Share

บทที่ 9

Penulis: Duck.bell
last update Tanggal publikasi: 2026-07-13 22:30:47

Namking part

เวลาผ่านไปนานหลายนาทีฉันยังนั่งรอเฮียเคย์ตรงม้าหินอ่อนที่ได้นั่งในตอนแรกเหมือนเดิมไม่ได้ลุกไปไหนตามคำสั่งของเฮียเคย์อย่างเคร่งครัด เพราะไม่อยากดื้อลุกออกไปแล้วโดนดุภายหลัง ฉันนั่งรอเฮียเคย์ที่ได้ออกไปพบกับรุ่นน้องหน้าแถวแล้วมองเขาที่ยืนอยู่ในท่ากางขาออกมือไขว้หลังอย่างที่พี่วินัยชอบทำด้วยความเหม่อลอยเพราะเริ่มรู้สึกง่วงจากบรรยากาศตอนเย็นที่เย็นสบาย

ในขณะที่เฮียเคย์เขากำลังยืนนิ่งๆ เงียบๆ แต่สีหน้าเรียบนิ่งของเขากลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามเอาเรื่อง และใช่ค่ะฉันก็เพิ่งรู้วันนี้นี่เองว่าเฮียเคย์เขาเป็นพี่วินัยหรือที่รู้จักกันในชื่อพี่ว้ากเหมือนกันแต่ดูเหมือนว่าหน้าที่หลักของพี่วินัยตอนนี้จะเป็นรุ่นพี่ปีสามซะส่วนใหญ่ ในส่วนของปีสี่ก็แค่ทำหน้าที่คอยดูแลอยู่ห่างๆ แทน

และคนที่กำลังพูดอยู่ตอนนี้ก็คือญาติผู้พี่ของฉันอย่างเฮียจอมทัพนั่นเองที่กำลังพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดุดันอย่างน่าเกรงขามเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในช่วงปีหนึ่งให้อยู่ในกรอบและกฎที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

อย่างที่ทราบกันว่าคณะวิศวะเป็นคณะที่ขึ้นชื่อความเป็นระเบียบวินัย และขึ้นชื่อเรื่องความโหดความดุและเอาจริงเอาจังในทุกเรื่อง เพราะพวกเขามีกลุ่มพี่วินัยที่แข็งแกร่งคอยดูแลอย่างที่เห็น

ซึ่งมันแตกต่างจากคณะอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาก คณะอื่นรุ่นพี่จะออกไปทางแนวชิวๆ ไม่ค่อยเคร่งกับรุ่นน้องสักเท่าไหร่แต่ถ้าเป็นคณะวิศวะละก็ทุกอย่างต้องเป๊ะ!

"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่านั่งรอใครอยู่เหรอครับ"

พึบ!

ฉันกำลังนั่งเหม่อมองเฮียเคย์อย่างเพลิดเพลินแต่จู่ๆ ก็มีผู้ชายที่ใส่ชุดแบบเฮียเคย์เดินเข้ามาทักฉัน ก็เลยทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเขาด้วยความรู้สึกสงสัยพร้อมกับความรู้สึกอึกอักทำตัวไม่ถูกแวบหนึ่งก่อนจะตัดสินใจตอบไปตามมารยาทในที่สุด

"นั่งรอพี่ชายค่ะ" ใช่ค่ะ ฉันโกหก ฉันไม่ได้บอกความจริงว่านั่งรอคู่หมั้นตัวเองที่ยืนทำหน้านิ่งน่ากลัวอยู่หน้าแถวตรงนั้น เหตุผลเพราะฉันไม่อยากให้ใครทราบถึงความสัมพันธ์ของฉันกับเฮียเคย์ที่ถูกผูกมัดกันด้วยสถานะแบบนั้น

ฉันว่ามันน่าอายมากถ้าใครต่อใครทราบว่าฉันกับเฮียเคย์หมั้นกันเพราะผู้ใหญ่เห็นชอบแต่ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้สึกชอบของเราทั้งคู่เลยสักนิด เพราะฉะนั้นฉันเลือกถูกแล้วที่จะเหยียบเรื่องนี้ปิดให้เป็นความลับเพื่อที่จะได้ไม่ถูกเยาะเย้ยในภายหลังว่าหมั้นกันทั้งๆ ที่ไม่ได้รักกัน

"ใครเหรอครับพี่ชาย ผมรู้จักไหม" คนตัวสูงในชุดช็อปสีแดงหน้าตาเขาดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่นักแต่ก็หล่อใช้ได้แต่ดูรวมๆก็ยังดูเหมือนตัวโกงในละครหลังข่าวอยู่ดี ซึ่งเขาได้เอ่ยถามฉันด้วยสีหน้าสงสัยฉันก็เลยต้องตอบเขาอีกครั้ง

"ชื่อเคย์เดนค่ะ" ใช่ค่ะ ด้วยความที่ฉันรู้สึกหมั่นไส้เขาที่อยากรู้ว่าพี่ชายฉันคือใครฉันก็เลยตอบชื่อเฮียเคย์ออกไป เพราะส่วนหนึ่งก็คิดมาแล้วว่าถ้าหากเฮียเคย์จะให้ฉันเดินมาหาเขาที่คณะอีก ก็ให้รู้จักฉันในฐานะน้องสาวนี่แหละ

"ว้าว คนนี้เองเหรอน้องสาวเคย์เดนที่ลือกันว่าสวยมาก แต่คุณสวยมากจริงๆ นะครับ ผมคามัสครับวิศวะโยธาปีสี่" ผู้ชายที่บอกว่าตัวเองชื่อคามัสร้องขึ้นด้วยแววตาเป็นประกายอย่างตื่นเต้นตอนที่รู้ว่าฉันคือน้องสาวเฮียเคย์

อ่า สงสัยจะคิดว่าฉันเป็นยัยไคร่าแน่ๆ นี่ยัยนั่นชื่อเสียงไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเนี่ย ฮอตเป็นบ้าเลย

"อ่อค่ะ ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะแต่ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันน้ำขิงค่ะเรียนบัญชีปีสอง" ฉันถ่อมตัวกับคำชมอีกฝ่ายเสร็จก็ยืนขึ้นพร้อมแนะนำตัวตามมารยาทเช่นเดิม คนที่กำลังยืนยิ้มอ่อนๆ ให้ฉันจึงรับทราบพร้อมยื่นมือออกมาตรงหน้าของฉัน

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ" ฉันยื่นมือจับทำความรู้จักกับคนที่ชื่อคามัสเสร็จก็ปล่อยมือออกพร้อมยิ้มบางๆ ส่งกลับไปให้ ก่อนที่เจ้าของรอยยิ้มเหมือนจะชื่นชอบฉันเขาจะขอตัวเดินเข้าไปร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ด้านหลังแถวเด็กปีหนึ่ง แต่จังหวะที่เขาไปถึงไม่ถึงหนึ่งนาทีกลุ่มผู้ชายตรงนั้นก็หันมามองที่ฉันเป็นตาเดียว ซึ่งทำให้ฉันงงและทำตัวไม่ถูกมาก ไม่รู้ว่าคนชื่อคามัสเอาอะไรไปพูดในกลุ่ม ทุกคนถึงได้หันมามองฉันแบบนั้น

แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเลือกที่จะนั่งลงบนม้าหินอ่อนเหมือนเดิมแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นแทน ใช้เวลานั่งรอและเล่นโทรศัพท์ประมาณสิบห้านาทีก็มีคนเดินมาหาพร้อมกับปลายรองเท้าหยุดอยู่ตรงหน้าของฉัน ฉันก็เลยต้องเงยหน้าขึ้นไปมองว่าใครคือเจ้าของปลายรองเท้าคู่นี้

"เสร็จแล้ว" คำตอบก็คือเฮียเคย์นั่นเองที่เดินมาหาฉันพร้อมพูดคำว่าเสร็จแล้วด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่นัก แถมเขายังจ้องหน้าของฉันนิ่ง หนำซ้ำในแววตาคู่นั้นก็เต็มไปด้วยความขุ่นมัวอย่างไม่พอใจอีกด้วย

เขาไม่พอใจอะไรฉันหรือเปล่า?

"เฮียเป็นอะไรหรือเปล่า ดูเหมือนกำลังไม่พอใจเลยอะ"

"เปล่า อากาศมันร้อน" อากาศมันร้อนหรือมีใครทำให้ความร้อนในกายของเขาปะทุขึ้นมากันแน่ คนที่เก็บอาการเก่งอย่างเฮียเคย์ถึงได้ทนอากาศร้อนตอนเย็นที่แทบจะไม่ร้อนเลยไม่ได้เนี่ยนะ

แต่ก็ช่างเขาเถอะ เขาอาจจะหงุดหงิดกับอะไรสักอย่างระหว่างที่ยืนอยู่หน้าแถวก่อนหน้านี้ก็ได้

"อากาศมันอบอ้าวอะเนอะ งั้นเรารีบกลับกันเถอะค่ะขิงกลัวเฮียจะลุกเป็นไฟซะก่อน" ฉันแขวะจบก็รีบเดินนำออกมาก่อน ไม่รู้ว่าตอนนี้เฮียเคย์จะยืนทำหน้าแบบไหนที่ฉันพูดแบบนั้น แต่ฉันเล่นแขวะเขาแบบนั้นก็ต้องรีบเดินนำออกมาก่อนละกัน กลัวจะถูกเขมือบลงท้องเอาซะก่อน อีกอย่างฉันก็ต้องการเดินห่างๆ เฮียเคย์ด้วยเพราะตอนนี้นักศึกษาปีหนึ่งหลายคณะถูกปล่อยออกมาพร้อมกันแล้ว และบางคณะก็มีรุ่นพี่เดินปะปนออกมากันด้วย เดินห่างๆ กันนั่นแหละดีแล้วจะได้ปลอดภัยจากการถูกเอาไปนินทาเม้าท์มอยในภายหลัง

.

.

.

"เมื่อกี้เธอคุยอะไรกับไอ้คามัส" ทันทีที่ฉันและเฮียเคย์ขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้วและเตรียมที่จะออกรถกลับคอนโด จู่ๆ เฮียเคย์ที่กำลังถอยรถออกจากช่องจอดรถก็ถามฉันเสียงนิ่งว่าคุยอะไรกับผู้ชายที่ชื่อคามัสแถมยังชำเลืองมองมาที่มือของฉันด้วยสายตาคมเข้มอีกด้วย

ทำไมต้องมองมือฉันอย่างกับไม่ชอบใจขนาดนั้น อ่า...หรือว่าเขาเห็นที่ผู้ชายคนนั้นเดินมาทำความรู้จักกับฉัน? เขาแอบดูฉันสินะ

"อ่อ เขาแค่เข้ามาทักเฉยๆ ค่ะ ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย" ฉันตอบเฮียเคย์ที่กำลังขับรถออกจากบริเวณมหาวิทยาลัยไปตามความเป็นจริง

"วันหลังถ้ามันเข้าไปทักอีกก็ไม่ต้องคุยกับมัน" แต่ทันทีที่ได้ยินเฮียเคย์ออกคำสั่งออกมาแบบนั้น หัวคิ้วของฉันก็ขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจทันทีพร้อมกับเสียงในหัวที่มันดังว่า ทำไมต้องห้ามด้วยล่ะ

อีกอย่างถ้ามีคนเข้ามาทักทายเราต้องทักทายกลับหรือเปล่า ถ้าไม่ทักทายกลับไปมันจะดูเสียมารยาทมากเลยนะ

แต่ใดๆ ก็คือ ทำไมเฮียเคย์ต้องทำเป็นไม่พอใจและดูหงุดหงิดที่มีผู้ชายเข้ามาคุยกับฉันด้วยล่ะ หรือว่า...

"เฮียหึงเหรอที่มีผู้ชายมาคุยกับคู่หมั้นตัวเองอะ" และฉันก็แพ้เสียงในหัวอีกแล้ว เวลาที่ฉันคิดอะไรในหัวมันชอบแย่งซีนจะออกไปแสดงตัวทุกทีเลย แล้วดูสิ่งที่ถามออกไปเถอะ ฉันอยากตบปากตัวเองมากไม่น่าถามเฮียเคย์เลยว่าเขาหึงฉันเหรอ

เพราะคำตอบที่ได้ก็คงหนีไม่พ้นคำว่า...

"เปล่า ไม่ได้หึงอีกอย่างฉันจะหึงทำไม ฉันแค่กลัวเธอจะตามไม่ทันไอ้คามัสมัน ไอ้เวรนั่นมันร้าย" เห็นไหม เขาปฏิเสธแถมยังปฏิเสธหน้านิ่งอีกด้วย ถึงแม้ว่าตอนแรกจะดูเหมือนเลิ่กลั่กก็เถอะ แต่รวมๆแล้วเฮียเคย์เขาก็นิ่งจนไม่มีอะไรให้สงสัย อีกอย่างเขาไม่ได้หึงฉันนั่นแหละคือเรื่องจริง

"ร้ายยังไงเหรอคะ" ฉันเลือกที่จะตั้งคำต่อถึงแม้ว่าตัวเองจะแอบรู้สึกปวดหน่วงหัวใจก็ตาม ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะคาดหวังอะไรกับเฮียเคย์นักหนา รู้ทั้งรู้ว่าคนแบบเขาไม่คิดจะสนใจคนอย่างฉันหรอก เสี้ยวเดียวก็ไม่น่าจะมี เย็นชา หน้านิ่ง และดุขนาดนั้น

"ชอบหลอกผู้หญิงไปฟันไง"

"ฟัน? หมายถึงแทงด้วยมีดนะเหรอคะ"

"หึ ดีแล้วที่ฉันส่งคนตามไปดูเธอตอนไปผับวันนั้น แค่ฟันเธอยังไม่เข้าใจความหมายเลย" เอ้า! คนบ้านี่ นี่กำลังหลอกด่าว่าฉันโง่ฉลาดน้อยอ่อนต่อโลกควรใช้ชีวิตอยู่แค่ในบ้านอยู่ใช่ไหม ก็แล้วไอ้คำว่าฟัน มันไม่ได้หมายถึงแทงด้วยมีดหรอกเหรอ อย่างเช่นฟันดาบอะ

"เฮียอย่ามาหลอกด่าว่าขิงโง่นะ!" ฉันเสียงดังพร้อมกับตวัดสายตาจ้องเฮียเคย์เขม็งด้วยความไม่พอใจอย่างเอาเรื่อง คนบ้านี่! มีสิทธิ์อะไรมาด่าฉันว่าโง่ห้ะ

"ฉันก็ยังไม่ได้พูด มีแต่เธอคิดไปเอง" เหอะ ให้ตายสิ เขานี่มันหลอกด่าคนได้หน้าตายไม่พอยังซ้ำเติมด้วยหน้านิ่งๆ นั่นได้เจ็บแสบอีก สรุปไอ้คำว่าฟันคืออะไรกันแน่ก็ยังไม่รู้ แต่ฉันจุกไปแล้วสองกระทง

คนนิ่งๆ นี่เวลาหลอกด่าแล้วเจ็บเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ โดยเฉพาะไอ้คนข้างๆ ที่นั่งอมยิ้มบางๆ ดูเหมือนจะพอใจที่ทำให้ฉันอารมณ์ขึ้นแบบนี้

"ไม่ต้องทำหน้าเครียดหรอก เดี๋ยวสักวันเธอก็ได้รู้ความหมายของมันเอง" ดูพูดเข้าคำพูดคำจาฟังดูมีเลศนัยมากนะ แถมตอนหันมามองฉันแวบหนึ่งเมื่อกี้นัยน์ตาก็น่าสงสัยด้วย นี่เฮียเคย์กำลังจะบอกอะไรฉันอยู่เนี่ย

"ไม่รู้ ขิงไม่อยากรู้ไม่อยากทราบแล้ว" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดแค่นั้นจบก็นั่งกอดอกหันหน้าไปทางกระจกรถด้านข้างด้วยสีหน้าบึ้งตึงแทน มองวิวมองรถที่ขับแซงไปมาอย่างเงียบๆ แต่ในหัวก็ยังคิดถึงคำว่าฟันเหมือนเดิม

ฟัน? ชอบหลอกผู้หญิงไปฟัน เหอะ ช่างเรื่องฟันไปเถอะ คิดแล้วฉันก็ปวดหัว

สามสิบนาทีต่อมา...

@คอนโดอาร์โน

เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงที่ฉันนั่งรถกว่าจะกลับมาถึงคอนโดได้อย่างเรียบร้อยและปลอดภัยแต่ว่า รถติดหนักมาก ตอนนั่งอยู่บนรถฉันถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก ส่วนคนนิ่งๆ อย่างเฮียเคย์ก็ไม่แสดงอะไรออกมาทางสีหน้าเลยสักนิด เขานิ่ง เขาเงียบ เขาทำเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วเคาะพวงมาลัยรถเท่านั้น ไม่รู้ว่านั่นคือการระบายอารมณ์ในฉบับของเขาหรือเปล่า

แต่พอกลับมาถึงห้องเขาก็รีบเดินดุ่มๆ ขึ้นไปบนห้องตัวเองทันที

"รีบเดินอย่างกับรีบเข้าห้องน้ำ ปวดขี้เหรอ? แต่ก็ช่างเขาเถอะ" ฉันสงสัยและพึมพำด้วยความอยากรู้ตอนที่มองตามหลังเฮียเคย์เดินขึ้นชั้นสองจนสุดสายตา แต่สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะไม่สนใจเฮียเคย์แล้วเปิดประตูเข้าห้องนอนตัวเองที่อยู่ชั้นล่างแทน พอเดินเข้าไปในห้องสิ่งแรกที่ฉันทำเลยก็คือรีบทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างคนหมดแรง

เหนื่อย! นี่คือสิ่งเดียวที่ฉันเรียนรู้ในตอนนี้และอีกสิ่งหนึ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นตรงกระเพาะของฉันก็คือคำว่า 'หิว'

เสียงท้องร้องที่ดังประสานกันขึ้นมาทำให้ฉันที่นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงไม่ถึงห้านาทีทนนอนนิ่งๆ ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ฉันต้องลุกออกจากเตียงดึงเสื้อนักศึกษาออกจากกระโปรงแล้วใช้ยางมัดผมที่อยู่ตรงข้อมือรวบผมขึ้น จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูห้องนอนแล้วเดินตรงไปทางห้องครัวทันที ฉันไม่รู้ว่าในครัวเฮียเคย์จะมีอะไรให้กินบ้าง แต่ก็คงไม่ว่างเปล่าหรอกมั้ง

พึบ!

เหอะ! ให้ตายเถอะนี่ลูกมาเฟียเขาไม่รู้จักกักตุนอาหารกันเหรอ ไม่มีอะไรให้กินเลยนอกจากมาม่าและน้ำเปล่า ส่วนในตู้เย็นที่ฉันเปิดดูถัดจากตู้เคาน์เตอร์เมื่อกี้ก็มีแค่กระป๋องเบียร์เท่านั้นที่วางเรียงอยู่ข้างในเต็มตู้เลย

ให้ตายเถอะใช้ชีวิตยังไงเนี่ย!

"ใช้ชีวิตด้วยการดื่มเบียร์เป็นอาหารหรือไงเนี่ย" ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับชีวิตตัวเองจบก็เปิดตู้เคาน์เตอร์อันเดิมจากนั้นก็หยิบมาม่าหนึ่งซองออกมา แต่จู่ๆ มาม่าในมือของฉันก็ถูกคนด้านหลังแย่งไปซะงั้น ฉันก็เลยต้องรีบหมุนตัวเพื่อหันไปเผชิญหน้ากับคนที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร

"เฮียเคย์เอาของขิงคืนมานะ"

"หิวใช่ไหม"

"อืม หิวจนไส้กิ่วไปหมดแล้ว" ฉันตอบด้วยสีหน้าบึ้งตึง นึกโกรธไอ้คนตัวสูงที่อยู่ในชุดลำลองเสื้อยืดสีดำกับเกงยีนสีดำกลิ่นตัวหอมสบู่และน้ำหอมราคาแพงลอยแตะปลายจมูกของฉันอย่างเปิดเผย อาบน้ำแต่งตัวหล่อแบบนี้จะออกไปไหนเหรอ

"ฉันสั่งอาหารให้แล้ว เดี๋ยวเขาเอามาส่ง"

"จริงเหรอคะ?" ทันทีที่ได้ยินว่าเฮียเคย์สั่งอาหารมาแล้ว ฉันก็ตาลุกวาวด้วยความดีใจทันที แต่ว่า...

"ล้อเล่นมั้ง"

"จึ๊ ตกลงจริงหรือเท็จคะ" ฉันหุบยิ้มแทบไม่ทัน ตกลงเขาพูดจริงหรือแค่อำฉันเล่นกันแน่ แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่าอย่ามาเล่นกับระบบคนหิวข้าวนะ ต่อให้เป็นลูกชายมาเฟียผู้น่าเกรงขามก็เถอะ ฉันกินหัวได้เลยนะจะบอกให้

"จริง หน้าฉันเหมือนคนชอบล้อเล่นมากหรือไง" เหอะ ว่างมากใช่ไหม

"ไม่เหมือนคนชอบล้อเล่นหรอกค่ะแต่เหมือนคนชอบกวนตีนมากกว่า นิ่งๆ แต่กวนตีนเก่งมาก" ด่าให้สักครั้งเป็นบุญหูหน่อยเถอะ สะกิดต่อมหงุดหงิดของฉันเอง ก็ต้องโดนด่าแบบนี้แหละ

"เหอะ พูดคำว่ากวนตีนอีกครั้งดิขิง" เฮียเคย์ยกยิ้มมุมปากน้อยๆ แต่เจือไปด้วยความน่ากลัวอยู่ไม่น้อย แถมเขายังขยับตัวเข้าใกล้ฉันจนร่างกายของเราสองคนแทบจะแนบชิดเป็นร่างเดียวกันอีก นัยน์ตาที่ใช้มองฉันตอนนี้ก็จ้องด้วยท่าทีเอาเรื่องมากด้วย

แต่...ขอมาฉันก็จัดให้สิ รออะไรล่ะ

"กวน ตีน"

หมับ!

จ๊วบ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 75

    หลายเดือนต่อมา...@มหาวิทยาลัย"ให้ทุกคนชิดๆ กันหน่อยครับ ใช่ครับแบบนั่นแหละครับ อย่าลืมยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม"แช๊ะ!สิ้นสุดเสียงช่างภาพสั่งให้ยิ้มและนับหนึ่งถึงสามเสียงกดชัตเตอร์ก็ดังขึ้นรัวๆ หลายครั้ง ใช่ค่ะ วันนี้เป็นวันจบการศึกษาของเฮียเคย์รวมถึงเพื่อนๆ อีกสองคนอย่างเฮียทัพกับเฮียออสตินด้วย ต

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 74

    Kayden part...หลังจากที่ผมถูกน้ำขิงจุ๊บปากไปหนึ่งทีและโดนกอดอยู่แบบนี้นานหลายนาที ผมก็ดันหัวไหล่บางๆ ของเธอออกก่อนที่จะชวนไปที่ที่หนึ่งในห้องสูทแห่งนี้กับผมที่ผมได้เตรียมไว้...ย้อนไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน...ตอนอยู่ที่คอนโดหลังจากที่ผมขึ้นห้องของตัวเองไปแล้ว ผมรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ กับท่าทางของน้ำขิง

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 73

    "เฮียไม่คุยกับขิง เย็นชาและนิ่งกว่าทุกวัน" เฮียเคย์ชะงัก สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปจากตอนแรกที่ทำหน้าขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูดทันที หึ รู้ตัวแล้วสินะว่าตัวเองเป็นแบบที่ฉันพูดจริงๆ"....ขอโทษ ช่วงนี้เฮียมีเรื่องให้คิดเยอะไปหน่อยอะ" เหรอ?"แต่เฮีย-"หมับ!"พอแล้ว เฮียขอโทษ อย่าทะเลาะกันเลยนะ เฮ

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 72

    "เฮ้อ! พวกแกฟังนะ พวกเฮียเขากำลังจะเรียนจบแล้วนะ มันก็ต้องไม่ว่างกันเป็นธรรมดาปะ" ยัยพลอยใสปลอบฉันกับไคร่าพร้อมกับให้เหตุผลที่ฉันบอกว่าเฮียเคย์รักฉันน้อยลงก็จริง พวกเขากำลังจะเรียนจบ พวกเขายุ่งแต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องยุ่งจนเฉยชาใส่กันนี่ นอนด้วยกันรักกันแทบจะทุกคืน แต่กลับไม่มีคำพูดหวานๆ เหมือนเดิมอ

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 71

    Namking partหลายเดือนต่อมา..."เฮียวันนี้ขิงขอไปเที่ยวกับไคร่านะ ช่วงนี้ไคร่าดูเหงาๆ อะ" หลังจากที่ฉันกับเฮียเคย์กลับมาจากมหาวิทยาลัย ฉันก็รีบบอกเรื่องที่ได้นัดกับเพื่อนๆ ว่าจะออกไปเที่ยวให้คนตัวสูงที่กำลังเดินขึ้นบันไดห้องนอนตัวเองทราบ ซึ่งทันทีที่เฮียเคย์ได้ยินที่ฉันบอก เขาก็ชะงักเท้าหยุดเดินไว้

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 70

    แต่นอนพักได้ไม่ถึงห้านาทีไอ้จอมทัพมันก็โทรตามผมให้ออกไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนมันที่ผับ มันอ้างว่ากำลังเซ็งหาเพื่อนดื่มเหล้า ผมสั่งให้มันโทรตามออสตินมันก็บอกว่าออสตินติดธุระมาไม่ได้ ก็เลยโทรหาผมแล้วผมไม่ติดธุระตรงไหน เมียนอนอยู่ข้างๆ ใครมันจะทิ้งไปดื่มเหล้าลงกันล่ะ แล้วพอผมไม่ยอมออกไปมันก็จะมาหาผมถึงห้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status