Beranda / โรแมนติก / ใจไหม้รัก / 2 รักทั้งหัวใจคงไม่พอ

Share

2 รักทั้งหัวใจคงไม่พอ

Penulis: ลัลน์
last update Tanggal publikasi: 2026-02-14 02:19:31

2

รักทั้งหัวใจคงไม่พอ

แรงสะอื้นทำให้สั่นไปทั้งตัว ขณะชุดสีสวยร่วงลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง แขนขาวทิ้งลงแนบกายพยายามอย่างมากที่จะไม่ยกมันขึ้นมาปิด เรือนร่างกึ่งเปลือยจึงมีเพียงกางเกงชั้นในลายลูกไม้กับบราซิลิโคนสีเข้มกว่าผิวปกปิดจุดสำคัญ

‘งามยอมเป็นของคุณ’

ตะวันขบกรามแน่น แก่นกายของเขาร้อนผ่าวและขยายใหญ่อย่างน่าอาย หากลึกในใจยังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เขาจัดเป็นผู้ชายประเภทที่หัวใจอ่อนไหวต่อความงดงามของเรือนร่างผู้หญิง แต่คนที่สวยหยาดฟ้ามาดินที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เขาเกลียด

‘แน่ใจแล้วหรือ’

คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้ความเกลียดในใจเขามันน้อยลงหรืออย่างไร นั่นคือสิ่งที่ฟ้างามไม่แน่ใจเลย แต่เธอก็ยอมแลกทุกอย่างได้ แม้โอกาสจะมีเพียงน้อยนิด

‘ค่ะ’ 

กรามแกร่งขบเข้าด้วยกันจนขึ้นสันนูน

ที่ฟ้างามพยายามเอาตัวเองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับทุก ๆ เรื่องในชีวิตเขา ที่เธอพยายามทำมาทั้งหมดก็เพื่อสิ่งนี้สินะ ความคิดนั้นทำให้เขากำหมัดแน่น ความโกรธปะทุพลุ่งพล่านอยู่ในหัวใจจนยากที่จะบรรเทาลง

ตะวันปราดเข้าไปกระชากไหล่มนเต็มแรง แล้วร่างสวยก็ถูกดันจนชิดผนัง ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวเรียวปากบอบบางก็ถูกปากหนาครอบครองอย่างกักขฬะ

ฟ้างามรู้สึกผวาเมื่อเขาไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรง จุมพิตเร่าร้อนครานี้ราวกับจะดูดกลืนเอาวิญญาณออกไปจากร่างกายของเธอ แน่นอนว่ามันปราศจากความรัก หากเต็มไปด้วยอารมณ์โมโหและเกลียดชังผสมปนเปกันไป จนได้รสปร่าของเลือดจากปากเธอ เขาจึงคลายจูบ

เธอตัวสั่นน้ำตาซึม ท่าทางดุดันของเขาชวนให้หวั่นใจ และอยากจะถอนตัวกลับไปเสียตอนนั้น แต่คนอย่างเธอเมื่อตัดสินใจอะไรแล้วจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ

‘ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าเธอคิดผิด!’

ตะวันกดเสียงต่ำใกล้หู มือข้างหนึ่งยกเรียวขาของฟ้างามขึ้นมากอดกับเอวสอบของเขา พลางเกี่ยวเป้ากางเกงชั้นในลายลูกไม้สีหวานเพื่อแหวกทางรุกราน

หัวใจของหญิงสาวเต้นรุนแรงเหลือเกินตอนที่ตะวันจัดการปลดกางเกงออกจากเอวแล้วจับความเป็นชายที่เหยียดขยายมาจรดกับโพรงน้ำผึ้งร้อนฉ่า

‘โอ๊ย’

หลุดเสียงร้องออกมาเมื่อเขาโถมเข้ามาในกายเต็มกำลัง ความเจ็บปวดจากกลางลำตัวทำให้คนตัวบางจิกเล็บกับต้นแขนหนา พลันสะอื้นไห้น้ำตาไหล เจ็บจนแทบจะลืมหายใจเลยด้วยซ้ำ

คุณตะวันได้โปรดอย่ารุนแรงกับงามเลย...

เสียงนั้นดังอยู่ภายในใจและสุดท้ายเธอไม่กล้าพูดมันออกมา เพราะคิดว่าในเมื่อเธอเลือกให้มันเป็นแบบนี้เองก็ต้องรับทุกความเจ็บปวดให้ได้ด้วยเหมือนกัน

‘ฮึก...’

หากเสียงสะอื้นขาดห้วงนั้น เธอไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้เลย

เคยได้ยินเพื่อน ๆ พูดกันว่าครั้งแรกของผู้หญิงมักจะเจ็บมากกว่าสนุก

แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้ ยิ่งตะวันไม่ได้เล้าโลมหรือปรานีอย่างที่ผู้ชายควรปฏิบัติต่อคู่นอนที่ยังไม่เคยผ่านมือใครด้วยแล้ว ฟ้างามก็อยากจะกลั้นใจตายเสียเดี๋ยวนั้น ทุกครั้งที่เขากระแทกกระทั้นเข้ามา ทำให้รู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ

สำหรับเขา... สิ่งที่ขับเคลื่อนบทสวาทร้อนแรงคือความโกรธและความเกลียด

แต่สำหรับฟ้างาม... เธอยอมแลกทุกอย่างได้เพราะคำว่ารักคำเดียว แม้สิ่งที่ได้กลับมาคือความเจ็บปวดแสนสาหัสก็ตาม

    

เมื่อบทรักจบลง สิ่งเดียวที่เขาหลงเหลือให้ฟ้างามคือความโศกเศร้าอาดูร น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลอาบแก้มขาว หัวใจร้าวระบมพอ ๆ กับทุกส่วนของเรือนร่างที่เขาจับต้อง ในขณะที่ความหม่นหมองคืบคลานเข้ามากัดกินจิตใจอย่างเชื่องช้า

ความปรารถนาที่ปราศจากความรักไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย... ตรงกันข้าม ถ้าดูจากสายตาเขา มันยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าตะวันชิงชังเธอมากเพียงใด

‘หยุดร้อง’

เขาสั่งตัดรำคาญ ขณะจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย ก่อนเดินไปหยิบชุดเธอที่กองบนพื้นแล้วโยนมาให้ เธอกอดมันไว้พลางสะอื้นไห้จนตัวโยน แต่จะโทษใครได้ ในเมื่อเป็นฝ่ายเสนอตัวให้เขาเอง

‘สมใจแล้วสินะ’

ฟ้างามมองตามคนพูดซึ่งกำลังเดินไปนั่งโซฟา เขาดูหงุดหงิดกับการกระทำของตัวเองจนเธอรู้สึกละอายใจและอับอายอย่างที่สุด ตะวันคิดไม่ตกว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น

เธอเองก็ไม่กล้าบอกใคร... โดยเฉพาะพ่อกำนัน

‘ทีนี้ก็ว่ามา เธอต้องการอะไร ตอนนี้ฉันเล่นตามเกมเธอแล้ว’

ไม่รู้ว่าเสียงสะอื้นขาดห้วงสร้างความรำคาญใจให้เขาหรือเปล่า ฟ้างามรู้แค่เพียงตอนนี้เสียใจที่ยอมทำเรื่องน่าอายลงไป

‘งามไม่ได้ต้องการอะไร ขอแค่คุณตะวันอย่าทิ้งงาม’

แม้รู้ว่าเขาไม่รักแต่ตัวเธอเองก็ไม่เคยเข้มแข็งพอที่จะตัดใจ ยิ่งตอนนี้ผูกพันกันมากกว่าความรู้สึกทางใจ ก็ยากเหลือเกินที่จะห้ามใจไม่ให้รักเขา

‘แค่นี้?’

ฟังจบฟ้างามก็พยักหน้า จากนั้นเขาก็เงียบไปพักหนึ่ง... เงียบจนน่าใจหาย เขาทำเหมือนเธอไปสร้างปัญหาชีวิตอันใหญ่หลวงให้เขาอย่างไรอย่างนั้น แล้วเธอก็เกือบจะร้องไห้โฮเมื่อในที่สุดเขาก็พูดออกมาว่า

‘รู้ไหม ที่พูดออกมาแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้ฉันมองเธอในแง่ดีเลยนะ’

‘…’

‘ฉันรู้ว่าคนประเภทเธอน่ะ ถ้าไม่หวังผลตอบแทนที่มันโคตรคุ้ม ก็คงไม่ยอมเสียอะไรฟรี ๆ’

คนถูกสบประมาทมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนหรือต่อให้เธอยอมแลกด้วยอะไร เธอก็ไม่เคยมีความหมายในสายตาเขาเลย

‘งามต้องการแค่นั้นจริง ๆ’

‘ฉันควรมั่นใจหรือ ว่าเธอจะไม่สร้างปัญหาชีวิตให้ฉัน’

คำว่าปัญหาชีวิตเล่นเอาน้ำตาของเธอไหลลงมาอาบแก้ม

‘มองงามในแง่ดีบ้างเถอะค่ะ’

‘แล้วมีดีอะไรให้มอง’

ตะวันแสยะยิ้มสมเพช ฟ้างามกลั้นเสียงสะอื้นจนตัวโยน หัวใจดวงน้อยอ่อนแอกว่าครั้งไหน ๆ และใช่ว่าจะไม่เคยพบเจอความเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดของเธอมันไม่เคยเกิดขึ้นในฐานะคนถูกรัก

‘เอาเถอะ’ เขาตัดบท ‘ยังไงเธอก็เป็นเมียฉัน แต่ตราบใดที่เธอไม่ล้ำเส้น ฉันก็จะไม่ทอดทิ้งเธอ’

ล้ำเส้นของเขาอย่างนั้นหรือ...

แล้วเส้นกั้นของตะวันคืออะไรกันหนอ ขอแค่เขาบอกมา คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่เธอจะยอมรับ เพราะเธอจะยอมทุกอย่างเพื่อจะได้อยู่ใกล้ ๆ เขา ไม่ว่าจะในสถานะอะไรก็ตาม

 ในนาทีนั้นร่างใหญ่เดินเข้ามาหาก่อนจะควักธนบัตรหนึ่งพันบาทหนึ่งใบยัดใส่มือเรียว และคำพูดของเขาก็ราวกับเป็นสายฟ้าฟาดลงกลางใจ

‘ห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้ เพราะเมื่อไหร่ที่เธออยากเป็นมากกว่าเมียเก็บ... ฉันจะฆ่าเธอ และถ้าเธอปล่อยให้ตัวเองท้อง... ฉันจะให้คนงานไปฉุดเธอมาข่มขืน เอาให้เด็กมันไหลออกมาต่อหน้าต่อตาฉันเลย’

นั่นคือเส้นกั้นเส้นแรกของคนใจร้าย

ฟ้างามกำธนบัตรเอาไว้ สายตามองเขาเดินจากไป หัวใจของเธอมันกำลังเศร้า เพราะสิ่งที่เสียไปไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้มาเลยสักนิด

อย่าว่าแต่จะได้รักกลับมาเลย... แค่ความอ่อนโยนเพียงชั่วนาทีเขาเคยมีให้กันหรือเปล่า

แค่เมตตาให้เป็นเมียเก็บเท่านี้ก็ดีถมไป ต่อให้ไม่อยากเป็นแล้วเลือกอะไรได้บ้าง ทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอรนหาที่เอง

นับจากวันนั้นที่สถานะของฟ้างามขยับจากคนนอกสายตามาเป็นเมียเก็บ จนล่วงเลยมาจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แล้วมันก็คงไม่มีวันเปลี่ยน

เช่นเดียวกับหัวใจของเขา...

    

ขณะนี้ตะวันนิ่วหน้ามองร่างอรชรที่ค่อย ๆ ขยับลงจากเตียงอย่างไม่เข้าใจ ฟ้างามคิดจะกลับบ้านเวลานี้แต่ไม่ได้เอ่ยปากขอให้ไปส่งเหมือนทุกครั้ง ซึ่งถ้าเธอคิดว่าอยากให้เขาถามก่อน เธอคิดผิด เพราะความห่วงใยของเขาไม่ได้มีไว้สำหรับผู้หญิงอย่างเธอ 

“เดินกลับเองนะ”

น้ำเสียงนั้นเย็นชาเป็นปกติ ไม่ต่างจากแววตาไร้ความเห็นใจนั่นเลย เธอรู้ว่านอกจากตะวันจะไม่รักแล้ว เขาก็ไม่เคยคิดจะไยดี... แต่มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนาน มีแค่เธอที่ยังทน ก็ได้แต่บอกตัวเองให้ชินเสียที แต่มันก็ไม่มีสักครั้งที่จะไม่เสียใจ

“ค่ะ”

ตะวันไม่ได้พูดอะไรต่ออีก พอเห็นแบบนี้ฟ้างามก็แทบจะปล่อยโฮออกมา น้อยเนื้อต่ำใจเหลือเกิน แต่ไม่ต้องการให้เขาเวทนาจึงกลั้นน้ำตาเอาไว้แล้วกล่าวลาเขาเพียงสั้น ๆ

“ไปนะคะ”

ตะวันไม่สนใจ เขาลุกไปหยิบมาร์ลโบโร่มาจุดสูบในขณะที่เธอกำลังสวมใส่เสื้อผ้า ท่าทางเขาผ่อนคลายกว่าตอนหัวค่ำมาก คงเพราะได้ระบายอารมณ์ลงมากับเธอ และยิ่งกว่านั้น เขาได้พูดคุยกับคนที่เขาต้องการแล้ว

ทว่าในจังหวะที่ฟ้างามกำลังจะไป

“เดี๋ยวก่อน” เขาเรียก

เธอจำเป็นต้องหันไปอย่างเสียไม่ได้

ทันทีที่ได้เห็นดวงตาแดงก่ำของคนที่หันกลับมา หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะปล่อยความรู้สึกนั้นไป มันไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เขาจะให้เธอทำ 

“ช่วยห่อของขวัญให้หน่อย”

ฟ้างามถอนหายใจใบหน้างอง้ำ เขาคิดว่าเธอมีอารมณ์มานั่งประดิดประดอยมากนักหรือไง แต่พูดไปก็เท่านั้น ตะวันไม่สนอยู่ดีสิ่งที่เขาสนมีแค่ความต้องการของตัวเองเท่านั้นแหละ

“จะยืนโง่อยู่ตรงนั้นอีกนานไหม”

คนฟังกัดริมฝีปากด้านในจนเจ็บ คำก็ด่า สองคำก็ว่า เขาไม่คิดจะทำอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้แล้วหรือ เธอได้แต่ก่นด่าอยู่ในใจ แต่สองเท้าก็ก้าวเข้าไปหาเขาอยู่ดี

    

ฟ้างามรับกล่องกำมะหยี่สีดำที่ให้ทั้งความรู้สึกโก้หรูเลอค่าชนิดที่ว่าคนอย่างเธอไม่มีค่าคู่ควร ยิ่งเมื่อเปิดดูข้างในจนได้เห็นว่าเป็นเข็มกลัดเพชรรูปหงส์ ก็รู้ในทันทีว่าคนที่ตะวันจะมอบให้ต้องมีความหมายมากมายสำหรับเขา

“ห่อให้สวยที่สุด ถ้าไม่สวยฉันจะให้เธอนั่งห่อใหม่ไปจนถึงเช้า”

คนที่นั่งพับเพียบกับพื้นห้องนอนซึ่งมีกระดาษห่อของขวัญอย่างดีวางอยู่กับกรรไกร ถามตัวเองว่าทำไมต้องทำขนาดนี้ ทำไมต้องทน ทั้งหมดมันก็เพราะรัก แต่เธอรักเขาไม่ได้รักคลาริสานี่นา

“งามไม่ทำแล้วได้ไหมคะ”

เงยหน้าขึ้นพูด ไม่นานเขาก็ลุกจากโซฟาปลายเตียงแล้วขยับเข้ามาเชยคางงามมน ดวงตาคมแกร่งหรี่ลงนิดหนึ่งแล้วเอ่ยถาม 

“ทำไม”

“ที่จริงคุณควรทำเอง ถ้าคุณคิดว่ามันจะมีคุณค่าต่อจิตใจของคนรับ”

“แล้วแค่นี้เธอทำให้ฉันไม่ได้เลย ?”

“...”

ฟ้างามปัดมือเขาออกอย่างละม่อม แล้วเมินหน้าไปมองทางอื่นเพื่อยืนยันความต้องการที่จะไม่ทำ ตะวันหรี่ตามองเธอ ความไม่พอใจเริ่มแสดงออกทางแววตา

“ไหนบอกว่ารักฉันไง ทำให้ดูหน่อยสิ” 

ฟ้างามไม่รู้เขาต้องการอะไรจากเธอ มันจริงอยู่ที่เธอรักเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก คิดได้แบบนี้เธอก็หยิบของมีค่านั้นลุกขึ้นจากพื้นแล้วก็ยื่นให้เขา  

“เอาไปให้ร้านห่อให้ดีกว่านะคะ งามจะกลับแล้ว”

เขาไม่ยอมรับมันกลับไป แต่ยืนนิ่งแล้วยิ้มเยาะเธอทั้งปากทั้งตา

“เธออิจฉา” เขาตัดสิน

หัวใจเธอชาวาบ นี่สินะคือสิ่งที่เขาต้องการ อยากให้เธออิจฉา อยากทำร้ายความรู้สึกของเธอโดยตอกย้ำว่าเธอควรอยู่ตรงไหน

แล้วถ้าเธอตอบว่าอิจฉา... ก็คงถูกถากถางด้วยคำพูดเจ็บแสบ

แต่ถ้าตอบไม่ว่าไม่ใช่... นอกจากจะขัดกับความรู้สึกแล้ว เขายังจะไม่เชื่ออีกด้วย

หรือต่อให้ไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง คนชื่อฟ้างามก็ผิดเสมอในสายตาของตะวัน

“รับไปนะคะ แล้วให้งามกลับบ้าน” 

สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือเดินออกไป เธออยากปล่อยให้มันไหลออกมาแบบไม่ต้องกลัวว่า ‘น้ำตา’ ของเธอมันจะทำให้ใครหงุดหงิดใจ แต่เขาขยับเข้ามาคว้าต้นแขนของเธอไว้แทนที่จะเป็นของมีค่าในมือเธอ

“เธออิจฉาแคลร์ที่จะได้ของมีค่าชิ้นนี้จากฉัน แต่เธอไม่มีวันได้ ถูกไหม?”

ดวงตารื้นเศร้าจ้องเขาอย่างไม่เข้าใจ เมื่อไหร่เขาจะเลิกทำแบบนี้กับเธอสักที เท่าที่เป็นอยู่นี้เธอก็เจ็บจะแย่ ที่ผ่านมาเธอบอกตัวเองเสมอว่าอยู่ในสถานะอะไร ทั้งไม่เคยทำอะไรให้ตะวันปวดหัว แต่ตะวันกลับยั่วให้เธอต้องมีน้ำตาอยู่เรื่อยไป 

“งามรู้ว่างามเป็นใครและสิ่งที่งามควรได้คืออะไร”

“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะเธอเลือกมาอยู่จุดนี้เอง”

พูดอีกก็ถูกอีกนั่นแหละ... ที่เป็นแบบนี้เพราะเธอเลือกเอง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงที่เขาเลือกอย่างแม่คลาริสาคนนั้น หล่อนดีพอสำหรับเขาแล้วหรือยัง

“แต่คุณแน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมคะว่าคุณแคลร์เธอคู่ควรกับสิ่งที่คุณจะให้”

หัวคิ้วเข้มของตะวันขมวดมุ่น เขาเกลียดนักที่ถูกยอกย้อนเช่นนี้แต่แม่ตัวดีก็ไม่ยอมหยุดพูดเพราะเธอแค่ต้องการเตือนสติเขาเท่านั้น

“จะมั่นใจได้ยังไงว่าเธอจะไม่เป็นเหมือนแม่คุณ!”

“ฟ้างาม !!!” 

เขาปราดเข้ามาคว้าไหล่ทั้งสองของเธออย่างแรง ใบหน้าแดงจัดบ่งบอกว่าเขาโกรธแค่ไหน หากเขาควักเอาหัวใจเธอออกมาได้ ก็คงทำไปนานแล้ว

“งามเจ็บนะ !”

“ความอิจฉามันทำให้คำพูดสุนัข ๆ ออกมาจากปากเธอเลยหรือ ฮะ?”

เพราะโดนเปรียบเป็นสัตว์ขนาดนี้ทำให้ฟ้างามใจเย็นไม่ไหว เขาไม่ได้มีความรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว เธอเองก็เจ็บปวดได้และเสียใจเป็นเหมือนกัน

“หมาไม่หมาไม่รู้ แต่ที่รู้ตอนนี้ ใครอยากเอาอะไรให้ใคร ก็ไปทำให้กันเอง”

เธอปาของในมือกระแทกผนังเต็มแรง ตะวันมองสิ่งนั้นกระเด็นลงพื้นกลิ้งมาอยู่แทบเท้า ไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าจะกล้าทำขนาดนี้ อยากรู้ว่าเขาจะเจ็บเหมือนกันไหมเมื่อโดนทำร้ายจิตใจ

ดวงตาวาวโรจน์เปลี่ยนมาจ้องใบหน้าสวยของคนที่เขาคิดว่าภายในนั้นเน่าเฟะเสียยิ่งกว่าโคลนตม คนทำแอบสะท้านกับสายตาคู่นั้น รู้แน่ว่าภัยกำลังมาถึงตัว แม้อยากหายไปจากตรงนั้นมากแค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้

“มานี่!!!”

เขากระชากแขนบาง พาคนปากกล้าออกมาจากบ้านพักชั้นเดียวที่มีชานเรือนกว้าง ฟ้างามพยายามขืนตัวไว้อย่างสุดความสามารถ 

“ปล่อยงามนะ งามเจ็บ ว้าย!” เธอสะดุดขาตัวเองล้มแต่ก็ยังถูกเขาลากไปตามพื้นหญ้าอย่างไม่ปรานี

“คุณตะวันบ้า! ฮือ ๆๆ ปล่อย!”

คำวอนขอไม่มีค่าใด ๆ เพราะเธอทำกับของของเขาถึงขนาดนี้คงปล่อยเอาไว้ไม่ได้ เธอคิดว่าเขาจะอดทนกับคนอย่างเธอได้มากขนาดไหนกัน

“โอ๊ย!”

เหวี่ยงฟ้างามลงกับแอ่งโคลนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ซึ่งเกิดจากฝนตกหนักตอนหัวค่ำ เนื้อตัวของเธอเลอะโคลนไปครึ่งซีกและไม่เว้นแม้แต่ใบหน้า

“ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้!”

“งามไม่จำเป็นต้องขอโทษ!”

ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องเอ่ยคำนั้น ในเมื่อตะวันจงใจทำร้ายกันด้วยการสั่งให้ห่อของขวัญบ้านั่น ซ้ำยังเสียดสีด้วยคำพูดต่าง ๆ นานา ดังนั้นถ้าเขาต้องการให้มันออกมาสวยเขาก็ต้องห่อเองน่ะถูกแล้ว

แต่สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกจนได้ เมื่อตะวันปราดเข้ามาจับต้นคอบริเวณท้ายทอยของเธอแล้วออกแรงกดใบหน้าเปรอะเปื้อนลงใกล้บ่อโคลน

“กรี๊ด”

ฟ้างามหวีดร้องเพราะทั้งตกใจทั้งผวา ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยรุนแรงกับเธอแบบนี้มาก่อน หากจะพูดให้ถูกก็คือ ที่ผ่านมาเธอไม่เคยกล้าที่จะทำกับเขาแบบนั้นเหมือนกัน จึงไม่รู้เลยว่าสิ่งที่จะต้องเจอคืออะไร

“พูด!!!”

แม้จะกลัวจนตัวสั่นแต่ริมฝีปากบางก็ยังเม้มสนิท ร่างกายที่เจ็บยังไม่เจ็บเท่ากับหัวใจ ยิ่งสาเหตุของเรื่องนี้มาจากผู้หญิงที่เขารักก็ยิ่งเจ็บปวดเหลือเกิน 

ตะวันหัวเราะในลำคอเสียงดังหึ เขาเกลียดนักพวกที่ไม่สำนึกในความผิดของตัวเอง พอเขาใจดีเข้าหน่อย เธอก็คิดว่าจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบสินะ

แล้วฟ้างามจะได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด!

“คุณตะวัน อย่า...”

หญิงสาวร้องห้ามเมื่อเขาออกแรงกดมากกว่าเดิม มือเรียวจับรั้งท่อนแขนใหญ่ป้องกันไม่ให้ถูกกดจมโคลน ทั้งเนื้อทั้งตัวสั่นไปหมด ในอกเจ็บร้าวปวดลึกเพราะรู้เต็มอกว่าเขาไม่เคยเห็นใจ และเธอไม่เคยหวาดกลัวใครเท่านี้มาก่อน

“งามกลัวแล้ว ฮือ...”

“พูดออกมาสิ!”

“กรี๊ด!!!”

แทบจะสิ้นสติสัมปชัญญะเมื่อถูกแรงมหาศาลกดศีรษะลงอีก เรียวปากบางถึงกับต้องละล่ำละลักคำที่เขาต้องการจะฟังออกมา 

“งะ... งามขอโทษ... ฮึก... งามขอโทษ”

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าพรั่งพรูไม่ขาดสาย เขาทำเหมือนเธอเป็นผักปลาที่จะฆ่าจะแกงกันเมื่อไหร่ก็ได้ สภาพเธอในตอนนี้ก็สะบักสะบอมดูไม่จืดเอาเสียเลย กระนั้นคนใจร้ายไม่คิดจะปล่อยมือ เขาดึงเธอขึ้นมา แล้วเค้นเสียงเหี้ยมเกรียมกระซิบชิดใบหูว่า

“คนอย่างเธอก็เหมาะสมกับโคลนตมนี่แหละ อย่าได้คิดได้ฝันถึงหงส์เพชรชิ้นนั้นเลย!”

ที่ผ่านมาฟ้างามคิดว่าตัวเองเป็นแค่ที่ระบาย แต่ความจริงมันร้ายกว่านั้น... เพราะในสายตาของตะวัน เธอเป็นได้แค่เศษสวะน่าขยะแขยง

“ทำไมคุณถึงเกลียดงาม แล้วเพราะอะไรคุณถึงรักคุณแคลร์ขนาดนี้ บอกงามได้ไหม”

รวบรวมความกล้ากลืนน้ำตาลงคอแล้วถามเขาด้วยเสียงสะอื้น

อยากรู้เหลือเกินว่าเธอต้องทำอย่างไรเขาถึงจะยอมเปิดใจ ต้องรักเขาอีกมากแค่ไหนถึงจะเพียงพอให้มองเห็นค่ากัน เหมือนที่ตะวันมองเห็นในตัวของผู้หญิงคนนั้น

แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นคือรอยยิ้มมุมปากอย่างแสนสมเพช ซ้ำด้วยแววตาเย้ยหยันดูแคลนที่เขามองมา ทำให้ฟ้างามปวดลึกในหัวใจ ตะวันกะจะฆ่ากันให้ตายด้วยรอยยิ้มและแววตาแบบนี้เลยใช่ไหม

หากทั้งหมดนี้มันยังไม่ร้ายแรงเท่ากับถ้อยคำตัดสินที่ว่า...

“แคลร์ไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายแบบเธอ”

ตะวันปล่อยร่างบอบบางไร้เรี่ยวแรงลงกับพื้นข้างแอ่งโคลน ฟ้างามก้มหน้าร้องไห้ ปล่อยน้ำตาให้รินไหล แม้รู้ว่าร้องแทบตายเขาก็ไม่คิดใส่ใจ แต่วันนี้เธอไม่ไหวแล้วจริง ๆ

ภาพน่าเวทนานั้นท้าทายความกระด้างในหัวใจเขา แต่เขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะพ่ายแพ้ต่อมารยาผู้หญิงได้ง่าย ๆ ตะวันจึงคลี่รอยยิ้มสาแก่ใจ แล้วยอบกายลงไปจับปลายคางสวยขึ้นมา 

“จำสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เอาไว้นะ แล้วต่อไปอย่ามาลองดีอีก”

สิ่งที่เขาพูดพาให้หัวใจเธอชาไปหมด ฟ้างามรู้แล้วว่าต่อให้ทำดีขนาดไหน ทุ่มเทใจไปรักเขามากเพียงใด ก็คงไม่มีวันได้หัวใจเขากลับมา

แต่แปลกดีเหมือนกันที่ว่าแม้ตะวันจะใจร้ายสักเท่าไหร่ เหยียดหยามกันถึงเพียงไหน หัวใจดวงนี้ก็ยังเป็นของเขาไม่เปลี่ยนแปลง แม้เขาจะตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายหรือจะป้ายสีให้เป็นคนนิสัยไม่ดีที่เขาไม่มีวันรักก็ตามที

    

ฟ้างามเดินสะบักสะบอมมารอแท็กซี่ที่ศาลาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไร่ เธอนั่งตรงนั้นแค่ไม่กี่นาทีก็กลัวจนน้ำตาไหล ชะเง้อมองทางใดก็ไม่เห็นวี่แววว่าตะวันจะตามออกมา

นี่กำลังหวังอะไรอยู่...

ต้องการให้เขาเดินออกมาส่งด้วยความห่วงใยเพราะกลัวเธอจะเป็นอันตรายอย่างนั้นใช่ไหม

ทั้งที่เมื่อกี้นี้เขายืนมองเธอพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้นโคลนด้วยแววตาเฉยชา แม้ในยามที่เธออ่อนแรงล้มลงไปอีกครั้งเขาก็ยังหัวเราะสาแก่ใจ

ดีเท่าไหร่ที่เขาไม่เข้ามารังแกซ้ำ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางพาตัวเองมาถึงตรงนี้ได้หรอก 

สิ่งที่เขาทำในวันนี้ก็น่าจะทำให้เธอเลิกหวัง เลิกคิดถึงเขา... จะให้ดีก็ควรเลิกรักให้ได้... เพราะตะวันไม่เคยเป็นห่วงใครนอกจากคลาริสา

ฟ้างามคิดทบทวนพลางก้มมองสภาพเนื้อตัวแสนมอมแมมแล้วถึงกับสะอื้นแรง หากเขาสงสารกันสักนิดคงไม่ทำแบบนี้ ต่อไปคงพอกันที...

จะไม่เสนอหน้าไปให้เขารำคาญตารำคาญใจ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า มือเรียวเสลาจึงขึ้นมากุมหัวใจก่อนจะปล่อยเสียงร้องไห้ระบายความเสียใจอย่างสุดกลั้น

แป๊น ๆ !

เสียงแตรรถทำให้เธอสะดุ้ง คิดว่าน่าจะเป็นแท็กซี่ที่โทร.เรียกไว้ จึงรีบเช็ดน้ำตาแล้วหันไปมอง แต่พบว่าเป็นกระบะสีน้ำเงินกลางเก่ากลางใหม่ที่ติดโลโก้ฟาร์มโคนมศุภโชค

เธอรู้จักชายเจ้าของรถเป็นอย่างดี เขาคือปราปต์ ศุภโชค เป็นเจ้าของฟาร์มโคนม เคยเรียนด้วยกันตั้งแต่มัธยม และมากไปกว่านั้น... เขาเคยจีบเธอมาก่อน 

“งามจะไปไหนครับ”

ปราปต์ลดกระจกลงแล้วชะโงกหน้าออกมาถาม สายตาที่มองฟ้างามหวานหยาดเยิ้มเหมือนทุกครั้งที่หนุ่มหล่อเคราเข้มเคยมอง

ฟ้างามอดคิดไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าถ้าหากตะวันมองมาด้วยสายตาเช่นนี้บ้าง เธอคงจะมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว

“สวัสดีค่ะคุณปราปต์”

เธอยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม แม้จะเป็นเพื่อนกันมานานแต่ด้วยสถานะทางสังคมแล้ว ถือว่าตัวเองเป็นผู้น้อย

ถึงเขาจะดูเป็นคนมุทะลุไปหน่อยแต่ก็เป็นที่นับหน้าถือตาของคนส่วนใหญ่ เนื่องจากนายฝรั่งบิดาเขาเป็นผู้บุกเบิกตำบลนี้

ด้านปราปต์ก็รับไหว้ตามมารยาทและไม่ได้ว่าอะไร แม้จะเคยบอกไปหลายหนว่าไม่ต้องไหว้แต่สุดท้ายก็จบลงเช่นเดิม

“งามจะบอกได้ยัง ว่าจะไปไหน” 

“งามจะกลับบ้านน่ะค่ะ เรียกแท็กซี่ไว้แล้วก็เลยมารอที่นี่ คุณปราปต์ล่ะคะ ไปไหนมา”

“ปราปต์ไปคุยเรื่องจัดงานเลี้ยงเปิดฟาร์มที่บ้านนายเมธมาน่ะ”

เขาหมายถึงเมธา เพื่อนสนิทซึ่งเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยในตัวจังหวัด ซึ่งเธอก็รู้จักดีอีกเหมือนกัน อันที่จริงก็รู้จักเพื่อนในกลุ่มของเขาทุกคนนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์เมธา ครูประกายแก้ว หรือจะครูอารยาคนที่เรียบร้อยที่สุดในกลุ่ม

“ว่าแต่งามเถอะ ทำไมเนื้อตัวเปื้อนขนาดนี้ล่ะครับ”

ปราปต์อดถามไม่ได้เลย อยากรู้ว่าใครหรืออะไรเป็นสาเหตุทำให้โคลนมาเปรอะหน้าสวย ๆ แถมดวงตากลมโตคู่นั้นยังเศร้าสร้อยจนเขาใจหาย ปากบางน่าจูบก็บวมเจ่อ

ด้านฟ้างามไม่แปลกใจที่เขาถาม แสงไฟจากหลอดตะเกียบบนศาลาทำให้ใครต่อใครเห็นได้ชัดเจนว่าเนื้อตัวเธอเลอะแค่ไหน  

“พอดีงามเพิ่งกลับจากตัวเมือง แต่ตอนลงจากรถเมล์ มีรถอีกคันที่ตามมา แล้วเขาขับเร็วมาก ก็เลยเหยียบโคลนกระเด็นใส่ตัวงามน่ะค่ะ”

ได้แต่ปั้นเรื่องโกหกออกไป เพราะเรื่องราวคงบานปลายถ้าปราปต์รู้ว่าหมอหนุ่มคนกรุงผู้เป็นเจ้าของไร่พักตร์ตะวันคือต้นเหตุ

“ไอ้ตีนผีพวกนี้น่าจะโดนปรับทัศนคติ”

คนโกหกได้แต่ยิ้มแหย ๆ

“ให้ปราปต์ไปส่งไหมทางผ่านพอดี” เขาเสนอ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ งามโทรเรียกแท็กซี่ไว้แล้วค่ะ”

“งามไม่กลัวหรือครับ”

“...”

เธอพูดไม่ออก ลึกลงไปก็กลัวมากเหมือนกัน

คนขับแท็กซี่เป็นใครก็ไม่รู้ คนดีก็มี คนไม่ดีก็เยอะ หากดวงซวยเจอพวกที่คิดร้ายขึ้นมา เธออาจจะแย่ สู้ไปกับเขาซึ่งรู้จักกันมานานไม่ดีกว่าหรือ

ปราปต์ไม่รังเกียจเลยสักนิดไม่ว่าเนื้อตัวจะเปรอะเปื้อนแค่ไหน จนความคิดเธอล่องลอยไปไกล แล้วคิดว่าถ้าตะวันดีกับเธอได้สักครึ่งหนึ่งของปราปต์ เธอก็คงไม่ต้องเสียใจมากขนาดนี้

แต่ในจังหวะที่ขับรถผ่านหน้าไร่นั่นเอง ฟ้างามต้องแปลกใจเมื่อเห็นตะวันขับ ATV เลี้ยวออกมา เขามองตามรถที่เธอโดยสารด้วยสายตาที่เธอก็รู้ดีว่าเขาไม่พอใจ แต่มีเหตุอะไรที่จะไม่พอใจกันล่ะ

...ข้อนี้เธอคิดไม่ออกเลยจริง ๆ

    

ยิ่งพ่อกำนันเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมากเท่าไหร่ บุตรสาวอย่างฟ้างามก็ยิ่งถูกจับจ้องมากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียน หน้าที่การงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัว และยิ่งน่าปวดหัวเข้าไปอีกเมื่อในเช้านี้มีคนเอาเรื่องที่เห็นเธอนั่งรถกับปราปต์ในคืนก่อนมาเหน็บแนมท่านที่ตลาด

“ถามจริง คืนนั้นงามกับคุณปราปต์ไปไหนกันมา”

พ่อกำนันเอ่ยถามขณะช่วยบุตรสาวเตรียมอาหารกลางวันสำหรับไปทานที่ไร่เสาวรส คนเป็นลูกลอบถอนหายใจเบื่อหน่าย สาเหตุที่ไม่อยากให้ท่านไปตลาดก็เพราะปากชาวบ้านนี่แหละ แต่เธอห้ามได้ที่ไหน ท่านก็มีสังคมของท่าน บางทีก็ต้องไปพบปะประชาชนตามหน้าที่

“พ่อจ๋า วันนั้นงามก็เล่าไปแล้วนี่คะ” 

คืนนั้นท่านมาเคาะห้องตอนเธอไม่อยู่ถึงรู้ว่าลูกสาวไม่อยู่บ้าน แถมไม่รับสายอีกต่างหาก เพราะฟ้างามตั้งระบบสั่นเอาไว้ จึงได้เห็นคนเป็นพ่อนั่งหลับรออยู่ที่เก้าอี้โยกในห้องรับแขก

ด้วยความที่ไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจ เธอจึงโกหกว่าไปทำธุระในเมือง ที่เนื้อตัวมอมแมมก็มาจากรถคันหลังขับเร็วจนโคลนกระเซ็นใส่ ก่อนจะบังเอิญเจอปราปต์แล้วก็มาด้วยกัน

“พ่อคิดว่างามโกหกหรือคะ” เธอไม่ได้พูดเพราะไม่พอใจ แต่เลือกใช้น้ำเสียงและสีหน้าแบบคนขี้สงสัย

“ไม่หรอก” ท่านบอก

ท่านดูเป็นกังวล เพราะโดยพื้นฐานแล้วพ่อกำนันเป็นคนชอบคิดมาก ยิ่งเป็นคนของประชาชนแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ท่านแคร์คำพูดชาวบ้านมาก จนบางครั้งมันส่งผลแย่ต่อสุขภาพ

“แต่ชาวบ้านน่ะสิ พูดไปต่าง ๆ นานา”

ตั้งแต่ไหนแต่ไร ฟ้างามไม่เคยทำให้ท่านเสียใจหรือผิดหวัง งานบ้านงานเรือนไม่เคยขาดตกบกพร่อง เรื่องการเรียนนั้นก็ถือว่าเป็นเลิศ ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลยสักครั้ง ซ้ำยังเป็นเด็กมีสัมมาคารวะไปที่ไหนใครก็รักก็เอ็นดู ไม่ว่าใครก็มักชื่นชมพ่อกำนันที่อบรมเลี้ยงดูบุตรสาวมาอย่างดีแม้จะเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวก็ตาม

“พ่ออย่าไปสนคำพูดของคนพวกนั้นเลยนะคะ เราห้ามดวงตะวันไม่ให้ส่องแสงไม่ได้ยังไง เราก็ห้ามคนไม่ให้นินทาเราไม่ได้อย่างนั้นแหละค่ะ”

วูบหนึ่งผู้ชายคนนั้นก็เข้ามาในห้วงความคิดของเธอ…

ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อสองวันก่อนก็ไม่คุยกันอีกเลย แม้ตะวันจะโทร.มาบ่อย ๆ แต่เธอก็ไม่เคยรับสาย รู้ดีว่าเขาแค่จะเรียกไปทำหน้าที่ ‘เมียเก็บ’ เหมือนทุกครั้ง

ตะวันจะสนใจเธอก็แค่ในเวลาที่เขา ‘อยาก’ หรือไม่มีที่ระบายก็เท่านั้น พอสมใจแล้ว เขาก็ทำเหมือนเธอไม่มีพ่อไม่มีแม่ จะดูถูกเหยียดหยามอย่างไรหรือเมื่อไหร่ก็ได้ 

เธอสำคัญแค่ตอนที่อยู่บนเตียง...

สั้น ๆ แต่มันเจ็บ

“ไม่สบายหรือเปล่างาม”

พ่อกำนันยื่นหน้ามองบุตรสาวที่มีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเพิ่งจะสังเกตเห็นดวงตาบวมเป่งเหมือนร้องไห้มาทั้งคืน คนเป็นพ่อก็ยิ่งตกใจ

“ทำไมตาบวมอย่างนั้นล่ะ”

“งามคงนอนน้อยน่ะค่ะ”

ฟ้างามแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ พลางส่งยิ้มให้ผู้เป็นบิดา แน่นอนว่าเธอโกหกท่านอีกตามเคย เพราะคงไม่มีพ่อที่ไหนรับได้ถ้ารู้ว่าที่ลูกสาวต้องนอนร้องไห้อยู่ทุกคืน ก็เพราะผู้ชายที่ดูถูกครอบครัวตัวเอง

“เอาจริง งามไม่ต้องตื่นเช้าก็ได้นะ ข้าวปลาอาหารพ่อทำเองได้”

“ได้ยังไงคะ มันเป็นหน้าที่งาม ที่จะต้องทำให้พ่อจ๋านะคะ”

เธอบอกเสียงหวานพร้อมกับเข้าไปสวมกอดท่านอย่างออดอ้อนทำให้ท่านยิ้มกว้าง ฟ้างามเป็นคนขี้อ้อนมาแต่ไหนแต่ไร ท่านถึงได้รักและเอ็นดูเจ้าลูกคนนี้มาก ที่สำคัญ... แววตาคู่นี้ทำให้ท่านนึกถึงมารดาของเธอ ภรรยาผู้ที่เป็นรักแรก รักเดียวและไม่คิดจะให้ใครมาแทนที่นั้นได้

“งั้นก็เอาที่งามสบายใจ” 

ฟ้างามกอดท่านอย่างออดอ้อน ก่อนที่พ่อกำนันจะชี้แจงว่าจะเข้าไปทำอะไรบ้างในไร่ แล้วยังจะฝากให้ฟ้างามไปที่ร้านซ่อมอุปกรณ์การเกษตร เพื่อไปเอามอเตอร์เครื่องปั๊มน้ำที่นำไปซ่อมกลับมาให้ในช่วงบ่าย ก่อนจะแยกกันท่านก็ทิ้งท้ายบทสนทนาเช้านี้ด้วยเรื่องที่ว่า

“พ่ออยากให้งามมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งนะ ไอ้งานที่รับจาก Professorมาทำ เงินมันดีก็จริง แต่ดูแล้วมันไม่น่าจะมั่นคง สู้เป็นข้าราชการอย่างพ่อก็ไม่ได้ นี่วันก่อนพ่อเจอผอ.อนิรุจ แกว่าที่โรงเรียนแกกำลังจะเปิดสอบครูอัตราจ้าง ยังไงงามลองคิดดูหน่อยแล้วกัน”

ฟ้างามพยักหน้าแบ่งรับแบ่งสู้ แม้ไม่ได้พูดอะไรแต่ใจอยากจะเถียง ถึงงานที่ทำอยู่จะเป็นเพียงงานรับจ้างอิสระ ทว่ารายได้ก็ไม่ขี้เหร่เลย อีกอย่างมันเป็นงานที่ตรงกับสิ่งที่เล่าเรียนมา แล้วเธอก็เล็งเห็นโอกาสที่จะพัฒนาฝีมืออีกมากมาย มันคงไม่ลงท้ายที่อดตายหรอก

ทว่าอย่างไรเสีย พ่อกำนันก็อยากให้รับราชการ เพราะลูกสาวลูกชายเพื่อนท่าน ต่างก็เป็นข้าราชการกันหมด ไม่แปลกใจเลยที่กำลังมองหาที่ทางให้เรียนต่อ ป.บัณฑิตเอาไว้ให้เธอ ซึ่งฟ้างามไม่อยากทำให้ท่านผิดหวัง เลยตั้งใจจะไปลองสอบดูสักครั้ง

ได้ก็ทำ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

    

ร้านซ่อมอุปกรณ์การเกษตรอยู่ไม่ไกลจากตำบลที่ฟ้างามอาศัยเท่าไหร่ แต่ประเด็นก็คือว่า เธอต้องขับมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าไร่พักตร์ตะวันด้วยนี่สิ หัวใจมันก็นึกถึงคนที่เธอปฏิเสธสายเขาไปมากกว่าห้าครั้งในวันนี้ และถ้าตาไม่ฝาด ฟ้างามคิดว่าเมื่อกี้ขี่รถสวนกับรถยนต์ของเขาด้วย

แป๊น!

เสียงแตรรถยนต์บีบตามหลังมา ทำให้คนข้ออ่อนตกใจจนขับรถไม่เป็นเส้นตรง โชคดีที่ถนนเรียบ ไม่อย่างนั้นคงได้สลาตันลงไปนอนข้างทาง พอเหลียวไปมองเธอก็พบว่าคนขับนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน

“ขับรถประสาอะไรของคุณ”

ฟ้างามถามเสียงดังเมื่อรถคันนั้นเร่งเครื่องขึ้นมาเบียด ตะวันขับรถท่าทางสบายใจ สายตาเขามองตรงไปข้างหน้า แขนข้างหนึ่งพาดออกมานอกตัวรถและทำราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงของเธอ

“คุณหมอ!”

หญิงสาวตะโกนเสียงดังกว่าเดิมเมื่อรู้สึกว่าจะถูกรถคันใหญ่เบียดมาเรื่อย ๆ แล้วก็ต้องกรี๊ดลั่นในจังหวะที่ถูกเขาปาดหน้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใจไหม้รัก   2 รักทั้งหัวใจคงไม่พอ

    2รักทั้งหัวใจคงไม่พอแรงสะอื้นทำให้สั่นไปทั้งตัว ขณะชุดสีสวยร่วงลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง แขนขาวทิ้งลงแนบกายพยายามอย่างมากที่จะไม่ยกมันขึ้นมาปิด เรือนร่างกึ่งเปลือยจึงมีเพียงกางเกงชั้นในลายลูกไม้กับบราซิลิโคนสีเข้มกว่าผิวปกปิดจุดสำคัญ‘งามยอมเป็นของคุณ’ตะวันขบกรามแน่น แก่นกายของเขาร้อนผ่าวและขยายใหญ่อย่างน่าอาย หากลึกในใจยังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เขาจัดเป็นผู้ชายประเภทที่หัวใจอ่อนไหวต่อความงดงามของเรือนร่างผู้หญิง แต่คนที่สวยหยาดฟ้ามาดินที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เขาเกลียด‘แน่ใจแล้วหรือ’คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้ความเกลียดในใจเขามันน้อยลงหรืออย่างไร นั่นคือสิ่งที่ฟ้างามไม่แน่ใจเลย แต่เธอก็ยอมแลกทุกอย่างได้ แม้โอกาสจะมีเพียงน้อยนิด‘ค่ะ’ กรามแกร่งขบเข้าด้วยกันจนขึ้นสันนูนที่ฟ้างามพยายามเอาตัวเองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับทุก ๆ เรื่องในชีวิตเขา ที่เธอพยายามทำมาทั้งหมดก็เพื่อสิ่งนี้สินะ ความคิดนั้นทำให้เขากำหมัดแน่น ความโกรธปะทุพลุ่งพล่านอยู่ในหัวใจจนยากที่จะบรรเทาลงตะวันปราดเข้าไปกระชากไหล่มนเต็มแรง แล้วร่างสวยก็ถูกดันจนชิดผนัง ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวเรียวปากบอบบางก็ถูกปากหนาครอบครอง

  • ใจไหม้รัก   1 จุดเริ่มต้น

    1จุดเริ่มต้น“อา...”เสียงคำรามดุดันหลุดออกมาจากลำคอแกร่งในจังหวะที่ตะวันถาโถมแรงกำลังทั้งหมดเข้าสู่ร่างกายบอบบางขาวโพลน“หมอคะ งาม... เจ็บ”ฟ้างามครวญครางเสียงแหบ ดวงหน้าหวานเหยเกอย่างสุดแสนทรมาน มือทั้งสองข้างพันธนาการรั้งกับเสาหัวเตียงด้วยริบบิ้นผ้าสีแดงเข้ม เพลิงสวาทของตะวันก่อตัวขึ้นตั้งแต่หัวค่ำจนตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะหมดแรง“หมอตะวัน...”กระถดตัวหนีคนตัวใหญ่ แต่กลายเป็นว่ายิ่งใช้สองขายันที่นอนเพื่อหนีเขามากแค่ไหนมันก็เปิดทางให้เขารุกรานได้ลึกล้ำมากเท่านั้น และยิ่งส่งเสียงร้องออกไปแค่ไหนกลับได้รับความป่าเถื่อนดุดันกลับมามากเท่านั้น“พะ... พอก่อน”ร่างสวยบิดเร่าใต้กายหนา ตะวันสอดมือยกแผ่นหลังหล่อนขึ้น ขาหนักสอดรองใต้สะโพกมน สร้างท่วงท่าที่ช่วยให้เขาปฏิบัติกามกิจได้ถนัดถนี่ ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะผละออกจากเอวคอด จับปลายคางงาม บังคับให้คนตัวน้อยมองตรงมาที่เขา“ลืมตาขึ้นมองฉัน”น้ำเสียงดุดันน่ากลัวบังคับให้ฟ้างามจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเกาะวาว แววตาของเขาบ่งบอกว่าเขาอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ก็ไม่รู้วันนี้ไปเจอเรื่องอะไรมาถึงได้ระบายใส่กันไม่ยั้งแบบนี้หากย้อนเวลากลับ

  • ใจไหม้รัก   บทนำ

    บทนำฟ้างามยืนเกาะขอบหน้าต่าง เหม่อมองไปยังท้องฟ้าสีสันน่ากลัวในยามตะวันชิงพลบตรงเทือกเขาภูหลวง ท้องฟ้าสดใสถูกดวงตะวันร้อนแรงเผาไหม้จนดูคล้ายกับว่าจะไม่เหลืออะไร ก่อนที่จะมืดมิดลงไปเมื่อไร้แสงตะวันมันก็คงเหมือนชีวิตเธอก่อนหน้านี้...ความสดใสของฟ้างามผืนนี้เคยถูกแสงอาทิตย์ร้อนแรงแผดเผาจนไม่เหลือชิ้นดี ไม่ต่างจากท้องฟ้าในยามนี้เสียเท่าไหร่ คิดแล้วน้ำตาอุ่นจัดก็ไหลลงมาอาบแก้มขาว สองมือเลื่อนลงไปลูบหน้าท้องนูนป่องที่มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ข้างในลูกของเธอและเขา...ลูกของเรา...แต่เขากลับไม่ต้องการ‘อย่าสะเออะเอาไอ้เด็กเวรนี่มาเรียกร้องความเป็นพ่อจากฉัน เพราะแม่มันทำตัวอย่างกับโสเภณี คันที่ไหนก็เอาที่นั่นแบบนี้ บางทีมันอาจจะเป็นลูกของไอ้ขอทานแถวนี้ก็ได้’ถ้อยคำเหล่านั้นฟ้างามจำได้ขึ้นใจและบอกกับตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่มีวันบากหน้ากลับไปให้เขาดูแคลน แม้ใจมันจะเจ็บปวดเพราะเคยรักเขามากแค่ไหน แต่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ก็เริ่มจากการเปลี่ยนใจตัวเองหญิงสาวลูบหน้าท้องทั้งที่มีน้ำตา ก่อนจะคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่ที่ตู้เล็กข้าง ๆ ไปเก็บในครัว แต่ในจังหวะที่พาตัวเองก้าวออกไป ความรู้สึกแฉะตรงหว่างขาพาให้เธอฉ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status