เข้าสู่ระบบการรวมตัวกันระหว่างนักสืบที่มีความสามารถเหนือกว่าคนวัยเดียวกันกับคนที่มีมันสมองระดับทั่วไปแต่ช่างสังเกต นี่คือการรวมตัวกันเฉพาะกิจของทั้งคู่โดยมีชีวิตของผู้คนจำนวนมากเป็นเดิมพัน
ดูเพิ่มเติมนนท์ภัทรตั้งใจหันไปเล่นงานคนที่ฉลาดที่สุดในกลุ่มแทน เพราะพูดไปบางคนอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจ เพราะฉะนั้นเด็กคนนี้จะต้องรู้เรื่องพวกนี้ดี แต่ทำไมถึงไม่ห้ามแล้วมายืนโดนด่าด้วยกันแบบนี้ มันหมายความว่ายังไงกันแน่ ลองอธิบายมาสิ ถ้าเหตุผลไม่ดีพอจะด่าให้หนักกว่าเดิม “ผมห้ามใครไม่ได้เลยครับ คุณชายใหญ่ แม่ พี่ลดา พี่ชัช ต่างพยักหน้าเห็นพ้องต้องกันว่าควรมาเข้าพบท่านให้เร็วที่สุด เพื่อปรึกษาเรื่องภายในตระกูลอุดรภาค” “รวมถึงกิจการภายในบริษัท ไหนจะเรื่องงานที่พวกเราเคยได้รับการฝึกหัดมาก็ยังจะให้มาตัดสินใจเลยครับ เสียงข้างน้อยย่อมแพ้เสียงข้างมากครับ ท่านย่อมรู้ดีที่สุด” “ผมไม่ใช่ท่านสักหน่อยที่เป็นเสียงเดียว และสามารถพลิกชะตาใครต่อใครก็ได้ จุดยืนพวกเราสองคนมันต่างกันนี่ครับ”
“อย่างน้อยที่สุดศักย์ภาพทางกายของพวกลูกดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายใต้ตารางการฝึกซ้อมจากตระกูลภูทนินทร์ เรื่องเหล่านี้จะเป็นประเด็นร้อนให้ได้รับความเคารพ” “เพราะสุดท้ายทุกคนก็ต้องการเคารพเจ้านายที่แข็งแกร่งกว่าตนเอง มากกว่าเจ้านายที่อ่อนแอ ไม่ทางด้านก็ทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นช่วงนี้นอกจากการเรียน ฝึกซ้อม” “อย่าเพิ่งลงมือทำอะไรจนกว่าจะคุยกับคุณชายใหญ่เป็นที่เรียบร้อยซะก่อน เมื่อสักครู่เลขาของแม่บอกว่าเย็นนี้ท่านเรียกเข้าพบด่วน เตรียมตัวให้พร้อม” “ค่ะ / ครับ แม่” สามพี่น้องขานรับอย่างพร้อมเพียง ต่างพากันไปจัดการธุระส่วนตัว และการฝึกซ้อมของวันนี้ให้ครบเสียก่อน เพราะเย็นนี้จะไม่ว่างไปพักใหญ่ ชินภัทรรู้สึกว่าการไปเข้าพบครั้งนี้คงจะโดนด่ามากกว่าโดนชม เผลอๆ อา
เรียนมาตั้งสี่ปีดันคืนครูไปซะหมดแบบนี้ ถ้ากลับไปบ้านตระกูลภูทนินทร์จะไม่โดนจนประสาทหลอนไปข้างหนึ่งเลยเหรอ ความเครียดเข้าเกาะกุมจิตใจขึ้นมา “สิ่งที่พวกพี่ควรทำคือเรียกหัวหน้าพ่อบ้าน หัวหน้าแม่บ้าน เลขาส่วนตัวของพ่อกับแม่มาพบเป็นการส่วนตัวต่างหาก พวกเราจำเป็นต้องรับรู้ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ในปัจจุบันก่อนครับ” “รู้จักคำนี้กันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ การจะปกครองคนนอกบ้าน จำเป็นต้องปกครองคนในบ้านให้ได้ซะก่อน อยู่ดีๆ มาแบ่งงานกันเหมือนทำรายงานที่โรงเรียนทำไมครับเนี่ย” “พวกพี่ประหลาดมากครับ แปลกกันทั้งคู่เลย” สองพี่น้องถึงกับชะงักกับคำด่าทอของน้องเล็กขึ้นมาทันที เพราะถ้าไม่นับน้องสาวคนเล็กที่เพิ่งเกิดเมื่อสี่ปีก่อน ชินภัทรถือเป็นน้องเล็กของบ้านมาตลอดสิบเอ็ดปี
“โอ๊ยพี่! ถึงขนาดเข้าห้องมาขนาดนี้ ถ้าไล่ออกจากห้องไปจะเดินไปป่ะ ถามจริง” “ไม่ เพราะฉันอยากคุยด้วย” “ถุยเถอะ แล้วถามทำซากอะไรเนี่ย มีไรพูดดิ คนจะหลับจะนอนยังมากวนกันอยู่ได้ ไม่มีอะไรทำหรือไง มาหลอกหลอนคนนอนคนอื่นกลางดึกแบบนี้ สงสัยตอนแม่ท้องพี่คงลืมมารยาทไว้ในท้องแม่แล้วมั้ง” “ด่าขนาดนี้ไม่ด่ายันแม่เลยล่ะ” “จะบ้าเหรอวะ แม่ผมกับแม่พี่คนเดียวกันป่ะ ด่าไปมันจะแปลกไหมก่อน สมองไม่มีแล้วมั้ง ถ้าจะเอ๋อกินขนาดนี้ มาพากันนอนแล้วตื่นมาคุยอีกรอบเถอะ” ชินภัทรพูดเสร็จสรรพพลางปิดไฟแล้วเอนตัวลงนอนทันที ไม่ได้สนใจพี่ชายที่นั่งอยู่โซฟารับแขกเลยแม้แต่น้อย “เฮ้ย! พี
“แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเงื่อนไขแบบนี้ ถ้าฝั่งพ่อเล่นตุกติกแบบนี้ ฝั่งพวกผมก็ไม่น้อยหน้าหรอกครับ”“ทุกท่านเชิญเข้ามาเลยครับ ทุกอย่างเป็นไปตามการคาดการณ์ของคุณชายใหญ่”เมื่อสิ้นสุดคำพูดของชัชวินก็มีเงาของใครหลายคนเดินออกมาหลังประตูสนามฝึก นั่นคือคนสนิทของคุณชายใหญ่ คนสนิทของคุณชายเล็ก แ
“ค่ะ พี่ลดา”“หนูไม่กังวลอะไรเลยค่ะ” เธอขานรับด้วยน้ำเสียงร่าเริง เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เจอพี่สาวและพี่ชายพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้“ทีหลังอย่าวิ่งไปแบบนั้นนะคะ เดี๋ยวพี่ลดาหกล้มจะทำยังไงล่ะ” ชัชวินบอกพลางลูบหัวน้องสาวคนเล็กด้วยความเอ็นดู“ได้ค่ะ พี่ชัช ต่อไปหนูจะ
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะ พี่ซื้อของขวัญมาฝากด้วย” ชลลดาบอกพลางหอบของขวัญหลายอย่างเข้าห้องนอนน้องชายตนเองทันทีโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของห้องเลยสักนิด “ไม่เคยมีใครบอกเหรอครับ จะเข้าห้องคนอื่นควรขออนุญาตด้วย ไม่ใช่พูดจบก็เดินเข้าม
“เออ คิดเหมือนกัน เหมือนจะมีแค่แม่มั้งที่ดูปกติที่สุด แต่ดันไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่” “ลองโทรไปคุยกับแม่ไหมล่ะ เผื่อให้เขาช่วยพูดกับพี่สาวให้อะไรทำนองนี้”&