝนคนเดิมยังคงพยายามชงเพื่อนพี่ชายให้เธออย่างต่อเนื่อง โดยที่น้ำชาเองก็ได้แต่นั่งเงียบลอบมองอีกฝ่ายที่เอาแต่มองเธออยู่อย่างนั้นอย่างไม่รู้ว่าจะปรามเพื่อนได้อย่างไรเหมือนกัน
“เออ มองน้องเขาขนาดนั้นก็จีบเลย” เพื่อนเขาที่นั่งอยู่ข้างๆก็พลอยเชียร์สมทบไปด้วย
“เอาดิ จีบเลยพี่โซ่” (สายฝน)
“กรี๊ด…จีบๆ” (พิม)
เสียงร้องเชียร์ของทั้งเพื่อนเธอและเพื่อนเขาดังขึ้นหลังจากที่สายฝนนั้นเอ่ยเปิดประเด็น
“พูดแบบนี้ถ้าจีบจริงขึ้นมาทำไง?”
“ก็ไม่ต้องทำไง แต่ฝนจะจัดเลี้ยงให้ชุดใหญ่เลยเอาปะถ้าจีบติด”
“จำที่พูดเอาไว้ให้ดี” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาว่าพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยน้ำแข็งในแก้วเล่นคิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อยรอยยิ้มมุมปากยังรบกวนจิตใจน้ำชาได้เหมือนเดิม
“ไม่เคยจีบใครแล้วไม่ติดซะด้วยสิ” พูดแล้วก็มองเธอด้วยรอยยิ้มมาดมั่น คำพูดและท่าทางของเขาเรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งโต๊ะ
“จีบให้ติดก่อนค่อยมาโม้ เพื่อนฝนไม่ได้จีบง่ายๆเลยนะบอกไว้ก่อน”
โซ่กระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยคำพูดของสายฝนไม่ได้สะกิดต่อมความมั่นใจของเขาเลยสักนิด กลับกัน มันยิ่งทำให้เขาอยากจะเดินหน้าลบคำสบประมาทนั้นให้ได้อีกต่างหาก…
23.00น.
ภายในผับเริ่มจะครึกครื้นกว่าเก่าเสียงเพลงก็ดังกว่าเดิมส่วนพวกเธอนั้นก็เริ่มจะมึน สายฝนและคนอื่นๆหยุดเรื่องการยุโซ่ให้จีบเธอแล้วและหันไปพูดคุยถึงหัวข้ออื่นกันแทน
“น้ำชาเต้นหน่อยสิ” เสียงอ้อแอ้ของพิมดังอยู่ที่ข้างๆหูของเธอ ไม่รู้ตอนไหนเหมือนกันที่พวกผู้หญิงมานั่งรวมตัวอยู่กับเธอกันหมด ส่วนผู้ชายก็อยู่อีกฝั่งหนึ่งเหมือนแบ่งพวกกันไม่มีผิด
แต่ถึงอย่างนั้นแล้วบรรยากาศภายในโต๊ะก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะและบทสนทนายังคงดังแข่งกับเสียงเพลง นอกจากนั้นก็ยังมีเสียงแก้วชนกันและเสียงคนตะโกนว่า ‘หมดแก้ว’ อยู่เป็นระยะๆ
น้ำชารู้สึกผ่อนคลายและสนุกกว่าทุกครั้งที่มาเที่ยวอย่างที่เพื่อนบอกจริงๆ พอเริ่มเมาคนสวยก็เริ่มจะมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า เธอหัวเราะตามคนอื่นได้แม้ว่าบางเรื่องตลกที่วินหามาเล่าเธอจะเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้วก็ตาม
กระทั่งในจังหวะหนึ่งที่เสียงดัง ‘ติ้ง’ จากสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ข้างแก้วเหล้าของเธอดังขึ้น แสงสว่างวาบจากหน้าจอเรียกความสนใจให้ดวงตาคู่สวยหลุบลงมอง
“ไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” น้ำชาหันไปป้องปากบอกที่ข้างหูของสายฝนแล้วฉีกยิ้มให้ เธอพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแม้ว่าการสั่นเตือนของสมาร์ตโฟนจะกวนใจเธอก็ตาม ต่อหน้าเพื่อนเธอต้องยิ้มเพื่อให้เพื่อนสบายใจ
ทว่าพอหันหลังเดินออกจากโต๊ะฝ่าผู้คนที่เบียดเสียดกันไป พลันรอยยิ้มสวยนั้นก็ค่อยๆเริ่มจางลง…
ห้องน้ำ…
น้ำชายืนพิงอ่างล้างมือมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจกนิ่ง หน้าจอมือถือของเธอขึ้นโชว์เบอร์แปลกที่โทรเข้ามาหลายต่อหลายสายแต่เจ้าตัวไม่คิดที่จะกดรับมัน
ไม่ใช่ว่าเธอจะกลัวพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หากแต่เธอรู้ว่าคนที่ใช้เบอร์พวกนี้โทรมาร้ายยิ่งกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เสียอีก
เขาคือแซม แฟนเก่าของเธอเอง คนที่ทำให้เธอยิ้มได้ไม่เต็มหน้ามาจนถึงทุกวันนี้…
สามวันต่อมา…ตึก!ตึก! เสียงฝีเท้าหนักของกลุ่มคนที่เดินเข้ามาภายในโรงพยาลประจำจังหวัดทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นพากันหันมองด้วยความสนใจ เจ้าสัวซันมีสีหน้าร้อนรนไม่ต่างกับใจเขาที่ตอนนี้มันร้อนรุ่มเพราะเป็นห่วงลูกชายเพียงคนเดียวใจแทบขาด “ลูกฉันอยู่ห้องไหน?” เสียงเข้มเอ่ยถามกับลูกน้องที่มายืนรอรับ ดวงตาคมตอนนี้บ่งบอกถึงความกรุ่นโกรธที่มีอยู่ในใจเป็นอย่างมาก “ทางนี้ครับท่าน” สิ้นเสียงขานตอบประตูห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลก็ถูกเปิดออกทันที “โซ่ แกเป็นยังไงบ้าง” เจ้าสัวซันเดินถลาเข้าหาลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความเป็นห่วง เขาไปทำธุระที่ต่างประเทศมาแค่ไม่กี่วันกลับมาอีกทีเกือบจะได้จัดงานศพให้ลูกเสียแล้ว ใจคนเป็นพ่อมันตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่ได้ฟังรายงานจากลูกน้อง ถ้าหายตัวมาเองได้เขาคงทำไปแล้ว ไม่รอนั่งเครื่องมาเป็นวันๆให้ใจมันร้อนเป็นเพลิงแบบนี้หรอก “ผมไม่เป็นอะไร ป๊าทำธุระของตัวเองเสร็จแล้วหรือไงถึงได้รีบมา” “ธุระอะไรมันจะไปสำคัญกว่าแกอีกว่ะ แล้วดูสภาพซิ ไหนคือไม่เป็นอะไรของแก” เจ้าสัวซันมองหน้าลูกชายแล้วส่ายศีรษะ “รักเมียมากจนลืมพ่อแกไปแล้วหรือไง ถ้าแกตายไ
ตั้งแต่เกิดมาโซ่ก็เพิ่งจะได้มาเดินเที่ยวอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงคนจะเยอะเบียดเสียดกันคล้ายกับในผับแต่ก็ให้อารมณ์ต่างกันอยู่ดี บรรยากาศก็ใช่ว่าจะแย่เท่าไหร่นักหรอก หากแต่ถ้าเป็นไปได้เขาก็ขอเลือกที่จะนอนสบายอยู่บ้านดีกว่า ทว่าจะไม่มาก็ไม่ได้ ใครจะปล่อยให้เมียตัวเองมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่นกันล่ะ ถึงจะไม่ได้มากันสองต่อสองก็เถอะ “นี่ ลองกินอันนี้ไหม อร่อยนะ” ไข่ปลาหมึกย่างราดด้วยน้ำจิ้มสีสันน่าทานถูกยื่นส่งมาให้โดยผู้หญิงที่มาด้วยกันอีกคน แต้วยิ้มหวานให้ชายหนุ่มก่อนจะพยักหน้าให้ลองชิมอีกครั้ง “ลองสิ อร่อยมาก” “ไม่ดีกว่าครับ ขอบคุณ” เจ้าของน้ำเสียงราบเรียบเอ่ยปฏิเสธทั้งที่สายตายังมองสองคนที่เดินนำหน้าไม่ละไปไหน ยิ่งเห็นต้นกล้าชวนน้ำชาพูดคุยไม่หยุดก็ยิ่งหัวเสีย ไม่ชอบเห็นเธอยิ้มเรี่ยราดให้ใครแบบนั้นเลยแต่ก็ไม่อยากโวยวายแสดงความเป็นเจ้าของให้เธอโกรธ “ตรงนั้นที่ว่างพอดี เรานั่งกินกันก่อนเหอะค่อยเดินต่อ เหมื่อยขาแล้วอ่า” แต้วกระปอดกระแปดเสียงบ่นก่อนจะเดินนำทุกคนมานั่งยังโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้คนที่มาเดินเที่ยวภายในงานได้นั่งพักหรือซื้ออาหารมานั่งทานกัน โดยทันทีที
สองวันต่อมา… “เรียบร้อยนะครับเสี่ย” น้ำเสียงกวนประสาทของโซ่เอ่ยบอกกับเสี่ยศรในตอนนี้พวกเขาเดินออกมาจากสำนักงานที่ดินหลังจากโอนกรรมสิทธิ์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่เสี่ยศรเองก็ตวัดหางตามองเด็กเมื่อวานซืนในความคิดของเขาอย่างไม่ชอบใจนัก หากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เสี่ยศรสุดจะแค้นเคืองที่ถูกเด็กหนุ่มจากไหนก็ไม่รู้มาลูบคม จากที่จะได้เงินแปดล้านกำไรเหนาะๆกลับได้มาแค่สี่ล้านกว่าตามราคาประเมิน ไอ้ครั้นจะสู้รบด้วยก็ไม่ได้เพราะเพิ่งรู้ว่าพ่อของอีกฝ่ายนั้นมีอิทธิพลใช่ย่อย พอบอกจะไม่ขายแล้วก็ถูกข่มขู่เข้าอีก เสี่ยศรกลายเป็นตัวเล็กตัวน้อยไปเลยเมื่อสู่กับฝ่ายของโซ่ และมันก็เจ็บใจตรงที่ต้องมายืนมองอีกฝ่ายเดินถือโฉนดร่อนไปร่อนมาเหมือนจะเยาะเย้ยให้เห็นนี่แหละ ถ้ารู้อย่างนี้สู้เขาเก็บที่ไว้แล้วกินค่าเช่าแพงๆกับน้ำรินไปเรื่อยๆดีกว่า@ร้านขายต้นไม้ของน้ำริน “นี่ครับ” “ขอบคุณมากนะ” น้ำรินมองใบโฉนดที่ดินที่โซ่วางไว้ให้บนโต๊ะอย่างรู้สึกเกรงใจเหลือเกิน “คุณไม่น่าจะต้องมาเสียเงินเยอะขนาดนี้เลย” “ผมเต็มใจ อยากให้ของขวัญน้ำชาด้วย” ว่าพลางดวงตาคมก็มองไปยังร่างบางที่กำลังยืนดูคนงานเอาต
วันต่อมา… เมื่อคืนกว่าน้ำชาจะข่มตาให้หลับได้ก็เป็นเวลาเกือบตีสาม แถมหลับไปได้แค่นิดเดียวก็ต้องตื่นมาแต่เช้าเพราะเมื่อวานรับปากกับแม่ไว้ว่าจะไปวัดด้วยกัน และเพราะจะต้องช่วยแม่เตรียมของไปทำบุญทำให้คนที่ยังมีความงัวเงียอยู่จำเป็นต้องลุกจากที่นอนเพื่อลงมาด้านล่าง ทว่าพอลงมาแล้วของทุกอย่างกลับถูกเตรียมไว้พร้อมหมดแล้วเสียอย่างนั้น “ชาตื่นช้าไปเหรอ ทำไมแม่ไม่ปลุกชาให้ตื่นมาช่วยล่ะ” “แม่มีลูกมือช่วยแล้ว” น้ำรินที่กำลังจัดแจงตัดกิ่งก้านดอกไม้ที่เก็บมาเพื่อจะไปถวายพระเงยหน้าขึ้นบอกกับลูกสาว ก่อนจะเอียงหน้าพยักพเยิดไปอีกทิศทางที่มีใครอีกคนกำลังจัดอาหารใส่ปิ่นโตอยู่ “มีพ่อครัวทำอาหารให้พอดีเลย สบายไป” “แม่ใช้งานเขาเกินไปหรือเปล่า” น้ำชาไม่ได้เป็นห่วงใคร แต่แค่เกรงว่าแม่เธอจะทำเกินไปเท่านั้น อีกอย่างตอนนี้เธอกับเขาก็ยังไม่ได้กลับมาดีกันจริงจังเสียหน่อย “ทำไม กลัวพี่เขาจะเหนื่อยเหรอ” น้ำรินเอียงคอมองลูกสาวอย่างรู้ทัน “เปล่าสักหน่อย ใครจะเหนื่อยก็เรื่องของเขาสิไม่เกี่ยวกับชา” “หึ จ้า” น้ำรินไม่ได้อยากจะแกล้งลูกแต่ก็แอบหมั่นไส้อยู่นิดหน่อย เมื่อคืนยังปล่อยให้เ
ช่วงเย็น… โซ่ดีใจเหลือเกินที่วันนี้จะได้นั่งร่วมวงทานข้าวกับสุดที่รักครั้งแรกในรอบหลายวันที่ผ่านมา อาหารหลายอย่างบนโต๊ะก็ล้วนแต่เป็นฝีมือเขาทำเพื่อจะเอาใจเธอทั้งนั้น แต่ตอนนี้เขากลับนั่งหน้านิ่งยิ้มแทบไม่ออกเลย อุตส่าห์มโนไว้ว่าจะได้นั่งทานกันไปคุยกันไปแบบคนในครอบครัวแต่ดันมีผู้ชายอีกตัวมานั่งหัวโด่ร่วมวงด้วยเสียอย่างนั้น แถมยังชวนเมียเขาคุยนั่นคุยนี่ไม่หยุดปาก มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่ากำลังจีบน้ำชาอยู่ “แต้วเพิ่งเอามาให้พี่ดู เต้นเก่งเหมือนกันนะเรา” “พี่ต้นชมแบบนี้ก็เขินแย่สิคะ” คนหน้าไม่สบอารมณ์ได้แต่กำมือแน่นซ่อนไว้ที่ใต้โต๊ะ น้ำชาเมินเขาได้ทั้งวันแต่กับไอ้เวรนี่ดันพูดคุยหัวเราะเสียงหวาน เขาแทบอยากจะล้มโต๊ะอาหารให้มันจบๆ ถ้าไม่เกรงใจแม่ยายวันนี้เห็นทีต้องมีคนเจ็บตัวไปแล้วแน่ “ไม่กินข้าวเหรอไง?” น้ำรินเอ่ยถามทั้งที่ในใจนั้นรู้ว่าโซ่คิดอะไรอยู่ มองหน้าชายหนุ่มแล้วบางทีก็นึกสงสาร แต่ก็นั่นแหละ เธอเป็นคนชวนต้นกล้ามาทานข้าวที่บ้านเอง “เอ่อ คนนี้คือ?” ต้นกล้าละจากการพูดคุยกับน้ำชาชั่วคราวเพื่อสอบถามสถานะของคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันเมื่อสิบนาทีก่อน เขาว่าจะถามอย
ดวงหน้าสวยนิ่งชะงักไปทันทีที่เห็นร่างสูงของคนที่เธออุตส่าห์หนีมาถึงที่นี่ยืนอยู่ตรงรั่วหน้าบ้าน ความสับสนวิ่งพาดผ่านแววตาฉายขึ้นชัดเจนจนคนเป็นแม่ต้องเอ่ยถาม “คนนี้เหรอลูก?” “…” น้ำชาพยักหน้าตอบช้าๆ ก่อนที่ต่อมาจะส่ายหน้าเป็นพัลวันพร้อมเอ่ยบอกความต้องการแล้วเดินหลบเข้าบ้านไปทันที “ชาไม่อยากเห็นหน้าเขา” “น้ำชา เดี๋ยวสิลูก” น้ำรินได้แต่ยืนมองลูกสาวที่วิ่งเข้าบ้านไปด้วยความยังคงมึนงง มองไปที่รั้วหน้าบ้านก็ยังเห็นบางคนชะเง้อคอมองตามไปยังทิศทางเดียวกันกับที่ตัวเองมองเมื่อสักครู่นี้ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมลูกสาวถึงได้ดูรักผู้ชายคนนี้มากนัก ก็ทั้งหล่อขนาดนั้น ดูรวยขนาดนี้มองจากไกลๆก็ยังดูเท่ไปหมด หากแต่ความดูดีเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้น้ำรินนึกเอ็นดูแต่อย่างใด กล้ามาทำให้ลูกสาวของเธอร้องไห้ตาบวมทุกวันแบบนี้คงต้องมีการเอาคืนกันเสียหน่อยแล้วคิดได้ดังนั้นน้ำรินก็ปรับสีหน้าแล้วเดินตรงเข้าไปหาคนที่ว่าทันที “มาหาใครคะ” เสียงเรียบตั้งคำถามในขณะที่สายตาก็จ้องสำรวจคนตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ยิ่งเห็นใกล้ๆก็ยิ่งหล่อยิ่งเท่ในขณะเดียวกันก็ยิ่งดูอันตราย “สวัสดีครับ ผมมาห







