Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2025-11-11 18:46:59

“นิจ พี่กลับมาแล้วจ้ะ เหนื่อยไหม ลูกเป็นยังไงบ้าง ซนมากหรือเปล่า”

เสียงทุ้มของภูวินทร์ดังขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน

เขาเดินตรงเข้าไปโอบกอดคะนึงนิจและก้มลงหอมแก้มลูกชายตัวน้อยในอ้อมแขนของภรรยา

คะนึงนิจขยับตัวหลบอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกเคอะเขินและห่างเหินยังไม่คลาย เพราะในใจเธอยังคงมีรอยแผลจากอดีตชาติ...ความแค้นที่เขาเคยนอกใจยังคงฝังลึก

“ไม่เหนื่อยค่ะ ก็เรื่อย ๆ”

เธอตอบเรียบ ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อกับชายตรงหน้า ชีวิตที่ไม่มีเขามานานกว่าสามสิบปี ทำให้วันนี้ภูวินทร์ดูเหมือนคนแปลกหน้ามากกว่าจะเป็นสามี

“มา พี่อุ้มลูกให้ดีกว่า เจ้าหมูน้อยนี่หนักไม่ใช่เล่น เดี๋ยวนิจจะปวดแขนเปล่า ๆ”

ภูวินทร์เอ่ยพลางยื่นมือมาจะรับลูกจากอ้อมแขนของเธอ

แต่คะนึงนิจกลับเบี่ยงตัวหลบอีกครั้ง ความรู้สึกไม่ไว้ใจและรังเกียจแล่นวูบขึ้นมาในอก เธอไม่อยากให้เขาแตะต้องลูกของเธอ...แม้เพียงนิดเดียว

ภูวินทร์รู้สึกแปลกใจไม่น้อยกับท่าทีของภรรยาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

เธอดูห่างเหิน เหมือนจงใจเว้นระยะห่างระหว่างกัน ทั้งยังพยายามกันเขาไม่ให้เข้าใกล้ลูกชายตัวน้อยด้วยซ้ำ

แต่เขาก็พยายามปลอบใจตัวเองด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้น   คะนึงนิจอาจแค่เหนื่อยกับการเลี้ยงลูกตามลำพัง ทั้งยังต้องดูแลบ้านทุกอย่างด้วยตัวเอง

“นิจ พี่มีเรื่องอยากคุยหน่อย”

เขาเอ่ยเสียงนุ่ม พลางมองใบหน้าที่เรียบเฉยของเธอ

“พี่คิดว่า...ถ้าเราจ้างพี่เลี้ยงกับแม่บ้านมาช่วย จะดีกว่านี้นะ อย่างน้อยนิจจะได้พักบ้าง ไม่ต้องเหนื่อยกับงานบ้านหรือเลี้ยงลูกตลอดเวลา”

ในคราแรก คะนึงนิจแทบจะหลุดปากปฏิเสธสิ่งที่ภูวินทร์เสนอทันที

ด้วยทิฐิและความเชื่อฝังใจว่าเธอควรเลี้ยงลูกด้วยมือตัวเอง ไม่ควรปล่อยให้ใครเข้ามาแตะต้องหรือก้าวก่ายหน้าที่ของแม่

เธอไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น...ไม่แม้แต่สามีที่ยืนอยู่ตรงหน้า

แต่ขณะเดียวกัน ความคิดอีกเสียงหนึ่งในใจก็เอื้อมมาดึงรั้งไว้ เตือนให้เธอหยุดคิด

ตอนนี้ เธอยังเป็น “คะนึงนิจ” ผู้เป็นภรรยาของภูวินทร์

ยังไม่มีเหตุร้ายใด ๆ เกิดขึ้น

ยังเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาทั้งสองคนยังรักกันดีอยู่ มีลูกน้อยเป็นดั่งสายใยผูกพัน

แต่ความทรงจำจากอดีตชาติยังคงฝังแน่นในจิตใจ

เธอจำได้ดีว่า...ชีวิตครั้งนั้น เธอมุ่งแต่จะเลี้ยงลูกและทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

จนละเลยผู้ชายที่เรียกว่าสามี ละเลยความอ่อนโยนที่ควรมีต่อกัน

เธอเชื่อว่าแค่มีลูก ความรักของสามีภรรยาก็จะมั่นคงไปเอง

แต่ความจริง...มันไม่เคยเป็นเช่นนั้น

ผู้ชายเป็นสิ่งมีชีวิตที่พร้อมจะเปลี่ยนใจได้เสมอ

เพียงแค่ได้กลิ่นใหม่ หรือเห็นแววอบอุ่นจากใครอีกคน เขาก็อาจหันหลังจากไปโดยไม่ลังเล

คะนึงนิจหลุบตาลง เธอต้องดูแลหัวใจของเขาให้มากกว่าที่เคย ช่องว่างเล็ก ๆ ที่เคยทำลายชีวิตคู่ของเธอในชาติที่แล้ว เธอไม่ปรารถนาที่จะเห็นมันเกิดขึ้นอีก

คะนึงนิจนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ สายตาเธอมองลูกชายในอ้อมแขนแล้วค่อยหันกลับมาสบตาภูวินทร์

“พี่ภูพูดมาก็มีเหตุผลค่ะ”

เสียงของเธอแผ่วเบาและอ่อนโยน “บางทีนิจอาจจะเหนื่อยเกินไปจริง ๆ การมีคนมาช่วยบ้างก็คงจะดี”

“ถ้าอย่างนั้น...พี่จะให้วิทยา เลขาฯ ของพี่เริ่มหาแม่บ้านกับพี่เลี้ยงตั้งแต่วันพรุ่งนี้นะ”

ภูวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่ม แต่แฝงด้วยความตั้งใจจะทำให้ภรรยาสบายขึ้น

เขาหันกลับมามองคะนึงนิจ พลางยิ้มบาง ๆ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้

“อ้อ...พี่ลืมบอกนิจไป พี่เพิ่งรับเลขาฯ ส่วนตัวคนใหม่มาทำงาน ชื่อวิทยา เพิ่งเริ่มงานเมื่อวานนี้เอง หน่วยก้านดีทีเดียว คล่องแคล่ว ขยัน แล้วก็รู้หน้าที่”

เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี “พี่ว่าก็สะดวกดีเหมือนกันนะที่ได้เลขาฯ ผู้ชาย เวลาต้องออกไปพบลูกค้าข้างนอก มันคล่องตัวกว่าเยอะเลย”

“ไว้วันไหนนิจแวะไปที่บริษัท พี่จะแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ”

เขาพูดอย่างอบอุ่นและจริงใจ โดยไม่รู้เลยว่า...เพียงประโยคเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ นั้น กลับสั่นสะเทือนบางสิ่งในใจของคะนึงนิจ

กำแพงที่เธอสร้างไว้เพื่อปกป้องหัวใจ พังทลายลงอย่างไม่อาจห้ามได้

ไม่ใช่เพราะความหวานในน้ำเสียงของเขา...

แต่เพราะคำว่า “เลขาฯ คนใหม่” ที่หลุดออกมาจากปากของภูวินทร์ ประโยคนั้นเหมือนสะกิดความทรงจำเก่าจนหัวใจของเธอไหววูบ

เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและสับสน

เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากอดีตชาติอย่างสิ้นเชิง

ในครั้งนั้น ภูวินทร์ไม่มีเลขาฯ ส่วนตัวใหม่เลย...

จนกระทั่ง เธอเอง เป็นคนแนะนำผู้หญิงคนนั้นให้เข้ามาทำงานด้วยความไว้ใจ ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความพังพินาศในชีวิตคู่ของเธอ

หัวใจของคะนึงนิจเต้นแรงราวกับถูกย้ำเตือนจากโชคชะตา

หรือว่า...การกลับมาเกิดใหม่ในครั้งนี้ จะทำให้เส้นทางของเหตุการณ์เปลี่ยนไปจริง ๆ?

ภูวินทร์ยิ้มนิด ๆ ตอบรับกับท่าทางประหลาดใจของภรรยา

ในแววตานั้นมีบางสิ่งแปรเปลี่ยน ความอ่อนโยนเจือด้วยความโหยหาอาลัยที่ไม่อาจปิดบังได้

เมื่อคะนึงนิจขอตัวพาลูกชายออกไปเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน

เขาเพียงพยักหน้าเงียบ ๆ แต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาด

เพียงครู่เดียว เขาก็ตัดสินใจเดินตามออกไปอย่างเงียบ ๆ

แสงแดดยามเย็นทอดอุ่นทั่วสวน เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของลูกชายดังแผ่วพลิ้วไปตามลม

เด็กน้อยก้าวเท้าเล็ก ๆ อย่างระมัดระวัง เขย่งย่องทีละนิด มือเล็กทั้งสองเกาะมือใหญ่ของหญิงสาวไว้แน่น และยิ้มปากกว้างจนน้ำลายไหลเยิ้ม

ภูวินทร์ยืนนิ่งอยู่ห่าง ๆ สายตาไม่อาจละไปจากภาพตรงหน้าได้เลย

ภาพแผ่นหลังของคะนึงนิจในชุดเรียบง่ายกับลูกน้อยที่เพิ่งหัดเดิน...

มันคือภาพในฝันที่เขาเคยอยากเห็นมานานแสนนาน

ความอิ่มเอิบในหัวใจปนกับความเจ็บปวดบางอย่างคลอเคลียอยู่ในอก

น้ำตาซึมขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่แน่ใจว่ามันคือความซาบซึ้ง หรือความกลัวว่าจะสูญเสียช่วงเวลานี้ไปอีกครั้ง

เช้าวันนี้ อากาศร้อนน้อยกว่าทุกวัน แสงแดดสีทองสาดลอดผ่านม่านบาง เข้ามาแตะผิวโต๊ะอาหาร ทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้น

คะนึงนิจมองสามีที่นั่งทานอาหารเช้าเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

วันนี้ภูวินทร์ดูทานได้มากกว่าทุกวัน โดยเฉพาะข้าวต้มทรงเครื่องที่เธอเพิ่งทำสด ๆ จากครัว

ตามปกติแล้ว เขามักจะแค่ตักชิมสองสามคำแล้ววางช้อน

แต่เช้านี้กลับต่างออกไป เขาทานจนหมดชาม แล้วยังเงยหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความอ่อนโยน

“นิจ...ตักให้พี่เพิ่มอีกชามได้ไหมครับ”

เธอเลิกคิ้วขึ้นนิด พลางมองเขาด้วยแววตาแปลกใจ “วันนี้พี่ภูหิวมากเหรอคะ?”

ภูวินทร์ยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบเรียบ ๆ “พี่มีประชุมทั้งวัน คงไม่มีเวลาทานข้าวเที่ยงเลยกินเผื่อไว้หน่อยก็ดี”

คะนึงนิจหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางยื่นชามข้าวต้มอีกถ้วยให้ “ปกติ พี่ภูจะไม่ชอบข้าวต้มทรงเครื่องนี่คะ”

“วันนี้ ข้าวต้มอร่อยมาก” เขาตอบสั้น ๆ แต่แววตากลับอบอุ่นจนเธอต้องหลบสายตา

เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน...ที่บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารดูผ่อนคลายขึ้น แม้เพียงเล็กน้อย

ภูวินทร์มองชามข้าวต้มที่ว่างเปล่าตรงหน้าอย่างเงียบงัน

กลิ่นหอมของข้าวผสมขิงยังอวลอยู่ในอากาศ กลิ่นที่เขาโหยหามาโดยตลอด

วันนั้น วันที่ความสัมพันธ์ยังรักใคร่กันดีอยู่ เธอก็ทำข้าวต้มให้เขาเหมือนกัน

แต่เขาตักทานเพียงเล็กน้อย

เขาจำได้ดี สีหน้าของเธอตอนนั้นอ่อนโยน น้ำเสียงเหมือนรู้สึกผิดว่า “ถ้าพี่ภูไม่ชอบ ก็ไม่ต้องฝืนกินก็ได้ค่ะ” ยังดังก้องอยู่ในใจเขามาจนถึงวันนี้

เขายกช้อนขึ้นช้า ๆ ราวกับต้องการจดจำรสชาติในปัจจุบันให้แน่ชัดที่สุด

ข้าวต้มทรงเครื่องธรรมดาชามนี้กลับมีรสอุ่นอย่างประหลาด...

อุ่นพอจะทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปวันที่เขามีความสุข

“อย่างน้อยก็เริ่มต้นเช้าวันใหม่...ด้วยรอยยิ้มของนิจ”

เขาพึมพำในใจ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคะนึงนิจที่กำลังเก็บจานชามอย่างตั้งใจ

ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ ให้กับภาพตรงหน้า...ภาพที่เขาคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นอีก

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นแผ่วเบา แต่สำหรับแม่คนหนึ่งที่เพิ่งกล่อมลูกให้หลับได้ คะนึงนิจถึงกับสะดุ้ง เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่หัวเตียง ก่อนกดรับสายแทบจะทันทีด้วยเกรงว่าเสียงเรียกนั้นจะปลุกเจ้าตัวเล็กให้ตื่นขึ้นมา

“ฮัลโหล...” เธอกดเสียงให้เบาที่สุด ขณะเหลียวมองลูกชายที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนเตียงข้าง ๆ

วันนี้ลูกน้อยของเธอโยเยมากกว่าทุกวัน

เธอไม่แน่ใจว่าเพราะฟันซี่ใหม่กำลังจะขึ้น หรือเพราะไม่สบายตัวด้วยเหตุอื่น

กว่าจะกล่อมให้หลับได้ ก็เล่นเอาแทบหมดแรง ทั้งร้อง ทั้งอุ้ม ทั้งเดินวนรอบห้องอยู่เกือบชั่วโมง

คะนึงนิจค่อย ๆ เดินออกจากห้องนอนลูกชาย ปิดประตูอย่างแผ่วเบา จนได้ยินเพียงเสียงคลิกเบา ๆ ของกลอนประตู เธอไม่อยากให้เสียงสนทนาของตนไปรบกวนการนอนของลูกน้อยที่เพิ่งหลับสนิท

“พี่นิจ...จันทร์เองค่ะ พอจะสะดวกคุยไหมคะ”

เสียงปลายสายดังขึ้นอย่างสุภาพและเกรงใจ แต่เพียงได้ยินชื่อ...หัวใจของคะนึงนิจก็ชะงักงัน

เธอนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ

ชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบทันที

“จันทร์...”

ชื่อที่เธอจำได้ขึ้นใจ แม้ผ่านมากว่าสามสิบปีในชาติที่แล้ว

หญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น “น้องคนสนิท” ที่เธอไว้ใจที่สุด หญิงสาวที่กลายเป็นต้นเหตุของความพังทลายในชีวิตรักของเธอ

หากเมื่อครู่เธอได้เหลือบดูหน้าจอก่อนรับสาย เธอคงไม่ลังเลที่จะกดตัดสายไปโดยไม่ต้องคิด

คะนึงนิจสูดลมหายใจลึก พยายามบังคับเสียงให้นิ่งที่สุด

“อืม...”

เธอตอบกลับสั้น  ๆ อย่างข่มอารมณ์ ทั้งที่ในอกปั่นป่วนไปหมด

รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฎขึ้นบนใบหน้า

 “จันทร์รวี” หญิงสาวที่ดูอ่อนหวาน สุภาพ น่าสงสาร จนเธอหลงให้ความช่วยเหลือด้วยความจริงใจ

และในที่สุด...ผู้หญิงคนนี้ก็พรากความสุขไปจากเธอ

คะนึงนิจหลับตาแน่นเพียงเสี้ยววินาที

เธอจำได้ดี...โทรศัพท์ครั้งนี้ในชาติที่แล้ว “จันทร์รวี” โทรมาขอให้เธอช่วยหางานให้ทำ

และเพราะเธอมีจิตใจที่เมตตาเกินไป จึงแนะนำให้เข้าทำงานกับภูวินทร์

...จุดเริ่มต้นของหายนะในชีวิตครอบครัวของเธอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โอกาสรักคืนใจ   บทส่งท้าย

    แก้วเดินกลับเข้ามาในวงสนทนาหลังจากเข้าห้องน้ำ เสียงหัวเราะและบรรยากาศอบอุ่นยังคงคละคลุ้งอยู่รอบโต๊ะ หนุ่ยนั่งอยู่ข้างที่นั่งของเธอ หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะนั่งลงตามเดิมอย่างสงบเสงี่ยม“คุยอะไรกันอยู่คะ?” แก้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นทุกคนดูอารมณ์ดี“ภูกับนิจจะมีลูกสาวน่ะสิ พวกเราเลยดีใจกันใหญ่เลย” แม่ของแก้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ว้าว ดีจังเลยค่ะ น้องคินจะมีน้องสาวแล้ว!” แก้วหันไปทางเด็กน้อยที่นั่งบนตักของภูวินทร์ เด็กชายกำลังจดจ่ออยู่กับรถของเล่นคันเล็กในมือ“คินจะมีน้องสาว...รักน้อง!”เสียงใส ๆ ของภาคินทร์ทำให้ทุกคนหัวเราะเบา ๆ เด็กน้อยยื่นมือไปลูบท้องของแม่อย่างทะนุถนอมคะนึงนิจลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดู ความอบอุ่นเอ่อท้นอยู่ในหัวใจของเธอ เธอดีใจเหลือเกิน ที่ในชาตินี้ ลูกสาวของเธอกลับมาหาอีกครั้ง ลูกสาวที่เธอเคยคิดถึงและโหยหามาตลอดเวลาในชาติก่อนภาพความทรงจำเมื่อวานแวบเข้ามาในความคิด วันที่เธอไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล“ยินดีด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่...ลูกในท้องเป็นผู้หญิงค่ะ”เสียงของคุณหมอคนเดิมที่เคยดูแลเธอตอนตั้งครรภ์ภาคินทร์เอ่ยด้ว

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 35

    หญิงสาวในชุดคลุมท้องสีขาว จูงมือเด็กชายวัยสามขวบเดินเล่นอย่างช้า ๆ บนสนามหญ้าหน้าบ้าน อากาศยามเช้าเริ่มเย็นลง เป็นสัญญาณของฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนคะนึงนิจเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงแดดยามสายเริ่มทอแรงขึ้นตามกาลเวลา“น้องคินคะ เราขึ้นบ้านกันเถอะ เดี๋ยววันนี้เราจะไปดูโรงเรียนของลูกกันนะคะ”เสียงของหญิงสาวอ่อนโยนและชัดเจน เอ่ยช้า ๆ อย่างใจเย็นกับลูกชายตัวน้อย ที่ตอนนี้เริ่มเข้าใจประโยคซับซ้อนยาว ๆ ของผู้ใหญ่ได้มากขึ้นแล้ว“คินจะไปโรงเรียน”เสียงเล็ก ๆ ของภาคินทร์เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาใสแจ๋วเต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะก้าวเท้าเล็ก ๆ เดินตามมือแม่ขึ้นไปยังตัวบ้านอย่างว่าง่าย“พี่กำลังจะลงไปตามพอดีเลย”เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นจากบันได ภูวินทร์ในชุดลำลองสีน้ำเงินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกอย่างอ่อนโยน“นิจต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมอีกไหม เดี๋ยวพี่เล่นกับลูกต่อให้”“มีเอกสารโรงเรียนกับสมุดสุขภาพของโรงพยาบาลที่นิจวางไว้ในห้องนอนค่ะ แล้วก็...ขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดนิดนึง อยากใส่กางเกง จะได้เดินสะดวกขึ้นค่ะ”ภูวินทร์พยักหน้าเบา ๆ “เดี๋ยวพี่พานิจขึ้นไปเองดีกว่

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 34

    ในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แสงไฟนวลซีดส่องสลัวอยู่เหนือเตียงคนไข้หลายเตียง เสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงฝีเท้าเจ้าหน้าที่ดังแผ่วเบาเป็นระยะบนเตียงมุมห้อง หญิงสาวร่างผอมซีดผู้มีใบหน้าเสียโฉมครึ่งหนึ่งนอนกระสับกระส่ายอยู่ใต้ผ้าห่มสีเทาเก่า เธอพลิกตัวไปมา ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาแดงเรื่อเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง“ภูวินทร์...เขาเป็นของฉัน...” เธอพึมพำเสียงพร่า “…นังนิจ แกแย่งผัวฉันไป...”จันทร์รวีเหม่อมองเพดานเหมือนหลงอยู่ในภวังค์ เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นคือความจริงหรือความฝัน ตั้งแต่วันที่เธอขับรถพุ่งชน ภูวินทร์ ภาพฝันเดิมก็หลอกหลอนเธอทุกคืน ฝันว่าเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านใหญ่หรูหรา มีภูวินทร์อยู่เคียงข้าง และมีลูกชายตัวน้อยเรียกเธอว่า “แม่”ความฝันนั้นงดงามจนเธอเริ่มเชื่อว่ามันคือความจริง เธอต่างหากที่เป็นภรรยาของภูวินทร์ เป็นเจ้าของชีวิตและครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ของคะนึงนิจ“เขาเป็นของฉัน เขาต้องเป็นของฉันคนเดียว” จันทร์รวีเริ่มตะโกนซ้ำ ๆ ก่อนเสียงกรีดร้องจะดังลั่นทั่วห้อง ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ตื่นตกใจร้องเรียกพยาบาลกันระงมเจ้าหน้าที่รีบกรูเข้ามาควบคุมตัวเธอ จันทร์รวีย

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 33

    คะนึงนิจเช็ดมือและแขนของชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างแผ่วเบา เขายังไม่ฟื้นเลย...แม้เวลาจะผ่านไปถึงสามวันแล้ว นับจากที่ถูกย้ายออกมาจากห้องไอซียูหลังจากอุบัติเหตุในเย็นวันนั้น รถพยาบาลนำตัวภูวินทร์ส่งถึงโรงพยาบาลในเวลาไม่นาน แพทย์ฉุกเฉินรีบพาเขาเข้าห้องผ่าตัดทันที ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกซี่โครงหักหนึ่งซี่ ขาขวาหัก และที่ร้ายแรงที่สุดคืออาการเลือดคั่งในสมองการผ่าตัดใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าคุณหมอจะออกมาแจ้งผล คะนึงนิจนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดแทบไม่ได้ไปไหนเลย เมื่อการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย ภูวินทร์ถูกย้ายเข้าห้องไอซียู เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องนานถึงหนึ่งสัปดาห์จากนั้น เขาจึงถูกย้ายมาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยทั่วไป ทว่า...เขากลับยังไม่รู้สึกตัวเลยจนถึงตอนนี้คะนึงนิจเฝ้าอยู่ข้างเตียงแทบตลอดเวลา ไม่ยอมกลับบ้านเลยแม้แต่วันเดียว หนุ่ยกับป้าสร้อยจะผลัดกันมาเยี่ยมในช่วงเช้า โดยจะพาภาคินทร์มาด้วย เด็กน้อยเรียกร้องหาพ่อกับแม่ทุกวันทุกครั้งที่ลูกชายเข้ามาในห้อง เขาจะนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียง จับมือพ่อไว้แน่นด้วยแววตาเศร้าสร้อยเกินวัย แล้วเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า“พ่อ..

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 32

    คะนึงนิจเปิดประตูห้องทำงานของภูวินทร์เบา ๆ แสงในห้องสลัวจนแทบมองไม่เห็น เธอมองเห็นร่างของชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ภาพความอ่อนล้าในแววตาเขาแวบขึ้นมาในใจของเธอแม้เขาจะยิ้มแย้มทักทายลูกน้อยที่ยืนรออยู่หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่คะนึงนิจรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นมีบางอย่างซ่อนอยู่ ตลอดมื้อเย็น เขาแทบไม่ได้พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่แฝงความเหม่อลอยและเงียบงันที่ดูผิดปกติ“ทำไมไม่เปิดไฟห้องล่ะคะ?” เธอเอ่ยขึ้น พลางก้าวเข้าไปเปิดสวิตช์จนห้องสว่างจ้าแสงไฟทำให้ภูวินทร์หยีตาเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภรรยา แววตานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความเหนื่อยล้าอย่างคนที่กำลังแบกรับบางสิ่งไว้เงียบ ๆเมื่อคะนึงนิจเดินเข้าใกล้ เขาโผเข้ากอดเอวเธอแน่น ซบหน้าลงกับลำตัวของเธออย่างหมดเรี่ยวแรงหญิงสาวยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ สัมผัสเช่นนี้ เธอไม่ได้รับมานานจนแทบจำไม่ได้“ขอพี่กอดนิจ...สักครู่เถอะ” เสียงของภูวินทร์แผ่วเบา แฝงแววเว้าวอน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนซบหน้ากลับลงอีกครั้งแน่นขึ้นกว่าเดิมคะนึงนิจยืนนิ่ง มองเส้นผมหยักศกของเขาที่เหมือนกับผมของลูกชายเธอซบอยู่ที่ตัวเธอ เธอทำตัวไม่ถูก แต่เ

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 31

    เช้านี้อากาศสดใส แดดอ่อน ๆ ยามสายทอดลงบนสนามหญ้าหน้าบ้านชายหนุ่มเดินจูงมือลูกน้อยออกมาเดินเล่นในสวนหลังมื้อเช้าอย่างสบายใจ วันนี้เขาไม่มีธุระเร่งด่วนที่บริษัท เดิมทีตั้งใจจะพักทั้งวันอยู่กับลูกให้เต็มที่แต่ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์จาก ภารดี น้องสาวแท้ ๆ ก็ดังขึ้น เธอแจ้งว่ามีเรื่องด่วนและขอให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นในช่วงบ่าย เขาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนหลังวางสาย ภูวินทร์สั่งให้วิทยาเตรียมเอกสารและจัดการประชุมไว้ในช่วงบ่าย เขาจึงมีเวลาเล่นกับลูกช่วงเช้า ก่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นภูวินทร์จับมือลูกชายตัวน้อยที่สวมเสื้อยืดลายการ์ตูนตัวโปรดกับกางเกงขาสั้นสีแดง ใบหน้าเล็กสดใสอาบแสงแดดยามเช้า ดูน่ารักน่าเอ็นดู เด็กน้อยเงยหน้ามองพ่อ คอยฟังทุกถ้อยคำที่เขาพูด ก่อนจะเลียนเสียงหรือส่งยิ้มตอบกลับอย่างไร้เดียงสา ราวกับเข้าใจทุกอย่างทั้งคู่เดินช้า ๆ รอบแปลงดอกไม้ พลางช่วยกันตัดดอกกุหลาบที่กำลังบานสะพรั่ง เขาสอนลูกให้ระวังหนาม ค่อย ๆ เด็ดออกทีละอันจนเหลือแต่ช่อดอกที่สวยสะอาด“น้องคินเอาดอกไม้ไปให้คุณแม่ซิครับ” ภูวินทร์พูดพลางยื่นกุหลาบสีแดงให้ลูกน้อย เด็กชายพยักหน

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 30

    ครอบครัวของคะนึงนิจและครอบครัวของแก้วนัดกันออกมาทานข้าว เพื่อสังสรรค์กันในโอกาสวันเกิดของแก้ว บรรยากาศในร้านอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะในงานนี้ หนูน้อยภาคินทร์แทบจะเป็นพระเอกตัวจริงของงาน หนุ่มน้อยแต่งตัวหล่อเหลาด้วยเสื้อเชิ้ตผูกโบว์ทักซิโด ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสดใสราวแสงอาทิตย์ ทำให้บรรยาก

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 28

    ขณะที่คะนึงนิจขับรถมาถึงหน้าบ้าน เธอเห็นรถยนต์สีบรอนซ์เงินคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่หน้าประตูรั้ว หนุ่ยก้าวลงจากรถคันนั้น แล้วโค้งตัวกล่าวลาให้หญิงสาวผมยาวที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ จากนั้นรถคันนั้นก็เคลื่อนออกไปช้า ๆ“หนุ่ย” คะนึงนิจลดกระจกรถลงเรียกน้องชายทันที“พี่นิจ กลับมาแล้วเหรอครับ เดี

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 27

    เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเป็นจังหวะ โดยมีช่างภาพคอยบอกให้ชายหนุ่ม หญิงสาว และเด็กน้อยเปลี่ยนอิริยาบถไปเรื่อย ๆ เพื่อเก็บภาพจากหลายมุมมอง ก่อนจะขอถ่ายเดี่ยวเด็กน้อยที่กลายเป็นขวัญใจทั้งของทีมช่างภาพและคนที่ยืนดูอยู่โดยรอบคะนึงนิจในชุดเดรสสีไวน์แดงช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างป

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 26

    หลังจากการไกล่เกลี่ยผ่านทนายของทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อมานานเกือบเดือน ในที่สุด ทุกอย่างก็ได้ข้อยุติที่แก้วพึงพอใจ แม้เก่งและครอบครัวของเขาจะไม่พอใจก็ตามตามข้อตกลง แก้วได้รับสินสมรสแบ่งครึ่งกับเก่ง ส่วนคอนโดที่เก่งต้องการถือครองต่อ แก้วใช้ราคาตลาดเป็นเกณฑ์และให้เขาจ่ายส่วนแบ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status