LOGIN“เหมียวเหมี่ยวเป้าหมายของฉัน สามีสัตว์ที่เธอบอกมีกี่คน?” ถิงถิงถามระบบ ขณะเดียวกันก็เริ่มหวั่นใจในคำตอบ [สามีสัตว์ของเจ้านายเป็นชายหนุ่มระดับพรีเมียมจำนวน 5 รายค่ะ] “ห๊าา!! ฉันไม่เคยมีสามีมาก่อน พอมีทีก็ห้าคนเลยเรอะ!” ถิงถิงเริ่มรู้สึกเหมือนสติตัวเองกำลังจะหลุดลอยออกจากร่างอีกครั้ง
View Moreณ.ชายแดนประเทศเอ็มซึ่งอยู่ในสภาวะศึกสงคราม เยว่ถิงถิงแพทย์ทหารประจำกองทัพสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมกับกองกำลังส่วนหนึ่งอาสาเดินทางมาช่วยเหลือประเทศกลุ่มพันธมิตร
ยามนี้ศึกสงครามแย่งชิงทรัพยากรระหว่างประเทศโลกที่สามกำลังดุเดือด ถิงถิงกำลังรักษาผู้บาดเจ็บจากการสู้รบอย่างขะมักเขม้น
“ถิงเอ๋อ วางมือเถอะเขาไม่รอดแล้ว เราต้องรีบถอยเดี๋ยวนี้” เพื่อนทหารร่วมค่ายตะโกนเรียกถิงถิง
“ฉันยังรักษาชีวิตเขาได้เชื่อเถอะ ขออีกสิบนาที” ถิงถิงไม่ยอมถอดใจจากร่างผู้บาดเจ็บที่ถูกยิงทะลุช่องท้อง มีเลือดหลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย เธอรีบห้ามเลือดผู้บาดเจ็บทันที
เพื่อนทหารของเธอมีสีหน้าท่าทางลำบากใจ เพราะเสียงวิทยุสื่อสารแจ้งว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังรุกเข้ามาใกล้เพื่อยึดพื้นที่ ต้องรีบถอยทันที
แต่เขาเข้าใจในความเป็นแพทย์ของถิงถิงที่ต้องการรักษาทุกชีวิตเอาไว้ตราบที่ยังมีความหวัง นายทหารหนุ่มผู้นั้นจึงนิ่งเงียบไป เฝ้ามองโดยรอบอย่างระมัดระวังคอยคุ้มกันภัยให้ถิงถิงกับผู้บาดเจ็บ
“อาฮั่น นายต้องแบกเขาออกไป ช่วยหน่อย” ถิงถิงกล่าวเมื่อห้ามเลือดผู้บาดเจ็บพร้อมใส่ยาฆ่าเชื้อและใช้ผ้าสะอาดพันบาดแผลเอาไว้แล้ว
อาฮั่นหรือมู่จื่อฮั่นสหายของถิงถิงพยักหน้าและตรงเข้ามาแบกผู้บาดเจ็บขึ้นหลังทันที
“นายเดินไปก่อนฉันคอยระวังหลังให้เอง” ถิงถิงบอกสหาย เธอสะพายกระเป๋าเครื่องมือแพทย์และนำอาวุธปืนขึ้นมาถือกระชับเอาไว้ในมือ เตรียมลั่นไกทันทีหากศัตรูเข้ามาในระยะสายตา
สองสหายและหนึ่งผู้บาดเจ็บเร่งออกจากพื้นที่อันตรายโดยด่วน แต่เมื่อใกล้ถึงพื้นที่ปลอดภัยซึ่งมีกองทัพของพวกเขาซุ่มตัวรอช่วยเหลืออยู่กลับมีเสียงปืนดังขึ้น
‘ปัง! ปัง! ปัง!’
"อาฮั่น นายไปก่อน ไปเร็ว” ถิงถิงเอ่ยปากสั่งสหายน้ำเสียงเด็ดขาด จื่อฮั่นลังเล แต่ด้วยสถานะปัจจุบันและยศตำแหน่งที่สูงกว่าของถิงถิงทำให้เขาไม่อาจขัดคำสั่งได้
เขาหันมามองเธอแวบหนึ่งสีหน้าหม่นลงอย่างรู้สถานการณ์ดีว่าอันตรายมากเพียงใด แต่ต้องรีบตัดสินใจหันหลังกลับและพาคนเจ็บออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที
เมื่อเห็นจื่อฮั่นออกไปแล้วถิงถิงรีบซ่อนตัวอย่างว่องไว เธอพรางตัวรอจังหวะจัดการกับข้าศึกศัตรูที่คืบคลานเข้ามาใกล้
แม้นถิงถิงเป็นแพทย์แต่ก็เป็นทหารที่ผ่านการฝึกฝนเชี่ยวชาญในยุทธวิธีสู้รบรับมือข้าศึกเต็มทุกรูปแบบ
หลังสูญเสียพ่อแม่ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อหลายปีก่อน ตัวเธอซึ่งเพิ่งจะเรียบจบอยู่ในเหตุการณ์นั้นและได้รับความช่วยเหลือจากทหารจึงรอดมาได้
ชีวิตเธอที่ตกอยู่ในความเศร้าเสียใจจากการสูญเสียไร้สิ่งยึดเหนี่ยว ได้รับคำปลอบโยนจากแพทย์ทหารที่เข้ามาช่วยรักษาอาการบาดเจ็บและดูแลเธออย่างอ่อนโยน
สุดท้ายถิงถิงจึงตัดสินใจเข้ากองทัพเป็นแพทย์ทหารเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุด ผู้คนที่เดือดร้อนในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยและอันตรายน้อยนักจะมีคนอาสาเข้ามาช่วยอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ
ถิงถิงรีบหยิบไซเลนเซอร์หรือท่อลดเสียงขึ้นมาประกอบตรงปลายกระบอกปืนเพื่อเก็บเสียง ก่อนจะลงมือยิงศัตรูที่เข้ามาใกล้ทีละคน
ผ่านไปพักใหญ่ เธอรอดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่น่ามีศัตรูหลงเหลืออยู่ในบริเวณนี้ ถิงถิงจึงถอยออกมาจากที่หลบซ่อนตัว
‘ปัง!’ เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง
‘แย่ล่ะ เธอพลาดแล้วยังมีศัตรูซุ่มรออยู่’ ถิงถิงคิดขณะรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณหน้าอกด้านซ้าย มือเธอจับบาดแผลโดยอัตโนมัติ กลิ่นโลหะสนิมกลิ่นคาวเลือดลอยฟุ้งขึ้นมาเตะจมูกจนถิงถิงเบ้หน้า
ถิงถิงสัมผัสได้ถึงของเหลวข้นคลั่กที่ไหลออกมาจากบาดแผล ก่อนที่ร่างกายเธอจะค่อยๆหมดความรู้สึกและสติที่มีอยู่ก็ดับวูบไป
------------------------
‘จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ’ เสียงนกร้องพร้อมลำแสงสีทองส่องสว่างอาบไล้ผืนดินครอบคลุมบริเวณพื้นที่กว้างขวางรวมทั้งต้นไม้ใบหญ้า ส่องสะท้อนผืนน้ำเกิดเป็นภาพงดงามราวเทพนิยาย
“อ๊ะ เจ็บจัง” ถิงถิงที่เริ่มรู้สึกตัวพร้อมรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วร่าง ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ
‘อะไรกันนี่เธอยังไม่ตายหรอกเหรอ’ ถิงถิงคิดในใจพยายามขยับตัวลุกขึ้นมาก่อนนึกได้ถึงบางสิ่ง เธอยกมือจับบริเวณหน้าอกด้านซ้ายทันที
“เอ๊ะ ไม่มีเลือดงั้นเหรอ?” ถิงถิงจำได้ว่าเธอถูกศัตรูยิงที่หน้าอกยากที่จะผ่านพ้นความตายมาได้ แต่ตอนนี้กลับมีลมหายใจอยู่และบริเวณบาดแผลไม่มีเลือดเลยสักหยด
ถิงถิงยกมือตัวเองขึ้นมาดูโดยอัตโนมัติ ก่อนจะตาโตอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น
“ถิงถิง รู้สึกอย่างไรบ้างลูก เจ็บปวดไม่สบายตรงไหนอีกหรือเปล่า” เมิ่งสือถามพร้อมยื่นมือไปลูบศีรษะถิงถิงเบาๆ“หนูไม่เป็นไรค่ะพ่อ ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงพลังล้นเหลือเลยล่ะ” ถิงถิงตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส“ดีๆๆในเมื่อถิงเอ๋อฟื้นกำลังมาแล้ว เช่นนั้นนังหนูเจ้าช่วยเปลี่ยนร่างสัตว์ให้ลุงดูหน่อยได้ไหมเล่า” หมอผีกู่ร้องขอหลานรักเมิ่งสือตกใจไม่แพ้หลี่เจี๋ยกับซีห่าว ซึ่งพวกเขาต่างรู้ดีว่าเยว่ถิงถิงเกลียดร่างสัตว์ที่เป็นจิ้งจอกพิการหางกุดของเธอที่สุด ตัวเธอไม่ได้กลายร่างให้ใครเห็นมานานหลายปีแล้วนานจนเมิ่งสือลืมไปเลยว่ารูปร่างสัตว์ของบุตรสาวเป็นเช่นไร เท่าที่จำได้ถิงถิงก่อนหน้านี้เป็นจิ้งจอกสีแดงหม่นๆไร้หาง เป็นที่ขบขันของชาวเผ่าที่พบเห็นแต่เขากับภรรยาไม่เคยนึกรังเกียจทั้งยังมองว่าบุตรสาวยังคงเป็นจิ้งจอกน้อยที่สวยงามน่ารักน่าเอ็นดูเสมอ“อาหลางนายจะฝืนใจถิงถิงทำไมกัน” เมิ่งสือหันไปกล่าวกับญาติผู้พี่“เรื่องนี้มันจำเป็นนะอาสือ”หมอผีกู่เอ่ยเสียงเรียบสีหน้าท่าทางจริงจัง เมิ่งสือถอนหายใจยาวอ
ทุกคนมานั่งล้อมวงพูดคุยกันในขณะที่ถิงถิงนอนพักผ่อนหลังดูดซับพลังจากคริสตัลวิญญาณสีแดงจนหมด“ซีห่าว ตอนนี้ถิงถิงชดใช้การกระทำของตัวเองรักษาบาดแผลนายจนหายดีแล้ว หวังว่านายคงไม่เคียดแค้นลูกสาวฉันมากเหมือนก่อนหน้านี้อีกนะ”เมิ่งสือเอ่ยกับซีห่าวที่หันไปมองถิงถิงแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาตอบเขา“ผมไม่ได้คิดแค้นเคืองเธอแล้วครับ หัวหน้าเผ่าวางใจได้”ซีห่าวตอบตามตรง เมื่อเขาเห็นความมุ่งมั่นในการรักษาของถิงถิงขณะที่ต้องฝืนทนรับความเจ็บปวดจากเปลวไฟต้องสาปเมื่อครู่ ความโกรธแค้นชิงชังในตัวเธอก็สิ้นสลายลงไปพร้อมกับเปลวไฟที่ดับมอดลงนั่นแล้ว“ดีที่นายไม่เกลียดเธอ เพราะดูเหมือนพลังชำระล้างของถิงถิงจะทำให้นายเลื่อนระดับพลังวิญญาณเป็นขั้นที่ห้าแล้วด้วย”หลี่เจี๋ยพูดขึ้นมา สองผู้อาวุโสที่มัวแต่ห่วงถิงถิงจึงเพิ่งสังเกตเห็นกระแสพลังวิญญาณของซีห่าวที่เลื่อนชั้นมาเป็นระดับห้า“แน่นอนฉันไม่โกรธแค้นเธอแล้วจริงๆ ตามที่ให้คำมั่นสัญญาต่อเทพสัตว์ก่อนหน้านี้ ในเมื่อเยว่ถิงถิงรักษาบาดแผลฉันได้ นับจากนี้ไปฉันไม่มีทางทำร้ายเธอเด็
หลี่เจี๋ยที่กำลังส่งพลังวิญญาณให้ถิงถิงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่จู่ๆก็เพิ่มพูนขึ้นมาในร่างของเธอ“หลี่เจี๋ยฉันไม่เป็นไร นายถอยออกไปก่อน” ถิงถิงเอ่ยกับหลี่เจี๋ยโดยไม่หันหน้าไปมองเขา หลี่เจี๋ยถอยหลังออกมาอย่างว่าง่ายขณะเดียวกันก็เฝ้าระวังเธอไม่ห่าง‘พลังเต็มเปี่ยมแบบนี้ต่อให้ต้องทุ่มสุดตัวจนหมด เจ้างูใหญ่นี่ก็จะตายไม่ได้เด็ดขาด’ ถิงถิงคิดอย่างแน่วแน่โถมใช้พลังพิเศษรักษาซีห่าวเต็มที่ผ่านไปชั่วครู่พลังสีเขียวในการรักษาของเธอก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีทองเต้นระริกไปมาโอบล้อมบาดแผลของซีห่าวไว้ พร้อมกันนั้นก็กดเปลวเพลิงสีแดงดำและกลิ่นอายชั่วร้ายให้ถดถอยลงไป“นั่นอะไรนะ” เมิ่งสือเอ่ยอย่างประหลาดใจขณะช่วยถ่ายทอดพลังวิญญาณให้หมอผีกู่จนเขาพยุงร่างตัวเองยืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง“เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ดูเหมือนพลังวิญญาณของถิงถิงจะยกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งแล้ว ทั้งยังมีพลังพิเศษธาตุไฟเพิ่มมาด้วย”“พลังชำระล้างผสานกับเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์เอาชนะเพลิงต้องสาปนั่นได้แน่&rd
เมื่อพ่อกับลุงถิงถิงกินอาหารที่เธอนำมาเสร็จ ต่อไปก็ถึงช่วงเวลาสำคัญรักษาบาดแผลให้ซีห่าว“เอาล่ะนายต้องกลายร่างเป็นงูก่อนแล้วฉันจึงจะรักษาให้ได้” ถิงถิงเอ่ยออกไป กู้ซีห่าวเปลี่ยนเป็นร่างสัตว์อย่างว่าง่ายงูดำเกล็ดนิลขนาดใหญ่กินพื้นที่หนึ่งในสามของถ้ำหัวหน้าเผ่าซึ่งปกติก็กว้างขวางกว่าถ้ำมนุษย์สัตว์คนอื่นๆอยู่แล้ว มันกำลังนอนขดตัวยกหัวชูคอขึ้นมามองถิงถิงบนหัวงูดำเกล็ดนิลมีเขาเป็นแง่งงอกออกมาสองเขาถิงถิงดูแล้วรู้สึกว่าเขามีส่วนคล้ายมังกรอยู่หน่อย เกล็ดตรงลำคอเป็นสีนิลมันวาววับราวอัญมณีล้ำค่า งดงามมากทีเดียวน่าเสียดายที่มันแหว่งเว้าและมีบาดแผลเป็นร่องลึกจากน้ำมือเยว่ถิงถิงคนก่อน‘ตอนซีห่าวโดนมีดกรีดแทงลงมาจะเจ็บปวดมากขนาดไหนนะ ทั้งที่ถูกวางยาแต่เจ็บจนต้องตื่นขึ้นมาเองแบบนั้น’ ถิงถิงนึกสงสารเห็นใจซีห่าวไม่น้อย“บาดแผลของซีห่าวมีพลังชั่วร้ายแทรกซึมอยู่ไม่ต่างจากหลี่เจี๋ยเลยสักนิด พลังแห่งคำสาปโบราณทรมานเจ้ามามากเลยสินะ”หมอผีกู่สำรวจบาดแผลลึกยาวตั้งแต่บริเวณต้นคอมาจนเกือบกึ่งกลางหลัง พลางเอ่ยอย่างส





