Partager

คืนเข้าหอ

Auteur: Luffy.g
last update Date de publication: 2025-05-20 01:31:35

บทที่ 6 คืนเข้าหอ

หลังจากภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นแล่นไหลผ่านความคิดของหยางตงหยาง เขาก็ถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ความสุขสมที่ได้รับในค่ำคืนอันเร่าร้อนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างมิรู้คลาย

หยางตงหยางยืนเงียบอยู่หน้าห้องหอครู่หนึ่ง เขาถอนหายใจยาวออกมา ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปยังเรือนพัก เขาเปิดประตูและสาวเท้าเข้าไปด้านในห้องนอนที่บัดนี้ฉู่อันหลานกำลังนั่งนิ่งอยู่ที่เตียงนอน

หลงจูเมื่อเห็นหยางตงหยางเข้ามาด้านใน ก็ย่อกายคำนับแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรู้งาน

หยางตงหยางยกยิ้มขึ้นมา ก่อนจะเดินตรงไปนั่งด้านข้างของฉู่อันหลาน เขายกมือขึ้นเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกอย่างเบามือ ใบหน้างดงามดั่งหยกขาวปรากฏตรงหน้า ดวงตาคู่งามจ้องมองไปตรงหน้าราวกับมิได้ใส่ใจสิ่งใด บรรยากาศรอบตัวเงียบงันมีเพียงความเย็นชาที่ฉายชัดออกมาจนชวนให้รู้สึกอึดอัด

“คุณหนูฉู่...” เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงันที่เกิดขึ้น แต่ฉู่อันหลานกลับมิตอบรับสิ่งใด ร่างบางยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติงคล้ายรูปสลักหิน

หยางตงหยางโน้มกายเข้าหา ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้จนห่างกันเพียงลมหายใจกลั้น แต่แล้วฉู่อันหลานกลับเลือกจะเบือนหน้าหนี สองมือกำแน่นราวกับกำลังระงับอารมณ์ที่ขุ่นมัวภายในใจ

“องค์ชายหยาง...เรื่องราวของเราล้วนแต่เป็นเรื่องผิดพลาด...ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าหวังว่าท่านจะไม่ทำให้ข้าต้องลำบากใจมากไปกว่านี้”

คำพูดที่ราบเรียบแต่กลับเย็นเยือกอย่างไร้เยื่อใย ทำเอาหยางตงหยางถึงกับนิ่งงันไป ดวงตาคมกริบไหววูบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอออกมาเบาๆ

“คุณหนูฉู่...บัดนี้ท่านเป็นชายาของข้า...เช่นนั้นแล้วพวกเราควรต้องปรับตัวเข้าหากันเสียหน่อยมิใช่หรือ”

หยางตงหยางพูดพลางหยิบจอกเหล้ามงคลขึ้นมาพลาง พร้อมกับยื่นให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างเอาแต่ใจ

“ดื่มเสียเถิด ชายาของข้า...”

         “ท่าน...” ฉู่อันหลานเค้นเสียงออกมาด้วยความขัดใจ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองบุรุษตรงหน้าราวกับต้องการให้เขามอดไหม้เป็นผุยผง

หยางตงหยางกลับมิได้ถือสาสิ่งใด เขายังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย พร้อมกับสองมือที่กวัดแกว่งจอกเหล้าไปมาอย่างใจเย็น

ท่าทางเช่นนี้ของชายหนุ่มทำเอาฉู่อันหลานถึงกับเลือดขึ้นหน้า ใบหน้างดงามของนางยิ่งบึ้งตึงขึ้นมากกว่าเดิม สายตาเย็นเฉียบจับจ้องจนแทบกลายเป็นคมดาบ

“องค์ชายหยาง...ท่านอย่าคิดว่าข้ามิรู้ว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นมันต่ำทรามมากเพียงใด” เสียงของนางไม่ดังนัก แต่แฝงด้วยอารมณ์คุกรุ่น “ท่านวางแผนล่อลวงข้าเพื่อบีบบังคับให้ข้าแต่งงานกับท่าน...ท่านช่างน่ารังเกียจและน่าขยะแขยงยิ่งนัก” ฉู่อันหลานที่หมดความอดทน นางกัดฟันแน่น ดวงตาคู่งามแดงเรื่อ ความเจ็บปวดและความขุ่นแค้นอัดแน่นจนแทบทะลักออกมาเป็นน้ำตา

หยางตงหยางยังคงนิ่งเงียบ ก่อนจะค่อยๆ หันมามองนางอีกครั้ง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปจากความเรียบเฉยกลับกลายเป็นเย้ยหยัน

“เจ้าคิดว่านี่คือแผนการของข้าเช่นนั้นหรือ” หยางตงหยางเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากแสยะยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “คุณหนูฉู่...หากเจ้าลองทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้ง...ข้าจำได้ว่าข้าพยายามห้ามปรามเจ้าแล้ว...หากแต่เป็นเจ้าที่ยังคงดื้อดึงและ...ล่วงเกินข้า”

“ท่าน...” คำพูดของหยางตงหยางทำเอาฉู่อันหลานถึงกับอ้าปากค้าง นางแทบอยากกระโจนเข้าใส่ชายหนุ่มตรงหน้าและบีบคอเขาเสียให้ตาย

“หรือว่าต้องให้ข้ารื้อฟื้นความทรงจำเจ้าอีกครั้ง” หยางตงหยางเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาหาหญิงสาวอีกครั้งด้วยท่าทางยียวน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” ฉู่อันหลานผงะออก พร้อมกับดันร่างหนาให้ออกห่างกายอย่างนึกรังเกียจ

หยางตงหยางยังคงจ้องมองนาง พร้อมกับยักไหล่ขึ้นอย่างไม่รู้สึกรู้สาอันใด

ฉู่อันหลานกำหมัดแน่น พร้อมกับยืนขึ้นแล้วชี้ไปที่หน้าของหยางตงหยาง มือบางสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรชายตรงหน้าได้

หยางตงหยางยังคงใจเย็นเฉกเช่นเดิม เขาเพียงลุกขึ้นอย่างช้าๆ แล้วก้าวเดินเข้ามาหานาง มือหนายื่นมากอบกุมมือบางตรงหน้า ในขณะที่มือหนึ่งฉวยโอกาสโอบเอวแล้วรั้งร่างบางเข้ามาหาตนเอง

ฉู่อันหลานตาเบิกโตด้วยความตกใจ นางพยายามดิ้นรนขัดขืนการกระทำอันอุกอาจนี้อีกครั้ง “ปล่อยข้านะ...ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ”

หยางตงหยางจ้องมองฉู่อันหลานด้วยสายตาที่จริงจังและหนักแน่น “ข้ารู้...ว่าเจ้าเกลียดข้า” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วออกมาอย่างเว้าวอน “ข้าก็เกลียดตนเองเช่นกัน”

คำพูดนั้นชวนให้ฉู่อันหลานถึงกับชะงักค้าง นางจ้องมองหยางตงหยางอย่างนึกหวาดระแวงกับท่าทีที่แปรเปลี่ยนไปเช่นนี้

หยางตงหยางยกยิ้มบางๆ อย่างนึกสังเวชใจและขมขื่น ดวงตาของเขาฉายแววสั่นไหวยามที่ทอดมองมายังร่างบางตรงหน้า “ตัวข้าเป็นองค์ชายแคว้นหนาน...แต่ทว่าในฐานะตัวประกันของแคว้น...ข้าก็เป็นเพียงเบี้ยหมากตัวหนึ่งเท่านั้น” เสียงของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อยราวกับกำลังพร่ำเพ้อออกมา

“ข้า...มิคู่ควรกับเจ้า...และมิเคยคิดฝันว่าจะมีเจ้าเคียงข้างเช่นนี้” หยางตงหยางสูดหายใจเข้าพร้อมเงยหน้าขึ้นสบตานางอีกครั้ง ดวงตาของเขาสะท้อนแวววาบบางอย่างที่ฉู่อันหลานไม่อาจเข้าใจได้

“ทว่า...ในค่ำคืนนั้น...เจ้าเป็นแสงแรกในชีวิตของข้า มิใช่ข้าที่ต้องการหยามเกียรติเจ้า...และมิใช่ข้าที่ต้องการทำร้ายเจ้า...หากเป็นเพียงเพราะข้าเองก็พลัดหลงมาอยู่ในหมากกระดานนี้เท่านั้น”

“เจ้าหมายความเช่นใดกัน” ฉู่อันหลานถามออกมาด้วยความหวาดระแวงและสงสัย หากนางลองคิดทบทวนอีกครั้งหนึ่ง องค์ชายเช่นเขาที่หัวเดียวกระเทียมลีบ ไฉนเลยจะมีปัญญาวางแผนให้ร้ายนางได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ หรือว่า...มีผู้อื่นเช่นนั้นหรือ

หยางตงหยางเห็นท่าทางที่เริ่มลังเลของฉู่อันหลานก็ยกยิ้มที่มุมปากขึ้นเล็กน้อย “เจ้าเข้าใจหรือยัง...เราทั้งคู่ต่างตกเป็นเบี้ยในกระดานเดียวกัน”

         “เจ้าหมายถึง...” ฉู่อันหลานเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง “เป็นไปไม่ได้...ข้าไม่เชื่อ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   วันใหม่

    บทที่ 58 วันใหม่ ฤดูใบไม้ผลิที่แคว้นหนานกลับมาอีกครา กลีบดอกเหมยผลิบานสะพรั่งไปทั่วลานกว้างในสวนหลวง ทว่าครั้งนี้กลับอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ หยางตงหยางเดินเคียงข้างมากับฉู่อันหลาน ฮองเฮาของเขา และหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในวังหลังแห่งนี้ แม้ว่าจะมีเสียงทัดทานมากมายที่ต้องการให้ชายหนุ่มรับสนมเข้ามาภายในวังหลังเพื่อเติมเต็มอำนาจและบารมีของฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขากลับยืนกรานเสียงแข็งและมิยอมรับหญิงใดเข้ามาแม้แต่คนเดียว ร่างสูงใหญ่โอบประคองร่างระหงอย่างแนบแน่นและทะนุถนอม ทั้งสองเดินทอดน่องไปตามทางเดินในสวนหลวงอย่างเชื่องช้า ดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันแสนสุขราวกับช่วงเวลาได้หยุดชะงักลงไป “หลานเอ๋อร์...” หยางตงหยางเอ่ยขึ้นพร้อมเลิกคิ้วอย่างสงสัย “เหตุใดวันนี้เจ้าลูกดื้อทั้งสองถึงได้เงียบเชียบนัก มิเห็นวิ่งวุ่นสร้างเรื่องให้ข้าปวดหัวเหมือนเช่นเคย” ฉู่อันหลานหัวเราะเบาๆ พร้อมยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย โดยมิได้กล่าวสิ่งใด หากนางบอกออกไปมีหวังชายหนุ่มคงได้ควันออกหูอีกครั้งเป็นแน่ ณ ศาลาริมสระ หยางฟางซินและหยางซูเมิ่งน

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ร่ำลา

    บทที่ 57 ร่ำลา ข่าวการเสียชีวิตของฮองเฮาแห่งแคว้นเว่ยพร้อมกับบุตรทั้งสองถูกกระพือไปทั่วแคว้นไม่ต่างจากไฟลามทุ่ง ภายในวังหลวงของแคว้นเว่ย จัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เสวียนเฟยหลงในฉลองพระองค์สีขาวขลิบทองยืนอยู่ด้านหน้าโลงเปล่า ใบหน้าที่เรียบเฉยจ้องมองโลงเปล่านั้นด้วยแววตาเศร้าหมองคล้ายจะอาลัยอยู่ในที “ข้าหวังว่าเจ้าจะมีความสุขในหนทางที่เจ้าเลือก” ชายหนุ่มพึมพำออกมาราวกับกระซิบให้กับหญิงอันเป็นที่รักยิ่งเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากพิธีศพผ่านพ้นไปได้ไม่นาน เหล่าขุนนางต่างพากันยื่นฎีกาขึ้นมาหลายต่อหลายฉบับ...เรียกร้องให้เสวียนเฟยหลงแต่งตั้งฮองเฮาคนใหม่โดยเร็ว ด้วยเหตุผลที่ว่าแคว้นเว่ยต้องการผู้ปกครองที่เหมาะสมในวังหลังเพื่อให้บัลลังก์มั่นคงและเป็นปึกแผ่น และผู้ใดจะเหมาะสมไปกว่า "โม่ชิงโหล" สนมเฟยผู้เป็นที่โปรดปราน ธิดาของใต้เท้าโม่ซางเหวินไปได้ เสวียนเฟยหลงปรายตามองฎีกาเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่เฉยชา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากราวกับคนที่มีแผนการในใจ “เรียกตัวแม่ทัพหลี่มาเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้” แม่ทัพหลี่มาถึงในเวลาไม่ช้า พร้อมกับคุกเข่าลง “ฝ่าบาท...มีรับสั่งสิ่งใ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ถวิลหา

    บทที่ 56 ถวิลหา หลังจากฉู่อันหลานพาเสวียนฟางซินและเสวียนซูเมิ่งกลับเรือน นางก็อยู่กล่อมบุตรชายบุตรสาวจนกระทั่งพวกเขาเข้านอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจเดินตรงไปยังเรือนนอนของหยางตงหยางอีกครั้ง “เฮ้อ..เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจหนักดังถี่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉู่อันหลานถึงกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างนึกขบขันและเห็นใจชายหนุ่มในเวลาเดียวกัน เวลานี้หยางตงหยางยังคงนอนเอนกายก่ายหน้าผากด้วยความหนักใจ สายตาเหม่อลอยจ้องมองไปยังเพดานอย่างไร้จุดหมาย หัวสมองของเขาเอาแต่ครุ่นคิดอย่างหนักกับความสัมพันธ์ของบุตรทั้งสอง แม้ว่าเวลานี้ระยะห่างระหว่างเขากับเด็กน้อยจะเขยิบเข้ามาใกล้อีกนิด แต่ก็ระยะห่างนั้นกลับช่างดูห่างไกลเสียเหลือเกิน ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกแผ่วเบาตามด้วยร่างระหงของฉู่อันหลานที่ย่างกรายเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาทอดมองไปยังหยางตงหยางพร้อมกับรอยยิ้มที่แต้มบนใบหน้านวล หยางตงหยางสะดุ้งเฮือกสุดตัว พร้อมหยัดกายขึ้น ดวงตาของเขาเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง หกเดือนแล้วที่ชายหนุ่มได้แต่เฝ้ามองหญิงสาวตาละห้อย คำพูดน้อยครั้งทีเดียวที่นางจะยอมปริปากพูดคุยกับเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   เปิดใจ

    บทที่ 55 เปิดใจ วันถัดมาหยางตงหยางออกไปเดินด้านนอกและเห็นเสวียนซูเมิ่งที่กำลังปลูกต้นไม้อยู่ตามลำพัง ดวงหน้าเล็กแต่กลับจิ้มลิ้มน่ารัก บัดนี้เปื้อนดินเปื้อนทรายเต็มไปหมด “เจ้าชอบดอกเหมยหรือ” หยางตงหยางเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ พร้อมหย่อนกายนั่งลงด้านข้าง เสวียนซูเมิ่งหันมองหน้าชายหนุ่มที่มารดาบอกว่าเป็นบิดาของตนอย่างนึกชั่งใจ แม้ว่านางจะมิได้รู้สึกรังเกียจอันใด แต่เมื่อพี่ชายไม่คิดจะยอมรับเขา เช่นนั้นนางเองก็ต้องทำตามเช่นกัน “เสด็จพ่อบอกว่าดอกเหมยแม้จะดูบอบบาง แต่กลับทนทานหิมะยิ่ง...ข้าก็อยากเป็นเช่นนั้น” หยางตงหยางยิ้มกริ่มออกมาอย่างใจชื้นเมื่อบุตรสาวตัวน้อยยอมพูดคุยกับเขาขึ้นมา “แล้วเจ้ารู้ไหมว่าตอนข้าอายุเท่าเจ้า...ข้าก็ปลูกดอกเหมยเช่นกัน...แต่ทว่ากลับไม่มีต้นใดรอดเสียเลย...นั่นเพราะว่าข้ารดน้ำให้มันมากเกินไป” เสวียนซูเมิ่งอดที่จะหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้เป็นบิดาของนางนั้นช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย “ข้าว่าเพราะท่านดูแลต้นเหมยไม่เป็นอย่างใดเล่า...ท่านมาช่วยข้าปลูกเสียสิ...รับรองต้นเหมยของท่านต้องงอกงามเป็นแน่” หยางตงหยางเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   พิสูจน์ตนเอง

    บทที่ 54 พิสูจน์ตนเอง นับตั้งแต่สงครามสงบลง หยางตงหยางก็ย้ายมาปักหลักอยู่ที่แคว้นเว่ย ข้อตกลงหนึ่งปีที่เขาต้องพิสูจน์ตนเองให้ได้ตามสัญญา ชายหนุ่มพักอยู่ที่จวนร่วมกับฉู่อันหลานและบุตรทั้งสอง โดยฉู่อันหลานมิยอมให้เขาร่วมห้องกับตนเองเป็นอันขาด ทางด้านแคว้นหนาน หยางตงหยางที่วางรากฐานการปกครองอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเรื่องปัญหาจุกจิกต่างๆ เขาจึงมอบหมายให้จางเซี่ยเหวิน ขุนนางผู้ภักดีเป็นผู้ตัดสินใจแทน จะมีก็เพียงเรื่องเร่งด่วนที่จางเซี่ยเหวินจะส่งม้าเร็วมามอบสารให้แก่เขาเป็นผู้ตัดสินใจ ในขณะที่ราชวังแคว้นเว่ย ข่าวลือเรื่องอาการเจ็บป่วยของฮองเฮาและบุตรทั้งสองแพร่กระจายไปทั่ว โรคประหลาดที่หมอหลวงทั้งหลายต่างจนปัญญาจะรักษาทำให้สามแม่ลูกต้องย้ายออกมาพำนักอยู่ที่ตำหนักนอกเมืองเพื่อหาวิธีรักษาตัว โดยมิให้ผู้ใดรบกวนเป็นอันขาด ในช่วงเย็นวันหนึ่งหยางตงหยางนั่งอยู่ที่ห้องอักษร สองมือกำพู่กันค้างอยู่เหนือแผ่นกระดาษ สายตาพยายามจับจ้องตัวอักษรตรงหน้า แต่สมาธิกลับมิได้จดจ่อแต่อย่างใด สุดท้ายเขาก็กระแทกพู่กันลงกับโต๊ะด้วยความหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์อย่างแรง ยิ่

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   หาข้อยุติ

    บทที่ 53 หาข้อยุติ ฉู่อันหลานหลับตาลงอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองเริ่มตั้งท่าจะฟาดฟันกันอีกหน นางพยายามข่มกลั้นโทสะที่มีเอาไว้และรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับบุรุษทั้งสองที่ทำตัวราวกับเด็กอมมือก็ไม่ปาน “พวกท่านเมื่อไหร่จะพอเสียที” ฉู่อันหลานกล่าวคำหนักออกมาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องหน้าคนทั้งสองอย่างต้องการเอาเรื่อง “พวกท่านต่างบอกว่ารักข้า...แต่สิ่งที่พวกท่านทำล้วนแล้วแต่เห็นข้าเป็นเพียงสิ่งของที่คิดจะแย่งชิงกันไปมา...นี่นะหรือสิ่งที่พวกท่านต่างกล่าวว่ารักข้า” หญิงสาวพูดพลางหันไปจ้องหน้าของเสวียนเฟยหลงและหยางตงหยางสลับกันไปมา พร้อมทอดสายตาที่เจ็บปวดและผิดหวังอย่างรุนแรง บุรุษทั้งสองได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความจนใจที่จะหาเหตุผลในการโต้เถียงนาง เมื่อทุกสิ่งที่หญิงสาวพ้อออกมานั้นล้วนแล้วแต่ถูกต้องทุกประการ เสวียนเฟยหลงเงยหน้าขึ้นทอดมองหญิงสาวตรงหน้าสายตาที่อ่อนโยนและจริงจังอีกครั้ง “แล้วเจ้าเล่า...เจ้าอยากอยู่ที่ใด” ฉู่อันหลานนิ่งเงียบไป ในขณะที่เสวียนเฟยหลงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกปลง “หลานเอ๋อร์...ตั้งแต่วันแรกที่ข้าขอเจ้าแต่งงานจนกระทั่งถึงวันนี้...ขอเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ตัดสินใจ

    บทที่ 36 ตัดสินใจ ข่าวลือเกี่ยวกับฉู่อันหลานยังคงถูกแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง มันลุกลามราวกับไฟลามทุ่งที่ไม่มีวันมอดดับ สร้างความเสื่อมเสียและอับอายให้กับหญิงสาวและฉู่ม่อเย่ยิ่งนัก ฉู่ม่อเย่ที่มิอาจอดทนต่อไปได้อีก เขาร้อนใจจนอดรนทนไม่ไหวจึงสั่งให้พ่อบ้านเรียกตัวบุตรสาวมาพบ “พ่อบ้า

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ตั้งครรภ์

    บทที่ 33 ตั้งครรภ์ เวลาผ่านไปกว่าสามเดือนแล้วนับตั้งแต่ฉู่อันหลานลอบหนีจากแคว้นหนานกลับมายังแคว้นเว่ยได้สำเร็จ ฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินต่างยินดียิ่งที่ได้พบหน้าบุตรสาวอีกครั้ง หลังจากกลับมาที่จวนสกุลฉู่ ฉู่อันหลานก็เงียบขรึมไปลงกว่าแต่กว่า นางที่เคยเป็นหญิงสาวร่าเริงสดใส เวลานี้กลั

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ข่าวลือ

    บทที่ 35 ข่าวลือ หลายวันต่อมา ข่าวลือเรื่องฉู่อันหลานก็กลับมาร่ำลือลุกลามไปทั่วเมืองหลวงอีกครั้ง คุณหนูใหญ่สกุลฉู่ที่หน้าด้านไร้ยางอายถึงกับลักลอบหลับนอนกับบุรุษไปทั่ว จนสุดท้ายก็ถูกรัชทายาทถอนหมั้นอย่างไม่ไว้หน้า และจำต้องแต่งงานกับองค์ชายตัวประกันโดยมิมีทางเลือก สุดท้ายนางกลับถู

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   คำขอ

    บทที่ 34 คำขอ สายฝนโปรยปรายลงมาคล้ายม่านน้ำไหลทอดลงมาตามหลังคาของศาลากลางสวนในจวนสกุลฉู่ กลิ่นดินลอยฟุ้งอบอวลไปในอากาศ ละอองเย็นของช่วงฤดูฝนทำเอาฉู่อันหลานถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมา นางกระชับเสื้อคลุมขึ้นแนบกับตัว แต่ก็มิคิดจะเดินกลับเข้าไปภายในห้อง สายตายังคงเหม่อมองสายฝนที่ตกลงมาราวกับต้องกา

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status