Se connecterการรวมตัวกันระหว่างนักสืบที่มีความสามารถเหนือกว่าคนวัยเดียวกันกับคนที่มีมันสมองระดับทั่วไปแต่ช่างสังเกต นี่คือการรวมตัวกันเฉพาะกิจของทั้งคู่โดยมีชีวิตของผู้คนจำนวนมากเป็นเดิมพัน
Voir plusความอดอยาก ภัยธรรมชาติ และสงครามระหว่างประเทศ หลากหลายเหตุการณ์นำมาสู่สงครามครั้งที่สามในปี พ.ศ. 2580 และสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2600
เกิดเหตุไม่คาดฝันอีกครั้งเมื่อชุดชิ้นส่วนอุกกาบาตตกใส่โลกราวกับฝนห่าใหญ่นานนับสัปดาห์ ราวกับกำลังส่งคำเตือนอะไรบางอย่างให้ทุกคนตื่นตัวในครั้งนี้
กว่านานานประเทศจะฟื้นตัวจากเหตุการณ์ทั้งสองอย่างได้นั้นก็ใช้เวลาไปพันปี ถึงเวลาก้าวเข้าสู่ความเจริญก้าวหน้าของยุคเทคโนโลยีแบบผสมผสาน ณ บัดนี้
“มาช้าไปห้านาที พวกนายควรจะเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้ไม่ใช่เหรอ ผู้สืบทอดรุ่นนี้ช่างคลานเหมือนเต่าเหลือเกิน” นนท์ภัทรบ่นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก แม้ว่าตนเองจะเป็นคนสั่งเรียกตัวด่วนก็ตาม
แต่ก็เผื่อเวลาให้ตั้งสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ มันไม่ใช่ว่าให้มาถึงภายในห้านาทีสักหน่อย หรือเป็นเพราะท่านพ่อไม่ค่อยได้เรียกตัวบ่อยเท่าไหร่เลยไม่สนใจคำสั่งของตระกูลภูทนินทร์งั้นเหรอ
“ไม่ใช่ครับคุณชายใหญ่ พวกเราไม่อยากให้เข้าใจผิดเพราะความผิดพลาดครั้งแรก” ชัชวินพยายามตอบด้วยสีหน้าปกติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“รถยนต์ที่พวกเรานั่งมาด้วยกันเกิดเสียครับ เลยทำให้ต้องรออู่มารับรถก่อนถึงจะมาต่อได้” จิรายุอธิบายเพิ่มเติมเพราะรู้สึกเหมือนเพื่อนสนิทจะพูดไม่หมด
“รถติดด้วยครับคุณชายใหญ่ ขนาดมาทันทีก็ยังช้าอยู่ดีครับผม” คุณากรพยายามอธิบายด้วยอีกคน
“แต่พวกเรารีบเรียกบริการรถมารับต่อทันทีที่รถเสีย เลยยังพอมาทันท่วงทีนะครับ” เจตฎาตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
ไม่ว่าจะตอบอะไรกลับไปก็ตาม ย่อมถูกด่าอยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้นสารภาพออกไปเลยง่ายที่สุด ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่ตระกูลผู้จงรักภักดีควรทำ นั่นคือสิ่งที่ทั้งสี่คนลงความเห็นไปทางเดียวกันระหว่างเดินทางมา
“ทำไมไม่ให้ใครสักคนรออู่มารับรถเข้าศูนย์และดำเนินการติดต่อแทน และพวกนายอีกสามคนเรียกใช้บริการรถมารับส่งถึงที่ ทำยังกับว่าไม่มีรถส่วนตัวแล้วจะมาถึงที่นี่ไม่ได้”
“ความสามารถในการตัดสินใจเหตุการณ์เฉพาะหน้าต่ำมาก นี่ท่านพ่อส่งลูกเจี๊ยบมาให้ฉันฝึกงานใช่ไหมเนี่ย”
“หรือว่าต้องการให้ฉันเป็นบ้าขึ้นจริงๆ เพราะระเบียบวินัยหย่อนหยานเกินไป เป็นคนไทยก็ไม่จำเป็นต้องมาสายเหมือนคนอื่นก็ได้ไหม”
“โคตรปวดหัวเลย เวรเอ๊ย!”
ผู้สืบทอดตระกูลภูทนินทร์ลำดับที่หนึ่งยกมือกุมขมับด้วยความเครียดเพราะไม่คิดว่าตระกูลทั้งสี่จะส่งผู้สืบทอดวัยเยาว์มาทำงานแทนตนเองซะงั้น
อาจเป็นเพราะปีนี้เพิ่งอายุสิบเก้าล่ะมั้ง ความเลือดร้อนของวัยคึกคะนองยังคงอยู่ แต่คนที่อยู่ในคฤหาสน์ทั้งหมดลงความเห็นว่าต่อให้อายุมากขึ้นก็น่าจะบ้าเหมือนเดิม
ในห้องทำงานของนนท์ภัทรร้อนเป็นไฟเหมือนลาวาพร้อมปะทุตลอดเวลา หากใครกล้าพูดแทรกขึ้นมาสักคำ
แกร๊ก!
“น้องชายของพี่ เข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ ต้องการอะไรเหรอครับ” นนท์ภัทรเอ่ยทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที ซึ่งขัดกับอารมณ์เมื่อสักครู่อย่างสิ้นเชิง
ไม่มีเลขาหรือคนรับใช้คนไหนรู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์นี้สักเท่าไหร่ เพราะพวกเขาเห็นมาสิบเจ็ดปีแล้วยังไงล่ะ แต่สำหรับแขกผู้มาเยือนสี่คนใหม่รู้สึกตกใจและงงเป็นไก่ตาแตกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“พอดีมีเรื่องจะถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตระกูลนิดหน่อย ไม่ทราบว่าสะดวกตอนไหนครับ” นภัทรถามเสียงเรียบ
“นั่งรอสักหนึ่งชั่วโมงได้ไหม พอดีพี่ยังคุยไม่เสร็จเลย แต่อยู่ด้วยกันได้นะเพราะยังไงในอนาคตต้องรู้จักกันอยู่ดี”
“ถือว่าทำความคุ้นเคยไปในตัว ดีไหมครับ” นนท์ภัทรถามด้วยความระมัดระวัง เพราะน้องชายค่อนข้างสีหน้านิ่งมีเพียงดวงตากับท่าทางบางอย่างที่แสดงออกมาเท่านั้นถึงจะรับรู้
“ครับ ผมจะนั่งรออยู่ตรงนี้” นภัทรตอบพลางนั่งอยู่มุมริมสุดของห้องด้านขวาเพื่อหลีกเลี่ยงแทนการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ตรงหน้าโดยตรง
อย่างไรเสียผู้สืบทอดคนต่อไปก็คือพี่ชายของเขาเอง วันนี้มองดูห่างๆ เอาแล้วกัน ถือว่าเรียนรู้งานไปในตัว
“ทีหลังพยายามคิดให้มากกว่านี้หน่อยสิ อย่าทำตัวโง่เง่าแบบนี้อีก ทรัพยากรที่ตระกูลของฉันชุบเลี้ยงไปไม่ได้มีไว้ทำแบบนี้สักหน่อย ฉลาดให้มากกว่านี้หน่อยได้ไหม ตอบสิ” นนท์ภัทรออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด หน้าตาดุดันพร้อมเอาเรื่องทุกคนถ้าไม่ยอมตอบในสิ่งที่ต้องการ
“ครับ คุณชายใหญ่” ทั้งสี่คนขานรับพร้อมกัน
“โอ๊ยพี่! ถึงขนาดเข้าห้องมาขนาดนี้ ถ้าไล่ออกจากห้องไปจะเดินไปป่ะ ถามจริง” “ไม่ เพราะฉันอยากคุยด้วย” “ถุยเถอะ แล้วถามทำซากอะไรเนี่ย มีไรพูดดิ คนจะหลับจะนอนยังมากวนกันอยู่ได้ ไม่มีอะไรทำหรือไง มาหลอกหลอนคนนอนคนอื่นกลางดึกแบบนี้ สงสัยตอนแม่ท้องพี่คงลืมมารยาทไว้ในท้องแม่แล้วมั้ง” “ด่าขนาดนี้ไม่ด่ายันแม่เลยล่ะ” “จะบ้าเหรอวะ แม่ผมกับแม่พี่คนเดียวกันป่ะ ด่าไปมันจะแปลกไหมก่อน สมองไม่มีแล้วมั้ง ถ้าจะเอ๋อกินขนาดนี้ มาพากันนอนแล้วตื่นมาคุยอีกรอบเถอะ” ชินภัทรพูดเสร็จสรรพพลางปิดไฟแล้วเอนตัวลงนอนทันที ไม่ได้สนใจพี่ชายที่นั่งอยู่โซฟารับแขกเลยแม้แต่น้อย “เฮ้ย! พี
“ท่านครับ ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย” “เราสนิทกันถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ ผมไม่ทราบมาก่อนเลย ได้ข่าวว่าหลังจากหมดบทลงโทษ ก็มีการเสนอเดิมพันนี้ขึ้นมาไม่ใช่เหรอครับ” “ผมไม่สามารถขยับตัวได้แม้ว่าจะเป็นผู้นำตระกูลนะครับ ท่านก็เห็นว่าการทำอะไรหลายอย่างขับเคลื่อนด้วยผู้คน ได้โปรดให้อภัยในความสะเพร่าของผมด้วยเถอะครับ” “ผมมาในนามตัวแทนว่าที่ผู้นำตระกูลภูทนินทร์คนต่อไป ภายในเจ็ดวันกรุณาเขียนเอกสารยื่นอุทธรณ์ รวมถึงหลักฐานหลายอย่างเกี่ยวกับหลายปีที่ผ่านมา” “คุณไม่ใช่คนโง่ เลือกมาว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็พอครับ” “เลือกผิดข้าง อาจจะถูกพี่ชายผมตัดหัวก็ได้นะ”&nbs
“ไม่ต้องมากพิธีไปหรอก นายย่อมรู้ดีกว่าใครว่าทำไมฉันถึงมาที่นี่ ถ้าไม่โดนโยนงานให้มาจะอยากมาไหมล่ะ แถมยังทำเหมือนกับทุกอย่างเต้นอยู่บนฝ่ามือตนเองแบบนี้” “พี่ชายของฉันนิสัยเสียมาแต่ไหนแต่ไร เพียงแค่ฉันยอมเดินตามเฉยๆ บางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้สมองตนเองคิด ถ้ามันมีคนคอยคิดและทำให้ทุกอย่าง” “สิ่งที่เด็กอย่างนายควรเรียนรู้นะ ชินภัทร นั่นคือการไหลไปตามสถานการณ์แบบที่ฉันกำลังทำอยู่ เพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบย่อมเป็นพี่ชายฉัน ไม่ใช่ตัวของฉันเอง” “จำเอาไว้เสมอว่านายไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว” “มีพี่น้องอยู่ตั้งสามคน ทำไมทำหน้าเหงา โดดเดี่ยวเดียวดายอะไรขนาดนั้น มีอะไรก็มาปรึกษาฉันได้ ส่วนมากพวกคนฉลาดมักมีปัญหาทางจิตใจ” “นายอยากรู้ไหมว
“คำขอประการที่สอง ขอให้มีการตรวจสอบคนรับใช้ช่วงระยะเวลาก่อนหน้าทั้งหมด ของทายาททั้งสี่ของตระกูล ทุกคนจำเป็นต้องมีกรุ๊ปเลือด ประวัติ การศึกษากับการตรวจสอบทุกประการ” “คำขอประการที่สาม ขอให้บุตรสาวภายในตระกูลสามารถเข้าร่วมประชุมเรื่องภายในตระกูล เรื่องภายในบริษัทในฐานะผู้บริหาร รวมถึงการประชุมกับตระกูลใหญ่ทุกครั้ง”“คำขอประการที่สี่ หากบุตรคนใดก็ตามที่บรรลุนิติภาวะ ไม่ประสงค์จะทำการแข่งขันเพื่อขึ้นเป็นประมุขคนต่อไป ไม่ว่าใครก็ตามห้ามไปกดดันให้เข้าร่วมด้วยความไม่เต็มใจเด็ดขาด หากพบเห็นขอให้ลงโทษสถานหนัก ไม่ละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น” ชัชวินตั้งสติช้ากว่าพี่สาวคนโตไปเล็กน้อย แต่ยังคงมีเจตนารมณ์แน่วแน่ เขาไม่ต้องการให้มีการเสียเลือดเสียเนื้อกันในตระกูลตนเอง ไม่ว่าผลสุดท้ายใครจะเป็นผู้นำคนต่อไป ไม่มีความจำเป็นต้องฆ่าทายาทคนอื่น หรือผู้ติดตามคนอื่นออกไปสักหน่อย มนุษย์คือทรั
มีครั้งหนึ่งเธอหยอกล้อน้องชายเล่นด้วยการแย่งขนมไปกินสามคำแถมยังยิ้มสะใจที่แย่งมากินด้วยน้ำเสียงร่าเริง ตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้จะซื้อขนมมาคืนให้มากกว่าเดิมสามเท่า ไม่คาดคิดว่าจะถูกโกรธจนไม่พูดด้วยครึ่งปี ไม่มีคำด่าทอหรือคำพูดใด
จากนิสัยอันแปลกประหลาดของเจ้านายแล้วล่ะก็...อีกไม่นานเกินรอน่าจะมีบทลงโทษมากกว่านี้ หากสืบเรื่องภายในได้หรือมีทายาทตระกูลมาฟ้องร้องแบบพวกเขา “ฮ่าๆๆ นี่ฉันแกล้งน้องแรงเกินไปหรือเปล่านะ”&
“ไม่มีคำว่าชายหรือหญิง มีเพียงทายาทตระกูลอุดรภาคเท่านั้น ทุกคนมีสิทธิได้รับเงินและสวัสดิการเท่ากัน ไม่ควรมีใครได้มากกว่า แถมยังไม่มีการลงมติผู้สืบทอดโดยตรงด้วยซ้ำ” นายหญิงตระกูลอุดรภาคตะคอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน แม้ว่าจะ
“ลำดับสุดท้ายเป็นผลคะแนนของคุณชินภัทร ผลสอบภาคทฤษฎีคะแนนเจ็ดสิบกว่าคะแนนถึงแปดสิบกว่าคะแนนทุกวิชา ผลสอบภาคปฏิบัติได้ต่ำกว่าสิบคะแนนทุกรายวิชา” “เพราะฉะนั้นเกณฑ์ของคุณชินภัทรจะพิเศษกว่าท่านอื่น นั่นก็คือตารางเรียนจะถูกปรับไป





