Masukหลังออกมาจากมิติพิเศษซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของถิงถิงแล้ว เธอพบว่ายามนี้เป็นเวลาเย็นย่ำ แสงอาทิตย์โรยราเตรียมลาลับขอบฟ้า กระเพาะน้อยๆส่งเสียงร้องประท้วงทันที
‘โครกกก ครากกก’
“โอยย หิว” ถิงถิงบ่น เธอเดินตรงกลับถ้ำที่พักในความทรงจำอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางเธอได้พบเห็นมนุษย์สัตว์มากมาย บางตัวมีสภาพเหมือนมนุษย์ปกติธรรมดาทั่วไป
บางตัวมีหูมีหางฟูๆ โผล่ออกมา บางตัวมีปีกติดอยู่ด้านหลัง และยังมีบางตัวที่หน้าตาคงไว้ซึ่งรูปสัตว์ อย่างจิ้งเหลนนั่นสมกับเป็นไอ้หน้าจิ้งเหลนจริงๆ มันแลบลิ้นแผล็บแผล็บออกมาด้วย
ก่อนจะนึกถึงตัวเองซึ่งเธอมีจิตวิญญาณเป็นจิ้งจอกแดงเพลิง ไม่มีหางเพราะพิการ มีหูนุ่มนิ่มสีแดงเพลิงแซมขาวอยู่บนหัว
หลังเธออาบน้ำสระผมพยายามสางให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วจึงรู้ตัวว่ามีอะไรแบบนี้ด้วย ก่อนหน้านี้ผมยุ่งฟูฟ่องของเธอบดบังหูจิ้งจอกเสียมิดทีเดียว ถิงถิงคิดพลางยกมือขึ้นจับหูตัวเองรู้สึกไม่ชินที่มีมันอยู่
[เจ้านายคะ ความจริงหากคุณต้องการสามารถเก็บหูสัตว์เอาไว้ได้ แต่คุณต้องมีพลังวิญญาณมากกว่านี้นะคะ] เหมียวเหมี่ยวเห็นท่าทางของถิงถิงแล้วก็คิดคาดเดาใจเธอ
“ไม่จำเป็นหรอก ฉันอยู่ในสภาพใดก็ได้ทั้งนั้นแหละ แต่แปลกแฮะทำไมคนพวกนั้นถึงจ้องมองฉันราวกับเป็นตัวประหลาดล่ะ พวกเขาทุกตัวต้องรู้จักฉันดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
“จ้องเอา จ้องเอาแบบนั้นเดี๋ยวแม่ก็เก็บตังค์เสียหรอก” ถิงถิงไม่คุ้นเคยและไม่ค่อยชอบใจนักที่มีคนมาจ้องมองเธอแบบนี้
[เรียนเจ้านาย พวกเขาทุกตัวรู้จักท่านดีอยู่แล้ว แต่ที่จ้องกันแบบนั้นเพราะเขาไม่เคยเห็นท่านในสภาพที่สะอาดเอี่ยมอ่องยังไงล่ะคะ]
“อืมจริงสิ หลังเธออาบน้ำก็ไม่ได้ดูอัปลักษณ์มากเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว แค่ขี้เหร่น้อยหน่อยอ่ะนะ”
[เจ้านายคะ ตอนนี้สภาพร่างกายและรูปโฉมหน้าตาของคุณไม่เรียกว่าขี้เหร่น้อยหน่อยนะคะ ยังคงอัปลักษณ์และขี้เหร่มากอยู่ดี]
[เยว่ถิงถิง สถานะ : มนุษย์สัตว์เผ่าจิ้งจอก
จิตวิญญาณ : จิ้งจอกแดงเพลิงหางกุด (พิการไร้ความสามารถ)
พลังวิญญาณระดับ 1-10 : 0 (พร้อมตายหากไม่มีคนปกป้อง)
ความสามารถพิเศษ : ไม่มี (นอกจากอยู่เฉยๆก็มีคนรังเกียจ)
รูปโฉมหน้าตา : อัปลักษณ์สุดๆ (คือขี้เหร่โคตรๆๆๆๆนั่นแหละ)
น้ำหนัก : 180 กิโลกรัม (อีกนิดเดียวจะอายุน้อยสองร้อยโลแล้ว)]
“…” เห็นหน้าจอที่เหมียวเหมี่ยวแสดงคุณสมบัติของตัวเองออกมาถิงถิงถึงกับพูดไม่ออก
‘ไอ้ภายในวงเล็บนั่นไม่จำเป็นไหม’ ถิงถิงคิ้วกระตุกขึ้นมาทันที
[นั่นเพื่ออธิบายความเป็นตัวคุณให้ตระหนักรู้และเข้าใจมากขึ้นนะคะ เจ้านายจะได้ตั้งใจฝึกฝนปรับปรุงตัวเองอย่างไรล่ะ] เหมียวเหมี่ยวเอ่ยหน้าตาย
ถิงถิง “...”
‘ไอ้จิ้งจอกหน้าตาย น่าตายจริงๆ’ ถิงถิงคิด ตั้งใจให้ระบบได้ยิน แต่มันกลับทำเป็นหูทวนลม
“ฉันเห็นเธอแล้วคนอื่นเห็นเธอด้วยไหม” ถิงถิงเปลี่ยนเรื่อง
[ไม่เห็นค่ะ ฉันตั้งสถานะให้คุณเห็นได้เพียงคนเดียวเท่านั้น]
“ดีแล้วล่ะ ขืนเห็นจิ้งจอกน้อยลอยตัวไปมารอบตัวฉันแบบนี้ มนุษย์สัตว์พวกนั้นคงมองฉันประหลาดยิ่งกว่าเดิม”
ถิงถิงเอ่ยก่อนพยายามหลีกเลี่ยงผู้คนและรีบเดินเร็วขึ้น แต่ทำได้ไม่เร็วนักเพราะน้ำหนักตัวเธอที่เกือบถึงสองร้อยกิโล มันทำให้เธอไม่คล่องตัวทั้งยังรู้สึกเหนื่อยง่ายอีกด้วย
‘ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องเร่งลดน้ำหนักฝึกฝนร่างกายอ่อนแอนี่เสียใหม่ แค่เดินไม่กี่ก้าวก็รู้สึกเหนื่อยแล้วแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ’
‘เหมียวเหมี่ยว ฉันขอซื้อยาลดความอ้วน 2 ขวด’
‘อ้ะไม่สิ 1 ขวดพอ ฉันลืมไปว่าซื้อมีดแล้วเหลือคะแนนแค่ร้อยเดียว เฮ้อช่างจนจริงๆ เอาของใส่มิติฉันนะ’
[จัดให้ค่ะ] ระบบดำเนินการทันทีพร้อมคะแนนที่ลดลงจากเริ่มแรก 200 เหลือ 50 คะแนน
[เจ้านายเริ่มทำภารกิจหลักสิคะ พิชิตใจสามีสัตว์ให้ได้คุณจะได้รับคะแนนเรื่อยๆและน่าพอใจทีเดียว] ระบบทำหน้าที่ชักจูงถิงถิงเข้าสู่ภารกิจหลักอีกครั้ง
“ตอนนี้ฉันหิว ไม่อยากทำภารกิจอะไรทั้งนั้นแหละ” ถิงถิงเอ่ยทั้งหิวและหงุดหงิดที่ถูกคนมองและซุบซิบนินทาไปทั่ว
ซึ่งดูเหมือนเจ้าของร่างเดิมจะไม่ใส่ใจเรื่องนี้นัก แต่ถ้าใครพูดมากหน่อยเธอก็เดินเข้าไปลงมือเลย ตบก่อนได้เปรียบซึ่งถิงถิงเห็นด้วยในบางกรณีเท่านั้นนะ
“นั่นถิงถิงนี่ ทำไมถึงอาบน้ำได้ล่ะ”
“จริงด้วย อาบน้ำจริงๆ”
“นั่นสิ พอสะอาดสะอ้านแล้วก็ดูดีขึ้นมาหน่อยนะ”
“อึ๋ยย ก็ยังอัปลักษณ์อยู่ดีนั่นแหละ”
“ใช่ๆ ยังมีกลิ่นสาบโชยออกมาอยู่ดี”
“ได้ยินว่าช่วงบ่ายเธอไปหาเรื่องสามีเงือกมาด้วย”
“ใช่แล้ว เงือกนั่นโวยวายไปฟ้องหัวหน้า เห็นพูดว่าจะเลิกล้มพันธสัญญาคู่ครองด้วยล่ะ”
“อะไรกันเพิ่งแต่งงานเข้ามาได้สามสี่เดือนกระมัง จะยกเลิกพันธสัญญากันแล้วเหรอ”
“นังคนนี้ปกติก็ชอบทรมานสามีสัตว์ของตัวเองอยู่แล้ว ได้ยินว่าวางยาคิดบังคับขืนใจสามีด้วยนะ”
“ทำขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ใช่คงเพราะสามีสัตว์ตัวอื่นไม่ยอม เลยไปลองหลอกล่อสามีใหม่กระมัง”
“เลวร้ายจริงๆ”
ถิงถิงทำเป็นไม่ได้ยินที่มนุษย์สัตว์รอบตัวนินทาเธอ ยกเว้นเรื่องที่เสิ่นมู่เฉินกำลังทำในตอนนี้ สามีสัตว์คนที่ห้าเงือกหนุ่มที่โดนเจ้าของร่างเดิมวางยาเพื่อขืนใจ กำลังสร้างเรื่องใหญ่ให้เธออยู่
หลังพูดคุยเรื่องงานกับหัวหน้าเผ่า รองหัวหน้าและหมอผีกู่เสร็จ ถิงถิงและเหล่าสามีสัตว์ก็มาดูความเรียบร้อยของสวนผัก ซึ่งผลัดเปลี่ยนเวรยามและผู้ดูแลเพาะปลูกอย่างเป็นระเบียบแบบแผนรวมไปถึงฟาร์มสัตว์เลี้ยงก็มีการจัดสรรแรงงานของชาวเผ่ามาช่วยดูแลอย่างดีพืชผักผลไม้ที่นำมาเพาะปลูก ได้จากต้นกล้าที่ถิงถิงเพาะเลี้ยงด้วยธารน้ำพุวิเศษจนเติบโตแข็งแรงดีมากข้าวโพด ถั่วเหลือง ฟักทอง ถั่วลันเตาและมันฝรั่งล้วนขยายพันธุ์ได้ดี อีกไม่นานก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้“หน้าปลื้มใจจริงๆ” ถิงถิงเอ่ยอย่างพอใจ“ถิงถิง พืชพวกนี้ทำอาหารอร่อยไหม” มู่เฉินถามนัยน์ตาเป็นประกาย“อร่อยทุกอย่าง ข้าวโพดเอามาย่างหรือต้มก็อร่อย จะนำมาปรุงอาหารหรือทำขนมก็ได้”“ส่วนถั่วเหลืองเอามาทำน้ำและเนื้อเต้าหู้ถือเป็นของกินชั้นยอดปรุงอาหารได้หลายอย่าง จะนำมาทำขนมอร่อยๆก็ได้เหมือนกัน”“ฟักทองก็อร่อยไม่แพ้พืชชนิดอื่น ถั่วลันเตาเอามาผัดใส่กระเทียมหวานสดกรอบมากเลย ส่วนมันฝรั่งเอามาผัด ทอด ต้มซุป จะอบจะเผาล้วนได้ทั้งนั้น รสชาติดีมากเ
ถิงถิงนำน้ำตาลบีทมาให้หัวหน้าเผ่ากับหมอผีกู่ได้ลองชิมดู ผู้อาวุโสทั้งสองมีสีหน้าท่าทางประหลาดใจไม่น้อย“ถิงถิง ลูกบอกว่าน้ำตาลนี่ทำมาจากเจ้าหัวพืชนี่น่ะหรือ” เมิ่งสือถามบุตรสาวมองหัวบีทและจ้องน้ำตาลก้อนสี่เหลี่ยมสลับกันไปมา“ใช่ค่ะพ่อ ต่อไปหนูจะให้เผ่าเราปลูกต้นบีทและทำน้ำตาลไว้ใช้สอย รวมทั้งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับเผ่าอื่น”“ดี ดีมากเลย เป็นสินค้าไม่เหมือนที่ไหนและไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน เก่งมากหลานลุง” หมอผีกู่ชื่นชม ทุกคนยิ้มภาคภูมิใจในตัวถิงถิง“ลูกอยากทำอะไรก็ลงมือได้เต็มที่ ตอนนี้แปลงปลูกผักรวมทั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์ก็เป็นไปได้ด้วยดี ฤดูหนาวปีนี้ชาวเผ่าเราคงไม่ต้องอดอยากถึงขั้นล้มตายอีก” เมิ่งสือเอ่ยอย่างมีความสุข“ใช่ค่ะพ่อเรามีพืชผักผลไม้มากมาย พืชที่หนูเอามาให้เพาะปลูกเพิ่มเติมทั้งข้าวโพด ฟักทอง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตาและมันฝรั่ง ล้วนเป็นพืชที่เทพสัตว์ชี้ทางให้หนูนำมาทั้งนั้น”“ล้วนเป็นพืชมีประโยชน์ทำให้อิ่มท้องและนำไปปรุงอาหารได้หลายอย่างเลยล่ะค่ะ”“ฟาร
ถิงถิงพยักพเยิดให้หลิวหยางมองไปทางด้านหลัง ซึ่งรั่วเหรินบุตรีรองหัวหน้าเผ่ากำลังเดินเข้ามาพร้อมจ้องเขาตาเป็นประกาย“คนรักนายมาหาถึงที่แล้วไงล่ะ ดังนั้นฉันไม่รบกวนเวลานายดีกว่า” ถิงถิงเอ่ยกับหลิวหยางที่ตะลึงไปเล็กน้อย เมื่อเห็นรั่วเหรินเดินเข้ามาหาเขา“รั่วเหรินเธอมีธุระอะไรกับฉันเหรอ” หลิวหยางถามออกไป“อาหยางฉันมีเรื่องจะคุยกับนายน่ะ แล้วยังทำของอร่อยมาให้นายกินด้วยนะ” รั่วเหรินกล่าวพร้อมรอยยิ้มสดใส ยื่นนกคุกคูย่างไปเบื้องหน้าหลิวหยาง“เธอมีเรื่องอะไรก็พูดมา ส่วนนกคุกคูเธอเก็บไว้กินเองเถอะฉันอิ่มแล้ว” หลิวหยางปฏิเสธ รั่วเหรินหุบยิ้มลงทันทีก่อนจะมองไปทางถิงถิงแวบหนึ่ง“หลิวหยางฉันอยากคุยกับนายส่วนตัวได้ไหม”“ถิงถิงเธอคงไม่ว่าอะไรหรอกนะ” รั่วเหรินหันไปถามถิงถิงสีหน้าท่าทางเหนือกว่า“เชิญตามสบายเถอะ” ถิงถิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ หลิวหยางกำหมัดแน่น“อาหยางถิงถิงก็อนุญาตแล้ว นายไปคุยกับฉันทางนู้นเถอะนะ” รั่วเหรินหันมาเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวาน
หลังทานมื้อกลางวันเสร็จทุกคนก็มาเตรียมทำน้ำตาลจากหัวบีทที่ถิงถิงเก็บมาได้“เจ้าหัวบีทอะไรนี่จะทำน้ำตาล ให้รสชาติหวานเหมือนน้ำผึ้งได้จริงๆงั้นเหรอ” มู่เฉินถามอย่างตื่นเต้น“ได้สิ เดี๋ยวทำเสร็จแล้วนายชิมดูก็จะรู้เอง” ถิงถิงเอ็นดูเงือกน้อยที่อยากรู้อยากเห็น ตื่นตาตื่นใจง่ายเหลือเกิน“ดีๆๆ อยากชิมแล้ว เรารีบทำกันเถอะ”“อืม”จากนั้นถิงถิงกับสามีสัตว์ทั้งสี่ก็ช่วยกันล้างหั่นทำความสะอาดหัวบีทก่อนนำไปต้มเคี่ยวจนหัวบีทสุกเปื่อยได้น้ำหวานออกมาลำดับถัดไปก็กรองด้วยผ้าผืนบางสะอาดเหลือเพียงน้ำสีน้ำตาลใสแล้วจึงนำมาเคี่ยวต่อจนข้นนำน้ำตาลบีทข้นๆใส่ลงในแผงไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งเป็นแม่พิมพ์ที่ถิงถิงให้หลี่เจี๋ยทำให้ขั้นตอนต่อมาเธอก็ให้หลี่เจี๋ยใช้พลังพิเศษทำน้ำตาลข้นเหนียวให้แห้งจับตัวกันเป็นก้อน แล้วจึงยกแม่พิมพ์ออกหั่นน้ำตาลบีทเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า“ลองชิมดูสิ” ถิงถิงหยิบน้ำตาลบีทให้มู่เฉินชิม ขณะที่เธอเองก็เอามากัดกินก้อนหนึ่ง“โอ๊ะหวาน หวานมากเลย คล้ายน้ำ
หลิวหยางที่ไม่รู้เรื่องมิติพิเศษของถิงถิงถึงกับตกตะลึงตาค้าง เมื่อเห็นถุงใส่หอยนางรมขนาดใหญ่สองถุงหายวับไปกับตา“นะนี่เธอ เธอมีมิติพิเศษด้วยหรือ? ได้ไงกัน? พลังวิญญาณเธอไม่ใช่ระดับสองหรอกรึ?” หลิวหยางถามด้วยสีหน้างุนงง ก่อนนึกเอะใจอะไรบางอย่างใช้พลังตรวจสอบถิงถิงดู‘อะไรเนี่ยตัวเมียนี่มีพลังวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม แต่ก็เป็นเพียงระดับสามยังไม่ถึงระดับสี่เสียหน่อย เหตุใดจึงมีมิติพิเศษได้ล่ะ’ หลิวหยางคิดอย่างงุนงง“เธอมีพลังวิญญาณระดับสามตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วมิติพิเศษมาได้ไง เธอยังไม่ถึงระดับสี่ขั้นต่ำสุดในการมีพลังมิติเลยนะ” หลิวหยางถามถิงถิง“ระดับพลังวิญญาณฉันเพิ่งเพิ่มขึ้นมาไม่นานนี้ ส่วนพลังมิติก็เป็นเทพสัตว์ที่ประทานมาให้” ถิงถิงตอบน้ำเสียงราบเรียบ“เอาล่ะฉันมีงานต้องทำอีกเยอะ ขอตัว” ถิงถิงพูดจบก็เดินออกไปเลย ปล่อยให้หลิวหยางมีสีหน้าตกตะลึงคาดไม่ถึงยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น‘เป็นไปได้ยังไงกัน ตัวเมียนี่เลื่อนระดับพลังวิญญาณเร็วถึงเพียงนี้เลยเหรอ หรือว่าเทพสัตว์จะประทานพร
เงือกเพศผู้ที่มาส่งหอยนางรมให้ถิงถิงแนะนำตัวเองว่าชื่อโม่จื่อหยาง เป็นคนสนิทข้างกายไห่หนานพี่ชายมู่เฉิน ได้รับคำสั่งให้มาส่งของวันนี้“ขออภัยที่คุณหนูซูเหยาเสียมารยาทนะครับ” จื่อหยางเอ่ยอย่างเคอะเขิน เขาเพิ่งเคยเจอถิงถิงครั้งแรกไม่นึกว่าเธอจะแตกต่างจากข่าวลือที่ชาวเผ่าจิ้งจอกพูดกันหรือพูดง่ายๆคือข่าวที่มาจากปากซูเหยาเล่าต่อให้ไห่หนาน รวมทั้งพ่อแม่มู่เฉินและผู้คนในเผ่าเงือกฟังนั่นเองซูเหยาบอกทุกคนว่าถิงถิงเป็นจิ้งจอกอัปลักษณ์เอาแต่ใจเห็นแก่ตัว ชั่วร้าย ทุบตีทำร้ายด่าทอสามีสัตว์ตัวเองเป็นประจำ เหล่าสามีสัตว์ที่ผูกพันธสัญญาด้วยล้วนรังเกียจเธอกันทั้งนั้นแต่ที่เขาเห็นบุตรสาวหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกก็ไม่ได้อัปลักษณ์เสียหน่อย เพียงรูปร่างใหญ่โตเจ้าเนื้อไม่บอบบางเหมือนเพศเมียเผ่าเงือกโดยทั่วไปเท่านั้น อีกทั้งสามีสัตว์ที่ซูเหยาบอกว่ารังเกียจเธอ ก็ยังออกหน้าปกป้องอยู่นี่ไม่ใช่เหรอ ท่าทางเขาเอาใจใส่เยว่ถิงถิงผู้นี้ดีออก&nbs







