Masukขาของวิคเตอร์ก้าวออกจากซอยอย่างไร้เรี่ยวแรงเหมือนคนหมดไฟในชีวิต ใบหน้าขาวซีดไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เลยทั้งที่ในดวงตาคู่นั้นกลับแฝงไว้ด้วยความเศร้าลึกจนคนมองยังรู้สึกอึดอัด นนท์ที่เดินตามหลังมาห่าง ๆ ถึงกับขมวดคิ้วพลางเหล่มองร่างสูงที่เดินนำหน้าไปอย่างไร้จุดหมาย
“เป็นอะไรของมันวะ” นนท์พึมพำเบา ๆ ริมฝีปากหยักขยับช้า ๆ ขณะมือสอดเข้าในกระเป๋ากางเกงก้าวเดินตามอีกฝ่ายไปแบบไม่เร่ง ไม่ช้า
แต่เต็มไปด้วยท่าทีเท่ ๆ ตามสไตล์ของเขาเองทั้งที่ตอนนี้ไม่สนเลยว่าสถานที่ที่ยืนอยู่คือซอยสลัมแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับและเสียงจอแจ
พอเดินมาถึงปากซอยเสียงรถเมล์วิ่งผ่านบนถนนใหญ่ดังขึ้นลอย ๆ วิคเตอร์หรือที่ตอนนี้คือเตอร์หยุดมองทางแยกก่อนจะหันไปทางซ้าย เขาเหมือนมีเป้าหมายบางอย่างในใจต่างจากนนท์ที่กำลังจะเดินไปอีกทางเพราะรถของเขาจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม
สายตาคมของนนท์เหลือบมาเห็นพอดีว่าคนตรงหน้ากำลังจะเดินออกไปอีกทางเขาขมวดคิ้วทันทีก่อนจะยกมือคว้าแขนอีกฝ่ายไว้แน่น
“มึงจะไปไหน” เสียงเข้มลอดออกมาจากริมฝีปากอย่างหงุดหงิด
เสียงนั้นทำให้เตอร์ชะงักไปนิดเขาหันมามองดวงตาที่มักแข็งกร้าวตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเศร้า ความว่างเปล่า และความเคว้งคว้างจนคนเห็นอย่างนนท์ยังเผลอหลุบตามองนิดหนึ่ง ความนิ่งของอีกฝ่ายมันไม่ปกติเอาซะเลย
“เป็นห่าอะไร...ญาติมึงก็ไม่ใช่” นนท์ถอนหายใจพรืด
“ทำไม...ผัวเก่าหรือไง”
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเปิดในใจของเตอร์ เขาเม้มริมฝีปากแน่นแววตาแดงขึ้นเล็กน้อย หายใจแรงกว่าเดิม ความเสียใจที่กดไว้พุ่งขึ้นมาพร้อมความโกรธ
เขาไม่รู้ตัวเลยว่ากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดก่อนหมัดข้างขวาพุ่งเข้าหาแก้มของนนท์อย่างไม่ลังเล ในใจร่ำร้อง ‘ตัวกูเองเว้ย...’
ผั๊วะ!
เสียงกระทบเนื้อดังชัดจนคนที่เดินผ่านยังหันมามอง นนท์เซถอยหลังสองก้าวหน้าหันตามแรงหมัด ใบหน้าเงยขึ้นช้า ๆ ดวงตาคมเข้มจ้องกลับด้วยแววที่เดือดจัด ความตกใจแวบผ่านในแววตาเพียงวินาทีก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความกราดเกรี้ยว
นนท์ยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากอย่างช้า ๆ แล้วหัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นเย็นเฉียบจนคนฟังยังขนลุก
“สงสัยจะผัวเก่าสินะ ถึงได้โกรธขนาดนี้...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดพลางกระชากแขนของวิคเตอร์ดึงเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือแค่ไม่กี่คืบ แขนอีกข้างโอบรัดรอบเอวบางโดยไม่ทันให้ตั้งตัว
“ทำไม ผัวตายแล้วมึงจะตายตามหรือไง ห๊ะ!”
น้ำเสียงดิบเถื่อนและเย้ยหยันชัดเจนเตอร์ที่อยู่ในร่างของวิคเตอร์พยายามขืนตัวออกทันที
ใบหน้าเรียวยกขึ้นจ้องอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ทั้งโกรธทั้งเสียใจ เตอร์ผลักอกแกร่งนั้นสุดแรงจนเสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังตึก
“อย่ามายุ่ง!” น้ำเสียงของเตอร์สั่นแต่แข็งพอจะทำให้คนฟังสะอึก
นนท์ยืนนิ่งไปครู่หนึ่งมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ซับซ้อน เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมวิคเตอร์ถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ ปกติไอ้คนนี้ขี้กลัวจะตาย ด่านิดหน่อยก็แทบร้อง
แต่วันนี้...ทั้งต่อปากต่อคำ ทั้งชกเขาไม่ยั้ง
เตอร์หันหลังให้เดินตรงไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่อีกฟากเขาไม่อยากพูด ไม่อยากมอง ไม่อยากอธิบายอะไรทั้งนั้น เสียงฝีเท้าของเขาหนักและช้าแต่มั่นคงเหมือนคนที่มีเป้าหมายในหัวชัดเจน
เขาจะไปวัดที่เก็บ…อัฐิของตัวเอง
นนท์มองตามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งมือยังเช็ดเลือดที่มุมปากอยู่พลางหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“หมัดแม่งหนักชิบหาย...” นนท์พึมพำออกมาคิ้วยังขมวดแน่นด้วยความสงสัย
“วิคเตอร์...ไปฝึกมวยมาตอนไหนวะปกติอ่อนแอชิบหาย ด่านิดหน่อยก็จะร้องอยู่แล้ว...”
นนท์ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วก้าวขายาว ๆ ตามหลังอีกฝ่ายไปโดยไม่พูดอะไรต่อความหงุดหงิดและความอยากรู้ปะปนอยู่ในอกอย่างประหลาด
สายตาคมยังจับจ้องแผ่นหลังของวิคเตอร์ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าแผ่นหลังที่ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ความเงียบและความเศร้านั้นและในหัวของนนท์ตอนนี้มีแต่คำถามว่า
“วันนี้...มึงเป็นบ้าอะไร วิคเตอร์” นนท์ตะโกนถามวิคเตอร์ แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าที่เขาเรียกอยู่นั้น...ไม่ใช่วิคเตอร์คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
น้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่ไหลพรั่งพรูอาบแก้มจนเปียกชุ่มวิคเตอร์หรือ “เตอร์” ในร่างนี้ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้าโกศอัฐิ เสียงสวดมนต์ในโบสถ์ด้านข้างดังแผ่วลึกแต่กลับทำให้ความเงียบในใจเขายิ่งหนักอึ้ง
ตรงหน้าคือรูปถ่ายของตัวเองในชุดนักมวยที่เคยยิ้มกว้างเต็มปากเต็มคำรูปนั้นถ่ายหลังจากแข่งชนะไฟต์สุดท้ายในชีวิต เขาจำได้ทุกแผล ทุกหยดเหงื่อ ทุกเสียงตะโกนของคนดูแต่ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นไม่มีค่าอะไรเลย
เพราะเจ้าของร่างในรูป...ถูกเผาไปแล้ว
เตอร์ที่อยู่ในร่างนี้ยกมือขึ้นกอดตัวเองแน่นแผ่นหลังสั่นเทาเหมือนคนจะขาดใจ หัวเข่ากระแทกพื้นเบา ๆ ขณะก้มหน้าลง น้ำตาไหลซึมผ่านนิ้วมือ
เขาอยากกรีดร้องอยากตะโกนว่าคนในรูปยังอยู่ตรงนี้ยังไม่ไปไหน แต่เสียงในลำคอกลับขาดหายมีเพียงเสียงสะอื้นที่หลุดออกมาเป็นจังหวะ
“กู...จะทำยังไงต่อวะ หนทางจะกลับร่างตัวเองก็กลับไม่ได้แล้ว” เสียงแตกพร่ากลืนหายไปในลมหายใจ
หัวสมองของเขาว่างเปล่าคิดไม่ออกแม้แต่จะก้าวต่อไปทางไหนจะกลับไปที่ไหนก็ไม่มีแล้วจะบอกใครก็ไม่ได้เพราะคงไม่มีใครเชื่อว่าวิญญาณอย่างเขาจะมาอยู่ในร่างคนอื่น
สายตาจากอีกมุมหนึ่งของวัดกำลังจับจ้องอยู่ ชายร่างสูงในเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวพับแขนกางเกงขายาวแบรนด์เนมและแว่นกันแดดแพงระยับยืนพิงกำแพงโบสถ์อยู่ห่าง ๆ ริมฝีปากของนนท์กระตุกยิ้มเหยียดน้อย ๆ เมื่อเห็นอีกยืนคนร้องไห้อยู่
“เหอะ...คงรักมากเลยสินะ ไอ้คนในโกศนั่น” เสียงที่เปล่งออกมามีน้ำเสียงประชดปนเย็นชา
เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้ใครได้ยินแต่ในใจมันขัดหูขัดตาเกินไปที่เห็นว่าที่เจ้าสาวของตัวเองร้องไห้ให้ผู้ชายอีกคน นนท์เอนหลังพิงผนังพ่นลมหายใจยาวออกมาฟังเสียงสะอื้นเงียบ ๆ ที่ดังเป็นระยะมันบีบคอเขาแปลก ๆ แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมเดินหนี
เวลาผ่านไปราวชั่วโมงเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังเข้ามาใกล้ วิคเตอร์เดินออกมาจากศาลาในวัด ดวงตาแดงก่ำบวมช้ำริมฝีปากสั่นนิด ๆ เพราะเพิ่งหยุดร้องไห้ได้ไม่กี่นาทีมือที่ถือกระเป๋าผ้าสีเทาแน่นสั่นเล็กน้อย
นนท์มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าแววตาคมนิ่งแต่มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น
“อาลัยอาวรณ์อัฐิผัวจบแล้วเหรอ” เขาพูดด้วยเสียงเรียบเหมือนคนพูดลอย ๆ แต่เจตนาชัดเจนว่ากำลังหาเรื่อง
วิคเตอร์ชะงักมองเขานิ่ง ๆ โดยไม่ตอบอะไรแค่หายใจแรงขึ้นนิดเดียวก่อนจะเบือนหน้าหนีเดินผ่านไปเหมือนไม่ได้ยิน
รอยยิ้มมุมปากของนนท์ยิ่งยกขึ้นเขาชอบเวลาคนโดนปั่นแล้วนิ่งไม่พูด มันเหมือนเขาชนะในเกมเล็ก ๆ ที่ตัวเองตั้งขึ้นมา
ทั้งสองเดินเงียบ ๆ ออกมาทางเดิมเสียงฝีเท้าของพวกเขาเคล้ากับเสียงจั๊กจั่นและกลิ่นควันธูปในอากาศยามเย็น เมื่อถึงลานจอดรถ นนท์กดรีโมตปลดล็อกรถหรู เสียงปิ๊ปดังขึ้นก่อนเขาจะดึงประตูฝั่งคนขับเปิดส่วนวิคเตอร์ก็เปิดฝั่งข้างคนขับแล้วนั่งลงอย่างเงียบ ๆ
ภายในรถเงียบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานเบา ๆ วิคเตอร์นั่งพิงเบาะ ก้มหน้ามองมือตัวเองที่กำแน่นบางครั้งปลายนิ้วก็สั่น เหมือนพยายามกดความรู้สึกบางอย่างไว้ไม่ให้ออกมาทางแววตา
นนท์เหลือบมองข้าง ๆ เห็นใบหน้าซีด ๆ ที่ไร้เครื่องสำอางนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า แววตานั่นดูเศร้า...เศร้าจนเขาเองยังรู้สึกงงว่าจะเศร้าอะไรแต่ก็ยังคงทำเสียงเย็นไว้
“พรุ่งนี้กูจะไปรับหลังเลิกเรียน” นนท์พูดขึ้นเสียงเรียบ ๆ ทั้งที่ยังมองถนนตรงหน้า
วิคเตอร์หันมามองนิดหนึ่งดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและระแวง ก่อนจะถามเสียงเบา
“ไปไหน”
“ปู่กูสั่ง...” นนท์เหยียดยิ้มมุมปากกระตุกขึ้นนิด ๆ เขาหันมามองอีกฝ่ายแวบหนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงกวน ๆ
“กูไม่ได้พิศวาทมึงหรอก…อย่าคิดไปเอง” เตอร์ที่ได้ยินแบบนั้นก็เบือนหน้าหนีไปมองหน้าต่างแทน
นอกจากจะเสียใจที่ร่างถูกเผาแล้ว…ยังต้องมาทนอยู่กับคนประสาทแดกหลงตัวเองอีก
ชีวิตกูทำไมเศร้าจังวะ…
นนท์เอามือโอบเอวเตอร์แน่น ประคองออกจากแดนซ์ฟลอร์แบบไม่สนสายตาคนในผับที่เริ่มหันมามองตามแล้วกระซิบกัน“เห้ย เดี๋ยว ๆ กูยังไม่เมานะ” เตอร์เดินงง ๆ นนท์หันมามองใกล้มากจนแทบจะแตะหน้ากากเสียงทุ้มกดต่ำจนขนลุก“กูรู้… แต่กูก็จะพาเมียกูออกไปแบบนี้แหละ”“จะหึงอะไรนักวะ กูก็มากับมึงมากับกับเพื่อน” เตอร์บ่นเบา ๆ เหมือนงอน“กูก็จะหวงแบบนี้แหละ… เมียกู ไม่อยากให้ใครมองทั้งนั้น ” นนท์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูจนลมหายใจร้อน ๆ กระทบผิวเตอร์หน้าแดงเป็นมะเขือเทศ แม้พยายามไม่ยิ้มก็ยิ้มจนแก้มปริ ถูกผัวลากออกจากฟลอร์อย่างคนแพ้แต่ยอมแพ้ด้วยความเต็มใจด้านหลังน้ำใสส่งไลน์ทันที…สติ๊กเกอร์โชคดีนะเพื่อนพร้อมหน้าเจ้าเล่ห์…เตอร์เห็นตอนขึ้นรถก็ได้แต่สบถในใจ…คืนนี้กูโดนแน่…เตอร์ทำอะไรไม่ถูกเพราะเขาไม่ได้คิดว่าจะทำให้นนท์หึงขนาดนี้ ร่างสูงดันตัวเตอร์เข้าไปในรถเบาๆแล้วเขากดสตาร์ทพร้อมเปิดแอร์เย็นฉ่ำไว้รอ ก่อนที่จะเดินอ้อมเข้ามาในรถฝั่งคนขับแล้วปรับเบาะถอยออกจนสุด ก่อนจะรั้งตัวเตอร์ขึ้นมานั่งตักตัวเอง“มึงจะทำอะไรนนท์” นนท์ทำตาโตใส่เตอร์แบบกวนๆแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์“ไม่บอกแต่ขอจูบหน่อย ”นนท์ประกบริมฝีปากของเตอร์อย่างอย่าง
ไฟสีส้มสลับม่วงกระพริบเป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่เต้นรัวช่วงใกล้ปล่อยผี ตรงชั้นสองของผับกำลังวุ่นพอ ๆ กับสนามรบ พนักงานหลายคนยืนห้อยฟักทองพลาสติกสลับหัวกะโหลกเชือกผูกไฟ LED จนทั่วฝ้าเพดานเหมือนเป็นรังของซอมบี้ EDM สักตัว นนท์ยืนกอดอกพิงราวกั้น มองลงไปด้วยสายตาแบบ…ถ้าใครติดไฟผิดตำแหน่งกูจะเดินไปจัดเองแล้วนะธามเดินขึ้นบันไดมาพร้อมเสียงบันไดไม้ดังอ๊อดแอ๊ด มือถือในมือยังเปิดภาพฮาโลวีนอยู่ เขาเดินมาหยุดข้าง ๆ นนท์แบบสบาย ๆ“นี่ ตามที่คุยกันนะเว้ย โครงหัวกะโหลกต้องอยู่ฝั่ง EDM เพราะมันมีไฟสโตรบ ไม่งั้นภาพรวมจะเละ”“เออ เดี๋ยวเพิ่มธีมลอยกระทงไปด้วยเลยมั้ยวะ รวมกันไปเลย ฮาโลวีน EDM กับลอยกระทง จัดหนักไป” นนท์พยักหน้าช้า ๆ เหมือนกำลังสแกนอีกสิบจุดในหัว“เห้ย เออว่ะ เข้าท่า!”ธามหันขวับมามองทำตาโตแล้วทำหน้าเหมือนค้นพบอเมริกาใหม่อีกรอบก่อนหัวเราะฮึ ๆ“แนวจัด”ทั้งคู่ยืนกอดอกพร้อมกันเหมือนเป็นหัวหน้าฝ่ายตรวจคุณภาพผีหลุดโลก พนักงานมองแบบเกร็ง ๆ แต่ก็พยายามติดของต่อ…ระหว่างกำลังตรวจผี ธามก็ทำเสียงจริงจังขึ้นมาซะงั้น“มึง… ลูกสาวมึงเป็นไงวะ เห็นว่าเข้าโรงพยาบาล” นนท์หันไปมอง ขมวดคิ้วแน่น“ก็ไข้หวัดธร
หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่รู้ตัว ชีวิตหลังมีลูกเหมือนถูกปั่นจนวันเวลาวิ่งเร็วขึ้นครึ่งหนึ่ง เสียงหัวเราะเด็ก เสียงงอแง ไหนจะงาน ไหนจะการเลี้ยงดู เข้ามาปะปนกันจนเหนื่อยแต่สุขแบบบอกไม่ถูกวันนี้เป็นวันเข้าพรรษา อากาศร้อนอบอ้าวเล็ก ๆ แต่ลมก็ยังพอพัดช่วยให้ไม่อึดอัดนัก หน้าโบสถ์คนเดินกันแน่น เสียงแม่ค้าขายดอกไม้ เสียงเด็กวิ่ง เสียงระฆังวัดที่ดังแผ่ว ๆ อยู่ไกล ๆ ทำให้บรรยากาศดูคึกคักแบบที่เห็นแล้วรู้สึกชื่นใจนนท์อุ้มลูกชายวัยเกือบสองขวบเนตั้นขึ้นมาประคองบนสะโพก เด็กน้อยแก้มกลม ผมเส้นนิ่มยาวปิดหูเล็กน้อย ใส่เสื้อยืดลายการ์ตูนกับกางเกงขาสั้นที่เขาชอบนักหนา อยู่ในท่าเกาะคอพ่อพลางมองไปรอบ ๆ แบบตาใสเป็นพิเศษ“เดินดี ๆ นะครับตัวแสบ” นนท์ก้มลงพูดกับลูก พลางใช้มืออีกข้างลูบหัวเบา ๆอีกด้านหนึ่งของครอบครัวเล็ก ๆ นี้ เตอร์เดินนำอยู่ ข้างแขนมีพานดอกไม้ ธูปเทียนสำหรับไหว้พระครบชุด หน้าตาเขาดูสดใสกว่าปีที่ผ่านมา เหมือนความเหนื่อยล้าหลายอย่างถูกแทนที่ด้วยความสงบที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น“เร็ว ๆ มานี่ เดี๋ยวคนแน่น” เขาหันมาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ ที่มีแต่ตอนอยู่กับนนท์และลูกเท่านั้นทั้งสามเดินผ่านหน้าวั
เสียงแป้นคีย์บอร์ดดังถี่เหมือนเครื่องจักรที่กำลังเร่งรอบแปะ ๆ ไม่หยุด ทุกตัวอักษรที่ถูกพิมพ์เหมือนพุ่งออกมาปะทะอากาศหนัก ๆแสงจากหน้าจอคอมส่องเข้าหน้าของนนท์จนเห็นใต้ตาคล้ำเป็นปื้น ผมที่เคยจัดทรงเรียบร้อยตอนเช้าตอนนี้ชี้มั่วไปหมด ริมฝีปากเม้มตึง ขากระตุกอยู่ใต้โต๊ะเพราะความเครียดที่สะสมมาหลายสัปดาห์แปดเดือนแล้วหลังมีลูกแต่กลับรู้สึกว่าทุกวันมันเหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเตอร์ได้กลับไปเรียนอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงนี้จะเป็นช่วงเริ่มฝึกงานและโปรเจกต์ที่ดันประจวบเหมาะมากองพร้อมกันจนเหมือนชีวิตไม่มีปุ่มหยุดหายใจเตอร์นั่งอุ้มลูกอยู่ที่โซฟาใกล้ ๆ แค่ระยะเอื้อมถึง เขามองนนท์ด้วยสายตาเป็นห่วงจนหัวใจตัวเองอึดอัดไปหมด เด็กน้อยในอ้อมแขนเพิ่งกินนมเสร็จหน้าแดงนิด ๆ ง่วงนอนกำลังจะหลับ แต่เตอร์กลับไม่กล้าจะลุกเพราะกลัวรบกวนคนตรงนั้นที่ทำงานจนไหล่แข็งไปหมดเขาเองก็เหนื่อยเหมือนกัน…เขาก็อดนอน…เขาก็อยากได้คำถามว่า “ไหวไหม” บ้างเหมือนกัน… เตอร์คิดแต่ไม่พูดออกไป เขาไม่อยากเป็นภาระให้นนท์ในช่วงที่อีกฝ่ายเครียดจนแทบระเบิดอยู่แล้วเมื่อเด็กหลับสนิท เตอร์ก็ลุกขึ้นอย่างเบามือที่สุด เขาค่อย ๆ วางลูกลงในแปล ผ้
กลางดึกเงียบสนิทจนเหมือนมีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมเล็กข้างเตียงที่ส่องไหว ๆ ตามแรงลมแอร์อ่อน ๆ และเสียงเดียวที่ดังฝ่าเงามืดขึ้นมา“แอ้ แอ้ แอ้”เสียงร้องใส ๆ ของเจ้าตัวเล็กวัยหนึ่งเดือนดังแทรกเข้ามาในหูนนท์เหมือนเสียงไซเรนปลุกตามสัญชาตญาณ พอได้ยินแบบนั้น ร่างที่เพิ่งหลับได้ไม่ถึงสามชั่วโมงก็เหมือนถูกกดปุ่มเปิด ใช้เวลาไม่ถึงวินาที นนท์ก็กระพริบตาช้า ๆ ขึ้นมาเปลือกตาหนักราวกับมีทรายกดทับอยู่ข้างใน ทั้งร่างเหนื่อยล้าจนเหมือนถูกขโมยพลังไปครึ่งชีวิต แต่เมื่อเสียง “แอ้ แอ้” ดังขึ้นอีกคำเขาก็ถอนหายใจยาวแล้วพยายามยันแขนลุกขึ้นช้า ๆ ร่างโยกนิด ๆ เหมือนคนเมาเพราะยังไม่ตื่นเต็มที่“โอ๋ โอ๋…ลูกครับ”“พ่อเพิ่งหลับเองนะ…” เขาบ่นในคอแบบไม่มีแรงบ่นเหมือนทุกคืนที่ผ่านมาพอลุกนั่งได้ก็หันไปมองอีกฟากของเตียงก็เห็นเตอร์นอนคว่ำหน้าแนบหมอนไปซีกหนึ่ง แขนทั้งสองข้างกอดหมอนข้างไว้เหมือนเด็กน้อยหลับลึกจนไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว ผมยุ่งเล็กน้อยกระจายบนหมอน หายใจสม่ำเสมอราวกับไม่รู้เลยว่าลูกกำลังโวยอยู่ตรงนั้น“ครับ…หลับสบายเลยนะ” นนท์กระซิบหงอย ๆ ทั้งหมั่นไส้และเอ็นดูปนกันก่อนจะก้มลงหอมแก้มเตอร์เบาๆอย่างไม่คิ
เช้าวันต่อมา หลังจากทานอาหารเช้าที่บ้านของวิคเตอร์แล้ว นนท์ก็ขอพาวิคเตอร์กลับมาอยู่ที่คอนโดกับเขา ความตื่นเต้นเริ่มซาตัวลง นนท์รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้น โทรหาเพื่อนสนิท ธาม โดม นัท ผ่านวิดีโอคอล เสียงสัญญาณดังขึ้น และภาพเพื่อน ๆ ปรากฏทันที“ไอ้นนท์… มีอะไร” ธามถามด้วยน้ำเสียงตกใจ“กูมีอะไรจะประกาศ…พวกมึงจะต้องไม่เชื่อแน่”“เรื่องอะไรวะ” เสียงประสานกันของเพื่อนๆดังขึ้น“เตอร์ท้องครับเพื่อน!” นนท์ยิ้มกว้าง น้ำเสียงสั่นเพราะตื่นเต้นเพื่อนทั้งสามแทบลุกขึ้นจากเก้าอี้ โอ้โห… ความตกใจทำให้เสียงแทบดังทะลุหู“มึงบอกจะรีบหย่าไม่ใช่เหรอไอ้นนท์ ตอนนี้ติดกับเป็นพ่อตลอดชีวิตแล้วดิ!” ธามหัวเราะจนหูแทบดับ“เมื่อคืนมึงทำเด็กเหรอวะ หื้ม” โดมยิ้มแหย ๆ แอบพูดหยอก“กูบอกแล้วว่าให้ใส่ถุง!” นัทแทบตะโกนจากอีกฝั่งนนท์หน้าแดงจ๋อย มือกุมหน้า แต่เตอร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังยกมือขึ้นเท้าเอวกลางสาย“เสือก!” นนท์ด่ากลางสายแบบขำ ๆเสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งสองฝั่ง ห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเป็นกันเองหลังวางสาย นนท์เดินกลับมาหาเตอร์ทันที กอดร่างของเขาไว้จากด้านหลังแผ่นหลังเตอร์แนบชิดกับอกนนท์ ความอบอุ่นของกันและกันทำให้







![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)