Home / วาย / ใจพี่มันแพ้เด็ก / บทที่ 3 ตื้อเด็ก

Share

บทที่ 3 ตื้อเด็ก

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-01-16 15:28:25

บทที่ 3 ตื้อเด็ก

เช้าวันใหม่ในนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบนาบ แสงแดดอุ่นจัดทอดผ่านร้านรวงริมทางที่เริ่มทยอยเปิดประตูรับอรุณ ทว่าท่ามกลางจังหวะการใช้ชีวิตที่เชื่องช้าของเมืองเก่า กลับมีใครบางคนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา หรือแม้แต่ฝีปากกล้าๆ ของเด็กนักศึกษาคนเดิม

‘ลีโอ’ ยังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม... หน้าร้าน Leo Ink ของเขาเอง ร่างสูงกำยำในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวยืนพิงวงกบประตูไม้ มือหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำที่บรรจงเลือกมาอย่างดี ส่วนอีกมือยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมปลาบทอดมองไปตามแนวถนนอย่างใจเย็น ราวกับว่าการรอคอยใครบางคนคือภารกิจสำคัญที่สุดของเช้านี้

ไม่นานนัก เงาร่างที่แสนคุ้นตาก็ปรากฏสู่สายตา ไอซ์เดินกึ่งวิ่งมาในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดสะอ้านตัดกับเป้สะพายสีดำใบเก่ง เขาก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ราวกับตั้งโปรแกรมไว้อย่างดีว่าจะหลีกเลี่ยงการสบตากับสิ่งกีดขวางที่แสนวุ่นวายใจ

ทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นหน้าอาณาเขตของร้านสัก ร่างสูงใหญ่ของลีโอก็ขยับกายออกมาขวางทางไว้อย่างนิ่มนวล พร้อมกับยื่นถุงขนมใบเดิมส่งให้เหมือนที่ทำทุกวัน

“ไอซ์... วันนี้มีเค้กชาเขียวแบบใหม่ด้วยนะ ลองดูหน่อยไหมครับ?”น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นนุ่มนวลอย่างที่สุด แววตาที่จ้องมองมาสะท้อนความจริงใจจนดูขัดกับรอยสักและมาดขรึมภายนอกอย่างสิ้นเชิง

ไอซ์ชะงักกึกพลางระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาเบะปากเล็กน้อยก่อนจะแหวใส่แบบไม่เกรงใจ

“พี่ยังไม่เบื่ออีกเหรอ? ผมด่าพี่ทุกวัน พี่ยังกล้าโผล่หน้ามาให้เห็นอีกเหรอวะ!”

ลีโอไม่เพียงไม่โกรธ เขากลับยกยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก พลางหัวเราะในลำคออย่างนึกเอ็นดู เขาเอียงคอมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตากวนประสาทเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนฟังถึงกับของขึ้น

“หยุดด่าพี่สักแป๊บได้ไหม... ดุเหมือนหมาเลยนะเราน่ะ”

“ไอ้พี่บ้า! พี่มันโรคจิตเหรอวะ!”ไอซ์แทบจะเหวี่ยงเป้สะพายใส่หน้าคนตัวโต ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นวาวโรจน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ใบหน้าขาวเนียนเห่อแดงซ่านด้วยความโมโหที่ปนเปไปกับความขัดใจ

“ด่าก็แล้ว ไล่ก็แล้ว ยังจะตามตื๊ออยู่นั่นแหละ! ถ้าไม่หยุดนะ ผมจะโทรแจ้งตำรวจจริงๆ ด้วย!”

“โอเคๆ พี่ไม่กวนแล้ว ใจเย็นๆ ก่อน” ลีโอยกมือขึ้นสองข้างเป็นเชิงยอมแพ้ แต่ก็ไม่วายยื่นถุงขนมส่งให้ถึงมือ

“รับไปเถอะ พี่ซื้อมาให้จริงๆ เดี๋ยวจะไปเรียนสายเอานะ”

ไอซ์เม้มปากแน่นจนห่อเลือด สายตาจ้องมองถุงขนมสลับกับหน้าหล่อๆ ของคนตรงหน้าอย่างชั่งใจ สุดท้ายเขาก็คว้ามันไปอย่างหงุดหงิดพลางกระชากแรงๆ จนถุงพลาสติกส่งเสียงดังกรอบแกรบ ก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวจากไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว

ทิ้งไว้เพียงเสียงตะโกนไล่หลังในใจ... และรอยยิ้มกว้างที่ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มร่างยักษ์ ผู้ซึ่งเริ่มจะมองเห็นทางชนะใจ ‘เจ้าของหัวใจ’ ในไม่ช้านี้

ลีโอยืนนิ่งค้างอยู่ในท่วงท่าเดิม สายตาคมปลาบทอดมองตามแผ่นหลังเล็กที่ยังคงเดินจ้ำอ้าวหนีเขาไปอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งร่างของเด็กหนุ่มลับหายไปที่หัวมุมถนน เขาถึงได้ระบายลมหายใจออกมาพรืดใหญ่พลางส่ายหัวน้อยๆ พร้อมกับหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างห้ามไม่อยู่

“ดุจริงๆ เลยเว้ย... เด็กคนนี้”

เขางึมงำกับตัวเอง แววตาที่เคยนิ่งขรึมยามอยู่ต่อหน้าลูกค้า บัดนี้กลับพราวระยับไปด้วยความเอ็นดูที่เปี่ยมล้น ลีโอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง รสขมของคาเฟอีนดูจะหวานละมุนขึ้นมาถนัดตาเพียงเพราะได้เห็นใบหน้าแง่งอนของเจ้าของฉายาเด็กดื้อเมื่อครู่

เขาไม่ได้โกรธที่ถูกด่า ไม่ได้เคืองที่ถูกไล่ เพราะเขารู้ดีว่าภายใต้หน้ากากที่พยายามทำเป็นเก่งและดุเหมือนลูกแมวขู่ขวัญนั้น ไอซ์ยังคงเป็นไอซ์คนเดิม คนที่เขาเคยสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะต้องกลับมาปกป้องและดูแลให้ได้

ชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในร้านสักที่มืดสลัว แสงไฟสลัวเรืองรองจับไปที่ลวดลายบนผนัง แต่ในหัวของเขากลับวางแผนไปถึงเช้าวันพรุ่งนี้แล้ว... ว่าจะหาขนมรสชาติไหนมาง้อลูกหมาขี้โมโหตัวนี้ดี

ช่วงพักกลางวันภายในโรงอาหารที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงช้อนกระทบจานสลับกับเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กของนักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ ทว่าที่โต๊ะม้านั่งหินอ่อนตัวเก่ง แก๊งเพื่อนสนิททั้ง โม ตั้ม และออกัส กลับกำลังตั้งอกตั้งใจฟัง "วีรกรรมเช้านี้" จากปากของหนุ่มคอมพิวเตอร์หน้าใสประจำกลุ่มอย่างใจจดใจจ่อ

“กูเจอมันอีกแล้วอะ!”ไอซ์โพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวพลางกระแทกตัวลงนั่งบนม้านั่งอย่างเสียไม่ได้ ใบหน้าหวานงอง้ำพกเอาความหงุดหงิดมาเต็มกระเป๋า

“ขนมกับน้ำชาเขียวอีกตามเคย แล้วกูก็ด่าแม่งไปชุดใหญ่อีกเหมือนเดิม!”

“โอ๊ยยย... มึงนี่มันปากแซ่บสม่ำเสมอจริงๆ เลยนะไอ้ไอซ์”โมพูดกลั้วหัวเราะพลางใช้มือเท้าคาง มองเพื่อนรักด้วยสายตาขบขัน

“เขานี่ก็ความอดทนสูงชะมัด เป็นกูโดนมึงด่าเปิงขนาดนั้นคงเลิกมาดักรอไปนานแล้ว”

“ก็นั่นดิ แต่กูว่าเขาก็น่ารักดีนะเว้ย มึงดูดิ... เอาขนมที่มึงชอบมาประเคนให้ทุกวันเป๊ะๆ แบบนี้ สายเปย์ที่จริงใจชัดๆ” ออกัสเสริมทัพพลางหัวเราะร่วน แววตาสื่อความหมายบางอย่างที่ไอซ์มองไม่เห็น

“น่ารักบ้าอะไรล่ะ! หน้าก็โหดเหมือนยากูซ่าหลุดมาจากหนังญี่ปุ่น ยืนถือถุงขนมกุ๊กกิ๊กแต่ลายสักที่แขนจะลามมาถึงหน้าอยู่แล้วเนี่ย! เห็นแล้วกูขนลุกชะมัด!” ไอซ์บ่นอุบพลางเบะปากอย่างหงุดหงิด มือเรียวเผลอขยำชายเสื้อนักศึกษาจนยับย่น

“แหนะๆๆ... ด่าเก่งขนาดนี้ เขินล่ะสิ?” ตั้มที่นั่งเงียบอยู่นานรีบขยับยิ้มยั่ว พลางเอียงคอจับผิดเพื่อน

“เขินพ่อมึงสิ!”ไอซ์สวนกลับทันควันแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด ใบหน้าขาวจัดเห่อแดงลามไปจนถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ เขาพยายามทำตัวให้ดูดุดันที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความสับสน ทว่าในซอกลึกของความรู้สึกที่เจ้าตัวไม่กล้าแม้แต่จะสำรวจ... กลับมีความรู้สึกดีใจสายหนึ่งวูบผ่านขึ้นมาอย่างประหลาด

ไอแดดยามบ่ายที่เริ่มอ่อนแสงลงสะท้อนผ่านหน้าต่างห้องเรียน แต่บรรยากาศในกลุ่มเพื่อนกลับร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเพื่อนตัวแสบทั้งสามรุมล้อมไอซ์ไว้ตรงกลางพร้อมแผนการที่ดูจะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง

“ไอซ์... ไปสักกันมั้ยมึง? กูเห็นร้านสักตรงตลาดมีโปรเด็ดว่ะ มา 2 แถม 1!”ตั้มโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเกินเหตุ พลางขยิบตาให้โมและออกัสอย่างมีนัยสำคัญ

“ไม่ไปอะ กูต้องกลับไปช่วยเตี่ยกับม๊าสับไก่ขายของ แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว” ไอซ์ปฏิเสธทันควันพลางเก็บหนังสือใส่กระเป๋าพัลวัน ใจหนึ่งเขาก็หวั่นๆ ว่า ‘ร้านสักตรงตลาด’ ที่เพื่อนว่า มันจะเป็นร้านเดียวกับที่เขาเพิ่งหนีมาเมื่อเช้าหรือเปล่า

“เอาน่ามึง! ถือว่าไปเป็นเพื่อนพวกกูหน่อย ถ้ามึงยอมไปนะ... เดี๋ยวกูเลี้ยงขนมมึงเองเลย เอาแบบเหมาหมดตู้เย็นรสที่มึงชอบทุกอย่าง!”

โมรีบเสริมทัพพลางชูนิ้วสาบานด้วยสีหน้าจริงจัง ราวกับว่าขนมเหล่านั้นคือเครื่องเซ่นไหว้ที่จะทำให้ไอซ์ยอมใจอ่อน

“บ้าไปแล้วพวกมึงเนี่ย...”ไอซ์พึมพำเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานงอง้ำด้วยความลังเลใจ แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากไป แต่คำว่าขนมฟรีเต็มตู้เย็นมันช่างเย้ายวนใจเด็กขี้ตะกละอย่างเขาเสียเหลือเกิน สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยอมจำนนต่อแรงกดดันและของกิน

“เออๆ! ไปก็ไป แค่ไปนั่งเฝ้าพวกมึงนะเว้ย ห้ามมาบังคับกูสักเด็ดขาด!”เขายอมตกลงโดยที่ไม่รู้เลยว่า เพื่อนทั้งสามแอบลอบยิ้มให้กันอย่างผู้ชนะ แผนการพาลูกแมวไปส่งถึงถ้ำเสือหนุ่ม กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว

ภายในร้าน Leo Ink กลิ่นสะอาดของแอลกอฮอล์อบอวลจางๆ ผสมกับกลิ่นอายอาร์ตๆ ของงานศิลปะบนผนัง เสียงเครื่องสักดังหึ่งๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอสร้างบรรยากาศขรึมขลัง ทันทีที่แก๊งเพื่อนเดินเข้าไป ลีโอในชุดผ้ากันเปื้อนสีดำและถุงมือยางสีดำครึ่งมือก็เดินออกมาจากโซนด้านหลัง ร่างสูงสง่าในลุคช่างสักมือโปรทำเอาเพื่อนๆ ของไอซ์ถึงกับแอบซี้ดปากในความเท่

ทว่าเมื่อสายตาคมปลาบปะทะเข้ากับร่างเล็กของไอซ์ ประกายไฟแห่งความดีใจก็วาบขึ้นในดวงตาทันที แม้จะพยายามรักษามาดนิ่งขรึมเอาไว้

“มาทำอะไรที่นี่?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าหัวใจภายใต้แผงอกแกร่งกลับรัวกระหน่ำยิ่งกว่าเสียงเครื่องสักเสียอีก

ไอซ์รีบหันไปขยิบตาแล้วกระซิบเสียงขุ่นกับเพื่อน

“คนนี้แหละมึง... ที่เอาขนมมาให้กูทุกวัน!”

เพื่อนๆ หัวเราะพรวดออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

“มึงก็กลัวเกินเหตุละไอ้ไอซ์ พี่เขาก็แค่ช่างสักเว้ย ไม่ได้ถือมีดปังตอมาไล่แทงมึงสักหน่อย!”

ลีโอหลุดขำเล็กน้อยกับความช่างมโนของเด็กดื้อ ก่อนจะผายมือเชิญทุกคน

“ใครจะสักตำแหน่งไหน เลือกห้องตามช่างได้เลยครับ เข้าห้องใครห้องมันได้เลยนะ”

สิ้นคำ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามห้องสัก ทิ้งให้ไอซ์นั่งแกร่วรออยู่ที่โซฟากลางร้านเพียงลำพัง ความเงียบและแอร์เย็นฉ่ำทำให้หนังตาของคนที่เพิ่งผ่านคาบเรียนบ่ายเริ่มหนักอึ้ง สุดท้ายเด็กหนุ่มก็เผลอหลับพิงพนักเก้าอี้ไปโดยไม่รู้ตัว

ลีโอเดินออกมาจากห้องทำงานเพื่อจะไปหยิบอุปกรณ์เพิ่มเติม แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดกึก เมื่อเห็นภาพตรงหน้า... ไอซ์กำลังหลับปุ๋ย ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ริมฝีปากเล็กๆ เม้มเข้าหากันน้อยๆ เหมือนเด็กที่กำลังฝันร้าย ลีโอค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยันเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ลอบมองใบหน้าไร้การป้องกันนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา

‘โตขึ้นเยอะเลยแฮะ... แต่ปากก็ยังแซ่บเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน’ เขานึกในใจพลางยกยิ้มจางๆ ก่อนจะตัดใจลุกขึ้นหมายจะเดินเลี่ยงไปเงียบๆ

ทว่าจังหวะนั้นเอง ไอซ์กลับสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี! ดวงตาคู่ใสเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ยืนค้ำหัวอยู่ในระยะประชิด

“พ...พี่มีอะไรอะ!?” ไอซ์ถามตะกุกตะกัก

ลีโอสะดุ้งนิดหน่อยแต่ตีเนียนเก่ง เขารีบขยับตัวทำเป็นเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

“เปล่า... เดินมาเอาของเฉยๆ” เขาว่าพลางเดินเข้าห้องไปช้าๆ ทิ้งให้ไอซ์มองตามหลังด้วยสายตาหวาดระแวงสุดขีด

ไอซ์นั่งกะพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติ หัวใจยังเต้นโครมครามจากอาการตกใจเมื่อครู่ เขามองตามแผ่นหลังกว้างของลีโอที่หายลับเข้าไปในห้องสักด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของอีกฝ่ายยังอบอวลอยู่ใกล้จมูกจนเขารู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ

“เดินมาเอาของอะไรของเขา... ทางนั้นมันทางไปห้องน้ำไม่ใช่เหรอวะ”ไอซ์พึมพำกับตัวเองพลางขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ เขารู้สึกเหมือนถูกสายตาคู่นั้นจ้องมองอยู่เนิ่นนานตอนที่เขาหลับ แววตาที่เขาเผลอเห็นแวบหนึ่งก่อนที่อีกฝ่ายจะตีเนียนเดินหนีไป มันดู... อ่อนโยนจนน่าขนลุก

เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมงจนเพื่อนๆ ของเขาทยอยเดินออกมาจากห้องสักพร้อมรอยยิ้มพอใจและรอยสักใหม่เอี่ยม ลีโอเดินตามออกมาเป็นคนสุดท้าย เขาถอดถุงมือยางออกพลางเสยผมที่ปรกหน้าผากขึ้น ท่าทางเช็ดมือด้วยผ้าขนหนูสีดำนั่นทำให้เขาดูดุดันและมีเสน่ห์จนไอซ์ต้องรีบเบือนหน้าหนีและก่อนที่แก๊งเพื่อนจะพากันเดินออกจากร้าน ลีโอที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ก็ส่งยิ้มกว้างที่ดูเจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่ไอซ์เคยเห็นมา

“ถ้าวันไหนอยากสัก... มาหาพี่ได้เลยนะ” เขาเว้นจังหวะให้ไอซ์หันมามอง ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่กลางร้าน

“พี่สักให้ฟรี... แต่ขอพี่หอมแก้มทีหนึ่งนะ”

“ฮิ้วววววววว!”เสียงโห่ฮาของไอ้ตั้มกับไอ้โมดังลั่นร้านทันที แม้แต่ออกัสยังขำจนตัวโยน ลูกน้องในร้านสักต่างพากันผิวปากวี๊ดวิ้วแซวเจ้านายตัวเองอย่างสนุกสนาน

“พี่แม่ง!! ไอ้พี่บ้า! ไอ้คนฉวยโอกาส!”ไอซ์ตะโกนด่าลั่นจนหน้าแดงเถือกไปถึงใบหู เขาเริ่มรัวคำด่าใส่ลีโอไม่ยั้งเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งทะลุปรอท

แต่ลีโอกลับทำเพียงแค่ยืนยิ้มกริ่มอย่างไม่สะทกสะท้าน แววตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่แก้มใสของไอซ์ราวกับกำลังหมายมั่นปั้นมือว่า... สักวันเขาจะต้องได้ 'ค่าสัก' เป็นหอมฟอดใหญ่จริงๆ

“ไปโว้ยพวกมึง! กลับ! ร้านนี้มันร้านโรคจิต!”

ไอซ์รีบคว้าเป้แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งนำเพื่อนออกจากร้านไปทันที ทิ้งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของลีโอให้ไล่หลังมาตามลมเย็นๆ ของยามเย็นวันนั้น

บรรยากาศหน้าร้าน Leo Ink ยามดึกสงัดถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนที่กะพริบถี่ๆ กลิ่นอายของน้ำหมึกและยาฆ่าเชื้อถูกเจือจางด้วยกลิ่นเหล้าเย็นจัดและเสียงหัวเราะของกลุ่มชายฉกรรจ์ โอ๊ต โต้ง และมิก เพื่อนสนิทของลีโอนั่งล้อมวงกันอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ย สภาพแต่ละคนดูผ่อนคลายหลังจบคิวงานที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

“มึงนี่ทนเก่งชิบหายเลยนะไอ้ลีโอ เด็กมันด่าจะแดกหัวอยู่ละ มึงยังยืนยิ้มหน้าบานอยู่ได้ กูนึกว่ามึงโดนของ” โต้ง พูดพลางขำจนไหล่สั่น มือก็รินเหล้าใส่แก้วส่งให้เพื่อนรัก

ลีโอรับแก้วมาถือไว้แต่ไม่ได้ดื่มทันที เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ ทอดสายตามองข้ามไปยังถนนที่ว่างเปล่าพลางระบายลมหายใจออกมาเบาๆ มุมปากหยักยกยิ้มอย่างคนที่ตกอยู่ในห้วงความคิดก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายแต่หนักแน่น

“ก็กูชอบน้อง... กูชอบมาตั้งแต่เด็กแล้วเว้ย”

คำสารภาพตรงๆ ทำเอาเพื่อนทั้งวงชะงักไปชั่วครู่ ลีโอกระดกเบียร์เข้าปากช้าๆ

ปล่อยให้ความทรงจำในอดีตไหลย้อนกลับมาเหมือนภาพฟิล์มเก่าๆ เขาจำได้ดีถึงวันแรกที่เดินเข้าไปกินข้าวมันไก่ร้านลุงชัย ภาพเด็กผู้ชายตัวเล็กแก้มยุ้ยอายุราว 8 ขวบที่วิ่งวุ่นช่วยงานเตี่ยด้วยท่าทางเก้งก้างแต่ก็น่าเอ็นดูจนเขาไม่อาจละสายตาได้

ด้วยความหมั่นเขี้ยวตามประสาเด็กวัยรุ่นคึกคะนอง ลีโอในตอนนั้นเผลอยื่นมือไปบีบแก้มขาวๆ นั้นเต็มแรงจนขึ้นรอยนิ้ว ผลที่ได้คือเสียงร้องไห้จ้าที่ดังลั่นไปสามบ้านแปดบ้าน และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลุงชัยผู้หวงลูกชายสุดชีวิตเริ่มตราหน้าลีโอว่าเป็น 'ไอ้ตัวแสบ' ที่ไม่ควรให้เข้าใกล้ลูกชายเขาอีกตั้งแต่นั้นมา

ลีโอหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงวีรกรรมความซวยของตัวเองในวันวาน เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีดาวประดับอยู่ประปราย

“น่ารักเหมือนเดิมจริงๆ ว่ะ... ถึงจะด่าเก่งขึ้นกว่าตอนเด็กเยอะก็เถอะ”เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของลีโอค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในวงสนทนา

ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนธรรมดาในเมืองนครปฐม ใครจะรู้ว่าช่างสักหนุ่มร่างใหญ่คนนี้ยังคงเฝ้ารอความรักอย่างดื้อรั้น

ในขณะที่ห่างออกไปไม่กี่ซอย... ใครอีกคนกำลังนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง มือเผลอหยิบถุงขนมขึ้นมาจ้องมองด้วยใจที่เริ่มสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

    บทที่ 5 ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้มเช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความสดใส แสงแดดอุ่นจางๆ ทาบทับลงบนผิวถนนหน้าเซเว่นจุดเดิมที่กลายเป็นรันเวย์ส่วนตัวของช่างสักหนุ่มไปเสียแล้ว ‘ลีโอ’ ในลุคที่ดูดุดันแต่แฝงความเท่ด้วยเสื้อยืดสีดำพอดีตัว ทับด้วยแจ็กเก็ตหนังทรงคลาสสิกที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างเขาพิงแผ่นหลังลงกับเบาะรถชอปเปอร์คู่ใจคันยักษ์ ใบหน้าคมเข้มประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูเหมือนคนกำลังมีความสุขล้นปรี่ ข้างกายมีถุงขนมและชาเขียวเจ้าเก่าเจ้าเดิมวางเตรียมพร้อมไว้ราวกับเป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าองค์น้อยวันนี้เขาไม่ได้มาเพียงเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในแชตเมื่อคืน แต่ในใจลึกๆ เขายังโหยหาการได้เห็นใบหน้าแง่งอนของเด็กดื้อให้ชื่นใจก่อนเริ่มงานไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็เดินแกว่งกระเป๋าเป้เข้ามาไอซ์ขมวดคิ้วจนหน้ายุ่งทันทีที่เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของลีโอยืนเด่นหราขวางโลกอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมไปไหน“ว่างมากนักหรือไง? งานการไม่รู้จักทำหรือไงพี่?”ไอซ์เปิดฉากทักทายด้วยประโยคห้วนจัด ใบหน้าขาวเนียนเบะปากน้อยๆ อย่างขัดใจ แต่ในดวงตาคู่ใสกลับไม่ได้มีความโกรธจัดเหมือนวันแรกๆ อีกต่อไปลีโอหลุดหัวเรา

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อ

    บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อเช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายในเมืองนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แสงแดดอ่อนละมุนทาบทอลงบนผิวถนนลาดยางหน้าร้านสะดวกซื้อเจ้าเดิม มุมเสาไฟต้นเดิมที่กลายเป็นจุดเช็กอินประจำของใครบางคนไปเสียแล้วลีโอ ในลุคที่ดูสบายตาขึ้นด้วยเสื้อฮู้ดสีเทาเข้มทับเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงยีนส์สีซีดทรงกระบอกกับรองเท้าบู๊ตหนังคู่เก่ง เส้นผมถูกเซตมาลวกๆ แต่กลับรับกับใบหน้าคมเข้มได้อย่างไร้ที่ติ ในมือหนามีถุงกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุทั้งขนมและชาเขียวรสโปรดที่เขารู้ดีว่า 'เป้าหมาย' ของเขาไม่มีทางปฏิเสธลงเขารู้ดีว่าตารางเรียนวันจันทร์ของไอซ์เริ่มเช้ากว่าปกติ และจุดแวะพักเดียวของเด็กขี้เกียจตื่นมาหาของเช้ากินที่บ้านก็คือเซเว่นแห่งนี้เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็ปรากฏตัวขึ้น ไอซ์เดินสะพายเป้พาดบ่าข้างเดียว ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรงทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนเด่นหราอยู่ระยะไกล“อีกแล้วเรอะ...” ไอซ์พึมพำกับตัวเองก่อนจะพรูลมหายใจยาวเหยียดอย่างอ่อนใจลีโอไม่รอช้า เขาขยับกายก้าวเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่มุมปาก ยื่นถุงขนมส่งให้เหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่ครั

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 3 ตื้อเด็ก

    บทที่ 3 ตื้อเด็กเช้าวันใหม่ในนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบนาบ แสงแดดอุ่นจัดทอดผ่านร้านรวงริมทางที่เริ่มทยอยเปิดประตูรับอรุณ ทว่าท่ามกลางจังหวะการใช้ชีวิตที่เชื่องช้าของเมืองเก่า กลับมีใครบางคนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา หรือแม้แต่ฝีปากกล้าๆ ของเด็กนักศึกษาคนเดิม‘ลีโอ’ ยังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม... หน้าร้าน Leo Ink ของเขาเอง ร่างสูงกำยำในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวยืนพิงวงกบประตูไม้ มือหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำที่บรรจงเลือกมาอย่างดี ส่วนอีกมือยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมปลาบทอดมองไปตามแนวถนนอย่างใจเย็น ราวกับว่าการรอคอยใครบางคนคือภารกิจสำคัญที่สุดของเช้านี้ไม่นานนัก เงาร่างที่แสนคุ้นตาก็ปรากฏสู่สายตา ไอซ์เดินกึ่งวิ่งมาในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดสะอ้านตัดกับเป้สะพายสีดำใบเก่ง เขาก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ราวกับตั้งโปรแกรมไว้อย่างดีว่าจะหลีกเลี่ยงการสบตากับสิ่งกีดขวางที่แสนวุ่นวายใจทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นหน้าอาณาเขตของร้านสัก ร่างสูงใหญ่ของลีโอก็ขยับกายออกมาขวางทางไว้อย่างนิ่มนวล พร้อมกับยื่นถุงขนมใบเดิมส่งให้เหมือนที่ทำทุกวัน“ไอซ์... วันนี้มีเค้กชา

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

    บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ ไอแดดยามเช้าสาดแสงผ่านม่านลูกไม้สีนวลหน้าร้านสัก “Leo Ink” ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของย่านตลาดเก่าเมืองนครปฐม กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดจากร้านข้างๆ ลอยมาแตะจมูก ทว่าเจ้าของร้านร่างสูงใหญ่กลับไม่มีกะจิตกะใจจะรื่นรมย์กับเครื่องดื่มในมือแม้แต่น้อย ‘ลีโอ’ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากทุกวัน เขาจงใจเลือกสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวที่ขับเน้นมัดกล้ามและรอยสักทอดยาวตามลำแขนแกร่งให้ดูโดดเด่น ชายหนุ่มคว้ากุญแจและกระเป๋าเงิน ก่อนจะพาแผ่นหลังกว้างเดินออกจากร้านไปด้วยเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนในใจ... คือการได้เจอ ‘เด็กดื้อ’ ในความทรงจำอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งยืนพิงผนังอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมถนนใกล้บ้านของไอซ์ ในมือข้างหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำ ส่วนอีกข้างเป็นชาเขียวรสชาติเดิมที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าคนตัวเล็กชอบนักชอบหนา รอยสักที่พาดผ่านลำแขนและมาดนิ่งขรึมทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาลอบมองด้วยความเกรงขาม ทว่าลึกลงไปในแววตาคมกริบคู่เดิม กลับมีความอ่อนโยนสายหนึ่งพาดผ่านยามที่เขามองไปยังทิศทางของบ้านไม้สองชั้นหลังนั้น หัวใจของช่างสักหนุ่มกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง ภาพเด็กชายตัวน้อยท

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน

    บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน แสงแดดอ่อนละมุนของเช้าวันเสาร์ทอดตัวผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง สาดส่องลงมาสัมผัสปลายเท้าเรียวของเด็กหนุ่มที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงสองชั้น ภายในห้องเช่าขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงที่อบอวลไปด้วยร่องรอยของการใช้ชีวิต ‘ไอซ์’ หนุ่มนักศึกษาชั้นปีที่สองคณะคอมพิวเตอร์ในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ ยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา เขาฟุบนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนนุ่ม กลิ่นหอมสะอาดของผงซักฟอกจางๆ ผสมผสานกับไออุ่นที่หลงเหลืออยู่ในผ้าห่มผืนหนาชวนให้เคลิบเคลิ้มจนไม่อยากลุกไปไหน บรรยากาศรอบกายเงียบสงบและเชื่องช้า ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อมอบช่วงเวลาพักผ่อนนี้ให้กับเขา ทว่า... ความสุขชั่วขณะกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องของสมาร์ทโฟนที่สั่นครืดคราดไม่ยอมหยุด แรงสั่นสะเทือนบนฟูกนอนที่ส่งผ่านมาถึงหน้าอก ทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วด้วยความขัดใจ ไอซ์ครางอือในลำคออย่างนึกรำคาญ พยายามมุดหน้าหนีแสงแดดและเสียงรบกวนนั้น แต่เจ้าเครื่องมือสื่อสารตัวดีกลับยังคงแผดเสียงเรียกเข้าซ้ำๆ ราวกับจะประกาศกร้าวว่าหากเขาไม่ยอมตื่นขึ้นมาตอบรับ มันก็จะไม่ยอมคืนความสงบสุขให้แก่เช้าวันเสาร์นี้อย

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ” สวัสดีค้าบวันนี้ กระผม จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครที่จะมาสร้างความวุ่นวายปนความฟิน ให้ทุกคนหัวใจพองโตไปกับกลิ่นอายของร้านข้าวมันไก่และรอยสักเท่ๆ กันครับ สถานที่ในเรื่อง สำหรับสถานที่ที่ปรากฏในนิยายเรื่องนี้ มีชื่อสถานที่อยู่จริงในจังหวัด นครปฐม ครับ แต่เหตุการณ์ บรรยากาศ และรายละเอียดต่างๆ ภายในเรื่อง เป็นเพียงจินตนาการที่ไรต์แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะครับ ไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือเหตุการณ์จริงในพื้นที่แบบ 100% อ่านเอาความฟิน ความบันเทิงกันนะจ๊ะ! นายเอก ไอซ์ อายุ 20 ปี นิสัยของนายเอก เด็กหนุ่มวิศวะคอมฯ สุดแสบ ปากจัดแต่ใจดี แถมดุเหมือนหมาตัวน้อยๆ ด้วยเป็นคนรักอิสระแต่ต้องจำใจกลับมาช่วยงานที่ร้านข้าวมันไก่เพราะคำสั่งของเตี่ย เห็นดื้อๆ แบบนี้ แต่ถ้าโดนตื๊อมากๆ เข้า หัวใจก็เริ่มจะแกว่งเหมือนกันครับ พระเอก ลีโอ อายุ 32 ปี นิสัยของพระเอก ช่างสักหนุ่มมาดโหดแต่โหมดมุ้งมิ้ง รักเดียวใจเดียวและอดทนเก่งที่หนึ่ง! เห็นรอยสักเต็มตัวดูนิ่งขรึมแบบนี้ แต่พอกับน้องไอซ์แล้ว พี่แกพร้อมจะกลายเป็น 'หมาแก่สายเปย์' ที่คอยส่งขนมส่งชาเขียวให้เด็กดื้อท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status