Masukดวงตาคมเข้มมอง ‘เรืออวนดำ’ ที่จอดเรียงรายอยู่เกือบ 20 ลำ และ ‘เรือลากกู้’ ที่รอเทียบท่าอีกนับ 10 ลำ ด้วยกัน หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันครุ่นคิด เพราะเอาแน่เอานอนกับทะเลไม่ได้เลย เดิมปกติแพปลาแห่งนี้จะสลับหมุนเวียนให้เรือประมงเข้ามาจอดเทียบ เพื่อขนถ่ายปลาหลากชนิด หมึก กุ้ง ปู และสัตว์น้ำชนิดอื่นตามแต่จะหาได้ จัดสรรเป็นช่วงเวลา
เช่น เรืออวนดำจะเทียบท่าประมาณ 6 โมงเช้า ถึงบ่าย 3 โมง ส่วนเรือลากกู้ก็เทียบท่าต่อในเวลา 4 โมงเย็น จนถึงประมาณ 3 ทุ่มก็จะลงปลาเสร็จ หลังจากนั้นก็จะถึงเวลาที่แพจะทำความสะอาด เพื่อเตรียมสำหรับการซื้อขายสัตว์ทะเลต่อในช่วงเช้า แต่หากหน้ามรสุมอย่างนี้ เรือทั้งหมดก็จะเข้ามาออกันอยู่บริเวณท่าทำให้แลดูแออัด และเรือประมงต่างๆ ก็จะไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควรด้วย
“พี่ใหญ่เดี๋ยวเคลียร์งานตรงนี้เสร็จแล้วไปหาฉันที่ห้องหน่อยนะ ฉันจะคุยเรื่องเปิดแพใหม่เพิ่ม”
“ครับนายหัว”
.
.
ไกรเดินตรงไปยังออฟฟิศที่อยู่ด้านในของแพปลาแต่เป็นจุดที่สามารถมองเห็นเรือเข้ามาเทียบท่า และเมื่อมองออกไปด้านนอกอีกข้างก็จะเห็นบริเวณที่รถห้องเย็นมาจอดเรียงรายกันอยู่ เพื่อรอสำหรับขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งจาก ‘แพปลาบุญโชคช่วย’ ไปทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย โดยมีตลาดใหญ่ๆ อยู่ที่จังหวัดใหญ่ในแต่ละภาค เช่น ภาคใต้ก็จะวิ่งไปที่ภูเก็ต ภาคตะวันออกไปที่ชลบุรี ภาคตะวันตกไปที่สมุทรสาคร ภาคกลางไปที่ตลาดไทย ส่วนภาคอีสานและภาคเหนือนั้น ห้องเย็นที่ตลาดไทรับผิดชอบด้านการจัดส่งทั้งหมด
และตอนนี้เขาก็ได้ตลาดใหม่มาเพิ่ม ก็คือ การส่งขายให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ แต่เขาก็ยังไม่ได้ตอบตกลงทำสัญญาใดๆ เพราะต้องขอดูปริมาณสัตว์น้ำที่จะหาได้ในแต่ละวันด้วย เพราะหากรับปากไปแล้วเขาทำไม่ได้ มันจะกลายเป็นปัญหามากกว่าที่จะได้กำไร เพราะลำพังธุรกิจ ‘เรือลอบหมึก’ ที่ถือเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับครอบครัว เขาก็ยังไม่สามารถจัดหาหมึกศอกได้พอเพียงต่อความต้องการของตลาดญี่ปุ่นเลยด้วยซ้ำ
เพราะความต้องการอาหารทะเลในแต่ละวันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นๆ ซึ่งคำกล่าวที่ว่า ‘ไทยเป็นครัวของโลก’ นั้นเป็นความจริง แต่จะมีกี่คนกันล่ะที่รู้ว่าอาหารที่กินกันอยู่ทั่วโลกนี้ โดยเฉพาะอาหารทะเลนั้นส่วนใหญ่ส่งออกจากประเทศไทย เพราะไทยนั้นถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารอยู่มากจริงๆ
ไกรมองดูคนงานคัดปลาที่มีทั้งคนของเขาและคนของเรือประมงที่จอดเทียบท่านั่งอยู่ปะปนกัน ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเป็นคนงานต่างชาติ คนงานไทยนั้นมีน้อย จนอาจพูดได้ว่าคนไทยไม่สู้งานหรือหากจะคิดอีกทางก็คือ คนไทยในพื้นที่มีช่องทางทำกินได้มากกว่า มีสวน มีไร่ มีนาทำ ดังนั้นอาชีพคัดปลาจึงกลายเป็นงานหลักของแรงงานต่างชาติไปโดยปริยาย จะมีคนไทยปนบ้างก็น้อยเต็มทน
ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่รับช่วงแพปลาต่อจากผู้เป็นแม่ เขาก็ยังไม่เคยเจอปัญหาเรื่องแรงงานต่างชาติจะทำอะไรให้หนักใจ จะมีก็เพียงคนงานของเขาบางคนที่คะนองไปหลีสาวต่างชาติเข้า ถ้ารักและให้เกียรติกันก็ได้ตกแต่งเป็นเมียผัวกันไป แต่ถ้าไปทำเจ้าชู้ยักษ์ใส่และจะข่มเหงกัน เขาก็เคยต้องไล่ออกมาแล้ว เพราะถือว่า ‘อยู่ร่วมกันต้องเท่าเทียม’ ไม่ใช่นึกว่าเป็นเจ้าบ้านแล้วจะไปกดขี่ข่มเหงคนต่างบ้านต่างถิ่น เพราะถ้าคิดอย่างนั้นเขาเองก็จัดอยู่ในกลุ่ม ‘ต่างด้าว’ เหมือนกัน เพราะพ่อของเขาก็เป็นอเมริกันเต็มขั้น
“ทำไมนายหัวถึงจะเปิดแพเพิ่มล่ะครับ ที่มีอยู่ผมก็ว่ามันพอนะครับ”
ใหญ่แสดงความคิดเห็นในทันทีที่นายหัวไกรเอ่ยความต้องการออกมา เพราะเขาคิดว่าแพปลาบุญโชคช่วยนั้นก็มีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับการรองรับเรือประมงที่จะเข้ามาเทียบท่าในแต่ละวันอยู่แล้ว การขยายแพเพิ่มต้องลงทุนมหาศาลและอาจได้ไม่คุ้มเสีย
เนื่องจากเรือประมงต่างๆ ก็มีแพปลาเจ้าประจำผูกขาดกันอยู่แล้ว ไอ้ที่จะออกเรือใหม่นั้นก็น้อยเต็มทน เพราะเด็กรุ่นใหม่ก็ไปทำงานต่างถิ่นกันเสียมาก จะให้มารับงานสานต่อครอบครัวก็มีน้อย ดีไม่ดีต่อไปบุญโชคช่วยอาจต้องเพิ่มเรือและจ้างคนงานเพิ่มเสียอีก เพื่อให้ได้ปริมาณสัตว์น้ำตามจำนวนที่ต้องจัดส่งประจำวัน ดังนั้นการเปิดแพใหม่จึงไม่ก่อให้เกิดรายได้กับบุญโชคช่วยในยามนี้อย่างแน่นอน
“เรือลากกู้ก็สลับกันเข้า 7 วันบ้าง 10 วันบ้าง ไอ้ปัญหาคลื่นลมมันก็ไม่แน่นอนนะครับ ถ้าเปิดแพเพิ่มเราก็อาจจะมีปัญหาเรื่องคนงานได้ ตอนนี้ก็ยิ่งหายากอยู่ด้วย”
ปัญหาใหญ่อีกอย่างก็คือเรื่องคนงาน ที่ทำยังไงก็แก้ไม่ตก คนไทยก็ไม่มี คนต่างชาติก็ต้องเสี่ยงกับการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายอีก
“ฉันได้ตลาดมาเพิ่มน่ะพี่ใหญ่ ก็เลยอยากจะขยับขยายให้มันดีกว่านี้ อีกอย่างเวลาคลื่นลมแรง เรือลากกู้จะได้เทียบท่าได้อย่างสะดวกด้วย” ไกรตอบคำถามในสิ่งที่ใหญ่เป็นกังวล
“รอเดี๋ยวเถอะยัยวุ่นวาย ให้ฉันจัดการเรื่องอื่นให้เสร็จก่อน ฉันจะกลับมาซักฟอกเธอเอง จะฟอกให้สะอาดเลยคอยดูสิ”ไกรพูดอย่างหมายมั่น ทั้งที่แปลกใจตัวเองไม่น้อยที่ติดใจเด็กสาวชาวพม่านี่จนผิดสังเกต ก็เขาไม่เคยให้ความสนใจผู้หญิงคนไหนมากไปกว่าคู่ขาบนเตียง แต่กลับเด็กสาวคนนี้ แค่ใกล้กันเกินระยะ 10 เมตร เขาก็ยังไม่เคย หน้าตาใกล้ๆ ก็ยังไม่เห็น แล้วอะไรกันทำให้เขาติดใจเสียจนไม่สามารถสลัดไล่ช่วงขาขาวๆ แต่ดันมีชายขากางเกงยีนโผล่ออกมาได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้เป็นโรคแพ้ความขาวสักนิด จู่ๆ เชื้อโรคเหล่านี้คงไม่ลอยตามลมมาติดเขาได้หรอก สิ่งเหล่านี้มันต้องมีสาเหตุ“หรือจะเป็นลางสังหรณ์”หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน การถูกเลี้ยงดูแบบลูกทะเลทำให้เขากลายเป็นฝรั่งที่เชื่อในเรื่องโชคลาง ไม่ว่าจะทำอะไร แม่ก็พร่ำสอนทุกอย่างว่าให้เคารพข้าวของสถานที่ ไม่ว่าจะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ตาม ทำให้ในทุกครั้งที่ออกทะเล หรือจะประกอบกิจการใหม่ เขาก็ไม่เคยละเว้นที่จะกระทำให้ถูกที่ถูกทางและลางสังหรณ์กับเขาก็ดูเหมือนจะเกี่ยวพันกันและกันมาโดยตลอด หรือว่าความร้อนรุ่มในจิตใจและความพิสมัยในตัวเด็กสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ จนมาถึงท่า
ไอความร้อนพุ่งวาบกระจายไปทั่วใบหน้า คิดพลางรีบหยิบปลาใส่ตะกร้าโดยไว แต่กลับถูกนวลตีมือเพราะหยิบปลาทูไปปนกับปลาอื่น จนเธอต้องหน้าเบ้ด้วยความเจ็บ และโดยอัตโนมัติที่เธอจะต้องหันไปมองดูเขา แน่นอนว่าเขามองมาและ...‘ตาบ้า! จะยิ้มทำไมนะ แค่นี้ฉันก็จะตายอยู่แล้ว ยังจะบ้ามายิ้มให้อีก คนบ้า!’ปณาลีได้แต่ระบายออกโดยการหยิบปลาลงตะกร้าเร็วๆ และก็ถูกนวลตีมือเข้าอีกจนได้ ใบหน้าก้มต่ำยิ้มแหยทั้งเจ็บที่ถูกตี และทั้งโกรธที่คนหล่อทำเรื่องให้ ก่อกวนหัวใจของเธอในยามหลับยังไม่พอ เขายังมาก่อกวนสายตาของเธอในขณะนี้อีกด้วย แล้วรอยยิ้มที่ได้รับนี่ ไม่ใช่ว่าคืนนี้เธอจะแอบเอาไปฝันอีกนะปณาลีสับสนกับความคิดวูบวาบของตัวเองและเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง นายหัวสุดหล่อก็กระโดดลงไปอยู่ในเรือประมงลำใหญ่เสียแล้ว โดยมีชายชุดดำ 3 คนยืนขนาบข้างอย่างระแวดระวังภัยเต็มที่ท่าทางนั้นทำให้เธอจินตนาการไปถึงภาพยนตร์มาเฟียของฮอลลีวูดสักเรื่อง แต่โลเคชั่นเรือประมงอย่างนี้มันน่าจะเป็นมาเฟียฮ่องกงมากกว่านะ ติดที่ว่าหน้าฝรั่งนั่นดูไม่ออกสักนิดว่ามีเชื้อสายฮ่องกงน่ะสิ และถ้าจะให้สมก็คงจะเป็นฉายา ‘นายหัวสุดหล่อกระแทกใจ’ นั่นแหละเหมาะแล้ว
เด็กสาวชาวพม่าที่ดูยักแย่ยักยันกับการคัดแยกปลา รวมทั้งเหมือนเธอจะระวังว่าผ้าถุงที่นุ่งไว้นั้นจะหลุดหรือไม่ ทำให้ไกรที่ยืนมองดูอยู่ในออฟฟิศถึงกับขำกับท่าทางนั้น ก่อนจะทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องมายืนดูพนักงานทำงานแบบนี้ หรือเพราะว่าเด็กสาวคนนี้มีอะไรผิดปกติ ‘ขาว’ ผิดปกติเหรอ เมื่อต้นขาที่โผล่พ้นผ้านุ่งขึ้นไปนั้นมันขาวมากจริงๆ ความคิดสัปดนทำให้ต้องรีบเบือนหน้าหนีแต่ยังช้าไปกว่าที่ใหญ่มองมาพอดี“พนักงานใหม่หรือพี่ใหญ่” ถามกลบเกลื่อนเมื่อเห็นสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยของใหญ่“ครับนายหัว”“มาจากไหนล่ะ”“เชียงรายครับ”“มาไกลเหมือนกันนะ แล้วถูกกฎหมายหรือเปล่าล่ะ”“มีบัตรสีชมพูมาครับ”“พี่ใหญ่อย่าลืมเอาไปตรวจสอบอีกทีล่ะ ถึงมีบัตรก็ใช่ว่าจะจริง ฉันไม่อยากมีปัญหาอีก”“ครับนายหัว แต่ไม่น่ามีปัญหาหรอกครับ เคยทำงานที่มหาชัยมาหลายปี ปัญหาน่าจะไม่ทนมากกว่าครับ ดูยักแย่ยักยันชอบกล ถ้าไม่ไหวผมก็จะส่งกลับไปที่ร้าน ตัวเล็กๆ แบบนี้น่าจะเหมาะกับที่ร้านมากกว่า”“แล้วแต่พี่ใหญ่ล่ะกัน แล้วเรื่องที่ให้ตามไปถึงไหนแล้วล่ะ”ไกรรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้ใหญ่จับสังเกตเขามากไปกว่านี้ เพรา
“ชื่ออะไรนะเรา” ใหญ่ถามเพราะอยากสัมภาษณ์เด็กสาวอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นพนักงานที่ทางร้านอาหารส่งมาให้และบอกคุณสมบัติมาแล้วว่าเด็กพูดไทยได้ดี แต่เขาก็อยากจะทดสอบดูอีกครั้ง เพราะงานคัดปลาไม่ใช่งานสบาย ทำไมเด็กนี่ถึงไม่เลือกทำงานที่ร้านอาหารมากกว่าเจาะจงว่าอยากทำงานที่แพปลานี้ และทั้งผิวพรรณ มือไม้ก็ดูบอบบางไม่น่าจะทำงานลำบากได้“เมี่ยงคำ” ภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆ ส่งออกมา แต่เด็กสาวก็ยังคงก้มหน้านิ่ง“เห็นว่าเคยทำงานที่มหาชัย แล้วทำไมออกมาล่ะ ที่โน่นน่าจะสบายกว่าที่นี่นะ พวกพ้องก็เยอะ รถรากลับบ้านก็สะดวกด้วย ทำไมถึงลงมาทำงานที่ใต้ล่ะ”“เบื่อ คนจีบเยอะ ไม่อยากมีผัว ก็เลยย้ายหนี”คำตอบของเด็กสาวที่บัตรสีชมพูระบุว่าอายุได้ 19 ปี ทำให้ใหญ่แทบสำลักกาแฟที่เพิ่งจิบเข้าไป ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างคิดไม่ถึงที่จะได้ยินประโยคนี้ สำเนียงแปร่งแบบพม่าพูดไทยนั้นเขาเคยชินดีจึงไม่รู้สึกขำขันอะไร แต่คำพูดตรงสุดๆ ของเด็กสาวทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะขำ เพราะใบหน้าของเด็กสาวที่เงยขึ้นพูดกับเขานั้นมันแทบจะมองไม่เห็นสีเนื้อของใบหน้าด้วยซ้ำ ด้วยมันถูกแทนที่จากสีเหลืองของไม้ทานาคาทั้งหมด“ฮ่า ฮ่า ฮ่า... พูดตรงมาก”“ผู
“จะบ้าไปใหญ่แล้วไกร หน้าตาหล่อนเป็นไงก็ไม่รู้ อ้วนเป็นตุ่ม สิวเขรอะ ฝ้าตรึม หรือสาวทอมมาเองก็ไม่รู้ และอีกอย่างรู้ได้ไงว่าแม่นี่ไม่คุ้นคาวโลกีย์ หล่อนอาจจะเจนสนามก็ได้ใครจะรู้ คิดอะไรไม่เข้าท่า เฮอะ!”ไกรส่ายศีรษะกับความคิดไม่เข้าท่าของตัวเอง ที่ยังไม่ทันได้เห็นหน้านักข่าวสาวตามที่นฬปบอก แต่กระแสอารมณ์บางอย่างในร่างกายก็โลดแล่นคิดกับเธอไปไกลกว่าที่ควรซะแล้ว ทั้งที่ไม่รู้สักนิดว่าแม่นักข่าวสาวนั่นเป็นยังไงกันแน่ จะสาวหรือจะแก่ จะอ้วนหรือจะผอม ขาวอมชมพู ผิวสองสี หรือว่าดำเป็นถ่าน แต่แค่คิดถึงความท้าทายที่เจ้าหล่อนกล้ามาหาข่าวถึงที่นี่เขาก็ตื่นเต้นซะแล้วหรือว่ามันจะคือความแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ของแปลกกลิ่นที่มักกระตุ้นต่อมรับความรู้สึกของเขาอยู่เรื่อย เพราะอย่างนี้แหละเขาถึงเลือกที่จะไม่กินของซ้ำ แค่ครั้งเดียวก็เกินพอสำหรับกันและกัน แต่สำหรับแม่นักข่าวคนนี้ แค่อายุพอเหมาะ หน้าตาและหุ่นพอไปวัดตอนสายๆ ได้หน่อย เขาก็จะขอชิมนักข่าวสักครั้งเถอะ จะได้ขึ้นทำเนียบว่าอีกหนึ่งอาชีพที่เขาเคยได้กินนั้น ‘อร่อย’ หรือเปล่า..ปณาลีมองดูเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองในกระจกก่อนจะยิ้มทั้งพยายามปั้นสีหน้าให้ดู
“เป็นไงบ้างไอ้ปลาไหล มุดเข้าโพรงไปกี่ครั้งกันล่ะ”เสียงเอ่ยทักดังออกมาจากมุมมืดด้านหนึ่งของตัวบ้านทำให้เจ้าของร่างสูงที่กำลังเดินลัดเลาะต้องชะงักเท้า ก่อนจะยักไหล่ว่าไม่แคร์สักนิด รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหล่ออย่างเป็นต่อก่อนจะพาตัวเองเข้าสู่ด้านในเพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่นานคนด้านนอกก็จะตามเข้ามา“ก็แค่ไม่กี่ครั้ง” เสียงทุ้มเอ่ยบอกเมื่อรับรู้ว่าคนด้านนอกนั้นตามเข้ามาแล้ว น้ำเสียงเจือไว้ด้วยความภูมิใจในประสิทธิภาพของตัวเองอยู่เต็มที่“แล้วไงคุ้มหรือเปล่า” คนถามยังอยู่ในที่มืด เช่นเดียวกับเจ้าของบ้านที่ไม่คิดจะเปิดไฟให้ความสว่าง สองร่างสูงใหญ่ไม่แพ้กันจึงยังคงยืนคุยกันอยู่ในความมืดเหมือนไม่ต้องการให้ใครรู้เห็น“คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มน่ะสิ”“ยังไง” น้ำเสียงเอ่ยถามกระตือรือร้นราวกับว่าเขามาเพราะสิ่งนี้“ไอ้มังกรมันจะไปมาเลฯ วันเสาร์”“ดี เก่งนี่หว่า ไม่เสียน้ำไปเปล่าๆ”น้ำเสียงเหมือนเอ่ยชมแต่คนฟังกลับรู้สึกเหมือนถูกประชดประชัน แต่ข่าวที่ได้มาก็ทำให้เขาอารมณ์ดีจนเห็นเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจ ที่ได้เสียน้ำแลกข่าว“ได้ข่าวแล้วก็ตามเรื่องให้ดีล่ะ ข้าเสียน้ำ เอ็งก็ควรจะเสียเหงื่อบ้าง แต่ไม่ต้องลงทุนถึงขนา







![สามีติดเซ็กส์ [PWP] + [SM25+] #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)