LOGIN“เดี๋ยวให้คุณเพียงฟ้าเดินแบบชุดผ้าไหมก่อนนะครับ ผมจะรีบไปส่ง”
“จริงๆ แล้วคุณอยู่งานต่อกับคุณแม่คุณก็ได้นะคะ ไม่ต้องไปส่งปลายก็ได้ค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยอย่างเกรงใจ ด้วยไม่อยากป็นภาระเขา
“ทำอย่างนั้นได้ไงกันครับ ผมไปรับคุณมาก็ต้องไปส่งคุณถึงที่สิครับ อีกอย่างเกิดเจ้าแสบสองคนเห็นคุณกลับเองโดยไม่มีรถผมไปส่งจะพาลโกรธผม ไม่ยอมคุยกับผมขึ้นมา คราวนี้ก็แย่สิครับ”
เพียงแค่มาร์คเอ่ยถึงเจ้าแสบสองคน รอยยิ้มหวานก็ปรากฏขึ้นบนเรียวปากบางทันที และนั่นยิ่งส่งผลให้คนที่กำลังจ้องมองอยู่นั้นแทบจะนั่งไม่ติดเลยทีเดียว
“พี่วิชญ์เป็นอะไรไปคะ นั่งอยู่ไม่สุขเลย”
รสรินทร์กระซิบถามพี่ชาย
ทว่ารวิชญ์กลับไม่ตอบ ปล่อยให้น้องสาวส่งค้อนวงใหญ่ให้ เพราะตอนนี้ใจเขาอยากจะลุกขึ้นไปลากผู้หญิงตรงหน้าออกจากไอ้หนุ่มหน้าฝรั่งคนนั้นนัก
หลังจากเพียงฟ้าเดินแบบจนครบทุกชุด มาร์คก็ขอตัวทุกคนออกจากงานเพื่อไปส่งณรันดาตามที่เขาสัญญาไว้
“คุณหญิงคะ ปลายต้องขอตัวก่อนนะคะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่อยู่จนจบงานไม่ได้ ปลายเป็นห่วงเด็กๆ ค่ะ”
ณรันดาเอ่ยขอตัวลากลับ พร้อมกับขอโทษที่ต้องออกจากงานก่อน
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะหนูปลาย ยังไงก็ให้พ่อมาร์คส่งให้ถึงบ้านนะลูก ป้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”
คุณหญิงกาญจนากล่าวอย่างอ่อนโยนพลางยิ้มให้อย่างเอ็นดู จากนั้นณรันดากับมาร์คก็หันมากล่าวลาทุกคนบนโต๊ะวีไอพี ก่อนพากันเดินออกจากงานไป
รถยุโรปคันงามสีดำจอดที่หน้าบ้าน ณรันดาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือทันที เมื่อมองเข้าไปในบ้านแล้วยังเห็นว่าไฟในห้องนอนของลูกสาวยังเปิดอยู่
“ต้องขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้คุณต้องออกจากงานมาก่อนแบบนี้”
ณรันดาเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็นไรครับปลาย ผมเข้าใจ”
มาร์คเอ่ย แววตาที่จ้องมองนั้นก็แสดงให้หญิงสาวตรงหน้าเห็นว่าเขาเข้าใจเธอจริงๆ
“ขอบคุณมากค่ะ... งั้นปลายขอตัวก่อนนะคะ”
ณรันดาขอบคุณเขาอีกครั้ง ก่อนเปิดประตูลงจากรถ
มาร์คยังไม่ได้เคลื่อนรถออกไปทันที เขารอจนณรันดาเดินเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแล้วจึงค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากบริเวณหน้าบ้าน
ขณะที่รถของมาร์คกำลังเคลื่อนออกไปจนพ้นหน้าบ้านหญิงสาว และเลี้ยวออกไปจนไม่เห็นท้ายรถแล้ว รถสปอร์ตสีดำคันงามอีกคันก็เคลื่อนมาจอดแทนที่ เจ้าของรถเพ่งมองเข้าไปภายในบ้านที่เปิดไฟอยู่ เขามองเห็นเพียงเงาที่เคลื่อนไหวไปมาเท่านั้น เพราะประตูหน้าต่างนั้นปิดม่านไว้มิดชิดทำให้ไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ชัดเจนอย่างใจต้องการ
รวิชญ์ตัดสินใจออกจากงานมาหลังจากที่สองหนุ่มสาวแยกออกมาเพียงครู่เดียวเท่านั้น โดยอ้างว่าวันรุ่งขึ้นต้องมีประชุมงานด่วน เพื่อที่จะสะกดรอยตามสองหนุ่มสาว เพราะเขาเชื่อว่าอย่างไรมาร์คก็ต้องไปส่งเธอที่บ้าน ถ้าเขาไม่ตามเธอไปวันนี้ เขาไม่แน่ใจว่าจะได้เจอณรันดาอีกเมื่อไร และนับว่าเขาตัดสินใจถูกเลยทีเดียว เพราะมันทำให้เขาได้รู้ว่าณรันดาอาศัยอยู่ที่ไหน ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเธออยู่กับใคร แต่ที่แน่ๆ เธอไม่ได้อยู่กับผู้ชายหน้าฝรั่งคนนี้อย่างที่ใจเขากลัว
“ปลาย คราวนี้คุณไม่มีทางหนีผมไปได้... ผมจะเอาคุณกลับมาเป็นของผมให้ได้”
รวิชญ์พูดขึ้นเหมือนเป็นการให้สัญญากับตัวเอง หลังจากที่เขาพยายามจ้องมองเข้าไปภายในบ้านอยู่นานและคิดว่าวันนี้คงจะไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่านี้ รวิชญ์จึงค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากบริเวณหน้าบ้านไป
ภายในห้องโถงของบ้าน ณรันดากำลังนั่งโอบกอดร่างเล็กของแฝดผู้น้องที่กำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวโยนอยู่บนโซฟา โดยมีป้านวลทำหน้าที่ปลอบอยู่ข้างๆ
“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะคะ คุณแม่กลับมาแล้ว ไม่ร้องนะคะ คนเก่งของคุณแม่เงียบนะคะ”
ณรันดาทั้งกอด ทั้งหอมแก้มอย่างปลอบขวัญเด็กตัวเล็ก มือบางก็พลางปาดเช็ดน้ำใสๆ ของเจ้าตัวเล็กที่กำลังไหลอาบเต็มสองแก้ม น้องพาฝันได้แต่ซบหน้าอยู่กับอก ผู้เป็นมารดา สองมือน้อยๆ โอบกอดแน่นอย่างกลัวว่าเธอจะหนีหายไปเช่นนั้น
“ป้านวลไปนอนเถอะค่ะ เดี๋ยวปลายดูเองค่ะ”
ณรันดาหันไปบอกกับป้านวลเมื่อเห็นว่าตอนนี้มันดึกมากแล้ว
“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลายให้ผม”ชายหนุ่มโอบไหล่ภรรยาสาวแล้วดึงเข้ามาใกล้อีกนิด ณรันดาคว้ามืออีกข้างที่ว่างอยู่นั้นมาทาบที่หน้าท้องของเธอ“สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดค่ะคุณวิชญ์ ปลายกำลังมีเจ้าตัวเล็กเป็นของขวัญให้คุณค่ะ”“จริงเหรอปลาย นี่ปลายกำลังจะมีลูกให้ผมเหรอครับ”รวิชญ์ตะโกนขึ้นอย่างดีใจ เป็นผลให้ทุกคนที่อยู่ในงานนั้นได้ยิน ต่างพากันแสดงความยินดีไปกับเขาด้วย“ค่ะ ปลายท้องจะสามเดือนแล้วค่ะ”ณรันดาย้ำให้เขาฟังอีกครั้ง“พี่ทอฝัน น้องพาฝัน ดีใจไหมคะลูก เรากำลังจะมีน้องแล้วนะคะ”รวิชญ์ดึงร่างเล็กของเด็กทั้งคู่เข้ามากอด สลับกับหอมแก้มคนละข้างอย่างดีใจ“จริงๆ เหรอคะ น้องพาฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะคุณพ่อ”“จริงเหรอคะคุณแม่ขา พี่ทอฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะ”ณรันดาพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ พร้อมกับคว้ามือเล็กๆ ของทั้งคู่มาคนละข้าง วางทาบที่หน้าท้องของตัวเอง“น้องของหนูอยู่ในนี้ค่ะ ต้องรออีกสักหกเจ็ดเดือนนะคะ น้องถึงจะออกมาให้หนูสองคนเห็
ของขวัญที่ลูกสาวตัวน้อยนำมาให้นั้นคือภาพวาดครอบครัว ระบายด้วยสีชอล์กสวยงาม รวิชญ์กับณรันดาดูรูปถึงกับยิ้มออกมาก่อนผลัดกันถามลูกสาวว่ามีใครบ้างภายในภาพนั้น ถึงแม้ว่าภายในภาพนั้นจะระบุชื่อไว้ชัดเจนก็ตาม เด็กน้อยแย่งกันบอกว่าใครเป็นใครจนมาถึงรูปเด็กน้อยอีกคนที่นิ้วเล็กจิ้มไปพร้อมกันทำให้ทั้งคู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา“แล้วสองคนนี้ใครคะ ทำไมไม่เห็นมีชื่อเหมือนคนอื่นเลยล่ะคะ”ณรันดาถามขึ้นเมื่อเห็นรูปวาดเด็กอีกสองคนที่ไม่มีชื่อติดอยู่“คนนี้น้องสาวพี่ทอฝันค่ะ”ทอฝันชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้หญิงที่ปราศจากชื่อนั้น“คนนี้น้องชายน้องพาฝันค่ะ”แฝดคนน้องชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้ชายที่ปราศจากชื่ออีกเช่นกัน จากคำตอบของลูกสาวทั้งสองคนทำให้ณรันดาเงยหน้ามองรวิชญ์แล้วส่งยิ้มให้น้อยๆ“เอ... ลูกสาวมีของให้คุณพ่อ แล้วคุณภรรยาไม่มีของขวัญให้สามีคนนี้บ้างเหรอครับ”รวิชญ์ได้ทีรีบทวงของขวัญจากภรรยาสาวทันที“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลา
ณรันดาเดินออกมาบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน ที่เดิมทีเป็นที่สำหรับจัดวางโต๊ะอาหาร แต่วันนี้มันโดนรื้อออกเหลือเพียงแค่สามถึงสี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยซุ้มดอกลิลลี่สีขาวสลับกับดอกกุหลาบสีแดงสด ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกจัดขึ้นด้วยช่างฝีมือทั้งสิ้นหญิงสาวยืนมองบรรยากาศโดยรอบแล้วทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในบรรยากาศของงานแต่งงานอย่างไรอย่างนั้น แล้วณรันดาก็รู้สึกตัวอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยตัวไปตามบรรยากาศของงาน เมื่อร่างเล็กในชุดนางฟ้าตัวน้อยที่ยืนขนาบข้างเธอนั้นกระตุกมือเธอพร้อมๆ กัน“คุณแม่ขา หยุดเดินทำไมคะ”น้องพาฝันเงยหน้าขึ้นถามมารดา“คุณแม่แค่แปลกใจค่ะ ว่าทำไมดอกไม้พวกนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่เร็วจัง เมื่อสักพักมันยังไม่มีเลย”ณรันดาก้มหน้าตอบคนช่างสงสัย“คุณแม่ชอบหรือเปล่าคะ”คราวนี้เสียงแฝดคนโตถามขึ้นบ้าง“ชอบสิคะ คุณแม่ชอบดอกลิลลี่สีขาวกับดอกกุหลาบมากที่สุดเลย นี่ถ้าคุณป้าเมย์ไม่บอกว่าเป็นการจัดฉากเพื่อถ่ายละครที่หนูสองคนเล่นอยู่ คุณแม่คิดว่าเป็นงานแต่งงานของคุณแม่แล้วนะคะนี่”หญิงสาวว่าพลางหัวเราะน้อยๆ กับลูกสาวทั้งสองคนในขณะที่สามคนแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่นั้น ร่างสูงใหญ่ของ
รวิชญ์ให้สัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เขาจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนขี้ขลาด และจะไม่ปล่อยให้ความกลัวกับอดีตเข้ามาครอบงำเขาได้อีกเป็นอันขาด เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเกือบทำให้เขาต้องเสียคนที่เขารักไปตลอดชีวิต เมื่อเวลานี้เขาได้ของรักที่สุดในชีวิตกลับคืนมาแล้ว เขาจะรักษาของมีค่าที่สุดชิ้นนี้ไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไปนานเท่าที่จะนานได้......บ้านเคียงฟ้า...ณรันดายืนอ่านป้ายชื่อร้านที่เธอและเพื่อนรักอีกสองคนลงความเห็นว่าเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นชื่อร้านอาหารที่จะเปิดขึ้น“ปลาย มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะ ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก... ตอนนี้แซนดี้จับยายสองแสบแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว รู้สึกกำลังตื่นเต้นกับชุดที่แซนดี้หามาให้ใหญ่เลย”ปานชนกตรงเข้ามาหาเพื่อนรัก พลางมองในสิ่งที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ก่อนมองอยู่“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าวันนี้ปลายกับคุณรวิชญ์จะได้กลับมาที่ร้านนี้ด้วยกันในฐานะสามีภรรยากัน”ปานชนกยิ้มอย่างปลื้มใจแทนเพื่อนรัก เพราะเธอรู้อยู่แก่ใจว่าการกลับมาที่ ‘บ้านเคียงฟ้า’ ในวันนี้มีความสำคัญกับเพื่อนรักของเธอมากเพียงไร“ป่าน เรามีความสุขจังเลย”หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับโผเข้ากอดเพื่อนรักเอาไว้
ณรันดายืนเหม่อมองดวงจันทร์ที่สาดแสงส่องลงมาเหนือผิวน้ำ บริเวณศาลาที่หญิงสาวใช้นั่งคุยอยู่กับเพื่อนรักเมื่อตอนหัวค่ำ ทว่าเวลานี้มีเพียงเธอยืนอยู่ตามลำพังเท่านั้น แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่หญิงสาวได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง“ปลายจ๋า... มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”รวิชญ์ที่มาเงียบๆ สวมกอดร่างบางจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวที่กำลังยืนเหม่ออยู่นั้นสะดุ้งเล็กน้อย“ปลายก็คิดอะไรไปเรื่อยๆ ค่ะ... ว่าแต่คุณลงมาทำไมคะ”ณรันดาเอียงคอหันมองหน้าผู้เป็นสามี“ก็มาตามเมียไปนอนด้วยน่ะสิ... ไม่มีเมียให้นอนกอด ผมนอนไม่หลับรู้ไหม”สายตากรุ้มกริ่มที่มองหญิงสาวนั้นทำให้คนฟังถึงกับต้องหลบตายตาเจ้าชู้นั้น“จะให้ปลายเชื่อได้เหรอคะ ก่อนหน้านี้ปลายไม่ได้นอนกับคุณตั้งหลายปี”ณรันดาพลิกตัวหันเข้าหาร่างสูงใหญ่ วงแขนเล็กคล้องคอชายหนุ่มเอาไว้มั่น“แล้วปลายรู้หรือเปล่าว่าหลายปีที่ผมไม่มีคุณนอนด้วย ผมไม่เคยได้นอนหลับเต็มตื่นเลยสักคืน”“อย่ามาทำปากหวานเลยค่ะ... ไม่มีปลาย คุณก็มีผู้หญิงอื่นอีกตั้งเยอะ”หญิงสาวแสร้งทำเสียงเหมือนงอน“ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถแทนที่ปลายได้สักคนเลยนะ ปลายเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและอยากใช้ชีว
“น้องพาฝันอยากให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ค่ะ อยู่กันเยอะๆ น้องพาฝันชอบค่ะ”เด็กน้อยตอบพลางมองไปรอบๆ แล้วมาจบที่หน้าของป้านวลเช่นเดิม“คุณยายนวลก็อยากมาอยู่กับน้องพาฝันและน้องทอฝันนะคะ แต่คุณยายนวลมาอยู่ไม่ได้สิคะ เพราะถ้าคุณยายมาอยู่ที่นี่แล้วใครจะดูคนที่บ้านโน้นล่ะคะ”ป้านวลดึงเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ มานั่งก่อนอุ้มร่างเล็กนั่งบนตัก“เหรอคะ งั้นคุณยายนวลต้องมาหาน้องพาฝัน พี่ทอฝัน กับคุณแม่บ่อยๆ นะคะ”“ได้สิคะ”ป้านวลหอมเข้าที่แก้มคนช่างพูดเข้าฟอดใหญ่“จริงๆ นะคะ”แล้วน้องพาฝันก็ซบศีรษะเข้าที่อกของผู้สูงวัย ป้านวลลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างอ่อนโยนก่อนย้ำให้รู้ว่านางไม่ได้โกหก“เย้ๆ... น้าป่าน ลุงมาร์คมาแล้ว”แฝดคนพี่ที่ยืนอยู่ข้างป้านวลโห่ร้องขึ้น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหน้าผู้มาใหม่แล้วก็รีบวิ่งไปหาน้าสาวทันที“ไงจ๊ะ ไม่ได้เจอซะหลายวันเลย คิดถึงน้าป่านหรือเปล่าคะ”ปานชนกรีบรับร่างที่วิ่งเข้าหาแล้วอุ้มขึ้นเหมือนทุกๆ ครั้งเวลาที่คนใดคนหนึ่งในสองคู่แฝดนี้วิ่งเข้าหา“คิดถึงมากๆ เลยค่ะ พี่ทอฝันปิ้งบาร์บิคิวไว้ให้น้าป่านกับลุงมาร์คด้วยค่ะ”“ว้าว! ดีจังเลย ไหนครับคุณลุงมาร์คกำลังหิวอยู่พอดีเลย”มาร์คทำตาโต
“ชื่อน้องพาฝันค่ะ ชื่อจริงเด็กหญิงรวรันตาค่ะ”แฝดผู้พี่มองหน้าน้องสาวนิดหนึ่งก่อน เมื่อเห็นว่าน้องสาวยังเงียบ ไม่ยอมตอบจึงตอบขึ้นมาเอง“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่หนูชื่ออะไรคะ”รวิชญ์รีบถามทันที ด้วยความที่อยากรู้ว่าใครกันที่เป็นพ่อแม่ของเด็กน่ารักและช่างเจรจานี้คู่นี้“คุณแม่หนูชื่อ...”น้องทอฝันตอบได้เพ
รวิชญ์มาถึงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ตั้งแต่งานยังไม่เริ่ม เขาพยายามมองหาสองนางแบบรุ่นจิ๋วตั้งแต่เริ่มเดินเข้ามาถึงงาน แต่ก็ไม่เห็นเพิ่งจะเจอก็บนเวทีนี่แหละเขารีบขยับตัวให้เข้าใกล้เด็กสองคนมากขึ้น ด้วยอยากเห็นหน้าเด็กสองคนนี้ให้ชัดๆ ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้เห็นหน้าชัดเจนขึ้น ยิ่งรู้สึกว่าแววตาสองคู่นี้ช่
ณ ชั้นสูงสุดของคอนโดฯ หรูใจกลางเมืองรวิชญ์นั่งดูแบบโครงการบ้านจัดสรร สลับกับโครงการคอนโดฯ ที่เขาเพิ่งตกลงว่าจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ให้เป็นผู้ดูแลสองโครงการนี้เมื่อสองวันก่อนอีกครั้ง ก่อนที่จะหันมาดูเอกสารอื่นๆ ที่ทางเลขาฯ เพิ่งนำเข้ามาให้เขาเมื่อเช้าหนึ่งในเอกสารทั้งหมดนั้นมีเอกสารอยู่ฉ
บรรยากาศภายในโรงเรียนอนุบาลยามเช้าเช่นนี้ เด็กๆ ต่างพากันจับกลุ่มวิ่งเล่นบริเวณสนามเด็กเล่นที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้เช้านี้ณรันดาต้องมารับเด็กที่หน้าโรงเรียนแทนครูเวร เนื่องจากครูเวรประจำวันเกิดป่วย ทำให้เธอได้มีโอกาสเจอหน้าผู้ปกครองของเด็กและได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กบางคนบ้าง“สวัสดีคร







