Masukเย็นวันหนึ่งในบ้านหลังใหญ่ กลิ่นอาหารที่เพิ่งทำเสร็จยังอวลอยู่ในอากาศ เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็ก ๆ ทำให้บ้านทั้งหลังดูมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูกนภัและนพกรนั่งข้างกันบนพรมกลางห้อง กำลังเถียงกันเรื่องตัวต่อชิ้นสุดท้าย นพกรทำหน้าบึ้งนิด ๆ ส่วนนภัสยกคางอย่างไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนเคย เพราะมีเสียงเล็ก ๆ ของน้องสาวฝาแฝดวัยสองขวบดังแทรกขึ้นมา“ของหนู...ของหนู...”เด็กน้อยทั้งสองขยับเข้ามาแย่งตัวต่ออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำเอาพี่ ๆ หยุดเถียงแล้วหันมองหน้ากัน ก่อนจะยอมยกชิ้นส่วนให้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย“ให้น้องก็ได้” นพกรพูดเบา ๆ“ใช่ เดี๋ยวเราหาใหม่ก็ได้” นภัสเสริม พลางลูบหัวน้องอย่างเอ็นดูภาพนั้นทำให้คนเป็นแม่ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เผลอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แขนของเธอถูกโอบจากด้านหลังโดยคนเป็นพ่อที่เพิ่งเดินเข้ามา เขาซบคางลงบนไหล่ของเธออย่างคุ้นเคย“บ้านเราวุ่นวายดีนะ” เขากระซิบ“วุ่นวาย...แต่ก็มีความสุข” เธอตอบ พลางเอนตัวพิงเขาเล็กน้อยสายตาของทั้งคู่มองไปยังลูก ๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ เสียงหัวเราะ เสียงงอแงเล็ก ๆ และเสียงเรียกพ่อกับแม่ดังสลับกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะเปิดออกช้า ๆ“เรียกมุกมามีอะไรเหรอคะ” ดารินทร์เอ่ยถาม ขณะที่ยังยืนอยู่หน้าประตู ด้วยสีหน้าสงบแต่แฝงด้วยความสงสัยเล็กน้อยทิศตะวันที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมองทันที แววตาของเขาไม่ได้เข้มดุเหมือนเวลาทำงาน แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด“มานี่ก่อน” เขาพูดเสียงเรียบพลางกวักมือเรียกภรรยาสุดที่รักเธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เขาก็พูดขึ้นมาก่อน“พี่อยากให้มุกหยุดงาน” คำพูดสั้น ๆ แต่ชัดเจน ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย“หยุด...ตอนนี้เลยเหรอคะ” เธอรู้ดีว่านี่คือคำสั่ง เพราะเขาขอร้องเรื่องนี้กับเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังดื้อ วันนี้เขาเลยใช้น้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่านั่นคือคำสั่ง“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า สายตามองไปที่หน้าท้องของเธอโดยอัตโนมัติ “คุณกำลังท้องนะ งานมันหนัก พี่ไม่อยากให้ที่รักเสี่ยงอะไรทั้งนั้น”น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็ง แต่หนักแน่นพอจะรู้ว่าเขาคิดมาดีแล้วดารินทร์เม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น“มุกเข้าใจนะคะ...แต่ขอทำต่ออีกแค่สองเดือน ได้มั้ยคะ แค่ให้จบโปรเจกต์นี้ก่อน”ทิ
เสียงหัวเราะใส ๆ ดังลอยมาตามลมยามบ่าย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กสองคนจะวิ่งฝ่าประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจโลก กระเป๋านักเรียนยังคงสะพายติดหลัง“แม่จ๋า...ดูหนูสิ”เด็กผู้หญิงตัวน้อยผูกผมหางม้าสองข้างวิ่งนำมา ใบหน้ากลมป่องแดงระเรื่อจากการวิ่ง ดวงตาเป็นประกายเหมือนมีดาวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในนั้น เธอยกกระดาษที่วาดเละเทะขึ้นมาอวดเต็มที่“วันนี่ที่โรงเรียนหนูวาดรูปพ่อ แม่ แล้วก็หนูเองนะคะ” เธอบอกแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“แล้วผมล่ะ” เสียงเล็ก ๆ อีกเสียงรีบแทรกขึ้นมา นพกรที่วิ่งตามมาติด ๆ ชะโงกหน้าดูแล้วทำหน้ายุ่ง “ทำไมผมตัวเล็กกว่าพี่อีก”“ก็พี่เป็นพี่ไง” เธอตอบอย่างมั่นใจสุด ๆ พร้อมยักไหล่เล็ก ๆ“แต่เราเกิดพร้อมกันนะ” เขาเถียงทันควัน ก่อนจะหันมาฟ้องคนเป็นแม่ “แม่ครับ พี่ขี้โกงอ่ะ”คนเป็นแม่หลุดหัวเราะเบา ๆ มองสองแสบที่ยืนเท้าสะเอวใส่กันเหมือนผู้ใหญ่ย่อส่วน“งั้นใครเป็นพี่ ใครเป็นน้องกันนะ” เธอพูดแหย่“หนูเป็นพี่ค่ะ เพราะหนูพูดเก่งกว่า” นภัสรีบยกมือขึ้น“ไม่จริง! ผมพูดเก่งกว่า” เด็กผู้ชายรีบพูดรัวทันที “แม่ครับ ฟังนะผมรักแม่ที่สุดในโลก รักมาก ๆ มากกว่าพี่อีก”“เฮ้!” นภัสหันขวับ “งั้นหนูก็รักแม่ที่สุดในจัก
ชายหนุ่มวางสายจากผู้เป็นพ่อที่โทรตามให้กลับบ้านเพราะบอกว่ามีเรื่องด่วน เขามองภาพใครคนหนึ่งที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง เธอผู้ซึ่งเคยตามตัวเขาเป็นเงา แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็หายตัวไป เขารู้แค่เรื่องเดียวคือเธอมาเรียนที่ต่างประเทศ เขารู้แค่ว่าเธออยู่ประเทศไหน แต่ไม่รู้เมืองที่เธออยู่ พยายามหาช่องทาติดต่อก็ไม่มี “ยังหาไม่เจอเลย ต้องกลับไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” หลังกลับประเทศไทยได้ไม่กี่วัน เขาก็ต้องเข้าไปรับผิดชอบงานในบริษัทแทนน้องชาย “พี่เหนือ...เหม่ออะไรอยู่เหรอ” ทิศตะวันเดินเข้าไปในห้องทำงานพี่ชาย ซึ่งเคยเป็นห้องประจำตำแหน่งของเขา “วันนี้พี่รู้สึกปวดหัว ฝากนายออกไปคุยงานแทนหน่อยนะ” “แล้วพี่จะไปไหน” “ว่าจะไปหาหมอสักหน่อย ปวดแบบนี้มาสักพักแล้ว” “หักโหมเกินไปหรือเปล่า พี่ควรพักบ้าง” “อืม ก็คงต้องเป็นแบบนั้น” ทิศเหนือขับรถไปถึงโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้บริษัทที่สุด เขาเดินไปยังเคาน์เตอร์ ยื่นบัตรประชาชนแล้วตอบคำถามเจ้าหน้าที่ไม่กี่คำก็โดนเรียกให้ไปที่ห้องตรวจ “รวดเร็วทันใจดีจริง ๆ” เขาพึงพอใจกับก
“ปัง!!”เสียงพรุกระดาษดังขึ้นทันทีที่ทิศตะวันและดารินทร์เดินเข้าไปในบ้าน เพราะหลังจากที่ทิศตะวันโทรบอกทุกคนว่าดารินทร์ท้อง การเซอร์ไพรส์ก็เริ่มขึ้น“ยินดีต้อนรับสมาชิกคนใหม่” เสียงเด็ก ๆ ที่ถูกเตี๊ยมกันไว้ก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน ตามด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ“ฮึบ!” ทิศตะวันอุ้มนภัสขึ้น“พ่อจ๋าไหนน้อง”“น้องอยู่ในนี้ครับ” เขาเอามือลูบท้องของดารินทร์เบา ๆ“น้อง” นพกรวิ่งไปกอดแม่เอาหน้าซุกไปที่ท้องของเธอ“เบา ๆ ครับ” ทิศตะวันรีบห้าม “เดี๋ยวแม่ก็เจ็บหรอก”“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอย่อตัวลงข้าง ๆ ลูกชาย“ดีขึ้นบ้างหรือยังลูก” ทิพย์สุดาถามด้วยความเป็นห่วง เธอมาที่นี่ตั้งแต่เช้าเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน“พอได้ทานยาที่หมอให้มาก็ดีขึ้นมากเลยค่ะ”“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ลูกต้องพักผ่อนให้เยอะ ๆ นะ”“ค่ะคุณแม่”“น้องผู้หญิงหรือผู้ชายฮะ”“ยังไมรู้เลยจ่ะ” เธอตอบลูกชาย “น้องอาร์มอยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชายละคะ”“ผู้ชายฮะ” นพกรตอบโดยไม่ต้องคิด “ผมจะเล่นกับน้อง”“แล้วน้องเอิร์นล่ะ อยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชาย” ทิศตะวันถามลูกสาว“ผู้หญิงค่ะ หนูจะเล่นกับน้อง”คำตอบของลูกทั้งสองคนทำให้ดารินทร์กับทิศตะวันมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าจะเป็นชายห
ณ.โรงพยาบาลเอกชนใครจะไปรู้ว่าหลังจากที่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่เพียงแค่สองวัน ดารินทร์จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจนทิศตะวันไม่เป็นอันทำอะไร เขาเป็นห่วงเมียรักมาก จนต้องเฝ้าตลอดไม่ยอมไปทำงาน“คนไข้มีอาการมากี่วันแล้วคะ”“สองวันค่ะ”“ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่คะ”“เดือนที่แล้วค่ะ”“เดี๋ยวคนไข้เข้าไปในห้องน้ำแล้วเก็บฉี่ใส่กล่องนี้นะคะ”“ค่ะ” ดารินทร์พอจะเดาออกว่าหมอกำลังจะตรวจหาอะไร เพราะตอนที่เธอท้องเจ้าแฝด หมอก็เคยให้เธอทำแบบนี้“เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณนั่งรอในนี้แหละ เรามีพยาบาลคอยอำนวยความสะดวกให้คนไข้อยู่ด้านนอกค่ะ”“ภรรยาของผมจะเป็นอะไรมากมั้ยครับ”“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ หมอสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นอาการแพ้ท้อง”“พะ...แพ้ท้องเหรอ ภรรยาของผมกำลังท้องเหรอครับ”“ต้องรอผลตรวจก่อนค่ะ หมอถึงจะยืนยันได้”“ครับ”ทิศตะวันก้มมองนิ้วตัวเอง เขากำลังนับว่าตอนนี้เขามีอยู่สองคนแล้วถ้าเพิ่มมาอีก 1 ก็เป็นสาม แต่ถ้าเพิ่มมาอีก 2 ล่ะ เฮ้ย! นี่เขาจะมีลูกตั้งสี่คนเลยนะ ระหว่างที่ทิศตะวันกำลังเหม่อลอย ดารินทร์ก็เดินกลับมา เธอนั่งลงข้าง ๆ เขา สังเกตสีหน้าที่แดงไปจนถึงใบหู
“อื้อ” เธอกอดเขาแน่นก่อนที่ทั้งคู่จะกระตุกเกร็งออกมาพร้อมกัน“ดีขึ้นมั้ย” ทิศตะวันลูบหลังคนที่หายใจหอบอยู่ในอ้อมกอดและเรียกชื่อเธออย่างนุ่มนวล “ไข่มุกครับ”ดารินทร์ส่ายหน้า เธอเริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง“ดะ...เดี๋ยว” ทิศตะวันผละมามองหน้า ตาใส ๆ ที่มองมาทำให้เขาแทบกลั้นหายใจ “ทำอีกแค่รอบเดียวนะ เดี๋ยวผม
สามวันต่อมางานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แม้จะยังทำใจไม่ได้ที่ดารินทร์ยื่นหนังสือลาออก ต่อศักดิ์ก็ยังมีน้ำใจจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ เพื่ออำลาในผับสุดหรูให้ดารินทร์ แม้ว่าเธอจะปฏิเสธก็ตาม “ดื่มหน่อยครับ” เขายื่นแก้วเหล้าให้ดารินทร์ที่นั่งอยู่ตรงหน้า “ฉันไม่ดื่มค่ะ” เธอปฏิเสธ “คุณดื่มเถ
“ผมไม่อยากเสียคุณกับลูกไป”เธอมองเขานิ่ง แสงจันทร์สะท้อนในดวงตาของเขาที่สั่นระริกเล็กน้อย ราวกับมีบางสิ่งกำลังต่อสู้กันอยู่ในใจ เขาดูไม่มั่นคงเหมือนเคย ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอเคยรู้จักในอดีตหรืออาจเป็นคนเดียวกัน แต่กลับมีบางสิ่งในตัวเขาที่เปลี่ยนไปโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัวดารินทร์รู้สึกใจเต้นเร็วขึ้นอย่างไ
ร่างกายของดารินทร์ถูกปลุกเร้าอารมณ์จนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เปล่งเสียงครางหวานๆ ออกมาไม่ขาดปาก จนทำให้แก่นกายของทิศตะวันขยายจนคับแน่นไปหมด“อ๊าา!! อื้อ! คุณ อ๊าาา!”เมื่อโดนลิ้นหนารัวตรงปุ่มกระสันถี่และเร็วร่างบางก็กระตุกเกร็งและนอนหอบหายใจ ทิศตะวันจึงใช้จังหวะนี้ถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนหมด ก่อนจะทาบทับ







