INICIAR SESIÓN“...คีรู้แล้วค่ะพี่คิน”
เสียงหวานอ้อมแอ้มตอบรับในลำคอ ใบหน้าจิ้มลิ้มก้มลงต่ำจนชิดอกเพื่อหลบสายตาคมกริบที่แทบจะหลอมละลายเธอได้ทุกเมื่อ
คินจ้องมองท่าทางยอมสยบนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยอมปล่อยมือจากคางมนแล้วถอยห่างออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าในใจของชายหนุ่มกลับนึกเสียดายลึกๆ กลิ่นกายสาวหอมหวานละมุนราวกับขนมแคนดี้ที่ลอยอวลอยู่รอบตัวเธอยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ยั่วยวนอารมณ์ดิบในกายเขาให้พลุ่งพล่านได้เสมอ
ร่างสูงใหญ่เดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวเดิม ท่วงท่าสง่างามตามแบบฉบับคนเนี๊ยบกริบ เขายกแว่นสายตาขึ้นมาสวมอีกครั้ง ก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารพลิกอ่านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่
“ไปพักผ่อนเถอะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบเรื่อย สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเธออีก คีตาพยักหน้ารับเบาๆ สูดหายใจเข้าเพื่อขับไล่ความอึดอัด ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่บานประตูไม้สักปิดลง ความเงียบสงัดระลอกใหม่ก็เข้าครอบงำห้องทำงาน คินถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดาษ สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นเลื่อนมองตามทิศทางที่แผ่นหลังบางเพิ่งจะลับสายตาไป แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มจัด ดุดัน และเต็มไปด้วยความกังวล
ชายหนุ่มยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเรียกเลขาคนสนิทที่ยืนสงบนิ่งราวกับหุ่นเชิดอยู่ตรงมุมมืดของห้องให้ก้าวออกมา
“สั่งบอดี้การ์ดให้จับตาดูคุณหนูให้ดี อย่าให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว” คินสั่งเสียงเด็ดขาด
เขารู้นิสัยน้องสาวนอกไส้ของตัวเองดีที่สุด คีตาไม่ใช่เด็กที่จะยอมสยบอยู่ใต้คำสั่งใครง่ายๆ ยิ่งเขาบีบคั้นและกักขัง ความดื้อรั้นในสายเลือดของเธอก็ยิ่งจะผลักดันให้เธอหาทางโผบินออกนอกกรงขัง
ภายในห้องนอนหรูหราของคุณหนูตระกูลอัครธนกุล คีตาเดินกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนพรมผืนหนา หลังจากที่แกล้งทำเป็นเข้าห้องน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดไปลองลำลองที่ทะมัดทะแมงขึ้น เธอเดินไปแง้มผ้าม่านหน้าต่างดู ก็พบว่ามีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองนายนั่งยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องอย่างแน่นหนา
คิดจะขังคีไว้เหรอคะพี่คิน... ฝันไปเถอะ!
ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น คีตาเดินตรงไปที่หน้าต่างบานใหญ่ริมระเบียงที่เชื่อมต่อกับต้นไม้ใหญ่ข้างคฤหาสน์ มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตวัดนิ้วส่งข้อความหาซีนาย ทันที
‘ซีนาย มารับคีที่หน้าปากซอยหน่อยค่ะ คีแอบหนีออกมา’
หลังจากได้รับการตอบกลับสั้นๆ ว่ากำลังบิดมอเตอร์ไซค์มารับ คีตาก็ไม่รอช้า เธอจัดการเปิดหน้าต่างกว้างออก ค่อยๆ ก้าวขาเรียวปีนข้ามขอบหน้าต่าง อาศัยความช่ำชองที่เคยทำบ่อยๆ โหนกิ่งไม้ใหญ่แล้วโรยตัวลงสู่พื้นหญ้าด้านล่างอย่างเงียบเชียบ
หญิงสาวอาศัยเงามืดของแมกไม้หลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดมุมต่างๆ จนกระทั่งวิ่งหลุดรอดออกไปถึงหน้าปากซอยใหญ่ได้สำเร็จ และไม่นานนัก เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์คันดุดันของซีนายก็บดแต่งเข้ามาจอดเทียบ คีตารีบก้าวขึ้นซ้อนท้าย กอดเอวชายหนุ่มมาดเซอร์ผมสีเทาควันบุหรี่แน่นขณะที่รถทะยานมุ่งหน้าตรงไปยังอู่ซ่อมรถอันเป็นจุดหมาย
ในเวลาเดียวกัน... ณ ห้องทำงานใหญ่ของคิน
เสียงสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์ของเลขาหนุ่มดังขึ้น ทันทีที่เขากดรับและฟังปลายสาย สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที เขารีบก้าวเข้ามารายงานเจ้านายที่ยังคงนั่งทำงานอยู่
“ท่านประธานครับ... คุณหนูคีตาหนีไปแล้วครับ ปีนออกทางหน้าต่างห้องนอน ตอนนี้บอดี้การ์ดรายงานว่าเธอขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คันเดิมไปแล้วครับ”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชวนอึดอัด คินไม่ได้ตบโต๊ะ ไม่ได้แสดงอาการเกรี้ยวกราดแต่อย่างใด ชายหนุ่มเพียงแค่ปิดปากกาในมือลงช้าๆ ตัวตนของเขายามที่โกรธจัดมักจะนิ่งสงบจนน่ากลัว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างเงียบเชียบ จัดแจงกระดุมเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องทำงานตรงไปยังรถหรูที่จอดเตรียมพร้อมอยู่ล่วงหน้าด้านล่าง
เลขาคนสนิทเดินตามประกบฝีเท้าอย่างรู้งาน ในมือถือไอแพดเครื่องหรูที่หน้าจอกำลังแสดงภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดมุมสูง เขาส่งมันให้คินทันทีที่ชายหนุ่มก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่บนเบาะหลังของรถตู้คันใหญ่
“ระบบสตรีมมิ่งจากกล้องวงจรปิดซ่อนเร้นที่อู่ซ่อมรถพร้อมใช้งานครับท่านประธาน... สัญญาณภาพชัดเจนดี”
คินรับไอแพดมาถือไว้ ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสว่างวาบด้วยรังสีอันตรายยามจ้องมองภาพอู่ซ่อมรถดิบเถื่อนบนหน้าจอ เขาแอบส่งคนไปติดตั้งกล้องวงจรปิดระดับสายลับไว้ที่นั่นมาพักใหญ่แล้ว ตั้งแต่เริ่มระแคะระคายว่าน้องสาวตัวดื้อแอบไปคบหากับขยะสังคมคนนั้น
“ออกรถ...” คินเอ่ยสั่งเสียงเย็น “ไปดูสิว่า... ยัยตัวดีจะทำตัวดื้อรั้นได้ถึงไหน”
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์มุ่งตรงสู่มุมมืดของเมืองใหญ่ โดยที่คีตาไม่มีวันรู้เลยว่า เธอกำลังวิ่งหนีจากกรงขังหนึ่ง... เพื่อตรงไปสู่อีกกรงขังหนึ่งที่อคิราห์วางกับดักรอไว้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพบนหน้าจอไอแพดสตรีมมิ่งสดแสดงภาพภายในออฟฟิศชั้นสองของอู่ซ่อมรถอันซอมซ่อ แสงไฟสีส้มสลัวสาดกระทบร่างของหญิงสาวที่คินเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดสิบกว่าปี คีตานั่งอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวเก่า โดยมีซีนายยืนแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างขาเรียวสวย ท่าทางของทั้งคู่ดูสนิทสนมและดิบเถื่อนผิดกับกรอบระเบียบในคฤหาสน์อัครธนกุล
ชายหนุ่มมาดเซอร์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหงของคีตาอย่างจาบจ้วง มือหนาหยาบกร้านลูบไล้เข้าไปใต้สาบเสื้อลำลองของเธอ ขยำเคล้นจนเนื้อผ้าบิดเบี้ยว ขณะที่คีตาแผดเสียงครางแผ่วเบาปนเสียงหอบหายใจ มือเรียวสวยขยำเส้นผมสีเทาควันบุหรี่ของซีนายแน่น ร่างกายของเธอตอบสนองต่อสัมผัสของชายอื่นอย่างเต็มใจ
ภาพการนัวเนียและเสียงลมหายใจกระเส่าที่เล็ดลอดออกมาจากลำโพงไอแพดทำเอาสติของคินแทบขาดผึง
ก้อนเนื้อในอกซ้ายสั่นระรัวด้วยความโกรธจัดจนแทบจะระเบิด ทว่าในความกรุ่นโกรธนั้น เขากลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ร่างกายของเขากำลังสั่นสะท้านและร้อนวูบวาบไปทั่วทุกอณู ความหวงอย่างบ้าคลั่งผสมปนเปกับความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน ลมหายใจของคินติดขัด อุณหภูมิในร่างกายสูงลิ่วจนรู้สึกอึดอัดไปหมด
“แม่งเอ๊ย...”
คินสบถเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนาเอื้อมขึ้นมากระชากปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนที่เพิ่งติดเข้าที่ออกอย่างแรงจนกระดุมแทบจะหลุดกระเด็น เพื่อระบายความร้อนรุ่มและอารมณ์ดิบที่กำลังอัดแน่นจนแทบระเบิด เส้นเลือดบนขมับและหลังมือปูดโปน ชายหนุ่มกำหมัดแน่นเข้าหากันจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาวซีด ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นวาวโรจน์ไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่พร้อมจะทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า
เขาทนดูต่อไปไม่ได้อีกแล้ว...
“เร่งความเร็วเดี๋ยวนี้!!”
คินตวาดสั่งเลขาคนสนิทที่กำลังทำหน้าที่ขับรถเสียงเฉียบขาดและดุดัน ลำพังแค่คิดว่ามีชายอื่นกำลังลากไล้สัมผัสไปบนเรือนร่างหอมหวานเหมือนแคนดี้นั้น คินก็แทบจะคลั่งตายอยู่ตรงนี้
รถหรูทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ผ่าความมืดของค่ำคืนมุ่งตรงไปยังอู่ซ่อมรถทันที โดยที่อคิราห์ตั้งมั่นในใจไว้แล้วว่า... บทลงโทษของคนดื้อที่กล้าข้ามเส้นในคืนนี้ มันจะต้องทรมานและร้อนแรงจนเธอไม่มีวันลืมมัน ในเมื่อเธออยากเล่นแบบนี้เขาก็ไม่คิดจะศรัทธา
บานประตูไม้สักหนาหนักของห้องทำงานใหญ่ถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของคีตา หญิงสาวเพิ่งกลับมาจากห้างสรรพสินค้าในช่วงค่ำ หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงลักลอบเดินควงแขน ชิมขนม และหัวเราะต่อกระซิบกับซีนายคนรักของเธอ โดยมีบอดี้การ์ดของพี่ชายตามประกบทุกฝีก้าวทันทีที่ก้าวขาเข้าบ้าน เธอก็ถูกเลขาคนสนิทขอคิน เชิญตัวมาพบที่นี่ทันทีโดยไม่ทันตั้งตัวคีตาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มบึ้งตึงด้วยความดื้อรั้น แต่ก็จำใจต้องเดินตามหลังเลขาหนุ่มเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องทำงานทรงสี่เหลี่ยมกว้างขวาง อากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเข้มข้นของควันบุหรี่ราคาแพงที่ลอยกรุ่นคินนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทเนี๊ยบกริบผ่อนคลายลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งคีบบุหรี่ขึ้นสูบเบาๆ พ่นควันสีเทาหม่นออกมาทางริมฝีปากหยักลึกอย่างช้าๆ ส่วนมืออีกข้างกำลังใช้นิ้วเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้สักเป็นจังหวะ ตึก... ตึก... ตึก... อย่างสม่ำเสมอมันเป็นจังหวะที่เรียบเรื่อย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความกดดันอันเยือกเย็นจนทำให้อากาศในห้องคล้ายจะหนักอึ้งขึ้นมาทันทีคิน
ระยะห่างลดลงจนคีตาได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายความดุดันจากตัวเขา“ไอ้เด็กอู่น้ำมันเครื่องนั่นน่ะเหรอ คีตา?”“ใช่! ซีนายดีกว่าพี่คินตั้งเยอะ! เขาไม่เคยบังคับคี ไม่เคยขังคีไว้ในกรงแบบนี้!” คีตาเชิดหน้าเถียงคำไม่ตกฟาก แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความกลัวร่างสูงใหญ่ที่คืบคลานเข้ามาใกล้จนแทบชิด“หุบปาก!”เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวไม่ดังนัก แต่สะเทือนไปทั้งห้อง คินเอื้อมมือหนาเข้าหมับที่ต้นแขนเนียนละเอียดของเธอ ออกแรงบีบเบาๆ แต่แน่นหนาจนคีตาหนีไม่ได้ ชายหนุ่มก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ไปด้วยความหึงหวงที่ปิดไม่มิด“มันไม่ได้ครึ่งของฉันด้วยซ้ำ คีตา... ทั้งเรื่องเงิน ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่ง...”คินลากสายตาคมกริบลงมองริมฝีปากบางจิ้มลิ้มที่กำลังสั่นระริก ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับเธออย่างมีความหมายลึกซึ้ง“...เรื่องบนเตียง”“พี่คิน! คนบ้า! ปล่อยคีนะ!”ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอายกับคำพูดคุกคามอย่างตรงไปตรงมาขอ
บานประตูห้องนอนใหญ่ปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวของ คิน อคิราห์ ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบด้วยความเครียดและแรงอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายใน เขาเหนื่อยหนายกับการต้องสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบทุกครั้งที่อยู่ใกล้คุณหนูจอมดื้อคินก้มลงมองกางเกงสแลกเนื้อดีของตัวเองที่บัดนี้มันโป่งนูนและแข็งขืนดันเนื้อผ้าออกมาอย่างเด่นชัด ความต้องการอันพลุ่งพล่านไม่มีท่าทีจะยอมลดละลงง่ายๆ มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นตามภาพจำที่ติดตาชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความค้างคา พาตัวเองก้าวเข้าไปในห้องน้ำหรูหราตกแต่งสีดำทึบ เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่หลุดลุ่ยออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำสมส่วน แผงอกกว้างและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามลอนสวย คินเปิดวาล์วปล่อยให้สายน้ำเย็นจัดจากฝักบัวเรนชาวเวอร์ไหลทะลักลงมารดรินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หวังจะใช้ความเย็นยะเยือกของมันช่วยดับไฟสวาทที่กำลังแผดเผาอยู่ข้างในทว่า... ยามที่เปลือกตาคมปิดลง ภาพเมื่อครู่กลับย้อนคืนมาเด่นชัดในมโนสำนึก ผิวเนื้อนุ่มหยุ่นที่บดเบียดซุกไซ้ กลิ่นกายหอมหวานละมุนราวกับขนมแคนดี้ที่ยังคงอบอวลติดอยู่ที่ปลายจมูก และเสียงครางอ้อมแอ้มในลำคอของน้อง
เสียงเบรกของรถหรูที่บดสนิทลงบนพื้นถนนลูกรังหน้าอู่ซ่อมรถซอมซ่อดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูรถตู้วีไอพีคันใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของ ‘คิน อคิราห์’ ชายหนุ่มยังคงมีใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสีเงินกลับดุดันและวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ ขึ้นไปยังออฟฟิศชั้นสองโดยไม่รอให้ใครเปิดทาง บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบนายกรูตามหลังประธานหนุ่มขึ้นไปทันทีปัง!เสียงประตูห้องทำงานกระจกฝ้าถูกผลักออกอย่างแรง คีตาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพี่ชายนอกไส้คินมาทันเวลาพอดี...ทันก่อนที่ซีนายจะลุกล้ำเข้าไปใต้ร่มผ้าของเธอมากไปกว่านั้น ไม่อย่างนั้นละก็... ซีนายอาจจะไม่มีลมหายใจไปแล้วก็ได้“พี่คิน...!!”เสียงหวานสั่นเครือ คีตาพยายามจะขยับตัวลงจากโต๊ะทำงานทว่าขากลับอ่อนแรง คินไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกับเธอแม้แต่คำเดียว ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าเขากลับตวัดสายตาคมกริบไปทางชายหนุ่มมาดเซอร์ที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ข้างๆ ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณสั้นๆ“พาตัวคุณหนู... กลับบ้าน…” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเลขาและบอดี้การ์ดเสียงเรียบ“ปล่
“...คีรู้แล้วค่ะพี่คิน”เสียงหวานอ้อมแอ้มตอบรับในลำคอ ใบหน้าจิ้มลิ้มก้มลงต่ำจนชิดอกเพื่อหลบสายตาคมกริบที่แทบจะหลอมละลายเธอได้ทุกเมื่อคินจ้องมองท่าทางยอมสยบนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยอมปล่อยมือจากคางมนแล้วถอยห่างออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าในใจของชายหนุ่มกลับนึกเสียดายลึกๆ กลิ่นกายสาวหอมหวานละมุนราวกับขนมแคนดี้ที่ลอยอวลอยู่รอบตัวเธอยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ยั่วยวนอารมณ์ดิบในกายเขาให้พลุ่งพล่านได้เสมอร่างสูงใหญ่เดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวเดิม ท่วงท่าสง่างามตามแบบฉบับคนเนี๊ยบกริบ เขายกแว่นสายตาขึ้นมาสวมอีกครั้ง ก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารพลิกอ่านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่“ไปพักผ่อนเถอะ”น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบเรื่อย สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเธออีก คีตาพยักหน้ารับเบาๆ สูดหายใจเข้าเพื่อขับไล่ความอึดอัด ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปอย่างรวดเร็วทันทีที่บานประตูไม้สักปิดลง ความเงียบสงัดระลอกใหม่ก็เข้าครอบงำห้องทำงาน คินถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดาษ สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นเลื่อนมองตามทิศทางที่แผ่นหลังบาง
แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมขอบฟ้าภายนอกกระจกใสของห้องทำงานประธานบริหารให้กลายเป็นสีส้มอมแดง บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษเอกสารดังขึ้นเป็นระยะ‘คิน อคิราห์ อัครธนกุล’ นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบไร้ความรู้สึก ดวงตาคมดุภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินยังคงไล่อ่านตัวเลขในรายงานธุรกิจอย่างละเอียดนิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นเข้มข้นของแอลกอฮอล์เคล้าไปกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง ยิ่งขับให้บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนยากจะเข้าใกล้เสียงเคาะประตูจังหวะสม่ำเสมอดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่เลขาคนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม“ท่านประธานครับ คุณหนูคีตากำลังกลับมาถึงแล้วครับ... ตอนนี้รถตู้กำลังเลี้ยวเข้าประตูรั้วคฤหาสน์”รายงานนั้นละเอียดลออจนดูเหมือนคนพูดมีตาสับปะรด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะคินแอบส่งบอดี้การ์ดฝีมือดีตามประกบติดน้องสาวนอกไส้ของเขาอยู่ห่างๆ ทุกฝีก้าว ไม่ว่าคีตาจะขยับตัวไปไหน เลี้ยวรถเข้าซอยใด หรือแม้กระทั่งหยุดคุยกับใคร รายงานทั้งหมดจะถูกส่งตรงเข้าเครื่องของเลขาเพื่อกรองมาถึงหูเขาภายใน







