Masukการรวมตัวกันระหว่างนักสืบที่มีความสามารถเหนือกว่าคนวัยเดียวกันกับคนที่มีมันสมองระดับทั่วไปแต่ช่างสังเกต นี่คือการรวมตัวกันเฉพาะกิจของทั้งคู่โดยมีชีวิตของผู้คนจำนวนมากเป็นเดิมพัน
Lihat lebih banyak“อย่างน้อยที่สุดศักย์ภาพทางกายของพวกลูกดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายใต้ตารางการฝึกซ้อมจากตระกูลภูทนินทร์ เรื่องเหล่านี้จะเป็นประเด็นร้อนให้ได้รับความเคารพ” “เพราะสุดท้ายทุกคนก็ต้องการเคารพเจ้านายที่แข็งแกร่งกว่าตนเอง มากกว่าเจ้านายที่อ่อนแอ ไม่ทางด้านก็ทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นช่วงนี้นอกจากการเรียน ฝึกซ้อม” “อย่าเพิ่งลงมือทำอะไรจนกว่าจะคุยกับคุณชายใหญ่เป็นที่เรียบร้อยซะก่อน เมื่อสักครู่เลขาของแม่บอกว่าเย็นนี้ท่านเรียกเข้าพบด่วน เตรียมตัวให้พร้อม” “ค่ะ / ครับ แม่” สามพี่น้องขานรับอย่างพร้อมเพียง ต่างพากันไปจัดการธุระส่วนตัว และการฝึกซ้อมของวันนี้ให้ครบเสียก่อน เพราะเย็นนี้จะไม่ว่างไปพักใหญ่ ชินภัทรรู้สึกว่าการไปเข้าพบครั้งนี้คงจะโดนด่ามากกว่าโดนชม เผลอๆ อา
เรียนมาตั้งสี่ปีดันคืนครูไปซะหมดแบบนี้ ถ้ากลับไปบ้านตระกูลภูทนินทร์จะไม่โดนจนประสาทหลอนไปข้างหนึ่งเลยเหรอ ความเครียดเข้าเกาะกุมจิตใจขึ้นมา “สิ่งที่พวกพี่ควรทำคือเรียกหัวหน้าพ่อบ้าน หัวหน้าแม่บ้าน เลขาส่วนตัวของพ่อกับแม่มาพบเป็นการส่วนตัวต่างหาก พวกเราจำเป็นต้องรับรู้ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ในปัจจุบันก่อนครับ” “รู้จักคำนี้กันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ การจะปกครองคนนอกบ้าน จำเป็นต้องปกครองคนในบ้านให้ได้ซะก่อน อยู่ดีๆ มาแบ่งงานกันเหมือนทำรายงานที่โรงเรียนทำไมครับเนี่ย” “พวกพี่ประหลาดมากครับ แปลกกันทั้งคู่เลย” สองพี่น้องถึงกับชะงักกับคำด่าทอของน้องเล็กขึ้นมาทันที เพราะถ้าไม่นับน้องสาวคนเล็กที่เพิ่งเกิดเมื่อสี่ปีก่อน ชินภัทรถือเป็นน้องเล็กของบ้านมาตลอดสิบเอ็ดปี
“โอ๊ยพี่! ถึงขนาดเข้าห้องมาขนาดนี้ ถ้าไล่ออกจากห้องไปจะเดินไปป่ะ ถามจริง” “ไม่ เพราะฉันอยากคุยด้วย” “ถุยเถอะ แล้วถามทำซากอะไรเนี่ย มีไรพูดดิ คนจะหลับจะนอนยังมากวนกันอยู่ได้ ไม่มีอะไรทำหรือไง มาหลอกหลอนคนนอนคนอื่นกลางดึกแบบนี้ สงสัยตอนแม่ท้องพี่คงลืมมารยาทไว้ในท้องแม่แล้วมั้ง” “ด่าขนาดนี้ไม่ด่ายันแม่เลยล่ะ” “จะบ้าเหรอวะ แม่ผมกับแม่พี่คนเดียวกันป่ะ ด่าไปมันจะแปลกไหมก่อน สมองไม่มีแล้วมั้ง ถ้าจะเอ๋อกินขนาดนี้ มาพากันนอนแล้วตื่นมาคุยอีกรอบเถอะ” ชินภัทรพูดเสร็จสรรพพลางปิดไฟแล้วเอนตัวลงนอนทันที ไม่ได้สนใจพี่ชายที่นั่งอยู่โซฟารับแขกเลยแม้แต่น้อย “เฮ้ย! พี
“ท่านครับ ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย” “เราสนิทกันถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ ผมไม่ทราบมาก่อนเลย ได้ข่าวว่าหลังจากหมดบทลงโทษ ก็มีการเสนอเดิมพันนี้ขึ้นมาไม่ใช่เหรอครับ” “ผมไม่สามารถขยับตัวได้แม้ว่าจะเป็นผู้นำตระกูลนะครับ ท่านก็เห็นว่าการทำอะไรหลายอย่างขับเคลื่อนด้วยผู้คน ได้โปรดให้อภัยในความสะเพร่าของผมด้วยเถอะครับ” “ผมมาในนามตัวแทนว่าที่ผู้นำตระกูลภูทนินทร์คนต่อไป ภายในเจ็ดวันกรุณาเขียนเอกสารยื่นอุทธรณ์ รวมถึงหลักฐานหลายอย่างเกี่ยวกับหลายปีที่ผ่านมา” “คุณไม่ใช่คนโง่ เลือกมาว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็พอครับ” “เลือกผิดข้าง อาจจะถูกพี่ชายผมตัดหัวก็ได้นะ”&nbs
นนท์ภัทรตัดสินใจพูดออกมา หลังจากฟังแผนการทั้งหมดจากปากของบุตรสาวคนโตของตระกูลอุดรภาค ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ความคิดของเจ้าตัว แม้จะน่านับถือที่เป็นฝ่ายออกหน้าแทนเพราะอายุมากที่สุดในบรรดาพี่น้องสามคน มีสิทธิเซ็นเอกสารได้มากกว่า แต่
“ขอบพระคุณสำหรับคำชมครับ” ทั้งสองตอบรับออกมาพร้อมกันหลังจากช่วยกันจัดแจงให้เจ้านายตนเองนอนหลับสบาย “มีน ตบรางวัลให้สองคนนี้ด้วยเงินจำนวนสามล้านบาท ให้เป็นทองคำแท่งซะ”&
“ไม่ควรเกิดขึ้นหากเป็นผู้ติดตามตระกูลภูทนินทร์” ในระหว่างที่คุณชายใหญ่กำลังพูดนั้น ได้เอาดาบออกจากคอของผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นที่เรียบร้อย หากรักตัวกลัวตายขนาดนั้น ทำไมยังกล้าทำเรื่องโง่เขลาพรรคนี้กันนะ&nb
คำพูดของนภัทรทำให้หัวหน้าตระกูลทักษิณาภาคคาดเดาต่อว่าทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่เคยใช้ชีวิตอยู่บนความเป็นความตายมาก่อน เลยตกใจทั้งร่างกายและจิตใจ พวกเขาสะเพร่าเกินไปกับเรื่องนี้ ทำให้เรื่องราวบานปลายมาถึงจุดนี้ เหมือนไม่ยุ





