Mag-log inนี่ไม่ใช่เรื่องของนางเอกผู้แสนดี...แต่เป็นเรื่องของผู้ หญิงที่รู้จักใช้ทุกแผลใจเป็นพลัง เพื่อเอาตัวรอด “เมื่อไม่มีสิทธิ์เลือก… เธอจึงเลือกที่จะรอด ด้วยการขายศักดิ์ศรีเพื่อซื้อชีวิตของตัวเองคืน”
view moreฟ้าเดินตรงมาหาที่ประตูรั้ว ชรันมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะให้ทันทีเชิงประชดประชัน “มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ดูดีขึ้นเป็นกองเลยนะ หนูพู่เอาเธอมาชุบเลี้ยงอย่างดีเพื่อให้มาใส่ร้ายฉันล่ะสิ อย่าลืมว่าฉันเลี้ยงดูเธอมากี่ปีแล้วล่ะฟ้า? ตอนนี้กลับปีกกล้าขาแข็ง” “เลี้ยงดูหรือล่อลวงให้รัก? เอาเงินฟาดหัวเพื่อให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างฟ้าไปไหนไม่รอด ถ้าฟ้ายังงมงายกับคุณอยู่ก็คงไม่พ้นเป็นแม่บ้านสนองตัณหาคุณตลอดไป น้องพู่ทำให้ฟ้าได้เรียนหนังสือต่อ นู่น..บนนั้น..ห้องนอนที่ฟ้าไม่เคยคิดว่าจะได้มีแบบคนอื่นมาตลอดชีวิต มีคนคอยดูแลให้คุณค่า ฟ้าจะปกป้องน้องพู่ทุกอย่างที่คนอย่างฟ้าพอจะทำได้” “อยากเป็นเมียพ่อหนูพู่ล่ะสิ หาที่เกาะใหม่ได้แล้วสินะ” “เพราะคุณไปทำลูกสาวเขานี่” “พิชาต่างหากที่ยกหนูพู่ให้เป็นเมียฉันอีกคน” “ไม่มีแม่คนไหนทำแบบนั้นกับลูกตัวเองหรอก กลับไปเถอะค่ะ ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายดีที่สุด” ฟ้าหันหลังกลับเข้าไปในบ้านทันที ส่วนชรันที่กำหมัดแน่นได้ตรงกลับบ้านแล้วนั่งดื่มอย่างบ้าคลั่ง ธีทัตทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไปรับพรรณนาราแล้วถึงห้องก็ยังนั่งทำงานต่อ นอนหลับดึกๆดื่นๆจ
ชรันกลับถึงบ้านก็ไม่เป็นอันกินอันนอนหลังจากโดนลูกเลี้ยงสาวถอนหงอกเสียอย่างไม่เป็นท่า เขาเจ็บใจที่ถูกหลอกว่านอนกับเธอมาตลอด เสียเงินไปเยอะแยะมากมาย ซื้อรถซื้อของให้นับไม่ถ้วน จริงสิ..ฉันโดนแอบถ่ายในบ้านหลังนี้ แสดงว่ามีกล้องซุกซ่อนอยู่หลายจุดแน่นอน…เขาตรงไปที่ห้องนอนแม่บ้านที่เคยเป็นห้องของฟ้า ก่อนจะยกให้เด็กสาวคราวลูกได้อยู่เพื่อปรนเปรอสวาทให้ เมื่อรื้อค้นอย่างถี่ถ้วนก็พบกล้องที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นเมื่อไปที่ห้องทำงานก็พบเช่นกันโดยวางซ่อนไว้ในช่องหลืบของโซฟาที่ใช้นั่งเล่นในห้อง ชรันเขวี้ยงมันลงบนพื้นอย่างโมโหสุดขีด เขาแน่ใจว่าเป็นพิชามญช์ที่ทำทั้งหมดและเริ่มประสาทกินกับความคิดที่ว่าในบ้านนี้มีอีกกี่จุดที่มีกล้องคอยบันทึกทุกอย่างในเวลาที่เขาชะล่าใจว่าเธอไม่อยู่บ้านเลยทำอะไรก็ได้ ในตอนนี้สิ่งที่เขาจะต้องจัดการคือควบคุมสติและปรึกษาทนายเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตของชีวิตฉันไม่พร้อมจะสูญเสียชีวิตในตอนที่อายุขนาดนี้เด็ดขาด..ส่วนเธอ..พิชามญช์ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก.. ณัฐวีย์ที่รับรู้ว่าชรันติดต่อมาหาว่าที่ภรรยาของเขา นั่นทำให้เขาย้ายเธอและลูกชายให้ไปอยู่ที่คอนโดของพรรณนาราท
Pacific Gateways Co., Ltdในตอนสายของวัน พนักงานของบริษัทต้องแปลกใจ เมื่อมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาขอพบชรัน จากนั้นได้กรูกันเข้าไปในห้องทำงานของเขาและเชิญให้ไปสถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งแน่นอนว่าชรันฉลาดพอที่จะไม่ให้ปากคำอะไรที่จะมัดตัวเขาได้นอกจากขอให้การในชั้นศาลเท่านั้นและต้องการใช้ทนายให้พูดแทน เขายื่นประกันและถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน ความคั่งแค้นในใจ พยายามคิดหาแต่ว่าทำไมผู้หญิงสามคนถึงรวมหัวกันแจ้งความเขา แล้วเด็กสาวที่เลี้ยงไว้อยู่ๆก็หายไปติดต่อไม่ได้กลับไปโผล่อยู่กับฟ้าและพรรณนาราได้ยังไง คลิปต่างๆที่จะมัดตัวเขาของทั้งสามคนมาจากไหน? จากใคร? ได้มายังไง? ชรันคิดได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ พิชามญช์มีสายโทรเข้าปลายสายที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องสงสัยเธอจนได้ พิชามญช์แค่รับสายแล้วทำน้ำเสียงปรกติเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร“พิชา..วันนี้ตำรวจมากันที่บริษัทผม มีทนายความมายื่นแจ้งความให้ผู้หญิงสามคน ลูกสาวคุณเป็นหนึ่งในนั้นด้วย มีอะไรจะพูดมั้ย? อย่าลืมว่าคุณยกพู่กันให้ผมเอาเอง”“ฉันเลี้ยงแต่ลูกอยู่ในห้องตั้งแต่คืนที่จับได้ว่าคุณเอากับอดีตภรรยาคุณธี ใครจะจัดการอะไรเรื่องแบบนี้
แบมซื้ออาหารและน้ำเข้ามาให้ชรันที่บ้าน เธอย่างกรายเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบจนวังเวง เขาที่นั่งรออยู่แล้วได้รีบเดินมาต้อนรับ “แม่บ้านไม่มีสักคนเหรอคะ?” “เหลือป้าแม่บ้านกับคนขับรถ พอดีสั่งไว้ว่าไม่ต้องทำอาหารเผื่อเพราะตอนแรกคิดว่าจะไปนั่งดื่มข้างนอก แต่รู้สึกเพลียเลยไม่ออกไปน่ะ” ชรันทำมือว่าให้ตามเขาไปที่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งเตรียมจานช้ามช้อนส้อมแก้วน้ำไว้แล้ว “หนูแบมนั่งคุยกับอาสักพักสิ จะถามเรื่องพิชาหน่อย” “เอ่อ..ค่ะ แต่หนูไม่กินนะคะ พอดีทานมาแล้ว” เขารินน้ำผลไม้ให้เธอแล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม เริ่มต้นถามว่าไปเจอพิชามญช์ที่ไหน ต่อด้วยคุยกันเรื่องคดี เรื่องลูกชายทั้งสองคน ไม่นานนักแบมเริ่มมีอาการง่วงซึมแต่ก็ยังรู้สึกตัวบ้าง เขารีบเข้าไปโอบเธอให้ลุกขึ้นแล้วประคองเดินไปนั่งพักที่โซฟาห้องรับแขก “คุณอา..ทำไม?..” แบมพูดถามได้แค่นั้นเท่าที่สติยังพอมีเหลือก่อนจะเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ชรันจึงปล่อยเธอไว้ก่อนจะเดินไปปิดประตูบ้านล็อกเอาไว้ ปิดไฟและปิดผ้าม่านจนหมด เหลือเพียงความมืดสลัวในบ้านที่กว้างขวางนี้เท่านั้น แบมที่สะลึมสะลือเพราะชรันไม่ได้ใช้ยากับเธอมากนัก ก็เพราะเขายังอยากให้เ
ไม่ถึงสี่สิบนาทีธีทัตก็ขับรถมาถึงบ้านแม่ของเขา กชกรนั่งรออยู่ด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ เมื่อเห็นลูกชายเพียงคนเดียวก้าวเท้าเข้ามาในบ้านโดยยังไม่ทันจะได้นั่งหรือพูดอะไร เธอก็รีบวีนขึ้นก่อน “ธี มันอะไรกันน่ะ? ลูกไปหลงทั้งลูกเลี้ยงทั้งเมียใหม่ของพ่อรึไง? นี่เหรอสาเหตุที่เลิกกับแบม? แล้วไปทำไมที่บ้าน
พรรณนาราอ่านข้อความที่แม่ส่งมาด้วยความรู้สึกโกรธ เธอขยับตัวจากธีทัตที่นอนกอดอยู่ “พี่ธีคะ..พี่ธี..” เธอใช้มือเขย่าแขนเขาเบาๆ “อืออ..กี่โมงแล้ว?..หนูจะไปเรียนใช่มั้ย? พี่จะไปส่งนะ” “ไม่ค่ะ พี่ธีดูแลน้องวินไปนะ หนูจะให้คนขับรถไปส่งเอง แล้วพี่อย่าทำตัวมีพิรุธกับพ่อหนู ห้ามบอกว่ามีอะไรกัน เข้าใ
ณัฐวีย์นั่งที่โซฟาโดยมีโน้ตบุ๊คอยู่บนตัก เขาขะมักเขม้นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่ทันสังเกตว่าพิชามญช์ย่างกรายตรงมาหา จะกระทั่งเห็นเท้าของเธอมายืนใกล้ๆ เขาเงยหน้ามองคนที่ไม่เคยตัดใจรักอย่างเสน่หา “ว่าไงที่รัก? รู้สึกดีขึ้นมั้ย?” “ค่ะ รู้สึกปลอดภัย อุ่นใจที่มีคุณณัฐอยู่ใกล้ๆ” พิชามญช์ใส่แค่ชุดค
ชรันพยายามยืนพูดคุยแก้ตัวอยู่ตรงนั้นโดยไม่ยอมไปไหน กลุ่มวัยรุ่นก็ยืนบังไม่ให้พิชามญช์และเด็กน้อยต้องถูกคุกคาม บางคนก็ช่วยเธออุ้มลูกเพราะเห็นใจที่คนเป็นแม่ดูเหนื่อยล้า “กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับฉัน พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่อำเภอ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องคุณนะ อะไรหลายๆอย่างที่ผ่านมามันสุดจะทนแล้ว พอกันที






Rebyu