Share

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2025-11-11 18:46:28

คะนึงนิจฝันถึง “ชาติก่อน” อีกครั้ง...

              ในความฝันนั้น เธอเห็นภาคินทร์ ลูกชายของเธอ กำลังร้องไห้อยู่ข้างศพของตัวเธอเองที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาว หลังจากวันที่เธอเสียชีวิตได้เกือบสองสัปดาห์ ภาคินทร์ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจ แจ้งข่าวการเสียชีวิตของแม่ให้ทราบ เขารู้สึกเหมือนโลกแตกสลายเมื่อได้รับข่าว ภาคินทร์โทษตัวเองที่ไม่ดูแลแม่ให้ดี ครั้งก่อนที่เขานัดว่าจะมาหาแม่นั้น เพียงคืนก่อนหน้าวันนัด เขายังตั้งใจว่าจะมาหาและจะได้มีเวลาอยู่กับแม่ทั้งวันทั้งคืน แต่แล้วก็พบว่า สำนักงานใหญ่ในต่างประเทศเรียกตัวให้เขาเข้าประชุมด่วน เพราะมีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข เขาจึงส่งข้อความทางไลน์บอกเลื่อนนัดแม่แทน โดยไม่ทันเอะใจว่า แท้จริงแล้ว แม่ของเขาไม่ได้อ่านข้อความนั้น เนื่องจากเขารู้ดีว่าแม่ไม่ใช่คนติดโทรศัพท์มือถือ

กระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบสองสัปดาห์ เพื่อนบ้านเริ่มสงสัยเพราะไม่เห็นคะนึงนิจออกจากบ้านเลย อีกทั้งตอนกลางคืนก็ไม่เคยเห็นแสงไฟส่องลอดหน้าต่างออกมา จนในที่สุด พวกเขาตัดสินใจแจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ จึงพบความจริงอันน่าสะเทือนใจ เธอเสียชีวิตไปแล้วจากการพลัดตกบันไดในบ้าน ศพของเธอเริ่มเน่าเปื่อย ท่ามกลางความเงียบงันที่ยาวนาน

ฝันถัดไป....เธอสวมชุดคลุมท้องสีชมพูอ่อน ก้าวเข้าสำนักงานของ “ภูวินทร์” สามีผู้เป็นเจ้าของบริษัท หลังจากเพิ่งไปดูโรงเรียนอนุบาลให้ลูกชายที่ทั้งคู่ตั้งใจจะส่งเข้าเรียนเมื่ออายุครบสามขวบ เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้โลกนอกบ้านและมีสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน

เธอแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เห็น “จันทร์รวี” เลขานุการส่วนตัวของภูวินทร์ซึ่งควรจะอยู่หน้าห้องตามปกติ จันทร์รวีนั้นเป็นรุ่นน้องมหาวิทยาลัยและยังเป็นหลานรหัสที่เธอเองเป็นคนแนะนำเข้ามาทำงานกับสามีของเธอเมื่อเกือบสองปีก่อน หลังจากรุ่นน้องโทรมาขอความช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง เพราะต้องลาออกจากที่ทำงานเก่า อันเนื่องจากถูกเจ้านายลวนลาม และยังถูกภรรยาของเจ้านายตามมาอาละวาดจนไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้

คะนึงนิจผลักประตูห้องทำงานของสามีเข้าไป เสียงกระซิบกระซาบที่ลอดออกมาก่อนหน้านั้นพลันชัดเจนขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้โลกทั้งใบแทบถล่มลงมา      ภูวินทร์กำลังกอดจันทร์รวีไว้แนบแน่น ริมฝีปากแนบซอกคออย่างเร่าร้อน

“กรี๊ด! พี่นิจ! พี่อย่าเข้าใจผิดนะคะ!” จันทร์รวีร้องเสียงหลงเมื่อหันมาเจอเธอที่ยืนตะลึงอยู่เกือบกลางห้อง

ภูวินทร์สะดุ้ง รีบผละออกแล้วหันมามองภรรยาด้วยแววตาตื่นตระหนก

“นิจ! มาได้ยังไง แล้วลูกล่ะ?”

น้ำตาร้อนผ่าวคลอเบ้า คะนึงนิจถามเสียงสั่น

“พี่ภูกับจันทร์...มีอะไรกันมานานแค่ไหนแล้ว ทำไมถึงทำกับนิจแบบนี้?”

เธอหันไปมองรุ่นน้องที่เคยเอ็นดูแทบจะเหมือนน้องสาวแท้ ๆ “แล้วเธอล่ะจันทร์...ทำไมถึงหักหลังพี่ได้ลงคอ”

หัวใจเธอแทบแตกสลาย คนที่เธอรักที่สุด และคนที่เธอไว้ใจที่สุด กลับทรยศซ้ำเติมอย่างไม่อายฟ้าอายดิน

คะนึงนิจวิ่งถลาออกจากห้อง ภูวินทร์รีบวิ่งตามมาติด ๆ เธอกดปุ่มลิฟต์อย่างร้อนรน แต่เมื่อเห็นว่ามันมาช้าเกินไป เธอตัดสินใจกระโจนเข้าไปในบันไดหนีไฟแทน

“นิจ! ฟังพี่ก่อน!” ภูวินทร์คว้าแขนเธอไว้ทันขณะที่เธอกำลังจะก้าวลง แต่คะนึงนิจสะบัดอย่างแรงเพื่อดิ้นหนี แขนที่ถูกกระชากออกอย่างแรงทำให้เธอเสียหลัก เท้าพลิก ร่างทั้งร่างกลิ้งตกลงบันไดอย่างรุนแรง

ความเจ็บปวดแล่นบาดกลางท้อง ร้าวไปถึงช่วงล่าง เลือดจำนวนมากไหลทะลักออกมาอย่างน่าสยดสยอง

คะนึงนิจผวาสะดุ้งตื่น หอบหายใจแรงเหมือนเพิ่งกลับจากความตาย

เธอไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง กลัวจะถูกมองว่าเพ้อเจ้อ หรือเสียสติ แต่เธอรู้ดีในใจว่านี่ไม่ใช่ฝันธรรมดา หากคือความทรงจำจากชาติที่แล้ว เพราะเธอ “เคยตายมาแล้ว” ครั้งหนึ่ง และนี่คือโอกาสครั้งที่สอง ที่ฟ้าส่งเธอย้อนเวลากลับมายังช่วงที่ยังสาว ก่อนที่เธอจะพลาดชักนำ “มือที่สาม” เข้ามาทำลายชีวิตแต่งงานด้วยตัวเอง

คะนึงนิจทอดสายตามองรอบห้องนอนของลูกชายวัยเกือบหนึ่งขวบซึ่งกำลังหลับสนิทข้างกายเธอ มือบางค่อย ๆ ลูบไล้ผนังด้านข้าง สัมผัสกับความเรียบลื่นเย็นสบาย ก่อนจะหลับตาลงเพื่อซึมซับบรรยากาศบ้านหลังนี้ บ้านที่เธอเฝ้านึกถึงมาตลอดกว่าสามสิบปีในชาติภพก่อน ตั้งแต่วันที่มันยังเป็นเพียงที่ดินเปล่า วันที่เริ่มถมดิน ตอกเสาเข็ม จนค่อย ๆ ก่อร่างขึ้นเป็นบ้านในฝันที่เธอกับภูวินทร์ร่วมออกแบบกับสถาปนิก ทุกอิฐทุกเสา ล้วนสอดแทรกด้วยความทรงจำอันอบอุ่นของเธอกับภูวินทร์ และเสียงหัวเราะใส ๆ ของลูกชาย จนกระทั่งเมื่อเขาอายุได้เกือบสามขวบ เธอและลูกก็จำต้องพรากจากบ้านแสนรักและอบอุ่นหลังนี้ไป

เธอเติบโตมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างพ่อกับแม่ตลอดช่วงชีวิตของแม่ พ่อของเธอมักจะต้องโยกย้ายที่ทำงานตามคำสั่ง ส่วนแม่ของเธอเป็นแม่บ้านเต็มตัว คอยดูแลเธอตั้งแต่ลืมตาดูโลก แม่ยอมสละอาชีพการงานที่กำลังเติบโตเพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการเลี้ยงดูเธอและน้องชาย ในขณะที่พ่อก้าวหน้าในหน้าที่การงานจนได้ตำแหน่งใหญ่โต

ทว่าทุกครั้งที่ย้ายไปทำงานในที่ใหม่ ๆ พ่อกลับมีพฤติกรรมเจ้าชู้ มีผู้หญิงอื่นอยู่แทบทุกตำบลทุกอำเภอ แม่จึงต้องคอยตามราวี คอยติดตามพ่อที่ออกไป “หาเศษหาเลย” นอกบ้านอยู่เสมอ คะนึงนิจเองก็มักจะสงสัยอยู่ลึก ๆ ว่า หากพ่อไม่ได้รักแม่แล้ว เหตุใดจึงไม่ยอมปล่อยให้แม่เป็นอิสระ ไม่ยอมปลดปล่อยหรือหย่าให้แม่ได้มีชีวิตใหม่

พ่อกลับเหมือนเด็กเกเรที่ชอบก่อเรื่องให้แม่ไม่สบายใจไม่รู้จบ จนท้ายที่สุด แม่ของเธอก็ตรอมใจเสียชีวิตเมื่อคะนึงนิจอายุเพียง 15 ปี บางทีอาจเพราะเหนื่อยเกินกว่าจะตามราวีพ่อ หรือไม่ก็เพราะหมดกำลังใจที่จะอยู่ต่อในโลกใบนี้แล้ว

เธอมักเกิดคำถามในใจอยู่เสมอเกี่ยวกับชีวิตแต่งงานของพ่อแม่กับสิ่งที่พ่อทำต่อแม่ ความหลายใจ ความเจ้าชู้ และการที่แม่ต้องคอยตามราวี จับผิดเรื่องชู้สาว เรื่องเมียน้อยไม่รู้จบ สิ่งเหล่านั้นทำให้คะนึงนิจทั้งเศร้าและเจ็บปวด จนตั้งมั่นกับตัวเองว่า ชีวิตของเธอจะต้องไม่ซ้ำรอยพ่อแม่ เธอจะเลือกผู้ชายที่รักเดียวใจเดียว ร่วมสร้างครอบครัวที่อบอุ่น มีพร้อมทั้งลูกชายและลูกสาว และใช้ชีวิตคู่กับสามีไปจนวันตาย

แต่ความจริงกลับไม่เป็นดังฝัน ภูวินทร์ ชายหนุ่มที่เธอคบหามาตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย หลังดูใจกันอยู่นานถึงห้าปี เธอจึงตัดสินใจแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตคู่กับเขา เมื่อเธอตั้งครรภ์      คะนึงนิจยอมลาออกจากงานซึ่งเธอกำลังดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพื่อมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ปล่อยให้สามีมีเวลาและพลังทั้งหมดไปทุ่มเทกับการสร้างธุรกิจ ที่เริ่มต้นจากบริษัทสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ก่อนค่อย ๆ เติบโตเป็นบริษัทที่มั่นคงทีละก้าว เธอเลือกเป็น “ช้างเท้าหลัง” ที่คอยดูแลบ้านและครอบครัว เพื่อให้ภูวินทร์ไร้กังวล เธอไม่เคยจับผิด ไม่เคยระแวง และมอบความเชื่อใจให้เขาเต็มหัวใจ

ทว่ากาลเวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน ความรักที่เคยมั่นคงกลับสั่นคลอน และความไว้ใจของเธอก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น

วันที่เธอสูญเสียลูกสาวในครรภ์ที่มีอายุครรภ์เพียงสี่เดือนเศษจากอุบัติเหตุตกบันไดเป็นวันเดียวกับที่เธอพบภาพบาดตา        ภูวินทร์กำลังกอดผู้หญิงคนนั้น คนที่เธอดึงเข้ามาใกล้ชิดกับสามีของเธอเองด้วยความหวังดี บาดแผลในใจครั้งนี้ทำให้คะนึงนิจตัดสินใจหย่าขาดจากภูวินทร์ พร้อมขอสิทธิ์เลี้ยงดูลูกชายแต่เพียงผู้เดียว ด้วยความหยิ่งทะนง เธอไม่รับค่าเลี้ยงดูใด ๆ และย้ายออกจากบ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นรังอุ่นของครอบครัว

โชคดีที่เธอยังมีป้า พี่สาวของแม่ คอยดูแลและให้ความช่วยเหลือมาตลอด อีกทั้งยังมีน้องชายที่เพิ่งจบการศึกษาและเริ่มทำงานได้ไม่นาน คะนึงนิจจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เธอกลับมาทำงานเต็มตัว รับทุกงานที่พอจะทำได้ ไม่ว่าจะหนักหรือเหนื่อยเพียงใด เพื่อแลกกับรายได้ที่จะเลี้ยงดูภาคินทร์ ลูกชายคนเดียวที่เป็นดั่งลมหายใจของเธอ

บ่อยครั้งที่เธอต้องทำงานจนดึกดื่น บางคืนลากยาวถึงตีสองตีสาม เพียงเพราะไม่อยากให้ลูกต้องขาดสิ่งใดในชีวิต เธออดทนทุกอย่าง ยอมเหนื่อย ยอมลำบาก เพียงเพื่อเห็นรอยยิ้มของลูกชาย

เธอหลีกเลี่ยงการมีครอบครัวใหม่ ไม่ว่าจะมีแม่สื่อแม่ชักคอยแนะนำผู้ชายดี ๆ ให้ เพื่อให้เธอกับลูกมีที่พึ่งพิงก็ตาม ในการทำงาน เธอพบเจอผู้คนมากมาย และมักมีชายหนุ่มทั้งที่แต่งงานแล้วและยังโสดเข้ามาเกี้ยวพาราสี แต่คะนึงนิจกลับปฏิเสธและปิดโอกาสในการคบหาผู้ชายคนใหม่อยู่เสมอ เพราะเธอคำนึงถึงลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เธอคิดว่า ถ้าได้พบผู้ชายที่ดีและรักลูกของเธอด้วย ก็ถือว่าเป็นโชคดี เหมือนถูกรางวัลลอตเตอรี่ แต่หากโชคร้ายไปพบคนไม่ดี ที่อาจทำร้ายลูกของเธอ ลูกก็จะตกอยู่ในอันตราย ดังเช่นข่าวที่มักเห็นอยู่บ่อย ๆ ว่าพ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยงจนบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต

นอกจากนี้ หากเธอมีสามีใหม่และมีลูกคนใหม่ขึ้นมา ภาคินทร์ ลูกชายของเธอกับสามีเก่า อาจรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก และเกิดปมในใจที่ติดตัวไปตลอดชีวิต

เมื่อภาคินทร์เติบโตขึ้น เขาก็กลายเป็นชายหนุ่มที่ขยันและมุ่งมั่น เขาทำงานหนักเพื่อสร้างฐานะของตัวเอง จนบางครั้งความห่างเหินค่อย ๆ แทรกเข้ามาโดยไม่รู้ตัว ทว่าคะนึงนิจยังคงอุ่นใจเสมอ เพราะแม้ลูกจะยุ่งเพียงใด เขาก็ยังหาเวลาแวะมาเยี่ยมทุกสองถึงสามเดือน แม้ในวันที่มีครอบครัวของตัวเองแล้วก็ตาม

คะนึงนิจยังคงยืนยันที่จะอยู่ในบ้านหลังเก่า บ้านที่เธอกับลูกเติบโตมา ขณะที่ภาคินทร์จำเป็นต้องย้ายไปอยู่คอนโดใจกลางเมือง เพื่อความสะดวกของภรรยาในการทำงาน และเพื่อให้ลูกน้อยได้เรียนในโรงเรียนชื่อดัง

แม้คะนึงนิจจะจากโลกนี้ไปด้วยความโล่งใจที่ได้เห็นลูกชายเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่และกำลังสร้างครอบครัวที่อบอุ่นดังที่เธอเคยฝัน แต่ลึกลงไปในใจ เธอยังคงมีสิ่งที่ติดค้างอยู่ ความรู้สึกผิดที่ไม่อาจมอบชีวิตที่สมบูรณ์แก่ลูกได้

ภาคินทร์ต้องเติบโตโดยปราศจากการสนับสนุนจากพ่อ ขณะที่อดีตสามีของเธอกลับก้าวหน้าในเส้นทางธุรกิจ จนสร้างบริษัทเทคโนโลยีให้กลายเป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำของประเทศ เขาแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนนั้น และมีลูกชายอีกคนไว้สืบสกุล ชีวิตของพวกเขาเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง ความสะดวกสบาย และรอยยิ้มที่ไม่เคยหวนกลับมาทางเธอและลูกอีกเลย

ในทางกลับกัน ภาคินทร์ ลูกชายของเธอ    ต้องพยายามดิ้นรนด้วยตัวเองตั้งแต่วัยหนุ่ม เขาทำงานหนักเพื่อยืนหยัดบนลำแข้ง เพราะแม่ไม่มีสมบัติพัสถานใด ๆ จะส่งต่อ ไม่มีเส้นสาย ไม่มีทุนทรัพย์ มีเพียงความรักและแรงใจที่มอบให้เขาอย่างหมดหัวใจเท่านั้น

และนั่นเอง...คือสิ่งที่คะนึงนิจไม่เคยปล่อยวางได้ตลอดชีวิต...ความรู้สึกผิดที่ไม่อาจมอบชีวิตที่ดีกว่านี้ให้ลูกชาย ความค้างคาในใจที่ตามหลอกหลอนเธอ แม้ในยามลมหายใจสุดท้าย

ขณะนี้ ในชาติใหม่ที่เธอกลับมา ลูกชายของเธอมีอายุเกือบหนึ่งขวบ เป็นช่วงเวลาก่อนที่เธอจะชักนำผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเป็นเลขาฯ ของภูวินทร์ คะนึงนิจครุ่นคิดหนัก หาหนทางที่จะรับมือและป้องกันไม่ให้เรื่องราวเลวร้ายซ้ำรอยดังเก่าเหมือนในอดีตชาติ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โอกาสรักคืนใจ   บทส่งท้าย

    แก้วเดินกลับเข้ามาในวงสนทนาหลังจากเข้าห้องน้ำ เสียงหัวเราะและบรรยากาศอบอุ่นยังคงคละคลุ้งอยู่รอบโต๊ะ หนุ่ยนั่งอยู่ข้างที่นั่งของเธอ หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะนั่งลงตามเดิมอย่างสงบเสงี่ยม“คุยอะไรกันอยู่คะ?” แก้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นทุกคนดูอารมณ์ดี“ภูกับนิจจะมีลูกสาวน่ะสิ พวกเราเลยดีใจกันใหญ่เลย” แม่ของแก้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ว้าว ดีจังเลยค่ะ น้องคินจะมีน้องสาวแล้ว!” แก้วหันไปทางเด็กน้อยที่นั่งบนตักของภูวินทร์ เด็กชายกำลังจดจ่ออยู่กับรถของเล่นคันเล็กในมือ“คินจะมีน้องสาว...รักน้อง!”เสียงใส ๆ ของภาคินทร์ทำให้ทุกคนหัวเราะเบา ๆ เด็กน้อยยื่นมือไปลูบท้องของแม่อย่างทะนุถนอมคะนึงนิจลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดู ความอบอุ่นเอ่อท้นอยู่ในหัวใจของเธอ เธอดีใจเหลือเกิน ที่ในชาตินี้ ลูกสาวของเธอกลับมาหาอีกครั้ง ลูกสาวที่เธอเคยคิดถึงและโหยหามาตลอดเวลาในชาติก่อนภาพความทรงจำเมื่อวานแวบเข้ามาในความคิด วันที่เธอไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล“ยินดีด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่...ลูกในท้องเป็นผู้หญิงค่ะ”เสียงของคุณหมอคนเดิมที่เคยดูแลเธอตอนตั้งครรภ์ภาคินทร์เอ่ยด้ว

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 35

    หญิงสาวในชุดคลุมท้องสีขาว จูงมือเด็กชายวัยสามขวบเดินเล่นอย่างช้า ๆ บนสนามหญ้าหน้าบ้าน อากาศยามเช้าเริ่มเย็นลง เป็นสัญญาณของฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนคะนึงนิจเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงแดดยามสายเริ่มทอแรงขึ้นตามกาลเวลา“น้องคินคะ เราขึ้นบ้านกันเถอะ เดี๋ยววันนี้เราจะไปดูโรงเรียนของลูกกันนะคะ”เสียงของหญิงสาวอ่อนโยนและชัดเจน เอ่ยช้า ๆ อย่างใจเย็นกับลูกชายตัวน้อย ที่ตอนนี้เริ่มเข้าใจประโยคซับซ้อนยาว ๆ ของผู้ใหญ่ได้มากขึ้นแล้ว“คินจะไปโรงเรียน”เสียงเล็ก ๆ ของภาคินทร์เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาใสแจ๋วเต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะก้าวเท้าเล็ก ๆ เดินตามมือแม่ขึ้นไปยังตัวบ้านอย่างว่าง่าย“พี่กำลังจะลงไปตามพอดีเลย”เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นจากบันได ภูวินทร์ในชุดลำลองสีน้ำเงินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกอย่างอ่อนโยน“นิจต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมอีกไหม เดี๋ยวพี่เล่นกับลูกต่อให้”“มีเอกสารโรงเรียนกับสมุดสุขภาพของโรงพยาบาลที่นิจวางไว้ในห้องนอนค่ะ แล้วก็...ขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดนิดนึง อยากใส่กางเกง จะได้เดินสะดวกขึ้นค่ะ”ภูวินทร์พยักหน้าเบา ๆ “เดี๋ยวพี่พานิจขึ้นไปเองดีกว่

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 34

    ในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แสงไฟนวลซีดส่องสลัวอยู่เหนือเตียงคนไข้หลายเตียง เสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงฝีเท้าเจ้าหน้าที่ดังแผ่วเบาเป็นระยะบนเตียงมุมห้อง หญิงสาวร่างผอมซีดผู้มีใบหน้าเสียโฉมครึ่งหนึ่งนอนกระสับกระส่ายอยู่ใต้ผ้าห่มสีเทาเก่า เธอพลิกตัวไปมา ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาแดงเรื่อเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง“ภูวินทร์...เขาเป็นของฉัน...” เธอพึมพำเสียงพร่า “…นังนิจ แกแย่งผัวฉันไป...”จันทร์รวีเหม่อมองเพดานเหมือนหลงอยู่ในภวังค์ เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นคือความจริงหรือความฝัน ตั้งแต่วันที่เธอขับรถพุ่งชน ภูวินทร์ ภาพฝันเดิมก็หลอกหลอนเธอทุกคืน ฝันว่าเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านใหญ่หรูหรา มีภูวินทร์อยู่เคียงข้าง และมีลูกชายตัวน้อยเรียกเธอว่า “แม่”ความฝันนั้นงดงามจนเธอเริ่มเชื่อว่ามันคือความจริง เธอต่างหากที่เป็นภรรยาของภูวินทร์ เป็นเจ้าของชีวิตและครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ของคะนึงนิจ“เขาเป็นของฉัน เขาต้องเป็นของฉันคนเดียว” จันทร์รวีเริ่มตะโกนซ้ำ ๆ ก่อนเสียงกรีดร้องจะดังลั่นทั่วห้อง ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ตื่นตกใจร้องเรียกพยาบาลกันระงมเจ้าหน้าที่รีบกรูเข้ามาควบคุมตัวเธอ จันทร์รวีย

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 33

    คะนึงนิจเช็ดมือและแขนของชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างแผ่วเบา เขายังไม่ฟื้นเลย...แม้เวลาจะผ่านไปถึงสามวันแล้ว นับจากที่ถูกย้ายออกมาจากห้องไอซียูหลังจากอุบัติเหตุในเย็นวันนั้น รถพยาบาลนำตัวภูวินทร์ส่งถึงโรงพยาบาลในเวลาไม่นาน แพทย์ฉุกเฉินรีบพาเขาเข้าห้องผ่าตัดทันที ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกซี่โครงหักหนึ่งซี่ ขาขวาหัก และที่ร้ายแรงที่สุดคืออาการเลือดคั่งในสมองการผ่าตัดใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าคุณหมอจะออกมาแจ้งผล คะนึงนิจนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดแทบไม่ได้ไปไหนเลย เมื่อการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย ภูวินทร์ถูกย้ายเข้าห้องไอซียู เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องนานถึงหนึ่งสัปดาห์จากนั้น เขาจึงถูกย้ายมาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยทั่วไป ทว่า...เขากลับยังไม่รู้สึกตัวเลยจนถึงตอนนี้คะนึงนิจเฝ้าอยู่ข้างเตียงแทบตลอดเวลา ไม่ยอมกลับบ้านเลยแม้แต่วันเดียว หนุ่ยกับป้าสร้อยจะผลัดกันมาเยี่ยมในช่วงเช้า โดยจะพาภาคินทร์มาด้วย เด็กน้อยเรียกร้องหาพ่อกับแม่ทุกวันทุกครั้งที่ลูกชายเข้ามาในห้อง เขาจะนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียง จับมือพ่อไว้แน่นด้วยแววตาเศร้าสร้อยเกินวัย แล้วเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า“พ่อ..

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 32

    คะนึงนิจเปิดประตูห้องทำงานของภูวินทร์เบา ๆ แสงในห้องสลัวจนแทบมองไม่เห็น เธอมองเห็นร่างของชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ภาพความอ่อนล้าในแววตาเขาแวบขึ้นมาในใจของเธอแม้เขาจะยิ้มแย้มทักทายลูกน้อยที่ยืนรออยู่หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่คะนึงนิจรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นมีบางอย่างซ่อนอยู่ ตลอดมื้อเย็น เขาแทบไม่ได้พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่แฝงความเหม่อลอยและเงียบงันที่ดูผิดปกติ“ทำไมไม่เปิดไฟห้องล่ะคะ?” เธอเอ่ยขึ้น พลางก้าวเข้าไปเปิดสวิตช์จนห้องสว่างจ้าแสงไฟทำให้ภูวินทร์หยีตาเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภรรยา แววตานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความเหนื่อยล้าอย่างคนที่กำลังแบกรับบางสิ่งไว้เงียบ ๆเมื่อคะนึงนิจเดินเข้าใกล้ เขาโผเข้ากอดเอวเธอแน่น ซบหน้าลงกับลำตัวของเธออย่างหมดเรี่ยวแรงหญิงสาวยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ สัมผัสเช่นนี้ เธอไม่ได้รับมานานจนแทบจำไม่ได้“ขอพี่กอดนิจ...สักครู่เถอะ” เสียงของภูวินทร์แผ่วเบา แฝงแววเว้าวอน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนซบหน้ากลับลงอีกครั้งแน่นขึ้นกว่าเดิมคะนึงนิจยืนนิ่ง มองเส้นผมหยักศกของเขาที่เหมือนกับผมของลูกชายเธอซบอยู่ที่ตัวเธอ เธอทำตัวไม่ถูก แต่เ

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 31

    เช้านี้อากาศสดใส แดดอ่อน ๆ ยามสายทอดลงบนสนามหญ้าหน้าบ้านชายหนุ่มเดินจูงมือลูกน้อยออกมาเดินเล่นในสวนหลังมื้อเช้าอย่างสบายใจ วันนี้เขาไม่มีธุระเร่งด่วนที่บริษัท เดิมทีตั้งใจจะพักทั้งวันอยู่กับลูกให้เต็มที่แต่ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์จาก ภารดี น้องสาวแท้ ๆ ก็ดังขึ้น เธอแจ้งว่ามีเรื่องด่วนและขอให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นในช่วงบ่าย เขาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนหลังวางสาย ภูวินทร์สั่งให้วิทยาเตรียมเอกสารและจัดการประชุมไว้ในช่วงบ่าย เขาจึงมีเวลาเล่นกับลูกช่วงเช้า ก่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นภูวินทร์จับมือลูกชายตัวน้อยที่สวมเสื้อยืดลายการ์ตูนตัวโปรดกับกางเกงขาสั้นสีแดง ใบหน้าเล็กสดใสอาบแสงแดดยามเช้า ดูน่ารักน่าเอ็นดู เด็กน้อยเงยหน้ามองพ่อ คอยฟังทุกถ้อยคำที่เขาพูด ก่อนจะเลียนเสียงหรือส่งยิ้มตอบกลับอย่างไร้เดียงสา ราวกับเข้าใจทุกอย่างทั้งคู่เดินช้า ๆ รอบแปลงดอกไม้ พลางช่วยกันตัดดอกกุหลาบที่กำลังบานสะพรั่ง เขาสอนลูกให้ระวังหนาม ค่อย ๆ เด็ดออกทีละอันจนเหลือแต่ช่อดอกที่สวยสะอาด“น้องคินเอาดอกไม้ไปให้คุณแม่ซิครับ” ภูวินทร์พูดพลางยื่นกุหลาบสีแดงให้ลูกน้อย เด็กชายพยักหน

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 30

    ครอบครัวของคะนึงนิจและครอบครัวของแก้วนัดกันออกมาทานข้าว เพื่อสังสรรค์กันในโอกาสวันเกิดของแก้ว บรรยากาศในร้านอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะในงานนี้ หนูน้อยภาคินทร์แทบจะเป็นพระเอกตัวจริงของงาน หนุ่มน้อยแต่งตัวหล่อเหลาด้วยเสื้อเชิ้ตผูกโบว์ทักซิโด ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสดใสราวแสงอาทิตย์ ทำให้บรรยาก

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 28

    ขณะที่คะนึงนิจขับรถมาถึงหน้าบ้าน เธอเห็นรถยนต์สีบรอนซ์เงินคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่หน้าประตูรั้ว หนุ่ยก้าวลงจากรถคันนั้น แล้วโค้งตัวกล่าวลาให้หญิงสาวผมยาวที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ จากนั้นรถคันนั้นก็เคลื่อนออกไปช้า ๆ“หนุ่ย” คะนึงนิจลดกระจกรถลงเรียกน้องชายทันที“พี่นิจ กลับมาแล้วเหรอครับ เดี

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 27

    เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเป็นจังหวะ โดยมีช่างภาพคอยบอกให้ชายหนุ่ม หญิงสาว และเด็กน้อยเปลี่ยนอิริยาบถไปเรื่อย ๆ เพื่อเก็บภาพจากหลายมุมมอง ก่อนจะขอถ่ายเดี่ยวเด็กน้อยที่กลายเป็นขวัญใจทั้งของทีมช่างภาพและคนที่ยืนดูอยู่โดยรอบคะนึงนิจในชุดเดรสสีไวน์แดงช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างป

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 26

    หลังจากการไกล่เกลี่ยผ่านทนายของทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อมานานเกือบเดือน ในที่สุด ทุกอย่างก็ได้ข้อยุติที่แก้วพึงพอใจ แม้เก่งและครอบครัวของเขาจะไม่พอใจก็ตามตามข้อตกลง แก้วได้รับสินสมรสแบ่งครึ่งกับเก่ง ส่วนคอนโดที่เก่งต้องการถือครองต่อ แก้วใช้ราคาตลาดเป็นเกณฑ์และให้เขาจ่ายส่วนแบ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status