Share

บทที่ 10

Author: Duck.bell
last update publish date: 2026-07-13 22:31:11

"อื้ออออออ"

สิ้นสุดคำว่ากวนตีนจากปากฉัน ริมฝีปากป่าเถื่อนของเฮียเคย์ก็ตะโบมลงมาจูบริมฝีปากของฉันอย่างดุดันทันที ทำเอาฉันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับตกใจตาโตเลยทีเดียว

เพราะอันดับแรกเลยก็คือ เฮียเคย์จูบฉัน

อันดับที่สองก็คือ...เฮียเคย์ได้จูบแรกของฉันไป!

ผลัก!

"ทำบ้าอะไรของเฮียเนี่ย!" ฉันผลักหน้าอกเฮียเคย์ออกแล้วถามเสียงดังอย่างเอาเรื่อง คนที่โดนฉันผลักออกก็เลยขยับตัวกลับเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง

"ทำบ้าอะไรงั้นเหรอ ปากเธอมันอวดดีด่าฉันว่ากวนตีนก่อน ก็ต้องโดนทำโทษ"

"แต่เฮียเป็นคนสั่งให้ขิงพูดอีกครั้งเองนะ"

"แต่ครั้งแรกฉันไม่ได้สั่งไง ปากดีแบบนี้ฉันต้องสั่งสอนให้หลาบจำสักหน่อยแล้ว" ปากดุฉันแต่กลับใช้นิ้วโป้งทาบลงบนริมฝีปากของฉันแล้วบี้เล่นไปมาอย่างน่าโมโห ขณะที่สายตาซึ่งกำลังมองริมฝีปากของฉันที่ถูกเขาจูบก่อนหน้าก็ตวัดขึ้นมองหน้าฉันอย่างเอาเรื่อง

เอาจริงๆ เลยนะ ฉันรู้แล้วว่าทำไมยัยไคร่ามันกลัวพี่ชายของตัวเองนักหนา ก็ดูเวลาเฮียเคย์ทำหน้าดุตาดุแบบนี้สิ ขนลุกขนพองใช้ได้เลย

"จนกว่าข้าวที่สั่งจะมา เดินออกไปยืนขาเดียวพร้อมกางแขนออกหน้าทีวี ปฏิบัติ!" เดี๋ยวนะ นี่สั่งทำโทษฉันอยู่เหรอ! ฉันไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยนะที่ต้องออกคำสั่งเป็นพี่ว้ากแบบนี้

"ไม่ทำอะ ขิงไม่ทำ" ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง ใครมันจะทำตามที่เขาสั่งกันล่ะ กว่าข้าวที่สั่งจะมาถึงฉันต้องยืนขาเดียวไม่รู้กี่นาที เผลอๆ ฉันเมื่อยตายก่อนพอดี

"งั้นฉันจะจูบเธอจนกว่าจะพอใจ" เหอะ เฮียเคย์ต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ วันนี้อะไรเข้าสิงเขาเนี่ย หนึ่งวันหลายอารมณ์มากตอนเที่ยงเดินไปหาฉันพร้อมยื่นแบล็กการ์ดให้ใช้ ส่วนตอนเย็นสั่งฉันให้เดินไปหาที่คณะแต่พอจะกลับก็ทำหน้าตึงใส่ฉันเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง แล้วตัดภาพมาที่ตอนนี้ โกรธฉันที่ด่าตัวเองว่ากวนตีนแล้วสั่งทำโทษฉัน

ฉันตามอารมณ์ไม่ทันแล้วนะ!

"เอาไง อยากโดนจูบอีกว่างั้น?"

"ไม่ๆ" ฉันรีบยกมือขึ้นปฏิเสธเฮียเคย์ที่ทำท่าจะโน้มใบหน้าลงมาจูบฉันอีกครั้ง ก่อนที่จะยืนเงียบแต่หายใจฮึดฮัดไม่พอใจพร้อมด้วยสีหน้าบึ้งตึงอยู่สักพักก็ตัดสินใจเดินปึงปังออกไปจากห้องครัวไปยืนขาเดียวหน้าทีวีในห้องโถงแทน ก็แล้วใครมันจะอยากโดนจูบซ้ำกันล่ะ

ฉันยืนยกขาขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกางแขนทั้งสองข้างไม่ถึงหนึ่งนาที คนบ้าอำนาจที่สั่งทำโทษฉันเมื่อกี้ก็เดินล้วงมือในกระเป๋ากางเกงเดินตามออกมา และใช่ค่ะ เขาเดินออกมานั่งบนโซฟาใกล้ๆ กับฉันที่กำลังยืนขาเดียวอยู่ตอนนี้

แต่ดูเขาสิ นั่งพิงโซฟายกมือกอดอกชิวๆ ส่วนสายตาก็มองทีวีที่เปิดก่อนหน้านี้อย่างสบายใจ หึ น่าหมั่นไส้ชะมัด! เอาเถอะเขากล้าสั่งทำโทษฉันได้ลงคอแบบนี้ ต่อไปนี้ก็อย่าได้รับความรักจากฉันอีกเลย

ฉันจะไม่ชื่นชมว่าเขาหล่ออีกแล้ว ฉันจะไม่มองหน้าหล่อๆ ของเขาด้วยสายตาเป็นประกายอีกแล้ว เพราะฉันจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับคนป่าเถื่อนอย่างเฮียเคย์แล้วไงล่ะ!

"จ้องฉันด้วยสายตาอาฆาตขนาดนั้น อยากหักคอฉันมากเลยดิ" เหอะ เขาเป็นสับปะรดเหรอมีตารอบตัวว่างั้นเถอะถึงได้รู้ว่าฉันจ้องตัวเองอยู่อะ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้มองฉันสักนิด

"ใครมันจะไปกล้าหักคอลูกมาเฟียอย่างเฮียกันละคะ ขิงไม่กล้าหรอก" ฉันตอบประชดประชันกลับไปพร้อมกับแอบทำหน้าเบะปากใส่เฮียเคย์เล็กน้อย

"แต่กล้าด่าฉันว่ากวนตีน แค่หักคอมันก็คงไม่ยากแล้วมั้ง" เฮียเคย์พูดจบก็ตวัดสายตาจ้องหน้าฉันด้วยสายตาคมดุหนึ่งกรุบซึ่งการมองแบบนั้นก็ทำให้ฉันแอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเลิ่กลั่กเลยทีเดียว

คือเขาไม่ชอบที่ฉันว่าตัวเองกวนตีนขนาดนั้น แล้วจะสั่งให้ฉันพูดซ้ำเพิ่มดาเมจความโกรธให้ตัวเองทำไมกันล่ะ งงมาก

"ขิงไม่กล้าสู้กับอำนาจมืดของเฮียหรอก เผลอๆ เดี๋ยวโดนเก็บก่อนจะได้สามี" ฉันประชดอีกหนึ่งกะละมังใหญ่ๆ ถ้าคุณคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมคน คุณคิดผิดถึงฉันจะดูนิ่งๆ ไปบ้างแต่ลึกๆ แล้วฝีปากและสกิลการตอบโต้ของฉันนั้นเอาเรื่องอย่าบอกใครเชียวล่ะ

ถ้าเฮียเคย์แรงมาแล้วทำไมฉันต้องอ่อนให้ด้วย! ฉันก็ลูกพระยานาหมื่นเถอะ!

"สามี? เธอพูดเหมือนไม่ได้เห็นฉันเป็นสามีของเธอในอนาคตเลยนะ" เดี๋ยวนะ น้ำเสียงเปลี่ยนไปแฮะ เหมือนหงุดหงิดเหมือนจะไม่พอใจ เป็นอะไรอะกลัวว่าจะไม่ได้เป็นสามีของฉันเหรอถึงได้มองตาขวางและใช้น้ำเสียงแข็งๆแบบนั้นอะ

แต่ไม่เป็นไรเพราะฉันชอบและแอบสะใจมากด้วย เอาสิคืนนี้ฉันจะทำให้คนที่พูดน้อยอย่างเฮียเคย์ต้องลุกเป็นไฟเพราะโมโหฉัน

"ก็ใช่สิคะ ขิงไม่อยากได้สามีแบบเฮียหรอก ดุเหมือนช้างตกมันขนาดนี้" จัดอีกสักชุด แล้วดูหน้าเฮียเคย์ตอนนี้สิมองแรงจวนจะทะลุร่างกายของฉันแล้วมั้ง

"แล้วเธอตกลงหมั้นกับฉันทำไม" อ่า เข้าเรื่องนี้พอดีเลย เข้าทางฉันเลย เครื่องกำลังร้อน ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาตกลงหมั้นกับฉันทำไม นอกจากเหตุผลที่บอกว่าเพราะผู้ใหญ่ต้องการ เขามีอำนาจมากพอที่จะปฏิเสธไม่หมั้นกับฉัน แต่เขากลับไม่ปฏิเสธ!

"แล้วเฮียล่ะ ตกลงหมั้นกับขิงทำไม ทำไมไม่ปฏิเสธ"

"แล้วทำไมเธอไม่ปฏิเสธ" ตวัดสายตาจ้องหน้าฉันสู้อีกครั้งด้วย แถมในแววตาคู่นั้นก็นิ่งมากด้วย เดี๋ยวแม่ก็จิ้มตาบอดให้หรอก

"แล้วทำไมขิงต้องเป็นฝ่ายปฏิเสธ" เอาสิ ฉันไม่ยอมหรอก ถ้าเขาไม่ปฏิเสธแล้วเรื่องอะไรฉันต้องปฏิเสธ

"แล้วทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายปฏิเสธ ไม่อยากได้ฉันเป็นคู่หมั้นก็ถอนหมั้นไปดิ" เริ่มท้า แววตาเริ่มลุกเป็นไฟ เฮียเคย์กำลังหงุดหงิดฉันมากเห็นได้จากสายตาที่เขาใช้จ้องมองฉันมันกำลังทวีความดุขึ้นอย่างไม่ลดละ

แต่ฉันไม่กลัวเขาหรอกและฉันก็ไม่ถอนหมั้นด้วย ถ้าเขาอยากถอนก็ไปถอนเองสิ

"ไม่ถอนหรอก อยากถอนก็ถอนเองสิ!"

"ฉันก็ไม่ถอน"

เหอะ เช๊อะ ไอ้คนเส็งเคร็งเอ้ย! ฉันหมั่นไส้ท่าทางของเฮียเคย์เมื่อกี้มาก เพราะเขากลอกตาใส่ฉันแถมยังเบือนหน้าหนีหันไปทางอื่นทิ้งท้ายอีกด้วย

ติ๊ง!

"ผมเอาข้าวมาส่งแล้วครับ" ฉันยืนจ้องเฮียเคย์ที่เบือนหน้าหันไปทางอื่นพร้อมอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นในอกไม่หาย จู่ๆ เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของพี่ธันวาที่ดังขึ้นตามหลัง

ฉันที่เห็นว่าพี่ธันวาเอาข้าวมาส่งแล้วก็เลยเอาแขนขาลงตามปกติแต่ที่ดูไม่ปกติก็คงจะมีฉันกับเฮียเคย์นี่แหละที่ยังบึ้งตึงใส่กัน จนทำให้พี่ธันวาที่เดินมาถึงเห็นสถานการณ์ดูแปลกๆ ผิดปกติก็เลยเอ่ยถามฉันกับเฮียเคย์ว่าเกิดอะไรขึ้น

"..."

"..."

"เอ่อ...ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ ห้องมันเย็นแปลกๆ นะครับ" ไม่เย็นสิแปลก เจ้าของห้องนั่งเงียบปล่อยความเยือกเย็นออกมาซะขนาดนั้น

"พี่ธันวา" ฉันละสายตาจากเฮียเคย์ที่นั่งเงียบไม่สนใจฉันกับพี่ธันวาแล้วหันไปเรียกชื่อพี่ธันวาเพื่อจะพูดบางอย่างกับพี่เขาแทน

"ครับคุณน้ำขิง"

"ว่างๆ พี่สั่งสอนเจ้านายของพี่บ้างนะ"

ขวับ!

เหอะ! พอฉันพูดแบบนั้นกับพี่ธันวาจบไอ้คนนั่งเงียบเป็นธาตุอากาศอย่างเฮียเคย์ก็หันขวับมองแรงใส่ฉันทันที

"สะสั่งสอนเหรอครับ สั่งสอนอะไรครับผมเป็นลูกน้อง"

"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ สอนอะไรก็ได้ให้อยู่เหมือนคนปกติทั่วไปอะค่ะ" ฉันบอกทิ้งท้ายไปแค่นั้นจบก็เตรียมก้าวขากลับห้องนอนตัวเอง

ทว่า...

"เธอจะไปไหน ข้าวที่สั่งมาแล้วไม่กินข้าวก่อนหรือไง" เพิ่งทะเลาะกับฉันเสร็จแต่เป็นห่วงกระเพาะของฉันเหรอ ไม่ต้องหรอก ฉันไม่กินแล้ว อีกอย่างใครอยากนั่งดูหน้าดุๆ นั่นตอนกินข้าวกันล่ะ

"ไม่กิน หมดอารมณ์ ไม่อยากเห็นหน้าเฮียด้วย"

"เอาไปทิ้ง!" ใช่ค่ะ ทันทีที่เฮียเคย์ได้ยินฉันตอบกลับไปแบบนั้น เขาก็สั่งพี่ธันวาให้เอาข้าวที่สั่งมาไปทิ้งทันที ส่วนเขาก็ยัดกายขึ้นจากโซฟาเดินขึ้นไปชั้นสองที่เป็นห้องนอนของตัวเองด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่ปล่อยไอเย็นยะเยือกปกคลุมทั้งห้องได้หนาวเหน็บมาก ทำให้ฉันกับพี่ธันวาที่ยืนมองตามหลังร่างสูงของเขาไปเงียบๆ ได้แต่เงียบกันทั้งคู่ พี่ธันวาอาจจะยืนมองด้วยความงงแต่กับฉัน ฉันมองเฮียเคย์ที่กำลังขึ้นบันไดไปด้วยความโมโหสุดๆ

อยากหักคอลูกมาเฟียโว้ย!!!

.

.

.

หลังจากที่เฮียเคย์ปิดประตูเสียงดังปังพร้อมกับหายไปจากรูม่านตาของฉัน ฉันก็หมุนตัวเดินปึงปังเข้าห้องนอนตัวเองเช่นกัน อันดับแรกที่ฉันทำทันทีหลังจากที่เข้าห้องไปแล้วก็คือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความระบายกับยัยไคร่าผู้รู้จักนิสัยเฮียเคย์เป็นอย่างดี ซึ่งตอนแรกก็ส่งข้อความนั่นแหละแต่หลังๆ เริ่มพิมพ์ไม่ทันตามเสียงในหัวก็เลยโทรคุยกันแทน ยัยไคร่าที่มีความแค้นพี่ชายตัวเองอยู่พอสมควรก็เลยนินทาพี่ชายตัวเองจนโทรศัพท์ของฉันเกือบไหม้อะ คิดดูสิมันแค้นพี่ชายตัวเองขนาดไหนแล้วฉันตอนนี้ล่ะไม่ต้องพูดถึงว่าไหม้เกรียมแค่ไหน

ฉันกับไคร่าใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงคุยกันจนพอใจและหายอึดอัดแล้วก็ตกลงที่จะวางสายกัน เพราะฉันเริ่มรู้สึกหิวอีกแล้ว หลังจากวางสายไคร่าเรียบร้อยแล้วก็เลยรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองอยู่บ้านแทน

จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูห้องนอนเพื่อที่จะลงไปซื้อของข้างนอก แต่รู้อะไรไหมจังหวะที่ฉันเปิดประตูจะเดินออกจากห้องนอนมันดันเป็นจังหวะที่เฮียเคย์ลงบันไดขั้นสุดท้ายพอดี ทำเอาองค์แม่ที่หายไปกลับมาประทับร่างฉันอีกครั้ง

ฉันมองหน้าเขา เขามองหน้าฉันแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ฉันก็เลยเลิกสนใจคนเส็งเคร็งอย่างเฮียเคย์แล้วเดินไปทางประตูลิฟต์แทน

ซึ่งตอนแรกฉันคิดว่าจะได้ลงลิฟต์ไปคนเดียวแล้วซะอีก แต่เปล่าค่ะ เฮียเคย์ก็ขึ้นลิฟต์มาพร้อมฉันเหมือนกัน แล้วเป็นไงละทีนี้ เงียบสิคะ ไม่มีใครปริปากพูดสักคน เขาเงียบฉันก็เงียบ เป็นความรู้สึกอึดอัดที่ฉันอยากจะดึงออกมาทิ้งมากแต่ก็ทำไม่ได้เพราะต้องคีพลุคผู้หญิงใจแข็งเอาไว้

ถึงแม้ว่าในใจจะอยากกรี๊ดให้แก้วหูเฮียเคย์แตกขนาดไหนก็ตาม แต่ฉันก็ห้ามพูดก่อนเด็ดขาด!

ติ๊ง!

หมับ!

"อ๊ะ! ปล่อยมือขิงนะ เฮียจะพาขิงไปไหน!" ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกชั้นลานจอดรถส่วนตัวของเฮียเคย์ จู่ๆเฮียเคย์เขาก็หันมาคว้าข้อมือของฉันไปจับไว้พร้อมกับลากฉันออกไปด้วย ลากฉันอย่างเดียวฉันพอทนแต่ลากพร้อมกับตอบฉันว่า...

"ไปปล่อยทิ้งชายแดนมั้ง" ไอ้เฮีย! ฉันไม่ทนและฉันจะไม่ไปเด็ดขาด

"ไม่เอาขิงไม่ไป เฮียปล่อยขิงนะ!" ฉันยื้อสุดแรงเบรกขาตัวเองจนไม่ไหวอยู่แล้วแต่เฮียเคย์ก็แรงเยอะเหลือเกินลากฉันไปถึงรถปอร์เช่คันโปรดของเขาจนได้ แถมพอถึงรถยังมีการพูดอีกว่า

"ปล่อยแน่แต่เป็นในป่าชายแดน" นี่โกรธฉันจนต้องเอาฉันไปปล่อยในป่าจริงๆ เหรอ ฉันขอโทษก็ได้ที่ปากดีก่อนหน้านี้

"เฮีย..." ฉันเรียกชื่อเฮียเคย์พร้อมกับทำตาปริบๆ อย่างน่าสงสารเป็นการออดอ้อนเขาให้เขาปล่อยฉันไป แต่...

"ไม่หิวข้าวหรือไง"

"อ้าว! ตกลงเฮียจะพาไปไหนกันแน่" เล่นอะไรของเขาเนี่ย

"กินข้าวไง ขึ้นรถ" โธ่ ไอ้คนเส็งเคร็งเอ้ย แล้วมาหลอกฉันว่าจะพาไปทิ้งชายแดนทำไมล่ะ ฮึ้ย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 75

    หลายเดือนต่อมา...@มหาวิทยาลัย"ให้ทุกคนชิดๆ กันหน่อยครับ ใช่ครับแบบนั่นแหละครับ อย่าลืมยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม"แช๊ะ!สิ้นสุดเสียงช่างภาพสั่งให้ยิ้มและนับหนึ่งถึงสามเสียงกดชัตเตอร์ก็ดังขึ้นรัวๆ หลายครั้ง ใช่ค่ะ วันนี้เป็นวันจบการศึกษาของเฮียเคย์รวมถึงเพื่อนๆ อีกสองคนอย่างเฮียทัพกับเฮียออสตินด้วย ต

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 74

    Kayden part...หลังจากที่ผมถูกน้ำขิงจุ๊บปากไปหนึ่งทีและโดนกอดอยู่แบบนี้นานหลายนาที ผมก็ดันหัวไหล่บางๆ ของเธอออกก่อนที่จะชวนไปที่ที่หนึ่งในห้องสูทแห่งนี้กับผมที่ผมได้เตรียมไว้...ย้อนไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน...ตอนอยู่ที่คอนโดหลังจากที่ผมขึ้นห้องของตัวเองไปแล้ว ผมรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ กับท่าทางของน้ำขิง

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 73

    "เฮียไม่คุยกับขิง เย็นชาและนิ่งกว่าทุกวัน" เฮียเคย์ชะงัก สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปจากตอนแรกที่ทำหน้าขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูดทันที หึ รู้ตัวแล้วสินะว่าตัวเองเป็นแบบที่ฉันพูดจริงๆ"....ขอโทษ ช่วงนี้เฮียมีเรื่องให้คิดเยอะไปหน่อยอะ" เหรอ?"แต่เฮีย-"หมับ!"พอแล้ว เฮียขอโทษ อย่าทะเลาะกันเลยนะ เฮ

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 72

    "เฮ้อ! พวกแกฟังนะ พวกเฮียเขากำลังจะเรียนจบแล้วนะ มันก็ต้องไม่ว่างกันเป็นธรรมดาปะ" ยัยพลอยใสปลอบฉันกับไคร่าพร้อมกับให้เหตุผลที่ฉันบอกว่าเฮียเคย์รักฉันน้อยลงก็จริง พวกเขากำลังจะเรียนจบ พวกเขายุ่งแต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องยุ่งจนเฉยชาใส่กันนี่ นอนด้วยกันรักกันแทบจะทุกคืน แต่กลับไม่มีคำพูดหวานๆ เหมือนเดิมอ

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 71

    Namking partหลายเดือนต่อมา..."เฮียวันนี้ขิงขอไปเที่ยวกับไคร่านะ ช่วงนี้ไคร่าดูเหงาๆ อะ" หลังจากที่ฉันกับเฮียเคย์กลับมาจากมหาวิทยาลัย ฉันก็รีบบอกเรื่องที่ได้นัดกับเพื่อนๆ ว่าจะออกไปเที่ยวให้คนตัวสูงที่กำลังเดินขึ้นบันไดห้องนอนตัวเองทราบ ซึ่งทันทีที่เฮียเคย์ได้ยินที่ฉันบอก เขาก็ชะงักเท้าหยุดเดินไว้

  • ใต้ปีกรักนายคู่หมั้นวิศวะ   บทที่ 70

    แต่นอนพักได้ไม่ถึงห้านาทีไอ้จอมทัพมันก็โทรตามผมให้ออกไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนมันที่ผับ มันอ้างว่ากำลังเซ็งหาเพื่อนดื่มเหล้า ผมสั่งให้มันโทรตามออสตินมันก็บอกว่าออสตินติดธุระมาไม่ได้ ก็เลยโทรหาผมแล้วผมไม่ติดธุระตรงไหน เมียนอนอยู่ข้างๆ ใครมันจะทิ้งไปดื่มเหล้าลงกันล่ะ แล้วพอผมไม่ยอมออกไปมันก็จะมาหาผมถึงห้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status