LOGINลิขิตฟ้าหรือบัญชาสวรรค์ อย่าอาจหาญจะกำหนดชีวิตข้า ‘เสิ่นซูเย่ว’ เสิ่นซูเย่ว ศิษย์รองของ หมอประหลาด เกิดมาสูงศักดิ์เหนือสามอาณาจักร ชีวิตกลับผกผันพลัดพรากจากบุพการี ครั้นเติบใหญ่ออกท่องยุทธภพตามคำสั่งของเหล่าอาจารย์ ตั้งใจเพียงหาความสำราญกลับมี ‘ดอกท้อ’ เบ่งบานยามก้าวเดิน พัวพันความลับดำมืดเบื้องหลังยุทธภพ หนทางข้างหน้ามีเพียงหุบเขากระบี่แม่น้ำเพลิง ใต้หล้าล้วนเป็นปรปักษ์ มีเพียง ‘ท่าน’ กล้าจับมือ ‘ข้า’ หากท่านไม่ผิดต่อข้า สัญญาเสิ่นซูเย่วล้วนไม่แยกจาก…ชั่วนิรันดร์
View Moreเสิ่นซูเย่วเดินสะกดรอยตงจื่อจินออกมาจากตลาดเดินไปทางทิศใต้ของเมืองราว 1 เค่อ แล้วเดินเลี้ยวไปทางตะวันตกอีก 2 เค่อ แถบนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวบ้านธรรมดา บ้านบางหลังสภาพทรุดโทรม แต่คงไม่เท่าหลังที่ตงจื่อจินเปิดประตูไม้เอียงกระเท่เร่เข้าไป“แค่ก แค่ก…”“โอ๊ย…ไอ้ตัวไร้ประโยชน์ ข้ากลับมาถึงก็ทำเป็นไอสำออยเชียวนะ เฮอะ!”นอกบ้านเสิ่นซูเย่วได้ยินเสียงไอของชายคนหนึ่งพร้อมจับลมหายใจแผ่วได้ มาพร้อมเสียงก่นด่าของสะใภ้ใจมาร‘ด้านในคงเป็นลุงรองหู’เมื่อยืนยันที่อยู่แน่ชัด เสิ่นซูเย่วหมุนตัวกลับเข้าเมืองไปยังโรงเตี๊ยมก่อน“พี่หญิง ตอนเย็นเดี๋ยวข้าอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนท่าน จากนั้นข้าจะออกไปธุระด้านนอกนะขอรับ” ศิษย์พี่กำลังนั่งจิบชาอยู่ล่างโรงเตี๊ยม นางจึงรีบนั่งลงทำเป็นพูดคุยเสียงไม่เบานัก“ธุระอันใดให้พี่ไปช่วยหรือไม่” เพราะศิษย์น้องไม่ได้เตี๊ยมกันไว้ก่อน หวังหยูซินคิดว่าคงมีเรื่องอันใดจึงออกปาก“อะแฮ่ม…ธุระของลูกผู้ชายขอรับ พี่หญิงท่านพักผ่อนอยู่โรงเตี๊ยมเถอะ” รอยยิ้มกรุ้มมกริ่มมุมปากไม่ได้ช่วยให้ศิษย์พี่เอะใจธุระอันใดกัน ธุระของลูกผู้ชาย“นี่คงคิดไปดื่มสุราอีกแล้วล่ะสิ ตามใจเจ้าอย่าดื่มมากเ
อันดับ 10 ฉายาเจี่ยวเฉียนจิน (เท้าพันชั่ง) หูเหว่ยซิน สำนักอู๋ตังอันดับ 9 ฉายาโม๋กุ่ยซานจื๋อ (มารน้อยสามเล็บ) เลี่ยวชูหราน พรรคจิ้งจอกสวรรค์อันดับ 8 ฉายาเฉินสือฉวา (บุปผารำพัน) เมี่ยวจือซี พรรคเอ๋อเหมยอันดับ 7 ฉายาเฮยกู๋ (อินทรีดำ) ติงเซี่ย หุบเขาอินทรีทองอันดับ 6 ฉายามู่ซือถง (นักบวชสำริด) สมณฉายาอิ้งซุ่น เสี้ยวลิ้มยี่อันดับ 5 ฉายาเล่ยอิง (เหยี่ยวสายฟ้า) ต้วนอวี้หาน เกาะสายฟ้าอันดับ 4 ฉายาไป๋หนี่ฮวา (ธิดาร้อยบุปผา) หวงหยินเย่ว ตำหนักธิดาเทพอันดับม 3 ฉายาปู้หลิวเฉว่ (ไร้โลหิต) เกอเหยาฉิน หุบเขาเร้นเงาอันดับ 2 ฉายาจู่เซียนตี้ยี่ (บรรพตโลกันต์) เฟิงหยินเซี่ย พรรคมารสวรรค์อันดับ 1 ฉายาเทียนถังจื่อกวง (แสงสวรรค์) เมิ่งจีเย่ว พรรคกระเรียนเงิน”ได้ยินรายชื่อทั้ง 10 จอมยุทธ์รุ่นเยาว์ในโรงเตี๊ยมก็หันมาสนทนากันด้วยประเด็นร้อน“เทียนถังจื่อกวงกับจู่เซียนตี้ยี่ผลัดกันครองอันดับหนึ่งทุกปี สมกับเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ในงานประลองครั้งนี้”“ปีนี้ได้ข่าวว่านายน้อยเกาะสายฟ้าอย่างเล่ยอิงก็ตอบรับเทียบเชิญมาด้วย”ไม่ใช่ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ทุกคนที่จะออกมาเผยโฉมภายนอกได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าบุคคลนั้นเป็นศิ
ห้องรับรองชั้น 3 บนโรงเตี๊ยมแม้กลางวันจะมีเหตุล่วงเกินเหล่าชาวยุทธ์ แต่ตัวตนของ ‘ศิษย์หมอประหลาด’ เป็นดอกไม้กลิ่นหอม ชาวยุทธ์ที่ปากก็บอกไม่อยากเข้าใกล้ แอบลักลอบมาขอพบพยายามสานสัมพันธ์อันดี ส่งมอบของขวัญ สินน้ำใจแน่นอนว่า...เสิ่นซูเย่วรับทั้งหมด!“พี่หญิง คนเขามีน้ำใจให้มาก็รับไว้เถอะ พวกท่านไม่ได้มาขอร้องสิ่งใดนี่ ใช่หรือไม่?”เป็นพวกเขาประเมินความไร้ยางอายของผู้อื่นต่ำเกินไป!ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังเสียข้าวสารอีกกำมือ ได้แต่เฝ้ามองสมุนไพรล้ำค่าลอยเข้าปากนายทวารเฝ้าประตูห้องของศิษย์หมอประหลาด“ซูเย่ว เจ้าไม่ควรรับไว้ผูกพันธ์เป็นบุญคุณรัดตัว หากเขาให้ตอบแทนด้วยร่างกายจะทำเยี่ยงไร?” หวังหยูซินหยอกล้อศิษย์น้องหน้าตาย“หมูหมากาไก่คิดอยากจะมีบุญคุณกับข้า ต้องดูว่ามีความสามารถหรือไม่นะเจ้าคะ” เสิ่นซูเย่วบิดปากยิ้มกริ่ม นำของฝากมาคัดแยกอารมณ์ดี‘ข้าไม่รับเป็นบุญคุณเสียอย่าง จะทำอะไรข้าได้’“เจ้าไม่เดินลมปราณสลายปราณหยางหรือ เดี๋ยวพี่เฝ้าระวังให้” หวังหยูซินเดินมาช่วยศิษย์น้องแยกสินบน...แค่ก ของกำนัลมือไม้คล่องแ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า...แค่ก”“ฮ่า ข้า ฮ่า หยะ ฮ่า หยุด หัว ฮ่า เราะ ไม่ได้!!!”“ฮ่า ฮ่า”“จอมยุทธ์โปรดยั้งมือด้วย!” หวังหยูซินหงายฝ่ามือรับหมัดที่ส่งมาตามติดศิษย์น้อง หมุนข้อมือใช้หลังมือปัดหมัดเบี่ยงทิศทางนางหมุนตัวยกมืออีกข้างรับฝักดาบที่กระแทกลงมา กางศอกเบี่ยงตัววาดมือเข้าทั้งสองเป็นวงกลมสลายกำลังภายใน กระแทกฝ่ามือใส่คนผู้นั้นถอยร่น“แม่นางหาใช่เรื่องของเจ้า ถอยออกไป! ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปราณี!”“ไม่ปราณีแล้วอย่างไร คิดว่าสู้พี่หญิงของข้าได้รึ ฮ่า ฮ่า” เสิ่นซูเย่วกระโดดเข้ามาหลบหลังบอบบางของหวังหยูซิน โผล่หัวออกมาด้านข้างเยาะเย้ยกลอกตาใส่“เจ้า! ไอ้เด็กปากเหม็น วันนี้บิดาจะสั่งสอนเจ้า!”พรึ่บ! ตึง!เสิ่นซูเย่วที่คอยท่าขว้างผงนิทราเข้าหน้าชาวยุทธ์ที่กำลังเดือดดาล เพียงเขาสูดลมหายใจก็ล้มตึงกางแขนกางขานอนกรนดังสนั่น“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“โอย ฮ่า ฮ่า หัวเราะ ฮ่า จน ฮ่า ปวดท้อง”การต่อสู้ด้านในจบลง แต่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมกลับมีภาพอันแปลกประหลาด ชาวยุทธ์ที่ยืนชมดูเรื่องสนุกหัวเราะสลับร้องโอดโอย
หุบเขาหงถาวฟิ้ว...วี้ด...“นายท่านคุณหนูกลับมาแล้วขอรับ” หลี่เหว่ยได้ยินเสียงสัญญาณลับจึงเคาะประตูรายงานนายท่าน“เจ้าคิดดีแล้วหรือ” ตู๋ยี่มีความวิตกระหว่างคิ้ว หน้าตาไม่สบายใจอย่างยิ่ง“เจ้าจะเก็บนังหนูไว้บนหุบเขาตลอดไปไม่ได้หรอก ปล่อยนางผจญโลกภายนอกหาประสบการณ์ชีวิตเถอะ” หมอประหลาดขัดคำพิรี้พิไรข
12 ปีผ่านไปฤดูกาลผันผ่านสารทแล้วสารทเล่าเวียนบรรจบ หุบเขาหงถาวยังคงเงียบสงบ ผู้คนปลีกวิเวกไม่ยุ่งเกี่ยวกับภายนอกยกเว้นไว้ผู้หนึ่ง...เสิ่นซูเย่วจากเด็กน้อยตัวอ้วนกลม ร่างกายยืดเหยียดเล็กคอด ที่ควรโค้งก็กลมอิ่ม ที่ควรเว้าก็อ้อนแอ้น แต่ยิ่งเติบใหญ่กลับสั่งสมบุคลิกจ้าวสำราญ ไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดินเฮ!
“เรื่องคำทำนายพวกนั้นช่างเถอะ สิ่งสำคัญคือทำเยี่ยงไรจึงจะบรรเทากลิ่นฉวินเซียนได้” โม่โฉ่วยังไม่อยากคิดไปไกลนัก เร่งหาทางรับมือปัญหาที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า“ในเมื่อปกปิดไม่ได้ ลองใช้ยุทธวิธีมีในไม่มี จริงในลวง ลวงกลายเป็นจริง” หมอประหลาดหันหน้าปรึกษากันกับตู๋ยี่ โม่โฉ่วเหลือบตามองด้วยประกายสนใจวาบผ่าน
ฟู่ว...จู่ ๆ กลิ่นหอมรัญจวนอ่อนจางก็กำจายไปทั่วห้อง กลิ่นนี้มีคล้ายไม่มีแต่ทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นมัวเมาเคลิบเคลิ้ม เพียงสูดดมร่างกายรู้สึกสดชื่นความเหนื่อยล้าหายไป สมองแจ่มใสสงบนิ่ง‘ไม่ถูกต้อง!’กลิ่นนี้มาจากที่ใด มือที่เรียวเนียนไม่เหมือนของชายวัยกลางคนชะงักการแกะผ้าออกจากแผลของศิษย์คนเล็ก“ยายเฒ่า






reviews