LOGINนี่ไม่ใช่เรื่องของนางเอกผู้แสนดี...แต่เป็นเรื่องของผู้ หญิงที่รู้จักใช้ทุกแผลใจเป็นพลัง เพื่อเอาตัวรอด “เมื่อไม่มีสิทธิ์เลือก… เธอจึงเลือกที่จะรอด ด้วยการขายศักดิ์ศรีเพื่อซื้อชีวิตของตัวเองคืน”
View Moreครั้งแรกที่เธอได้รู้จักพ่อเลี้ยง นั่นคือตอนที่เธออายุเพียงสิบสี่ปี ในค่ำวันเสาร์ที่แม่ไปดินเนอร์กับเขาและพามาที่บ้าน ขณะที่เธอนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องรับแขก แม่บอกกับเธอล่วงหน้าแล้วว่าจะแนะนำให้รู้จักกับว่าที่…พ่อเลี้ยง
เสียงรถยนต์สองคันที่ขับเข้ามาจอดต่อกันในที่จอดรถ พู่กันลุกไปชะเง้อดูที่หน้าต่าง ก็เห็นชายวัยกลางคนร่างสูงกำยำที่ดูภูมิฐานในชุดสูทราคาแพง เขาลงจากรถแล้วเดินมาจูบกับแม่ของเธอ พร้อมกับพูดคุยกระซิบกระซาบหัวเราะต่อกระซิกพร้อมกับโอบเอวแม่ของเธอเข้ามาในบ้าน “อ้าว พู่กัน กินข้าวเย็นแล้วใช่มั้ยลูก? เอ่อ นี่คุณอาชรันนะ คุณรันคะ นี่ลูกสาวพิชาเองชื่อ พู่กันค่ะ พอดีศุกร์ถึงอาทิตย์จะอยู่ที่นี่ วันธรรมดาจะอยู่กับคุณพ่อเขา” พู่กันหรือพรรณนารา ยกมือสวัสดีด้วยหน้าตาที่ไม่ยินดียินร้ายอะไร เพราะเขาคือคนที่ทำให้ครอบครัวเธอแตกแยก รวมถึงแม่ที่เห็นผู้ชายอื่นสำคัญมากกว่าคำว่าครอบครัว ชรัน หนุ่มใหญ่วัย 49 และแม่ของเธอที่อายุน้อยกว่าเขาสิบปี ก็ดูจะเป็นคู่ที่น่าเหมาะสมอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะต่างคนต่างลอบเล่นชู้กันจนเขาถูกฟ้องหย่าและพ่อของเธอรู้เพราะภรรยาของเขามาบอกกับพ่อจนความแตก “เอ่อ..งั้นแม่ขึ้นไปข้างบนก่อนนะ ลูกจะอยู่ดูทีวีไปก่อนก็ได้” พรรณนาราไม่ตอบอะไร ส่วนชรันก็มองด้วยสายตาที่เธอคิดในใจว่า “น่าเกลียด” พอหมดพันธะกันทั้งคู่ก็เปิดตัวแบบไม่อายอะไรเลยสินะ… ความที่ทั้งสองโดนฟ้องหย่า ชรันอาจไม่เดือดร้อนมากนักเพราะเขาร่ำรวย แต่แม่ของเธอนี่สิ จากที่อยู่บ้านหลังใหญ่ มีความสุขสามคนพ่อแม่ลูกมันคงจะน่าเบื่อเกินไป สุดท้ายต้องระเห็จมาอยู่บ้านเช่าหลังเล็กแบบนี้แทน คุณพ่อของเธออนุญาตให้มาอยู่กับแม่ได้แค่เย็นวันศุกร์ถึงเที่ยงวันอาทิตย์เท่านั้น ซึ่งความเป็นจริงเธอไม่อยากมาแต่เพราะแม่ของเธอขอร้องเอาไว้ “ลำบากเลยสินะ รอหน่อยนะพิชา บ้านใหม่ตกแต่งใกล้จะเสร็จแล้ว เราจะได้อยู่ด้วยกันสักที มีห้องพอสำหรับทุกคนทั้งลูกสาวลูกชายของเราทั้งคู่” “พิชารอที่จะได้อยู่กับคุณไม่ไหวแล้ว” “ตอนนี้ก็อยู่แล้วไง” “ลูกชายคุณคงเกลียดพิชาแน่ๆ” พิชามญช์ทำหน้าอ้อนๆ แม้เธอจะอายุ 39 แล้ว แต่ความสวยนั้นยังทำให้รู้สึกเหมือนยังไม่สามสิบ เพราะเธอไม่เคยต้องลำบากตากแดดตากดำอะไรมาก่อน “ผมคุยกับเขาแบบคนโตๆแล้ว เขาก็ไม่ว่าอะไรนะ ชีวิตคู่มันก็แบบนี้แหละ” พรรณนารานั่งดูโทรทัศน์อยู่พักหนึ่งก็เบื่อ จึงขึ้นไปที่ห้องของเธอบนชั้นสอง พอผ่านห้องของแม่ก็ได้ยินเสียงร้องครางของคนทั้งคู่ที่ร่วมรักกันอย่างเร่าร้อน ฉันไม่อยากมาที่นี่ด้วยซ้ำตั้งแต่พ่อขอหย่ากับแม่ เพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องมารับรู้อะไรแบบนี้… “อืออ..คุณรัน..แรงอีก..ที่รัก..อ๊าา” ชรันกดกระแทกความเป็นชายเน้นๆอย่างแนบแน่นด้วยความหื่นกระหายในรสโลกีย์ของพิชามญช์ เธอและเขาตอบสนองความต้องการทางเพศระหว่างกันได้ดีมาก “ดีโคตรๆเลย..พิชา…อาา” เมื่อทั้งบ้านเงียบเพราะเป็นบ้านเช่าหลังสุดท้ายในซอย พรรณนาราจึงยังได้ยินเสียงครวญครางแว่วมาเบาๆบ้าง แต่มันก็กวนใจเธอยาวนานร่วมสี่สิบนาทีจึงเงียบไป นั่นถึงทำให้เธอหลับลงได้ “วันนี้ผมค้างที่นี่นะ ตื่นมาเราค่อยไปที่คอนโดผมแล้วค่อยไปกินข้าวเที่ยงกัน เอาหนูพู่กันไปด้วย” “ให้พู่กันอยู่บ้านนี่ล่ะค่ะ แกไม่ชอบไปไหน” “ว่าจะให้คุณกับลูกสาวรู้จักลูกชายผมด้วยไงล่ะ” “อ้อ โอเคค่ะ งั้นก็ได้” ช่วงสายของวันอาทิตย์ พิชามญช์ได้มาเคาะห้องลูกสาวให้อาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทานมื้อเที่ยง “รีบเลยนะลูกเพราะคุณอาชรันจะต้องกลับคอนโดไปแต่งตัวอีก” พรรณนาราเปิดประตูแง้มนิดหน่อยพอให้แค่มองเห็นหน้ากัน “หนูไม่ไปได้มั้ยคะ?” “อีกหน่อยเราต้องย้ายจากที่นี่ไปบ้านใหม่ ต้องรู้จักลูกชายของคุณอาเค้า รู้สึกจะแก่กว่าลูกเจ็ดปี ลูกต้องเคารพพี่เค้าด้วย” ระหว่างที่แม่พูดกับเธอ ชรันก็เดินออกจากห้องมาที่ด้านหลังของพิชามญช์ แต่สายตาเขากลับมองมาที่เธอ ซึ่งทำให้รู้สึกขนลุกเกรียว “ว่าไงสองแม่ลูก? คุยอะไรกันอยู่ครับ?” “หนูอาบน้ำก่อนนะคะแม่” พรรณนาราพูดแค่นั้นแล้วรีบปิดประตูทันที “เอ้า ลูกคนนี้นี่ ไม่มีมารยาทเลย ผู้ใหญ่ถามดันปิดประตูใส่เฉย สงสัยอยู่กับพ่อมากไปจนตามใจเกิน” ชรันจับไหล่คุณแม่ยังสาวว่าที่ภรรยาใหม่ของเขา บีบนวดเบาๆให้ผ่อนคลาย “หนูพู่กันคงยังไม่คุ้นเคยน่ะ ให้เวลาแกหน่อย ไม่ต้องคิดมากหรอก” และในวันนี้เองที่พรรณนาราได้เจอกับรักแรก เธอแอบชอบเขาในใจทันทีที่เดินมานั่งลงที่โต๊ะเพื่อร่วมรับประทานอาหารเที่ยง แต่สีหน้าเขาดูราบเรียบ แววตาดูขุ่นเคือง ก็แน่ล่ะ..แม่ของฉันไปทำให้ครอบครัวเขาต้องพังพินาศ เหมือนที่ฉันเกลียดพ่อของเขาที่มาทำลายครอบครัวฉัน…ซึ่งเขาก็คงอาจเกลียดฉันด้วยเช่นกัน.. “ธี นี่คุณน้าพิชามญช์กับน้องพู่กันนะ รู้จักกันไว้เพราะอีกหน่อยต้องอยู่บ้านเดียวกัน ลูกเรียนจบก็ต้องมารับช่วงกิจการต่อ อีกปีเดียวก็จบแล้ว พ่อจะได้เบาตัวบ้าง” “สวัสดีครับ” ธีทัตยกมือไหว้ตามมารยาทแล้วสบตากับพรรณนาราที่หลบตาเขา “สวัสดีครับน้องพู่กัน” “สวัสดีค่ะ พี่ธี” เธอยกมือไหว้และสบตาเขาด้วยความประหม่า “อีกหน่อยถ้าพู่กันอยากเรียนคณะอะไรก็คงปรึกษาคุณธีได้ใช่มั้ยคะ?” พิชามญช์พูดฉอเลาะเอาใจลูกเลี้ยง แต่มันทำให้พู่กันรู้สึกอายแทน “อีกนานกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ?” ชรันท้วงขึ้นมาเพราะรู้ว่าเธอกำลังอยากใช้ลูกสาวเพื่อตีสนิทลูกชายของเขา “หนูปรึกษาคุณพ่อได้ค่ะ ท่านเป็นคนเก่ง” แม่ของเธอชักสีหน้าแล้วมองลูกสาวที่หลุบตาลงต่ำด้วยความไม่พอใจ ธีทัตที่เห็นแบบนั้นก็เข้าใจสถานการณ์ทันทีว่าพรรณนาราเองก็ไม่ได้รู้สึกดีที่ต้องบ้านแตกเช่นกัน “ก็ถ้าน้องมีคำถามอยากปรึกษา ผมก็ไม่ขัดข้องที่จะแนะนำให้ได้” นั่นทำให้พรรณนารามองสบตาเขาแล้วยิ้มออกได้นิดหน่อย มื้อเที่ยงจบลงทั้งสามคนก็กลับบ้านไปด้วยกัน ส่วนธีทัตก็กลับไปที่บ้านแม่ของเขา “เป็นไงธี เจอหน้าผู้หญิงหน้าด้านหน้าทนแบบนั้น? เขากล้ามากนะที่แนะนำชู้ให้ลูกชายตัวเองรู้จัก หน้าไม่อายจริงๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าลูกต้องดูแลกิจการต่อจากเขา แม่คงไม่อยากให้ไปหรอก แต่เรื่องอะไรจะให้ใครมาชุบมือเปิบ ดีนะที่อีนั่นมีแค่ลูกสาว อีกหน่อยก็คงไม่ต่างจากแม่มัน” “แม่ครับ ไม่เอานะ อย่าพูดไม่ดีกับเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไร ลูกสาวเองก็ดูไม่ค่อยเข้ากับคนเป็นแม่เท่าไหร่ ทางเราเองก็ได้จากพ่อมาเยอะ แม่อย่าคิดมากเลยนะครับ อีกปีเดียวธีจะเรียนจบแล้วด้วย ยังไงก็ต้องไปทำงานกับพ่ออยู่ดี” “อืม แม่น่ะแก่แล้ว ไม่ได้คิดจะหาคนใหม่อีก ดีที่มีลูกอยู่เคียงข้างเผื่อแก่ตัวลงไป ดูแลตัวเองดีๆ แม่จะโล่งใจถ้ากิจการของมันตกอยู่ในมือลูกให้มันจบๆ ลูกอยากทดแทนบุญคุณมันในฐานะพ่อก็แล้วแต่” “ครับแม่” ธีทัตนึกถึงหน้าของสาวน้อยวัยสิบสี่ที่ติดตาตรึงใจเขามาก แต่ต้องสลัดความคิดทิ้งไปเพราะเกรงว่าใครที่รู้ความคิดของเขาจะมองว่าเป็นพวกเปโดฟีเลีย และเขาเองก็มีคนคุยที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ปีหนึ่งอยู่แล้ว เธอมีเสน่ห์บางอย่างที่บอกไม่ถูก จะเรียกว่าแรงดึงดูดก็คงใช่.. แต่สิ่งที่ธีทัตไม่รู้ก็คือ พ่อของเขาอย่างชรัน เบื้องหน้าที่เป็นหนุ่มใหญ่ใจดีนั้น เบื้องหลังเขามีรสนิยมที่ชื่นชอบผู้หญิงที่อายุน้อยมากๆเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากว่าพวกเธอที่ยังเด็กและมักไม่เก่งเรื่องบนเตียง ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้อย่างเต็มที่ จนมาเจอพิชามญช์ที่อายุน้อยกว่าสิบปีและเคมีตรงกันจากการเจอกันหลายครั้งเพราะสามีของเธอและเขาเป็นคู่ค้ากัน จึงนำมาสู่การลับลอบนัดเจอหลายครั้งและลงเอยกันในที่สุด …………………………….💋🌻🌷ฟ้าเดินตรงมาหาที่ประตูรั้ว ชรันมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะให้ทันทีเชิงประชดประชัน “มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ดูดีขึ้นเป็นกองเลยนะ หนูพู่เอาเธอมาชุบเลี้ยงอย่างดีเพื่อให้มาใส่ร้ายฉันล่ะสิ อย่าลืมว่าฉันเลี้ยงดูเธอมากี่ปีแล้วล่ะฟ้า? ตอนนี้กลับปีกกล้าขาแข็ง” “เลี้ยงดูหรือล่อลวงให้รัก? เอาเงินฟาดหัวเพื่อให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างฟ้าไปไหนไม่รอด ถ้าฟ้ายังงมงายกับคุณอยู่ก็คงไม่พ้นเป็นแม่บ้านสนองตัณหาคุณตลอดไป น้องพู่ทำให้ฟ้าได้เรียนหนังสือต่อ นู่น..บนนั้น..ห้องนอนที่ฟ้าไม่เคยคิดว่าจะได้มีแบบคนอื่นมาตลอดชีวิต มีคนคอยดูแลให้คุณค่า ฟ้าจะปกป้องน้องพู่ทุกอย่างที่คนอย่างฟ้าพอจะทำได้” “อยากเป็นเมียพ่อหนูพู่ล่ะสิ หาที่เกาะใหม่ได้แล้วสินะ” “เพราะคุณไปทำลูกสาวเขานี่” “พิชาต่างหากที่ยกหนูพู่ให้เป็นเมียฉันอีกคน” “ไม่มีแม่คนไหนทำแบบนั้นกับลูกตัวเองหรอก กลับไปเถอะค่ะ ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายดีที่สุด” ฟ้าหันหลังกลับเข้าไปในบ้านทันที ส่วนชรันที่กำหมัดแน่นได้ตรงกลับบ้านแล้วนั่งดื่มอย่างบ้าคลั่ง ธีทัตทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไปรับพรรณนาราแล้วถึงห้องก็ยังนั่งทำงานต่อ นอนหลับดึกๆดื่นๆจ
ชรันกลับถึงบ้านก็ไม่เป็นอันกินอันนอนหลังจากโดนลูกเลี้ยงสาวถอนหงอกเสียอย่างไม่เป็นท่า เขาเจ็บใจที่ถูกหลอกว่านอนกับเธอมาตลอด เสียเงินไปเยอะแยะมากมาย ซื้อรถซื้อของให้นับไม่ถ้วน จริงสิ..ฉันโดนแอบถ่ายในบ้านหลังนี้ แสดงว่ามีกล้องซุกซ่อนอยู่หลายจุดแน่นอน…เขาตรงไปที่ห้องนอนแม่บ้านที่เคยเป็นห้องของฟ้า ก่อนจะยกให้เด็กสาวคราวลูกได้อยู่เพื่อปรนเปรอสวาทให้ เมื่อรื้อค้นอย่างถี่ถ้วนก็พบกล้องที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นเมื่อไปที่ห้องทำงานก็พบเช่นกันโดยวางซ่อนไว้ในช่องหลืบของโซฟาที่ใช้นั่งเล่นในห้อง ชรันเขวี้ยงมันลงบนพื้นอย่างโมโหสุดขีด เขาแน่ใจว่าเป็นพิชามญช์ที่ทำทั้งหมดและเริ่มประสาทกินกับความคิดที่ว่าในบ้านนี้มีอีกกี่จุดที่มีกล้องคอยบันทึกทุกอย่างในเวลาที่เขาชะล่าใจว่าเธอไม่อยู่บ้านเลยทำอะไรก็ได้ ในตอนนี้สิ่งที่เขาจะต้องจัดการคือควบคุมสติและปรึกษาทนายเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตของชีวิตฉันไม่พร้อมจะสูญเสียชีวิตในตอนที่อายุขนาดนี้เด็ดขาด..ส่วนเธอ..พิชามญช์ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก.. ณัฐวีย์ที่รับรู้ว่าชรันติดต่อมาหาว่าที่ภรรยาของเขา นั่นทำให้เขาย้ายเธอและลูกชายให้ไปอยู่ที่คอนโดของพรรณนาราท
Pacific Gateways Co., Ltdในตอนสายของวัน พนักงานของบริษัทต้องแปลกใจ เมื่อมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาขอพบชรัน จากนั้นได้กรูกันเข้าไปในห้องทำงานของเขาและเชิญให้ไปสถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งแน่นอนว่าชรันฉลาดพอที่จะไม่ให้ปากคำอะไรที่จะมัดตัวเขาได้นอกจากขอให้การในชั้นศาลเท่านั้นและต้องการใช้ทนายให้พูดแทน เขายื่นประกันและถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน ความคั่งแค้นในใจ พยายามคิดหาแต่ว่าทำไมผู้หญิงสามคนถึงรวมหัวกันแจ้งความเขา แล้วเด็กสาวที่เลี้ยงไว้อยู่ๆก็หายไปติดต่อไม่ได้กลับไปโผล่อยู่กับฟ้าและพรรณนาราได้ยังไง คลิปต่างๆที่จะมัดตัวเขาของทั้งสามคนมาจากไหน? จากใคร? ได้มายังไง? ชรันคิดได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ พิชามญช์มีสายโทรเข้าปลายสายที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องสงสัยเธอจนได้ พิชามญช์แค่รับสายแล้วทำน้ำเสียงปรกติเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร“พิชา..วันนี้ตำรวจมากันที่บริษัทผม มีทนายความมายื่นแจ้งความให้ผู้หญิงสามคน ลูกสาวคุณเป็นหนึ่งในนั้นด้วย มีอะไรจะพูดมั้ย? อย่าลืมว่าคุณยกพู่กันให้ผมเอาเอง”“ฉันเลี้ยงแต่ลูกอยู่ในห้องตั้งแต่คืนที่จับได้ว่าคุณเอากับอดีตภรรยาคุณธี ใครจะจัดการอะไรเรื่องแบบนี้
แบมซื้ออาหารและน้ำเข้ามาให้ชรันที่บ้าน เธอย่างกรายเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบจนวังเวง เขาที่นั่งรออยู่แล้วได้รีบเดินมาต้อนรับ “แม่บ้านไม่มีสักคนเหรอคะ?” “เหลือป้าแม่บ้านกับคนขับรถ พอดีสั่งไว้ว่าไม่ต้องทำอาหารเผื่อเพราะตอนแรกคิดว่าจะไปนั่งดื่มข้างนอก แต่รู้สึกเพลียเลยไม่ออกไปน่ะ” ชรันทำมือว่าให้ตามเขาไปที่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งเตรียมจานช้ามช้อนส้อมแก้วน้ำไว้แล้ว “หนูแบมนั่งคุยกับอาสักพักสิ จะถามเรื่องพิชาหน่อย” “เอ่อ..ค่ะ แต่หนูไม่กินนะคะ พอดีทานมาแล้ว” เขารินน้ำผลไม้ให้เธอแล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม เริ่มต้นถามว่าไปเจอพิชามญช์ที่ไหน ต่อด้วยคุยกันเรื่องคดี เรื่องลูกชายทั้งสองคน ไม่นานนักแบมเริ่มมีอาการง่วงซึมแต่ก็ยังรู้สึกตัวบ้าง เขารีบเข้าไปโอบเธอให้ลุกขึ้นแล้วประคองเดินไปนั่งพักที่โซฟาห้องรับแขก “คุณอา..ทำไม?..” แบมพูดถามได้แค่นั้นเท่าที่สติยังพอมีเหลือก่อนจะเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ชรันจึงปล่อยเธอไว้ก่อนจะเดินไปปิดประตูบ้านล็อกเอาไว้ ปิดไฟและปิดผ้าม่านจนหมด เหลือเพียงความมืดสลัวในบ้านที่กว้างขวางนี้เท่านั้น แบมที่สะลึมสะลือเพราะชรันไม่ได้ใช้ยากับเธอมากนัก ก็เพราะเขายังอยากให้เ
reviews