Partager

ครอบครัวใหม่

Auteur: Luffy.g
last update Date de publication: 2025-05-20 01:31:53

บทที่ 7 ครอบครัวใหม่

หยางตงหยางหัวเราะหึๆ ขึ้นมาในลำคอ สองมือหนาผละออกจากร่างบาง ก่อนจะยกมือขึ้นไขว้หลังราวกับต้องการให้นางได้ตรึกตรองอย่างถ้วนถี่

“เจ้าคิดว่าใครกันที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้...เป็นข้าเช่นนั้นหรือ” หยางตงหยางพยายามหว่านล้อมและตอกย้ำให้ฉู่อันหลานได้ฉุกคิดอีกครั้ง

ฉู่อันหลานกำหมัดแน่น แม้นางจะไม่อาจเชื่อหยางตงหยางได้อย่างสนิทใจ แต่ทว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาก็ล้วนแล้วแต่มีความเป็นไปได้แทบทั้งสิ้น ใช่แล้ว...หากจะนับประโยชน์จากเรื่องนี้ แม้หยางตงหยางจะมีแผนการก็ตาม แต่ก็ถือว่าเสี่ยงมากจนแทบจะเรียกว่าเอาชีวิตตนเองเป็นเดิมพันก็ได้ แล้วมันคุ้มกันหรอกหรือ เช่นนั้นคนที่ต้องการประสงค์ร้ายกับนาง คนที่ต้องการวางแผนทำลายนางจนย่อยยับ คนผู้นั้นย่อยต้องเกี่ยวข้องกับเสวียนเฟยหลง...รัชทายาทแห่งแคว้นเว่ยเป็นแน่

“คุณหนูฉู่...เจ้าเป็นคนฉลาด ข้าคงมิต้องอธิบายความมากนัก...เอาเป็นว่าเวลานี้ เจ้าพักผ่อนเสียก่อนเถิด...หากเจ้าต้องการรู้ความจริง เอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปพิสูจน์ด้วยตนเอง”

หยางตงหยางตัดบทออกมา พร้อมกับเดินเข้าไปด้านหน้าของฉู่อันหลาน สองมือหนายกขึ้นจับลำแขนบางทั้งสองข้างของนางเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆ ประคองหญิงสาวมายังเตียงนอน

ฉู่อันหลานที่กำลังตกอยู่ในความคิดอันสับสน นางเดินตามหยางตงหยางมานั่งที่เตียงอย่างว่าง่าย และเมื่อนางช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า ก็ได้เห็นสายตาวาววับที่ทอดมองมายังตนเอง

“นี่ท่านคิดจะทำอะไร” ฉู่อันหลานตวาดแหวออกมาด้วยความระแวดระวัง

หยางตงหยางหัวเราะหึๆ อีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีดังกล่าว เขาเพียงยกมือขึ้นลูบไล้แก้มนวลอีกครั้งอย่างเบามือ “เจ้าวางใจเถิด...คืนนี้ข้าจะไปนอนที่ตั่งด้านข้างนั้นเอง”

พูดจบหยางตงหยางก็เพียงเบี่ยงตัว แล้วหยิบหมอนขึ้นมาใบหนึ่ง ก่อนจะหันกายเดินไปยังตั่งขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นจึงล้มตัวลงนอนราวกับไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นอีก

ฉู่อันหลานยังคงมองตามร่างหนาไปจนกระทั่งเขาหันกายนอนลงไปแล้ว นางยังคงนั่งนิ่งอย่างใช้ความคิดหนักอีกครั้ง คำพูดของหยางตงหยางทำให้นางสับสน ทว่าท่าทีที่ไร้การคุกคามของเขาทำให้นางก็เริ่มคลายความหวาดระแวงที่มีในตัวเขาไปได้เช่นกัน

ฉู่อันหลานถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะขยับกายล้มตัวลงนอนเช่นกัน ค่ำคืนที่ยาวนานทำให้นางเองก็เริ่มอ่อนล้าไปมาก เพียงไม่นานหญิงสาวก็หลับลงไปในที่สุด

แสงแดดยามสายทอดทอประกายผ่านเข้ามาภายในห้อง ฉู่อันหลานลืมตาขึ้นช้าๆ และเมื่อลุกขึ้นจากเตียง นางเหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่พบร่างของหยางตงหยางเสียแล้ว

หลงจูก้าวเข้ามาภายในห้องพร้อมอ่างน้ำก็ยิ้มบางออกมา เมื่อนึกว่านายหญิงของตนกำลังมองหาท่านเขยอยู่ “ท่านเขยออกไปเดินเล่นด้านนอกสักพักแล้วเจ้าค่ะ”

คำบอกกล่าวที่ราวกับหยอกเย้าทำให้ฉู่อันหลานถึงกับหน้าแดง “ข้ามิได้มองหาเขาเสียหน่อย”

หลงจูเพียงก้มหน้าแล้วอมยิ้มกับท่าทีเขินอายของนายหญิง “ข้าจะช่วยท่านผลัดผ้านะเจ้าคะ”

ฉู่อันหลานถึงกับค้อนขวับใส่สาวใช้ที่ช่างเพ้อฝันตรงหน้า แต่นางไม่อยากต่อความอันใดอีกจึงเลือกที่จะนิ่งเฉยไปเสีย

หลังจากแต่งกายเป็นที่เรียบร้อย ฉู่อันหลานก็ออกมาด้านนอก แล้วเดินตรงไปยังห้องโถง เมื่อนางก้าวเข้ามาด้านในก็พบฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินที่กำลังนั่งรอทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว

“เจ้าไปตามองค์ชายหยางมาทานข้าวด้วย” ฉู่อันหลานหันไปสั่งหลงจู ก่อนจะเดินมานั่งสมทบกับบิดาและมารดาของตน

ฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา แต่เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติอันใด พวกเขาก็ค่อยคลายความกังวลใจลงไป

“เจ้าหลับสบายหรือไม่” ฉู่อี้เหรินเอ่ยปากออกมาก่อนด้วยความห่วงใย

ฉู่อันหลานมองหน้ามารดาก่อนจะยิ้มบางออกมา “ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าสบายดี”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งคู่ก็ฉายรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า “เช่นนั้นก็ดี...ดีแล้ว”

เพียงไม่นานหยางตงหยางก็ก้าวมาด้านในห้องโถง เขาโค้งกายคำนับฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินตามมารยาท “คารรวะใต้เท้าฉู่...คารวะฮูหยินฉู่”

ฉู่อี้เหรินรีบลุกขึ้น พร้อมกับไปประคองบุตรเขยของตนเองอย่างเกรงใจ “องค์ชายหยาง...เจ้าเกรงใจเกินไปแล้ว  ต่อไปเจ้าก็เรียกข้าว่าท่านแม่เถิด...มา...มานั่งทานข้าวได้แล้ว”

หยางตงหยางชะงักค้างไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและจริงใจจากผู้เป็นแม่ยาย ท่าทีเช่นนี้เป็นความอุ่นใจอย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนจากใครในวังหลวง “ขอบคุณท่านแม่”

บนโต๊ะอาหารมีทั้งโจ๊กเป็ดตุ๋น เห็ดหอมผัดน้ำมันงา และเกี๊ยวต้มร้อนๆ ที่กลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วห้อง

“ทานเถิด” ฉู่ม่อเย่เอ่ยปาก พร้อมกับคีบอาหารเข้าปากอย่างพอเป็นพิธี เพื่อให้ทุกคนเริ่มลงมือทาน

หลงจูเข้ามารินน้ำชาให้กับนายท่านทุกคนอย่างนอบน้อมและคล่องแคล่ว

หยางตงหยางเผลอมองบรรยากาศรอบตัวอย่างเงียบๆ ขณะที่ทุกคนเริ่มลงมือทาน เขาเห็นฉู่ม่อเย่คีบเห็ดใส่ถ้วยของฉู่อี้เหรินอย่างเอาใจ จากนั้นก็เลื่อนถ้วยโจ๊กไปให้ฉู่อันหลานโดยไม่พูดอะไร ท่าทางเอาใจใส่กันและกันของคนทั้งสามราวกับเรื่องต่างๆ ช่างเป็นเรื่องปกติประจำวันทั่วไป

“องค์ชายหยาง...เจ้าลองชิมเกี๊ยวนี้ดูสิ ฮูหยินของข้าทำเองกับมือ ข้าเองยังต้องขอเพิ่มทุกครั้งที่นางทำ” ฉู่ม่อเย่เอ่ยเชิญชวนหยางตงหยาง เขากล่าวพลางหัวเราะพลางพร้อมกับมองหน้าฮูหยินของเขาอย่างรักใคร่

“หลานเอ๋อร์...ตักเกี๊ยวให้องค์ชายหยางเสียสิ” ฉู่อี้เหรินสะกิดเตือนบุตรสาว เมื่อเห็นท่าทางประหม่าเกร็งของหยางตงหยาง

“เจ้าค่ะ” ฉู่อันหลานหน้างอรับคำ แต่ก็ยังมีน้ำใจตักเกี๊ยวให้หยางตงหยางตามที่มารดาสั่ง “ท่านลองสิ”

หยางตงหยางชะงักเล็กน้อย เขายกมือรับถ้วยเกี๊ยวที่กำลังอุ่นได้ที่จากมือของฉู่อันหลาน มือของทั้งสองสัมผัสกันโดยบังเอิญ ทำเอาฉู่อันหลานถึงกับสะดุ้งก่อนจะชักมือกลับอย่างเสียมิได้

หยางตงหยางยกยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะคีบเกี๊ยวเข้าปากแต่โดยดี รสชาติที่กลมกล่อมทำให้แววตาของเขาอ่อนโยนลงไปอย่างไม่รู้ตัว

“เป็นเช่นใดบ้าง” ฉู่อี้เหรินถามอย่างเอ็นดู

“...อร่อยมากขอรับ” หยางตงหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งนัก

“เช่นนั้น...ท่านก็ทานเยอะๆ เถิด ท่านผอมแห้งแรงน้อยเช่นนี้ คนอื่นจะคิดเอาว่าคนสกุลฉู่นั้นแล้งน้ำใจ” ฉู่อันหลานอดที่จะแขวะกลับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างนึกหมั่นไส้เสียมิได้ ท่าทีที่นอบน้อมอ่อนโยนต่อหน้าบิดามารดาของตนเองนั้นช่างน่าหมั่นไส้เกินบรรยายเสียจริง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   วันใหม่

    บทที่ 58 วันใหม่ ฤดูใบไม้ผลิที่แคว้นหนานกลับมาอีกครา กลีบดอกเหมยผลิบานสะพรั่งไปทั่วลานกว้างในสวนหลวง ทว่าครั้งนี้กลับอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ หยางตงหยางเดินเคียงข้างมากับฉู่อันหลาน ฮองเฮาของเขา และหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในวังหลังแห่งนี้ แม้ว่าจะมีเสียงทัดทานมากมายที่ต้องการให้ชายหนุ่มรับสนมเข้ามาภายในวังหลังเพื่อเติมเต็มอำนาจและบารมีของฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขากลับยืนกรานเสียงแข็งและมิยอมรับหญิงใดเข้ามาแม้แต่คนเดียว ร่างสูงใหญ่โอบประคองร่างระหงอย่างแนบแน่นและทะนุถนอม ทั้งสองเดินทอดน่องไปตามทางเดินในสวนหลวงอย่างเชื่องช้า ดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันแสนสุขราวกับช่วงเวลาได้หยุดชะงักลงไป “หลานเอ๋อร์...” หยางตงหยางเอ่ยขึ้นพร้อมเลิกคิ้วอย่างสงสัย “เหตุใดวันนี้เจ้าลูกดื้อทั้งสองถึงได้เงียบเชียบนัก มิเห็นวิ่งวุ่นสร้างเรื่องให้ข้าปวดหัวเหมือนเช่นเคย” ฉู่อันหลานหัวเราะเบาๆ พร้อมยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย โดยมิได้กล่าวสิ่งใด หากนางบอกออกไปมีหวังชายหนุ่มคงได้ควันออกหูอีกครั้งเป็นแน่ ณ ศาลาริมสระ หยางฟางซินและหยางซูเมิ่งน

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ร่ำลา

    บทที่ 57 ร่ำลา ข่าวการเสียชีวิตของฮองเฮาแห่งแคว้นเว่ยพร้อมกับบุตรทั้งสองถูกกระพือไปทั่วแคว้นไม่ต่างจากไฟลามทุ่ง ภายในวังหลวงของแคว้นเว่ย จัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เสวียนเฟยหลงในฉลองพระองค์สีขาวขลิบทองยืนอยู่ด้านหน้าโลงเปล่า ใบหน้าที่เรียบเฉยจ้องมองโลงเปล่านั้นด้วยแววตาเศร้าหมองคล้ายจะอาลัยอยู่ในที “ข้าหวังว่าเจ้าจะมีความสุขในหนทางที่เจ้าเลือก” ชายหนุ่มพึมพำออกมาราวกับกระซิบให้กับหญิงอันเป็นที่รักยิ่งเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากพิธีศพผ่านพ้นไปได้ไม่นาน เหล่าขุนนางต่างพากันยื่นฎีกาขึ้นมาหลายต่อหลายฉบับ...เรียกร้องให้เสวียนเฟยหลงแต่งตั้งฮองเฮาคนใหม่โดยเร็ว ด้วยเหตุผลที่ว่าแคว้นเว่ยต้องการผู้ปกครองที่เหมาะสมในวังหลังเพื่อให้บัลลังก์มั่นคงและเป็นปึกแผ่น และผู้ใดจะเหมาะสมไปกว่า "โม่ชิงโหล" สนมเฟยผู้เป็นที่โปรดปราน ธิดาของใต้เท้าโม่ซางเหวินไปได้ เสวียนเฟยหลงปรายตามองฎีกาเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่เฉยชา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากราวกับคนที่มีแผนการในใจ “เรียกตัวแม่ทัพหลี่มาเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้” แม่ทัพหลี่มาถึงในเวลาไม่ช้า พร้อมกับคุกเข่าลง “ฝ่าบาท...มีรับสั่งสิ่งใ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ถวิลหา

    บทที่ 56 ถวิลหา หลังจากฉู่อันหลานพาเสวียนฟางซินและเสวียนซูเมิ่งกลับเรือน นางก็อยู่กล่อมบุตรชายบุตรสาวจนกระทั่งพวกเขาเข้านอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจเดินตรงไปยังเรือนนอนของหยางตงหยางอีกครั้ง “เฮ้อ..เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจหนักดังถี่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉู่อันหลานถึงกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างนึกขบขันและเห็นใจชายหนุ่มในเวลาเดียวกัน เวลานี้หยางตงหยางยังคงนอนเอนกายก่ายหน้าผากด้วยความหนักใจ สายตาเหม่อลอยจ้องมองไปยังเพดานอย่างไร้จุดหมาย หัวสมองของเขาเอาแต่ครุ่นคิดอย่างหนักกับความสัมพันธ์ของบุตรทั้งสอง แม้ว่าเวลานี้ระยะห่างระหว่างเขากับเด็กน้อยจะเขยิบเข้ามาใกล้อีกนิด แต่ก็ระยะห่างนั้นกลับช่างดูห่างไกลเสียเหลือเกิน ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกแผ่วเบาตามด้วยร่างระหงของฉู่อันหลานที่ย่างกรายเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาทอดมองไปยังหยางตงหยางพร้อมกับรอยยิ้มที่แต้มบนใบหน้านวล หยางตงหยางสะดุ้งเฮือกสุดตัว พร้อมหยัดกายขึ้น ดวงตาของเขาเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง หกเดือนแล้วที่ชายหนุ่มได้แต่เฝ้ามองหญิงสาวตาละห้อย คำพูดน้อยครั้งทีเดียวที่นางจะยอมปริปากพูดคุยกับเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   เปิดใจ

    บทที่ 55 เปิดใจ วันถัดมาหยางตงหยางออกไปเดินด้านนอกและเห็นเสวียนซูเมิ่งที่กำลังปลูกต้นไม้อยู่ตามลำพัง ดวงหน้าเล็กแต่กลับจิ้มลิ้มน่ารัก บัดนี้เปื้อนดินเปื้อนทรายเต็มไปหมด “เจ้าชอบดอกเหมยหรือ” หยางตงหยางเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ พร้อมหย่อนกายนั่งลงด้านข้าง เสวียนซูเมิ่งหันมองหน้าชายหนุ่มที่มารดาบอกว่าเป็นบิดาของตนอย่างนึกชั่งใจ แม้ว่านางจะมิได้รู้สึกรังเกียจอันใด แต่เมื่อพี่ชายไม่คิดจะยอมรับเขา เช่นนั้นนางเองก็ต้องทำตามเช่นกัน “เสด็จพ่อบอกว่าดอกเหมยแม้จะดูบอบบาง แต่กลับทนทานหิมะยิ่ง...ข้าก็อยากเป็นเช่นนั้น” หยางตงหยางยิ้มกริ่มออกมาอย่างใจชื้นเมื่อบุตรสาวตัวน้อยยอมพูดคุยกับเขาขึ้นมา “แล้วเจ้ารู้ไหมว่าตอนข้าอายุเท่าเจ้า...ข้าก็ปลูกดอกเหมยเช่นกัน...แต่ทว่ากลับไม่มีต้นใดรอดเสียเลย...นั่นเพราะว่าข้ารดน้ำให้มันมากเกินไป” เสวียนซูเมิ่งอดที่จะหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้เป็นบิดาของนางนั้นช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย “ข้าว่าเพราะท่านดูแลต้นเหมยไม่เป็นอย่างใดเล่า...ท่านมาช่วยข้าปลูกเสียสิ...รับรองต้นเหมยของท่านต้องงอกงามเป็นแน่” หยางตงหยางเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   พิสูจน์ตนเอง

    บทที่ 54 พิสูจน์ตนเอง นับตั้งแต่สงครามสงบลง หยางตงหยางก็ย้ายมาปักหลักอยู่ที่แคว้นเว่ย ข้อตกลงหนึ่งปีที่เขาต้องพิสูจน์ตนเองให้ได้ตามสัญญา ชายหนุ่มพักอยู่ที่จวนร่วมกับฉู่อันหลานและบุตรทั้งสอง โดยฉู่อันหลานมิยอมให้เขาร่วมห้องกับตนเองเป็นอันขาด ทางด้านแคว้นหนาน หยางตงหยางที่วางรากฐานการปกครองอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเรื่องปัญหาจุกจิกต่างๆ เขาจึงมอบหมายให้จางเซี่ยเหวิน ขุนนางผู้ภักดีเป็นผู้ตัดสินใจแทน จะมีก็เพียงเรื่องเร่งด่วนที่จางเซี่ยเหวินจะส่งม้าเร็วมามอบสารให้แก่เขาเป็นผู้ตัดสินใจ ในขณะที่ราชวังแคว้นเว่ย ข่าวลือเรื่องอาการเจ็บป่วยของฮองเฮาและบุตรทั้งสองแพร่กระจายไปทั่ว โรคประหลาดที่หมอหลวงทั้งหลายต่างจนปัญญาจะรักษาทำให้สามแม่ลูกต้องย้ายออกมาพำนักอยู่ที่ตำหนักนอกเมืองเพื่อหาวิธีรักษาตัว โดยมิให้ผู้ใดรบกวนเป็นอันขาด ในช่วงเย็นวันหนึ่งหยางตงหยางนั่งอยู่ที่ห้องอักษร สองมือกำพู่กันค้างอยู่เหนือแผ่นกระดาษ สายตาพยายามจับจ้องตัวอักษรตรงหน้า แต่สมาธิกลับมิได้จดจ่อแต่อย่างใด สุดท้ายเขาก็กระแทกพู่กันลงกับโต๊ะด้วยความหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์อย่างแรง ยิ่

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   หาข้อยุติ

    บทที่ 53 หาข้อยุติ ฉู่อันหลานหลับตาลงอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองเริ่มตั้งท่าจะฟาดฟันกันอีกหน นางพยายามข่มกลั้นโทสะที่มีเอาไว้และรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับบุรุษทั้งสองที่ทำตัวราวกับเด็กอมมือก็ไม่ปาน “พวกท่านเมื่อไหร่จะพอเสียที” ฉู่อันหลานกล่าวคำหนักออกมาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องหน้าคนทั้งสองอย่างต้องการเอาเรื่อง “พวกท่านต่างบอกว่ารักข้า...แต่สิ่งที่พวกท่านทำล้วนแล้วแต่เห็นข้าเป็นเพียงสิ่งของที่คิดจะแย่งชิงกันไปมา...นี่นะหรือสิ่งที่พวกท่านต่างกล่าวว่ารักข้า” หญิงสาวพูดพลางหันไปจ้องหน้าของเสวียนเฟยหลงและหยางตงหยางสลับกันไปมา พร้อมทอดสายตาที่เจ็บปวดและผิดหวังอย่างรุนแรง บุรุษทั้งสองได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความจนใจที่จะหาเหตุผลในการโต้เถียงนาง เมื่อทุกสิ่งที่หญิงสาวพ้อออกมานั้นล้วนแล้วแต่ถูกต้องทุกประการ เสวียนเฟยหลงเงยหน้าขึ้นทอดมองหญิงสาวตรงหน้าสายตาที่อ่อนโยนและจริงจังอีกครั้ง “แล้วเจ้าเล่า...เจ้าอยากอยู่ที่ใด” ฉู่อันหลานนิ่งเงียบไป ในขณะที่เสวียนเฟยหลงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกปลง “หลานเอ๋อร์...ตั้งแต่วันแรกที่ข้าขอเจ้าแต่งงานจนกระทั่งถึงวันนี้...ขอเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   หลบหนี

    บทที่ 32 หลบหนี “เจ้าพูดเหลวไหลอันใดกัน” หยางตงหยางตวาดเสียงดังลั่นอย่างไม่เชื่อหูตนเอง สองมือกำแน่น ดวงตาลุกวาวจ้องมองทหารตรงหน้าราวกับต้องการกินเลือดกินเนื้ออีกฝ่าย “ข้าน้อยสมควรตาย...พระชายาหายตัวไปจากจวนพร้อมสาวใช้อีกสองคน ข้าน้อยจึงรีบมารายงานองค์ชายให้ทราบเรื่อง” ทหารคนดังกล

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-24
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   หึงหวง

    บทที่ 17 หึงหวง ด้านฉู่อันหลานที่เดินหนีเสวียนเฟยหลงออกมาจากห้องอย่างเร่งรีบ ความร้อนรนทำให้นางถึงกับเดินชนเข้ากับแผงอกหนาของบุรุษผู้หนึ่ง ฉู่อันหลานผงะออกด้วยความตกใจ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง “ท่านพี่...” “ข้าเห็นเจ้าหายไปเสียนาน นึกเป็นห่

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   แผนการ

    บทที่ 16 แผนการ ยิ่งคำผรุสวาทที่เสวียนเฟยหลงพ่นออกมามากเท่าใด ความคับแค้นใจก็เริ่มทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มระบายความคับข้องใจที่มีเข้าใส่ร่างบางตรงหน้าอย่างไม่ยั้งมือ โม่ชิงโหลกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น ร่างบางโยกคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นจนศีรษะแทบจะกระแทกกับหัวเตียง เสียงครางกระเส

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   เอาใจ

    บทที่ 13 เอาใจ ในบ่ายวันเดียวกัน หยางตงหยางนั่งอยู่กลางโถงใหญ่พร้อมกับฉู่อันหลาน สายตาจ้องมองไปยังเสี่ยวเม่ยที่บัดนี้กำลังนั่งคุกเข่าพร้อมกับโขกศีรษะลงกับพื้นนับครั้งไม่ถ้วน “นายท่านโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย...ข้าผิดไปแล้ว” เสียงร้องขอความเมตตาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใบหน้านวลบัดนี้อาบด้ว

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status