Masuk“มายืนอยู่ตรงนี้เอง โรสเดินหาทั่วงานเลย เอ... พี่วิชญ์อยู่กับใครคะ เมื่อกี้โรสเห็นเหมือนมีใครยืนอยู่ด้วย”
เสียงใสของรสรินทร์ดังขึ้นพร้อมๆ กับกวาดสายตามองรอบสระน้ำ ก่อนจ้องหน้าพี่ชาย
“อ๋อ แขกที่มางานนี่แหละจ้ะ... พี่เห็นเขาอยู่คนเดียวก็เลยเดินมาคุยด้วย”
“อืม... งั้นเราเข้าไปในงานกันเถอะค่ะ งานเริ่มแล้วอีกสักครู่พี่ฟ้าก็จะขึ้นเวทีแล้วนะคะ คุณแม่เลยให้โรสมาตาม”
เจ้าหล่อนพูดมือก็พลางฉุดดึงพี่ชายให้เดินตามเข้าไปด้านใน
รวิชญ์จำต้องเดินตามน้องสาวเข้ามาในงาน อันที่จริงเขาไม่อยากจะมาร่วมงานเท่าไรนัก แต่ก็ขัดมารดาไม่ได้เลยจำต้องมาด้วย หากแต่เวลานี้เขากลับรู้สึกว่าต้องขอบคุณมารดาที่ลากเขามางานด้วย หลังจากที่เขาได้เจอกับณรันดาเมื่อครู่
รสรินทร์ดึงมือพี่ชายเข้ามาในงานจนกระทั่งเกือบถึงโต๊ะวีไอพีของงาน รวิชญ์ กวาดสายตาดูว่ามีใครร่วมโต๊ะนั้นอยู่บ้าง แล้วหัวใจเขาก็ต้องกระตุกวาบขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นหญิงสาวในชุดสีน้ำทะเลที่เขาเพิ่งประทับรอยจูบไปเมื่อครู่ ถึงแม้ว่าเขาจะได้เจอและอยู่ใกล้เพียงไม่นาน เขาก็จำได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร
คราวนี้รวิชญ์เป็นฝ่ายรีบสาวเท้าเดินขึ้นนำหน้าน้องสาวแทน
“พี่วิชญ์อย่าเดินเร็วสิคะ โรสยิ่งเดินไม่ถนัดอยู่”
รสรินทร์บ่นอุบเมื่อเวลานี้เธอเป็นฝ่ายโดนพี่ชายฉุดดึงแทน
“สวัสดีครับคุณหญิง”
รวิชญ์เอ่ยทักทายพร้อมยกมือขึ้นทำความเคารพคุณหญิงกาญจนาทันทีที่มาถึงโต๊ะ
ณรันดาต้องอึ้งอีกครั้งที่ได้เจอเขาบนโต๊ะอาหารนี้ ทั้งๆ ที่เธอทำใจเอาไว้แล้ว หลังจากที่ได้พบคุณหญิงอรพิน เธอทราบดีว่าท่านเป็นมารดาของรวิชญ์ หากแต่เธอไม่คิดว่ารวิชญ์จะมางานนี้ด้วย เพราะรู้ดีว่ารวิชญ์ไม่ชอบออกงานสังคมแบบนี้ เมื่อได้พบเขาเมื่อครู่ ใจจริงเธอไม่อยากจะกลับมาที่โต๊ะเลย แต่ด้วยความเกรงใจเจ้าของงานเธอเลยจำใจต้องกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่เข้ามาช้า พอดีว่าเจอเพื่อนเก่า เลยคุยกันนานไปหน่อยครับ”
สายตาชายหนุ่มไม่ได้อยู่ที่ผู้สูงอายุที่นั่งอยู่ทว่ากลับไปจับจ้องอยู่ที่ใบหน้ารูปไข่ที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่
“โอ๊ย... ไม่ต้องขอโทษขอโพยอะไรหรอก พ่อรวิชญ์มาก็ดีแล้ว ป้าจะได้แนะนำให้รู้จักลูกชายป้า”
คุณหญิงกาญจนาเอ่ยอย่างเป็นกันเอง แล้วก็ทำหน้าที่แนะนำลูกชายให้รู้จักกันทันที
“ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งครับคุณมาร์ค”
รวิชญ์ทักทายขึ้นก่อนหลังจากที่คุณหญิงกาญจนาแนะนำสองหนุ่มให้รู้จักกัน
“อ้าว รู้จักกันแล้วหรือ”
คราวนี้คุณหญิงอรพินเอ่ยขึ้นบ้าง
“ครับคุณแม่ ก็บริษัทคุณมาร์คนี่แหละครับที่ประมูลโครงการบ้าน และคอนโดฯ ผมไปได้”
รวิชญ์หันมาตอบมารดา ก่อนแทรกตัวลงนั่งข้างๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตรงข้าม ณรันดา และสามารถมองหน้าเธอได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว
“อ้าว เหรอ... โลกกลมจริงๆ คนกันเองทั้งนั้น”
เสียงคุณหญิงกาญจนาดังขึ้นอีกครั้ง
“อ้อ... นี่หนูณรันดา เป็นผู้ช่วยป้าเองจ้ะ”
คุณหญิงกาญจนาแนะนำณรันดาอีกครั้งบนโต๊ะอาหาร เพราะรู้สึกว่าเมื่อครู่นี้ยังไม่ทันที่จะได้แนะนำเจ้าตัวก็ขอปลีกตัวไปห้องน้ำเสียก่อน
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณณรันดา”
รวิชญ์เน้นเสียงเรียกชื่อหญิงสาวหนักแน่น
สายตาคมกริบยังคงจดจ้องเธออยู่ ทว่าเวลานี้แววตานั้นฉายแววไม่พอใจชัดเจนที่เขาเห็นเธอนั่งเคียงคู่อยู่กับลูกชายประธานจัดงานในวันนี้
บรรยากาศบนโต๊ะวีไอพียังคงดูสดชื่น ทุกคนต่างสนทนาแลกเปลี่ยนกันในเรื่องต่างๆ ทว่ามีเพียงณรันดาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่นั่งนิ่ง ไม่ค่อยพูด ถามคำตอบคำเท่านั้น รวิชญ์ลอบสังเกตเห็นว่าเจ้าหล่อนน่าจะต้องมีนัดต่อแน่ เพราะเธอมองดูนาฬิกาข้อมือบ่อยครั้ง
มาร์คก็เห็นเช่นเดียวกับรวิชญ์ หากแต่เขารู้ว่าหญิงสาวที่นั่งข้างๆ มีนัดกับใคร เขาก้มลงกระซิบข้างหูเมื่อเห็นเจ้าหล่อนมองนาฬิกาอีกครั้ง
“อยากกลับบ้านแล้วหรือครับ”
“ปลายเป็นห่วงเด็กๆ ค่ะ ไม่รู้ป่านนี้จะหลับหรือว่าจะรอปลายอยู่ก็ไม่รู้”
ณรันดาตอบเสียงดังให้ได้ยินเพียงสองคน นั่นยิ่งทำให้รวิชญ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกขัดใจ ด้วยความอยากรู้ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน และทำไมต้องกระซิบกระซาบกันแบบนี้ด้วย
“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลายให้ผม”ชายหนุ่มโอบไหล่ภรรยาสาวแล้วดึงเข้ามาใกล้อีกนิด ณรันดาคว้ามืออีกข้างที่ว่างอยู่นั้นมาทาบที่หน้าท้องของเธอ“สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดค่ะคุณวิชญ์ ปลายกำลังมีเจ้าตัวเล็กเป็นของขวัญให้คุณค่ะ”“จริงเหรอปลาย นี่ปลายกำลังจะมีลูกให้ผมเหรอครับ”รวิชญ์ตะโกนขึ้นอย่างดีใจ เป็นผลให้ทุกคนที่อยู่ในงานนั้นได้ยิน ต่างพากันแสดงความยินดีไปกับเขาด้วย“ค่ะ ปลายท้องจะสามเดือนแล้วค่ะ”ณรันดาย้ำให้เขาฟังอีกครั้ง“พี่ทอฝัน น้องพาฝัน ดีใจไหมคะลูก เรากำลังจะมีน้องแล้วนะคะ”รวิชญ์ดึงร่างเล็กของเด็กทั้งคู่เข้ามากอด สลับกับหอมแก้มคนละข้างอย่างดีใจ“จริงๆ เหรอคะ น้องพาฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะคุณพ่อ”“จริงเหรอคะคุณแม่ขา พี่ทอฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะ”ณรันดาพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ พร้อมกับคว้ามือเล็กๆ ของทั้งคู่มาคนละข้าง วางทาบที่หน้าท้องของตัวเอง“น้องของหนูอยู่ในนี้ค่ะ ต้องรออีกสักหกเจ็ดเดือนนะคะ น้องถึงจะออกมาให้หนูสองคนเห็
ของขวัญที่ลูกสาวตัวน้อยนำมาให้นั้นคือภาพวาดครอบครัว ระบายด้วยสีชอล์กสวยงาม รวิชญ์กับณรันดาดูรูปถึงกับยิ้มออกมาก่อนผลัดกันถามลูกสาวว่ามีใครบ้างภายในภาพนั้น ถึงแม้ว่าภายในภาพนั้นจะระบุชื่อไว้ชัดเจนก็ตาม เด็กน้อยแย่งกันบอกว่าใครเป็นใครจนมาถึงรูปเด็กน้อยอีกคนที่นิ้วเล็กจิ้มไปพร้อมกันทำให้ทั้งคู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา“แล้วสองคนนี้ใครคะ ทำไมไม่เห็นมีชื่อเหมือนคนอื่นเลยล่ะคะ”ณรันดาถามขึ้นเมื่อเห็นรูปวาดเด็กอีกสองคนที่ไม่มีชื่อติดอยู่“คนนี้น้องสาวพี่ทอฝันค่ะ”ทอฝันชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้หญิงที่ปราศจากชื่อนั้น“คนนี้น้องชายน้องพาฝันค่ะ”แฝดคนน้องชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้ชายที่ปราศจากชื่ออีกเช่นกัน จากคำตอบของลูกสาวทั้งสองคนทำให้ณรันดาเงยหน้ามองรวิชญ์แล้วส่งยิ้มให้น้อยๆ“เอ... ลูกสาวมีของให้คุณพ่อ แล้วคุณภรรยาไม่มีของขวัญให้สามีคนนี้บ้างเหรอครับ”รวิชญ์ได้ทีรีบทวงของขวัญจากภรรยาสาวทันที“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลา
ณรันดาเดินออกมาบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน ที่เดิมทีเป็นที่สำหรับจัดวางโต๊ะอาหาร แต่วันนี้มันโดนรื้อออกเหลือเพียงแค่สามถึงสี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยซุ้มดอกลิลลี่สีขาวสลับกับดอกกุหลาบสีแดงสด ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกจัดขึ้นด้วยช่างฝีมือทั้งสิ้นหญิงสาวยืนมองบรรยากาศโดยรอบแล้วทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในบรรยากาศของงานแต่งงานอย่างไรอย่างนั้น แล้วณรันดาก็รู้สึกตัวอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยตัวไปตามบรรยากาศของงาน เมื่อร่างเล็กในชุดนางฟ้าตัวน้อยที่ยืนขนาบข้างเธอนั้นกระตุกมือเธอพร้อมๆ กัน“คุณแม่ขา หยุดเดินทำไมคะ”น้องพาฝันเงยหน้าขึ้นถามมารดา“คุณแม่แค่แปลกใจค่ะ ว่าทำไมดอกไม้พวกนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่เร็วจัง เมื่อสักพักมันยังไม่มีเลย”ณรันดาก้มหน้าตอบคนช่างสงสัย“คุณแม่ชอบหรือเปล่าคะ”คราวนี้เสียงแฝดคนโตถามขึ้นบ้าง“ชอบสิคะ คุณแม่ชอบดอกลิลลี่สีขาวกับดอกกุหลาบมากที่สุดเลย นี่ถ้าคุณป้าเมย์ไม่บอกว่าเป็นการจัดฉากเพื่อถ่ายละครที่หนูสองคนเล่นอยู่ คุณแม่คิดว่าเป็นงานแต่งงานของคุณแม่แล้วนะคะนี่”หญิงสาวว่าพลางหัวเราะน้อยๆ กับลูกสาวทั้งสองคนในขณะที่สามคนแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่นั้น ร่างสูงใหญ่ของ
รวิชญ์ให้สัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เขาจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนขี้ขลาด และจะไม่ปล่อยให้ความกลัวกับอดีตเข้ามาครอบงำเขาได้อีกเป็นอันขาด เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเกือบทำให้เขาต้องเสียคนที่เขารักไปตลอดชีวิต เมื่อเวลานี้เขาได้ของรักที่สุดในชีวิตกลับคืนมาแล้ว เขาจะรักษาของมีค่าที่สุดชิ้นนี้ไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไปนานเท่าที่จะนานได้......บ้านเคียงฟ้า...ณรันดายืนอ่านป้ายชื่อร้านที่เธอและเพื่อนรักอีกสองคนลงความเห็นว่าเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นชื่อร้านอาหารที่จะเปิดขึ้น“ปลาย มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะ ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก... ตอนนี้แซนดี้จับยายสองแสบแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว รู้สึกกำลังตื่นเต้นกับชุดที่แซนดี้หามาให้ใหญ่เลย”ปานชนกตรงเข้ามาหาเพื่อนรัก พลางมองในสิ่งที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ก่อนมองอยู่“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าวันนี้ปลายกับคุณรวิชญ์จะได้กลับมาที่ร้านนี้ด้วยกันในฐานะสามีภรรยากัน”ปานชนกยิ้มอย่างปลื้มใจแทนเพื่อนรัก เพราะเธอรู้อยู่แก่ใจว่าการกลับมาที่ ‘บ้านเคียงฟ้า’ ในวันนี้มีความสำคัญกับเพื่อนรักของเธอมากเพียงไร“ป่าน เรามีความสุขจังเลย”หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับโผเข้ากอดเพื่อนรักเอาไว้
ณรันดายืนเหม่อมองดวงจันทร์ที่สาดแสงส่องลงมาเหนือผิวน้ำ บริเวณศาลาที่หญิงสาวใช้นั่งคุยอยู่กับเพื่อนรักเมื่อตอนหัวค่ำ ทว่าเวลานี้มีเพียงเธอยืนอยู่ตามลำพังเท่านั้น แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่หญิงสาวได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง“ปลายจ๋า... มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”รวิชญ์ที่มาเงียบๆ สวมกอดร่างบางจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวที่กำลังยืนเหม่ออยู่นั้นสะดุ้งเล็กน้อย“ปลายก็คิดอะไรไปเรื่อยๆ ค่ะ... ว่าแต่คุณลงมาทำไมคะ”ณรันดาเอียงคอหันมองหน้าผู้เป็นสามี“ก็มาตามเมียไปนอนด้วยน่ะสิ... ไม่มีเมียให้นอนกอด ผมนอนไม่หลับรู้ไหม”สายตากรุ้มกริ่มที่มองหญิงสาวนั้นทำให้คนฟังถึงกับต้องหลบตายตาเจ้าชู้นั้น“จะให้ปลายเชื่อได้เหรอคะ ก่อนหน้านี้ปลายไม่ได้นอนกับคุณตั้งหลายปี”ณรันดาพลิกตัวหันเข้าหาร่างสูงใหญ่ วงแขนเล็กคล้องคอชายหนุ่มเอาไว้มั่น“แล้วปลายรู้หรือเปล่าว่าหลายปีที่ผมไม่มีคุณนอนด้วย ผมไม่เคยได้นอนหลับเต็มตื่นเลยสักคืน”“อย่ามาทำปากหวานเลยค่ะ... ไม่มีปลาย คุณก็มีผู้หญิงอื่นอีกตั้งเยอะ”หญิงสาวแสร้งทำเสียงเหมือนงอน“ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถแทนที่ปลายได้สักคนเลยนะ ปลายเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและอยากใช้ชีว
“น้องพาฝันอยากให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ค่ะ อยู่กันเยอะๆ น้องพาฝันชอบค่ะ”เด็กน้อยตอบพลางมองไปรอบๆ แล้วมาจบที่หน้าของป้านวลเช่นเดิม“คุณยายนวลก็อยากมาอยู่กับน้องพาฝันและน้องทอฝันนะคะ แต่คุณยายนวลมาอยู่ไม่ได้สิคะ เพราะถ้าคุณยายมาอยู่ที่นี่แล้วใครจะดูคนที่บ้านโน้นล่ะคะ”ป้านวลดึงเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ มานั่งก่อนอุ้มร่างเล็กนั่งบนตัก“เหรอคะ งั้นคุณยายนวลต้องมาหาน้องพาฝัน พี่ทอฝัน กับคุณแม่บ่อยๆ นะคะ”“ได้สิคะ”ป้านวลหอมเข้าที่แก้มคนช่างพูดเข้าฟอดใหญ่“จริงๆ นะคะ”แล้วน้องพาฝันก็ซบศีรษะเข้าที่อกของผู้สูงวัย ป้านวลลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างอ่อนโยนก่อนย้ำให้รู้ว่านางไม่ได้โกหก“เย้ๆ... น้าป่าน ลุงมาร์คมาแล้ว”แฝดคนพี่ที่ยืนอยู่ข้างป้านวลโห่ร้องขึ้น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหน้าผู้มาใหม่แล้วก็รีบวิ่งไปหาน้าสาวทันที“ไงจ๊ะ ไม่ได้เจอซะหลายวันเลย คิดถึงน้าป่านหรือเปล่าคะ”ปานชนกรีบรับร่างที่วิ่งเข้าหาแล้วอุ้มขึ้นเหมือนทุกๆ ครั้งเวลาที่คนใดคนหนึ่งในสองคู่แฝดนี้วิ่งเข้าหา“คิดถึงมากๆ เลยค่ะ พี่ทอฝันปิ้งบาร์บิคิวไว้ให้น้าป่านกับลุงมาร์คด้วยค่ะ”“ว้าว! ดีจังเลย ไหนครับคุณลุงมาร์คกำลังหิวอยู่พอดีเลย”มาร์คทำตาโต
“เดี๋ยวให้คุณเพียงฟ้าเดินแบบชุดผ้าไหมก่อนนะครับ ผมจะรีบไปส่ง”“จริงๆ แล้วคุณอยู่งานต่อกับคุณแม่คุณก็ได้นะคะ ไม่ต้องไปส่งปลายก็ได้ค่ะ”หญิงสาวเอ่ยอย่างเกรงใจ ด้วยไม่อยากป็นภาระเขา“ทำอย่างนั้นได้ไงกันครับ ผมไปรับคุณมาก็ต้องไปส่งคุณถึงที่สิครับ อีกอย่างเกิดเจ้าแสบสองคนเห็นคุณกลับเองโดยไม่มีรถผมไปส่งจ
นับจากวันที่ณรันดาหนีจากเขาไปเงียบๆ ไม่ทิ้งแม้แต่จดหมายหรือข้อความใดๆ ไว้ มีเพียงแต่ของมีค่าที่เขาเคยซื้อให้เธอด้วยความเสน่หา หวังตอบแทนเธอที่เธอให้ความสุขกับเขาได้ทุกครั้ง ทุกเวลาที่เขาต้องการเท่านั้นที่เธอทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าและจากวันนั้น เขาก็รอคอยเธอและตามหาเธออย่างมีความหวัง จนเวลาล่วงไปจนสี่
งานที่มาร์คชวนมานั้นเป็นงานแฟชั่นการกุศล โดยมีคุณหญิงกาญจนา มารดาเขาเป็นประธานในการจัดงาน บรรยากาศภายในงานนั้นมีแต่คุณหญิงคุณนายและบรรดาลูกๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชายที่ต่างพามาร่วมงาน เพื่อหวังจะให้เด็กๆ ได้รู้จักมักจี่กัน หรืออีกนัยก็เหมือนพากันมาดูตัวกันนั่นแหละมาร์คเดินควงคู่ณรันดาเข้ามาในง
“เออ ป่าน พรุ่งนี้เรารบกวนให้มาอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ หน่อยนะ พอดีคุณมาร์คชวนเราไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อนน่ะ”ณรันดาเอ่ยบอกเพื่อนอย่างเกรงใจชื่อมาร์ค ที่ดังขึ้นทำให้หัวใจปานชนกเต้นผิดจังหวะขึ้นมาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวมือไม้ที่ก็วางอยู่ดีๆ ก็ดันเกิดรู้สึกว่ามันไม่มีที่วางซะอย่างนั้น ทว่าก็พยายามเก็บอาการเอา







