INICIAR SESIÓNเสียงเบรกของรถหรูที่บดสนิทลงบนพื้นถนนลูกรังหน้าอู่ซ่อมรถซอมซ่อดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูรถตู้วีไอพีคันใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของ ‘คิน อคิราห์’ ชายหนุ่มยังคงมีใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสีเงินกลับดุดันและวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิต
ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ ขึ้นไปยังออฟฟิศชั้นสองโดยไม่รอให้ใครเปิดทาง บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบนายกรูตามหลังประธานหนุ่มขึ้นไปทันที
ปัง!
เสียงประตูห้องทำงานกระจกฝ้าถูกผลักออกอย่างแรง คีตาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพี่ชายนอกไส้
คินมาทันเวลาพอดี...
ทันก่อนที่ซีนายจะลุกล้ำเข้าไปใต้ร่มผ้าของเธอมากไปกว่านั้น ไม่อย่างนั้นละก็... ซีนายอาจจะไม่มีลมหายใจไปแล้วก็ได้
“พี่คิน...!!”
เสียงหวานสั่นเครือ คีตาพยายามจะขยับตัวลงจากโต๊ะทำงานทว่าขากลับอ่อนแรง คินไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกับเธอแม้แต่คำเดียว ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าเขากลับตวัดสายตาคมกริบไปทางชายหนุ่มมาดเซอร์ที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ข้างๆ ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณสั้นๆ
“พาตัวคุณหนู... กลับบ้าน…” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเลขาและบอดี้การ์ดเสียงเรียบ
“ปล่อยนะ! พี่คิน! ปล่อยคี!”
คีตาร้องลั่นเมื่อบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองนายก้าวเข้ามาล็อคแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นตามคำสั่ง ชายหนุ่มร่างใหญ่ออกแรงลากคุณหนูตัวน้อยที่พยายามดิ้นรนขัดขืนให้เดินตามหลังคินลงมาจากชั้นสอง
ซีนายทำท่าจะขยับเข้ามาช่วย แต่เจอกระบอกปืนสีดำทมิฬของบอดี้การ์ดอีกกลุ่มจ่อหน้าอกไว้จนต้องยอมถอยหลังหน้าซีด
คีตาถูกลากขึ้นมาบนรถหรู ร่างบางถูกผลักให้นั่งลงบนเบาะหลังตัวใหญ่ โดยมีร่างสูงสง่าของคินก้าวตามมานั่งลงข้างๆ ทันทีที่ประตูปิดล็อก ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าครอบงำ
คินยังคงนั่งหลังตรง ใบหน้าเรียบเฉยสายตามองตรงไปข้างหน้า ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับแผ่ความกดดันจนคีตารู้สึกหายใจไม่ออก
รถหรูทะยานออกไปบนท้องถนน คีตาที่ทั้งโกรธทั้งกลัวเม้มปากแน่นก่อนจะตวาดใส่คนข้างกายเพื่อกลบเกลื่อนความขวัญเสีย
“พี่คินทำเกินไปแล้วนะ! มีสิทธิ์อะไรมาสั่งคนลากคีออกมาแบบนี้ คีโตแล้วนะ จะไปไหนทำอะไรกับใครก็ได้!”
คินค่อยๆ หันใบหน้าเรียบเฉยมาหาเธอ แววตาดุดันหลังกรอบแว่นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของน้องสาวนอกไส้ ลมหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้น ชายหนุ่มโกรธจัด... โกรธจนแทบจะคลั่งที่เห็นเธอยอมให้ผู้ชายชั้นต่ำคนนั้นแตะต้องเนื้อตัวหอมหวานที่เขาเฝ้าถนอมมาเป็นปีๆ
“สิทธิ์ในฐานะพี่ชาย... หรือสิทธิ์ในฐานะคนที่จะตราหน้าว่าเธอทำตัวไร้ค่า ทำไมถึงยอมให้ผู้ชายสกปรกโลมเลียถึงขนาดนั้นล่ะ คีตา”
น้ำเสียงของเขาไม่กระโชกโฮกฮาก แต่กลับนิ่งสนิทแต่คำพูดกรีดเข้าไปในใจคนฟัง
“ถ้าพี่ไปช้ากว่านี้อีกนาทีเดียว เธอคงยอมทอดกายให้มันย่ำยีในอู่ซ่อมรถโสโครกนั่นแล้วใช่ไหม?”
“พี่คิน!”
คีตาหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจัด เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดใบหน้าเรียบเฉยนั้นสักฉาด ทว่ามือหนาของคินกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางข้างนั้นไว้ได้ทันควัน เขาออกแรงบีบจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“กล้าคิดจะตบพี่หรอ? หึ... อย่าดื้อกับพี่ คีตา... เพราะบทลงโทษของคนดื้อ เธอจะรับมันไม่ไหว”
คินกระซิบเสียงต่ำ แววตากร้าวดุดันจนคีตาต้องยอมหุบปากฉับ ด้วยความหวาดหวั่นแม้ว่าเธอจะโกรธจนอยากตบหน้าเขา แต่ก็ยังคงมีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่ จึงได้แต่นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งตึงไปตลอดทางกลับคฤหาสน์
ทันทีที่ถึงบ้าน คินลากร่างบางขึ้นมาบนห้องนอนหรูของเธอโดยไม่สนใจสายตาของคนใช้ ชายหนุ่มผลักเธอลงบนเตียงกว้างกว้าง ก่อนจะหันไปล็อกประตูห้องเสียงดัง แกร๊ก แสงไฟในห้องไม่ได้ถูกเปิด มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ยิ่งทำให้บรรยากาศมืดมิดและตึงเครียด
คีตาพยายามจะลุกขึ้นหนี แต่ร่างสูงใหญ่ของคินก็ทิ้งตัวลงมาทับทาบจนเธอขยับเขยื้อนไม่ได้ แผงอกแกร่งบดเบียดเข้ากับหน้าอกนุ่มหยุ่นจนหัวใจของทั้งคู่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน คินถอดแว่นสายตาสีเงินโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความหึงหวงและต้องการครอบครองอย่างบ้าคลั่ง
“พี่คิน... จะทำอะไร... อื้อ!”
คำพูดของหญิงสาวถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักลึกของคินฉกลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มอย่างรุนแรง มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยโทสะและความหึงหวงอย่างมหาศาล
คินบดเบียดเรียวปากลงมาอย่างหนักหน่วง ขยี้จนริมฝีปากบางเริ่มขึ้นสีช้ำ มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของคีตาตรึงไว้เหนือหัว ส่วนมืออีกข้างสอดเข้าไปใต้ท้ายทอย บังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสอันหนักหน่วงและดูดดื่มนั้น
“อื้อออ...”
คีตาครางประท้วงในลำคอ ร่างกายบางสั่นสะท้านไปหมด ลิ้นร้อนของคินแทรกซึมเข้าไปในโพรงปากหวานชิมความหอมละมุนราวกับแคนดี้ที่เขาโหยหาอย่างดุดัน
สัมผัสที่รุนแรงและเร่าร้อนแบบผู้ใหญ่ทำเอาสมองของคุณหนูตัวดื้อตัวดีขาวโพลนไปหมด ความรู้สึกกลัวในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิวจนกระแสไฟแล่นพล่านไปทั่วร่าง
คินผละริมฝีปากออกช้าๆ ทว่าไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พัก หายใจหอบกระเส่าของทั้งคู่เป่ารดกันในความมืด ชายหนุ่มซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวระหงส์ กัดเม้มสร้างรอยรักสีกุหลาบเข้มเพื่อตีตราจองและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างก้าวร้าว
มือหนาที่ว่างอยู่เลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกมนและเอวบางผ่านเนื้อผ้าอย่างหนักหน่วง บดเบียดสะโพกแกร่งเข้าหาความนุ่มนวลของเธอจนคีตารู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มและตัวตนอันแข็งขืนของพี่ชายนอกไส้ที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ใต้กางเกงสแลกเนื้อดี
“จำใส่สมองเอาไว้ คีตา... ร่างกายนี้เป็นของพี่ ทุกตารางนิ้วบนตัวเธอเป็นของพี่คนเดียว และเธอไม่มีทางหนีพี่พ้น... ห้ามให้ผู้ชายหน้าไหนมันแตะต้องอีก!”
คินคำรามเสียงพร่าชิดใบหูเนียน ก่อนจะประกบจูบลงไปอีกครั้ง คราวนี้มันทั้งลึกซึ้ง ทั้งเร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ดิบที่ปิดบังไว้ไม่มิด สองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนเตียงนุ่มในความมืด คีตาครางกระเส่าอย่างหมดทางสู้ ร่างกายของเธออ่อนระทวยและยอมตอบรับสัมผัสอันจาบจ้วงของพี่ชายอย่างลืมตัว
ทว่า... ในจังหวะที่ไฟเสน่หากำลังพุ่งขึ้นสู่จุดพีค และคีตากำลังส่งเสียงครางโหยหาแกมวิงวอน คินกลับหยุดชะงักลงดื้อๆ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายหนาสั่นเทาด้วยความพยายามข่มใจอย่างถึงที่สุด เขารู้ดีว่าถ้าเดินหน้าต่อในตอนนี้ ทุกอย่างจะพังทลายลงเพราะความโกรธ...
คินค่อยๆ ผละร่างออกจากตัวเธออย่างอ้อยอิ่ง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่อย่างเชื่องช้า ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่ความเรียบเฉยเย็นชาดั่งเดิม มีเพียงนัยน์ตาคู่คมที่ยังคงทอประกายดุดันวาวโรจน์ในความมืด เขาก้มลงเก็บแว่นสายตาขึ้นมาสวม ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบต่ำ
“คืนนี้สำนึกผิดอยู่ในห้องนี้ซะ... ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด”
พูดจบ ร่างสูงใหญ่ก็หมุนตัวเดินตรงไปยังประตู เปิดออกและก้าวจากไปพร้อมเสียงล็อกประตูจากภายนอก ทิ้งให้คีตานอนหมดแรงอยู่บนเตียงกว้าง
ร่างกายของเธอร้อนรุ่ม ช่องท้องน้อยบิดมวนด้วยความต้องการที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย อารมณ์วาบหวามค้างเติ่งอยู่กลางคัน หัวใจสั่นระรัวด้วยความสับสนและตื่นตระหนกกับสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่... สัมผัสของอคิราห์ที่ฝังลึกจนเธอไม่สามารถลบมันออกไปจากหัวได้อีกเลย
บานประตูไม้สักหนาหนักของห้องทำงานใหญ่ถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของคีตา หญิงสาวเพิ่งกลับมาจากห้างสรรพสินค้าในช่วงค่ำ หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงลักลอบเดินควงแขน ชิมขนม และหัวเราะต่อกระซิบกับซีนายคนรักของเธอ โดยมีบอดี้การ์ดของพี่ชายตามประกบทุกฝีก้าวทันทีที่ก้าวขาเข้าบ้าน เธอก็ถูกเลขาคนสนิทขอคิน เชิญตัวมาพบที่นี่ทันทีโดยไม่ทันตั้งตัวคีตาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มบึ้งตึงด้วยความดื้อรั้น แต่ก็จำใจต้องเดินตามหลังเลขาหนุ่มเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องทำงานทรงสี่เหลี่ยมกว้างขวาง อากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเข้มข้นของควันบุหรี่ราคาแพงที่ลอยกรุ่นคินนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทเนี๊ยบกริบผ่อนคลายลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งคีบบุหรี่ขึ้นสูบเบาๆ พ่นควันสีเทาหม่นออกมาทางริมฝีปากหยักลึกอย่างช้าๆ ส่วนมืออีกข้างกำลังใช้นิ้วเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้สักเป็นจังหวะ ตึก... ตึก... ตึก... อย่างสม่ำเสมอมันเป็นจังหวะที่เรียบเรื่อย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความกดดันอันเยือกเย็นจนทำให้อากาศในห้องคล้ายจะหนักอึ้งขึ้นมาทันทีคิน
ระยะห่างลดลงจนคีตาได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายความดุดันจากตัวเขา“ไอ้เด็กอู่น้ำมันเครื่องนั่นน่ะเหรอ คีตา?”“ใช่! ซีนายดีกว่าพี่คินตั้งเยอะ! เขาไม่เคยบังคับคี ไม่เคยขังคีไว้ในกรงแบบนี้!” คีตาเชิดหน้าเถียงคำไม่ตกฟาก แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความกลัวร่างสูงใหญ่ที่คืบคลานเข้ามาใกล้จนแทบชิด“หุบปาก!”เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวไม่ดังนัก แต่สะเทือนไปทั้งห้อง คินเอื้อมมือหนาเข้าหมับที่ต้นแขนเนียนละเอียดของเธอ ออกแรงบีบเบาๆ แต่แน่นหนาจนคีตาหนีไม่ได้ ชายหนุ่มก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ไปด้วยความหึงหวงที่ปิดไม่มิด“มันไม่ได้ครึ่งของฉันด้วยซ้ำ คีตา... ทั้งเรื่องเงิน ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่ง...”คินลากสายตาคมกริบลงมองริมฝีปากบางจิ้มลิ้มที่กำลังสั่นระริก ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับเธออย่างมีความหมายลึกซึ้ง“...เรื่องบนเตียง”“พี่คิน! คนบ้า! ปล่อยคีนะ!”ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอายกับคำพูดคุกคามอย่างตรงไปตรงมาขอ
บานประตูห้องนอนใหญ่ปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวของ คิน อคิราห์ ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบด้วยความเครียดและแรงอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายใน เขาเหนื่อยหนายกับการต้องสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบทุกครั้งที่อยู่ใกล้คุณหนูจอมดื้อคินก้มลงมองกางเกงสแลกเนื้อดีของตัวเองที่บัดนี้มันโป่งนูนและแข็งขืนดันเนื้อผ้าออกมาอย่างเด่นชัด ความต้องการอันพลุ่งพล่านไม่มีท่าทีจะยอมลดละลงง่ายๆ มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นตามภาพจำที่ติดตาชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความค้างคา พาตัวเองก้าวเข้าไปในห้องน้ำหรูหราตกแต่งสีดำทึบ เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่หลุดลุ่ยออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำสมส่วน แผงอกกว้างและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามลอนสวย คินเปิดวาล์วปล่อยให้สายน้ำเย็นจัดจากฝักบัวเรนชาวเวอร์ไหลทะลักลงมารดรินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หวังจะใช้ความเย็นยะเยือกของมันช่วยดับไฟสวาทที่กำลังแผดเผาอยู่ข้างในทว่า... ยามที่เปลือกตาคมปิดลง ภาพเมื่อครู่กลับย้อนคืนมาเด่นชัดในมโนสำนึก ผิวเนื้อนุ่มหยุ่นที่บดเบียดซุกไซ้ กลิ่นกายหอมหวานละมุนราวกับขนมแคนดี้ที่ยังคงอบอวลติดอยู่ที่ปลายจมูก และเสียงครางอ้อมแอ้มในลำคอของน้อง
เสียงเบรกของรถหรูที่บดสนิทลงบนพื้นถนนลูกรังหน้าอู่ซ่อมรถซอมซ่อดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูรถตู้วีไอพีคันใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของ ‘คิน อคิราห์’ ชายหนุ่มยังคงมีใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสีเงินกลับดุดันและวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ ขึ้นไปยังออฟฟิศชั้นสองโดยไม่รอให้ใครเปิดทาง บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบนายกรูตามหลังประธานหนุ่มขึ้นไปทันทีปัง!เสียงประตูห้องทำงานกระจกฝ้าถูกผลักออกอย่างแรง คีตาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพี่ชายนอกไส้คินมาทันเวลาพอดี...ทันก่อนที่ซีนายจะลุกล้ำเข้าไปใต้ร่มผ้าของเธอมากไปกว่านั้น ไม่อย่างนั้นละก็... ซีนายอาจจะไม่มีลมหายใจไปแล้วก็ได้“พี่คิน...!!”เสียงหวานสั่นเครือ คีตาพยายามจะขยับตัวลงจากโต๊ะทำงานทว่าขากลับอ่อนแรง คินไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกับเธอแม้แต่คำเดียว ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าเขากลับตวัดสายตาคมกริบไปทางชายหนุ่มมาดเซอร์ที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ข้างๆ ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณสั้นๆ“พาตัวคุณหนู... กลับบ้าน…” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเลขาและบอดี้การ์ดเสียงเรียบ“ปล่
“...คีรู้แล้วค่ะพี่คิน”เสียงหวานอ้อมแอ้มตอบรับในลำคอ ใบหน้าจิ้มลิ้มก้มลงต่ำจนชิดอกเพื่อหลบสายตาคมกริบที่แทบจะหลอมละลายเธอได้ทุกเมื่อคินจ้องมองท่าทางยอมสยบนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยอมปล่อยมือจากคางมนแล้วถอยห่างออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าในใจของชายหนุ่มกลับนึกเสียดายลึกๆ กลิ่นกายสาวหอมหวานละมุนราวกับขนมแคนดี้ที่ลอยอวลอยู่รอบตัวเธอยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ยั่วยวนอารมณ์ดิบในกายเขาให้พลุ่งพล่านได้เสมอร่างสูงใหญ่เดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวเดิม ท่วงท่าสง่างามตามแบบฉบับคนเนี๊ยบกริบ เขายกแว่นสายตาขึ้นมาสวมอีกครั้ง ก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารพลิกอ่านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่“ไปพักผ่อนเถอะ”น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบเรื่อย สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเธออีก คีตาพยักหน้ารับเบาๆ สูดหายใจเข้าเพื่อขับไล่ความอึดอัด ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปอย่างรวดเร็วทันทีที่บานประตูไม้สักปิดลง ความเงียบสงัดระลอกใหม่ก็เข้าครอบงำห้องทำงาน คินถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดาษ สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นเลื่อนมองตามทิศทางที่แผ่นหลังบาง
แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมขอบฟ้าภายนอกกระจกใสของห้องทำงานประธานบริหารให้กลายเป็นสีส้มอมแดง บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษเอกสารดังขึ้นเป็นระยะ‘คิน อคิราห์ อัครธนกุล’ นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบไร้ความรู้สึก ดวงตาคมดุภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินยังคงไล่อ่านตัวเลขในรายงานธุรกิจอย่างละเอียดนิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นเข้มข้นของแอลกอฮอล์เคล้าไปกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง ยิ่งขับให้บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนยากจะเข้าใกล้เสียงเคาะประตูจังหวะสม่ำเสมอดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่เลขาคนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม“ท่านประธานครับ คุณหนูคีตากำลังกลับมาถึงแล้วครับ... ตอนนี้รถตู้กำลังเลี้ยวเข้าประตูรั้วคฤหาสน์”รายงานนั้นละเอียดลออจนดูเหมือนคนพูดมีตาสับปะรด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะคินแอบส่งบอดี้การ์ดฝีมือดีตามประกบติดน้องสาวนอกไส้ของเขาอยู่ห่างๆ ทุกฝีก้าว ไม่ว่าคีตาจะขยับตัวไปไหน เลี้ยวรถเข้าซอยใด หรือแม้กระทั่งหยุดคุยกับใคร รายงานทั้งหมดจะถูกส่งตรงเข้าเครื่องของเลขาเพื่อกรองมาถึงหูเขาภายใน







