LOGINฮ่า ฮ่า ฮ่า...แค่ก”
“ฮ่า ข้า ฮ่า หยะ ฮ่า หยุด หัว ฮ่า เราะ ไม่ได้!!!”“ฮ่า ฮ่า”“จอมยุทธ์โปรดยั้งมือด้วย!” หวังหยูซินหงายฝ่ามือรับหมัดที่ส่งมาตามติดศิษย์น้อง หมุนข้อมือใช้หลังมือปัดหมัดเบี่ยงทิศทางนางหมุนตัวยกมืออีกข้างรับฝักดาบที่กระแทกลงมา กางศอกเบี่ยงตัววาดมือเข้าทั้งสองเป็นวงกลมสลายกำลังภายใน กระแทกฝ่ามือใส่คนผู้นั้นถอยร่น“แม่นางหาใช่เรื่องของเจ้า ถอยออกไป! ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปราณี!”“ไม่ปราณีแล้วอย่างไร คิดว่าสู้พี่หญิงของข้าได้รึ ฮ่า ฮ่า” เสิ่นซูเย่วกระโดดเข้ามาหลบหลังบอบบางของหวังหยูซิน โผล่หัวออกมาด้านข้างเยาะเย้ยกลอกตาใส่“เจ้า! ไอ้เด็กปากเหม็น วันนี้บิดาจะสั่งสอนเจ้า!”พรึ่บ! ตึง!เสิ่นซูเย่วที่คอยท่าขว้างผงนิทราเข้าหน้าชาวยุทธ์ที่กำลังเดือดดาล เพียงเขาสูดลมหายใจก็ล้มตึงกางแขนกางขานอนกรนดังสนั่น“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“โอย ฮ่า ฮ่า หัวเราะ ฮ่า จน ฮ่า ปวดท้อง”การต่อสู้ด้านในจบลง แต่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมกลับมีภาพอันแปลกประหลาด ชาวยุทธ์ที่ยืนชมดูเรื่องสนุกหัวเราะสลับร้องโอดโอย<เสิ่นซูเย่วเดินสะกดรอยตงจื่อจินออกมาจากตลาดเดินไปทางทิศใต้ของเมืองราว 1 เค่อ แล้วเดินเลี้ยวไปทางตะวันตกอีก 2 เค่อ แถบนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวบ้านธรรมดา บ้านบางหลังสภาพทรุดโทรม แต่คงไม่เท่าหลังที่ตงจื่อจินเปิดประตูไม้เอียงกระเท่เร่เข้าไป“แค่ก แค่ก…”“โอ๊ย…ไอ้ตัวไร้ประโยชน์ ข้ากลับมาถึงก็ทำเป็นไอสำออยเชียวนะ เฮอะ!”นอกบ้านเสิ่นซูเย่วได้ยินเสียงไอของชายคนหนึ่งพร้อมจับลมหายใจแผ่วได้ มาพร้อมเสียงก่นด่าของสะใภ้ใจมาร‘ด้านในคงเป็นลุงรองหู’เมื่อยืนยันที่อยู่แน่ชัด เสิ่นซูเย่วหมุนตัวกลับเข้าเมืองไปยังโรงเตี๊ยมก่อน“พี่หญิง ตอนเย็นเดี๋ยวข้าอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนท่าน จากนั้นข้าจะออกไปธุระด้านนอกนะขอรับ” ศิษย์พี่กำลังนั่งจิบชาอยู่ล่างโรงเตี๊ยม นางจึงรีบนั่งลงทำเป็นพูดคุยเสียงไม่เบานัก“ธุระอันใดให้พี่ไปช่วยหรือไม่” เพราะศิษย์น้องไม่ได้เตี๊ยมกันไว้ก่อน หวังหยูซินคิดว่าคงมีเรื่องอันใดจึงออกปาก“อะแฮ่ม…ธุระของลูกผู้ชายขอรับ พี่หญิงท่านพักผ่อนอยู่โรงเตี๊ยมเถอะ” รอยยิ้มกรุ้มมกริ่มมุมปากไม่ได้ช่วยให้ศิษย์พี่เอะใจธุระอันใดกัน ธุระของลูกผู้ชาย“นี่คงคิดไปดื่มสุราอีกแล้วล่ะสิ ตามใจเจ้าอย่าดื่มมากเ
อันดับ 10 ฉายาเจี่ยวเฉียนจิน (เท้าพันชั่ง) หูเหว่ยซิน สำนักอู๋ตังอันดับ 9 ฉายาโม๋กุ่ยซานจื๋อ (มารน้อยสามเล็บ) เลี่ยวชูหราน พรรคจิ้งจอกสวรรค์อันดับ 8 ฉายาเฉินสือฉวา (บุปผารำพัน) เมี่ยวจือซี พรรคเอ๋อเหมยอันดับ 7 ฉายาเฮยกู๋ (อินทรีดำ) ติงเซี่ย หุบเขาอินทรีทองอันดับ 6 ฉายามู่ซือถง (นักบวชสำริด) สมณฉายาอิ้งซุ่น เสี้ยวลิ้มยี่อันดับ 5 ฉายาเล่ยอิง (เหยี่ยวสายฟ้า) ต้วนอวี้หาน เกาะสายฟ้าอันดับ 4 ฉายาไป๋หนี่ฮวา (ธิดาร้อยบุปผา) หวงหยินเย่ว ตำหนักธิดาเทพอันดับม 3 ฉายาปู้หลิวเฉว่ (ไร้โลหิต) เกอเหยาฉิน หุบเขาเร้นเงาอันดับ 2 ฉายาจู่เซียนตี้ยี่ (บรรพตโลกันต์) เฟิงหยินเซี่ย พรรคมารสวรรค์อันดับ 1 ฉายาเทียนถังจื่อกวง (แสงสวรรค์) เมิ่งจีเย่ว พรรคกระเรียนเงิน”ได้ยินรายชื่อทั้ง 10 จอมยุทธ์รุ่นเยาว์ในโรงเตี๊ยมก็หันมาสนทนากันด้วยประเด็นร้อน“เทียนถังจื่อกวงกับจู่เซียนตี้ยี่ผลัดกันครองอันดับหนึ่งทุกปี สมกับเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ในงานประลองครั้งนี้”“ปีนี้ได้ข่าวว่านายน้อยเกาะสายฟ้าอย่างเล่ยอิงก็ตอบรับเทียบเชิญมาด้วย”ไม่ใช่ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ทุกคนที่จะออกมาเผยโฉมภายนอกได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าบุคคลนั้นเป็นศิ
ห้องรับรองชั้น 3 บนโรงเตี๊ยมแม้กลางวันจะมีเหตุล่วงเกินเหล่าชาวยุทธ์ แต่ตัวตนของ ‘ศิษย์หมอประหลาด’ เป็นดอกไม้กลิ่นหอม ชาวยุทธ์ที่ปากก็บอกไม่อยากเข้าใกล้ แอบลักลอบมาขอพบพยายามสานสัมพันธ์อันดี ส่งมอบของขวัญ สินน้ำใจแน่นอนว่า...เสิ่นซูเย่วรับทั้งหมด!“พี่หญิง คนเขามีน้ำใจให้มาก็รับไว้เถอะ พวกท่านไม่ได้มาขอร้องสิ่งใดนี่ ใช่หรือไม่?”เป็นพวกเขาประเมินความไร้ยางอายของผู้อื่นต่ำเกินไป!ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังเสียข้าวสารอีกกำมือ ได้แต่เฝ้ามองสมุนไพรล้ำค่าลอยเข้าปากนายทวารเฝ้าประตูห้องของศิษย์หมอประหลาด“ซูเย่ว เจ้าไม่ควรรับไว้ผูกพันธ์เป็นบุญคุณรัดตัว หากเขาให้ตอบแทนด้วยร่างกายจะทำเยี่ยงไร?” หวังหยูซินหยอกล้อศิษย์น้องหน้าตาย“หมูหมากาไก่คิดอยากจะมีบุญคุณกับข้า ต้องดูว่ามีความสามารถหรือไม่นะเจ้าคะ” เสิ่นซูเย่วบิดปากยิ้มกริ่ม นำของฝากมาคัดแยกอารมณ์ดี‘ข้าไม่รับเป็นบุญคุณเสียอย่าง จะทำอะไรข้าได้’“เจ้าไม่เดินลมปราณสลายปราณหยางหรือ เดี๋ยวพี่เฝ้าระวังให้” หวังหยูซินเดินมาช่วยศิษย์น้องแยกสินบน...แค่ก ของกำนัลมือไม้คล่องแ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า...แค่ก”“ฮ่า ข้า ฮ่า หยะ ฮ่า หยุด หัว ฮ่า เราะ ไม่ได้!!!”“ฮ่า ฮ่า”“จอมยุทธ์โปรดยั้งมือด้วย!” หวังหยูซินหงายฝ่ามือรับหมัดที่ส่งมาตามติดศิษย์น้อง หมุนข้อมือใช้หลังมือปัดหมัดเบี่ยงทิศทางนางหมุนตัวยกมืออีกข้างรับฝักดาบที่กระแทกลงมา กางศอกเบี่ยงตัววาดมือเข้าทั้งสองเป็นวงกลมสลายกำลังภายใน กระแทกฝ่ามือใส่คนผู้นั้นถอยร่น“แม่นางหาใช่เรื่องของเจ้า ถอยออกไป! ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปราณี!”“ไม่ปราณีแล้วอย่างไร คิดว่าสู้พี่หญิงของข้าได้รึ ฮ่า ฮ่า” เสิ่นซูเย่วกระโดดเข้ามาหลบหลังบอบบางของหวังหยูซิน โผล่หัวออกมาด้านข้างเยาะเย้ยกลอกตาใส่“เจ้า! ไอ้เด็กปากเหม็น วันนี้บิดาจะสั่งสอนเจ้า!”พรึ่บ! ตึง!เสิ่นซูเย่วที่คอยท่าขว้างผงนิทราเข้าหน้าชาวยุทธ์ที่กำลังเดือดดาล เพียงเขาสูดลมหายใจก็ล้มตึงกางแขนกางขานอนกรนดังสนั่น“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“โอย ฮ่า ฮ่า หัวเราะ ฮ่า จน ฮ่า ปวดท้อง”การต่อสู้ด้านในจบลง แต่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมกลับมีภาพอันแปลกประหลาด ชาวยุทธ์ที่ยืนชมดูเรื่องสนุกหัวเราะสลับร้องโอดโอย
1 เดือนต่อมา เมืองจงเหลียง ชายแดน 3 แคว้น จ้าว ฉู่ เหยียน ครึ่งปีก่อนจ้าวยุทธ์คนปัจจุบันนามรองหานเถิงเหวิน ฉายาอวิ๋นทุนเย่ว (เมฆากลืนจันทร์) สำนักดาบเงาเมฆาประกาศจัดงานประลองยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ขึ้น วันที่ 5 เดือน 5 ตรงกับเทศกาลลี่เซี่ย[1] หัวเมืองทางผ่านจากแดนล่างขึ้นสู่อาณาจักรบนจึงเต็มไปด้วยจอมยุทธ์จากสำนักที่ตั้งในเขตแดนล่าง โรงเตี๊ยมที่พักแทบไม่มีห้องว่างเหลือให้จับจอง และโรงน้ำชาหรือโรงเตี๊ยมก็เป็นที่แลกเปลี่ยนข่าวสารต่าง ๆ ในยุทธภพชั้นดี “นี่พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ ศิษย์เอกของอาวุโสฉีก้วยเชิงปรากฏตัวที่แคว้นเว่ย” “ศิษย์ของหมอเทวดาผู้นั้นน่ะหรือ? มิใช่แอบอ้างรึ?” “จริงเท็จอย่างไร เจ้าก็ลองเข้าไปซื้อข่าวที่ตำหนักว่านเหนี่ยว (หมื่นสกุณา) ดู” จอมยุทธ์ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ด้านล่างของโรงเตี๊ยมกำลังสนทนากันถึงข่าวที่กำลังโด่งดังไปทั่วยุทธภพกับสหายชาวยุทธ์ “พวกท่านไม่ต้องเสียตำลึงไปซื้อข่าวหรอก ตัวข้าอยู
หุบเขาหงถาวฟิ้ว...วี้ด...“นายท่านคุณหนูกลับมาแล้วขอรับ” หลี่เหว่ยได้ยินเสียงสัญญาณลับจึงเคาะประตูรายงานนายท่าน“เจ้าคิดดีแล้วหรือ” ตู๋ยี่มีความวิตกระหว่างคิ้ว หน้าตาไม่สบายใจอย่างยิ่ง“เจ้าจะเก็บนังหนูไว้บนหุบเขาตลอดไปไม่ได้หรอก ปล่อยนางผจญโลกภายนอกหาประสบการณ์ชีวิตเถอะ” หมอประหลาดขัดคำพิรี้พิไรของยายเฒ่าพิษ"ถ้าเลือดนางถูกค้นพบ?”“อาจารย์ เจ้าหุบเขาพวกท่านโปรดวางใจ ข้าจะคอยควบคุมศิษย์น้องให้ดี”ไม่ให้นางก่อเรื่องราวใหญ่โต...ประโยคที่เหลือแม้หวังหยูซินไม่ได้พูดออก อาวุโสในห้องหนังสือล้วนรู้แจ้ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ” ต่อให้ทักทายเสียงอ่อนหวานแต่การหมุนข้อมือโบกพัดเอื่อย ๆ ตั้งศอกไพล่หลัง ก้าวขายาวกว้าง อกผายท่าทางองอาจสง่างามตู๋ยี่มองสารรูปชายไม่ใช่หญิงไม่หญิงแล้วอยากจะยกถุงหอมมาสูดดมทุกทีไม่ใช่พวกเขาไม่ลักพา...แค่ก เชิญน่ะเชิญ มามาอาวุโสจากในรั้ววังมาสั่งสอนมารยาทสตรี ทั้งฉินฉีซูฮว่า [1] ได้เจ้าหุบเขาที่เป็นเอกบุรุษด้าน 4 ศิลป์แห่งซิ่วไฉ่สอนสั่งด้วยตนเองเพียงแต่นางทำได้ดีเกินไป ดีจนไร้ที่ติแล้วก็เลิกสนใจโดยสิ้นเชิงเวลาของเสิ่นซูเย่วใน 12 ปีที่มาอยู่หุบเขาหงถาว หมดไปกับการฝึกวร







