LOGINคนสติดีที่ไหนเขาอยากรับบทนางร้ายกันล่ะ บ้าบอที่สุด ฉันไม่ได้อยากเป็นนางร้ายเลยสักนิด
View Moreหญิงสาวจ้องมองใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกเงา ใบหน้าที่เคยสวยงามและเคยได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลานี้เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นใบหน้านี้ก็ไม่เคยได้รับการดูแลอีกเลย นันท์ลินีสัมผัสใบหน้าของตัวเองเบา ๆ จับเอียงซ้ายเอียงขวาเพื่อสำรวจร่องรอยของการเปลี่ยนแปลง
“เห้อ!!” คนตัวเล็กพ่นลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงคนเคาะประตูหน้าห้อง
“นี่ แม่ดาราเสร็จหรือยังเข้าไปนานแล้วนะ” พัศดีหญิงเกรงว่าเธอจะเป็นอะไรไปจึงตะโกนเรียก เพราะเคยมีเหตุการณ์ในกรณีที่นักโทษติดคุกเป็นเวลานาน จะไม่อยากออกไปจากที่นี่ พอได้รับการปล่อยตัวบางส่วนก็คิดสั้นทำร้ายตัวเอง
“ค่ะ แม่หนูเสร็จแล้วค่ะ” นันท์ลินีใช้สรรพนามเรียกอีกฝ่ายว่าแม่ เพราะใคร ๆ ที่ได้เข้ามาอยู่ในกำแพงแคบ ๆ แห่งนี้ ต่างก็เรียกผู้คุมประจำแดนของตัวเองเช่นนั้น
คนตัวเล็กร่างกายผอมซูบซีดเดินออกมาจากห้องแต่งตัว ใบหน้าไม่ได้ยิ้มหรือแสดงอาการใด ๆ ทั้งสิ้น ประสบการณ์ที่อยู่ที่นี่ทำให้เธอกลายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
“ยิ้มหน่อยสิ วันนี้ได้ออกจากที่นี่แล้ว” พัศดีหญิงรู้สึกเป็นห่วง ความประพฤติของนันท์ลินีหลังจากที่ได้รับโทษอาจจะดื้อดึงสร้างปัญหาอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติของนักโทษใหม่ ก่อนที่ภายหลังเธอจะกลายเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม
“ค่ะ” ถึงพัศดีหญิงคนนี้จะไม่ได้ดีกับเธอสักเท่าไหร่ แต่นันท์ลินีก็ซาบซึ้งในความเป็นห่วง อย่างน้อย ๆ ก็เป็นคนที่ปฏิบัติตัวดีกับเธอมากที่สุดเมื่อเธออยู่ที่นี่
“นี่” พัศดีหญิงยื่นหมวกแก๊ปกับเสื้อคลุมมือสองเก่า ๆ ตัวหนึ่งให้กับอดีตนักโทษหญิง “ข้างนอกนักข่าวเต็มเลย ใส่หมวกกับเสื้อคลุมก็ไม่มีใครจำได้แล้วล่ะ เพราะเสื้อผ้าของเธอยังเป็นชุดเดียวกับเมื่อสี่ปีก่อนใช่ไหมล่ะ” เพราะอดีตนักโทษหญิงคนนี้ในอดีต คือดาราชื่อดังที่มักจะรับบทบาทนางร้ายในละครอยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่จะมีนักข่าวมารอทำข่าวในวันที่เธอออกจากห้องขัง
เมื่อหลายปีก่อนนันท์ลินีต้องโทษในข้อหาพยายามฆ่า ได้ยินว่ามีหลักฐานมัดตัวทุกอย่างจนดิ้นไม่หลุด ทนายของแม่ดารา จึงแนะนำให้เธอรับสารภาพเพื่อเป็นประโยชน์กับรูปคดี และเนื่องจากไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน นันท์ลินีจึงต้องโทษไม่นาน
คนตัวเล็กรับเสื้อคลุมเก่า ๆ กับหมวกแก๊ปมาสวมเอาไว้ ถึงจะเป็นของมือสองแต่ก็ดีกว่าอยู่ในชุดของนักโทษหญิงเนื้อหยาบ
“ขอบคุณมากนะแม่” เธอส่งยิ้มขอบคุณให้กับพัศดีหญิงวัยกลางคน
“ไปเถอะ แล้วอย่ากลับเข้ามาอีกนะ ฉันไม่อยากเจอหน้าอีก” อัตราการกลับเข้ามาอยู่ในห้องขังของอดีตนักโทษนั้นค่อนข้างสูง พัศดีหญิงจึงอวยพรไม่ให้เธอกลับเข้ามาอีก
“ค่ะ” นันท์ลินียิ้ม
หญิงสาวยืนอยู่หลังประตูเหล็กขนาดใหญ่ ปะปนอยู่กับนักโทษที่ได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวในวันเดียวกัน เธอยังจำได้ดีวันที่ชีวิตของเธอไร้อิสระ วันนี้แล้วสินะที่เธอจะได้กลับเข้าสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง
“อันมาแล้ว นั่นไงอัน” แม้นันท์ลินีจะอยู่ในชุดเสื้อคลุมเก่า ๆ แต่นักข่าวก็จำเธอได้ทันที และเมื่อคนตัวเล็กปรากฏตัวทั้งไมค์และกล้องต่างก็ยื่นมายังจุดที่เธอยืนอยู่
“อัน เป็นยังไงบ้างคะ ได้ออกมาสูดอากาศภายนอก”
“อัน ต่อไปนี้จะทำงานอะไรคะจะยังรับงานในวงการบันเทิงอีกหรือเปล่า”
“อันรู้สึกผิดบ้างไหม กับสิ่งที่ทำลงไป
“อัน....อัน”
คำถามหลากหลายประเดประดังเข้ามาหาเธอไม่ขาดสาย นันท์ลินีตั้งใจจะอยู่เงียบ ๆ แต่สื่อพวกนี้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีต่อกี่ปี พวกเขาก็ไม่ยอมรามือจากเธอ คนตัวเล็กรับมือไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่กำลังจะล้มลงกับพื้น ร่างแข็งแกร่งของผู้ชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาจูงมือให้เดินไปพร้อมกัน
“เข้าแล้วมาทำไมไม่พูดอะไร” นันท์ลินีหน้ามุ่ย“ถ้าบอกก็ไม่ได้ยินที่บอกว่าพี่น่ารักสิ” ชลาธิปเอียงคอ“แล้วชอบไหมที่อันบอกว่าน้ำน่ารัก” ในเมื่อเขาได้ยินทั้งหมดแล้ว นันท์ลินีก็เปิดเกมรุกทันที คนตัวเล็กเดินไปเผชิญหน้ากับเขาชายหนุ่มถอยหลังไปเล็กน้อย ตั้งใจว่าจะเป็นฝ่ายแกล้งเธอแท้ ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ถูกเธอแกล้งกลับทุกครั้ง“กะ....ก็ชอบ” ชลาธิปพูดตะกุกตะกัก ยิ่งเธอขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองหายใจได้อย่างยากลำบาก“ชอบจริงง่ะ” คนตัวเล็กเอียงคออย่างน่ารักชลาธิปกลัวว่าตัวเองจะต้านทานเสน่ห์ของเธอไม่ได้ เลยรีบ ๆ ยื่นดอกไม้กับขนมให้เธอ“ช็อกโกแลตยาสีฟัน กับดอกไม้ ไปละ”“ช็อกโกแลตไส้มินต์ไม่ใช่ยาสีฟัน” เธออ้าปากจะเถียงกลับแต่เขาก็เดินดุ่ม ๆ หายออกไปจากห้องแล้วชิ เขาเขินเธอจนหูแดงหน้าแดง และก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ทุกครั้งที่เขาเขินชลาธิปจะเดินหนีเธอทุกครั้ง นันท์ลินียิ้มให้กับความน่ารัก
ช้องนางเห็นข่าวแล้วก็ตั้งใจเอามารายงานให้กับเจ้านายของตนเองทราบ เพื่อให้เขารู้สึกแย่กับนันท์ลินีให้มากที่สุด ช่วงหลังเธอพยายามเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวใหม่ ไม่ได้ใส่แว่นตาหนาเตอะเหมือนอย่างเดิม อยากให้เขาชื่นชมเธอบ้าง แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่สนใจเธออยู่ดี“ข่าวของคุณอันอีกแล้วนะคะ คุณน้ำอยากให้ช้องทำอะไรไหมคะ”ชลาธิปเงยหน้าขึ้นไปมองช้องนาง สายตาที่เธอมองมาที่เขามันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนใจแปลก ๆ“เห็นแล้วครับ ผู้จัดการเธอคุยเรื่องนี้กับผมแล้ว และบอกให้ผมไม่ต้องทำอะไรอีก เดี๋ยวทางนั้นจะจัดการเอง” เขาพูดและก้มหน้าทำงานต่อ“แสดงว่าครั้งนี้ก็เป็นเรื่องจริงเหรอคะ แสดงว่าคงมีการทำร้ายคุณแก้วตาจริง ๆ เธอถึงได้โพสต์อะไรแบบนั้นออกมา ไหนจะเพื่อนสมัยเรียนอีก ช้องไม่คิดเลยนะคะว่าคุณอันจะนิสัยแย่ขนาดนี้” ช้องนางพูดพล่ามปั้ง!! ชลาธิปปิดแฟ้มเสียงดัง“คุณช้อง ผมว่าเราต้องคุยเรื่องนี
กระแสข่าวของนันท์ลินีดีขึ้นเรื่อย ๆ จงสุขส่งข้อความไปถามอยู่หลายครั้งว่ายายน้องของเธอคิดอยากจะกลับไปทำงานหรือยัง แต่นักแสดงสาวคิดว่าตัวเองทำงานมาหนักพอสมควร ยังอยากพักอีกสักหน่อยเลยให้ผู้จัดการปฏิเสธงานไปก่อน ก็ในเมื่อในอดีตเธอยังเคยถูกพวกเขาปฏิเสธเลย ทำไมเธอถึงจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้มีแค่เพียงสองงานที่นันท์ลินีรับปากและเป็นผู้ร้องขอไปออกรายการ นั่นก็คือชาแนลของยูทูบเบอร์ที่เกี่ยวกับของเล่นกล่องสุ่มและชาแนลแต่งหน้าของพี่เกรซ เรียกว่าเป็นงานที่เธอทำเอาสนุกและไม่ได้เรียกร้องขอค่าตัวจากอีกฝ่ายแต่พอผ่านไปได้ไม่กี่วันดนิตาก็สร้างเรื่องขึ้นอีกแล้ว“เวรกรรมมีจริงที่ไหน ถ้าเวรกรรมมีจริงทำไมคนบางคนถึงยังได้ดี” “ใครที่ทำอะไรเอาไว้เชื่อว่าสักวันหนึ่งจะได้รับผลของการกระทำ” “พวกที่บูลลี่คนอื่นทำไมยังมีที่ยืนในสังคม” จงสุขบีบมือแน่นเมื่อเห็นสตอรี่นั้น แม่คนนั้นตั้งใจจะให้เธ
กว่าจงสุขจะได้เข้าบริษัทก็เป็นเวลาคล้อยบ่ายไปแล้ว ผู้จัดการสาวยิ้มหน้าบานเข้ามาในบริษัทและเดินเข้ามาพร้อมกับป้อมรัก ที่ยังคงใส่เสื้อผ้าชุดเมื่อวาน เพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านพอซักแห้งที่ห้องของจงสุขเสร็จแล้วก็ต้องใส่ตัวเดิมกลับมาพบพานเห็นถึงความผิดปกติ หญิงสาวหรี่ตาดูคนทั้งคู่ด้วยความสงสัย“สองคนนี้ทำไมมาด้วยกัน” เธอยิ้มร้ายและมองทั้งคู่อย่างจับผิดทั้งจงสุขและป้อมรักมองหน้ากันแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรจากนั้นก็เดินแยกกันไปทำงานคนละทิศคนละทาง พบพานยิ้มอย่างรู้ทันเห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นเป็นแน่กระแสข่าวของนันท์ลินีที่เป็นไปในทิศทางบวกทำเอาจงสุขหน้าบาน ไม่คิดว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมจะมาถึงรวดเร็วขนาดนี้ ผู้จัดการสาวกดโทรศัพท์โทรหาเกรซที่ตอนนี้ไม่ได้ทำงานกองถ่ายแล้ว ช่างแต่งหน้าที่เคยเป็นแค่ตัวแถมของกองถ่าย แค่ในระยะเวลาไม่กี่เดือนตอนนี้กลายเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ช่างแต่งหน้าชื่อดังที่มีผู้ติดตามในบัญชีโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกรซรับโทรศัพท์ของเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันมานานหลา





