Masukฟ้าค่อยๆนั่งคุกเข่ากับพื้น ดึงกางเกงนอนและบ็อกเซอร์ของชรันลงไปกองที่ข้อเท้า ใช้ปากดูดกลืนแก่นกายนั้นเข้าไปจนมิด ขยับเข้าออกเร็วๆจนชรันหายใจแรง เผลอครางออกมา
“โอยย…อาาา ฟ้าาา..เสียวมาก..” ยิ่งเขาร้องครางเพราะความเสียวซ่าน แม่บ้านสาวก็ยิ่งได้ใจดูดดุนรุนแรง ปากที่เม้มรัดแท่งเอ็นที่ตึงตัวจนเป็นสีแดงเข้ม จนชรันใช้สองมือจับศีรษะของเธอขยับให้ดูดแรงและเร็วขึ้น “อึก..อึก..” “อาาา..นอนลง..ตรงนั้น” ชรันชี้ไปตรงพรมที่อยู่กลางห้องทำงาน ฟ้ารีบถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแค่ร่างเปลือยเปล่า อ้าขาสองข้างพร้อมให้เขาเริงรักกับเธอ ที่โผเข้ามากลางหว่างขา สอดใส่แก่นกายที่แข็งตัวสุดๆเข้าไปกดจนมิดแล้วเริ่มขยับเอวรัวๆทันทีด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในกามารมณ์ “อาา..คุณรัน ใหญ่จัง..” “ดีใช่ไหมล่ะ…คับมากเลย..จะไม่ไหวแล้ว” แม่บ้านสาวใช้สองขารัดเอว รูสวาทตอดรัดขมิบจนชรันกระแทกแรงขึ้นจนเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง เอวที่ซอยยิกๆถี่ๆ ในที่สุดเขาก็ถึงจุดสุดยอดพรั่งพรูน้ำกามจนเต็มร่องหลืบของเธอ “อาา..สุดยอดเลยฟ้า” “ฟ้าคิดถึงคุณรันอยากให้อยู่ด้วยทุกคืนเลย” ทั้งสองยังอ้อยอิ่งนอนกอดจูบกันต่ออยู่พักหนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันออกจากห้องทำงานที่ชั้นล่างของบ้าน “คุณรันไปไหนมาคะ? พิชาตื่นมาเข้าห้องน้ำเมื่อกี้ไม่เห็นคุณ” ชรันใจหายวาบที่พิชามญช์ทักขึ้นมาขณะที่เขากำลังปิดประตูอย่างเบามือ “ผมลงไปดื่มน้ำมาน่ะ แล้วได้ยินเสียงอะไรแปลกๆเลยออกไปเดินดูมา สงสัยเราต้องเลี้ยงหมาไว้ข้างนอกสักตัวดีกว่า” “หมู่บ้านเราโครงการหรูและใหญ่ขนาดนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยต้องดีอยู่แล้วล่ะค่ะ” เขาเข้าไปนอนซุกกอดเธอที่ไม่รู้ตัวเลยว่า สามีป้ายแดงพึ่งไประเริงรักกับแม่บ้านมาหมาดๆ แต่ถึงกระนั้นชรันกลับนอนคิดถึงเด็กสาวผู้เป็นลูกเลี้ยงของเขา เฝ้ารอวันที่เธอจะต้องมาอยู่ที่นี่ทุกอาทิตย์ ในค่ำวันศุกร์พ่อของพรรณนาราได้มาส่งที่บ้านของพ่อเลี้ยงและได้กำชับว่าจะมารับเที่ยงวันอาทิตย์ “ถ้าพู่ไม่แฮปปี้ก็บอกนะ พ่อจะมารับเลย” “จริงๆพู่ก็ไม่อยากมานะคะ” พิชามญช์ที่ออกมารอรับลูกสาว ยืนกอดอกรอว่าเมื่อไหร่ลูกสาวจะลงจากรถเสียที พรรณนารามองที่แม่แล้วถอนหายใจ “เจอกันวันอาทิตย์ค่ะพ่อ” เมื่อพ่อของเธอขับรถออกไปแล้ว ชรันก็รีบเดินออกมาหาจากในบ้าน “สองแม่ลูกเข้าบ้านกันเถอะ หนูพู่กินอะไรหรือยัง?” “กินแล้วค่ะ หนูขอไปอาบน้ำพักผ่อนเลยนะคะ” ชรันมองตามสาวน้อยที่ใส่ชุดเดรสสั้น ผิวขาวผ่องและขาที่เรียวสวยทำให้เขาแอบมองตามหลังไป ทำให้พิชามญช์ถึงกับเอ่ยปากออกมา “สายตาคุณรัน ระวังบ้างก็ดีนะคะ ยังไงพู่กันก็เป็นลูกของพิชา” “คุณจะบ้าเหรอ? นั่นเด็กนะ” เธอจ้องเขาเหมือนรู้ไปถึงในใจ ก่อนจะเดินนำเข้าบ้านไปด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด พอเช้าวันเสาร์พรรณนาราเอาแต่หมกอยู่ในห้อง เธอปฏิเสธการออกไปไหนกับแม่และพ่อเลี้ยง จนกระทั่งบ่ายสามที่ทั้งคู่กลับเข้ามาพร้อมช่างแต่งหน้าทำผม พิชามญช์ไปเคาะประตูเพื่อบอกลูกสาว “พู่ๆ แม่กับคุณรันจะไปงานเลี้ยงฉลองยอดกำไรของบริษัทกับแจกโบนัสพนักงาน ลูกอยากไปด้วยมั้ย?” พรรณนาราเปิดประตูแง้มและพูดด้วยท่าทางเนือยๆ “หนูจะอยู่บ้านค่ะ” “ตามใจนะ” พิชามญช์พยักพเยิดหน้าเดินกลับไปที่ห้อง เพราะในใจก็ไม่อยากให้ลูกสาวไปด้วยอยู่แล้ว พรรณนารานั่งดูไอแพดที่โต๊ะทำการบ้านอยู่เกือบสามสิบนาที เสียงลูกบิดประตูก็เปิดออก ทำให้เธอหันไปดูและยืนขึ้นทันทีด้วยความตกใจกลัวจนขาสั่น “ขอโทษทีที่ไม่ได้เคาะประตู อาแค่อยากมาคุยด้วย แม่ของหนูพู่แต่งหน้าทำผมน่าจะเป็นชั่วโมง ขอคุยด้วยได้มั้ย?” “ไปคุยข้างนอกดีกว่าค่ะ” เธอกลั้นใจทำน้ำเสียงให้ปกติที่สุด แต่เขากลับเดินเข้าหาเธอจนต้องถอยไปติดโต๊ะ “ที่นี่บ้านของเรา คุยที่ไหนก็เหมือนกัน” ชรันลูบผมและจับมาปอยหนึ่ง พรรณนารารู้สึกสยองและขยะแขยง จนต้องเบือนหน้าหนี “จริงๆอาไม่ได้อยากแต่งงานกับแม่ของหนูหรอก ไม่ได้อยากให้หนูต้องครอบครัวแตกแยก แต่อาไม่มีทางเลือกเพราะโดนภรรยาฟ้อง เราสองคนมันก็แค่..คนไม่มีที่ไปต้องมาอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้อาเริ่มเห็นข้อดีของการแต่งงานครั้งนี้แล้วล่ะ” “หนูจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว ถอยออกไป!” ชรันหันหลังเดินไปทำให้พรรณนาราคิดว่าเขาจะออกไป..แต่เปล่าเลย เขาล็อกประตูและถอดเสื้อนอกออกแขวนไว้กับที่แขวนกระเป๋าข้างประตูห้อง แล้วเดินย่างสามขุมเข้ามาหา รีบเอามือปิดปากเธอที่กำลังจะหนี ร่างกายที่สูงใหญ่นั้นรวบเรือนกายที่บอบบางอย่างแน่นหนาและล้มลงบนเตียง เขาทับตัวเธอจนขยับไม่ได้ มือที่ปิดปากจนแทบหายใจไม่ออก เธอจึงทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ มืออีกข้างที่ลูบไล้เรียวขาก่อนจะล้วงเข้าไปในกางเกงขาสั้นเพื่อสัมผัสจุดซ่อนเร้นของหญิงสาวที่ยังเยาว์วัยเพียงสิบห้า นิ้วที่ล้วงเข้าไปในของลับที่นุ่มนิ่ม ความเป็นชายที่แข็งตัวจนอึดอัด ชรันรีบรูดซิบดึงกางเกงลงแค่ครึ่งก้นด้วยมือข้างเดียว “แป๊บเดียวเท่านั้นเองเด็กดี” เขาเอาความเป็นชายถูไถที่หน้าท้องของพรรณนารา แล้วจับมือเธอให้กำแก่นกายนั้นพร้อมกับชักขึ้นลงเร็วๆ “อา..พู่กัน..แบบนั้นแหละ” ชรันจับมือเธอให้รูดขึ้นลงจนน้ำหล่อลื่นเปรอะเปื้อนมือเล็กๆนั้นไปหมด ส่วนเธอที่ส่งเสียงอู้อี้ปนกับสะอื้นโดยที่น้ำตาไหลเป็นทาง “เสียวมาก..พู่ โอย…” น้ำขาวขุ่นพุ่งแรงจนเปื้อนเสื้อและหน้าท้องของสาวน้อยที่ตัวสั่นเทาเต็มไปหมด เขารีบยกตัวผละจากตัวเธอ โดยที่ยังไม่ยอมเปิดปากให้เธอได้ร้องขออะไร “ถ้าหนูเอาไปบอกแม่อย่างมากเราก็แค่เลิกกัน แต่แม่หนูจะลำบากที่ต้องเลิกกับอา เพราะเธอมาแต่ตัวใช่มั้ยล่ะ? แล้วอาจะไปบอกพ่อของหนูว่าเรามีอะไรกัน” ชรันค่อยๆเอามือที่ปิดปากเธอออก พรรณนาราเงียบไม่พูดอะไร แต่แววตาของเธอโกรธแค้นชิงชัง เขาเข้าไปในห้องน้ำและล้างมือที่เปื้อนคราบอสุจิออก จัดเสื้อผ้าผมเผ้า แล้วออกมาใส่เสื้อสูท โดยที่พรรณนารานั่งอยู่ขอบเตียงจ้องเขาเขม็งด้วยหน้าตาที่แดงก่ำ เขาควักกระเป๋าเงินออกมาแล้วเดินเอาเงินมาวางไว้ข้างตัวเธอจำนวนสามพันบาท “ค่าขนมนะ อายุแค่นี้อย่าพึ่งใช้เยอะ อยากได้อะไรบอกอา อาจะซื้อให้ ขอแค่ทำตัวน่ารักๆก็พอ ไม่ต้องห่วงเพราะอาไม่ชอบเอาอะไรของใครฟรี” ชรันเปิดประตูออกไปและกลับไปที่ห้องนั่งเล่นที่เหล่าช่างแต่งหน้าทำผมเกือบจะจัดการให้พิชามญช์เสร็จแล้ว “กำลังคิดว่าคุณรันทำอะไรอยู่เลย เห็นไม่ลงมา” “คุยงานนิดหน่อย นี่ขนาดคุยตั้งนานคุณยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย ดีแล้วที่ผมไม่ได้เกิดเป็นผู้หญิง” ทำเอาทุกคนแอบขำเขาที่ทำท่าหยอกภรรยา โดยหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังหน้ากากสามีที่แสนดีคือคนที่มีรสนิยมใคร่เด็ก พรรณนาราถอดเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำ เอาเสื้อผ้าทิ้งลงถังขยะ ร้องไห้หนักด้วยความโมโห จากนั้นเธอเอาแต่อยู่ในห้องรอดูตรงหน้าต่างว่าพวกเขาทั้งหมดจะออกจากบ้านไปเมื่อไหร่ 19.50 น. ธีทัตที่ไปเที่ยวดูหนังกับแฟนและไปส่งเธอที่บ้านแล้ว เกิดมีอะไรสะกิดใจให้นึกถึงว่าวันนี้พรรณนาราน่าจะมาค้างที่บ้าน เขาจึงแวะไปที่บ้านใหม่ของพ่อ พอกดกริ่งก็มีแม่บ้านมาเปิดประตูให้พร้อมกับบอกว่าพวกเขาไปงานปาร์ตี้ “มีแค่น้องพู่กันที่อยู่ค่ะ” แม่บ้านสาวที่ชื่อฟ้ารีบบอกด้วยสายตาที่ปลื้มปริ่มเมื่อเห็นหนุ่มหล่อ “ขอบคุณครับ” เขาเดินขึ้นไปชั้นสองและเคาะห้องของพรรณนารา “น้องพู่ครับ พี่ธีนะ” เธอตกใจระคนดีใจมาก รีบกระโดลงจากเตียงมาเปิดประตูให้ “พี่ธี” “น้องพู่กินข้าวเย็นหรือยัง? แม่บ้านบอกว่าพ่อกับแม่น้องไปปาร์ตี้กันตั้งแต่เย็น” เธอส่ายหน้าแววตานั้นหม่นหมอง “หนูไม่หิวค่ะ ไม่เป็นไร” ฉันอยากบอก..แต่..เขาจะรังเกียจหรือเปล่า? เขาจะเชื่อฉันมากกว่าพ่อของตัวเองมั้ย?..ถ้าบอกแล้วเขาเอาไปบอกคนอื่นล่ะ?… ด้วยวัยที่ยังน้อยและไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้จากผู้ใหญ่ ทำให้เธอไม่เด็ดขาด ไม่กล้าตัดสินใจและเก็บความลับไว้กับตัวเองเท่านั้น “มีอะไรปรึกษาพี่ได้นะ ดูหน้าตาไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายหรือเปล่าครับน้องพู่” “หนูโอเคค่ะ ไม่มีอะไร เอ่อ..พี่ธีคะ พู่จะขอพี่ไปส่งที่บ้านพ่อได้ไหม? หนูอยู่ที่นี่คืนนี้ไม่ได้จริงๆ” “ป่ะ งั้นพี่ไปส่งที่บ้านนะ” เธอโทรหาพ่อว่าจะกลับบ้านโดยให้ลูกชายของสามีใหม่แม่ไปส่ง พ่อถึงกับไม่สบายใจ “พ่อไปรับก็ได้ ทำไมรีบกลับล่ะ? มีอะไรหรือลูก?” “หนูอยู่คนเดียวในบ้าน แม่กับเขาไปปาร์ตี้จะกลับเมื่อไหร่ไม่รู้ค่ะ หนูนอนไม่หลับ” ณัฐวีย์เข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวพูดและคิดแบบนั้นจึงไม่ได้ท้วงอะไร ……………………………….🖤😈ฟ้าเดินตรงมาหาที่ประตูรั้ว ชรันมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะให้ทันทีเชิงประชดประชัน “มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ดูดีขึ้นเป็นกองเลยนะ หนูพู่เอาเธอมาชุบเลี้ยงอย่างดีเพื่อให้มาใส่ร้ายฉันล่ะสิ อย่าลืมว่าฉันเลี้ยงดูเธอมากี่ปีแล้วล่ะฟ้า? ตอนนี้กลับปีกกล้าขาแข็ง” “เลี้ยงดูหรือล่อลวงให้รัก? เอาเงินฟาดหัวเพื่อให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างฟ้าไปไหนไม่รอด ถ้าฟ้ายังงมงายกับคุณอยู่ก็คงไม่พ้นเป็นแม่บ้านสนองตัณหาคุณตลอดไป น้องพู่ทำให้ฟ้าได้เรียนหนังสือต่อ นู่น..บนนั้น..ห้องนอนที่ฟ้าไม่เคยคิดว่าจะได้มีแบบคนอื่นมาตลอดชีวิต มีคนคอยดูแลให้คุณค่า ฟ้าจะปกป้องน้องพู่ทุกอย่างที่คนอย่างฟ้าพอจะทำได้” “อยากเป็นเมียพ่อหนูพู่ล่ะสิ หาที่เกาะใหม่ได้แล้วสินะ” “เพราะคุณไปทำลูกสาวเขานี่” “พิชาต่างหากที่ยกหนูพู่ให้เป็นเมียฉันอีกคน” “ไม่มีแม่คนไหนทำแบบนั้นกับลูกตัวเองหรอก กลับไปเถอะค่ะ ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายดีที่สุด” ฟ้าหันหลังกลับเข้าไปในบ้านทันที ส่วนชรันที่กำหมัดแน่นได้ตรงกลับบ้านแล้วนั่งดื่มอย่างบ้าคลั่ง ธีทัตทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไปรับพรรณนาราแล้วถึงห้องก็ยังนั่งทำงานต่อ นอนหลับดึกๆดื่นๆจ
ชรันกลับถึงบ้านก็ไม่เป็นอันกินอันนอนหลังจากโดนลูกเลี้ยงสาวถอนหงอกเสียอย่างไม่เป็นท่า เขาเจ็บใจที่ถูกหลอกว่านอนกับเธอมาตลอด เสียเงินไปเยอะแยะมากมาย ซื้อรถซื้อของให้นับไม่ถ้วน จริงสิ..ฉันโดนแอบถ่ายในบ้านหลังนี้ แสดงว่ามีกล้องซุกซ่อนอยู่หลายจุดแน่นอน…เขาตรงไปที่ห้องนอนแม่บ้านที่เคยเป็นห้องของฟ้า ก่อนจะยกให้เด็กสาวคราวลูกได้อยู่เพื่อปรนเปรอสวาทให้ เมื่อรื้อค้นอย่างถี่ถ้วนก็พบกล้องที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นเมื่อไปที่ห้องทำงานก็พบเช่นกันโดยวางซ่อนไว้ในช่องหลืบของโซฟาที่ใช้นั่งเล่นในห้อง ชรันเขวี้ยงมันลงบนพื้นอย่างโมโหสุดขีด เขาแน่ใจว่าเป็นพิชามญช์ที่ทำทั้งหมดและเริ่มประสาทกินกับความคิดที่ว่าในบ้านนี้มีอีกกี่จุดที่มีกล้องคอยบันทึกทุกอย่างในเวลาที่เขาชะล่าใจว่าเธอไม่อยู่บ้านเลยทำอะไรก็ได้ ในตอนนี้สิ่งที่เขาจะต้องจัดการคือควบคุมสติและปรึกษาทนายเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตของชีวิตฉันไม่พร้อมจะสูญเสียชีวิตในตอนที่อายุขนาดนี้เด็ดขาด..ส่วนเธอ..พิชามญช์ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก.. ณัฐวีย์ที่รับรู้ว่าชรันติดต่อมาหาว่าที่ภรรยาของเขา นั่นทำให้เขาย้ายเธอและลูกชายให้ไปอยู่ที่คอนโดของพรรณนาราท
Pacific Gateways Co., Ltdในตอนสายของวัน พนักงานของบริษัทต้องแปลกใจ เมื่อมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาขอพบชรัน จากนั้นได้กรูกันเข้าไปในห้องทำงานของเขาและเชิญให้ไปสถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งแน่นอนว่าชรันฉลาดพอที่จะไม่ให้ปากคำอะไรที่จะมัดตัวเขาได้นอกจากขอให้การในชั้นศาลเท่านั้นและต้องการใช้ทนายให้พูดแทน เขายื่นประกันและถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน ความคั่งแค้นในใจ พยายามคิดหาแต่ว่าทำไมผู้หญิงสามคนถึงรวมหัวกันแจ้งความเขา แล้วเด็กสาวที่เลี้ยงไว้อยู่ๆก็หายไปติดต่อไม่ได้กลับไปโผล่อยู่กับฟ้าและพรรณนาราได้ยังไง คลิปต่างๆที่จะมัดตัวเขาของทั้งสามคนมาจากไหน? จากใคร? ได้มายังไง? ชรันคิดได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ พิชามญช์มีสายโทรเข้าปลายสายที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องสงสัยเธอจนได้ พิชามญช์แค่รับสายแล้วทำน้ำเสียงปรกติเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร“พิชา..วันนี้ตำรวจมากันที่บริษัทผม มีทนายความมายื่นแจ้งความให้ผู้หญิงสามคน ลูกสาวคุณเป็นหนึ่งในนั้นด้วย มีอะไรจะพูดมั้ย? อย่าลืมว่าคุณยกพู่กันให้ผมเอาเอง”“ฉันเลี้ยงแต่ลูกอยู่ในห้องตั้งแต่คืนที่จับได้ว่าคุณเอากับอดีตภรรยาคุณธี ใครจะจัดการอะไรเรื่องแบบนี้
แบมซื้ออาหารและน้ำเข้ามาให้ชรันที่บ้าน เธอย่างกรายเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบจนวังเวง เขาที่นั่งรออยู่แล้วได้รีบเดินมาต้อนรับ “แม่บ้านไม่มีสักคนเหรอคะ?” “เหลือป้าแม่บ้านกับคนขับรถ พอดีสั่งไว้ว่าไม่ต้องทำอาหารเผื่อเพราะตอนแรกคิดว่าจะไปนั่งดื่มข้างนอก แต่รู้สึกเพลียเลยไม่ออกไปน่ะ” ชรันทำมือว่าให้ตามเขาไปที่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งเตรียมจานช้ามช้อนส้อมแก้วน้ำไว้แล้ว “หนูแบมนั่งคุยกับอาสักพักสิ จะถามเรื่องพิชาหน่อย” “เอ่อ..ค่ะ แต่หนูไม่กินนะคะ พอดีทานมาแล้ว” เขารินน้ำผลไม้ให้เธอแล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม เริ่มต้นถามว่าไปเจอพิชามญช์ที่ไหน ต่อด้วยคุยกันเรื่องคดี เรื่องลูกชายทั้งสองคน ไม่นานนักแบมเริ่มมีอาการง่วงซึมแต่ก็ยังรู้สึกตัวบ้าง เขารีบเข้าไปโอบเธอให้ลุกขึ้นแล้วประคองเดินไปนั่งพักที่โซฟาห้องรับแขก “คุณอา..ทำไม?..” แบมพูดถามได้แค่นั้นเท่าที่สติยังพอมีเหลือก่อนจะเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ชรันจึงปล่อยเธอไว้ก่อนจะเดินไปปิดประตูบ้านล็อกเอาไว้ ปิดไฟและปิดผ้าม่านจนหมด เหลือเพียงความมืดสลัวในบ้านที่กว้างขวางนี้เท่านั้น แบมที่สะลึมสะลือเพราะชรันไม่ได้ใช้ยากับเธอมากนัก ก็เพราะเขายังอยากให้เ
ธีทัตลงจากรถอ้อมไปเปิดประตูฝั่งของพรรณนาราแล้วดึงแขนเธอให้ออกมาแล้วเปิดประตูด้านหลังดันตัวเธอเข้าไป“พี่ธี..ไม่เอานะ พาหนูกลับบ้าน”“ใจดีให้ก็ดื้อ ปั่นหัวพี่สนุกไหมพู่กัน..”เขาเข้ามานั่งข้างๆจับแขนเธอที่ดันแผ่นอกบังคับให้นอนลงไปที่เบาะหลัง เริ่มต้นซุกไซร้ไปที่กลางลำตัวเธอแล้วเลิกกระโปรงสั้นขึ้นจนเห็นแพนตี้ลูกไม้แนบเนื้อตัวจิ๋ว“พูด..พี่เป็นใครสำหรับพู่”เขาจับคอเธอแม้จะไม่ได้บีบแน่นแต่ก็ทำให้เธอตื่นเต้นหายใจหอบจนตัวโยน ส่วนอีกมือเริ่มซุกซนใช้นิ้วแหวกชั้นในเข้าไปลูบคลึงส่วนสงวนจนเจ้าตัวสั่นสะท้าน“ถ้าหนูไม่พูดล่ะ”“ยั่วให้พี่โมโหเหรอ?”“เปล่า หนูชอบเวลาพี่หึง”“เพราะรักถึงหวง แล้วถ้าชอบให้หึงก็ยอมรับมาว่าเป็นเมียพี่..”“ขนาดนี้แล้วทำไมต้องพูดคะ คำพูดสำคัญกว่าการกระทำรึไง?”“พี่ไม่นอนกับใครถ้าไม่รัก”เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปลงด้วยมือเดียว ก่อนจะจับแท่งลำนั้นสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักที่รัดติ้ว โดยที่เธอยังใส่แพนตี้อยู่“อึก..อื้อออ”“ร่างกายหนูบอกว่ารักพี่นะ..สุดๆ..”แรงขมิบเป็นจังหวะถี่ๆส่งสัญญาณแทนคำพูดของหญิงสาวแต่นั่นมันยังไม่พอสำหรับเขา“อาา..แรงอีก..”สองขาที่เกร็งและรัดเอวแน่น ธีทัต
ฟ้าได้เอากระเป๋าเสื้อผ้ามารอที่บ้านภัทราวุธตั้งแต่บ่าย เธอตื่นเต้นที่จะได้อยู่กับน้องสาวที่รักและเอ็นดู โดยจะได้มีห้องส่วนตัวติดกับห้องของพรรณนารา ส่วนธีทัตได้รับการไหว้วานจากณัฐวีย์ให้ไปรับลูกสาวที่มหาวิทยาลัยแทนคนขับรถเพราะยุ่งกันอยู่ “ช่วงนี้พี่จะได้อยู่กับพู่ทุกวันตอนเย็นเลยล่ะ เพราะคุณพ่อหนูคงต้องเฝ้าภรรยานานเลย” “แล้วแต่เถอะค่ะ” “เอ้า ไม่ดีใจเหรอ?” “แม่ถีบหัวทุกคนให้พ้นทางได้แล้ว หนูคงไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก” “พู่..อย่าพูดแบบนั้นสิ ไม่น่ารักเลย” “หนูเป็นแบบนี้ พี่จะไม่รักก็ได้นะ” พรรณนารากล่าวแบบหยิ่งๆ แต่ธีทัตกลับมองว่านี่คือความดื้อดึงที่เขาชอบ “พ่อกับแม่กลับมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว คิดในแง่ดีหน่อยสิ” “ตั้งแต่หนูเกิดมา แม่กับหนูก็แข่งกันแย่งความรักจากพ่อมาตลอด แม่ไม่เคยอยากได้ลูกสาว ทำไมไม่ให้หมอเลือกเพศตั้งแต่แรกก็จบ” “ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า เปลี่ยนเรื่องเนอะ พี่พาหนูไปกินอะไรอร่อยๆข้างนอกดีกว่าไหม?” เธอส่ายหน้าแล้วว่าจะกินที่บ้าน “หนูนัดกับเพื่อนจะไปเที่ยวกันคืนนี้ แบบ..ชิลๆตามประสาเพื่อนฝูง เดี๋ยวเพื่อนมารับตอนสามทุ่ม” ธีทัตตาเขียวขึ้นมาทันทีตามปร







