เข้าสู่ระบบ“ท่านอ๋อง... ในเมื่อท่านไม่คิดจะรุก เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ!”บุรุษหน้านิ่งถึงกับขบกรามแน่น... สตรีหน้าหนาผู้นี้ ข้าจะลงทัณฑ์นางให้หลาบจำบนเตียงเตา!
ดูเพิ่มเติมบทนำ : คืนมงคลที่หนาวเหน็บกว่าเหมันต์
กลิ่นกำยานมงคลที่ควรจะหอมอบอวลชวนให้จิตใจรัญจวน กลับฉุนจัดจนชวนให้รู้สึกอึดอัด แสงเทียนสีแดงเล่มใหญ่สลักลายมังกรหงส์สลัวรางวูบไหวอยู่มุมห้อง สะท้อนเงาของร่างบางในชุดมงคลสีแดงสดที่นั่งนิ่งสนิทอยู่บนเตียงไม้หนานมู่
ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงปักดิ้นทองบดบังวิสัยทัศน์จนสิ้น ทว่าไม่อาจบดบังความทรงจำมากมายที่เพิ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัวของ ‘จ้าวชิงเยว่’
ใช่... นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่จวนราชครู ผู้มีรูปโฉมงดงามล่มเมือง แต่กลับมีนิสัยร้ายกาจ เอาแต่ใจ และเป็นที่เกลียดชังของผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวง และที่ตลกร้ายที่สุดคือ ร่างนี้เพิ่งจะถูกฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้แต่งเข้าจวนของ ‘เซี่ยหยางเจี้ยน’ ชินอ๋องผู้กุมอำนาจทางการทหาร บุรุษผู้ได้ฉายาว่าพญายมหน้าหยก... ผู้ซึ่งเกลียดชังสตรีมารยาเข้ากระดูกดำ
แอ๊ด...
เสียงบานประตูไม้สลักถูกผลักออกอย่างแรง ไร้ซึ่งความทะนุถนอมตามธรรมเนียม ลมหนาวของยามวิกาลพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวเทียนมงคลวูบดับไปหนึ่งเล่ม พร้อมกับกลิ่นอายเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ของผู้ที่ก้าวเข้ามา
จ้าวชิงเยว่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลผ่านผืนผ้าคลุมหน้า เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้านาง ไม่มีเสียงของแม่สื่อ ไม่มีเสียงของสาวใช้ ทุกอย่างเงียบสงัดราวกับป่าช้า มากกว่าจะเป็นห้องหอ
ฟึ่บ!
ผ้าคลุมหน้ามงคลถูกเลิกขึ้น ไม่ใช่ด้วยคันชั่งหยกตามประเพณี แต่เป็นปลายนิ้วหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการจับดาบ ชายผ้าสีแดงร่วงหล่นลงบนตัก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ราวกับถูกสลักเสลาขึ้นจากหยกน้ำแข็ง เซี่ยหยางเจี้ยนสวมชุดมงคลสีแดงเช่นเดียวกัน ทว่าสีแดงนั้นกลับไม่อาจขับเน้นความอบอุ่นใดๆ จากแววตาดุดันคู่นั้นได้เลย
สายตาของเขามองกดลงมาที่นาง... ราวกับกำลังมองเศษขยะชิ้นหนึ่ง
"อย่าคิดว่าราชโองการของเสด็จพี่ จะบีบบังคับให้ข้าต้องปฏิบัติต่อเจ้าเฉกเช่นภรรยา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นทำลายความเงียบ มันราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ ทว่ากลับเสียดแทงทะลุถึงขั้วหัวใจ หากเป็นจ้าวชิงเยว่คนเดิม คงได้น้ำตาร่วงหล่นและกรีดร้องโวยวายด้วยความอัปยศไปแล้ว
ทว่าจ้าวชิงเยว่คนนี้... เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"หน้าที่ของเจ้าในจวนอ๋องแห่งนี้ มีเพียงการหุบปากให้สนิท และอย่าวุ่นวายกับคนของข้า" เซี่ยหยางเจี้ยนแค่นเสียงหยัน นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงอย่างคุกคาม "จำเอาไว้จ้าวชิงเยว่ อย่าหวังว่าข้าจะแตะต้องสตรีมารยาเช่นเจ้า และอย่าได้คิดสวมหมวกเขียวให้ข้าเป็นอันขาด หากเจ้ากล้าล้ำเส้น... ข้าจะส่งศพเจ้ากลับจวนราชครูด้วยตัวข้าเอง"
บุรุษหนุ่มสะบัดชายแขนเสื้อ หันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องหอไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองจอกสุรามงคลที่วางอยู่บนโต๊ะ ทิ้งให้เจ้าสาวของตนต้องเผชิญกับความอัปยศและคำครหาในเช้าวันรุ่งขึ้น
ทว่า... ก่อนที่ฝีเท้าของเขาจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความเกียจคร้านกลับดังขึ้นด้านหลัง
"ท่านอ๋องโปรดวางใจ..."
เท้าที่กำลังจะก้าวเดินชะงักงัน เซี่ยหยางเจี้ยนเหลียวใบหน้ากลับมามองเพียงครึ่ง มุมปากของฮูหยินป้ายแดงที่ควรจะบิดเบี้ยวด้วยความเสียใจ กลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มงดงามที่ไปไม่ถึงดวงตา นางเอื้อมมือปลดมงกุฎหงส์ทองคำที่หนักอึ้งบนศีรษะออกอย่างเชื่องช้า โยนมันทิ้งลงบนเตียงราวกับของไร้ค่า ก่อนจะปรายตามองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เป็นสามี
"สตรีมารยาเช่นข้า... ไม่นิยมกินเต้าหู้ที่เย็นชืดและแข็งกระด้างเช่นท่านหรอกเพคะ คืนนี้ฝนตกอากาศเย็นจัด... ท่านอ๋องก็ห่มผ้าให้หนาหน่อยแล้วกัน ประเดี๋ยวจะหาว่าภรรยาไม่ห่วงใย"
นัยน์ตาสีเข้มของพญายมหน้าหยกวูบไหวไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะแค่นเสียงหึในลำคอแล้วก้าวเดินออกไป ทิ้งให้บานประตูเปิดอ้ากว้างรับลมหนาว
เมื่อแผ่นหลังนั้นลับสายตา จ้าวชิงเยว่ก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ นางลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะ รินสุรามงคลลงในจอกทั้งสองใบ ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
เย็นชืดและแข็งกระด้างงั้นหรือ? ดวงตาหงส์หรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากอิ่มสีชาดเหยียดยิ้มร้ายกาจ
ก็มาคอยดูกัน... ว่าน้ำแข็งที่ว่าแน่ จะทนไฟร้อนๆ ของมารยาหญิงอย่างข้าได้สักกี่น้ำ!
ตอนพิเศษ 5 : กำเนิดจิ้งจอกน้อย... กับท่านพ่อผู้พ่ายแพ้ราบคาบกาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงในยามวสันตฤดูสดใสกว่าปีใดๆ บรรยากาศในจวนผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเต็มไปด้วยกลิ่นอายของมวลบุปผา ทว่าความสงบสุขนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่วิ่งวุ่นและความโกลาหลที่คุ้นเคยอีกครั้ง...ภายในเรือนเหมันต์รำลึก เซี่ยหยางเจี้ยน นั่งไม่ติดเก้าอี้ เขาเดินจงกรมไปมาหน้าประตูห้องบรรทมจนพื้นพรมแทบจะสึก แม้จะเป็นคุณพ่อลูกสองแล้ว ทว่าความตื่นตระหนกยามเห็นภรรยาเจ็บท้องคลอดกลับไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยแม้แต่น้อย"หยางเจี้ยน... ท่านหยุดเดินเสียที ข้าเวียนหัว" จ้าวชิงเยว่ ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงส่งเสียงปราม แม้ใบหน้าจะชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่นางยังคงมีแก่ใจจะหยอกเย้าสวามี "ครั้งที่สองแล้วนะเพคะ ทำไมท่านยังทำท่าเหมือนโลกจะถล่มอีก""โลกไม่ถล่ม... แต่ใจข้าจะถล่ม!" เซี่ยหยางเจี้ยนถลาเข้าไปกุมมือนางแน่น "ชิงหลงน่ะซนเหมือนลิง แต่ครั้งนี้ข้าสังหรณ์ใจว่าเจ้าตัวเล็กจะแสบกว่าพี่ชายเขาหลายเท่านัก"ไม่ทันขาดคำ เสียงร้องไห้จ้าที่แหลมใสและกังวานกว่าครั้งของชิงหลงก็ดังขึ้น หมอหลวงและยายรับใช้ต่างพากันยิ้มแก้มปร
ตอนพิเศษ 4 : เมื่อจิ้งจอกสาวมี ‘เจ้าตัวเล็ก’ คนที่สอง... และภารกิจสยบสวามีขี้เห่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนหลังจาก "พญายมน้อย" เซี่ยชิงหลง ประกาศกร้าวว่าอยากมีน้อง บรรยากาศในจวนผู้สำเร็จราชการแผ่นดินก็กลับมาตึงเครียด (ในแบบที่ชวนอมยิ้ม) อีกครั้ง เมื่อท่านหมอหลวงอาวุโสพึ่งจะเดินยิ้มกริ่มออกไปจากเรือนพร้อมข่าวดีที่ทำให้เมืองหลวงแทบจะปิดฉลองรอบที่สอง...เซี่ยหยางเจี้ยน ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องบรรทม ในมือยังถือฎีกาลับที่พึ่งอ่านค้างไว้ ทว่าสมองกลับไม่รับรู้ข้อมูลใดๆ อีกต่อไป นอกจากคำว่า "พระชายาทรงพระครรภ์ได้สองเดือนแล้วพ่ะย่ะค่ะ""หยางเจี้ยน... ท่านอ๋อง... ท่านจะยืนเป็นหินไปอีกนานไหมเพคะ?" จ้าวชิงเยว่ เอ่ยเย้าขณะนั่งเอนกายอยู่บนตั่ง พลางลูบหน้าท้องที่ยังคงราบเรียบ"ชิงเยว่... ข้า..." ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินผู้น่าเกรงขามทิ้งฎีกาล้ำค่าลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี เขาถลาเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าภรรยา คว้ามือเรียวมาจุมพิตซ้ำๆ ด้วยแววตาที่สั่นไหว "ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าให้พักผ่อนเยอะๆ! ทำไมเจ้ายังแอบไปตรวจบัญชีที่หอชิงเหยียน! เกาเฟิง!! สั่งปิดหอชิงเหยียนเดี๋ยวนี้! ห้ามใครให้พระชายาทำงานเด็ดขาด!""ท่านอ๋อง! ถ
ตอนพิเศษ 3 : เมื่อพญายมน้อยอยากมีน้อง... กับบททดสอบความอดทนของท่านพ่อวสันตฤดูวนกลับมาอีกครั้ง ดอกท้อเบ่งบานชมพูสะพรั่งไปทั่วอุทยานหลวง บรรยากาศช่างรื่นรมย์จนบรรดาขุนนางต่างพากันยิ้มแย้ม ทว่า... ที่ศาลาพักผ่อนส่วนตัวในจวนผู้สำเร็จราชการกลับมี ‘สงครามประสาท’ เล็กๆ เกิดขึ้น ระหว่างมังกรหนุ่มผู้เกรียงไกรกับมังกรน้อยวัยสามขวบเศษ...เซี่ยชิงหลง นั่งกอดอกทำหน้ามุ่ยอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก นัยน์ตาคมกริบถอดแบบพระบิดามาไม่มีผิดเพี้ยนจ้องมองไปที่ จ้าวชิงเยว่ ที่กำลังนั่งป้อนขนมกุ้ยฮวาให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ“ท่านแม่เพคะ... ชิงหลงเหงา” เด็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แต่ออกคำสั่งอยู่ในที“เหงาหรือลูก? เพื่อนเล่นในจวนก็มีตั้งเยอะ องครักษ์เงาก็ยอมเป็นม้าให้เจ้าขี่จนหลังแทบหักทุกคนแล้วนะ” จ้าวชิงเยว่หัวเราะเบาๆ พลางลูบหัวลูกชาย“ไม่เหมือนกันเพคะ... ชิงหลงอยากได้ ‘น้อง’ ” เด็กน้อยประกาศกร้าว “คุณชายตระกูลหลี่มีน้องสาวตัวเล็กๆ คอยเดินตามต้อยๆ ชิงหลงก็อยากมีน้องสาวมาให้ชิงหลงแกล้ง... เอ๊ย คอยปกป้องบ้างเพคะ!”พรวด!!เซี่ยหยางเจี้ยน ที่กำลังนั่งจิบชาอ่านฎีกาอยู่ข้างๆ ถึงกับสำลักน้ำชาจนไอโขลกๆ เขาหันขวับมา
ตอนพิเศษ 2 : บ่อน้ำร้อนลับ... กับราตรีที่ไร้พันธนาการท่ามกลางหุบเขาเมฆาคล้อยที่ห่างไกลจากความวุ่นวายในวังหลวงและเสียงหัวเราะปนเสียงโวยวายของบุตรชายตัวน้อย เซี่ยหยางเจี้ยน ตัดสินใจใช้อำนาจผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในทางที่ ‘เห็นแก่ตัว’ ที่สุด ด้วยการพา จ้าวชิงเยว่ หนีมาพักผ่อนที่ตำหนักลับริมบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเพียงสองต่อสองเป็นเวลาสามวันเต็มที่นี่ไม่มีฎีกาที่ต้องสะสาง ไม่มีองครักษ์คอยเดินตาม และที่สำคัญที่สุด... ไม่มี ‘พญายมน้อย’ มาคอยแย่งอ้อมกอดของมารดาไปจากเขา!...ยามซวี (19.00 - 20.59 น.) อากาศด้านนอกหนาวเหน็บจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามกิ่งไม้ ทว่าในบ่อน้ำร้อนหินอ่อนส่วนตัวที่สร้างยื่นออกไปเห็นวิวหุบเขากลับอบอวลไปด้วยไอน้ำสีขาวขุ่นที่ลอยกรุ่นพัดพากลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบป่าให้ฟุ้งกระจาย แสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำที่กระเพื่อมไหวจ้าวชิงเยว่ก้าวลงไปในน้ำอุ่นจัด นางสวมเพียงอาภรณ์ผ้าไหมบางเบาสีม่วงอ่อนที่เมื่อเปียกน้ำแล้วกลับแนบสนิทไปกับผิวกายเนียนละเอียด เผยให้เห็นทุกสัดส่วนที่งามไร้ที่ติประดุจงานปั้นจากหยกเนื้อดี"ท่านอ๋อง... ท่านจะยืนมองข้าอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมเพคะ?" นางเอี้ยวตัวไป





