Share

บทที่ 3

last update Dernière mise à jour: 2025-11-11 19:13:22

              ในชาติอดีต...

              “เป็นยังไงบ้างจันทร์ พี่ได้ยินข่าวจากแก้วแล้วล่ะ แย่เลย เจอคนชั่ว ๆ แบบนี้ แล้วจันทร์คิดจะแจ้งความสองคนผัวเมียนี้ไหม” คะนึงนิจเอ่ยด้วยความห่วงใย

              “มันมีเงินกับเส้นสาย จันทร์จะไปทำอะไรได้ ไอ้ที่มันลวนลามก็ถือว่าให้หมามันกินไป เมียมันก็หมาบ้ามาก เข้ามาตบหน้าจันทร์ต่อหน้าลูกน้องในบริษัท ไม่ถามไม่สืบหาความจริงอะไรเลย จันทร์เลยอยู่ต่อไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ก็เดินออกจากบริษัทมันเลย ไม่กล้ากลับเข้าไปอีก กลัวโดนมันทำร้ายอีกค่ะ”

              “เป็นพี่ พี่จะแจ้งความสองคนผัวเมียนี่ไว้ก่อน เพื่อป้องกันตัว อย่างน้อยก็ให้มันรู้ว่าเราสู้กลับ แต่ก็ช่างเถอะ แล้วแต่จันทร์จะตัดสินใจ แล้วโทรมาวันนี้มีอะไรให้พี่ช่วยไหม”

              “ตอนนี้จันทร์พยายามหางานใหม่ทำอยู่ค่ะ แต่ก็หายากมากเพราะบริษัทเก่าจันทร์ไปโพนทะนาเรื่องของจันทร์กับบางบริษัทไว้ด้วยค่ะ กลุ้มใจเลย พอดีพี่แก้วบอกจันทร์ว่า สามีพี่นิจกำลังหาเลขาฯ ส่วนตัวอยู่ พี่นิจพอจะช่วยคุยให้จันทร์ได้ไหมคะ จันทร์มีประสบการณ์ด้านนี้มาค่ะ”

              “ได้เลยจ้ะ จันทร์ เดี๋ยวพี่จะลองถามพี่ภูให้ ถ้ายังหาคนไม่ได้ พี่จะแนะนำจันทร์ให้ ว่าแต่ช่วยส่งเรซูเม่กับเอกสารวุฒิการศึกษากับเอกสารประจำตัวมาให้พี่ทางอีเมลจะสะดวกไหม พี่จะได้ส่งต่อให้พี่ภูพิจารณาดู”

              “พี่นิจ ขอบคุณมากค่ะ จันทร์ดีใจจังเลย เดี๋ยวจันทร์จะรีบส่งให้นะคะ”

              หลังจากคะนึงนิจพูดคุยกับภูวินทร์ เธอพยายามอธิบายถึงคุณสมบัติและประสบการณ์ของจันทร์รวีอย่างตรงไปตรงมา เธอคิดเพียงว่าการช่วยเหลือคนรู้จักที่กำลังลำบากไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ภูวินทร์ฟังเงียบ ๆ ไม่ได้ตอบรับทันที เขาขอเวลาไตร่ตรองอยู่สองสามวัน ก่อนจะตกลงรับจันทร์รวีเข้าทำงาน

เธอไม่รู้เลยว่า...การยื่นมือช่วยในครั้งนี้จะกลายเป็นการชักนำความวิบัติมาสู่ความสัมพันธ์ของเธอกับภูวินทร์

จากความหวังดีที่อยากช่วยเหลือ กลับกลายเป็นการ เปิดทางให้ผู้หญิงอีกคนได้ยืนเคียงข้างเขา

และในที่สุด สิ่งที่เธอได้รับตอบแทนจากความเมตตา ก็คือ “ความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต”

เธอจำได้ดี ทุกภาพ ทุกเสียง ทุกแววตาในวันนั้นยังคงฝังอยู่ในใจ ภาพของภูวินทร์ที่กอดก่ายผู้หญิงคนนั้น มันคือรอยแผลที่ไม่เคยลบเลือน แม้ผ่านการเกิดใหม่อีกครั้ง

...

คะนึงนิจสูดลมหายใจเงียบ ๆ ก่อนกลับมาจดจ่อกับปัจจุบัน เสียงปลายสาย...เสียงของผู้หญิงที่เธอเกลียดที่สุดในชีวิต

“พี่นิจคะ”

น้ำเสียงของจันทร์รวีดังขึ้นเบา ๆ แต่ฟังดูสั่นไหวเล็กน้อย

“พี่แก้วบอกว่า ตอนนี้สามีพี่นิจต้องการเลขาฯ ส่วนตัว จันทร์เลยอยากรบกวนพี่นิจช่วยพูดให้หน่อยได้ไหมคะ จันทร์เคยทำงานตำแหน่งเลขานุการผู้บริหารมาก่อน พอจะมีประสบการณ์อยู่บ้าง”

คะนึงนิจนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนกดความรู้สึกชิงชังลงไป

“ขอโทษด้วย จันทร์...” เธอตอบเสียงนุ่มแต่เย็นชา “ตำแหน่งนี้ ทางบริษัทรับคนไปเรียบร้อยแล้ว พี่เองก็เพิ่งรู้”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงของจันทร์รวีจะกลับมาอีกครั้ง

“งั้น...พี่นิจพอจะช่วยให้จันทร์ได้งานที่บริษัทสามีพี่ได้ไหมคะ?”

เสียงของหญิงสาวสั่นน้อย ๆ แฝงความหวังอย่างน่าเห็นใจ “ตอนนี้จันทร์สมัครไปหลายที่แล้วค่ะ แต่ยังไม่มีที่ไหนเรียกสัมภาษณ์เลย อาจเพราะบริษัทเก่า...เขาเอาเรื่องของจันทร์ไปพูดเสีย ๆ หาย ๆ ไว้น่ะค่ะ”

คะนึงนิจหลุบตาลง เธอฟังเสียงนั้นเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรทันที ในใจกลับพลุ่งพล่าน ความทรงจำในอดีตชาติผุดขึ้นทีละภาพเหมือนเงาที่ตามไม่ห่าง

คำพูดแบบนี้เอง...

เธอเคยได้ยินมาแล้วครั้งหนึ่งในชาติที่แล้ว และหลงเชื่อด้วยความรู้สึกสงสาร

ความจริงที่คะนึงนิจรับรู้จากทั้งประสบการณ์ตรงและข่าววงใน คือเรื่องราวของจันทร์รวี...หญิงสาวที่ภายนอกดูอ่อนหวานและนอบน้อม แต่ภายใต้รอยยิ้มหวานนั้นกลับเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานเงียบ ๆ

จันทร์รวีพยายามเข้าหาเจ้าของบริษัทเก่าที่เธอทำงานอยู่ ด้วยความหวังว่าจะได้ก้าวเข้าสู่ชีวิตที่สุขสบายในฐานะภรรยาลับ

ทว่าแผนการนั้นกลับล้มเหลว เมื่อภรรยาตัวจริงของชายคนนั้นจับได้ทันเวลา ความฝันที่จะได้เกาะเกี่ยวผู้ชายรวยจึงดับวูบลงกลางอากาศ

และตอนนี้...จันทร์รวีกำลังมองหาเหยื่อรายใหม่

ความพยายามของจันทร์รวีที่จะเข้าทำงานในบริษัทของ  ภูวินทร์ทำให้คะนึงนิจเดาได้ไม่ยากเลยว่า “เป้าหมายคนใหม่” ของอีกฝ่ายคือใคร

“ภูวินทร์”

ชายหนุ่มผู้มีทั้งฐานะ หน้าที่การงาน และความอบอุ่นเป็นแฟมิลี่แมนที่ผู้หญิงบางจำพวกเห็นแล้วก็อยากวิ่งเข้าหา

แม้จันทร์รวีจะรู้ดีว่าเขามีครอบครัวแล้ว

แต่สำหรับผู้หญิงแบบเธอ...การมีครอบครัวแล้วไม่ใช่อุปสรรค หากเป็นเพียง “กำแพงที่รอวันปีนข้าม”

คะนึงนิจหลับตาลงช้า ๆ ราวกับพยายามกักเก็บอารมณ์ทุกอย่างไว้ข้างใน ชาตินี้ เธอไม่มีวันยอมเดินซ้ำรอยเดิมอีกต่อไปในเมื่อมีโอกาสกลับมาอีกครั้ง เธอจะแก้ไขให้โชคชะตาของลูกเธอดีขึ้นและได้รับประโยชน์จากการเป็นลูกของภูวินทร์อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

“ไว้จะลองถามให้ดูนะ ว่ามีตำแหน่งว่างหรือเปล่า ขอคุยแค่นี้ก่อนนะ ต้องไปดูลูกแล้ว”

น้ำเสียงของคะนึงนิจเรียบเฉย ไร้แววสนใจ

“ได้ค่ะ พี่นิจ ยังไงจันทร์ก็ขอขอบคุณพี่นิจล่วงหน้าสำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้ ถ้าได้งานที่บริษัทของสามีพี่นิจ จันทร์สัญญาว่าจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ค่ะ”

ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงขอบคุณและมีความหวังอย่างเต็มที่

คะนึงนิจตัดสายทันทีด้วยท่าทีรังเกียจ

“ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่งั้นเหรอ...พูดออกมาได้” เธอพึมพำอย่างเย้ยหยัน

คะนึงนิจเดินกลับเข้าห้องนอนลูกด้วยฝีเท้าเบาแทบไร้เสียง

หญิงสาวนั่งนิ่งข้างเตียง มองลูกชายที่หลับสนิท ดวงตาเธอทอดต่ำลงด้วยความคิดคำนึง

เธอไม่คิดจะเสนองานในบริษัทของภูวินทร์ให้ผู้หญิงคนนี้แน่นอน ตัดโอกาสไม่ให้ทั้งคู่ได้เจอะเจอกัน

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คะนึงนิจเหลือบมองลูกชายตัวน้อยที่หลับอยู่ เห็นเขาขยับเอียงตัวเล็กน้อย ริมฝีปากเล็กขยับนิด ๆ ราวกับกำลังฝันดี

เธอยืนมองอยู่นิ่ง ๆ ความอบอุ่นค่อย ๆ แผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจ เมื่อได้เห็นลูกนอนหลับอย่างสงบ ใบหน้าเล็กสะอาด อ่อนเยาว์ และไร้เดียงสา มือจิ๋วขยับเบา ๆ ใต้ผ้าห่ม ก่อนจะนิ่งสนิทอีกครั้งในนิทราอันแสนสงบ

เธอถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งใจ แล้วโน้มตัวลงไปใกล้ ก้มลงหอมเบา ๆ ที่แก้มของลูกชาย

“แม่รักลูกนะคะ”

เธอกระซิบเบา ๆ ด้วยกลัวจะรบกวนเจ้าตัวเล็ก

คะนึงนิจค่อย ๆ นั่งลงข้างเตียงลูก คิดถึงเรื่องเก่าก่อนต่อ

...

ในอดีตชาติ...

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้ะ นิจ”

ป้าสร้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะกอดคะนึงนิจและลูกชายที่เดินเข้ามาในบ้านสวนหลังเก่า

บ้านหลังนี้...บ้านที่คะนึงนิจอาศัยอยู่ตั้งแต่วันที่แม่จากไป บ้านที่เธอเติบโตขึ้นท่ามกลางความรักและการดูแลของป้าสร้อย บ้านที่กลายเป็นที่พักใจในวันที่พ่อเลือกจะมีผู้หญิงคนใหม่หลังแม่เสียชีวิต และไม่เหลียวแลเธอกับน้องชายอีกเลย

พ่อของเธอยังคงเป็นคนเดิม ผู้ชายที่มีผู้หญิงใหม่เข้ามาในชีวิตไม่ขาดสาย และดูเหมือนว่าแต่ละคนจะอายุน้อยลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งข่าวล่าสุดที่เธอได้ยิน...ผู้หญิงคนใหม่ของพ่อ อายุน้อยกว่าเธอเสียอีก

“ป้าสร้อย สวัสดีค่ะ” คะนึงนิจเอ่ยพลางไหว้ก้มศีรษะเล็กน้อยด้วยความเกรงใจ

“น้องคิน ธุคุณยายจ้ะลูก”

เธอย่อตัวลงคุยกับลูกชายพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“น้องคินค่ะป้า...เคยเจอกันตอนยังเป็นเด็กแบเบาะ ตอนนี้สามขวบแล้วค่ะ วิ่งเก่งมากด้วยนะคะ”

ป้าสร้อยยิ้มกว้าง ลูบหัวหลานชายอย่างเอ็นดู

เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของเด็กน้อยดังขึ้นเมื่อโดนลูบหัวและกอดเบา ๆ

“แล้วหนุ่ยออกไปทำงานแล้วใช่ไหมคะ” คะนึงนิจเอ่ยถามถึงน้องชายของเธอ ผู้เพิ่งสำเร็จการศึกษา และกำลังเริ่มงานในบริษัทใหม่ในตำแหน่งวิศวกรไฟฟ้า

“ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ” ป้าสร้อยตอบพลางพยักหน้า “เห็นบอกว่าวันนี้มีงานวิ่งรอก ดูหน้างานบริษัทลูกค้าสามที่” เธอเสริมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจเล็กน้อย

“ช่วงนี้ เจ้าหนุ่ยงานหนักนะ เห็นบอกว่าเจ้านายชอบใช้งานเพราะดูแลลูกค้าได้ละเอียดรอบคอบ มีแต่คำชมจากลูกค้า แล้วลูกค้าก็เรียกร้องให้หนุ่ยไปตรวจงานเป็นประจำด้วย ดีแล้วล่ะ”

คะนึงนิจยิ้มดีใจและรู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จของน้องชาย

“แล้วข้าวของของนิจกับน้องคินมีเยอะมากไหม? ตอนนี้หยิบเอาเฉพาะส่วนที่ต้องใช้มาก่อนก็ได้ รอช่วงเย็นตอนที่เจ้าหนุ่ยกลับมา ค่อยให้ช่วยขนทีเดียว”

ป้าสร้อยเอ่ยขึ้นพลางจูงมือเด็กน้อยเดินเข้าตัวบ้าน ข้างหลังมีคะนึงนิจเดินตามอย่างเงียบงัน

“นิจกับลูกไปพักผ่อนก่อนเถอะ ห้องเดิมของนิจ ป้ายังคอยทำความสะอาดให้เรื่อย ๆ พาน้องคินไปนอนก่อน ดูท่าทางน่าจะง่วงแล้วซิ”

“เป็นช่วงใกล้นอนกลางวันแล้วค่ะ เดี๋ยวนิจป้อนข้าวกับนมให้น้องคินก่อน แล้วพาเขาไปนอนค่ะ”

คะนึงนิจตอบพลางยกมือลูกศีรษะของลูกน้อยเบา ๆ

“ฝากป้าดูแลน้องคินแป๊บนึงนะคะ ขอนิจไปหยิบของที่น้องคินต้องใช้จากรถก่อน”

“มา น้องคิน ไปกับยาย ไปดูห้องของหนูกับแม่กันว่าชอบไหม”

ป้าสร้อยยิ้มแล้วจับจูงมือเด็กน้อย เดินไปทางห้องนอนเก่าของคะนึงนิจ

              คะนึงนิจมองตามสองยายหลานที่เดินจากไปพร้อมกัน รอยยิ้มบางคลี่บนริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว

ก่อนหน้านี้ เธอยังอดกังวลเรื่องภาคินทร์ไม่ได้ กลัวว่าลูกจะงอแงเมื่อต้องย้ายออกจากบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด

แต่วันนี้...เธอโล่งใจแล้ว เมื่อเห็นว่าลูกชายตัวน้อยไม่ดื้อ ไม่งอแง ราวกับรับรู้ถึงความรู้สึกของแม่ และคอยเป็นกำลังใจให้เธออย่างเงียบ ๆ

เธอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง พร้อมเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุดเท่าที่คนเป็นแม่คนหนึ่งจะทำได้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • โอกาสรักคืนใจ   บทส่งท้าย

    แก้วเดินกลับเข้ามาในวงสนทนาหลังจากเข้าห้องน้ำ เสียงหัวเราะและบรรยากาศอบอุ่นยังคงคละคลุ้งอยู่รอบโต๊ะ หนุ่ยนั่งอยู่ข้างที่นั่งของเธอ หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะนั่งลงตามเดิมอย่างสงบเสงี่ยม“คุยอะไรกันอยู่คะ?” แก้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นทุกคนดูอารมณ์ดี“ภูกับนิจจะมีลูกสาวน่ะสิ พวกเราเลยดีใจกันใหญ่เลย” แม่ของแก้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ว้าว ดีจังเลยค่ะ น้องคินจะมีน้องสาวแล้ว!” แก้วหันไปทางเด็กน้อยที่นั่งบนตักของภูวินทร์ เด็กชายกำลังจดจ่ออยู่กับรถของเล่นคันเล็กในมือ“คินจะมีน้องสาว...รักน้อง!”เสียงใส ๆ ของภาคินทร์ทำให้ทุกคนหัวเราะเบา ๆ เด็กน้อยยื่นมือไปลูบท้องของแม่อย่างทะนุถนอมคะนึงนิจลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดู ความอบอุ่นเอ่อท้นอยู่ในหัวใจของเธอ เธอดีใจเหลือเกิน ที่ในชาตินี้ ลูกสาวของเธอกลับมาหาอีกครั้ง ลูกสาวที่เธอเคยคิดถึงและโหยหามาตลอดเวลาในชาติก่อนภาพความทรงจำเมื่อวานแวบเข้ามาในความคิด วันที่เธอไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล“ยินดีด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่...ลูกในท้องเป็นผู้หญิงค่ะ”เสียงของคุณหมอคนเดิมที่เคยดูแลเธอตอนตั้งครรภ์ภาคินทร์เอ่ยด้ว

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 35

    หญิงสาวในชุดคลุมท้องสีขาว จูงมือเด็กชายวัยสามขวบเดินเล่นอย่างช้า ๆ บนสนามหญ้าหน้าบ้าน อากาศยามเช้าเริ่มเย็นลง เป็นสัญญาณของฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนคะนึงนิจเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงแดดยามสายเริ่มทอแรงขึ้นตามกาลเวลา“น้องคินคะ เราขึ้นบ้านกันเถอะ เดี๋ยววันนี้เราจะไปดูโรงเรียนของลูกกันนะคะ”เสียงของหญิงสาวอ่อนโยนและชัดเจน เอ่ยช้า ๆ อย่างใจเย็นกับลูกชายตัวน้อย ที่ตอนนี้เริ่มเข้าใจประโยคซับซ้อนยาว ๆ ของผู้ใหญ่ได้มากขึ้นแล้ว“คินจะไปโรงเรียน”เสียงเล็ก ๆ ของภาคินทร์เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาใสแจ๋วเต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะก้าวเท้าเล็ก ๆ เดินตามมือแม่ขึ้นไปยังตัวบ้านอย่างว่าง่าย“พี่กำลังจะลงไปตามพอดีเลย”เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นจากบันได ภูวินทร์ในชุดลำลองสีน้ำเงินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกอย่างอ่อนโยน“นิจต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมอีกไหม เดี๋ยวพี่เล่นกับลูกต่อให้”“มีเอกสารโรงเรียนกับสมุดสุขภาพของโรงพยาบาลที่นิจวางไว้ในห้องนอนค่ะ แล้วก็...ขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดนิดนึง อยากใส่กางเกง จะได้เดินสะดวกขึ้นค่ะ”ภูวินทร์พยักหน้าเบา ๆ “เดี๋ยวพี่พานิจขึ้นไปเองดีกว่

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 34

    ในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แสงไฟนวลซีดส่องสลัวอยู่เหนือเตียงคนไข้หลายเตียง เสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงฝีเท้าเจ้าหน้าที่ดังแผ่วเบาเป็นระยะบนเตียงมุมห้อง หญิงสาวร่างผอมซีดผู้มีใบหน้าเสียโฉมครึ่งหนึ่งนอนกระสับกระส่ายอยู่ใต้ผ้าห่มสีเทาเก่า เธอพลิกตัวไปมา ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาแดงเรื่อเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง“ภูวินทร์...เขาเป็นของฉัน...” เธอพึมพำเสียงพร่า “…นังนิจ แกแย่งผัวฉันไป...”จันทร์รวีเหม่อมองเพดานเหมือนหลงอยู่ในภวังค์ เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นคือความจริงหรือความฝัน ตั้งแต่วันที่เธอขับรถพุ่งชน ภูวินทร์ ภาพฝันเดิมก็หลอกหลอนเธอทุกคืน ฝันว่าเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านใหญ่หรูหรา มีภูวินทร์อยู่เคียงข้าง และมีลูกชายตัวน้อยเรียกเธอว่า “แม่”ความฝันนั้นงดงามจนเธอเริ่มเชื่อว่ามันคือความจริง เธอต่างหากที่เป็นภรรยาของภูวินทร์ เป็นเจ้าของชีวิตและครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ของคะนึงนิจ“เขาเป็นของฉัน เขาต้องเป็นของฉันคนเดียว” จันทร์รวีเริ่มตะโกนซ้ำ ๆ ก่อนเสียงกรีดร้องจะดังลั่นทั่วห้อง ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ตื่นตกใจร้องเรียกพยาบาลกันระงมเจ้าหน้าที่รีบกรูเข้ามาควบคุมตัวเธอ จันทร์รวีย

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 33

    คะนึงนิจเช็ดมือและแขนของชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างแผ่วเบา เขายังไม่ฟื้นเลย...แม้เวลาจะผ่านไปถึงสามวันแล้ว นับจากที่ถูกย้ายออกมาจากห้องไอซียูหลังจากอุบัติเหตุในเย็นวันนั้น รถพยาบาลนำตัวภูวินทร์ส่งถึงโรงพยาบาลในเวลาไม่นาน แพทย์ฉุกเฉินรีบพาเขาเข้าห้องผ่าตัดทันที ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกซี่โครงหักหนึ่งซี่ ขาขวาหัก และที่ร้ายแรงที่สุดคืออาการเลือดคั่งในสมองการผ่าตัดใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าคุณหมอจะออกมาแจ้งผล คะนึงนิจนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดแทบไม่ได้ไปไหนเลย เมื่อการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย ภูวินทร์ถูกย้ายเข้าห้องไอซียู เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องนานถึงหนึ่งสัปดาห์จากนั้น เขาจึงถูกย้ายมาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยทั่วไป ทว่า...เขากลับยังไม่รู้สึกตัวเลยจนถึงตอนนี้คะนึงนิจเฝ้าอยู่ข้างเตียงแทบตลอดเวลา ไม่ยอมกลับบ้านเลยแม้แต่วันเดียว หนุ่ยกับป้าสร้อยจะผลัดกันมาเยี่ยมในช่วงเช้า โดยจะพาภาคินทร์มาด้วย เด็กน้อยเรียกร้องหาพ่อกับแม่ทุกวันทุกครั้งที่ลูกชายเข้ามาในห้อง เขาจะนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียง จับมือพ่อไว้แน่นด้วยแววตาเศร้าสร้อยเกินวัย แล้วเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า“พ่อ..

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 32

    คะนึงนิจเปิดประตูห้องทำงานของภูวินทร์เบา ๆ แสงในห้องสลัวจนแทบมองไม่เห็น เธอมองเห็นร่างของชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ภาพความอ่อนล้าในแววตาเขาแวบขึ้นมาในใจของเธอแม้เขาจะยิ้มแย้มทักทายลูกน้อยที่ยืนรออยู่หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่คะนึงนิจรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นมีบางอย่างซ่อนอยู่ ตลอดมื้อเย็น เขาแทบไม่ได้พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่แฝงความเหม่อลอยและเงียบงันที่ดูผิดปกติ“ทำไมไม่เปิดไฟห้องล่ะคะ?” เธอเอ่ยขึ้น พลางก้าวเข้าไปเปิดสวิตช์จนห้องสว่างจ้าแสงไฟทำให้ภูวินทร์หยีตาเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภรรยา แววตานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความเหนื่อยล้าอย่างคนที่กำลังแบกรับบางสิ่งไว้เงียบ ๆเมื่อคะนึงนิจเดินเข้าใกล้ เขาโผเข้ากอดเอวเธอแน่น ซบหน้าลงกับลำตัวของเธออย่างหมดเรี่ยวแรงหญิงสาวยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ สัมผัสเช่นนี้ เธอไม่ได้รับมานานจนแทบจำไม่ได้“ขอพี่กอดนิจ...สักครู่เถอะ” เสียงของภูวินทร์แผ่วเบา แฝงแววเว้าวอน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนซบหน้ากลับลงอีกครั้งแน่นขึ้นกว่าเดิมคะนึงนิจยืนนิ่ง มองเส้นผมหยักศกของเขาที่เหมือนกับผมของลูกชายเธอซบอยู่ที่ตัวเธอ เธอทำตัวไม่ถูก แต่เ

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 31

    เช้านี้อากาศสดใส แดดอ่อน ๆ ยามสายทอดลงบนสนามหญ้าหน้าบ้านชายหนุ่มเดินจูงมือลูกน้อยออกมาเดินเล่นในสวนหลังมื้อเช้าอย่างสบายใจ วันนี้เขาไม่มีธุระเร่งด่วนที่บริษัท เดิมทีตั้งใจจะพักทั้งวันอยู่กับลูกให้เต็มที่แต่ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์จาก ภารดี น้องสาวแท้ ๆ ก็ดังขึ้น เธอแจ้งว่ามีเรื่องด่วนและขอให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นในช่วงบ่าย เขาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนหลังวางสาย ภูวินทร์สั่งให้วิทยาเตรียมเอกสารและจัดการประชุมไว้ในช่วงบ่าย เขาจึงมีเวลาเล่นกับลูกช่วงเช้า ก่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นภูวินทร์จับมือลูกชายตัวน้อยที่สวมเสื้อยืดลายการ์ตูนตัวโปรดกับกางเกงขาสั้นสีแดง ใบหน้าเล็กสดใสอาบแสงแดดยามเช้า ดูน่ารักน่าเอ็นดู เด็กน้อยเงยหน้ามองพ่อ คอยฟังทุกถ้อยคำที่เขาพูด ก่อนจะเลียนเสียงหรือส่งยิ้มตอบกลับอย่างไร้เดียงสา ราวกับเข้าใจทุกอย่างทั้งคู่เดินช้า ๆ รอบแปลงดอกไม้ พลางช่วยกันตัดดอกกุหลาบที่กำลังบานสะพรั่ง เขาสอนลูกให้ระวังหนาม ค่อย ๆ เด็ดออกทีละอันจนเหลือแต่ช่อดอกที่สวยสะอาด“น้องคินเอาดอกไม้ไปให้คุณแม่ซิครับ” ภูวินทร์พูดพลางยื่นกุหลาบสีแดงให้ลูกน้อย เด็กชายพยักหน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status