LOGINหลงเฟยอยู่ในสูทสากลสีดำทรงเฉียบปักลายมังกรทองบาง ๆ ที่ปกเสื้อ ประสานความเป็นจีนกับความเป็นสากลได้อย่างพอดีที่สุด ทันทีที่หลงเฟยเห็นคะน้าเขาหยุดหายใจอีกครั้งในวันเดียว “สวยกว่าพิธีเช้าอีก” ร่างสูงกระซิบเบา ๆ “ก็คุณเลือกชุดให้นี่คะ” คะน้ายิ้ม งานเริ่มด้วยพิธีเปิดตัวบ่าวสาว เดินเข้าสู่เวทีท่ามกลางแ
รุ่งเช้าในวันแต่งงานของตระกูลหลง ท้องฟ้าเซี่ยงไฮ้สีฟ้าอ่อนแบบหายาก แสงสว่างลอดผ่านม่านผืนบางในคฤหาสน์ใหญ่ บรรยากาศในบ้านไม่ใช่ความเร่งรีบ แต่เป็นความสงบ อบอุ่น และเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบขาวกับลิลลี่ที่ทีมงานกำลังจัดอยู่ทุกมุม ห้องแต่งตัวชั้นบนถูกเปิดไฟนุ่ม ๆ ช่างแต่งหน้าช่างผมยืนเรียงกันอย่
“เดี๋ยวคุณจินก็บินมาแล้ว” “เอาล่ะ เรามาดูชุดเจ้าสาวต่อดีกว่า” หลงเฟยพูดขึ้น พลางเลือกรูปชุดจากโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อว่า kanaa bridal ไว้ “แล้วคุณอยากให้ฉันใส่แบบไหนคะ?” “ที่เธอชอบที่สุด” หลงเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนกำลังตั้งใจจริง “แต่คุณก็ต้องชอบด้วยค่ะ” “คะน้าไม่ว่าชุดไหน เธอก็สวย” เขาส่ายหัวเบา
หลังจากสรุปจำนวนแขกและรูปแบบงานได้อย่างสงบที่สุดในรอบเช้าปั่นป่วน ช่วงบ่ายของวันนั้นบรรยากาศในบ้านหลังโต ตระกูลหลงก็เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่ง ราวกับจากสนามรบกลายเป็นสตูดิโอวางแผนความฝันของคู่รัก… บ่ายวันเดียวกัน ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง คะน้านั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อเถียง แต่เพื่อไล่ดู
“คะน้า…” “คะ?” “ฉันตั้งใจรักเธอมากนะ” เสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหู ทำให้หัวใจคะน้าสั่นอย่างที่คำหวานเกินไปไม่เคยทำได้ “ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอยิ้ม หลงเฟยกอดแน่นขึ้นนิด เหมือนยืนยันคำพูดโดยไม่ต้องอธิบายอะไรอีก วันนี้ไม่มีเสียงถกเถียงเรื่องงานแต่งอีกแล้ว จะมีแค่เสียงหัวใจของสองคน ที่กำลังก้าวจากสู้กันเ
เสียงของคะน้าดังสะเทือนไปทั้งโถงบ้าน แต่แทนที่หลงเฟยจะเถียงกลับ เขากลับยกมือยอมแพ้ทั้งสองข้างอย่างสงบ เหมือนผู้ชายที่รู้ว่าถ้ายังไปต่อ จะไม่มีทางชนะตั้งแต่ต้น… “ล้อเล่น” หลงเฟยพูดเสียงเบานุ่มจนคะน้าขมวดคิ้ว “ฉันจะไม่บังคับเรื่องจำนวนแขกแล้วให้เราค่อย ๆ คุยกันใหม่ดีกว่า” คะน้าไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ยิ้
ตึกสูงใจกลางเมือง ภายในห้องประชุมของสำนักงานใหญ่หลงเฟยกรุ๊ป ที่ไม่ใช่สำนักงานที่ติดกับตลาดเก่า แสงจากหน้าจอขนาดใหญ่สาดทาบโต๊ะไม้ยาวจนเกิดเงาคมชัดทั่วทั้งห้อง บรรยากาศภายในตึงเครียดจนคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิด เสียงฝ่ามือของเขาเคาะโต๊ะ อย่างเป็นจังหวะเวลาคิดอะไรในหัว รอยยิ้มที่ปกติแ
ประตูห้องฉุกเฉินเปิดแย้มออกอีกหลังจากที่เงียบไปราวชั่วโมง เสียงรองเท้ายางขูดกับพื้นดังใกล้เข้ามา ก่อนแพทย์ประจำห้องฉุกเฉินในชุดลำลองสีเทาจะหยุดตรงหน้าเธอ พร้อมแฟ้มหนา ๆ ในมือ “ญาติคุณสมพรใช่ไหมคะ” ด้านคะน้าเมื่อได้ยินชื่อยายสมพรเธอจึงลุกขึ้นแทบจะทันที “ค่ะ หนูเป็นหลานสาวคุณยายเอง ตอนนี้ยายเป็นยัง
“ไม่ต้องห่วงยาย…ยายไม่เป็นไร” สมพรฝืนพูดพลางยิ้มจาง ๆ แต่ไอแทรกในประโยคก็ทำให้คะน้ารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่อาการเล็กน้อย “แค่ก.. แค่กก… แค่กก” เสียงล้อรถบดไปบนถนนตลาดที่ขรุขระ เธอกอดยายแน่นกว่าเดิม เหมือนจะกันไม่ให้โลกภายนอกกระทบผู้หญิงคนนี้ได้อีกแม้แต่นิดเดียว ลมเย็นช่วงสิ้นปีปะทะใบหน้าเรียวใส คะน้าก
รุ่งเช้า… เสียงล้อรถมอเตอร์ไซค์และเสียงคนเรียกขายผักผลไม้ดังปะปนกันในบรรยากาศคึกคักของตลาดสดยามเช้า กลิ่นข้าวสุก กลิ่นปลาเผา และเสียงคนต่อรองราคาทำให้ที่นี่เป็นเหมือนโลกอีกใบ คนละโลกกับเพนต์เฮาส์หรูที่คะน้าหลับนอนเมื่อคืน คะน้าเดินสะพายกระเป๋าผ้าใบเดิมมือกำแน่นและถุงของกินที่ยายสมพรชอบ เธอทำแบบนี้แ







