"อื้ออออออ"
สิ้นสุดคำว่ากวนตีนจากปากฉัน ริมฝีปากป่าเถื่อนของเฮียเคย์ก็ตะโบมลงมาจูบริมฝีปากของฉันอย่างดุดันทันที ทำเอาฉันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับตกใจตาโตเลยทีเดียว
เพราะอันดับแรกเลยก็คือ เฮียเคย์จูบฉัน
อันดับที่สองก็คือ...เฮียเคย์ได้จูบแรกของฉันไป!
ผลัก!
"ทำบ้าอะไรของเฮียเนี่ย!" ฉันผลักหน้าอกเฮียเคย์ออกแล้วถามเสียงดังอย่างเอาเรื่อง คนที่โดนฉันผลักออกก็เลยขยับตัวกลับเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง
"ทำบ้าอะไรงั้นเหรอ ปากเธอมันอวดดีด่าฉันว่ากวนตีนก่อน ก็ต้องโดนทำโทษ"
"แต่เฮียเป็นคนสั่งให้ขิงพูดอีกครั้งเองนะ"
"แต่ครั้งแรกฉันไม่ได้สั่งไง ปากดีแบบนี้ฉันต้องสั่งสอนให้หลาบจำสักหน่อยแล้ว" ปากดุฉันแต่กลับใช้นิ้วโป้งทาบลงบนริมฝีปากของฉันแล้วบี้เล่นไปมาอย่างน่าโมโห ขณะที่สายตาซึ่งกำลังมองริมฝีปากของฉันที่ถูกเขาจูบก่อนหน้าก็ตวัดขึ้นมองหน้าฉันอย่างเอาเรื่อง
เอาจริงๆ เลยนะ ฉันรู้แล้วว่าทำไมยัยไคร่ามันกลัวพี่ชายของตัวเองนักหนา ก็ดูเวลาเฮียเคย์ทำหน้าดุตาดุแบบนี้สิ ขนลุกขนพองใช้ได้เลย
"จนกว่าข้าวที่สั่งจะมา เดินออกไปยืนขาเดียวพร้อมกางแขนออกหน้าทีวี ปฏิบัติ!" เดี๋ยวนะ นี่สั่งทำโทษฉันอยู่เหรอ! ฉันไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยนะที่ต้องออกคำสั่งเป็นพี่ว้ากแบบนี้
"ไม่ทำอะ ขิงไม่ทำ" ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง ใครมันจะทำตามที่เขาสั่งกันล่ะ กว่าข้าวที่สั่งจะมาถึงฉันต้องยืนขาเดียวไม่รู้กี่นาที เผลอๆ ฉันเมื่อยตายก่อนพอดี
"งั้นฉันจะจูบเธอจนกว่าจะพอใจ" เหอะ เฮียเคย์ต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ วันนี้อะไรเข้าสิงเขาเนี่ย หนึ่งวันหลายอารมณ์มากตอนเที่ยงเดินไปหาฉันพร้อมยื่นแบล็กการ์ดให้ใช้ ส่วนตอนเย็นสั่งฉันให้เดินไปหาที่คณะแต่พอจะกลับก็ทำหน้าตึงใส่ฉันเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง แล้วตัดภาพมาที่ตอนนี้ โกรธฉันที่ด่าตัวเองว่ากวนตีนแล้วสั่งทำโทษฉัน
ฉันตามอารมณ์ไม่ทันแล้วนะ!
"เอาไง อยากโดนจูบอีกว่างั้น?"
"ไม่ๆ" ฉันรีบยกมือขึ้นปฏิเสธเฮียเคย์ที่ทำท่าจะโน้มใบหน้าลงมาจูบฉันอีกครั้ง ก่อนที่จะยืนเงียบแต่หายใจฮึดฮัดไม่พอใจพร้อมด้วยสีหน้าบึ้งตึงอยู่สักพักก็ตัดสินใจเดินปึงปังออกไปจากห้องครัวไปยืนขาเดียวหน้าทีวีในห้องโถงแทน ก็แล้วใครมันจะอยากโดนจูบซ้ำกันล่ะ
ฉันยืนยกขาขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกางแขนทั้งสองข้างไม่ถึงหนึ่งนาที คนบ้าอำนาจที่สั่งทำโทษฉันเมื่อกี้ก็เดินล้วงมือในกระเป๋ากางเกงเดินตามออกมา และใช่ค่ะ เขาเดินออกมานั่งบนโซฟาใกล้ๆ กับฉันที่กำลังยืนขาเดียวอยู่ตอนนี้
แต่ดูเขาสิ นั่งพิงโซฟายกมือกอดอกชิวๆ ส่วนสายตาก็มองทีวีที่เปิดก่อนหน้านี้อย่างสบายใจ หึ น่าหมั่นไส้ชะมัด! เอาเถอะเขากล้าสั่งทำโทษฉันได้ลงคอแบบนี้ ต่อไปนี้ก็อย่าได้รับความรักจากฉันอีกเลย
ฉันจะไม่ชื่นชมว่าเขาหล่ออีกแล้ว ฉันจะไม่มองหน้าหล่อๆ ของเขาด้วยสายตาเป็นประกายอีกแล้ว เพราะฉันจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับคนป่าเถื่อนอย่างเฮียเคย์แล้วไงล่ะ!
"จ้องฉันด้วยสายตาอาฆาตขนาดนั้น อยากหักคอฉันมากเลยดิ" เหอะ เขาเป็นสับปะรดเหรอมีตารอบตัวว่างั้นเถอะถึงได้รู้ว่าฉันจ้องตัวเองอยู่อะ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้มองฉันสักนิด
"ใครมันจะไปกล้าหักคอลูกมาเฟียอย่างเฮียกันละคะ ขิงไม่กล้าหรอก" ฉันตอบประชดประชันกลับไปพร้อมกับแอบทำหน้าเบะปากใส่เฮียเคย์เล็กน้อย
"แต่กล้าด่าฉันว่ากวนตีน แค่หักคอมันก็คงไม่ยากแล้วมั้ง" เฮียเคย์พูดจบก็ตวัดสายตาจ้องหน้าฉันด้วยสายตาคมดุหนึ่งกรุบซึ่งการมองแบบนั้นก็ทำให้ฉันแอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเลิ่กลั่กเลยทีเดียว
คือเขาไม่ชอบที่ฉันว่าตัวเองกวนตีนขนาดนั้น แล้วจะสั่งให้ฉันพูดซ้ำเพิ่มดาเมจความโกรธให้ตัวเองทำไมกันล่ะ งงมาก
"ขิงไม่กล้าสู้กับอำนาจมืดของเฮียหรอก เผลอๆ เดี๋ยวโดนเก็บก่อนจะได้สามี" ฉันประชดอีกหนึ่งกะละมังใหญ่ๆ ถ้าคุณคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมคน คุณคิดผิดถึงฉันจะดูนิ่งๆ ไปบ้างแต่ลึกๆ แล้วฝีปากและสกิลการตอบโต้ของฉันนั้นเอาเรื่องอย่าบอกใครเชียวล่ะ
ถ้าเฮียเคย์แรงมาแล้วทำไมฉันต้องอ่อนให้ด้วย! ฉันก็ลูกพระยานาหมื่นเถอะ!
"สามี? เธอพูดเหมือนไม่ได้เห็นฉันเป็นสามีของเธอในอนาคตเลยนะ" เดี๋ยวนะ น้ำเสียงเปลี่ยนไปแฮะ เหมือนหงุดหงิดเหมือนจะไม่พอใจ เป็นอะไรอะกลัวว่าจะไม่ได้เป็นสามีของฉันเหรอถึงได้มองตาขวางและใช้น้ำเสียงแข็งๆแบบนั้นอะ
แต่ไม่เป็นไรเพราะฉันชอบและแอบสะใจมากด้วย เอาสิคืนนี้ฉันจะทำให้คนที่พูดน้อยอย่างเฮียเคย์ต้องลุกเป็นไฟเพราะโมโหฉัน
"ก็ใช่สิคะ ขิงไม่อยากได้สามีแบบเฮียหรอก ดุเหมือนช้างตกมันขนาดนี้" จัดอีกสักชุด แล้วดูหน้าเฮียเคย์ตอนนี้สิมองแรงจวนจะทะลุร่างกายของฉันแล้วมั้ง
"แล้วเธอตกลงหมั้นกับฉันทำไม" อ่า เข้าเรื่องนี้พอดีเลย เข้าทางฉันเลย เครื่องกำลังร้อน ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาตกลงหมั้นกับฉันทำไม นอกจากเหตุผลที่บอกว่าเพราะผู้ใหญ่ต้องการ เขามีอำนาจมากพอที่จะปฏิเสธไม่หมั้นกับฉัน แต่เขากลับไม่ปฏิเสธ!
"แล้วเฮียล่ะ ตกลงหมั้นกับขิงทำไม ทำไมไม่ปฏิเสธ"
"แล้วทำไมเธอไม่ปฏิเสธ" ตวัดสายตาจ้องหน้าฉันสู้อีกครั้งด้วย แถมในแววตาคู่นั้นก็นิ่งมากด้วย เดี๋ยวแม่ก็จิ้มตาบอดให้หรอก
"แล้วทำไมขิงต้องเป็นฝ่ายปฏิเสธ" เอาสิ ฉันไม่ยอมหรอก ถ้าเขาไม่ปฏิเสธแล้วเรื่องอะไรฉันต้องปฏิเสธ
"แล้วทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายปฏิเสธ ไม่อยากได้ฉันเป็นคู่หมั้นก็ถอนหมั้นไปดิ" เริ่มท้า แววตาเริ่มลุกเป็นไฟ เฮียเคย์กำลังหงุดหงิดฉันมากเห็นได้จากสายตาที่เขาใช้จ้องมองฉันมันกำลังทวีความดุขึ้นอย่างไม่ลดละ
แต่ฉันไม่กลัวเขาหรอกและฉันก็ไม่ถอนหมั้นด้วย ถ้าเขาอยากถอนก็ไปถอนเองสิ
"ไม่ถอนหรอก อยากถอนก็ถอนเองสิ!"
"ฉันก็ไม่ถอน"
เหอะ เช๊อะ ไอ้คนเส็งเคร็งเอ้ย! ฉันหมั่นไส้ท่าทางของเฮียเคย์เมื่อกี้มาก เพราะเขากลอกตาใส่ฉันแถมยังเบือนหน้าหนีหันไปทางอื่นทิ้งท้ายอีกด้วย
ติ๊ง!
"ผมเอาข้าวมาส่งแล้วครับ" ฉันยืนจ้องเฮียเคย์ที่เบือนหน้าหันไปทางอื่นพร้อมอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นในอกไม่หาย จู่ๆ เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของพี่ธันวาที่ดังขึ้นตามหลัง
ฉันที่เห็นว่าพี่ธันวาเอาข้าวมาส่งแล้วก็เลยเอาแขนขาลงตามปกติแต่ที่ดูไม่ปกติก็คงจะมีฉันกับเฮียเคย์นี่แหละที่ยังบึ้งตึงใส่กัน จนทำให้พี่ธันวาที่เดินมาถึงเห็นสถานการณ์ดูแปลกๆ ผิดปกติก็เลยเอ่ยถามฉันกับเฮียเคย์ว่าเกิดอะไรขึ้น
"..."
"..."
"เอ่อ...ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ ห้องมันเย็นแปลกๆ นะครับ" ไม่เย็นสิแปลก เจ้าของห้องนั่งเงียบปล่อยความเยือกเย็นออกมาซะขนาดนั้น
"พี่ธันวา" ฉันละสายตาจากเฮียเคย์ที่นั่งเงียบไม่สนใจฉันกับพี่ธันวาแล้วหันไปเรียกชื่อพี่ธันวาเพื่อจะพูดบางอย่างกับพี่เขาแทน
"ครับคุณน้ำขิง"
"ว่างๆ พี่สั่งสอนเจ้านายของพี่บ้างนะ"
ขวับ!
เหอะ! พอฉันพูดแบบนั้นกับพี่ธันวาจบไอ้คนนั่งเงียบเป็นธาตุอากาศอย่างเฮียเคย์ก็หันขวับมองแรงใส่ฉันทันที
"สะสั่งสอนเหรอครับ สั่งสอนอะไรครับผมเป็นลูกน้อง"
"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ สอนอะไรก็ได้ให้อยู่เหมือนคนปกติทั่วไปอะค่ะ" ฉันบอกทิ้งท้ายไปแค่นั้นจบก็เตรียมก้าวขากลับห้องนอนตัวเอง
ทว่า...
"เธอจะไปไหน ข้าวที่สั่งมาแล้วไม่กินข้าวก่อนหรือไง" เพิ่งทะเลาะกับฉันเสร็จแต่เป็นห่วงกระเพาะของฉันเหรอ ไม่ต้องหรอก ฉันไม่กินแล้ว อีกอย่างใครอยากนั่งดูหน้าดุๆ นั่นตอนกินข้าวกันล่ะ
"ไม่กิน หมดอารมณ์ ไม่อยากเห็นหน้าเฮียด้วย"
"เอาไปทิ้ง!" ใช่ค่ะ ทันทีที่เฮียเคย์ได้ยินฉันตอบกลับไปแบบนั้น เขาก็สั่งพี่ธันวาให้เอาข้าวที่สั่งมาไปทิ้งทันที ส่วนเขาก็ยัดกายขึ้นจากโซฟาเดินขึ้นไปชั้นสองที่เป็นห้องนอนของตัวเองด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่ปล่อยไอเย็นยะเยือกปกคลุมทั้งห้องได้หนาวเหน็บมาก ทำให้ฉันกับพี่ธันวาที่ยืนมองตามหลังร่างสูงของเขาไปเงียบๆ ได้แต่เงียบกันทั้งคู่ พี่ธันวาอาจจะยืนมองด้วยความงงแต่กับฉัน ฉันมองเฮียเคย์ที่กำลังขึ้นบันไดไปด้วยความโมโหสุดๆ
อยากหักคอลูกมาเฟียโว้ย!!!
.
.
.
หลังจากที่เฮียเคย์ปิดประตูเสียงดังปังพร้อมกับหายไปจากรูม่านตาของฉัน ฉันก็หมุนตัวเดินปึงปังเข้าห้องนอนตัวเองเช่นกัน อันดับแรกที่ฉันทำทันทีหลังจากที่เข้าห้องไปแล้วก็คือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความระบายกับยัยไคร่าผู้รู้จักนิสัยเฮียเคย์เป็นอย่างดี ซึ่งตอนแรกก็ส่งข้อความนั่นแหละแต่หลังๆ เริ่มพิมพ์ไม่ทันตามเสียงในหัวก็เลยโทรคุยกันแทน ยัยไคร่าที่มีความแค้นพี่ชายตัวเองอยู่พอสมควรก็เลยนินทาพี่ชายตัวเองจนโทรศัพท์ของฉันเกือบไหม้อะ คิดดูสิมันแค้นพี่ชายตัวเองขนาดไหนแล้วฉันตอนนี้ล่ะไม่ต้องพูดถึงว่าไหม้เกรียมแค่ไหน
ฉันกับไคร่าใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงคุยกันจนพอใจและหายอึดอัดแล้วก็ตกลงที่จะวางสายกัน เพราะฉันเริ่มรู้สึกหิวอีกแล้ว หลังจากวางสายไคร่าเรียบร้อยแล้วก็เลยรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองอยู่บ้านแทน
จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูห้องนอนเพื่อที่จะลงไปซื้อของข้างนอก แต่รู้อะไรไหมจังหวะที่ฉันเปิดประตูจะเดินออกจากห้องนอนมันดันเป็นจังหวะที่เฮียเคย์ลงบันไดขั้นสุดท้ายพอดี ทำเอาองค์แม่ที่หายไปกลับมาประทับร่างฉันอีกครั้ง
ฉันมองหน้าเขา เขามองหน้าฉันแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ฉันก็เลยเลิกสนใจคนเส็งเคร็งอย่างเฮียเคย์แล้วเดินไปทางประตูลิฟต์แทน
ซึ่งตอนแรกฉันคิดว่าจะได้ลงลิฟต์ไปคนเดียวแล้วซะอีก แต่เปล่าค่ะ เฮียเคย์ก็ขึ้นลิฟต์มาพร้อมฉันเหมือนกัน แล้วเป็นไงละทีนี้ เงียบสิคะ ไม่มีใครปริปากพูดสักคน เขาเงียบฉันก็เงียบ เป็นความรู้สึกอึดอัดที่ฉันอยากจะดึงออกมาทิ้งมากแต่ก็ทำไม่ได้เพราะต้องคีพลุคผู้หญิงใจแข็งเอาไว้
ถึงแม้ว่าในใจจะอยากกรี๊ดให้แก้วหูเฮียเคย์แตกขนาดไหนก็ตาม แต่ฉันก็ห้ามพูดก่อนเด็ดขาด!
ติ๊ง!
หมับ!
"อ๊ะ! ปล่อยมือขิงนะ เฮียจะพาขิงไปไหน!" ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกชั้นลานจอดรถส่วนตัวของเฮียเคย์ จู่ๆเฮียเคย์เขาก็หันมาคว้าข้อมือของฉันไปจับไว้พร้อมกับลากฉันออกไปด้วย ลากฉันอย่างเดียวฉันพอทนแต่ลากพร้อมกับตอบฉันว่า...
"ไปปล่อยทิ้งชายแดนมั้ง" ไอ้เฮีย! ฉันไม่ทนและฉันจะไม่ไปเด็ดขาด
"ไม่เอาขิงไม่ไป เฮียปล่อยขิงนะ!" ฉันยื้อสุดแรงเบรกขาตัวเองจนไม่ไหวอยู่แล้วแต่เฮียเคย์ก็แรงเยอะเหลือเกินลากฉันไปถึงรถปอร์เช่คันโปรดของเขาจนได้ แถมพอถึงรถยังมีการพูดอีกว่า
"ปล่อยแน่แต่เป็นในป่าชายแดน" นี่โกรธฉันจนต้องเอาฉันไปปล่อยในป่าจริงๆ เหรอ ฉันขอโทษก็ได้ที่ปากดีก่อนหน้านี้
"เฮีย..." ฉันเรียกชื่อเฮียเคย์พร้อมกับทำตาปริบๆ อย่างน่าสงสารเป็นการออดอ้อนเขาให้เขาปล่อยฉันไป แต่...
"ไม่หิวข้าวหรือไง"
"อ้าว! ตกลงเฮียจะพาไปไหนกันแน่" เล่นอะไรของเขาเนี่ย
"กินข้าวไง ขึ้นรถ" โธ่ ไอ้คนเส็งเคร็งเอ้ย แล้วมาหลอกฉันว่าจะพาไปทิ้งชายแดนทำไมล่ะ ฮึ้ย!