Mag-log inปณาลีลักไก่ว่าตัวเองเป็นคนหาข่าวได้ ไม่ใช่ว่าเพิ่งรู้จากหนูนาเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี้
“เฮ้อ! เมี่ยง...” วิทิตถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฝ่ามือตบหน้าผากตัวเอง
“เมี่ยง ดูปากพี่นะ เรื่อง มัน จบ ไป แล้ว ไม่ มี หลัก ฐาน โอเค! เข้าใจนะ! ไปๆๆ ไปทำงานได้แล้ว ข่าวที่พี่ให้หาไปถึงไหนแล้ว นี่อย่าบอกนะว่ามัวแต่ยุ่งเรื่องนี้จนลืมข่าวของพี่น่ะ ไอ้ที่ให้ทำก็ไม่ทำ ไอ้ที่ไม่ให้ทำก็จะทำ ฮึ่ม...”
วิทิตอารมณ์ขึ้นทำท่าฮึ่มๆ จะกินเลือดกินเนื้อปณาลี ส่งผลให้นักข่าวสาวรู้สึกสยองจนต้องรีบออกมาจากห้อง บก. โดยด่วน และมันคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่ออกมาเจอหนูนาอยู่นอกห้อง ปณาลีจึงต้องทำเป็นเชิดหน้ายิ้มราวกับได้รับชัยชนะอันใหญ่หลวง
“ว่าไงเมี่ยง พี่วิทิตให้เมี่ยงทำไหม” หนูนายิ้มกว้างถลาเข้ามาถามทันที
“หึ” ปณาลีสั่นหน้ายิ้มแหย
“อ้าว! ทำไมล่ะ ข่าวออกจะดัง ถ้าเราเปิดโปงพวกนั้นได้นะ หนังสือพิมพ์เราต้องได้ขึ้นแท่นยักษ์ใหญ่แน่ ไม่ต้องเป็นยักษ์ตัวน้อยตัวนิดอยู่แบบนี้”
หนูนาพูดด้วยสีหน้าจริงจังดูหวังดีสุดๆ แต่สายตานั้นจับจ้องมองแต่เพียงใบหน้าสวย หวังจะเห็นกิริยาตรงกันข้ามกับคำสั่ง และสายตามุ่งมั่นของปณาลีก็ทำให้หนูนาต้องยิ้มกว้างขึ้นไปอีก
“แต่เมี่ยงไม่ยอมหรอกพี่ เมี่ยงจะหาข่าวเองให้ได้ พี่หนูนาคอยดูสิ”
ปณาลียกกำปั้นสู้ๆ ไม่ยอมให้ความมุ่งมั่นต้องสะดุดลง ‘ข่าวสารบ้านเรา’ ก็ถือเป็นธุรกิจของครอบครัวเธอเหมือนกัน อะไรที่จะทำให้ก้าวหน้าเธอก็ควรจะทำไม่ใช่เหรอ และถ้างานนี้เธอทำได้สำเร็จ แน่นอนว่าจะไม่มีใครในเมืองไทยที่จะไม่รู้จัก หนังสือพิมพ์ ‘ข่าวสารบ้านเรา’ อีกอย่างแน่นอน
“แล้วเมี่ยงจะทำยังไง” หนูนาขยับเข้าใกล้อย่างอยากรู้อยากเห็น
“แต่พี่หนูนาต้องช่วยเมี่ยงอีกแรงหนึ่งนะ”
หนูนาพยักหน้าขยับเข้าใกล้เพื่อฟังคำบอกเล่าและเมื่อได้ฟังสิ่งที่ปณาลีบอก ใบหน้าหล่อเหลาตามเทรนด์หนุ่มเกาหลีก็แทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้ เมื่อสิ่งที่อยู่ในใจนั้นคือความลิงโลดที่สุดเพราะแผนการของเธอกำลังจะสำเร็จ งานนี้ยังไงเสียปณาลีต้องระเห็จออกจากที่นี่อย่างแน่นอนที่สุด เพราะคงไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้วิทิตเก็บนักข่าวที่บุกไปทำข่าวโดยพลการแน่ และยิ่งทางนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลของท้องถิ่น ‘ข่าวสารบ้านเรา’ คงไม่กล้าไปงัดข้อ
.
.
ดวงตาคมเข้มล้อมกรอบไปด้วยแพขนตาหนางอนงามไม่ต่างจากผู้หญิงมองตรงไปยังเหล่าคนงานมากมายกว่า 100 คน ซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติกำลังเร่งมือกันทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย บ้างก็กำลังขนตะกร้าปลาขึ้นจากเรือตามสังกัดของตัวเอง บ้างก็ออกมานั่งคัดปลาอยู่ในพื้นที่ที่จัดเอาไว้ เพื่อแยกปลาออกเป็นหมวดหมู่ก่อนจะนำไปขึ้นตาชั่ง
ความคมเข้มแต่หล่อเหลาอย่างสุดๆ เพราะเป็นลูกผสมระหว่างยุโรปกับเอเชีย บวกกับเรือนร่างที่สูงใหญ่น่าเกรงขามกว่าผู้ชายไทยทั่วไปทำให้เรือนร่างสูงใหญ่นี้เด่นสะดุดสายตาไปทุกที่ที่เขาย่างใกล้ ถ้าไม่นับแนวคิ้วสีน้ำตาลเข้มที่ขมวดเข้าหากันราวกับครุ่นคิด และลูกแก้วสีฟ้าสุกใสที่ฉายแววคร่ำเคร่งกับงานอยู่เสมอนั้น คนหล่อสุดๆ นี้ คงจะดูหล่อเหลาขึ้นกว่านี้อีก 10 เท่า
ความเคร่งเครียดอันเป็นบุคลิกประจำตัวอยู่เสมอนี้ แม้จะหล่อราวกับเทพบุตรจุติมา สาวๆ ที่แพปลาก็ยังไม่กล้าจะเงยหน้ามอง เพราะกลัวเหลือเกินเรื่องกิตติศัพท์ ความเฮี้ยบ ดุ และยึดมั่นในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ใครที่กล้าขัดคำสั่งก็อย่าหวังว่าจะได้มาเหยียบที่นี่อีก เพราะนี่คือ “แพปลาบุญโชคช่วย”
อาณาจักรแห่ง ‘นายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์’ ที่หากใครไม่ฟังคำสั่งล่ะก็ ‘ไสหัวมึงไปไกลๆ’
“วันนี้ได้กี่ตันล่ะพี่ใหญ่”
ใบหน้าหล่อคมเข้มสไตล์ฝรั่งจ๋าหันไปถาม ‘ใหญ่’ ผู้จัดการแพปลาเป็นภาษาใต้ระรัวเร็ว ชนิดที่ว่าถ้าใครที่ไม่รู้จักนายหัวไกรมาก่อนก็อาจต้องเหลียวมอง พลางแหย่หูตัวเองอีกครั้งให้ฟังชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะใครจะคิดล่ะว่าฝรั่งตัวใหญ่แบบนี้จะพูดภาษาไทยสำเนียงใต้ได้ชัดเป๊ะ ก็จะไม่ชัดเป๊ะได้ยังไงเพราะนายหัวไกรน่ะต้องสื่อสารกับ ‘แม่เกสร’ แม่ของเขาเป็นภาษาใต้น่ะสิ เพราะแม่เกสรที่เป็นสาวใต้ตาคมผมยาวและก็สวยมากๆ นั้น บอกเสมอว่า
‘เรื่องอะไรฉันจะให้ลูกพูดกลาง เป็นคนใต้ก็ต้องพูดใต้สิ พ่อมันเป็นฝรั่งก็ให้มันพูดฝรั่งกับพ่อมัน แม่มันเป็นคนใต้มันก็ต้องแหลงใต้กับแม่’
กลิ่นทองแดงกลิ่นสะตอลอยคลุ้งแค่นึกถึงคำพูดของแม่เกสรที่แม้จะอายุเข้า 50 ปี แต่เธอก็ยังแซ่บได้โล่เช่นเดิม จน ‘มิสเตอร์เคน อาดัม ลอยด์’ ต้องจับเมียสาวชาวใต้ขังไว้ที่อเมริกา นานๆ ทีถึงจะพากลับมาเยี่ยมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เมืองไทยสักครั้ง
และนอกจากนายหัวไกรแล้วนั้น ทั้งคู่ก็ยังมีลูกสาววัย 16 ปีที่แสนจะน่ารักน่าชังก็คือ ‘กะทิ บุญโชคช่วย ลอยด์’ ที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่เกรด 10 ที่อเมริกาด้วย กิจการที่เมืองไทยนี้จึงอยู่ในความดูแลของนายหัวไกรทั้งหมด
“ได้ 60 ตันครับนายหัว เมื่อคืนคลื่นลมแรง เรือลากกู้ก็เลยเข้ามาแต่เช้า พลอยได้ปลาน้อยไปด้วย พรุ่งนี้คงได้มากน่ะครับ ผมฟังข่าวกรมอุตุฯ ท่านว่าพรุ่งนี้คลื่นลมสงบ ก็น่าจะได้ถึง 100 ตันนะครับ”
เรือนร่างสูงโปร่งงามระหงในสัดส่วนไม่ต่างจากนางแบบอินเตอร์ที่เดินเยื้องกรายเข้ามาภายในร้านกาแฟสุดหรู ทำให้ผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกต่างหยุดสายตาไว้ที่เจ้าหล่อนราวกับถูกสะกดและแค่เพียงเจ้าของใบหน้าสวยเก๋สไตล์สาวลูกครึ่งบรรจงถอดแว่นตายี่ห้อดังออกเท่านั้น ทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ก็แทบจะละลายแดดิ้นลงตรงหน้า เพราะดวงตาสวยหวานที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตนั้นช่างงดงามไม่ต่างจากดวงดาวที่พร่างพราวอยู่บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน ผิดแต่ว่า ณ ขณะนี้ ดวงดาวงดงามนั้นมาปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว นางฟ้าไฮโซที่อยู่ในเครื่องแต่งกายแบรนด์หรูหัวจรดเท้าเลือกสั่ง ‘คาเฟ่ มอคค่า’ เพื่อฆ่าเวลาขณะรอคอยใครบางคนมารับ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์คู่ใจออกมาเช็กสถานะว่าใครคนนั้นใกล้มาถึงแล้วหรือยัง แต่แล้วที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามที่มีคนมาจับจองก็ทำให้ใบหน้าสวยต้องระบายไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะค้างอยู่อย่างนั้น เพราะคนที่คาดคิดว่าใช่... กลับไม่ใช่ แต่คนที่ไม่คิดว่าจะได้พบ... กลับมาอยู่ตรงหน้า “ทำไม ดีใจที่เห็นพี่จนพูดไม่ออกเลยเหรอ”นฬปเอ่ยทักทั้งที่เขาก็เป็นอีกคนที่แทบอยากจะหยุดหายใจ เพียงแค่มองเ
บทส่งท้าย ‘นางมารร้ายที่รัก’ .. ฝ่ามือเล็กๆ ที่ไต่ไปมาตามใบหน้า เริ่มจากเปลือกตาที่หลับพริ้ม ปลายจมูกโด่ง สองแก้ม และริมฝีปากสีแดงสดทำให้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาต้องคลี่รอยยิ้มอย่างมีความสุขที่สุดออกมา ก่อนจะรวบฝ่ามือน้อยๆ นั้นไว้พร้อมกับพรมจูบซุกไซ้ให้เจ้าของมือน้อยนั้นจั๊กจี้และส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างถูกใจ “อิอิ... แด๊ดอย่าทำคริส อิอิ... คริสจั๊กจี้ อิอิ...”เด็กชายตัวอ้วนป้อมวัย 4 ขวบกว่าที่หัวเราะคิกคักอยู่บนอกแกร่งของผู้เป็นพ่อ ยังคงหัวเราะอย่างชอบใจ แม้จะจั๊กจี้จริงตามปากว่า แต่เขาก็รู้สึกสนุกและมีความสุขมากที่สุดที่ได้แกล้งพ่อให้ตื่นขึ้นมาในทุกๆ เช้า“ก็แด๊ดอยากแกล้งลูก ทีลูกยังแกล้งแด๊ดได้เลย” ไกรตอบยิ้มๆ พลางลุกขึ้นตวัดรัดร่างอ้วนป้อมของลูกชายขึ้นนั่งบนตัก ก่อนจะหอมแก้มแดงสุกปลั่งทั้งสองข้างสลับไปมา พร้อมกับกดเคราสากให้ลูกชายจั๊กจี้มากขึ้น“ไม่เอาๆ ไม่เอาแล้ว แม่คร้าบ... แด๊ดแกล้งคริสอีกแล้ว แม่คร้าบ... แม่สุดสวย... แม่คร้าบ... อิอิ...”ปณาลีก้าวเข้ามาในห้องนอนตามเสียงร้องเรียกของลูกชาย และก็ได้เห็น ‘เด็กชายกฤษณ์ หรือ คริส บุญโชคช่วย ลอยด์’ นายหัวน้
ไกรทอดสายตามองเมียรักกับน้องสาวของเขา ที่สุดท้ายแล้วความดีของปณาลีก็ทำให้กะทิยอมรับพี่สะใภ้คนนี้ทั้งหัวใจ หากเฮียมังกรยังอยู่เขาคงต้อง ‘ขอบคุณ’ และทำดีต่อกันให้มากขึ้นเพื่อหวังว่าความบาดหมางเมื่อครั้งรุ่นพ่อแม่จะเบาบางลงได้บ้าง แต่เฮียมังกรก็ไม่อยู่ให้เขาขอบคุณซะแล้ว เพราะข่าวที่นฬปบอกแก่เขาก็คือเฮียมังกรตรงไปหามุกดาด้วยความเป็นห่วงเพราะกลัวมุกดาจะถูกซัดทอดว่าเป็นคนล่อลวงให้ปณาลีกับกะทิออกมาจนติดกับดัก แต่กลับไปพบมุกดากำลังเริงรักอยู่กับยุทธอย่างถึงพริกถึงขิง ด้วยความแค้นเฮียมังกรจึงยิงทั้งสองทิ้ง แต่ยุทธที่ยังไม่ตายในทันทีกลับยิงสวนทำให้เฮียมังกรตายคาที่ ส่วนยุทธนั้นก็ถูกลูกน้องของเฮียมังกรที่ติดตามไปด้วยยิงไม่เลี้ยง ตายตกตามกันไปทั้ง 3 คนและอีกสิ่งหนึ่งที่ทั้งเขาและปณาลีสัมผัสได้ก็คือ เฮียมังกรรู้สึกผิดที่อาจทำให้ปณาลีแท้งลูก อย่างน้อยในหัวใจของคนชั่วก็ยังมีความดีอยู่บ้าง เขาจึงถือว่าเฮียมังกรได้ชดใช้ในสิ่งที่ก่อเอาไว้กับเขาแล้ว ไม่ติดใจจะผูกใจเจ็บไปถึงชาติไหนทั้งนั้น“ไงครับคุณแม่แสนซน ท้องแค่ 3 เดือนกว่า น้ำหนักขึ้นไป 10 กิโลแล้วมั้ง หรือไงกะทิ ให้พี่เมี่ยงกินแต่ของหวานเดี๋ยวพี่
ปณาลีถูกพาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพราะอาการของเธอเพียบหนักจากการเสียเลือดมาก โดยมีไกรและสารวัตรนฬปเฝ้ารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างใจจดจ่อ ก่อนที่เคน เกสรและกะทิจะตามมาสมทบ “หนูเมี่ยงจะต้องไม่เป็นอะไรลูก หนูเมี่ยงต้องปลอดภัย”เกสรปาดน้ำตาจากใบหน้าของลูกชาย ไม่เคยสักครั้งที่จะเห็นไกรมีความทุกข์หนักขนาดนี้ อ้อมกอดของแม่จึงโอบกอดร่างสูงใหญ่ที่สั่นสะอื้นเอาไว้พลางลูบหลังลูบไหล่ให้กำลังใจกับเขา ยิ่งเห็นลูกเจ็บปวดคนเป็นแม่อย่างเธอยิ่งเจ็บปวดมากกว่า เพราะในห้องฉุกเฉินนั้น คุณหมอกำลังช่วยเหลือทั้งลูกสะใภ้และหลานน้อยๆ ของเธอ“แม่ครับ เมี่ยงกับลูกของผม...”“ทั้งสองคนต้องปลอดภัย ไกรต้องเข้มแข็งนะลูก เพื่อลูกเพื่อเมียของเรา”เคนมองลูกชายที่สั่นสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของเมียรัก หัวใจของคนเป็นพ่อเจ็บปลาบจนทนไม่ไหวอีกแล้ว เขายอมทุกครั้งตามที่เกสรร้องขอ ไม่อยากให้เขามีเรื่องกับไอ้มังกรเพราะเรื่องหนหลังเป็นสาเหตุ แต่ครั้งนี้คงยอมไม่ได้จริงๆ“แด๊ดคะ! แด๊ดจะไปไหน แด๊ด! แม่คะ! แด๊ด! พี่ช่อน!” กะทิร้องเสียงหลงเมื่อพ่อผละเธอออกห่างก่อนจะรีบเดินออกไปที่ไหนสักแห่ง ซึ่งจากแรงที่ดันเธอออกจากอ้อมอกนั้นคง
“เอาตัวฉันไปแลกกับเธอ แกจะทำยังไงกับฉันก็ได้ แต่อย่าทำอะไรเธอ ฉันขอร้อง”เสียงทุ้มข่มอารมณ์เต็มที่ดังออกมาจากร่างสูงใหญ่ทำให้ทุกคนในพื้นที่ถึงกับสะอึกเข้าไปในหัวอก ยกเว้นแค่ไอ้มังกรกับพรรคพวกที่แสดงความสะใจออกมาอย่างเต็มที่ ที่ทำให้นายหัวไกรมีวันนี้จนได้ วันที่ต้องก้มหัวให้กับศัตรูเพียงเพราะต้องการรักษาหัวใจเอาไว้“ฮ่า ฮ่า ฮ่า... ตอนแรกอั๊วก็อยากทำตามนั้นว่ะ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว เห็นลื้อตายทั้งเป็นแบบนี้ มีความสุขที่สุด ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”คำตอบของไอ้มังกรทำให้ไกรต้องยืนกำหมัดแน่นจนกายแกร่งสั่นไปทั้งร่าง เมื่อทำได้แค่มองดูไอ้มังกรลากปณาลีเข้าไปในรถตู้ของมันโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะดวงตาฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตาของปณาลีนั้นคล้ายจะยิ้มให้กับเขาดั่งจะบอกว่า นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว“ไกร! ขึ้นมาเร็ว!” และเสียงของนฬปพร้อมรถยนต์คู่ชีพที่มาจอดเทียบก็ทำให้ภวังค์ความทุกข์ของเขามลายลง.. “ไปไหนดีครับเฮีย”คนขับรถหันมาถามเสียงรัวเร็ว เมื่อเฮียมังกรสั่งให้ออกรถแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหนและภาพที่สะท้อนจากกระจกมองข้างก็เห็นว่ารถของนายหัวไกรกำลังจี้ตามมาอย่างติดๆ“หาทางลัดเลาะหนีให้พ้นพวกมันให้ได้” มั
“พวกนายยิงคุ้มกันให้ด้วย ฉันจะไปช่วยเมียกับน้อง” “ครับนายหัว!” หนึ่งในทหารรับจ้างชาวยุโรปที่ไกรว่าจ้างให้มาทำงานนี้โดยเฉพาะรับคำพร้อมสาดกระสุนใส่ลูกน้องเฮียมังกรไม่ยั้ง ด้วยเป็นมืออาชีพที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพื่อเปิดเส้นทางให้นายหัวไกรรีบไปช่วยเมียและน้องสาวที่วิ่งหนีไปอีกทาง ปณาลีพากะทิวิ่งลัดเลี้ยวไปตามเส้นทางที่คิดว่าน่าจะตรงไปด้านหน้าของแพปลา เพราะมีช่องทางให้รถเข้าออก ยิ่งได้ยินเสียงปืนไล่หลังก็ยิ่งต้องวิ่งให้เร็วมากขึ้น ก่อนจะนิ่วหน้าพร้อมทรุดร่างลงโดยเร็วจากการการเจ็บจุกที่หน้าท้อง “พี่เมี่ยง! ไหวไหม” “กะทิ... กะทิหนีไปก่อน ไม่ต้องห่วงพี่” ฝ่ามือกอบกุมหน้าท้องเอาไว้ ความรู้สึกแปลกๆ กับลางสังหรณ์รุนแรงกำลังจู่โจมเข้าสู่หัวใจ แต่เธอก็ต้องทำให้กะทิรอดไปให้ได้ “กะทิหนีไป ไม่ต้องห่วงพี่ หนีไปก่อน” “ไม่! กะทิจะไม่ทิ้งพี่เมี่ยง เราต้องรอดด้วยกัน” แม้ปณาลีจะยืนยันให้เธอหนี แต่กะทิก็ไม่สามารถทำได้ เพราะสีหน้าของปณาลีในเวลานี้มันคือคนที่กำลังได้รับความเจ็บปวด “ไม่!
“พี่แกล้งน้องมุกที่ไหนกันครับ พี่กำลังทำให้น้องมุกมีความสุขต่างหาก หรือไม่จริงๆ ล่ะ” ใบหน้าหล่อรุกเข้าใกล้พลางเอาเคราสากลากไล้ขึ้นลงไปตามเนินหน้าอกขนาดใหญ่ของแม่สาวนักรักแห่งเมืองน้ำเค็ม“อื้อ... พี่ไกรอะ”“อื้ออะไร เร็วๆ หรือ ช้าๆ”“มุกไม่พูดด้วยแล้ว”“หึหึ... ไม่พูดหรือไม่มีแรงจะพูดกันแน่”มุกดาส
“เชอะ! คิดว่าหล่อตายล่ะ หล่อแล้วไง อย่านึกนะว่าฉันจะแพ้ทางคนหล่อ ไม่มีทางซะล่ะ ยังไงฉันก็จะต้องเปิดโปงเรื่องที่คุณปกปิดไว้ให้ได้ ไม่ต้องมาใช้ความหล่อมาล่อหลอกฉัน ฉันไม่มีทางยอมคุณแน่” ปณาลีบ่นพึมพำอยู่คนเดียว หน้างอง้ำราวกับโกรธคนที่รบกวนความคิดของเธอตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงตอนน
‘คดีนี้ปิดไปแล้วนะครับ ผู้ต้องหาก็รับสารภาพแล้วว่าที่ซัดทอดนายหัวไกรเพราะต้องการหาคนรับผิดร่วม และเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูแล้วก็ไม่พบความเกี่ยวข้องของนายหัวไกรกับเจ้าของเรือประมงเลย คุณนักข่าวยังจะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกรอบเพื่ออะไรครับ คุณนักข่าวมีหลักฐานอื่นหรือไม่แน่ใจในการทำงานของเจ้าหน้าท
‘ข้ารู้จักแม่ข้าดี แม่จะไม่มีทางให้ใครมาลูบคมแน่นอน ไอ้มังกรมันผูกใจเจ็บที่แม่ข้าเลือกแด๊ดไม่เลือกมัน มันเลยกัดข้าไม่ปล่อย และถ้ามันอยากกัด ข้าก็จะให้มันกัด มันอยากให้ข้าค้ามนุษย์ ข้าก็จะค้าอย่างที่มันต้องการ และแกก็มีหน้าที่ซ้อนแผนมัน กัดมันให้จมเขี้ยวด้วย อย่าให้มันมาทำเรื่องชั่วๆ บนแผ่นดินไทยได้







