Share

4 เริ่มต้น

last update Huling Na-update: 2025-11-18 13:26:15

“น้ำ น้องสาวนายนี่ก็เอาเรื่องดีเหมือนกันนะ”

ภาคภูมิสะกิดไหล่เพื่อนสนิท

“อือ” ชลาธิปรับคำสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ

เขาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากมุมไกล ๆ แต่ไม่รู้ว่าตรงนั้นกำลังสนทนาอะไรกันและเขาเองก็รู้ว่า ยายเด็กนั่นต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ตอนที่ภาคภูมิบอกให้เขาแสดงตัวไปช่วยเหลือเธอ จึงไม่ได้คิดจะออกไปช่วยตั้งแต่แรก

“แต่ยังไงก็ระวังเอาไว้บ้างก็ดีนะ ในโรงเรียนไอ้หมอนั่นอาจจะทำอะไรน้องนายไม่ได้ แต่นอกโรงเรียนก็ระวังหน่อย ฉันได้ยินว่าครอบครัวมันทำงานสีเทา ๆ” ภาคภูมิเป็นห่วงน้องสาวของเพื่อนสนิท มีไม่กี่คนที่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนันท์ลินีและชลาธิปว่าเป็นอะไรกัน

“เข้าใจแล้ว” เด็กหนุ่มยังคงเฉยชาอยู่เช่นเดิม แต่ก็ยอมรับฟังคำเตือนของเพื่อนสนิท

ถึงเวลาเลิกเรียน เพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอและชลาธิป นันท์ลินีกับเขาจึงตกลงกันเอาไว้ว่าให้รถของที่บ้านจอดอยู่ห่างจากโรงเรียนไปอีกสักหน่อย เธอที่อยู่ในระดับมัธยมต้นจะได้รับการปล่อยให้ออกจากโรงเรียนก่อนจะเดินไปรอเขาที่นั่น พอเขาเลิกเรียนแล้วก็ค่อยให้เขาตามมาทีหลัง

ในตอนแรกทั้งนพดลและสาวิตรีก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยนักเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กหญิง แต่ในเมื่อไม่ว่าจะใช้เหตุผลอะไรก็ตามนันท์ลินีไม่มีทีท่าว่าจะยอมง่าย ๆ สองสามีภรรยาจึงตกลงทำตามคำขอร้องของเด็กหญิงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะอีกทางเลือกหนึ่งก็คือถ้าทั้งสองคนไม่ยอม เธอจะนั่งรถสาธารณะกลับเอง ผู้เป็นผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องยอมแพ้ให้กับเธอ

ตรอกเล็ก ๆ แคบ ๆ อันเป็นเส้นทางที่เด็กหญิงเดินไปยังจุดจอดรถของที่บ้าน โดยปกติเวลาเลิกเรียนซอยนี้มักจะมีเด็กนักเรียนและผู้คนเดินสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้บรรยากาศกลับดูแตกต่างกันออกไป นันท์ลินีเดินมุ่งหน้าไปยังที่จอดรถตามปกติเหมือนที่เคยทำ แต่มีบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ปกติ เมื่อเดินมาจนถึงจุดหนึ่งร่างเล็กของเด็กสาวจึงรู้ตัวว่ากำลังถูกตาม เมื่อหันไปก็พบกับรุ่นพี่ ม.5 ที่มากวนใจเธอเมื่อตอนกลางวัน

“น้องอัน” เขายิ้มอารมณ์ดี

“....” นันท์ลินีไม่ได้อยากจะเสวนากับอีกฝ่าย จึงเลือกเดินหนีไปเสียดีกว่า แต่กลายเป็นว่าเพื่อนของรัฐศาสตร์อีกสองคนกระโดดลงจากกำแพงมาขวางทางเธอเอาไว้

“พี่ก็แค่อยากคุยกับอันดี ๆ ก็เท่านั้น” รัฐศาสตร์โอบไหล่ของเด็กผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า

คนตัวเล็กยิ้มเล็กน้อย “บอกแล้วยังไงคะ อันไม่คุยกับคนที่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน กับพวกสวะอันก็ไม่คุยนะคะ” เธอยังคงพูดจาอวดดีอยู่เช่นเดิม แม้ว่าตอนนี้จะเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม

เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมวันนี้ถึงไม่มีใครใช้ซอยนี้เลย คนตัวเล็กล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ตั้งใจจะกดโทรหาตำรวจ แต่กลับถูกเด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว่าแย่งสมาร์ตโฟนราคาแพงไปจากมือ

“คิดว่าพี่จะให้โทรได้ง่าย ๆ เหรอ” รัฐศาสตร์คว้าโทรศัพท์ออกมาจากมือของรุ่นน้อง ม.2

“เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ” นันท์ลินีพยายามยื้อแย่งโทรศัพท์ของตัวเองคืนมา แต่อีกฝ่ายแกล้งโยนลงอ่างบัวของชาวบ้านแถวนั้น “ไอ้เลว” เด็กหญิงโวยวาย

ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังถูกเพื่อนของรัฐศาสตร์กระชากเอากระเป๋านักเรียนไป ครั้นจะวิ่งหนีก็ถูกเขาจับตัวเอาไว้ เด็กหญิงทำท่าจะส่งเสียงร้องดังโวยวาย ก็ถูกเด็กพวกนั้นเอามือมาปิดปาก ตอนที่พวกมันกำลังจะพาตัวของนันท์ลินีไปไหนได้ไกลกว่านั้น ร่างของเด็กหนุ่ม ม.5 ก็ล้มกลิ้งลงกับพื้นเพราะถูกใครบางคนกระโดดถีบ

“อัน!!!” ชลาธิปเดาเอาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้นแน่ ๆ แต่เพราะต้องทำหน้าที่ของสภานักเรียนทำให้เขาตามมาช้าเกินไป

“น้ำ” นันท์ลินีเรียกชื่อของเด็กหนุ่มรุ่นพี่ ใบหน้าเปียกปอนไปด้วยคราบน้ำตา “ทำไมมาช้า” คนตัวเล็กเริ่มร้องไห้

“ปล่อยน้องกูได้แล้ว” สีหน้าของชลาธิปจริงจัง

“อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่นหน่อยเลยพี่น้ำ ไปทำตัวเป็นสภานักเรียนดีเด่นเหมือนเดิมเถอะ” รัฐศาสตร์ที่เพิ่งลุกขึ้นมาจากพื้นเหมือนจะฟังไม่ชัดว่าอีกฝ่ายพูดอะไร

“กูบอกว่าปล่อยน้องสาวกูได้แล้ว” ชลาธิปเริ่มเสียงแข็ง

“อีเด็กนี่มันเป็นน้องสาวพี่เหรอ” เพื่อนคนหนึ่งของรัฐศาสตร์ลังเลเมื่อได้ยินว่านันท์ลินีเป็นน้องสาวของประธานสภานักเรียน

“เออ นั่นน้องสาวกู พวกมึงปล่อยอันก่อน” เด็กหนุ่ม ม.6 ย้ำอีกรอบ

ทันทีที่มือหยาบของคนพวกนั้นปล่อย เด็กหญิงก็รีบวิ่งไปหลบอยู่หลังพี่น้องไม่แท้ของเธอทันที

“ขอโทษที่มาช้า” ภาคภูมิกับเพื่อนนักเรียน ม.6 วิ่งตามมาสมทบอีกหลายคน “น้องสาวนายเป็นอะไรไหม” ภาคภูมิโน้มตัวลงพูดคุยกับเด็กหญิงที่เกาะหลังเพื่อนสนิทแน่น ท่าทางของเธอยังคงมีความหวาดกลัว เด็กหญิงยังคงแต่เอาหน้ามุดกับแผ่นหลังของชลาธิปไม่ได้สนใจที่เขาพูดเลยสักนิด

“ไม่มาซะพรุ่งนี้เลยล่ะ” ชลาธิปบ่น

“เออก็มาแล้วนี่ไง” ภาคภูมิตอบ

“แล้วนี่ได้ถ่ายคลิปหลักฐานไว้หรือเปล่าจะเอาไปส่งให้ผู้ใหญ่ ไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” ชลาธิปหันไปถามเพื่อน

“พี่น้ำ ผมว่าเรามาคุยกันดี ๆ เถอะ” รัฐศาสตร์รู้แล้วว่าตัวเองทำผิด ภาคภูมิเป็นเพื่อนสนิทของชลาธิป เขาเป็นลูกชายนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมา เกรงว่าจะส่งผลกระทบถึงธุรกิจสีเทาของครอบครัวซึ่งเรื่องนี้เป็นชนักติดหลังของรัฐศาสตร์อยู่

“น้ำ!! ไม่คุย ไม่อยากคุยกลับบ้านกันเถอะ กลับบ้าน” นันท์ลินีไม่อยากคุยอะไรทั้งนั้น เธอไม่อยากอยู่ที่นี่และไม่อยากเสียเวลาสนทนากับรัฐศาสตร์

“อือ...เข้าใจแล้ว” ชลาธิปรับฟังสิ่งที่นันท์ลินีต้องการ “ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ แล้วอย่ามาเข้าใกล้น้องสาวกูอีก”

“ไม่อยากนั้นจะหาว่าพี่ภาคไม่เตือนนะครับ” ภาคภูมิพูดต่อจากเพื่อนสนิท

แม้จะเจ็บใจแค่ไหน แต่รัฐศาสตร์ก็จำเป็นที่จะต้องปล่อยเรื่องนี้ไป เพราะหากเรื่องราวไปถึงหูของผู้ใหญ่จะเป็นเรื่องเอาได้ ไว้ค่อยหาจังหวะดี ๆ ในอนาคต อีกสิบปีค่อยแก้แค้นอีเด็กนั่นก็ยังไม่สาย

ทุกอย่างกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เมื่อนันท์ลินีรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเธอจึงยอมเงยหน้าออกมาจากแผ่นหลังของชลาธิป

“พวกนั้นไปหมดแล้วค่ะ” ภาคภูมิยิ้มอย่างใจดี ใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มรุ่นพี่โน้มลงมาอยู่ใกล้ ๆ กับเธอ “เราได้คุยกันสักทีนะคะน้องอัน” ร่างสูงลูบหัวเด็กหญิงเบา ๆ

ใบหน้าของภาคภูมิอยู่ใกล้กับใบหน้าของนันท์ลินีห่างกันแค่เอื้อมหัวใจของเด็กหญิงเต้นตึกตักอย่างบอกไม่ถูก คนตัวเล็กรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองในเวลานี้กำลังเห่อร้อน

“น้ำกลับเถอะ” เพราะทนให้ภาคภูมิจ้องหน้าไม่ไหว นันท์ลินีจึงให้พี่ชายร่วมบ้านพาเธอออกไปจากตรงนี้สักที

“อือ พรุ่งนี้เจอกันนะภาค” ผู้เป็นพี่ร่ำลากับเพื่อนสนิทก่อนจะเก็บซากกระเป๋าและโทรศัพท์ของนันท์ลินีพาเธอเดินไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้วยกัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ใครจะอยากเป็นนางร้าย   45 ไม่อดทนอีกต่อไปแล้ว

    “เข้าแล้วมาทำไมไม่พูดอะไร” นันท์ลินีหน้ามุ่ย“ถ้าบอกก็ไม่ได้ยินที่บอกว่าพี่น่ารักสิ” ชลาธิปเอียงคอ“แล้วชอบไหมที่อันบอกว่าน้ำน่ารัก” ในเมื่อเขาได้ยินทั้งหมดแล้ว นันท์ลินีก็เปิดเกมรุกทันที คนตัวเล็กเดินไปเผชิญหน้ากับเขาชายหนุ่มถอยหลังไปเล็กน้อย ตั้งใจว่าจะเป็นฝ่ายแกล้งเธอแท้ ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ถูกเธอแกล้งกลับทุกครั้ง“กะ....ก็ชอบ” ชลาธิปพูดตะกุกตะกัก ยิ่งเธอขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองหายใจได้อย่างยากลำบาก“ชอบจริงง่ะ” คนตัวเล็กเอียงคออย่างน่ารักชลาธิปกลัวว่าตัวเองจะต้านทานเสน่ห์ของเธอไม่ได้ เลยรีบ ๆ ยื่นดอกไม้กับขนมให้เธอ“ช็อกโกแลตยาสีฟัน กับดอกไม้ ไปละ”“ช็อกโกแลตไส้มินต์ไม่ใช่ยาสีฟัน” เธออ้าปากจะเถียงกลับแต่เขาก็เดินดุ่ม ๆ หายออกไปจากห้องแล้วชิ เขาเขินเธอจนหูแดงหน้าแดง และก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ทุกครั้งที่เขาเขินชลาธิปจะเดินหนีเธอทุกครั้ง นันท์ลินียิ้มให้กับความน่ารัก

  • ใครจะอยากเป็นนางร้าย   44 เขาน่ารักและเธอก็ไว้ใจ

    ช้องนางเห็นข่าวแล้วก็ตั้งใจเอามารายงานให้กับเจ้านายของตนเองทราบ เพื่อให้เขารู้สึกแย่กับนันท์ลินีให้มากที่สุด ช่วงหลังเธอพยายามเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวใหม่ ไม่ได้ใส่แว่นตาหนาเตอะเหมือนอย่างเดิม อยากให้เขาชื่นชมเธอบ้าง แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่สนใจเธออยู่ดี“ข่าวของคุณอันอีกแล้วนะคะ คุณน้ำอยากให้ช้องทำอะไรไหมคะ”ชลาธิปเงยหน้าขึ้นไปมองช้องนาง สายตาที่เธอมองมาที่เขามันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนใจแปลก ๆ“เห็นแล้วครับ ผู้จัดการเธอคุยเรื่องนี้กับผมแล้ว และบอกให้ผมไม่ต้องทำอะไรอีก เดี๋ยวทางนั้นจะจัดการเอง” เขาพูดและก้มหน้าทำงานต่อ“แสดงว่าครั้งนี้ก็เป็นเรื่องจริงเหรอคะ แสดงว่าคงมีการทำร้ายคุณแก้วตาจริง ๆ เธอถึงได้โพสต์อะไรแบบนั้นออกมา ไหนจะเพื่อนสมัยเรียนอีก ช้องไม่คิดเลยนะคะว่าคุณอันจะนิสัยแย่ขนาดนี้” ช้องนางพูดพล่ามปั้ง!! ชลาธิปปิดแฟ้มเสียงดัง“คุณช้อง ผมว่าเราต้องคุยเรื่องนี

  • ใครจะอยากเป็นนางร้าย   43 ช่วงเวลาชำระแค้น

    กระแสข่าวของนันท์ลินีดีขึ้นเรื่อย ๆ จงสุขส่งข้อความไปถามอยู่หลายครั้งว่ายายน้องของเธอคิดอยากจะกลับไปทำงานหรือยัง แต่นักแสดงสาวคิดว่าตัวเองทำงานมาหนักพอสมควร ยังอยากพักอีกสักหน่อยเลยให้ผู้จัดการปฏิเสธงานไปก่อน ก็ในเมื่อในอดีตเธอยังเคยถูกพวกเขาปฏิเสธเลย ทำไมเธอถึงจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้มีแค่เพียงสองงานที่นันท์ลินีรับปากและเป็นผู้ร้องขอไปออกรายการ นั่นก็คือชาแนลของยูทูบเบอร์ที่เกี่ยวกับของเล่นกล่องสุ่มและชาแนลแต่งหน้าของพี่เกรซ เรียกว่าเป็นงานที่เธอทำเอาสนุกและไม่ได้เรียกร้องขอค่าตัวจากอีกฝ่ายแต่พอผ่านไปได้ไม่กี่วันดนิตาก็สร้างเรื่องขึ้นอีกแล้ว“เวรกรรมมีจริงที่ไหน ถ้าเวรกรรมมีจริงทำไมคนบางคนถึงยังได้ดี” “ใครที่ทำอะไรเอาไว้เชื่อว่าสักวันหนึ่งจะได้รับผลของการกระทำ” “พวกที่บูลลี่คนอื่นทำไมยังมีที่ยืนในสังคม” จงสุขบีบมือแน่นเมื่อเห็นสตอรี่นั้น แม่คนนั้นตั้งใจจะให้เธ

  • ใครจะอยากเป็นนางร้าย   42 อย่าได้คิดกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง

    กว่าจงสุขจะได้เข้าบริษัทก็เป็นเวลาคล้อยบ่ายไปแล้ว ผู้จัดการสาวยิ้มหน้าบานเข้ามาในบริษัทและเดินเข้ามาพร้อมกับป้อมรัก ที่ยังคงใส่เสื้อผ้าชุดเมื่อวาน เพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านพอซักแห้งที่ห้องของจงสุขเสร็จแล้วก็ต้องใส่ตัวเดิมกลับมาพบพานเห็นถึงความผิดปกติ หญิงสาวหรี่ตาดูคนทั้งคู่ด้วยความสงสัย“สองคนนี้ทำไมมาด้วยกัน” เธอยิ้มร้ายและมองทั้งคู่อย่างจับผิดทั้งจงสุขและป้อมรักมองหน้ากันแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรจากนั้นก็เดินแยกกันไปทำงานคนละทิศคนละทาง พบพานยิ้มอย่างรู้ทันเห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นเป็นแน่กระแสข่าวของนันท์ลินีที่เป็นไปในทิศทางบวกทำเอาจงสุขหน้าบาน ไม่คิดว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมจะมาถึงรวดเร็วขนาดนี้ ผู้จัดการสาวกดโทรศัพท์โทรหาเกรซที่ตอนนี้ไม่ได้ทำงานกองถ่ายแล้ว ช่างแต่งหน้าที่เคยเป็นแค่ตัวแถมของกองถ่าย แค่ในระยะเวลาไม่กี่เดือนตอนนี้กลายเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ช่างแต่งหน้าชื่อดังที่มีผู้ติดตามในบัญชีโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกรซรับโทรศัพท์ของเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันมานานหลา

  • ใครจะอยากเป็นนางร้าย   41 กระแสข่าวในทิศทางบวก

    เพราะนักข่าวรุมทำข่าวจนทั้งสองคนเกือบออกจากสถานีตำรวจไม่ได้ คำถามมากมายถูกถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น แสงแฟลชรัว ๆ ระยิบระยับจนพื้นที่ตรงนั้นสว่างโร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นท่าไม่ดีเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย จึงจำเป็นต้องเข้ามาช่วยป้องกันฝูงนักข่าว และพาคนทั้งสองไปส่งขึ้นรถพอไม่ได้ข่าวจากนักแสดงสาวนักข่าวก็เซ็งไปตาม ๆ กันกระทั่งมีน้องนักศึกษาและคนขับแท็กซี่เดินออกมา ทั้งหมดที่ไม่รู้จักวิธีการรับมือกับสื่อ ความตื่นเต้น ความประหม่าและทำอะไรไม่ถูก จึงหลุดเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้สื่อฟังเมื่อหลุดออกมาจากดงนักข่าวได้ทั้งสองก็รีบมุ่งหน้ากลับบ้านทันที“ทีหลังจะไปที่ไหนก็บอกกันก่อน” ชลาธิปพูดกับเธอตอนขึ้นรถมาแล้ว“บอกแล้วจะให้ไปหรือเปล่า”“ก็ถ้าบอก ยังไงก็ให้ไปอยู่แล้ว ขอแค่ให้รู้เอาไว้ว่าอันอยู่ไหน” ขึ้นรถมาได้สักพัก นันท์ลินีเพิ่งสังเกตว่าไม่ใช่รถคันเดิมที่เขาเคยขับ “ไม่งั้นจะซื้อแอร์แท็กให้เอาไว้ห้อยคอแล้วนะ” ชลาธิปบ่น ๆ ไม่หยุด&

  • ใครจะอยากเป็นนางร้าย   40 อย่าดุกันนะ

    นันท์ลินีหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ ตอนช่วงเย็นที่ดาวใจขึ้นไปเรียกให้คุณหนูของตนเองลงมารับประทานอาหารเย็นจึงได้รู้ว่าเธอหายตัวไป ผู้เป็นพี่เลี้ยงพยายามโทรติดต่อนักแสดงสาว แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับโทรศัพท์ ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจโทรหาชลาธิปเพื่อบอกเรื่องราวต่าง ๆ ให้เขาฟัง อย่างน้อยเขาก็เป็นคนเดียวที่สามารถช่วยเหลือเธอได้ในตอนนี้ชลาธิปเลิกงานในช่วงหัวค่ำ ยังไม่อยากกลับบ้านเร็วจนเกินไปเพราะไม่อยากต้องไปเผชิญหน้ากับเธอ และกลัวว่าสุดท้ายจะอดไม่ได้ที่จะต้องมานั่งทะเลาะกัน ชายหนุ่มเริ่มคิดถึงการแยกบ้านสักที อย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้หลังจากทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีแล้ว ก็ต้องคืนมันให้กับเธอที่เป็นเจ้าของที่แท้จริงหลังจากที่นันท์ลินีถูกสองผัวเมียมหาประลัยเข้ามาทำร้ายถึงในบ้าน ชลาธิปก็ไปลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานเอาไว้แล้ว เพื่อที่ในอนาคตนันท์ลินีอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้ เขาแอบรู้สึกภูมิใจกับเธอนิด ๆ ที่ใจแข็งเด็ดขาดและไม่ได้ให้เงินคนพวกนั้นไป ส่วนเขาเองก็ยื่นโนติสให้กับสองคนผัวเมีย ถ้ายังไม่เลิกมายุ่งกับนันท์ลินีและอาณาจัก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status