Masukการรวมตัวกันระหว่างนักสืบที่มีความสามารถเหนือกว่าคนวัยเดียวกันกับคนที่มีมันสมองระดับทั่วไปแต่ช่างสังเกต นี่คือการรวมตัวกันเฉพาะกิจของทั้งคู่โดยมีชีวิตของผู้คนจำนวนมากเป็นเดิมพัน
Lihat lebih banyak“แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเงื่อนไขแบบนี้ ถ้าฝั่งพ่อเล่นตุกติกแบบนี้ ฝั่งพวกผมก็ไม่น้อยหน้าหรอกครับ”“ทุกท่านเชิญเข้ามาเลยครับ ทุกอย่างเป็นไปตามการคาดการณ์ของคุณชายใหญ่”เมื่อสิ้นสุดคำพูดของชัชวินก็มีเงาของใครหลายคนเดินออกมาหลังประตูสนามฝึก นั่นคือคนสนิทของคุณชายใหญ่ คนสนิทของคุณชายเล็ก และคุณชายเล็กเองยังเดินทางมาด้วยเช่นกัน“คุณชายเล็ก ท่านมาได้ยังไงครับ” ผู้นำตระกูลอุดรภาครีบวิ่งมาทำความเคารพด้วยความหวาดกลัว ไม่คาดคิดว่าเรื่องเหล่านี้จะถึงหูของตระกูลใหญ่“ไม่ต้องมากพิธีหรอก ยังไงวันนี้ก็ตั้งใจมาดูว่าปัญหาครั้งนี้จะจบลงยังไง เพราะมันยืดเวลามาตลอดหลายปี ควรมาถึงจุดสิ้นสุดลงสักที”“ฉันได้รับคำสั่งมาจากว่าที่ผู้นำตระกูลภูทนินทร์คนต่อไปให้มาเป็นพยานในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทุกคำตัดสินในวันนี้ก็เหมือนเขามาอยู่ต่อหน้า หวังว่าจะไม่มีใครเล่นสกปรกก็พอ และมีคนฝากมาบอกด้วย”“ถ้าครั้งนี้ยังเล่นตุกติกนะตาแก่ หัวคงไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนบ่าหรอก เพราะมีแล้วมันไม่ค่อยได้เรื่องเลย ให้มันลอยกลายเป็นลูกฟุตบอลไปซะดีกว่า แล้วปล่อยให้คนอื่นเป็นผู้นำคนต่อไป ใจความมีเท่านี้
“ค่ะ พี่ลดา”“หนูไม่กังวลอะไรเลยค่ะ” เธอขานรับด้วยน้ำเสียงร่าเริง เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เจอพี่สาวและพี่ชายพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้“ทีหลังอย่าวิ่งไปแบบนั้นนะคะ เดี๋ยวพี่ลดาหกล้มจะทำยังไงล่ะ” ชัชวินบอกพลางลูบหัวน้องสาวคนเล็กด้วยความเอ็นดู“ได้ค่ะ พี่ชัช ต่อไปหนูจะไม่ทำแบบนั้นอีกค่ะ” ชลาลัยขานรับพลางหัวเราะคิกคัก รู้สึกดีที่โดนพี่ชายคนรองดุแต่น้ำเสียงไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดแถมยังทำหน้าตายังอ่อนโยนอีกต่างหากบรรยากาศระหว่างสี่พี่น้องปกติรักใคร่ทำเอาเหล่าคนรับใช้ บอดี้การ์ด พ่อบ้านต่างตกตะลึงกันหมด คนที่ไม่สงสัยมีเพียงหัวหน้าพ่อบ้านกับหัวหน้าแม่บ้านเท่านั้น เนื่องจากรับรู้ข้อมูลการไปมาหาสู่ของเหล่าทายาทในตระกูลอุดรภาคเป็นอย่างดี นายหญิงประจำตระกูลรู้สึกดีที่พี่น้องรักกัน ไม่มีความทะเลาะเบาะแว้งร้ายแรง สมกับเป็นเด็กที่เธอทะนุถนอมเลี้ยงดูมาทุกคน แม้ว่าจะแยกจากการกันไปนานก็ตาม มีเพียงหัวหน้าตระกูลอุดรภาคแ
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะ พี่ซื้อของขวัญมาฝากด้วย” ชลลดาบอกพลางหอบของขวัญหลายอย่างเข้าห้องนอนน้องชายตนเองทันทีโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของห้องเลยสักนิด “ไม่เคยมีใครบอกเหรอครับ จะเข้าห้องคนอื่นควรขออนุญาตด้วย ไม่ใช่พูดจบก็เดินเข้ามาเลย ยังคงให้ผมตามด่าอยู่เรื่อยเลยนะ” “ตอนนี้พี่รู้สึกว่าถ้าไม่ถูกชินด่า เหมือนจะขาดอะไรบางอย่างในชีวิตไปเลยล่ะ” ชลลดาพูดพลางยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี เพราะเธอรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับน้องมากกว่าเมื่อก่อนขึ้นเยอะ ดูมีชีวิตชีวาไม่ใช่หุ่นยนต์เหมือนสมัยเด็ก“ขออนุญาตเข้าห้องนะ ชิน” “ถ้าพี่ลดายังพูดแบบนั้นไปเรื่อยๆ ชินมันอาจจะคิดว่าพี่โรคจิตแทนมากกว่านะ พูดแต่ละประโยคชวนขนลุกทุกอัน จะบ้าตาย ทำตัวธรรมดาไม่ได้เหรอครับ” ชัชวินบอกพลางยกของขวัญที่ตนเองตั้งใจซื้อให้น้องชายเข้ามาในห้อ
“เออ คิดเหมือนกัน เหมือนจะมีแค่แม่มั้งที่ดูปกติที่สุด แต่ดันไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่” “ลองโทรไปคุยกับแม่ไหมล่ะ เผื่อให้เขาช่วยพูดกับพี่สาวให้อะไรทำนองนี้” “ไอ้ควาย แกจะบ้าเหรอวะไอ้จิน การที่เด็กทะเลาะกันแล้วเอาปัญหาไปให้ผู้ใหญ่เรื่องมันบานปลายเว้ย” “เอ้า! ไอ้นี่ แล้วจะโทรมาปรึกษาทำไมวะ วางหูไปเลยไป ไอ้บ้านี่!” “ไม่วางหรอกเว้ย ถ้าไม่มีแกแล้วจะให้ไปคุยกับใคร ฉันสนิทกับไอ้คินและไอ้วินน้อยกว่านะเว้ยเฮ้ย” “ไอ้ชิน มึงจะเอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้วนะเว้ย แล้วตกลงจะคุยอะไรเนี่ย คงไม่ได้แค่โทรมากวนประสาทกันหรอกใช่ไหม” จินเจตพยายามให้บทสนทนามาเรื่องจริงจังแทนไร





