LOGINเผยมู่เหยี่ยลดสายตาลง แพขนตาหนาดกคล้ายจะสั่นระริกเบา ๆหลินซีอินถอนสายตากลับมา ไม่อยากมองหน้าเขาอีกต่อไปเผยมู่เหยี่ยเอ่ยขึ้น “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมแค่จะบอกว่า พวกเรายังไม่ได้หย่ากัน คุณไม่ยอมกลับไปบ้านต้นตระกูล แล้วการที่ผมมาหาคุณ มันไม่ใช่เรื่องถูกต้องชอบธรรมหรอกเหรอ?”“มีธุระอะไรคะ?” หลินซีอินเอ่ยถาม “พูดมาสิ”“คุณจะไม่ให้ผมเข้าไปข้างในหน่อยเหรอ?”หลินซีอินเอ่ยตัดบท “ดึกมากแล้ว ไม่สะดวกค่ะ”“พวกเรายืนคุยเรื่องสัญญาหย่ากันหน้าประตู คุณคิดว่ามันเหมาะสมแล้วเหรอ?”หลินซีอินจนปัญญา จึงทำได้เพียงเชิญเขาเข้าไปข้างในแต่พอเผยมู่เหยี่ยเดินเข้าไปข้างในแล้ว เขากลับไม่เอ่ยถึงเรื่องสัญญาหย่าเลยแม้แต่น้อย ก้าวยาว ๆ ตรงไปยังห้องน้ำทันทีหลินซีอินยืนขวางเขาไว้ “คุณจะทำอะไรคะ?”“อาบน้ำ” เผยมู่เหยี่ยเอ่ย “คืนนี้ผมจะนอนที่นี่ ผมเหนื่อยมาก พอตื่นขึ้นมา พรุ่งนี้เช้าค่อยคุยกัน”“ไม่ได้!” หลินซีอินไม่ยอมถอย “ฉันไม่อนุญาต!”เผยมู่เหยี่ยไม่พูดจา จ้องมองเธออยู่หลายวินาที ก่อนจะลงมือถอดเสื้อผ้าของตัวเองหลินซีอินไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าทำเรื่องหน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้เพียงชั่วครู่เดียว เ
หลินซีอินก้มหน้าลง ไม่รู้ว่าควรจะเอื้อนเอ่ยออกไปอย่างไรดีทว่าเรื่องนี้ อย่างไรเสียก็ปิดไว้ไม่มิดอย่างแน่นอนเมื่อเห็นผู้ใหญ่ทั้งสองท่านทานกันจนใกล้เสร็จแล้ว เธอจึงวางตะเกียบลง นั่งหลังตรงอย่างสงบเรียบร้อย ก่อนจะทอดสายตามองผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน แล้วเอ่ยขึ้น “อาจารย์คะ อาจารย์แม่คะ หนู... หนูกำลังจะหย่าแล้วค่ะ”จี้หมิงถังชะงักไปทันทีอาจารย์หลี่ตกใจจนหน้าเสีย “อะ อะไรนะ หย่าเหรอ?”จี้หมิงถังตบโต๊ะเสียงดังปังทันควัน “เหลวไหล! การหย่าร้างมันเป็นเรื่องเล่น ๆ หรือไง? ถึงได้เอามาพูดติดปากอยู่แบบนี้?”หลินซีอินเข้าใจดี คนรุ่นพวกท่าน มีคนหย่าร้างกันน้อยมากดังนั้นพอได้ยินข่าวแบบนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะตื่นตกใจเป็นธรรมดาหลินซีอินรีบอธิบายว่า “หนูกับเขา... ไม่ได้มีความรู้สึกต่อกันแล้วค่ะ ฝืนอยู่ด้วยกันต่อไปก็ไม่มีความหมายอะไร”“ไม่มีความรู้สึกแล้วตอนนั้นทำไมถึงดันทุรังจะแต่งกับเขาให้ได้!” จี้หมิงถังโมโหจนควันแทบออกหู “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”เขาจะไม่โมโหได้อย่างไร?ลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจและให้ความสำคัญมากที่สุด กลับทอดทิ้งการเรียนในช่วงวัยที่ดีที่สุด แล้ววิ่งไปแต่งงานหากครองคู่กันจนแก่เฒ
หลินซีอินมีใบหน้าสวยหรูทรงเสน่ห์ ยามที่ไม่พูดไม่จานั้น ดูสุขุมเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่งนิสัยส่วนตัวของเธอเองก็ไม่ใช่สาวน้อยสายออดอ้อนออเซาะแต่อย่างใดทว่าจี้หมิงถังและภรรยามีบุญคุณหยิบยื่นโอกาสให้เธอ ทั้งยังปฏิบัติต่อเธอด้วยความจริงใจเมื่อเปรียบเทียบกับหลินอี้หมิงและภรรยาแล้ว หลินซีอินกลับรู้สึกว่า อาจารย์และอาจารย์แม่ดูสนิทสนมและใกล้ชิดมากกว่าเสียอีกด้วยเหตุนี้เธอจึงกล้าเอ่ยปากขออย่างหน้าด้าน ๆ โดยไม่คาดคิดว่าอาจารย์หลี่จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง “อุ๊ย! งั้นฉันจะรีบไปซื้อซี่โครงหมูเดี๋ยวนี้เลยนะ! หร่วนหร่วน หนูรีบมาเร็ว ๆ นะ!”หลินซีอินก็หลุดยิ้มออกมาเช่นกัน “ขอบพระคุณค่ะอาจารย์แม่”เธอกระเด้งตัวลุกขึ้น เปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบกุญแจรถ แล้วตรงออกจากบ้านทันทีอาจารย์และอาจารย์แม่ดีกับเธอขนาดนี้ เธอไม่มีสิ่งใดจะตอบแทน ได้แต่ตั้งจิตอธิษฐานอยู่ในใจว่าจะคอยกตัญญูและดูแลพวกท่านให้ดีในวันข้างหน้าระหว่างทางขับผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้านำเข้า เธอจึงแวะซื้อเชอร์รี่และส้มลูกโตที่ปกติแม้แต่ตัวเองก็ยังเสียดายที่จะซื้อกิน จากนั้นจึงเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยไห่ต้าจี้หมิงถังพักอาศัยอยู่ในบ้านพักอาจารย์
“ฉันก็รู้สึกว่าโอเคอยู่นะ”“เมื่อก่อนเธอไม่กินของเปรี้ยวเลยไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้รสชาติลิ้นถึงเปลี่ยนไปได้ล่ะ?”“อาจจะ... แก่ขึ้นแล้วมั้ง”ทั้งสองคนหัวเราะเกลือกกลิ้งกันอยู่บนโซฟาคุยกันจนถึงห้าทุ่มกว่า ทั้งคู่ถึงได้เข้านอนเช้าวันรุ่งขึ้น เซียวรั่วอีถูกเสียงโทรศัพท์ปลุกให้ตื่น หลังจากคุยสายเสร็จ เธอยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา ก่อนจะเดินเข้าครัวไปทำอาหารเช้าตู้เย็นของหลินซีอินว่างเกลี้ยง มีเพียงแป้งกับไข่ไก่ เซียวรั่วอีจึงทำได้แค่ทำแป้งทอดใส่ไข่แบบง่าย ๆเห็นเธอเป็นคนโผงผาง ร่าเริง แถมฐานะทางบ้านยังดีเยี่ยมแบบนี้ แต่ฝีมือการทำอาหารของเธอกลับเข้าขั้นยอดเยี่ยมเลยทีเดียวพอทำเสร็จ เธอก็พบว่าหลินซีอินยังไม่ตื่นหลินซีอินไม่เคยมีนิสัยนอนตื่นสาย เรื่องนี้เซียวรั่วอีรู้ดีเธอส่งเสียงเรียกสองสามคำ หลินซีอินถึงงัวเงียตอบในลำคอ แล้วพลิกตัวนอนต่อง่วงขนาดนั้นเลยเหรอ?วันนี้เซียวรั่วอียังมีธุระอีก จึงทิ้งข้อความไว้ให้เธอ แล้วขอตัวออกไปก่อนกระทั่งหลินซีอินตื่นขึ้นมา เธอยังคงมึน ๆ อยู่ ยันตัวลุกขึ้นนั่งเหม่อไปครู่หนึ่ง พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็ต้องตกใจตื่นเต็มตาสิบโมงกว่าแล้วเธอนอนยาวขนาดนี
ฮั่วเซียนหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เดิมทีเธอไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราเสียหน่อย”“เดิมทีเธอไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แล้วไม่ใช่เหรอ?” ฉือเทียนหลินพูด “แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะรักษาระยะห่างจากนายสักหน่อย เห็นได้ชัดว่าชีวิตคู่พวกเขากำลังจะล่มแล้ว”ฮั่วเซียนหยางดับบุหรี่ในมือ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย? อย่ามายุ่งกับลูกความของฉัน!”พูดจบ ฮั่วเซียนหยางก็เดินกลับเข้าห้องส่วนตัวไปฉือเทียนหลินลูบคางพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเดินตามกลับเข้าห้องส่วนตัวไปเช่นกันหลังจากนั้นก็ไม่ได้เกิดเรื่องวุ่นวายอะไรอีก ฉือเทียนหลินเองก็วางตัวอยู่ในระเบียบเรียบร้อย พอทานข้าวเสร็จ เขาก็เอ่ยลาแล้วขอตัวกลับไปก่อนพอเขาไป หลินซีอินก็แอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกเธอไม่อยากมีความเกี่ยวข้องหรือมีปฏิสัมพันธ์กับฉือเทียนหลินจริง ๆฮั่วเซียนหยางขับรถพาหญิงสาวทั้งสองกลับมาที่สำนักงานทนายความ หลินซีอินก็เตรียมตัวจะขอตัวกลับฮั่วเซียนหยางจึงเอ่ยขึ้น “อีอียังไม่เคยเข้าไปข้างในเลย เข้าไปนั่งเล่นข้างในก่อนไหมครับ?”หลินซีอินเป็นคนค่อนข้างไม่ทันเรื่องความรัก แต่ทว่าในฐานะคนนอกที่มองเข้าไป เธอมักรู้สึกว่า ส
ทันใดนั้น เซียวรั่วอีหัวใจพลันกระตุกวูบทว่าฉือเทียนหลินกลับคาดเดาออกเสียแล้ว เขาจ้องมองหลินซีอินตรง ๆ “คุณจะหย่ากับเผยมู่เหยี่ยเหรอ?”หลินซีอินทำสีหน้าเรียบเฉย ขณะยื่นตะเกียบให้เซียวรั่วอี “เปล่าค่ะ”เซียวรั่วอีรีบเอ่ยเสริมทันที “แน่นอนว่าไม่ใช่หร่วนหร่วนอยู่แล้ว ที่ฉันถามหมายถึงเพื่อนอีกคนต่างหาก!”ฮั่วเซียนหยางเองก็ขมวดคิ้ว “เทียนหลิน อย่าพูดจาเหลวไหล”ฉือเทียนหลินเหลือบมองหลินซีอินแวบหนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา “รับทราบแล้วครับ”นานทีปีหนจะเห็นเขาวางตัวว่าง่ายขนาดนี้ ฮั่วเซียนหยางจึงอดไม่ได้ที่จะตวัดสายตามองเขาอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยคำเตือนฉือเทียนหลินยักคิ้ว รอยยิ้มที่ยกขึ้นตรงมุมปากแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์แสนกลเดิมทีหลินซีอินยังรู้สึกต่อต้านกับการต้องทานข้าวกับฮั่วเซียนหยางเพียงลำพังอย่างไรเสียทั้งสองคนก็ไม่ได้สนิทสนมกันทว่าตอนนี้มีคนเพิ่มมาอีกสองคน เซียวรั่วอีเดิมทีก็เป็นคนอารมณ์ร่าเริงอยู่แล้ว พอได้คุยกับฉือเทียนหลิน ทั้งสองคนก็คุยกันสารพัดเรื่องอย่างไม่มีอะไรปิดบังจึงหมดห่วงเรื่องบรรยากาศบนโต๊ะอาหารไปได้เลยพอทานกันจนใกล้เสร็จ ฮั่วเซียนหยางก็ลุกขึ้นยืน พลางเอ่ยก







