공유

บทที่ 6

작가: จูน
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว นิ้วที่แข็งราวกับคีมเหล็กบีบคอเธอ ดวงตาของเธอเบิกกว้าง ก็ได้เห็นใบหน้าเหย่อหยิ่งของอ๋องฉู่ที่ระเบิดอารมณ์โกรธออกมาแรงบีบที่ทำให้เกือบขาดอากาศหายใจ ตาของเธอมืดลงจนเกือบจะหมดสติ

“แม้แต่เด็กอายุสิบขวบ” เสียงขบกรามแน่นที่ดังอยู่ข้างหูเธอ “เจ้าลงมืออย่างอมหิตถึงเพียงนี้ ทหาร นำตัวพระชายาออกไปโบยสามสิบที!”

หยวน ชิงหลิง นอนไม่หลับติดต่อกันมาหลายวัน ร่างกายจึงไม่มีเรี่ยวแรง ทั้งยังโดนตบไปอีก ร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงจนลุกไม่ขึ้น ทันทีที่ท่านอ๋องปล่อยมือ ร่างเธอก็ร่วงฟุบลงไปกับพื้น ทันทีที่ได้รับอากาศ เธออ้าปากกว้างสูดหายใจเข้าปอด จู่ ๆ ร่างก็ถูกหามลากออกไป

ยามค่ำคืน เธอมองเห็นเพียงแค่ใบหน้าเย็นชาของอ๋องฉู่ในชุดคลุมหรูหราและสายตาที่มองมาด้วยความรังเกียจ…

เธอถูกลากไปที่บันไดหิน ศีรษะโขกกระแทกกับขั้นบันไดหินแข็ง ความรู้สึกเจ็บปวดที่ล้นทะลักออกมา แววตาที่มืดลง เธอได้หมดสติไปแล้ว

เธอหมดสติได้ไม่นาน ความเจ็บปวดก็กลับเข้ามาในสติ เป็นความรู้สึกเจ็บปวดที่แม้แต่ในชีวิตที่แล้วก็ไม่เคยได้รับ แรงฟาดของไม้ที่ฟาดลงมาแต่ละทีบนเอวและขา ทุกครั้งที่ฟาดลงมาเจ็บซึมลึกเข้ากระดูก เธอรู้สึกได้แค่ว่าตอนนี้เอวและขาตัวเองคงแหลกแล้ว

ในปากที่สัมผัสได้ถึงเลือด เธอกัดปากจนปากแตกและเผลอกัดลิ้นตัวเอง แววตาที่มืดลงแต่มันเจ็บจนเธอไม่สามารถแม้แต่จะหมดสติได้

ความเจ็บปวดมันชัดเจนจนทำให้เธอยังคงสติอยู่ได้

การโบยสามสิบทีได้จบลง เธอรู้สึกว่าเวลาผ่านไปมันช่างยาวนานราวกับชั่วชีวิต

เธอ หยวน ชิงหลิง อัจฉริยะแห่งศตววรษที่ยี่สิบสอง ผู้คนมากมายเคารพยกย่องเธอ ทุกครั้งกับการปรากฏตัวในสังคมเธอเป็นจุดสนใจเสมอ

ผู้ป่วยมากมายที่เฝ้ารอเธอวิจัยพัฒนายารักษาอย่างใจจดใจจ่อ

แต่ทว่าที่นี่ เธอแค่อยากช่วยเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ทำไมมันช่างยากเย็นเหลือเกินกับการช่วยชีวิตผู้คนในยุคนี้

เธอถูกลากกลับไป ไม่มีใครสนใจว่าเธอตาย ถ้าตายไปซะได้ก็ยิ่งดี

เธอถูกลากไปทิ้งไว้กับพื้นหินอ่อนที่ตำหนักเฝิงอี๋ รวมทั้งกล่องยาหนัก ๆ ที่โยนกระแทกเข้ากลางหลัง

เธอไม่สามารถพลิกร่างของตัวเองและคาดว่าที่หลังของเธอคงแหลกเหลวจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว เธอเอื้อมมือไปลากกล่องยาเข้ามาและเปิดกล่องยาอย่างยากลำบาก เธอนำยาออกมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนเข้าไปและฉีดยาให้ตัวเองอีกเข็ม โดยหวังว่ามันจะช่วยเธอให้รอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้

แล้วเธอก็ค่อย ๆ หมดสติไปอย่างช้า ๆ

ในเรือนเล็ก อ๋องฉู่ อวี้ เหวินห่าว สั่งคนลงโทษโบย หยวน ชิงหลิง ไปแล้วหนึ่งรอบ แต่ยังคงมีอารมณ์โกรธหลงเหลืออยู่ เขากล่าวคำปลอบใจกับแม่นมฉีอยู่สองสามคำแล้วก็กลับ

ถังหยางที่ตามมา “ท่านอ๋อง ทางด้านพระชายา ต้องการให้เชิญหมอไปตรวจไหมขอรับ?”

อวี้ เหวินห่าว ปรายตามองด้วยสายตาดุร้าย “ไม่จำเป็น ตายแล้วค่อยประกาศว่านางป่วยตายกะทันหัน”

“ถ้าเช่นนั้น...จะอธิบายอย่างไรดีขอรับ?” ถังหยางเอ่ยถาม

“จำเป็นต้องอธิบายด้วยรึ?” อวี้ เหวินห่าว พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก

ถังหยางเข้าใจแล้ว “ขอรับ!”

อวี้ เหวินห่าว เดินออกไป

ถังหยางกลับมาที่เรือนเล็ก สั่งให้สาวใช้ลวี่หยาไปต้มยาให้ฮั่วเกอเอ๋อร์

เข้ามาในเรือนเล็ก พบว่าฮั่วเกอเอ๋อร์ได้หลับไปแล้ว

แม่นมฉีซับน้ำตาและจัดการเช็ดเลือดหนองด้วยก้อนสำลี ยังมีสะอื้นอยู่บ้าง “ก็ยังดีที่นอนได้ ปกติเขาเจ็บจนนอนไม่ได้ด้วยซ้ำ”

ถังหยางก้มมองตาฮั่วเกอเอ๋อร์แล้วแสดงอาการตกใจเล็กน้อย “ท่าทางไม่บวมแล้ว”

แม่นมฉีเงยหน้าขึ้นมามอง แน่นอนว่าเห็นที่ตาของเขาบวมอยู่จุดหนึ่งแต่ทว่าเลือดหนองไม่เห็นแล้ว

ถังหยางเห็นแม่นมฉีพึ่งจัดการทำความสะอาดข้าวของ พบกระบอกฉีดยา ”สิ่งนี้มันคืออะไรกัน?”

“ข้าไม่รู้ นี่มันเป็นของที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ที่นี้” แม่นมฉีตอบ

เพราะความเกลียดชัง เพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อ หยวน ชิงหลิง

ถังหยางไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อน “เจ้าสิ่งนี้คงไม่มีพิษหรอกกระมัง?”

“ท่านหมอไปแล้วรึยัง?” แม่นมฉีถามอย่างร้อนรน

“ไปแล้ว ท่านหมอฝากใบสั่งยาไว้ให้” ถังหยางมองฮั่วเกอเอ๋อร์สักครู่ “วางใจเถอะ ข้าเพียงแค่คาดเดา มองดูแล้วเจ้าสิ่งนี้ไม่น่าจะพิษ”

แม่นมฉีเงยหน้ามองรอยบวมแดงที่ตารู้สึกวางใจเล็กน้อยและกล่าวกับถังหยาง “ข้าน้อยผู้ชราอยากจะเฝ้าเขา ใต้เท้าคงจะไม่ถือสาข้าน้อย”

“ไม่ต้องพูด เจ้าอยู่กับฮั่วเกอเอ๋อร์เถอะ” ถังหยางกล่าว

“ขอบคุณใต้เท้า”

ถังหยางถอนหายใจเบาๆ ”ท่านหมอบอกว่า ประมาณคืนนี้ เจ้าก็เฝ้าดูเขาหน่อย”

แม่นมฉีก็หลั่งน้ำตาอีกครั้ง
이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1015

    ซูยี่อยู่ในห้องของสุนัขป่าเช่นกัน เมื่อเห็นอวี่เหวินห่าวและหยวนชิงหลิงเข้ามา เขาพูดอย่างกังวล "องค์รัชทายาท พระชายา นายน้อยสุนัขป่าไม่กินอะไรเลย หาหมอหลวงดีไหมพ่ะย่ะค่ะ?"อวี่เหวินห่าวหัวเราะ "เขารักษาอาการป่วยของสุนัขป่าไม่ได้ จะพาเขาไปทำไม?"เขาดูสุนัขป่าน้อยสามตัวนอนอยู่บนเตียงเล็ก ร่างเล็ก ๆ ของพวกมันเบียดเสียดกัน ดูเซื่องซึม บางทีอาจเป็นเพราะพวกมันไม่ได้กินอะไรจึงดูอ่อนแอและซูบผอมเป็นพิเศษ อวี่เหวินห่าวพูดด้วยความประหลาดใจว่า "ผอมลงมากขนาดนี้เลยรึ? สุนัขป่าคงหิวมากแน่ ๆ""สุนัขป่าที่โตเต็มวัย เวลาหิวนั้นกินอาหารหนึ่งมื้อสามารถอยู่ได้นานถึงครึ่งเดือน ตอนนี้พวกมันยังเด็กและต้องกินเนื้อ" ซูยี่เลี้ยงสุนัขป่า และได้ศึกษาการเลี้ยงมามากมายอวี่เหวินห่าวหยิบหนึ่งในนั้นขึ้นมา เห็นสุนัขป่าหิมะตัวน้อยนอนนิ่งอยู่ในมือของเขาเหมือนก้อนสำลีเบาหวิวไม่มีน้ำหนัก "ตัวนี้ของใครกัน?""ของเสี่ยวลั่วหมี่" หยวนชิงหลิงกล่าว "ตัวเล็กที่สุดคือของเสี่ยวลั่วหมี่ ท่านดูสิแยกออกได้เลยเห็นไหม ของ เปาจื่อปากจะแหลมมาก ของทังหยวนก็หน้ากลมกว่า มันแปลกที่จะบอกว่าสุนัขป่าพวกนี้ ทั้งลักษณะนิสัยหรือรูปร่างหน้าตา พว

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1014

    อวี่เหวินห่าวไม่ได้อธิบายอะไรแทนจิ้งถิง เขาแค่พูดว่า "เขาจะอยู่ในจวนสักพัก ดังนั้นเจ้าควรเปิดตาของเจ้าดูสิว่าเขาจริงใจหรือเสเเสร้ง เจ้าฉลาดมากขนาดนี้ ย่อมต้องดูออกอยู่แล้ว”หยวนชิงหลิงได้ยินถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงของเขา ดูเหมือนว่าเขาใส่ใจมิตรภาพนี้จริง ๆหยวนชิงหลิงลองคิดดูแล้ว หลังจากใช้เวลาร่วมกับจวิ้นจู่มาสองสามวัน จวิ้นจู่ก็เป็นคนตรงไปตรงมาและเปิดเผย ดังนั้นนางคงไม่หาสามีที่มีจิตใจล้ำลึกซับซ้อนหรอกนางจึงขอโทษเขา "ข้าคิดมากไป ในอนาคตข้าจะไม่พูดอะไรแบบนี้อีก"อวี่เหวินห่าวเอื้อมมือไปเชยคางนาง และมองหน้านาง "เหล่าหยวน ข้าเองก็เห็นว่านิสัยของเจ้าช่างเถรตรงจริง ๆ แม้ว่าบางครั้งเจ้าจะดุร้าย เผด็จการ และไม่มีเหตุผล แต่ถ้าเจ้าทำอะไรผิด เจ้าจะต้องขอโทษอย่างแน่นอน เกรงว่าแม้จะเป็นคนรับใช้ก็ยังกล่าวคำขอโทษได้ เจ้านี่นิสัยดี ใช้ได้จริง ๆ"“ข้าเป็นคนไร้เหตุผลตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” หยวนชิงหลิงหัวเราะ “ท่านจะชมข้าก็ชมสิ ทำไมต้องดุกันก่อน”อวี่เหวินห่าวหัวเราะ "รางวัลและบทลงโทษต้องแยกให้ออกจากกันอย่างชัดเจน หากเจ้าทำสิ่งที่ถูกต้อง เจ้าควรได้รับคำชมเชย หากเจ้าทำอะไรผิด ก็ต้องบอกกล่าวตักเตือ

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1013

    เขากลับมาที่จวนอย่างไม่สบอารมณ์ หยวนชิงหลิงเห็นว่าเขาขมวดคิ้ว นางรู้ว่าเป็นเพราะเรื่องลงนามพันธมิตรอีกเป็นแน่ ดังนั้นนางจึงปลอบเขาอวี่เหวินห่าวพูดด้วยความโกรธ "เสด็จพ่อจงใจทำให้ข้าลำบาก จูกั๋วกงเห็นด้วยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องสำคัญขนาดนั้นเลยรึอย่างไร?"หยวนชิงหลิงหัวเราะ "ท่านอยู่ในเกมและกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเกินไป จึงไม่เข้าใจความหมายของเสด็จพ่อ เสด็จพ่อต้องการให้ท่านเอาแรงสนับสนุนจากจูกั๋วกงมาให้ได้ ไม่ใช่แค่แรงสนับสนุนเรื่องนี้เท่านั้น แต่มันจะเป็นแรงสนับสนุนงานในอนาคตทั้งหมดของท่าน เพราะตอนนี้เขาเป็นคนที่สามารถปราบปรามตี้เว่ยหมิงอย่างออกหน้าได้ นั้นก็คือตัวเขาที่เป็นพ่อตา”อวี่เหวินห่าวตกตะลึงไปครู่หนึ่ง "เจ้าหมายความว่า เสด็จพ่อก็มองตี้เว่ยหมิงออกด้วยหรือ?"หยวนชิงหลิงยืนพิงเขา "เสด็จพ่อย่อมต้องรู้มากกว่าท่านอยู่แล้ว เหมือนที่ท่านเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าพระองค์ลำเอียงเข้าข้างพี่ใหญ่เสมอ จริง ๆ แล้วพระองค์ทรงรู้อยู่แก่ใจ พระองค์แค่ให้โอกาสพี่ใหญ่เสมอ แต่เมื่อเจอโอกาสที่เหมาะสม ก็ควรจัดการไม่ใช่หรอกหรือ? ความคิดของพระองค์ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นจงทำตามที่พระองค์ต้องการเถอะ จัดก

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1012

    พระชายาจี้พูดจบก็กลับไปนั่งลงบนเก้าอี้เก้าอี้ที่นางนั่งนั้นใหญ่มาก แต่นางผอมมากเนื่องจากป่วยมาเป็นเวลานาน เก้าอี้นั้นยังมีพื้นที่เหลืออีกมาก ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นนั่งบนเก้าอี้กว้างตัวใหญ่ประจัญหน้ากับพวกขุนนางกว่าสิบคนที่อยู่ตรงนั้นแม่ทัพซุยไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป ความโกรธบนใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวคนที่เหลือก็เงียบและก้มหน้าเช่นกันพระชายาจี้รออยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวอย่างใจเย็นว่า "องค์รัชทายาทคือผู้กำหนดชะตา ถ้าเจ้าปฏิบัติตามให้ดี เจ้าจะมีชีวิตอยู่อย่างมั่งคั่งและมั่งคั่งในภายภาคหน้า วันนี้ข้าพูดได้เพียงเท่านี้ ทุกคนไปเถอะ รักษาตัวด้วย"หลังจากพูดจบ นางก็ยืนขึ้น และเดินออกไปโดยเอามือไพล่หลัง แผ่นหลังบาง ๆ ของนางตั้งตรงดูยิ่งใหญ่ราวกับว่าสามารถแบกท้องฟ้าได้ครึ่งหนึ่งแรงสนับสนุนของอวี่เหวินห่าวสูงขึ้นเรื่อย ๆอย่างไรก็ตาม มีคน ๆ ​​หนึ่งที่มีความคิดเห็นเป็นปฏิปักษ์อยู่เสมอ ถึงกับตำหนิเขาตรง ๆ ต่อหน้าท้องพระโรงทำให้บรรยากาศของวันนั้นแย่เป็นอย่างยิ่ง แม้แต่จักรพรรดิหมิงหยวนก็ยังกริ้วจนหน้าดำจูกั๋วกงคนนี้คือ จูหรูเพ่ย เป็นพ่อตาของตี้เว่ยหมิงเมื่อก่อน

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1011

    มีแม่ทัพแซ่ซุยอยู่ที่นี่ ซึ่งเคยอยู่กับตี้เว่ยหมิงมาก่อน และตี้เว่ยหมิงได้ติดต่อเขาแล้ว เมื่อได้ยินสิ่งที่พระชายาจี้พูด เขาพูดอย่างเฉยเมยว่า "ข้อเสนอขององค์รัชทายาทที่จะจัดตั้งพันธมิตรกับต้าโจว ไม่ต่างอะไรไปกว่าการกระทำของคนขี้ขลาด คิดว่าด้วยการสนับสนุนของต้าโจว เป่ยถังของเราจะสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขรึ และเช่นกันด้วยวิธีนี้ เป่ยถังของเราจะต้องมองสีหน้าท่าทีของต้าโจวในทุก ๆ เรื่องงั้นหรือ? นี่คิดว่ามันคงไม่เหมาะกระมั่ง”พระชายาจี้มองเขา น้ำเสียงของนางเย็นชาเล็กน้อย “แม่ทัพซุย แม้ว่าข้าจะเป็นผู้หญิง แต่ข้าก็รู้ด้วยว่าสิ่งที่องค์รัชทายาทเสนอเป็นพันธมิตร มิใช่การยอมจำนน ทำไมเจ้าต้องสังเกตสีหน้าท่าทางต้าโจวทุกอย่างด้วย?”แม่ทัพซุยพูดอย่างแข็งกร้าว "พระชายาคงไม่เข้าใจสินะ? เมื่อพันธมิตรถูกจัดตั้งขึ้น ก็จะมีข้อจำกัดซึ่งกันและกัน ข้อจำกัดทางทหารไม่ใช่เรื่องที่ดี"พระชายาจี้ถึงกับขำ แววตาของนางดูเย็นชาขึ้นมา "จริงหรือ? แล้วทำไมข้าถึงได้ยินว่าสนธิสัญญานี้หมายถึงการไม่รุกรานกัน? หรือว่าแม่ทัพซุยมีความคิดที่จะรุกรานแคว้นอื่น"แม่ทัพซุยตกตะลึง "นี่...ข้าย่อมไม่มีอยู่แล้ว"“ในเมื่อไม่มี เจ

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1010

    หยวนชิงหลิงไม่สบายใจ อย่างไรก็ตาม เสี่ยวลั่วหมี่ยังมีไข้อยู่นางยิ้มและพูดว่า "เสด็จย่า พวกเขาอาจจะงอแง เกรงว่าจะทำให้พระองค์ทรงเหนื่อยได้เพคะ"ไทเฮาทรงมีสีพระพักตร์นิ่งเฉย และตรัสอย่างไม่พอใจว่า “เกรงว่าคนแก่อย่างข้าจะอ่อนล้า หรือไม่วางใจให้ข้าดูแลพวกเขากัน? กลัวว่าพวกเขาอยู่กับข้าแล้วจะดูแลไม่ดี ไม่มีนมให้กินอย่างนั้นรึ” หยวนชิงหลิงยิ้มและพูดว่า "ดูพระองค์พูดสิเพคะ พระองค์จะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเลวร้ายได้อย่างไร? พระองค์ออกจะรักเหมือนเป็นหัวแก้วหัวแหวน... "“บุ้ย ๆ ๆ หัวแก้วหัวแหวนอะไรกัน ไม่ใช่ลูกสาวสักหน่อย แต่เป็นทองคำต่างหาก ทองคำของข้า” ไทเฮาทรงตรัสแปลก ๆ ขณะอุ้มเสี่ยวลั่วหมี่ไว้นางเงยหน้าขึ้นและมองไปที่หยวนชิงหลิงและพูดอย่างเย็นชาว่า "อย่าพูดไร้สาระ แค่อยู่ในวังสักสองสามวัน ไว้หายดีแล้วค่อยให้เจ้ามารับไป หากยังกังวลใจ ให้ไปหาไท่ซ่างหวงให้รับรองให้เจ้าเถอะ”หยวนชิงหลิงได้ยินว่านางถึงกับยกไท่ซ่างหวงออกมาแบบนี้ นางจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร นางจึงจำใจต้องส่งลูกที่เพิ่งครบเดือนให้ห่างอกนางเท่านั้นอย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงเรื่องการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์ ทุกวันนี้นางก็แทบไม่มีเวลา

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 485

    ในสมองของหยวนชิงหลิงนึกออกมาได้แค่คนหนึ่ง คือตัวนางเอง?แต่ว่านางก็ตกใจขึ้นมาทันที เป็นไม่ได้ เพราะว่าถ้าเป็นนาง นางไม่คิดช่วยพระชายาจี้อย่างยิ่ง จิตใต้สำนึกไม่สามารถจัดยาได้มากมายขนาดนี้ นอกจากนี้ พวกยาที่นางต้องการใช้ช่วยเหลือองค์ชายแปดก่อนหน้านี้ กล่องยาก็ไม่มีปรากฏออกมาดังนั้นนางจึงคิดว่าคนที่ควบ

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 504

    อาซื่ออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "ซูยี่ ที่เจ้ากล่าวมาทั้งหมดเป็นความจริงหรือ?”"จริงแท้แน่นอน" ซูยี่แทบจะสาบานแล้ว"คำพูดเหล่านี้เจ้าไม่สามารถที่จะเอ่ยได้ตามใจได้ เมื่อวานเจ้าเห็นท่านอ๋องโกรธมากหรือไม่?" อาซื่อเอ่ยถาม"ไม่มี ท่านอ๋องไม่ได้โกรธแม้แต่น้อย สรุปแล้วมองดูไม่เหมือนโกรธ ดังนั้นข้าน้อยจึงรู้สึกแปลก

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 488

    พวกเขาทั้งสองมาถึงวัดฮูกั๋วก็พลบค่ำไปแล้ว เมื่อไต้ซือได้ยินว่าอ๋องฉู่เสด็จมา จึงออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง“ฝ่าบาท เมื่อสามปีก่อน อาตมาเป็นห่วงยิ่งนัก ฝ่าบาทตอนนี้สบายดีหรือไม่?”ไต้ซือท่านนี้เป็นพระชราผู้ใจดีมีความเมตตากรุณาไม่มีความถือตนเลยสักนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้ายิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน ทำให้ผู้คนละท

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 497

    "จริงจังมาก!""แต่ข้าเคยถามท่าน แต่ท่านบอกว่าสิ่งที่ต้องจ่ายมันมากเกินไปไม่คุ้มค่า" หยวนชิงหลิงไม่รู้ว่าเพราะอะไรแค่ในช่วงเวลาสั่น ๆ เขาถึงเปลี่ยนความคิด ทั้งที่ก่อนหน้าก็ไม่ได้สัญญาณอะไรเลยอวี่เหวินห่าวเอ่ย "ถูกต้อง เดิมทีข้ากล่าวเช่นนี้ แต่ความจริงในตอนนี้ ข้าก็ยังคิดเช่นนี้ว่าการแย่งชิงนั้นมีสิ่งท

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status