تسجيل الدخولรัศมีแขมองดูเงาของตัวเองที่สะท้อนออกมาทางกระจกเงาแบบบานสูง แล้วยิ้มร้ายที่มุมปากอย่างพึงพอใจ เธอตั้งใจจะปั่นหัวให้กล้าตะวันเผ่นไปให้เร็วที่สุด รูปลักษณ์ของสาวเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันที่เห็นนี้ จะทำให้ผู้ใหญ่หัวโบราณแบบนั้นเบนหน้าหนี และไม่ชอบหน้าเธอ
ไม่มีผู้ใหญ่ที่ไหน ชอบเด็กสาวแต่งหน้าแต่งตัวสไตล์พังก์ หัวสีชมพูแปร๋นแบบเธอหรอก รัศมีแขหมุนตัวไปมา เธอรวบผมสีชมพูไว้เป็นหางม้าสูง สวมเสื้อกล้ามสีดำรัดรูปเอวลอย อวดช่วงหน้าท้องขาวเนียนวับแวม นึกอุตริเอาแทททูแบบสติกเกอร์แปะทับไว้ตรงบริเวณสะดือ มองเผินๆ เหมือนกับว่าเธอสัก เพิ่มความร้าย...มากขึ้นในสายตาของผู้ใหญ่ ที่ดูจะหัวโบราณแบบกล้าตะวัน
กางเกงยีนขาเดฟสีดำเอวต่ำพับปลายเป็นห้าส่วน มีรอยขาดตั้งแต่ขาอ่อนจนถึงปลายขา เผยให้เห็นผิวขาววับแวม คาดทับเข็มขัดหนังสีดำสองเส้นไพล่กัน เธอมีเวลาถึงขนาดทาเล็บสีดำทั้งมือและเท้า รวมถึงแต่งหน้า กรีดตาหนา วาดรูปดาวตรงหางตาด้านซ้ายด้วยอายไลน์เนอร์สีดำ แต้มกากเพชรนิดๆ ปัดขนตาดกหนาให้งอนงาม ทาลิปสติกสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งเมื่อเธอวาดลิปสติกลงบนริมฝีปากเสร็จ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพอดี
รัศมีแขยักคิ้วให้กับตัวเองในกระจกเงา ก่อนจะเดินตรงไปเปิดประตู ทางนั้นเห็นเธอเข้าถึงกับกะพริบตาปริบๆ กันเลยทีเดียว
“ว่าไงคะ พี่จิ๊บ”
“ค่ะ”
เธอยิ้มให้กับพี่เลี้ยง ก่อนจะเดินลงส้นอย่างจงใจกระแทกให้เสียงดังเล่น ไปยังที่กล้าตะวันรออยู่ จันดามองตามแล้วก็ให้หนักใจนัก เพราะเธอเพิ่งจะเผชิญหน้ากับผู้ปกครองคนใหม่ของรัศมีแขมาเมื่อครู่หมาดๆ ใจยังคงเต้นแรงอยู่ด้วยความเกรงเขาอยู่เลย
งานนี้เห็นทีคุณลูกหมีจะเจอของจริงเข้าเสียแล้ว คุณจันทร์เลือกคนมาปราบลูกสาวได้ถูกคนเสียจริงๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองที ก่อนจะเปิดเข้ามาอย่างไม่รอให้เขาอนุญาต พร้อมกับคนเปิดที่ยืนทำหน้าเชิดอยู่ตรงประตูกล้าตะวันแทบจะสำลักกาแฟที่กำลังจิบอยู่ เมื่อเห็นรัศมีแขเข้าเต็มตา กับการแต่งตัวแต่งหน้าของเด็กสาว
“มีอะไรหรือคะน้ากล้า จะแสดงอำนาจบาตรใหญ่อะไรกับเจ้าของบ้านอย่างลูกหมี ก็เชิญว่ามาได้เลยค่ะ”
“มันเป็นอำนาจที่น้ารับมอบมาจากแม่ของเรา”
เขาพยายามใจเย็น ปรกติแล้วเขามักจะเป็นคนที่ใจเย็นมาก แต่รัศมีแขกำลังจะทำให้เขาอารมณ์เดือดระอุ
“ว่ามาได้เลยค่ะ จะรับฟัง แต่ไม่รับประกันว่าจะทำตามไหม”
ใบหน้าหวานนั่นยิ่งดูสวยแปลกตา และเป็นสาวเสียยิ่งกว่าอายุของตนเอง ไหนจะเสื้อกล้ามพอดีตัวที่อวดบริเวณหน้าอกอิ่มอูมนั่นอีก เอวคอดเล็กที่เขาแทบจะรวบมือเดียวได้ กางเกงยีนนั่นก็ฟิตเสียจนเขาเดาขนาดสะโพกของรัศมีแขได้ว่าไม่น่าจะเกินสามสิบหก
คุณพระ!
กล้าตะวันเพิ่งจะมองเห็นอะไรบางอย่างบริเวณหน้าท้องของสาวน้อย ก่อนจะลอบถอนใจ แม่สาวแสบเต็มขั้น เลยสินะ ลูกสาวของพิมพ์จันทร์
“ก่อนอื่น อันดับแรก ลูกหมีจะต้องกลับเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดิมที่ดรอปไว้ เทอมหน้า”
“ลูกหมีไม่อยากเรียน มันไม่เหมาะกับลูกหมี ลูกหมีไม่ชอบนิเทศ”
“แล้วทำไมตอนแรกเอนท์เข้าไปล่ะ ถ้าไม่ชอบ”
กล้าตะวันถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาวิ่งเต้น จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว รอเพียงแค่เจ้าตัวทำตัวให้เหมือนผู้เหมือนคนอื่นเขา สวมเครื่องแบบนิสิต แล้วกลับเข้าไปเรียน
เธอยักไหล่ ยืนเชิดอยู่แบบนั้น จนกล้าตะวันต้องกระแอม
“นั่งลงสิ มายืนค้ำหัวผู้ใหญ่แบบนี้ไม่ดีเลย”
“ลูกหมีไม่อยากนั่ง”
เสียงหวานนั้นว่า กล้าตะวันมองเธอด้วยสายตาที่คนงานที่ไร่ชาของเขาต้องขยาด แต่แม่เด็กคนนี้กลับกล้าต่อตามองเขาอย่างท้าทาย
“ถ้าไม่ชอบนิเทศอยากเรียนอะไร”
“ไม่รู้”
คำตอบนั้น ทำให้คนที่เก็บอารมณ์เก่งเป็นนิตย์ ใจเย็นเชียบราวน้ำแข็ง ตอนนี้กำลังเริ่มร้อนระอุ
“ไปคิดมาว่าอยากเรียนอะไร จะยังไงเราก็ต้องไปเรียนให้จบปริญญาตรีไว้ก่อน ถ้าจะเรียนโท เรียนเอกต่ออีก ก็ค่อยว่ากัน”
“แล้วถ้าลูกหมีไม่เรียนล่ะ น้ากล้า จะทำอะไรลูกหมีรึเปล่า?”
“คิดว่าน้าจะปล่อยให้ลูกหมีทำตามอำเภอใจได้รึเปล่า?”
คำถามย้อนกลับนั้น เล่นเอาคนที่กำลังท้าทายคนสูงวัยกว่า อึ้งไปเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าจะถูกเขายอกย้อนเอา
“แล้วน้ากล้าจะทำอะไรลูกหมีล่ะคะ มีสิทธิ์อะไรเหรอ?”
“สิทธิ์น้าได้จากแม่ของเรามาเต็มที่”
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงเนื้อปะทะเนื้อหนักๆ ที่บริเวณสะโพก เล่นเอาเธอถึงกับร้องกรี๊ดๆ ออกมาด้วยความเจ็บปวดปนตกใจ เมื่อเขาปล่อยเธอลงพื้น รัศมีแขก็ขาอ่อนทรุดลงกองกับพื้น สะดุ้งน้อยๆ เมื่อสะโพกทิ้งตัวลงกับพื้น เจ็บ...มันเจ็บจนเธอน้ำตาซึม คนอะไรมือหนักมาก ไม่เคยมีใครตีเธอแบบนี้มาก่อน เธอกัดริมฝีปากที่สั่นระริก มองเขาด้วยใบหน้าที่นองน้ำตาเพราะกลั้นไม่อยู่ กล้าตะวันมองแล้วยิ้มน้อยๆ นัยน์ตาคู่คมนั้นช่างโหดร้ายนัก!
“สิทธิ์แรก เด็กดื้อก็ต้องตี”
“น้ากล้า!”
“ถ้าพูดจาไม่ดีกับผู้ใหญ่อีก ก็ต้องเจอแบบนี้อีก”
เขาทรุดตัวลงนั่งต่อหน้าเธอ รอยยิ้มนั่นยิ่งทำให้รัศมีแขเจ็บใจเธอปาดน้ำตาป้อยๆ เหมือนเด็กเล็กๆ ใบหน้างดงามยังคงเชิดให้กับเขาอย่างไม่ยอมแพ้ เจ็บตรงบริเวณสะโพกตุบๆ คาดว่ามันคงจะแดงช้ำเลยทีเดียว มือของเขาใหญ่ ตัวก็ใหญ่ แถมยังแรงแบบไม่ผ่อนปรนสักนิด ในการลงโทษเธอ
“น้ากล้าไม่ใช่พ่อ ไม่มีสิทธิ์จะมาทำอะไรแบบนี้กับลูกหมี”
แม้จะกลัวเขาจนเสียงสั่น แต่เธอก็ยังไม่วายปากกล้า กล้าตะวันที่ลุกขึ้นยืน หันมาหัวเราะหึ แล้วชี้นิ้วไปที่อกตนเอง
“น้าจะเป็นยิ่งกว่าพ่อของเธอ รัศมีแข จำไว้!”
ร่างสูงเดินออกไปจากห้องแล้ว ทิ้งให้เด็กสาวมองตามหลังด้วยสายตาอาฆาต น้ำตาเม็ดโตๆ ยังคงรินไหล เจ็บทั้งกายและใจ ที่ถูกทำหยามแบบนี้เป็นหนแรก
เขากล้าดียังไง?
แล้วจะได้รู้กัน ว่าคนอย่างรัศมีแขไม่ได้ให้มาหยามกันได้ง่ายดายแบบนี้
จบลงด้วยการจับฟาดจริงๆ สินะ...
เขาถอนใจอีกครั้ง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสั่นเบาๆ เป็นสัญญาณว่ามีคนโทรเข้ามา กล้าตะวันกดรับ เลขานุการของเขาที่ไร่พบตะวัน โทรมารายงานเรื่องเกี่ยวกับงานต่างๆ เขาต้องรีบกลับแล้ว และต้องลากแม่เด็กดื้อนี่ไปด้วย
ไม่เบาเลยทีเดียวล่ะ ลูกสาวของพิมพ์จันทร์
“ผมจะทำให้ดีที่สุดนะจันทร์”
เขาพึมพำเบาๆ พลางเงยมองไปบนท้องฟ้า ราวกับจะฝากไปถึงคนบนนั้น ที่อาจจะกำลังเฝ้ามองเขาและบุตรสาวอยู่อย่างฝากความหวัง ว่ากล้าตะวันจะช่วยทำให้บุตรสาวของเธอกลายเป็นคนใหม่ เป็นไม้อ่อนที่ยังดัดได้ และพร้อมกับการออกสู่โลกกว้างไปดำเนินชีวิตด้วยตนเอง
สองปีต่อมา ไร่ชาพบตะวันมีทายาทตัวน้อย ในงานเลี้ยงรับขวัญหลานสาวของคุณพิกุล หนูน้อยเพียงตะวัน จัดขึ้นที่รีสอร์ตพบตะวัน แขกเหรื่อในงานส่วนมากเป็นญาติและเพื่อนสนิท ในงานมีบรรยากาศเป็นกันเองอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ“คนนี้ลูกสาวแล้ว คนหน้าเป็นลูกชายนะกล้า” คุณพิกุลอุ้มหลานสาวแทบไม่ยอมวางเลย นางเอาไปอวดคนนั้นคนนี้ด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม“จะเร่งมือครับ”กล้าตะวันตอบยิ้มๆ เรียกเสียงหัวเราะจากคนที่ยืนใกล้ๆ และคำล้อเลียนอีกสองสามคำ คนที่ยืนข้างเขาค้อนขวับ แล้วเอ่ยเสียงหวาน“ให้ลูกหมีเรียนจบก่อนสิคะ แล้วค่อยมีอีก ให้ห่างจากยายหนูสักนิด”“จะเร่งหนีไอ้เรนมัน หึๆ มีให้มันอิจฉาเล่น”เขายักคิ้วให้กับเพื่อนรัก เมื่อพารัศมีแขเดินเข้าไปใกล้กับโต๊ะที่วเรณย์ บัวระวง อรวราและชวัลนั่งอยู่ เขาทรุดลงนั่งข้างวเรณย์ พลางโอบบ่าเพื่อนสนิท แล้วเอ่ยกระเซ้า“ไม่มีน้ำยาหรือยังไงกันนายเรน ป่านนี้ยังไม่มีเลยสักที หืม?”“แก่แล้วก็แบบนี้ล่ะ อ้ายกล้า”คนว่าคือบัวระวง ที่เอ่ยล้อสามีตัวเอง เลยโดนวเรณย์ทำตาเขียวใส่ ก่อนจะดึงเธอมากอดแล้วจุ๊บแรงๆ ต่อหน้าผู้คน ทำให้บัวระวงต้องปัดป้องห้ามเป็นพัลวัน “แก่ที่ไหน แก่แต่มีแรงนะ สี่สิ
กล้าตะวันจรดปากกาเซ็นลายเซ็นของตัวเองลงบนเช็ค แล้วยื่นส่งมันให้รัศมีแข เขายังไม่ปล่อยกระดาษแผ่นนั้นให้เธอ เมื่อเธอจับมันไว้ สาวน้อยมองหน้าเขา ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม“แน่ใจแล้วหรือลูกหมี เงินไม่ใช่น้อยๆ นะ แล้วอีกอย่างหนึ่ง น้าคิดว่าคนอย่างภาสกร ไม่สมควรได้รับสิ่งแบบนี้จากลูกสาวที่เขาพยายามทำลาย และเอามาเป็นเหยื่อเพื่อหาผลประโยชน์”“ค่ะ ลูกหมีคิดว่าสิ่งที่พ่อได้รับทุกอย่างตอนนี้ มันสมควรกับความผิดแล้ว และพ่อก็ได้บทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ไปแล้วละค่ะน้ากล้า นะคะ ให้ลูกหมีมอบเงินก้อนนี้ให้ท่านเถอะ จะอย่างไรท่านก็เป็นคนที่ทำให้ลูกหมีเกิดมา ลูกหมีช่วยท่านครั้งนี้ครั้งสุดท้าย” นัยน์ตาอ้อนวอนของภรรยา ยอมให้เขาปล่อยเช็คนั้นโดยง่าย ก่อนจะถอนใจเฮือก“โอเค ตามนั้น แต่น้าจะไม่ยอมให้ลูกหมี เจอหน้าคนเลวๆ แบบนั้นอีก”“ลูกหมีจะให้คุณธวัชถือเช็คไปให้พ่อเองค่ะ พ่อก็ไม่อยากเจอหน้าลูกหมี เอ่อ...เหมือนกัน”เธอนึกถึงประโยคสุดท้ายที่ภาสกรคุยกับเธอ เมื่อตอนที่เธอไปเยี่ยมเขาก่อนที่เขาจะได้รับการประกันตัว‘พ่อ...มันเลวเหลือเกิน...พ่อไม่น่าเกิดมาเป็นพ่อของลูกเลย ลูกหมี...พ่อละอายใจนัก ที่ลูกสาวที่พ่อทำร้าย จ
“มีให้กินแค่นี้หรือ น้องหล้า ว้า...อุตส่าห์รีบออกเวรมา หิวแทบตายแล้ว” วเรณย์มองอาหารบนโต๊ะ ที่ภรรยาหมาดๆ อุตส่าห์ทำให้รับประทาน นั่นคือต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ใส่ไข่ คนทำกอดอก แล้วทรุดลงนั่งข้างๆ เขา เธอเปิดโทรทัศน์ดูไปด้วย เพื่อจะได้ให้ตัวเองไม่ง่วง ให้เสียงช่วยปลุกประสาท เนื่องจากสามีโทรศัพท์มาอ้อนตั้งแต่ตีสามครึ่ง เพื่อให้เธอทำอาหารให้เขา “มันสมควรจะอยากกินอะไรมากกว่านี้หรืออ้ายเรน นี่มันกี่โมงกี่ยาม” บัวระวงค้อน พลางปิดปากหาว “ครับผม...กินก็กิน เป็นเมียหมอต้องอดทนนะน้องหล้า อ้ายทำงานไม่เป็นเวล่ำเวลาแบบนี้แหละ”“รู้แล้วล่ะค่า ว่าเป็นเมียหมอต้องอดทน เป็นน้องหมอมาตั้งหลายปีแล้วน่า รู้ดีหรอก วันหลังจะจ่ายตลาดติดของสดไว้ หรือไม่ก็ทำกับข้าวไว้ให้อ้ายแต่เมื่อเย็น นี่ไม่รู้ว่าอยากมากินข้าวบ้าน เห็นเมื่อก่อนบ่นว่าน้องทำอะไรไม่เป็น กินมาแต่ข้างนอกตลอด”“ไปฝึกมือมากับสายไหมแล้วนี่นา หลังๆ มากับข้าวของน้องหล้าอร่อย อ้ายกินได้หมดละ เอาจริงๆ แล้ว ต่อให้เป็นไข่ต้ม แต่ฝีมือเมีย อ้ายก็ว่าอร่อย”ประโยคหลังซดน้ำต้มบะหมี่เสียงดังโฮก เหมือนจะยืนยัน เล่นเอาคนฟังแก้มแดงก่ำ “แหม...อ้ายเรนนี่”
โครม!เสียงถีบประตูเข้ามาก่อนที่ยศพลจะได้ทำอะไรมากไปกว่าถอดเสื้อผ้าของรัศมีแขออก เขารู้ตัวแค่โดนกระชากออกจากร่างเล็ก แล้วก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลยนอกจากความเจ็บปวด หมัดลุ่นๆ ถูกปล่อยเข้าอย่างจังตามใบหน้า และตามเนื้อตัว จนเขาทรุดลงกองกับพื้น ทันแค่หรี่ตามองฝ่าเลือด เห็นใบหน้าของผู้กระทำ ซึ่งถูกฉุดรั้งไว้ด้วยคนอีกสองคน เพื่อไม่ให้ตรงมาทำร้ายเขาอีก “อย่าห้ามผม” “ใจเย็นๆ กล้า แค่นี้มันก็ไม่ไหวแล้ว เห็นไหม มันสลบไปแล้ว”วเรณย์เอ่ยห้ามเพื่อน พร้อมกับดึงไว้ไม่ให้กล้าตะวันโผนเข้าทำร้ายยศพลซึ่งนอนนิ่งกับพื้นไปแล้วอีก บัวระวงรีบวิ่งเข้าไปเอาผ้าห่มคลุมร่างของรัศมีแขไว้ เธอครางเบาๆ เกาะกอดบัวระวงไว้แน่น “ลูกหมีเป็นอะไร ลูกหมี” บัวระวงถามสาวน้อย พยายามประคองหน้าอีกฝ่ายไว้ แต่รัศมีแขสะบัดออก ครวญเสียงออดอ่อน หน้าตาและเนื้อตัวแดงเรื่อด้วยเลือดที่สูบฉีด เธอกอดรัดแล้วถูเนื้อตัวเข้ากับร่างกายของบัวระวง“ลูกหมีไม่รู้ ลูกหมีทรมาน ช่วยลูกหมีด้วย”“ลูกหมี” ร่างใหญ่ของกล้าตะวันก้าวพรวดเดียวถึงร่างเธอ แล้วช้อนอุ้มเธอขึ้นมาในอ้อมแขน วเรณย์เห็นอาการของสาวน้อยก็ขมวดคิ้ว เขาเดินก้าวออกไปจากห้อง นายตำรวจหล
“เรายังไม่ออกจากเชียงใหม่หรือครับ คุณยศพล”ภาสกรเอ่ยถาม ชายที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกันเขาสั่นหน้าน้อยๆ พลางผิวปาก ยกกาแฟขึ้นจิบด้วยท่าทีสบายอารมณ์นัก พร้อมกับตอบเสียงทุ้ม“ที่นี่อากาศดี บรรยากาศดี เหมาะกับการฮันนีมูน ของผม...กับน้องลูกหมี” “เอ่อ...”“จัดการให้ผมด้วยนะครับคุณภาสกร ผมไม่อยากถูกต่อต้านหรือขัดขืน มันไม่สนุกสักเท่าไหร่ ผมหวังว่าคุณคงจะจัดการได้” ภาสกรเม้มริมฝีปาก ก่อนจะมองสบตากับคนตรงหน้า ยศพลวางแก้วกาแฟลง เขาประสานมือตรงหน้า เสียงที่เอ่ยกับเขาต่อมาฟังดูทรงอำนาจนัก“ผมจ่ายไปเยอะแล้ว ผมต้องการอะไรที่ง่ายๆ สบายๆ”“โอเค ผมขอไปพูดกับลูกหมีก่อน”“ถ้าไม่สำเร็จ...”ยศพลหรี่ตา ภาสกรถอนใจเล็กน้อย เขากัดกราม ก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดวางแผนไว้ในใจออกไป“ถ้าพูดกันไม่สำเร็จ ผมก็มีแผนสองสำรองไว้ ก็..ไม่แน่ใจว่าคุณจะชอบหรือเปล่า นินนี่ให้ยาปลุกเซ็กซ์ผมมา เผื่อว่า...เราต้องใช้”“ผมไม่เกี่ยงวิธีการหรอกคุณภาสกร”ทางนั้นเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ “บางทีวิธีหลังของคุณ อาจจะทำให้ผมมีความสนุกมากเสียด้วยซ้ำ”ภาสกรนิ่งเงียบ เขาไม่พูดตอบโต้ ยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด โดยไม่
“นายหยุดเดินทีได้ไหมวะกล้า” วเรณย์ปรามเพื่อน ซึ่งเดินวนไปเวียนมาเหมือนหนูติดจั่น กล้าตะวันหันมาแล้วถอนใจ เขายกมือลูบหน้า บัวระวงคล้องแขนให้เขาทรุดลงนั่งบนโซฟา พลางเอ่ยปลอบโยนเสียงอ่อน“ใจเย็นๆ นะอ้ายกล้า เราจะช่วยกันสืบหาเต็มที่ ในร้านมีกล้องวงจรปิดที่หน้าร้าน ยามเองก็เห็นเรื่องผิดปรกติ เลยเข้าไปแจ้งเจ้าของร้าน จดทะเบียนไว้ทัน ใจเย็นๆ เน้อ ทางตำรวจเพื่อนๆ ก็กำลังช่วยกันตามหา ตั้งด่านสกัดกันอยู่ ยังบ่ออกนอกเมืองเชียงใหม่ไปไหนหรอก ใจเย็นๆ” ราวกับคำว่าใจเย็นๆ จะทำให้กล้าตะวันหายเครียด เธอจึงใช้มันบ่อยๆ คนปลอบเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน รัศมีแขหายไปจากงานเลี้ยง โดนลากขึ้นรถคันหนึ่งไป ยามเห็นเหตุการณ์ผิดสังเกต เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า จึงจดทะเบียนรถไว้ แล้วไปกระซิบบอกกับเจ้าของร้าน ว่าเห็นผู้หญิงโดนอุ้มขึ้นรถไปไม่รู้ว่าเมาหรือว่าอะไร นับว่าเป็นโชคดีของกล้าตะวันจริงๆ ที่ยามที่ร้านนี้รอบคอบนัก“ฉันควรจะทำยังไง ควรจะทำยังไงดี ลูกหมีหนีไปอีกแล้ว” เขาถอนใจอีกหน หัวใจเหมือนจะแตก เมื่อเธอหายไปแบบนั้น ในสภาพไม่ปรกติ“เราต้องรอกล้า ทางตำรวจสกัดทางออกนอกตัวเมืองไว้หมดแล้ว ถ้ารถคันนั้นออกนอกเมือง เรา







