INICIAR SESIÓNบานประตูห้องนอนใหญ่ปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวของ คิน อคิราห์ ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบด้วยความเครียดและแรงอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายใน เขาเหนื่อยหนายกับการต้องสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบทุกครั้งที่อยู่ใกล้คุณหนูจอมดื้อ
คินก้มลงมองกางเกงสแลกเนื้อดีของตัวเองที่บัดนี้มันโป่งนูนและแข็งขืนดันเนื้อผ้าออกมาอย่างเด่นชัด ความต้องการอันพลุ่งพล่านไม่มีท่าทีจะยอมลดละลงง่ายๆ มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นตามภาพจำที่ติดตา
ชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความค้างคา พาตัวเองก้าวเข้าไปในห้องน้ำหรูหราตกแต่งสีดำทึบ เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่หลุดลุ่ยออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำสมส่วน แผงอกกว้างและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามลอนสวย คินเปิดวาล์วปล่อยให้สายน้ำเย็นจัดจากฝักบัวเรนชาวเวอร์ไหลทะลักลงมารดรินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หวังจะใช้ความเย็นยะเยือกของมันช่วยดับไฟสวาทที่กำลังแผดเผาอยู่ข้างใน
ทว่า... ยามที่เปลือกตาคมปิดลง ภาพเมื่อครู่กลับย้อนคืนมาเด่นชัดในมโนสำนึก ผิวเนื้อนุ่มหยุ่นที่บดเบียดซุกไซ้ กลิ่นกายหอมหวานละมุนราวกับขนมแคนดี้ที่ยังคงอบอวลติดอยู่ที่ปลายจมูก และเสียงครางอ้อมแอ้มในลำคอของน้องสาวนอกไส้ยิ่งกลับมาหลอกหลอนจนเขาร้อนรุ่มกว่าเดิม
“คีตา...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำครางพึมพำชื่อเธอแผ่วเบาท่ามกลางเสียงสายน้ำซัดสาด มือหนาหยาบกร้านลากไล้ลงมาตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะเข้ากุมแก่นกายใหญ่โตเกินมาตรฐานที่ร้อนผ่าวและแข็งขืนจนเส้นเลือดปูดโปนรอบลำกาย คินออกแรงรูดรั้งแก่นกายของตนเองช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เร่งจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ดิบที่อัดอั้น ลมหายใจของเขาเริ่มหอบกระเส่า สะโพกสอบขยับไหวรับกับฝ่ามือของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
“อืมมม... อึก... คีตา...”
ในห้องน้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำและกลิ่นครีมอาบน้ำชายหนุ่ม มีเพียงเสียงผิวเนื้อกระทบมือและเสียงลมหายใจกระชั้นชิด คินแหงนหน้าขึ้นรับสายน้ำ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านขั้นสุด
เขารูดรั้งแก่นกายเป็นจังหวะสุดท้ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำรักสีขาวขุ่นให้ออกมาผสมปนเปไปกับสายน้ำที่ไหลลงท่อระบายน้ำไป
ชายหนุ่มยืนพิงผนังห้องน้ำ หอบหายใจโยนอย่างหมดแรง นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์... แม้จะได้รับการปลดปล่อย ทว่าตัณหาที่มีต่อคีตากลับไม่เคยลดน้อยลงเลยสักนิด
รุ่งเช้า...
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบสงบในห้องอาหารหรู คินนั่งประจำที่ตรงหัวโต๊ะยาว ในมือถือแก้วกาแฟดำกลิ่นหอมกรุ่น สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสีเงินกำลังจับจ้องและวิเคราะห์กราฟหุ้นที่กำลังเติบโตบนหน้าจอแท็บเล็ต ท่วงท่าของเขาดูเนี๊ยบและสง่างาม แต่เย็นชาดั่งเดิม ราวกับค่ำคืนอันเร่าร้อนใต้ความมืดนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ตึก... ตึก...
เสียงลากสลิปเปอร์นุ่มๆ ดังขึ้น คีตาเดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทางสะลึมสะลือ เธออยู่ในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีขาวตัวสั้นพริ้วไหว ผ้าเนื้อดีแนบไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายอย่างชัดเจน แถมสายเดี่ยวยังหลุดลุ่ยลงมาเกาะอยู่ที่ต้นแขนเนียน เผยให้เห็นเนินอกขาวอวบอิ่มและเรียวขาเพรียวสวยอย่างไม่เรียบร้อยนัก
คินตวาดสายตาดุขึ้นมองน้องสาวนอกไส้ทันที แววตาของเขาเข้มขึ้น คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเป็นปมด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
“กลับขึ้นไปเปลี่ยนชุดซะ คีตา” คินเอ่ยสั่งเสียงเรียบต่ำ ทว่าเฉียบขาด
คีตาชะงักฝีเท้า เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น ไม่ฟังคำสั่ง แขนเรียวยกขึ้นกอดอกก้มหน้าเถียงกลับข้างๆ คูๆ
“ทำไมต้องเปลี่ยนด้วยคะ? ก็แค่ลงมาทานข้าวเช้าเฉยๆ อีกอย่าง... พี่คินก็ขังคีไว้ในบ้าน ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว จะแต่งตัวยังไงมันก็เรื่องของคี”
เมื่อได้ยินคำย้อนปนประชด คินค่อยๆ ละสายตาจากกราฟหุ้นในหน้าจอ เขาวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดัง กริ่ก เบาๆ ก่อนจะหันหน้ามาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากตวาดหรือพูดคำใดออกมาแม้แต่คำเดียว เขานั่งนิ่ง ปล่อยรังสีความกดดันอันเยือกเย็นและความเงียบเข้าคุกคาม ทว่าสายตาคู่นั้นกลับจ้องเขม็งราวกับจะแผดเผาชุดซาตินบางเบาบนร่างเธอให้ละลายหายไป
ความเงียบอันทรงพลังของอคิราห์ทำให้คีตาเริ่มใจสั่น เธอขยับตัวอย่างฮึดฮัด สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับสายตาอ่านยากคู่นั้น หญิงสาวสะบัดหน้าบึ้งตึง หมุนตัวเดินกระทืบเท้าปังๆ กลับขึ้นบันไดไปเปลี่ยนชุดตามบัญชาของเขาอย่างจำนน
คินมองตามร่างบางพลางทอดถอนใจลึก... ยัยตัวดีไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด ชายหนุ่มหวงเธอจนแทบคลั่ง ที่สั่งให้เปลี่ยนเพราะไม่อยากให้บอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วบ้านได้มีโอกาสมองเรือนร่างอันน่าหลงใหลนี้ รวมไปถึงเลขาหนุ่มคนสนิทที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ข้างๆ ตัวเขาในตอนนี้ด้วย
ร่างกายของคีตาเป็นสิ่งต้องห้ามที่มีสิทธิ์มองและครอบครองได้เพียงอคิราห์คนเดียวเท่านั้น
ไม่นานนัก คีตาก็ดังลงมาอีกครั้ง คราวนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพริ้วๆ กับกางเกงขาสั้น แม้จะดูเรียบร้อยขึ้น แต่เสื้อยืดคอกว้างที่ทิ้งตัวลงยามขยับกาย และกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋ที่อวดขาอ่อนเนียนละเอียดก็ยังคงความเซ็กซี่ขยี้ใจตามสไตล์ที่เธอชอบอยู่ดี
หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างประชดประชัน เธอคว้าขนมปังและจิบกาแฟส้มของตัวเองอย่างเงียบๆ ไม่ยอมสบตากับพี่ชาย
คินเหลือบมองความดื้อดึงชวนมันเขี้ยวนั้นเพียงครู่ ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบการ์ดสีดำเงาวาวราคามหาศาลใบหนึ่งออกมา แล้วโยนมันลงบนโต๊ะอาหารข้างจานของเธอเบาๆ
ฟึ่บ
“เอาไปซะ” คินเอ่ยเสียงเรียบ สายตากลับไปจับจ้องที่หน้าจอแท็บเล็ตตามเดิม
“วันนี้ให้เลขาพาเธอออกไปซื้อชุดราตรีตัวใหม่ สำหรับงานเลี้ยงเปิดตัวคู่หมั้นของเธอ... ในคืนนี้”
คำสั่งที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเผด็จการส่งผลให้มือนุ่มที่กำลังจะหยิบขนมปังเข้าปากชะงักกึก คีตาเบิกตากว้าง จ้องมองการ์ดสีดำสลักอักษรสีทองหรูหราตรงหน้า สลับกับใบหน้าเนี๊ยบเฉยของพี่ชายชายนอกไส้
ความเงียบเกาะกุมห้องอาหารอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันเต็มไปด้วยกระแสไฟแห่งความขัดแย้งที่พร้อมจะปะทุ
“งานเลี้ยงเปิดตัว... คู่หมั้น?”
คีตาทวนคำเสียงแผ่ว ก่อนที่ความตกใจจะแปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาล หญิงสาวกระแทกแก้วกาแฟส้มลงบนโต๊ะจนน้ำสีส้มกระฉอกออกมาเลอะพื้นผิวหินอ่อน เธอผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกโกรธและอัดอั้น
“คีไม่แต่ง! แล้วก็ไม่หมั้นกับนายธันอะไรนั่นด้วย! พี่คินกับคุณพ่อคุณแม่มัดมือชกคีชัดๆ คีมีคนที่คีรักอยู่แล้ว พี่คินก็รู้!”
คำว่า ‘คนที่คีรัก’ ทำให้อุณหภูมิในห้องอาหารดิ่งวูบลงทันตาเห็น บรรยากาศรอบตัวของ คิน อคิราห์ แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนเลขาหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา ชายหนุ่มวางแท็บเล็ตในมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะถอดแว่นสายตากรอบเงินออก วางมันลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่ง... แต่น่ากลัวจับใจ
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสามชิ้นเต็มยศลุกขึ้นยืน ความสูงสง่าและแผงอกกำยำข่มขวัญคนตัวเล็กฝั่งตรงข้ามจนคีตาเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว คินขยับกายก้าวเดินอ้อมโต๊ะอาหารยาวตรงมาหาเธออย่างเชื่องช้า แต่ทว่ามั่นคง ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
“คนที่เธอรัก?”
คินทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก เขายืนประจันหน้ากับเธอ
บานประตูไม้สักหนาหนักของห้องทำงานใหญ่ถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของคีตา หญิงสาวเพิ่งกลับมาจากห้างสรรพสินค้าในช่วงค่ำ หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงลักลอบเดินควงแขน ชิมขนม และหัวเราะต่อกระซิบกับซีนายคนรักของเธอ โดยมีบอดี้การ์ดของพี่ชายตามประกบทุกฝีก้าวทันทีที่ก้าวขาเข้าบ้าน เธอก็ถูกเลขาคนสนิทขอคิน เชิญตัวมาพบที่นี่ทันทีโดยไม่ทันตั้งตัวคีตาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มบึ้งตึงด้วยความดื้อรั้น แต่ก็จำใจต้องเดินตามหลังเลขาหนุ่มเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องทำงานทรงสี่เหลี่ยมกว้างขวาง อากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเข้มข้นของควันบุหรี่ราคาแพงที่ลอยกรุ่นคินนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทเนี๊ยบกริบผ่อนคลายลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งคีบบุหรี่ขึ้นสูบเบาๆ พ่นควันสีเทาหม่นออกมาทางริมฝีปากหยักลึกอย่างช้าๆ ส่วนมืออีกข้างกำลังใช้นิ้วเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้สักเป็นจังหวะ ตึก... ตึก... ตึก... อย่างสม่ำเสมอมันเป็นจังหวะที่เรียบเรื่อย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความกดดันอันเยือกเย็นจนทำให้อากาศในห้องคล้ายจะหนักอึ้งขึ้นมาทันทีคิน
ระยะห่างลดลงจนคีตาได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายความดุดันจากตัวเขา“ไอ้เด็กอู่น้ำมันเครื่องนั่นน่ะเหรอ คีตา?”“ใช่! ซีนายดีกว่าพี่คินตั้งเยอะ! เขาไม่เคยบังคับคี ไม่เคยขังคีไว้ในกรงแบบนี้!” คีตาเชิดหน้าเถียงคำไม่ตกฟาก แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความกลัวร่างสูงใหญ่ที่คืบคลานเข้ามาใกล้จนแทบชิด“หุบปาก!”เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวไม่ดังนัก แต่สะเทือนไปทั้งห้อง คินเอื้อมมือหนาเข้าหมับที่ต้นแขนเนียนละเอียดของเธอ ออกแรงบีบเบาๆ แต่แน่นหนาจนคีตาหนีไม่ได้ ชายหนุ่มก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ไปด้วยความหึงหวงที่ปิดไม่มิด“มันไม่ได้ครึ่งของฉันด้วยซ้ำ คีตา... ทั้งเรื่องเงิน ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่ง...”คินลากสายตาคมกริบลงมองริมฝีปากบางจิ้มลิ้มที่กำลังสั่นระริก ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับเธออย่างมีความหมายลึกซึ้ง“...เรื่องบนเตียง”“พี่คิน! คนบ้า! ปล่อยคีนะ!”ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอายกับคำพูดคุกคามอย่างตรงไปตรงมาขอ
บานประตูห้องนอนใหญ่ปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวของ คิน อคิราห์ ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบด้วยความเครียดและแรงอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายใน เขาเหนื่อยหนายกับการต้องสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบทุกครั้งที่อยู่ใกล้คุณหนูจอมดื้อคินก้มลงมองกางเกงสแลกเนื้อดีของตัวเองที่บัดนี้มันโป่งนูนและแข็งขืนดันเนื้อผ้าออกมาอย่างเด่นชัด ความต้องการอันพลุ่งพล่านไม่มีท่าทีจะยอมลดละลงง่ายๆ มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นตามภาพจำที่ติดตาชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความค้างคา พาตัวเองก้าวเข้าไปในห้องน้ำหรูหราตกแต่งสีดำทึบ เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่หลุดลุ่ยออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำสมส่วน แผงอกกว้างและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามลอนสวย คินเปิดวาล์วปล่อยให้สายน้ำเย็นจัดจากฝักบัวเรนชาวเวอร์ไหลทะลักลงมารดรินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หวังจะใช้ความเย็นยะเยือกของมันช่วยดับไฟสวาทที่กำลังแผดเผาอยู่ข้างในทว่า... ยามที่เปลือกตาคมปิดลง ภาพเมื่อครู่กลับย้อนคืนมาเด่นชัดในมโนสำนึก ผิวเนื้อนุ่มหยุ่นที่บดเบียดซุกไซ้ กลิ่นกายหอมหวานละมุนราวกับขนมแคนดี้ที่ยังคงอบอวลติดอยู่ที่ปลายจมูก และเสียงครางอ้อมแอ้มในลำคอของน้อง
เสียงเบรกของรถหรูที่บดสนิทลงบนพื้นถนนลูกรังหน้าอู่ซ่อมรถซอมซ่อดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูรถตู้วีไอพีคันใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของ ‘คิน อคิราห์’ ชายหนุ่มยังคงมีใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสีเงินกลับดุดันและวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ ขึ้นไปยังออฟฟิศชั้นสองโดยไม่รอให้ใครเปิดทาง บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบนายกรูตามหลังประธานหนุ่มขึ้นไปทันทีปัง!เสียงประตูห้องทำงานกระจกฝ้าถูกผลักออกอย่างแรง คีตาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพี่ชายนอกไส้คินมาทันเวลาพอดี...ทันก่อนที่ซีนายจะลุกล้ำเข้าไปใต้ร่มผ้าของเธอมากไปกว่านั้น ไม่อย่างนั้นละก็... ซีนายอาจจะไม่มีลมหายใจไปแล้วก็ได้“พี่คิน...!!”เสียงหวานสั่นเครือ คีตาพยายามจะขยับตัวลงจากโต๊ะทำงานทว่าขากลับอ่อนแรง คินไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกับเธอแม้แต่คำเดียว ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าเขากลับตวัดสายตาคมกริบไปทางชายหนุ่มมาดเซอร์ที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ข้างๆ ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณสั้นๆ“พาตัวคุณหนู... กลับบ้าน…” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเลขาและบอดี้การ์ดเสียงเรียบ“ปล่
“...คีรู้แล้วค่ะพี่คิน”เสียงหวานอ้อมแอ้มตอบรับในลำคอ ใบหน้าจิ้มลิ้มก้มลงต่ำจนชิดอกเพื่อหลบสายตาคมกริบที่แทบจะหลอมละลายเธอได้ทุกเมื่อคินจ้องมองท่าทางยอมสยบนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยอมปล่อยมือจากคางมนแล้วถอยห่างออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าในใจของชายหนุ่มกลับนึกเสียดายลึกๆ กลิ่นกายสาวหอมหวานละมุนราวกับขนมแคนดี้ที่ลอยอวลอยู่รอบตัวเธอยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ยั่วยวนอารมณ์ดิบในกายเขาให้พลุ่งพล่านได้เสมอร่างสูงใหญ่เดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวเดิม ท่วงท่าสง่างามตามแบบฉบับคนเนี๊ยบกริบ เขายกแว่นสายตาขึ้นมาสวมอีกครั้ง ก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารพลิกอ่านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่“ไปพักผ่อนเถอะ”น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบเรื่อย สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเธออีก คีตาพยักหน้ารับเบาๆ สูดหายใจเข้าเพื่อขับไล่ความอึดอัด ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปอย่างรวดเร็วทันทีที่บานประตูไม้สักปิดลง ความเงียบสงัดระลอกใหม่ก็เข้าครอบงำห้องทำงาน คินถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดาษ สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นเลื่อนมองตามทิศทางที่แผ่นหลังบาง
แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมขอบฟ้าภายนอกกระจกใสของห้องทำงานประธานบริหารให้กลายเป็นสีส้มอมแดง บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษเอกสารดังขึ้นเป็นระยะ‘คิน อคิราห์ อัครธนกุล’ นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบไร้ความรู้สึก ดวงตาคมดุภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินยังคงไล่อ่านตัวเลขในรายงานธุรกิจอย่างละเอียดนิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นเข้มข้นของแอลกอฮอล์เคล้าไปกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง ยิ่งขับให้บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนยากจะเข้าใกล้เสียงเคาะประตูจังหวะสม่ำเสมอดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่เลขาคนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม“ท่านประธานครับ คุณหนูคีตากำลังกลับมาถึงแล้วครับ... ตอนนี้รถตู้กำลังเลี้ยวเข้าประตูรั้วคฤหาสน์”รายงานนั้นละเอียดลออจนดูเหมือนคนพูดมีตาสับปะรด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะคินแอบส่งบอดี้การ์ดฝีมือดีตามประกบติดน้องสาวนอกไส้ของเขาอยู่ห่างๆ ทุกฝีก้าว ไม่ว่าคีตาจะขยับตัวไปไหน เลี้ยวรถเข้าซอยใด หรือแม้กระทั่งหยุดคุยกับใคร รายงานทั้งหมดจะถูกส่งตรงเข้าเครื่องของเลขาเพื่อกรองมาถึงหูเขาภายใน







