Masukเธอผิดหวังจากรักแรกจนไม่พร้อมที่จะเปิดใจให้ใคร แต่เขาอยากเป็นรักครั้งใหม่ และได้เข้าไปอยู่ในใจของเธอ "พี่ขอสามเดือน ถ้ายังจีบเธอไม่ติดพี่จะถอยไปเอง"
Lihat lebih banyak@The Rabbit club…
บรรยากาศในผับช่วงคืนวันเสาร์ถือได้ว่าครึกครื้นเป็นที่สุด เหล่านักท่องราตรีไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษาหรือแม้แต่กลุ่มคนวัยทำงานก็มักจะใช้ค่ำคืนนี้ในการปลดปล่อยตัวเองให้สุดแล้วค่อยไปหยุดนอนพักผ่อนเอาแรงในวันถัดไป
เธอเองก็เช่นกัน…
ร่างระหงของน้ำชาเดินตรงเข้ามายังโต๊ะที่เพื่อนๆนั่งอยู่ แต่พอมาถึงดวงตากลมเฉี่ยวก็กวาดมองจำนวนคนที่เกินกว่าที่นัดกันเอาไว้พลางขมวดคิ้วลงเล็กน้อย
น้ำชาจำได้ว่าที่เธอนัดเอาไว้มีเพียงเธอและเพื่อนสองคนที่เรียนอยู่คณะเดียวกันในมหาลัยเท่านั้น แต่ตอนนี้ดันมีชายหนุ่มหน้าตาดีอีกสี่คนโผล่มาด้วยเฉยเลย
“น้ำชา มานั่งตรงนี้” เสียงหวานของเพื่อนสาวคนหนึ่งเอยบอกพร้อมกวักมือเรียก ใบหน้าจิ้มลิ้มส่งยิ้มแห้งให้เธอเล็กน้อยเหมือนรู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด
“ทำไมคนเยอะ?”
“โทษที พี่ชายฉันตามมาคุมแฟนมัน” ประกอบคำสารภาพผิดสายฝนก็พยักพเยิดหน้าไปทางพิมเพื่อนอีกคนที่นั่งตัวชิดติดกันกับแฟนหนุ่ม
“เอาน่า มากันหลายคนจะได้สนุก”
“หึ!” น้ำชาคร้านที่จะเถียง เธอแค่อยากออกมานั่งดื่มตามประสาเพื่อนสาวเพื่อผ่อนคลายให้หายจากความขุ่นมัวทางอารมณ์เพราะเหตุบางอย่าง แต่ดูตอนนี้สิ เอาอะไรมาผ่อนคลายก่อน มีแต่คนนั่งมองเธอ
“เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว มีผู้ชายหล่อๆมานั่งด้วยไม่ดีหรือไง”
“ต้องการอะไร?” น้ำชากดเสียงเรียบเอ่ยถามตามตรง ถ้าเดาไม่ผิดพวกเพื่อนๆก็คงจะหาผู้ชายมาให้เธออีกแน่ เพราะมันเป็นอย่างนั้นมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่สองคนนี้รู้ว่าเธออกหัก
“ชอบคนไหนเลือกเลย นอกจากพี่หมอกแล้วนอกนั้นก็ยังไม่มีแฟน” เห็นไหมล่ะ น้ำชาเดาผิดเสียที่ไหน
“ถ้าแกมีคนใหม่ ไอ้ผู้ชายคนนั้นจะได้เลิกตามมาวุ่นวายกับแกสักทีไง”
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นสักหน่อย” ก็ถ้าง่ายขนาดนั้นเธอคงทำไปแล้ว
“ฉันรู้ว่าพวกแกห่วง แต่…” น้ำชาจำต้องชะงักปากค้างเอาไว้เมื่อสายตาชำเลืองไปเห็นใครบางคนที่มองเธออยู่ ในบรรดาผู้ชายสี่คนที่นั่งอยู่ทั้งหมดก็มีเขานี่แหละที่มองเธอแปลกๆตั้งแต่เดินเข้ามา
น้ำชามองสบตากับเขาอยู่เพียงชั่วครู่ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วยกแก้วขึ้นมาดื่มทั้งที่สายตาก็ยังคงมองเธออยู่อย่างนั้นไม่คิดจะหลบไปไหน
‘จะมองอะไรขนาดนั้นนะ’ น้ำชาได้แต่คิดในใจแล้วคว้าแก้วที่พนักงานเพิ่งจะวางลงให้ขึ้นมาจิบบ้าง
พวกผู้ชายสี่คนที่ว่าก็ไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าที่ไหน พวกเขาเป็นรุ่นพี่ต่างคณะของเธอ แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นทั้งพี่ชายและแฟนหนุ่มของเพื่อนสนิทเธออีก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งร่วมวงดื่มเหล้าด้วยกัน
น้ำชาพยายามไม่สนใจคนที่เอาแต่มองเธอแล้วหันไปคุยกับเพื่อนต่อ
“ขอบใจที่พวกแกห่วงฉัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริงๆ”
“ถ้ารู้ว่าพวกฉันห่วงงั้นก็เลิกเศร้าได้แล้ว สวยๆอย่างแกหาใหม่ได้สบาย”
“เฮ่อ!” เธอจะอธิบายกับเพื่อนยังไงดีว่ายังไม่พร้อมจะมีใครใหม่ เพราะดูเหมือนจะพูดอะไรไปก็ไม่เข้าหูเพื่อนเลยสักคน
“ดูท่าพี่โซ่จะสนใจแกนะ” พูดไม่ทันขาดคำสายฝนก็ชงผู้ชายให้เธออีกแล้ว เพื่อนคงไม่เข้าใจจริงๆแหละน้ำชาก็เบื่อที่จะอธิบาย
“ดูสิ มองแกตลอดเลย หล่อเหมาะสมที่จะเดินข้างแกอยู่น้า” พูดไปสายฝนก็ยกนิ้วชี้จิ้มแก้มน้ำชาไปด้วยพร้อมทำหน้าเขินแทน
“ถ้ายังไม่เลิกจิ้นฉันจะกลับแล้วนะ” น้ำชาเหลือบตามองเขาคนนั้นอีกครั้งก็ยังคงเห็นเขามองเธออยู่เหมือนเดิม รอยยิ้มมุมปากยังคงปรากฏให้เห็นเหมือนจะแกล้งเล่นให้เธอหงุดหงิด
“ถ้าจะมองเพื่อนฝนขนาดนี้จีบเลยปะพี่โซ่?” สายฝนคนเดิมยังคงพยายามชงเพื่อนพี่ชายให้เธออย่างต่อเนื่อง โดยที่น้ำชาเองก็ได้แต่นั่งเงียบลอบมองอีกฝ่ายที่เอาแต่มองเธออยู่อย่างนั้นอย่างไม่รู้ว่าจะปรามเพื่อนได้อย่างไรเหมือนกัน
“เออ มองน้องเขาขนาดนั้นก็จีบเลย” เพื่อนเขาที่นั่งอยู่ข้างๆก็พลอยเชียร์สมทบไปด้วย
“เอาดิ จีบเลยพี่โซ่” (สายฝน)
“กรี๊ด…จีบๆ” (พิม)
เสียงร้องเชียร์ของทั้งเพื่อนเธอและเพื่อนเขาดังขึ้นหลังจากที่สายฝนนั้นเอ่ยเปิดประเด็น
“พูดแบบนี้ถ้าจีบจริงขึ้นมาทำไง?”
“ก็ไม่ต้องทำไง แต่ฝนจะจัดเลี้ยงให้ชุดใหญ่เลยเอาปะถ้าจีบติด”
“จำที่พูดเอาไว้ให้ดี” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาว่าพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยน้ำแข็งในแก้วเล่นคิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อยรอยยิ้มมุมปากยังรบกวนจิตใจน้ำชาได้เหมือนเดิม
“ไม่เคยจีบใครแล้วไม่ติดซะด้วยสิ” พูดแล้วก็มองเธอด้วยรอยยิ้มมาดมั่น คำพูดและท่าทางของเขาเรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งโต๊ะ
“จีบให้ติดก่อนค่อยมาโม้ เพื่อนฝนไม่ได้จีบง่ายๆเลยนะบอกไว้ก่อน”
โซ่กระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยคำพูดของสายฝนไม่ได้สะกิดต่อมความมั่นใจของเขาเลยสักนิด กลับกัน มันยิ่งทำให้เขาอยากจะเดินหน้าลบคำสบประมาทนั้นให้ได้อีกต่างหาก…
23.00น.
ภายในผับเริ่มจะครึกครื้นกว่าเก่าเสียงเพลงก็ดังกว่าเดิมส่วนพวกเธอนั้นก็เริ่มจะมึน สายฝนและคนอื่นๆหยุดเรื่องการยุโซ่ให้จีบเธอแล้วและหันไปพูดคุยถึงหัวข้ออื่นกันแทน
“น้ำชาเต้นหน่อยสิ” เสียงอ้อแอ้ของพิมดังอยู่ที่ข้างๆหูของเธอ ไม่รู้ตอนไหนเหมือนกันที่พวกผู้หญิงมานั่งรวมตัวอยู่กับเธอกันหมด ส่วนผู้ชายก็อยู่อีกฝั่งหนึ่งเหมือนแบ่งพวกกันไม่มีผิด
แต่ถึงอย่างนั้นแล้วบรรยากาศภายในโต๊ะก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะและบทสนทนายังคงดังแข่งกับเสียงเพลง นอกจากนั้นก็ยังมีเสียงแก้วชนกันและเสียงคนตะโกนว่า ‘หมดแก้ว’ อยู่เป็นระยะๆ
น้ำชารู้สึกผ่อนคลายและสนุกกว่าทุกครั้งที่มาเที่ยวอย่างที่เพื่อนบอกจริงๆ พอเริ่มเมาคนสวยก็เริ่มจะมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า เธอหัวเราะตามคนอื่นได้แม้ว่าบางเรื่องตลกที่วินหามาเล่าเธอจะเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้วก็ตาม
กระทั่งในจังหวะหนึ่งที่เสียงดัง ‘ติ้ง’ จากสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ข้างแก้วเหล้าของเธอดังขึ้น แสงสว่างวาบจากหน้าจอเรียกความสนใจให้ดวงตาคู่สวยหลุบลงมอง
“ไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” น้ำชาหันไปป้องปากบอกที่ข้างหูของสายฝนแล้วฉีกยิ้มให้ เธอพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแม้ว่าการสั่นเตือนของสมาร์ตโฟนจะกวนใจเธอก็ตาม ต่อหน้าเพื่อนเธอต้องยิ้มเพื่อให้เพื่อนสบายใจ
ทว่าพอหันหลังเดินออกจากโต๊ะฝ่าผู้คนที่เบียดเสียดกันไป พลันรอยยิ้มสวยนั้นก็ค่อยๆเริ่มจางลง…
ห้องน้ำ…
น้ำชายืนพิงอ่างล้างมือมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจกนิ่ง หน้าจอมือถือของเธอขึ้นโชว์เบอร์แปลกที่โทรเข้ามาหลายต่อหลายสายแต่เจ้าตัวไม่คิดที่จะกดรับมัน
ไม่ใช่ว่าเธอจะกลัวพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หากแต่เธอรู้ว่าคนที่ใช้เบอร์พวกนี้โทรมาร้ายยิ่งกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เสียอีก
เขาคือแซม แฟนเก่าของเธอเอง คนที่ทำให้เธอยิ้มได้ไม่เต็มหน้ามาจนถึงทุกวันนี้…
คฤหาสน์เจ้าสัวซัน… งานแต่งของโซ่และน้ำชาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในบ้านของเจ้าสัวซัน แต่นี่ก็เป็นแค่งานที่เชิญมาแต่คนสนิทและสำคัญเท่านั้น ส่วนการจัดงานใหญ่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หน้าบ้านที่กว้างขวางตอนนี้ถูกจัดแต่งให้กลายเป็นสวนดอกไม้นานาพันธ์ ที่ทั้งสองเลือกจะจัดงานที่นี่นั้นเพราะสะดวกกว่าและอีกอย่างคือน้ำรินนั้นก็อยากจะจัดดอกไม้สวยๆที่ตัวเองเป็นคนดูแลในงานแต่งของลูกสาวตัวเอง เสียงดนตรีจากนักร้องชื่อดังที่ถูกจัดจ้างมากำลังบรรเลงเพลงหวานซึ้งกังวานไปรอบพื้นที่ แขกเหรื่อที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะมีแต่คนสนิทกำลังตบเท้าพากันเข้ามาในงานกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างชื่นชมบรรยากาศในงานที่แสนอบอุ่นอย่างยินดีปรีดา “เมื่อยไหม?” เสียงอบอุ่นเอ่ยถามเจ้าสาวของตัวเองที่ยืนรับแขกมานานกว่าชั่วโมง แม้วันนี้อากาศจะไม่อบอ้าวเท่าไหร่นักแต่โซ่ก็รับหน้าที่หยิบกระดาษมาซับหน้าให้น้ำชาตลอด แถมยังเอาแต่ชมเธออยู่ไม่ขาดปาก “วันนี้เมียพี่โคตรสวย” ดวงตาคมหลุบมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่วันนี้ถูกแต่งให้หวานหยดย้อยแปลกตาไปจากทุกวันด้วยใจรักแล้วรักอีก มองต่ำลงไปอีกนิดเห็นทรวงอกขาวอวบที่โผล่พ้นเก
เช้าวันอาทิตย์…ตับ! ตับ! ตับ! เสียงเนื้อกระกันดังลั่นห้องนอนพร้อมกันกับเสียงครางอย่างมีความสุขของคู่รักที่ตื่นมาก็จัดหนักให้กันอย่างเต็มรัก โซ่จ้องมองเนื้อเต้าอวบของคนบนร่างที่มันกระเพื่อมไปตามแรงขยับ ทั้งมือหนาก็ฟอนเฟ้นมันอย่างเมามัน คนตัวเล็กขึ้นขย่มให้เขาได้ถึงอกถึงใจจนแทบจะแตกทุกครั้งที่เธอทิ้งสะโพกลงมา “ซี้ดด เมียพี่เอาโคตรมัน” “…” “ขย่มเก่งขนาดนี้พี่จะไปไหนรอด อ่าห์” น้ำชายิ้มรับในคำชมเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนมากัดริมฝีปากล่างอย่างเซ็กซี่ มือบางวางไว้ที่กล้ามหน้าท้องแกร่งแล้วออกแรงทิ้งสะโพกเข้าขย่มแท่งร้อนรุนแรงขึ้นอีกระดับ เพราะได้ครูดีอย่างโซ่ทุกวันนี้เธอถึงได้ปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองอย่างไม่ต้องเขินอาย มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่ไม่ยั้งแถมยังเร้าร้อนจนที่นอนแทบจะลุกเป็นไฟทุกครั้งที่ได้จัดกัน ในขณะที่คนด้านล่างก็ยกสะโพกเด้งสวนกลับในทุกจังหวะเช่นเดียวกัน โซ่กัดฟันข่มความเสียวซ่านเกินจะบรรยายก่อนจะจับร่างเล็กให้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าคลานเข่าและเขาเองกลับมาคุมเกมอยู่ด้านหลังโดยที่สองอวัยวะยังคงเชื่อมต่อกันไม่หลุดห่างออกแม้แต่วินาทีเดียว “อ๊ะ อ่า พี่โซ่ อืออ” “ซี้
สามปีต่อมา… “ผมขอกาแฟหน่อยสิพี่แจ็ค” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับคนสนิทของพ่อที่ตอนนี้เข้ามาดูแลเขาชั่วคราวเพื่อเป็นที่ปรึกษาในด้านการทำงานต่างๆให้ ตอนนี้โซ่เข้ามาบริหารธุรกิจต่างๆแทนเจ้าสัวซันแทบจะเต็มตัวแล้วเนื่องด้วยคนเป็นพ่อนั้นอยากจะวางมือและใช้ชีวิตของตัวเองบ้างหลังจากทำงานหนักมานาน แต่กระนั้นแล้วก็ยังไม่ใช่ว่าจะวางมือปล่อยให้ลูกชายจัดการทุกอย่างไปคนเดียว ก็ยังคงมีการคอยคุมอยู่เบื่องหลังบ้างเพราะโซ่ก็ยังมีประสบการณ์น้อยอยู่ก๊อกๆ “กาแฟค่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยบอก ก่อนจะเดินตรงเข้ามาวางถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานให้กับเจ้านาย “ขอบคุณครับ” เสียงเรียบกล่าวขอบคุณแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่นำกาแฟมาให้แต่อย่างใด เขาคิดว่าคงเป็นพนักงานคนไหนสักคนหนึ่งที่แจ็คอาจจะวานให้นำกาแฟเข้ามาให้แทนเลยไม่ได้ใส่ใจ ทว่าผ่านไปจนเกือบนาทีคนที่นำกาแฟเข้ามาให้ก็ไม่ออกไปจากห้องทำงานของเขาสักทีจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมองพร้อมตั้งคำถาม “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” “สะ…สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเนตรนะคะ ต่อจากนี้เนตรจะมาเป็นเลขาให้คุณโซ่ค่ะ” หญิงสาวหน้าสวยหยาดเยิ้มแนะนำตัวเองด้วยเสียงประหม่าเล็กน้อยเม
20.00น. “แค่ไปกินข้าวทำไมต้องให้แต่งตัวสวยขนาดนี้ด้วย” ดวงตาคมหันมองเจ้าของเสียงบ่นที่เข้ามานั่งในรถแล้วก็เอาแต่อมยิ้ม ตอนนี้ใบหน้าของน้ำชางอง้ำเพราะเริ่มจะโมโหหิวแต่กระนั้นแล้วก็สวยบาดใจคนเป็นแฟนที่ช่วงนี้คลั่งรักหนักมากอยู่ดี ตอนแรกน้ำชาคิดว่าเขาจะแค่พาเธอไปทานข้าวข้างนอกธรรมดาๆ ทว่าเขากลับให้เธอแต่งตัวสวยๆและเขาเองก็แต่งหล่อแบบจัดเต็ม กว่าจะได้ฤกษ์ออกจากห้องท้องของเธอก็ร้องแล้วร้องอีก จะไม่ให้เธอโมโหหิวได้อย่างไรนี่มันเลยเวลามื้อเย็นเธอมาแล้วด้วยซ้ำ “ไปไกลไหม ชาหิวมากนะ” “ไม่ไกลครับ รถไม่ติดแล้ว ไม่เกินสิบห้านาทีก็ถึง” โซ่บอกพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเคลื่อนรถออกเดินทางเพื่อพาคนรักไปดินเนอร์ในสถานที่ที่ตนเองตั้งใจไว้ ใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาทีตามที่เจ้าตัวบอกก็เดินทางมาถึงยังร้านอาหารเล็กๆริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง จะเรียกว่าร้านได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะร้านทั้งร้านน้ำชาเห็นมีแค่เพียงโต๊ะเดียวเท่านั้นที่ตั้งเด่นอยู่ บนโต๊ะมีอาหารหลายอย่างปิดฝาไว้อย่างดีวางเรียงกันอยู่ บรรยากาศรอบๆโต๊ะถูกจัดแต่งสวยงามมีความโรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รักพากันมาดินเนอร์ แต่บรรยากาศเงียบเชี
Ulasan-ulasan