LOGINพรรณนาราไปๆมาๆระหว่างบ้านพ่อและบ้านเช่าของแม่อยู่ร่วมสองเดือน จนกระทั่งบ้านในโครงการหรูได้ตกแต่งเสร็จบนทำเลย่านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งจะมีบ้านหลังเล็กสำหรับแม่บ้านและคนขับรถแยกออกไปต่างหากที่ด้านหลัง
ซึ่งช่วงที่ย้ายเข้าใกล้กับวันเกิดครบอายุสิบห้าของเธอพอดี ธีธัตที่อายุได้ 22 จึงถูกเชิญให้มาปาร์ตี้เล็กๆที่บ้านใหม่นี้ด้วย ชรันอาสาจัดวันเกิดให้พรรณนาราอย่างกะตือรือร้น เขาชวนพิชามญช์ไปเลือกของขวัญด้วยกัน แต่กลับทำให้คนเป็นแม่ดูไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ “ผมอยากซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้ลูก แล้วก็ซื้อสร้อยเพชรให้คุณด้วย เพราะวันเกิดของหนูพู่ก็คือวันสำคัญของคุณเหมือนกัน” ชรันปากหวาน ช่างเอาใจ เขาเรียกพรรณนาราว่าลูกทุกคำตั้งแต่ย้ายเข้าบ้านใหม่ พิชามญช์เองก็เริ่มพอใจมากขึ้นเมื่อได้ยินว่าเธอเองก็ได้ของขวัญด้วย ปาร์ตี้เล็กๆในตอนค่ำที่มีพวกเขาสี่คน แม่บ้านสองคนและคนขับรถหนึ่งคน ส่วนตอนกลางวันคุณพ่อของเธอได้พาไปทานข้าวและให้ของขวัญไปก่อนแล้ว นั่นไม่ได้ทำให้พรรณนาราตื่นเต้นเท่าไหร่ ยกเว้นเขาเพียงคนเดียวที่ทำให้ใจเธอเต้นแรงได้ “น้องพู่กัน นี่ของขวัญจากพี่นะครับ” เธอรับมาโดยที่ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกัน รอยยิ้มที่เธอส่งให้ธีทัตนั้น ทำให้ชรันแอบไม่พอใจอยู่ข้างในลึกๆ “ขอบคุณมากค่ะพี่ธี” ชายหนุ่มกับสาวน้อยคุยสัพเพเหระกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่ตอนแรกเขินอายและเกร็งๆกันอยู่บ้าง ชรันและพิชามญช์สังเกตได้ชัดเจนว่าทั้งคู่ดูเข้ากันได้ดี “คุณธีจะมาอยู่ที่นี่วันไหนบ้างคะ? เห็นว่าเรียนจบต้องช่วยคุณพ่อใช่ไหม?” “เอ่อ..ผมคงไม่ได้อยู่ตลอดหรอกครับ ส่วนใหญ่ต้องอยู่กับคุณแม่ หลังเรียนจบอาจแค่มาค้างที่นี่บ้างแต่คงไม่บ่อย แล้วน้องพู่กันล่ะครับ?” ธีทัตหันมาถามเธอที่นั่งยิ้มอยู่ “หนูอยู่แค่วันศุกร์ถึงเที่ยงวันอาทิตย์ค่ะ นี่เดี๋ยวคุณพ่อก็จะมารับแล้ว” “พี่ไปส่งเอาไหม?” ไม่ทันที่พรรณนาราจะอ้าปากตอบ ชรันรีบพูดแทรกทันที “เดี๋ยวพ่อหนูพู่จะมารับ ไม่ต้องหรอกธี เราเป็นผู้ชายไปส่งน้องดึกๆดื่นๆไม่น่าจะดูเหมาะสมเท่าไหร่” นั่นทำให้เธอถอนหายใจเบาๆ แล้วมองไปที่ธีทัตซึ่งก็มองตอบมาเช่นกัน “ไม่เห็นเป็นไรเลย คุณธีก็ดูเรียบร้อย ไม่ใช่คนนิสัยไม่ดีสักหน่อยนะคะ” พิชามญช์ที่เข้าข้างธีทัตออกหน้าออกตาจึงโดนชรันพูดดักคอทันที “พิชา คุณนี่แปลกคน พ่อเขาจะมารับจะต้องให้ไปกับธีทำไมอีก? ธีมันก็มีแฟนแล้ว เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิดอีก” พรรณนาราสะอึกไปทันทีที่ได้ยินว่าพี่ธีของเธอมีแฟนแล้ว หลังจากนั้นเธอเริ่มเงียบไป ไม่มองที่เขาอีก จนธีทัตเองก็รู้สึกไม่ค่อยดี แต่ต่างฝ่ายต่างทำได้แค่เงียบไปเฉยๆ ส่วนชรันก็แอบยิ้มในสีหน้าอย่างพอใจ การสนทนาที่จบไปไม่ถึงสองนาที เธอขอตัวจากทุกคนเพื่อออกไปโทรหาพ่อให้รีบมารับกลับบ้าน “ไม่สนุกเหรอลูก? พ่อกำลังออกไปนะ รอแป๊ปเดียว” “หนู..ไม่ค่อยโอเคกับแฟนใหม่ของแม่ค่ะ” เธอวางสายและนั่งเล่นในสวน จนแม่โทรมาตามว่าหายไปนาน “พู่กัน ทุกคนนั่งอยู่นี่ตั้งนานแล้ว ลูกไปคุยโทรศัพท์อยู่ที่ไหนน่ะ” “พ่อจะมาถึงแล้ว หนูขอตัวเลยแล้วกันค่ะ” “เอ้า แล้ว..” พรรณนาราวางสายใส่แม่ของเธอพร้อมกับเดินออกไปยืนอยู่ที่ประตูรั้วบานใหญ่หน้าบ้าน “เด็กคนนี้นี่ ไม่มีมารยาท ทำตัวเอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว ขอโทษคุณธีด้วยนะคะ สงสัยแกคงอยากให้คุณธีไปส่งน่ะแหละ สาวๆก็แบบนี้” “พูดอะไรแบบนั้นน่ะพิชา งั้นผมออกไปดูเอง” “พิชาจะไปด้วย” ธีทัตเริ่มรู้สึกได้ถึงความแปลกในบ้านนี้ เขารีบอาสาตัวเองในที่สุด “ผมออกไปเองครับ ทุกคนอยู่ที่นี่แหละ” เขาพูดจบก็รีบจ้ำอ้าวออกไปทันทีโดยไม่รอฟังว่าใครจะท้วงหรือตอบอะไร “คุณรันดูสนใจลูกสาวพิชาจังเลยนะคะ” “อะไรกันคุณ? คุณจะรีบเสนอลูกสาวให้ลูกชายผมทำไม แกยังเด็กและธีทัตก็มีแฟนแล้ว” พิชามญช์จ้องหน้าสามีใหม่อย่างจ้องจับผิด เขารีบโอบกอดเธอเพื่อเอาใจทันที “เอาน่ะ งั้นเรานั่งดื่มเบาๆ รอไปก่อนก็แล้วกัน” ธีทัตเดินตามหาในสวนหรือรอบบ้านไม่เจอ จึงเดินออกไปที่หน้าบ้านก็เจอพรรณนารานั่งกอดเข่าอยู่ข้างประตูหน้าบ้าน “พี่ธี..ออกมาทำไมคะ?” “นั่งให้ยุงกัดทำไมพู่กัน เข้าบ้านเถอะ” “เดี๋ยวพ่อก็มาแล้วค่ะ หนูไม่อยากอยู่กับพวกเขา” “งั้นรอนี่แป๊ปเดียวนะ อย่าพึ่งไปไหน” เขารีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อเอากล่องของขวัญของตัวเอง แล้วรีบเอามาให้เธอ “ถึงมันจะไม่ใช่ของแพง แต่พี่อยากให้พู่กันนะ” เธอยืนขึ้นและยิ้มออกมาได้เล็กน้อยพร้อมกับรับมาถือไว้ ก็พอดีกับไฟหน้ารถของคุณพ่อเธอที่ตรงเข้ามาจอดพอดี ธีทัตยกมือไหว้โดยที่พ่อของพรรณนาราแค่พยักหน้ารับอยู่ในรถ เขายืนรอดูรถเคลื่อนออกไปจนลับตาแล้วถึงกลับเข้าไปในบ้าน “ธี น้องพู่กลับแล้วใช่มั้ย?” “ครับพ่อ” “อืม น้องยังเด็ก ยังไม่เป็นสาวเต็มตัว ไม่ต้องเข้าใกล้ให้มากหรอก มันจะดูไม่ดี” “ผมขอตัวกลับเหมือนกันครับ” ธีทัตยกมือไหว้คนทั้งสองแล้วออกไปด้วยท่าทีที่ห่างเหิน “เด็กวัยรุ่นสมัยนี้เอาใจยากจังนะคะ คุณรัน” “ถือว่าเป็นทายาทคนเดียวก็เลยถือว่าผมไม่มีตัวเลือกน่ะสิ” “งั้นพิชามีลูกชายให้คุณรันสักคนดีมั้ยคะ?” “ยังดีกว่า ผมยังอยากสวีทกับคุณไปอีกสักหน่อย” พิชามญช์และชรันนั่งดื่มไวน์กันไปสักพักใหญ่แล้วจึงขึ้นไปนอนพักผ่อน กลางดึกสงัดที่ภรรยานอนหลับสนิทอยู่นั้น ชรันได้ลุกออกจากเตียงอย่างเงียบเชียบแล้วออกจากบ้านไปยืนหน้าที่พักของแม่บ้าน เขากดโทรหาใครคนหนึ่ง จนกระทั่งมีหญิงสาวได้ย่องออกจากห้องพักตรงมาหาเขาแล้วกอดจูบกันอย่างเร่าร้อน “ไปที่ห้องทำงานดีกว่า” “ค่ะ คุณรัน” ทางด้านพรรณนาราที่ไปถึงบ้านก็เปิดกล่องของขวัญทันที เป็นตุ๊กตาแมวน้อยนอนฝันดีในกล่องแก้ว สามารถเปิดไฟและเปิดเพลงเบาๆได้ด้วย ซึ่งเธอชอบมาก มีการ์ดอวยพรแนบมาให้เขียนด้วยลายมือของเขาเอง “ขอให้น้องพู่กันมีความสุข พบเจอแต่สิ่งที่ดีๆตลอดไป” สิ่งที่ดีที่ฉันไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้เขา..สักวัน..ฉันคงลืมเขาได้เอง… ฝั่งธีทัตเองก็นอนก่ายหน้าผากที่ไม่สามารถสลัดภาพของพรรณนาราสาวน้อยวัยสิบห้าไปได้ อีกไม่นานเธอคงสวยสะพรั่งจนมีผู้ชายมากหน้าหลายตาที่หมายปอง อยู่ๆแว็บหนึ่งในห้วงความคิดกลับนึกถึงสายตาพ่อของเขาที่มองเธอ มันทำให้เขาเกิดคิดสงสัยขึ้นมา สายตาที่พ่อของเขามองไปยังเด็กสาว มีไฟปรารถนาร้อนแรงอยู่ในนั้น ท่าทีของเธอเองก็ดูกลัวและไม่อยากมองหรืออยู่ใกล้พวกเขาอีกด้วย เราคงคิดมากไป..แต่ถ้าจะให้ดี อาจจะไปค้างคืนที่นั่นบ้างก็ได้ถ้าน้องพู่กันต้องอยู่ที่นั่นด้วย.. ชรันและแม่บ้านสาววัย 23 ปีที่ชื่อเล่นว่าฟ้า ได้พากันมาที่ห้องทำงานชั้นล่างของบ้าน พอล็อกห้องได้ทั้งคู่ก็กอดจูบลูบไล้กันราวกับว่าหิวกระหายมาจากไหน มือของเธอขยำที่เป้ากางเกงนอนของเจ้านายอย่างรู้งาน จนเขาถึงกับครางในลำคออย่างพึงพอใจโดยที่ยังจูบแลกลิ้นกันอยู่อย่างเผ็ดร้อน “นึกว่าคุณรันจะทิ้งฟ้าแล้ว” “ไม่ทิ้งหรอก ถึงได้พามาอยู่ที่นี่ด้วยไง ที่ต้องคบพิชามญช์เพราะเรื่องมันบานปลายไปหมด โดนฟ้องโดนอะไรวุ่นวาย ยิ่งถ้าไม่รับผิดชอบเธอด้วยคงงามไส้ เธอคงจะแฉจนฉันเสียงานเสียการแน่” “ฟ้ารู้ค่ะ เจียมตัวดีว่าคงเป็นได้แค่นี้ เพราะตัวฟ้าเองต่ำต้อย” “ต่ำต้อยอะไร เธอก็เมียฉันคนหนึ่ง ไม่เอาน่ะ ไม่ต้องน้อยใจ มีความสุขกันดีกว่า” แน่นอน..ฉันอ่อนกว่าอิป้าที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนนั้นตั้งสิบหกปี ฉันปรนนิบัติเขามาก่อนตั้งแต่ฉันยังไม่สิบแปด อยู่ๆมาชุบมือเปิบ สักวันฉันจะทำให้อิแก่หนังเหี่ยวอย่างแกต้องออกจากที่นี่… ………………………………..🔥😈ฟ้าเดินตรงมาหาที่ประตูรั้ว ชรันมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะให้ทันทีเชิงประชดประชัน “มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ดูดีขึ้นเป็นกองเลยนะ หนูพู่เอาเธอมาชุบเลี้ยงอย่างดีเพื่อให้มาใส่ร้ายฉันล่ะสิ อย่าลืมว่าฉันเลี้ยงดูเธอมากี่ปีแล้วล่ะฟ้า? ตอนนี้กลับปีกกล้าขาแข็ง” “เลี้ยงดูหรือล่อลวงให้รัก? เอาเงินฟาดหัวเพื่อให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างฟ้าไปไหนไม่รอด ถ้าฟ้ายังงมงายกับคุณอยู่ก็คงไม่พ้นเป็นแม่บ้านสนองตัณหาคุณตลอดไป น้องพู่ทำให้ฟ้าได้เรียนหนังสือต่อ นู่น..บนนั้น..ห้องนอนที่ฟ้าไม่เคยคิดว่าจะได้มีแบบคนอื่นมาตลอดชีวิต มีคนคอยดูแลให้คุณค่า ฟ้าจะปกป้องน้องพู่ทุกอย่างที่คนอย่างฟ้าพอจะทำได้” “อยากเป็นเมียพ่อหนูพู่ล่ะสิ หาที่เกาะใหม่ได้แล้วสินะ” “เพราะคุณไปทำลูกสาวเขานี่” “พิชาต่างหากที่ยกหนูพู่ให้เป็นเมียฉันอีกคน” “ไม่มีแม่คนไหนทำแบบนั้นกับลูกตัวเองหรอก กลับไปเถอะค่ะ ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายดีที่สุด” ฟ้าหันหลังกลับเข้าไปในบ้านทันที ส่วนชรันที่กำหมัดแน่นได้ตรงกลับบ้านแล้วนั่งดื่มอย่างบ้าคลั่ง ธีทัตทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไปรับพรรณนาราแล้วถึงห้องก็ยังนั่งทำงานต่อ นอนหลับดึกๆดื่นๆจ
ชรันกลับถึงบ้านก็ไม่เป็นอันกินอันนอนหลังจากโดนลูกเลี้ยงสาวถอนหงอกเสียอย่างไม่เป็นท่า เขาเจ็บใจที่ถูกหลอกว่านอนกับเธอมาตลอด เสียเงินไปเยอะแยะมากมาย ซื้อรถซื้อของให้นับไม่ถ้วน จริงสิ..ฉันโดนแอบถ่ายในบ้านหลังนี้ แสดงว่ามีกล้องซุกซ่อนอยู่หลายจุดแน่นอน…เขาตรงไปที่ห้องนอนแม่บ้านที่เคยเป็นห้องของฟ้า ก่อนจะยกให้เด็กสาวคราวลูกได้อยู่เพื่อปรนเปรอสวาทให้ เมื่อรื้อค้นอย่างถี่ถ้วนก็พบกล้องที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นเมื่อไปที่ห้องทำงานก็พบเช่นกันโดยวางซ่อนไว้ในช่องหลืบของโซฟาที่ใช้นั่งเล่นในห้อง ชรันเขวี้ยงมันลงบนพื้นอย่างโมโหสุดขีด เขาแน่ใจว่าเป็นพิชามญช์ที่ทำทั้งหมดและเริ่มประสาทกินกับความคิดที่ว่าในบ้านนี้มีอีกกี่จุดที่มีกล้องคอยบันทึกทุกอย่างในเวลาที่เขาชะล่าใจว่าเธอไม่อยู่บ้านเลยทำอะไรก็ได้ ในตอนนี้สิ่งที่เขาจะต้องจัดการคือควบคุมสติและปรึกษาทนายเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตของชีวิตฉันไม่พร้อมจะสูญเสียชีวิตในตอนที่อายุขนาดนี้เด็ดขาด..ส่วนเธอ..พิชามญช์ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก.. ณัฐวีย์ที่รับรู้ว่าชรันติดต่อมาหาว่าที่ภรรยาของเขา นั่นทำให้เขาย้ายเธอและลูกชายให้ไปอยู่ที่คอนโดของพรรณนาราท
Pacific Gateways Co., Ltdในตอนสายของวัน พนักงานของบริษัทต้องแปลกใจ เมื่อมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาขอพบชรัน จากนั้นได้กรูกันเข้าไปในห้องทำงานของเขาและเชิญให้ไปสถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งแน่นอนว่าชรันฉลาดพอที่จะไม่ให้ปากคำอะไรที่จะมัดตัวเขาได้นอกจากขอให้การในชั้นศาลเท่านั้นและต้องการใช้ทนายให้พูดแทน เขายื่นประกันและถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน ความคั่งแค้นในใจ พยายามคิดหาแต่ว่าทำไมผู้หญิงสามคนถึงรวมหัวกันแจ้งความเขา แล้วเด็กสาวที่เลี้ยงไว้อยู่ๆก็หายไปติดต่อไม่ได้กลับไปโผล่อยู่กับฟ้าและพรรณนาราได้ยังไง คลิปต่างๆที่จะมัดตัวเขาของทั้งสามคนมาจากไหน? จากใคร? ได้มายังไง? ชรันคิดได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ พิชามญช์มีสายโทรเข้าปลายสายที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องสงสัยเธอจนได้ พิชามญช์แค่รับสายแล้วทำน้ำเสียงปรกติเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร“พิชา..วันนี้ตำรวจมากันที่บริษัทผม มีทนายความมายื่นแจ้งความให้ผู้หญิงสามคน ลูกสาวคุณเป็นหนึ่งในนั้นด้วย มีอะไรจะพูดมั้ย? อย่าลืมว่าคุณยกพู่กันให้ผมเอาเอง”“ฉันเลี้ยงแต่ลูกอยู่ในห้องตั้งแต่คืนที่จับได้ว่าคุณเอากับอดีตภรรยาคุณธี ใครจะจัดการอะไรเรื่องแบบนี้
แบมซื้ออาหารและน้ำเข้ามาให้ชรันที่บ้าน เธอย่างกรายเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบจนวังเวง เขาที่นั่งรออยู่แล้วได้รีบเดินมาต้อนรับ “แม่บ้านไม่มีสักคนเหรอคะ?” “เหลือป้าแม่บ้านกับคนขับรถ พอดีสั่งไว้ว่าไม่ต้องทำอาหารเผื่อเพราะตอนแรกคิดว่าจะไปนั่งดื่มข้างนอก แต่รู้สึกเพลียเลยไม่ออกไปน่ะ” ชรันทำมือว่าให้ตามเขาไปที่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งเตรียมจานช้ามช้อนส้อมแก้วน้ำไว้แล้ว “หนูแบมนั่งคุยกับอาสักพักสิ จะถามเรื่องพิชาหน่อย” “เอ่อ..ค่ะ แต่หนูไม่กินนะคะ พอดีทานมาแล้ว” เขารินน้ำผลไม้ให้เธอแล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม เริ่มต้นถามว่าไปเจอพิชามญช์ที่ไหน ต่อด้วยคุยกันเรื่องคดี เรื่องลูกชายทั้งสองคน ไม่นานนักแบมเริ่มมีอาการง่วงซึมแต่ก็ยังรู้สึกตัวบ้าง เขารีบเข้าไปโอบเธอให้ลุกขึ้นแล้วประคองเดินไปนั่งพักที่โซฟาห้องรับแขก “คุณอา..ทำไม?..” แบมพูดถามได้แค่นั้นเท่าที่สติยังพอมีเหลือก่อนจะเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ชรันจึงปล่อยเธอไว้ก่อนจะเดินไปปิดประตูบ้านล็อกเอาไว้ ปิดไฟและปิดผ้าม่านจนหมด เหลือเพียงความมืดสลัวในบ้านที่กว้างขวางนี้เท่านั้น แบมที่สะลึมสะลือเพราะชรันไม่ได้ใช้ยากับเธอมากนัก ก็เพราะเขายังอยากให้เ
ธีทัตลงจากรถอ้อมไปเปิดประตูฝั่งของพรรณนาราแล้วดึงแขนเธอให้ออกมาแล้วเปิดประตูด้านหลังดันตัวเธอเข้าไป“พี่ธี..ไม่เอานะ พาหนูกลับบ้าน”“ใจดีให้ก็ดื้อ ปั่นหัวพี่สนุกไหมพู่กัน..”เขาเข้ามานั่งข้างๆจับแขนเธอที่ดันแผ่นอกบังคับให้นอนลงไปที่เบาะหลัง เริ่มต้นซุกไซร้ไปที่กลางลำตัวเธอแล้วเลิกกระโปรงสั้นขึ้นจนเห็นแพนตี้ลูกไม้แนบเนื้อตัวจิ๋ว“พูด..พี่เป็นใครสำหรับพู่”เขาจับคอเธอแม้จะไม่ได้บีบแน่นแต่ก็ทำให้เธอตื่นเต้นหายใจหอบจนตัวโยน ส่วนอีกมือเริ่มซุกซนใช้นิ้วแหวกชั้นในเข้าไปลูบคลึงส่วนสงวนจนเจ้าตัวสั่นสะท้าน“ถ้าหนูไม่พูดล่ะ”“ยั่วให้พี่โมโหเหรอ?”“เปล่า หนูชอบเวลาพี่หึง”“เพราะรักถึงหวง แล้วถ้าชอบให้หึงก็ยอมรับมาว่าเป็นเมียพี่..”“ขนาดนี้แล้วทำไมต้องพูดคะ คำพูดสำคัญกว่าการกระทำรึไง?”“พี่ไม่นอนกับใครถ้าไม่รัก”เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปลงด้วยมือเดียว ก่อนจะจับแท่งลำนั้นสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักที่รัดติ้ว โดยที่เธอยังใส่แพนตี้อยู่“อึก..อื้อออ”“ร่างกายหนูบอกว่ารักพี่นะ..สุดๆ..”แรงขมิบเป็นจังหวะถี่ๆส่งสัญญาณแทนคำพูดของหญิงสาวแต่นั่นมันยังไม่พอสำหรับเขา“อาา..แรงอีก..”สองขาที่เกร็งและรัดเอวแน่น ธีทัต
ฟ้าได้เอากระเป๋าเสื้อผ้ามารอที่บ้านภัทราวุธตั้งแต่บ่าย เธอตื่นเต้นที่จะได้อยู่กับน้องสาวที่รักและเอ็นดู โดยจะได้มีห้องส่วนตัวติดกับห้องของพรรณนารา ส่วนธีทัตได้รับการไหว้วานจากณัฐวีย์ให้ไปรับลูกสาวที่มหาวิทยาลัยแทนคนขับรถเพราะยุ่งกันอยู่ “ช่วงนี้พี่จะได้อยู่กับพู่ทุกวันตอนเย็นเลยล่ะ เพราะคุณพ่อหนูคงต้องเฝ้าภรรยานานเลย” “แล้วแต่เถอะค่ะ” “เอ้า ไม่ดีใจเหรอ?” “แม่ถีบหัวทุกคนให้พ้นทางได้แล้ว หนูคงไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก” “พู่..อย่าพูดแบบนั้นสิ ไม่น่ารักเลย” “หนูเป็นแบบนี้ พี่จะไม่รักก็ได้นะ” พรรณนารากล่าวแบบหยิ่งๆ แต่ธีทัตกลับมองว่านี่คือความดื้อดึงที่เขาชอบ “พ่อกับแม่กลับมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว คิดในแง่ดีหน่อยสิ” “ตั้งแต่หนูเกิดมา แม่กับหนูก็แข่งกันแย่งความรักจากพ่อมาตลอด แม่ไม่เคยอยากได้ลูกสาว ทำไมไม่ให้หมอเลือกเพศตั้งแต่แรกก็จบ” “ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า เปลี่ยนเรื่องเนอะ พี่พาหนูไปกินอะไรอร่อยๆข้างนอกดีกว่าไหม?” เธอส่ายหน้าแล้วว่าจะกินที่บ้าน “หนูนัดกับเพื่อนจะไปเที่ยวกันคืนนี้ แบบ..ชิลๆตามประสาเพื่อนฝูง เดี๋ยวเพื่อนมารับตอนสามทุ่ม” ธีทัตตาเขียวขึ้นมาทันทีตามปร







