ใครจะอยากเป็นนางร้าย

ใครจะอยากเป็นนางร้าย

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-29
Oleh:  รอรีวันTamat
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
46Bab
1.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

คนสติดีที่ไหนเขาอยากรับบทนางร้ายกันล่ะ บ้าบอที่สุด ฉันไม่ได้อยากเป็นนางร้ายเลยสักนิด

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

หญิงสาวจ้องมองใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกเงา ใบหน้าที่เคยสวยงามและเคยได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลานี้เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นใบหน้านี้ก็ไม่เคยได้รับการดูแลอีกเลย นันท์ลินีสัมผัสใบหน้าของตัวเองเบา ๆ จับเอียงซ้ายเอียงขวาเพื่อสำรวจร่องรอยของการเปลี่ยนแปลง

“เห้อ!!” คนตัวเล็กพ่นลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงคนเคาะประตูหน้าห้อง

“นี่ แม่ดาราเสร็จหรือยังเข้าไปนานแล้วนะ” พัศดีหญิงเกรงว่าเธอจะเป็นอะไรไปจึงตะโกนเรียก เพราะเคยมีเหตุการณ์ในกรณีที่นักโทษติดคุกเป็นเวลานาน จะไม่อยากออกไปจากที่นี่ พอได้รับการปล่อยตัวบางส่วนก็คิดสั้นทำร้ายตัวเอง

“ค่ะ แม่หนูเสร็จแล้วค่ะ” นันท์ลินีใช้สรรพนามเรียกอีกฝ่ายว่าแม่ เพราะใคร ๆ ที่ได้เข้ามาอยู่ในกำแพงแคบ ๆ แห่งนี้ ต่างก็เรียกผู้คุมประจำแดนของตัวเองเช่นนั้น

คนตัวเล็กร่างกายผอมซูบซีดเดินออกมาจากห้องแต่งตัว ใบหน้าไม่ได้ยิ้มหรือแสดงอาการใด ๆ ทั้งสิ้น ประสบการณ์ที่อยู่ที่นี่ทำให้เธอกลายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

“ยิ้มหน่อยสิ วันนี้ได้ออกจากที่นี่แล้ว” พัศดีหญิงรู้สึกเป็นห่วง ความประพฤติของนันท์ลินีหลังจากที่ได้รับโทษอาจจะดื้อดึงสร้างปัญหาอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติของนักโทษใหม่ ก่อนที่ภายหลังเธอจะกลายเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม

“ค่ะ” ถึงพัศดีหญิงคนนี้จะไม่ได้ดีกับเธอสักเท่าไหร่ แต่นันท์ลินีก็ซาบซึ้งในความเป็นห่วง อย่างน้อย ๆ ก็เป็นคนที่ปฏิบัติตัวดีกับเธอมากที่สุดเมื่อเธออยู่ที่นี่

“นี่” พัศดีหญิงยื่นหมวกแก๊ปกับเสื้อคลุมมือสองเก่า ๆ ตัวหนึ่งให้กับอดีตนักโทษหญิง “ข้างนอกนักข่าวเต็มเลย ใส่หมวกกับเสื้อคลุมก็ไม่มีใครจำได้แล้วล่ะ เพราะเสื้อผ้าของเธอยังเป็นชุดเดียวกับเมื่อสี่ปีก่อนใช่ไหมล่ะ” เพราะอดีตนักโทษหญิงคนนี้ในอดีต คือดาราชื่อดังที่มักจะรับบทบาทนางร้ายในละครอยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่จะมีนักข่าวมารอทำข่าวในวันที่เธอออกจากห้องขัง

เมื่อหลายปีก่อนนันท์ลินีต้องโทษในข้อหาพยายามฆ่า ได้ยินว่ามีหลักฐานมัดตัวทุกอย่างจนดิ้นไม่หลุด ทนายของแม่ดารา จึงแนะนำให้เธอรับสารภาพเพื่อเป็นประโยชน์กับรูปคดี และเนื่องจากไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน นันท์ลินีจึงต้องโทษไม่นาน

คนตัวเล็กรับเสื้อคลุมเก่า ๆ กับหมวกแก๊ปมาสวมเอาไว้ ถึงจะเป็นของมือสองแต่ก็ดีกว่าอยู่ในชุดของนักโทษหญิงเนื้อหยาบ

“ขอบคุณมากนะแม่” เธอส่งยิ้มขอบคุณให้กับพัศดีหญิงวัยกลางคน

“ไปเถอะ แล้วอย่ากลับเข้ามาอีกนะ ฉันไม่อยากเจอหน้าอีก” อัตราการกลับเข้ามาอยู่ในห้องขังของอดีตนักโทษนั้นค่อนข้างสูง พัศดีหญิงจึงอวยพรไม่ให้เธอกลับเข้ามาอีก

“ค่ะ” นันท์ลินียิ้ม

หญิงสาวยืนอยู่หลังประตูเหล็กขนาดใหญ่ ปะปนอยู่กับนักโทษที่ได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวในวันเดียวกัน เธอยังจำได้ดีวันที่ชีวิตของเธอไร้อิสระ วันนี้แล้วสินะที่เธอจะได้กลับเข้าสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง

“อันมาแล้ว นั่นไงอัน” แม้นันท์ลินีจะอยู่ในชุดเสื้อคลุมเก่า ๆ แต่นักข่าวก็จำเธอได้ทันที และเมื่อคนตัวเล็กปรากฏตัวทั้งไมค์และกล้องต่างก็ยื่นมายังจุดที่เธอยืนอยู่

“อัน เป็นยังไงบ้างคะ ได้ออกมาสูดอากาศภายนอก”

“อัน ต่อไปนี้จะทำงานอะไรคะจะยังรับงานในวงการบันเทิงอีกหรือเปล่า”

“อันรู้สึกผิดบ้างไหม กับสิ่งที่ทำลงไป

“อัน....อัน”

คำถามหลากหลายประเดประดังเข้ามาหาเธอไม่ขาดสาย นันท์ลินีตั้งใจจะอยู่เงียบ ๆ แต่สื่อพวกนี้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีต่อกี่ปี พวกเขาก็ไม่ยอมรามือจากเธอ คนตัวเล็กรับมือไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่กำลังจะล้มลงกับพื้น ร่างแข็งแกร่งของผู้ชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาจูงมือให้เดินไปพร้อมกัน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

pang599
pang599
เรื่องนี้จบรึยังคะ
2025-12-20 18:05:24
0
0
46 Bab
บทนำ
หญิงสาวจ้องมองใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกเงา ใบหน้าที่เคยสวยงามและเคยได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลานี้เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นใบหน้านี้ก็ไม่เคยได้รับการดูแลอีกเลย นันท์ลินีสัมผัสใบหน้าของตัวเองเบา ๆ จับเอียงซ้ายเอียงขวาเพื่อสำรวจร่องรอยของการเปลี่ยนแปลง“เห้อ!!” คนตัวเล็กพ่นลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงคนเคาะประตูหน้าห้อง“นี่ แม่ดาราเสร็จหรือยังเข้าไปนานแล้วนะ” พัศดีหญิงเกรงว่าเธอจะเป็นอะไรไปจึงตะโกนเรียก เพราะเคยมีเหตุการณ์ในกรณีที่นักโทษติดคุกเป็นเวลานาน จะไม่อยากออกไปจากที่นี่ พอได้รับการปล่อยตัวบางส่วนก็คิดสั้นทำร้ายตัวเอง“ค่ะ แม่หนูเสร็จแล้วค่ะ” นันท์ลินีใช้สรรพนามเรียกอีกฝ่ายว่าแม่ เพราะใคร ๆ ที่ได้เข้ามาอยู่ในกำแพงแคบ ๆ แห่งนี้ ต่างก็เรียกผู้คุมประจำแดนของตัวเองเช่นนั้นคนตัวเล็กร่างกายผอมซูบซีดเดินออกมาจากห้องแต่งตัว ใบหน้าไม่ได้ยิ้มหรือแสดงอาการใด ๆ ทั้งสิ้น ประสบการณ์ที่อยู่ที่นี่ทำให้เธอกลายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น“ยิ้มหน่อยสิ วันนี้ได้ออกจากที่นี่แล้ว” พัศดีหญิงรู้สึกเป็นห่วง ความประพฤติของนันท์ลินีหลังจากที่ได้รับโทษอาจจะดื้อดึงสร้างปัญหาอยู่บ้าง แต่นั
Baca selengkapnya
1 อยู่ร่วมกัน
เด็กหญิงผมเปียใบหน้าน่ารักสมวัยสีหน้าไม่ค่อยดีนักเมื่อได้ยินว่าบิดาของตัวเองพาเด็กผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในบ้าน สภาพมอมแมมไม่ต่างอะไรจากเด็กข้างถนน เด็กหญิงนันท์ลินีไม่ค่อยชอบใจนัก เธอต้องการเป็นจุดศูนย์รวมของความรักของคนทั้งบ้าน ไม่ได้ต้องการมีพี่น้องหรือสมาชิกอื่นใด เพิ่มเข้ามาในครอบครัวอีก“น้องอันทำไมทำหน้าแบบนั้นละคะ” สาวิตรี ผู้เป็นมารดาเห็นหน้าของบุตรสาวบึ้งตึงจึงเข้าไปปลอบประโลม“ไอ้เด็กนั่นเป็นใครคะ” เธอรู้อยู่แล้วว่ามารดาจะต้องถามคำถามนี้“เด็กนั่น!! ทำไมน้องอันพูดไม่เพราะเลยล่ะคะ” ผู้เป็นมารดาดุ เธอจำได้ว่าไม่เคยสอนให้เด็กหญิงมีนิสัยเช่นนี้“แล้วมันเป็นใครล่ะคะคุณแม่” นันท์ลินียังคงรอคำตอบจากปากของมารดาสาวิตรีถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ที่เด็กหญิงตัวน้อยมีท่าทางเช่นนั้น คงเป็นเพราะเธอตามใจบุตรสาวมากจนเกินไป เพราะในอดีตกว่าที่เธอจะตั้งครรภ์นันท์ลินี ก็ใช้เวลาเฝ้ารออยู่หลายปี เมื่อเด็กหญิงถือกำเนิดขึ้นมา ทั้งครอบครัวเลยค่อนข้างตามใจแม้จะรู้ว่าในอนาคตเด็กหญิงจะต้องเสียคนอย่างแน่ ๆ แต่ทั้งผู้เป็นบิดาและมารดายามเมื่อเห็นน้ำตาของเด็กหญิง ทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน“ใจเย็น ๆ นะ
Baca selengkapnya
2 กลัวจะแย่งความรัก
นพดลพาเด็กชายขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ตั้งใจจะให้เด็กชายอยู่ร่วมกันแบบเจ้านายคนหนึ่งของบ้าน เขาไม่ต้องการให้ชลาธิปรู้สึกด้อยไปกว่าเด็กคนอื่น ๆ เขารับปากเพื่อนสนิทของภรรยาเอาไว้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรนพดลก็ต้องทำให้ได้ อย่างน้อย ๆ ตอนที่ภรรยาเขาลำบากบิดามารดาของเด็กชายก็เคยช่วยชีวิตเธอเอาไว้ทั้งเขาและสาวิตรี ร่วมถึงบิดาของตนนั้นไม่เท่าไหร่ ติดปัญหาอยู่ที่เด็กหญิงตัวแสบนั่นมากกว่า เขายังคิดเสียใจที่เลี้ยงบุตรสาวให้กลายเป็นแบบนี้ ถ้าเขากล้าดุหรือสั่งสอนเธอสักหน่อยเรื่องคงไม่ดำเนินมาถึงขั้นนี้“เป็นยังไงน้ำ เราอยู่ได้ไหม” นพดลถามไถ่เด็กชายยิ้มและตอบรับอย่างมีมารยาท“ครับ ดีกว่าที่ผมเคยอยู่ซะอีก” เขาตอบ ถ้าให้เทียบกับบ้านริมน้ำที่เคยอยู่ร่วมกันกับครอบครัว ที่นี่นับว่าดีมาก“เพราะว่าที่บ้านเรา ไฟมันไหม้ไปหมดแล้ว ก็คงไม่มีอะไรเหลือแล้วล่ะ หลังจากเสร็จงานศพของพ่อกับแม่เรา น้าจะพาไปซื้อเสื้อผ้าใส่นะ แล้วก็จากนี้คงต้องย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพด้วยกัน” สาวิตรีปลอบประโลมเด็กชายบิดาและมารดาของเด็กชายเสียชีวิตเมื่อวันก่อน และก่อนที่พวกเขาจะจากไปได้ขอร้องให้สาวิตรีช่วยดูแลเด็กชาย ผู้เป็นนายหญิงของบ้านรู้ว่าช
Baca selengkapnya
3 จะจำเรื่องวันนี้เอาไว้
หลังจากเสร็จงานศพของบิดามารดาของชลาธิป นพดลและสาวิตรี ต้องต่อสู้กับการพาตัวเด็กชายเข้ามาอยู่ในการอุปการะ ทั้งข้อกำหนดทางกฎหมายและญาติพี่น้องที่ทำตัวเป็นเหลือบไร พอไม่มีบิดามารดาของชลาธิปแล้วพวกนั้นก็หมดที่พึ่งพิง สุดท้ายก็ตั้งใจเตรียมตัวจะฮุบทรัพย์สินในส่วนที่เป็นของเด็กชายและดูเหมือนว่าสองสามีภรรยาที่จากไปแล้วนั้นจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถึงได้เขียนพินัยกรรมเอาไว้ และไว้ใจให้เพื่อนสนิทอย่างนพดลและสาวิตรีเป็นผู้พาเด็กชายไปเลี้ยงดู ส่วนทรัพย์สินที่ควรจะเป็นของเด็กชาย ผู้ปกครองตามกฎหมายอย่างคุณน้าทั้งสองจะเป็นผู้ดูแลให้โดยไม่แตะต้อง แต่อาจจะมีการนำบางส่วนไปลงทุนให้กับเด็กชาย จนกว่าชลาธิปจะบรรลุนิติภาวะเด็กชายวัย 12 ปี จำต้องย้ายที่อยู่จากบ้านริมน้ำเงียบสงบในต่างจังหวัด เข้ามาอยู่ในกรุงเทพสภาพแวดล้อมทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลายปีผ่านไป...“อันฉันได้ยินว่าพี่น้ำที่อยู่ ม.6 เป็นพี่ชายของอันเหรอ” เด็กสาวคนหนึ่งถามนันท์ลินีอย่างใคร่รู้เด็กหญิงวัยมัธยมต้นหน้าบึ้ง ทันทีที่เพื่อนสนิทในกลุ่มพูดถึงเด็กชายที่ที่บ้านของเธออุปการะ“ใครบอกพวกเธอ” นันท์ลินีคิ้วขมวด มือเรียวเล็กกดปิดหน้าจอโทรศัพท
Baca selengkapnya
4 เริ่มต้น
“น้ำ น้องสาวนายนี่ก็เอาเรื่องดีเหมือนกันนะ”ภาคภูมิสะกิดไหล่เพื่อนสนิท“อือ” ชลาธิปรับคำสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อเขาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากมุมไกล ๆ แต่ไม่รู้ว่าตรงนั้นกำลังสนทนาอะไรกันและเขาเองก็รู้ว่า ยายเด็กนั่นต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ตอนที่ภาคภูมิบอกให้เขาแสดงตัวไปช่วยเหลือเธอ จึงไม่ได้คิดจะออกไปช่วยตั้งแต่แรก“แต่ยังไงก็ระวังเอาไว้บ้างก็ดีนะ ในโรงเรียนไอ้หมอนั่นอาจจะทำอะไรน้องนายไม่ได้ แต่นอกโรงเรียนก็ระวังหน่อย ฉันได้ยินว่าครอบครัวมันทำงานสีเทา ๆ” ภาคภูมิเป็นห่วงน้องสาวของเพื่อนสนิท มีไม่กี่คนที่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนันท์ลินีและชลาธิปว่าเป็นอะไรกัน“เข้าใจแล้ว” เด็กหนุ่มยังคงเฉยชาอยู่เช่นเดิม แต่ก็ยอมรับฟังคำเตือนของเพื่อนสนิทถึงเวลาเลิกเรียน เพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอและชลาธิป นันท์ลินีกับเขาจึงตกลงกันเอาไว้ว่าให้รถของที่บ้านจอดอยู่ห่างจากโรงเรียนไปอีกสักหน่อย เธอที่อยู่ในระดับมัธยมต้นจะได้รับการปล่อยให้ออกจากโรงเรียนก่อนจะเดินไปรอเขาที่นั่น พอเขาเลิกเรียนแล้วก็ค่อยให้เขาตามมาทีหลังในตอนแรกทั้งนพดลและสาวิตรีก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยนักเพราะเป็นห่
Baca selengkapnya
5 คนร่วมบ้าน
ชลาธิปเดินจูงมือน้องสาวร่วมบ้านไปจนถึงจุดที่รถยนต์จอดรออยู่ พี่เลี้ยงของเด็กทั้งสองคนเมื่อเห็น เด็กหญิงอยู่ในสภาพไม่น่าดูนักก็รีบลงจากรถเข้ามาดูแล“คุณอันเป็นอะไรคะ ทำไมเสื้อผ้าถึงเลอะเทอะมอมแมมแบบนี้” ดาวใจรีบหยิบกระดาษทิชชูเปียกออกมาเช็ดเสื้อผ้าให้กับเด็กหญิงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นันท์ลินีไม่อยากตอบคำถาม ผู้เป็นน้องจึงสะกิดให้เด็กหนุ่มเป็นคนตอบ“ล้มน่ะครับ สะดุดก้อนหินล้มเลยมอมแมมไปหน่อย” เขารู้ว่านันท์ลินีคงไม่อยากพูดความจริง จึงไม่ได้บอกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้พี่เลี้ยงและคนขับรถรับรู้“เป็นแบบนั้นเหรอคะ” ดาวใจยังไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ชลาธิปพูดนัก“ค่ะ อย่างที่น้ำบอก” นันท์ลินีเออออไปกับอีกฝ่ายโชคดีที่เขาหัวไว คิดเรื่องโกหกออกมาได้แนบเนียน และยิ่งออกมาจากปากของเด็กหนุ่มคนนี้ใคร ๆ ก็พร้อมจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดหมดเมื่อเห็นว่าดาวใจเชื่อในสิ่งที่เขาพูด ชลาธิปจึงไม่ได้กล่าวอะไรต่อ เด็กหนุ่มจึงเดินไปขึ้นรถฝั่งที่ตัวเองนั่งประจำรถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกมาจากจุดจอดรถไปเรื่อย ๆ เพราะว่าเด็กทั้งสองคนมาช้าไปราว 20 นาที นั่นก็เพียงพอจะทำให้ ทั้งหมดติดแหงกอยู่บนท้องถนนของเมืองหล
Baca selengkapnya
6 เป็นอะไรกันไปหมด
  นันท์ลินีคิดถึงเรื่องเก่า ๆ เมื่อหลายปีก่อน เธอจำได้ว่านั่นเป็นช่วงเวลาที่ได้เจอกับภาคภูมิเป็นครั้งแรก อันที่จริง เขาก็ไม่ได้หล่อไปกว่าชลาธิปเลยสักนิด แต่หลังจากเรียนจบมัธยมภาคภูมิก็ผันตัวเข้าสู่วงการบันเทิง ส่วนพี่ชายร่วมบ้านของเธอเรียนบริหารธุรกิจ ถึงแม้จะเดินกันคนละเส้นทางแต่กระนั้นทั้งสองคนก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่เช่นเดิมส่วนเธอเองช่วงหลังก็ได้จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในวงการเดียวกันกับภาคภูมิด้วยเช่นกัน เขาจึงกลายเป็นทั้งเพื่อนสนิทของชลาธิป เป็นรุ่นพี่ในวงการบันเทิง รวมถึงเป็นผู้ชายที่เธอแอบชอบ“น้องอัน....ถึงคิวแต่งหน้าทำผมแล้วค่ะ” ผู้จัดการกองถ่ายเรียกตัวให้นันท์ลินีเดินไปแต่งหน้าคนตัวเล็กเหลือบตาดูเวลาในโทรศัพท์ก่อนจะเห็นว่า สายไปครึ่งชั่วโมง“สายไปครึ่งชั่วโมงนะคะ” น้ำเสียงของนันท์ลินีแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ “เพราะอะไรล่ะคะ ทุกคนก็รู้ว่าอันเป็นคนรักษาเวลา” ผู้จัดการกองถ่ายหน้าเสีย ไม่รู้จะบอกกับนางร้ายคนนี้ยังไงดีเพราะถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ไม่ค่อยดีเท่า
Baca selengkapnya
7 นางเอกและนางร้าย
 เครื่องสำอางตรงนั้นของช่างแต่งหน้าพังเสียหายจนเกือบหมด ทำให้ต้องใช้เครื่องสำอางส่วนตัวของนันท์ลินีแทนไปก่อน และโชคดีที่เธอเป็นคนสุดท้ายสำหรับการแต่งหน้าพอดีทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดน้อยลงไปนิดหน่อยผ่านมาราว ๆ ครึ่งวันจนเกือบเย็น ถึงเวลาที่ต้องพักกอง ทีมงานทุกคนต่างก็ซุบซิบนินทาเรื่องที่เกิดขึ้นในเต็นท์แต่งหน้า เชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องราวไม่กินเส้นระหว่างนางเอกและนางร้ายคงไปถึงหูนักข่าวในเร็ว ๆ นี้แน่“พี่เกรซคะ” นันท์ลินีผายมือให้ช่างแต่งหน้าที่เธอเพิ่งทำลายอุปกรณ์ทำมาหากินเดินตามเธอไปที่ลานจอดรถช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองยังคงรู้สึกโกรธในสิ่งที่นันท์ลินีทำเมื่อครู่ แต่ก็ยอมเดินไปที่ลานจอดรถพร้อมกับนักแสดงสาวผู้รับบทนางร้ายที่นิสัยร้ายกาจทั้งตัวจริงและในจอ“น้องอันคะ ถ้าจะตามพี่มาพูด เรื่องไร้สาระพี่ไม่มีเวลาหรอกนะคะ ยังต้องทำมาหากินครอบครัวพี่ไม่ได้รวยล้นฟ้าเหมือนครอบครัวน้องอันที่นั่ง ๆ นอนเฉย ๆ กินปันผลจากกองมรดก” เกรซพูดตรงใครจะว่าเธออย่างไรก็เชิญ หรือต่อให้ถูกแบนด์ในวงการ เธอก็จะพูดสิ่งที่เธออยากพูดทุกคนรู้ดีว่
Baca selengkapnya
8 สลับบท
  ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างที่หนังสือนิยายนั่นบรรยายเอาไว้ทุกอย่าง อันที่จริงเรื่องเครื่องสำอางของเกรซ เธอบอกให้คนที่บ้านเตรียมตัวรอเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อเธอร้องขอก็ให้พวกเขาออกไปซื้อได้ทันที วันและเวลาในหนังสือบอกเอาไว้ชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเวลาไหน แต่นันท์ลินีก็ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆเมื่อคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ นันท์ลินีรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ครั้งนี้เธอได้ช่วยเกรซช่างแต่งหน้าประจำกองถ่ายเอาไว้ ในอนาคตอีกราว ๆ ครึ่งปีตามเส้นเรื่อง ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่นิยายบรรยายเอาไว้ พี่สาวเกรซจะกลายเป็นช่างแต่งหน้าชื่อดังคนสำคัญของวงการ และเป็นช่างแต่งหน้าคู่บุญของดนิตา หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจจะแสดงความเป็นคนดีตัดหน้าแม่นางเอก แต่เป็นเพราะว่าเธอเริ่มรู้สึกผิดในสิ่งที่กระทำลงไปต่างหากในหนังสือนิยายบรรยายความร้ายกาจของตัวละครนันท์ลินีเอาไว้อย่างชัดเจน นิสัยทั้งในจอและนอกจอล้วนแต่เลวร้ายเอาแต่ใจ มันเป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่ที่เธอยังเด็กจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เหมือนฟ้ากำหนดและลิขิตให้เธอเป็นนางร้ายเท่านั้น ขนาดตัวเองอ่าน
Baca selengkapnya
9 ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น
 ตู้ม!!ร่างเล็กแบบบางของนันท์ลินีหล่นกระแทกพื้นน้ำเสียงดังลั่น คนตัวเล็กกระเสือกกระสนพยายามว่ายน้ำเอาตัวรอด โชคดีที่เธอพอจะว่ายน้ำเป็น แต่แค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ดนิตาก็กระโดดลงมาหัวเข่าของอีกฝ่ายกระแทกศีรษะของเธอ จนทำให้นันท์ลินีที่พยายามเอาชีวิตรอดว่ายน้ำได้ยากยิ่งกว่าเดิมคนตัวเล็กพยายามผลักดันตัวเองเพื่อขึ้นไปหายใจบนน้ำ แต่กลับถูกแข้งขาของดนิตากระแทกซ้ำ ตอนก่อนที่จะหมดลมหายใจก็ถูกใครสักคนพาเธอขึ้นจากน้ำ “คัต!!! ช่วยน้องเร็ว” ผู้กำกับหน้าเสีย อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทั้งนางเอกและนางร้ายตกลงไปในน้ำ คนทั้งกองถ่ายรวมถึงทีมเซฟตี้รีบกระโจนลงไปช่วยเหลือหญิงสาวทั้งสองคนภาคภูมิและชลาธิปอยู่ไม่ห่างจากตรงนั้น ทั้งสองก็ไม่รีรอที่จะกระโดดลงไปในน้ำ ทั้งสองคนพุ่งตรงเข้าไปช่วยดนิตาพร้อม ๆ กัน โดยไม่ได้สนใจเป็นห่วง ผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุด้วยเหมือนกัน ก่อนที่สติของนันท์ลินีจะหายไปเธอเห็นดนิตา ถูกทั้งภาคภูมิและชลาธิปช่วยเหลือ ส่วนคนที่กระโดดลงมาช่วยเธอคือพี่สาวเกร
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status