ログインในอ้อมแขนของดวงตะวัน จะปกป้องพระจันทร์ด้วยหัวใจ กล้าตะวัน ได้รับพินัยกรรมมอบหมายกรรมสิทธิ์จากคนรักเก่าให้ดูแลรัศมีจันทร์ลูกสาวจอมพยศ เจ้าหล่อนดื้อ ถือพยศ และ ท้าทายลองดีผู้ปกครองคนใหม่อย่างไม่กลัวเกรงหากสมบัติที่เขาได้รับมาแต่ไม่อาจถือสิทธิ์เป็นเจ้าของได้นี้กำลังจุดเพลิงปรารถนาให้ลุกโชนในหัวใจอันแสนเย็นชา และปรารถนาเป็นมากกว่าผู้ปกครอง "ยังไม่นอนหรือ? ลูกหมี" ..." เธอไม่พูดกับเขา ทำท่าจะปัดมือเขาออกแทน กล้าตะวันหัวเราะ หึๆ อย่างอารมณ์ดี คงเพราะฤทธิ์เหล้า มันทำให้เขาไม่ปรกติสักเท่าไหร่นัก วันนี้วันแต่งงานของเขา วันที่เขาสิ้นอิสรภาพที่หวงมานานถึง 39 ปีเต็ม ใช่...เขาหมดอิสรภาพ มีเมียแล้วเมียที่แตะต้องไม่ได้เสียด้วย "ไม่พูดกับสามีสักคำหรือครับ" "น้ากล้าไม่ใช่..." แก้มสาวแดงปลั่ง เมื่อเอ่ยคำนี้ออกมา "สามีลูกหมีเสียหน่อย" "เราจดทะเบียนกันแล้ว ก็ต้องใช่สามีภรรยา ลูกหมีจะเถียงรี ว่า ไม่ได้เป็นอะไรกัน" "สามีภรรยากันแต่ในนาม น้ากล้าไม่มีสิทธิ์จะมา กรี๊ด!"ประโยคหลังร้องอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆ เขาก็ก้าวพรวดเดียวถึงตัวแล้วตวัดเธอเข้าไปในอ้อมแขนที่อบอุ่นและแน่นหนา
もっと見る“ลงมา”
เสียงห้วนห้าวนั้นทำให้รัศมีแขทำคอแข็ง เธอเลิกดิ้นเมื่อเขายัดเธอเข้ามาในรถสำเร็จ แถมยังหายเมาไปแล้วเพราะออกแรงมาก เธอปรายตามองเขาพลางไม่เปิดปาก ทั้งยังนั่งหน้าเชิดอยู่ตรงนั้นทำราวกับไม่ได้ยินคำสั่งของกล้าตะวัน
“โอ๊ย!”
“มีอะไรหรือคะ น้ากล้า ลูกหมีทำอะไรผิด”
“ยังมาถามว่าทำอะไรผิด สิ่งที่ทำลงไป มันสมควรแล้วหรือ? รัศมีแข กินเหล้า ทำตัวเหมือนโสเภณีราคาถูก ยื้อยุดหัวเราะต่อกระซิกกับผู้ชาย ต่อหน้าคนทั้งรีสอร์ตนี่คือสิ่งที่เธอบอกกับฉันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด?”
“ค่ะ”
เธอยังคงเชิดหน้าแล้วยิ้มเย็น ก่อนจะยักไหล่
“น้ากล้าไม่พอใจที่ลูกหมีทำแบบนี้ จะไล่ลูกหมีออกไปก็ได้นะคะ ลูกหมีจะได้กลับกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตของลูกหมี ถอนตัวสิคะ ถอนตัวออกจากการเป็นผู้ปกครองของลูกหมีเสีย หรือว่าที่น้ากล้าไม่ถอน ยังทนกับเด็กเหลือขอร่านผู้ชายแบบลูกหมี เพราะน้ากล้ามีผลประโยชน์”
“พินัยกรรมนั่น ถ้าน้ากล้าไม่มีส่วนได้เสีย จะอยากมายุ่งกับคนอย่างลูกหมีทำไม น้ากล้าบอกว่าลูกหมีทำตัวเหมือนโสเภณี แล้วน้ากล้าล่ะคะ เหมือนอะไร ผู้ปกครองของโสเภณี ก็แมงดายังไงล่ะคะ”
“ลูกหมี!”
เสียงทุ้มนั้นตวาดดัง จนเธอแทบขาสั่น แต่รัศมีแขตอนนี้ใช้ความโกรธเป็นความกล้า เธอโกรธเขา และแทบจะ...เกลียด เมื่อรู้สิ่งที่เขาตั้งใจจะหาผลประโยชน์จากตัวเธอ
“รับไม่ได้ กับเด็กร้ายกาจแบบลูกหมี ก็ไล่ลูกหมีกลับไปสิคะ จะทนไว้ทำไม ระวังลูกหมีจะบ้าผู้ชาย จนทนไม่ได้ ปล้ำน้ากล้าเอาสักวัน”
เธอโน้มคอเขาลงมา จงใจให้เขาโกรธเกลียดเธอกับพฤติกรรมที่เธอทำ กล้าตะวันยังคงยืนนิ่งขึง เขาหรี่ตามองใบหน้าเนียนสวย ที่ยิ้มยั่วใส่ ตอนนี้โทสะเขากำลังเต้นระริกเหนือการควบคุมแล้ว
“ลูกหมีไม่ต้องปล้ำน้าหรอก น้าจะสนองให้เองถ้าเราอยาก”
เขายิ้มแสยะ ก่อนจะจับปลายคางมน บังคับไม่ให้เธอขืนหน้าหนีไปไหน เขารัดเธอไว้ด้วยลำแขนอันทรงพลัง รัศมีแขไม่อาจดิ้นรนได้อย่างใจคิด ได้แต่เบิกตาโต มองเขาอย่างตกใจ
ริมฝีปากได้รูปกระแทกลงมาบนปากอิ่ม ตอนแรกจงใจลงทัณฑ์เหมือนแกล้ง บดเคล้าเอาแต่ใจจนเธอเจ็บ แต่เมื่อได้สัมผัสคนในอ้อมกอดถนัดถนี่ สิ่งใดๆ ที่เก็บกลั้นไว้ในใจ เริ่มทะลักทลายออกมา เพียงเพราะได้แตะต้อง จุมพิตเธอ
“อื้อ...”
เสียงหวานครางเบาๆ เมื่อริมฝีปากได้รูปรุกล้ำเธออย่างมีชั้นเชิงอ่อนหวาน สอนให้เธอรับรู้ถึงจุมพิตวาบหวิวของหนุ่มสาว ร่างน้อยแทบลุกเป็นไฟเพราะจูบเดียว เขาค่อยๆ เลาะเล็ม สัมผัส ปลายลิ้นร้อนผ่าวควานหาความหวานของผึ้งรวง ประกบจูบแนบสนิท ร่างน้อยแทบจะละลายกลายเป็นร่างเดียวกับกายแกร่ง
“นะ...น้ากล้า”
เธอพยายามรวบรวมสติอันน้อยนิด ที่จะผลักเขาออกไป หากมือน้อยกลับอ่อนแรง เมื่อกล้าตะวันซบหน้าลงซุกไซ้กับซอกคอสาว เปิดกระดุมเสื้อเธอออกจนหมดแถว บัวคู่งามก็ดีดตัวเป็นอิสระ สู้สายตาหื่นกระหายของเขา มันงามเหลือเกิน ขาวผ่อง แต้มด้วยยอดทับทิมสีชมพูเข้ม กล้าตะวันดึงรั้งเธอจนขาลอยพ้นพื้น เพื่อจะเกลือกกลั้วใบหน้าลงกับบัวงามที่อวดโฉมล่อตา
“สวยเหลือเกิน...ลูกหมี”
เสียงทุ้มเอ่ยผะแผ่ว รัศมีแขขนลุกซู่ เมื่อเขาอ้าปากงับชิมยอดบัวสีชมพู ผิวขาวลออตาเปลี่ยนเป็นสีชมพูทั้งตัวเพราะเลือดสาวไหลเวียนร้อนฉ่า ส่วนสาวกำลังเต้นตุบและฉ่ำชื้น อารมณ์ที่เธอไม่เคยสัมผัสและรู้สึก กำลังถูกสอนให้ได้รู้จัก ประสบการณ์รักของหญิงชาย
มือน้อยที่พยายามดันเขาตอนนี้ มันกลับกอดเขาไว้แน่น ร่างงามสะท้อนสะท้าน ยามที่เขาสัมผัส สำรวจอย่างใจเย็น กล้าตะวันไล่จูบไปจนถึงหน้าท้องเนียนเรียบ กลิ่นกายสาวเร้าอารมณ์เขาจนเกินกว่าจะห้ามใจได้ เขาซบหน้านิ่งอยู่ตรงนั้น ใจเต้นแรงเร็ว บางส่วนแข็งร้อนชูชัน รอการปลดปล่อย เขาแทบจะทนไม่ไหวอีกแล้ว อยากจะกระชากอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายนี้ออก แล้วหลอมรวมเป็นส่วนเดียวกันกับกายสาว
มือร้อนยุติกิจกรรมสำรวจเนื้อตัวเธอ และซบหน้านิ่งกับหน้าท้องเนียน เหมือนจะพยายามข่มใจตัวเอง กล้าตะวันกำลังนับหนึ่งถึงร้อย เพื่อจะเรียกสติที่กระเจิงไปด้วยตัณหาให้กลับคืนมา เหมือนจะรับรู้ว่าจู่ๆเขาก็นิ่งเงียบไป ไม่เคลื่อนไหวสร้างความรู้สึกร้อนผ่าวหวั่นไหวใดๆ อีก รัศมีแขสติเริ่มกลับคืนมา เมื่อรับรู้แล้วเต็มที่ว่า เขากำลังล่วงล้ำก้ำเกินไปถึงไหน สาวน้อยก็เริ่มสะอื้นฮัก
“อย่าทำแบบนี้กับน้าอีกลูกหมี เพราะลูกหมีจะไม่ได้รับบทเรียนแค่นี้ ลูกหมีจะได้กลายเป็นโสเภณีของน้าเข้าจริงๆ แน่นอน น้ารับรองเลย”
ร่างสูงแกร่งเดินกระแทกเท้าจากไป ทิ้งให้ร่างน้อยลนลานรีบสวมเสื้อผ้า น้ำตาหยาดรินไหลด้วยความเจ็บใจ เจ็บใจเขา! ที่กล้าล่วงเกินเธอถึงขนาดนี้
และเจ็บใจตัวเอง!
ที่ดันไปร้อนเร่าอ่อนไหวกับสัมผัสของกล้าตะวัน
สองปีต่อมา ไร่ชาพบตะวันมีทายาทตัวน้อย ในงานเลี้ยงรับขวัญหลานสาวของคุณพิกุล หนูน้อยเพียงตะวัน จัดขึ้นที่รีสอร์ตพบตะวัน แขกเหรื่อในงานส่วนมากเป็นญาติและเพื่อนสนิท ในงานมีบรรยากาศเป็นกันเองอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ“คนนี้ลูกสาวแล้ว คนหน้าเป็นลูกชายนะกล้า” คุณพิกุลอุ้มหลานสาวแทบไม่ยอมวางเลย นางเอาไปอวดคนนั้นคนนี้ด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม“จะเร่งมือครับ”กล้าตะวันตอบยิ้มๆ เรียกเสียงหัวเราะจากคนที่ยืนใกล้ๆ และคำล้อเลียนอีกสองสามคำ คนที่ยืนข้างเขาค้อนขวับ แล้วเอ่ยเสียงหวาน“ให้ลูกหมีเรียนจบก่อนสิคะ แล้วค่อยมีอีก ให้ห่างจากยายหนูสักนิด”“จะเร่งหนีไอ้เรนมัน หึๆ มีให้มันอิจฉาเล่น”เขายักคิ้วให้กับเพื่อนรัก เมื่อพารัศมีแขเดินเข้าไปใกล้กับโต๊ะที่วเรณย์ บัวระวง อรวราและชวัลนั่งอยู่ เขาทรุดลงนั่งข้างวเรณย์ พลางโอบบ่าเพื่อนสนิท แล้วเอ่ยกระเซ้า“ไม่มีน้ำยาหรือยังไงกันนายเรน ป่านนี้ยังไม่มีเลยสักที หืม?”“แก่แล้วก็แบบนี้ล่ะ อ้ายกล้า”คนว่าคือบัวระวง ที่เอ่ยล้อสามีตัวเอง เลยโดนวเรณย์ทำตาเขียวใส่ ก่อนจะดึงเธอมากอดแล้วจุ๊บแรงๆ ต่อหน้าผู้คน ทำให้บัวระวงต้องปัดป้องห้ามเป็นพัลวัน “แก่ที่ไหน แก่แต่มีแรงนะ สี่สิ
กล้าตะวันจรดปากกาเซ็นลายเซ็นของตัวเองลงบนเช็ค แล้วยื่นส่งมันให้รัศมีแข เขายังไม่ปล่อยกระดาษแผ่นนั้นให้เธอ เมื่อเธอจับมันไว้ สาวน้อยมองหน้าเขา ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม“แน่ใจแล้วหรือลูกหมี เงินไม่ใช่น้อยๆ นะ แล้วอีกอย่างหนึ่ง น้าคิดว่าคนอย่างภาสกร ไม่สมควรได้รับสิ่งแบบนี้จากลูกสาวที่เขาพยายามทำลาย และเอามาเป็นเหยื่อเพื่อหาผลประโยชน์”“ค่ะ ลูกหมีคิดว่าสิ่งที่พ่อได้รับทุกอย่างตอนนี้ มันสมควรกับความผิดแล้ว และพ่อก็ได้บทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ไปแล้วละค่ะน้ากล้า นะคะ ให้ลูกหมีมอบเงินก้อนนี้ให้ท่านเถอะ จะอย่างไรท่านก็เป็นคนที่ทำให้ลูกหมีเกิดมา ลูกหมีช่วยท่านครั้งนี้ครั้งสุดท้าย” นัยน์ตาอ้อนวอนของภรรยา ยอมให้เขาปล่อยเช็คนั้นโดยง่าย ก่อนจะถอนใจเฮือก“โอเค ตามนั้น แต่น้าจะไม่ยอมให้ลูกหมี เจอหน้าคนเลวๆ แบบนั้นอีก”“ลูกหมีจะให้คุณธวัชถือเช็คไปให้พ่อเองค่ะ พ่อก็ไม่อยากเจอหน้าลูกหมี เอ่อ...เหมือนกัน”เธอนึกถึงประโยคสุดท้ายที่ภาสกรคุยกับเธอ เมื่อตอนที่เธอไปเยี่ยมเขาก่อนที่เขาจะได้รับการประกันตัว‘พ่อ...มันเลวเหลือเกิน...พ่อไม่น่าเกิดมาเป็นพ่อของลูกเลย ลูกหมี...พ่อละอายใจนัก ที่ลูกสาวที่พ่อทำร้าย จ
“มีให้กินแค่นี้หรือ น้องหล้า ว้า...อุตส่าห์รีบออกเวรมา หิวแทบตายแล้ว” วเรณย์มองอาหารบนโต๊ะ ที่ภรรยาหมาดๆ อุตส่าห์ทำให้รับประทาน นั่นคือต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ใส่ไข่ คนทำกอดอก แล้วทรุดลงนั่งข้างๆ เขา เธอเปิดโทรทัศน์ดูไปด้วย เพื่อจะได้ให้ตัวเองไม่ง่วง ให้เสียงช่วยปลุกประสาท เนื่องจากสามีโทรศัพท์มาอ้อนตั้งแต่ตีสามครึ่ง เพื่อให้เธอทำอาหารให้เขา “มันสมควรจะอยากกินอะไรมากกว่านี้หรืออ้ายเรน นี่มันกี่โมงกี่ยาม” บัวระวงค้อน พลางปิดปากหาว “ครับผม...กินก็กิน เป็นเมียหมอต้องอดทนนะน้องหล้า อ้ายทำงานไม่เป็นเวล่ำเวลาแบบนี้แหละ”“รู้แล้วล่ะค่า ว่าเป็นเมียหมอต้องอดทน เป็นน้องหมอมาตั้งหลายปีแล้วน่า รู้ดีหรอก วันหลังจะจ่ายตลาดติดของสดไว้ หรือไม่ก็ทำกับข้าวไว้ให้อ้ายแต่เมื่อเย็น นี่ไม่รู้ว่าอยากมากินข้าวบ้าน เห็นเมื่อก่อนบ่นว่าน้องทำอะไรไม่เป็น กินมาแต่ข้างนอกตลอด”“ไปฝึกมือมากับสายไหมแล้วนี่นา หลังๆ มากับข้าวของน้องหล้าอร่อย อ้ายกินได้หมดละ เอาจริงๆ แล้ว ต่อให้เป็นไข่ต้ม แต่ฝีมือเมีย อ้ายก็ว่าอร่อย”ประโยคหลังซดน้ำต้มบะหมี่เสียงดังโฮก เหมือนจะยืนยัน เล่นเอาคนฟังแก้มแดงก่ำ “แหม...อ้ายเรนนี่”
โครม!เสียงถีบประตูเข้ามาก่อนที่ยศพลจะได้ทำอะไรมากไปกว่าถอดเสื้อผ้าของรัศมีแขออก เขารู้ตัวแค่โดนกระชากออกจากร่างเล็ก แล้วก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลยนอกจากความเจ็บปวด หมัดลุ่นๆ ถูกปล่อยเข้าอย่างจังตามใบหน้า และตามเนื้อตัว จนเขาทรุดลงกองกับพื้น ทันแค่หรี่ตามองฝ่าเลือด เห็นใบหน้าของผู้กระทำ ซึ่งถูกฉุดรั้งไว้ด้วยคนอีกสองคน เพื่อไม่ให้ตรงมาทำร้ายเขาอีก “อย่าห้ามผม” “ใจเย็นๆ กล้า แค่นี้มันก็ไม่ไหวแล้ว เห็นไหม มันสลบไปแล้ว”วเรณย์เอ่ยห้ามเพื่อน พร้อมกับดึงไว้ไม่ให้กล้าตะวันโผนเข้าทำร้ายยศพลซึ่งนอนนิ่งกับพื้นไปแล้วอีก บัวระวงรีบวิ่งเข้าไปเอาผ้าห่มคลุมร่างของรัศมีแขไว้ เธอครางเบาๆ เกาะกอดบัวระวงไว้แน่น “ลูกหมีเป็นอะไร ลูกหมี” บัวระวงถามสาวน้อย พยายามประคองหน้าอีกฝ่ายไว้ แต่รัศมีแขสะบัดออก ครวญเสียงออดอ่อน หน้าตาและเนื้อตัวแดงเรื่อด้วยเลือดที่สูบฉีด เธอกอดรัดแล้วถูเนื้อตัวเข้ากับร่างกายของบัวระวง“ลูกหมีไม่รู้ ลูกหมีทรมาน ช่วยลูกหมีด้วย”“ลูกหมี” ร่างใหญ่ของกล้าตะวันก้าวพรวดเดียวถึงร่างเธอ แล้วช้อนอุ้มเธอขึ้นมาในอ้อมแขน วเรณย์เห็นอาการของสาวน้อยก็ขมวดคิ้ว เขาเดินก้าวออกไปจากห้อง นายตำรวจหล